เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นความท้าทายสุดซี้ด! ด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประเภทเส้นเมนูแห้งชั้นเลิศ ที่มาพร้อมกับเส้นบะหมี่หนานุ่ม หนึบหนับตามตำรับนิสชิน คลุกเคล้าเข้ากันได้อย่างดีเยี่ยมกับซอสไก่เผ็ดเกาหลีสูตรเข้มข้น รสชาติเผ็ดร้อน กลมกล่อม หอมกลิ่นเครื่องเทศโชยเตะจมูกตั้งแต่คำแรกที่คลุก ตัวซอสสีแดงเข้มเคลือบเส้นแบบเน้นๆ ทุกคำที่เคี้ยวจะสัมผัสได้ถึงความนุ่มเด้งและความแซ่บซี๊ดจนหยุดไม่ได้ อร่อยง่าย สะดวกสุดๆ ในรูปแบบถ้วยคัพพกพา จะมื้อด่วน มื้อดึก หรือจัดปาร์ตี้ท้าความเผ็ดกับกลุ่มเพื่อนก็ฟินได้ทุกที่ เพียงเติมน้ำร้อน 3-4 นาที เทน้ำออก แล้วเทซอสคลุกเคล้าก็พร้อมทานทันที! ยิ่งเพิ่มท็อปปิ้งด้วยชีสเยิ้มๆ ไข่ต้มยางมะตูม หรือทานแกล้มกับกิมจิกรอบๆ บอกเลยว่าอร่อยยกระดับความฟินเหมือนบินไปกินที่กรุงโซล สายกินเส้นและสาวก K-Food ต้องมีติดบ้านไว้แล้ว
วิธีทานง่าย 3 ขั้นตอน
• เติมน้ำร้อนจนถึงระดับเส้นขอบด้านในถ้วย ปิดฝารอประมาณ 3-4 นาที เพื่อให้เส้นเหนียวนุ่มได้ที่
• เปิดช่องรินน้ำบนฝา เพื่อเทน้ำร้อนออกให้หมด
• ฉีกซองซอสไก่เผ็ดเกาหลีและเครื่องปรุงเทลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากันดี พร้อมทานทันที
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Yumepirika ถือเป็นพันธุ์ข้าวระดับไฮเอนด์ที่ใช้สุดยอดเทคโนโลยีการเพาะสายพันธุ์ข้าวในฮอกไกโด
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ยูเมะพิริกะ (Yumepirika) จากแบรนด์ โฮคุเรน (Hokuren) เป็นข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์พรีเมียมที่ปลูกในจังหวัดฮอกไกโด ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอากาศหนาวเย็นและดินที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ข้าวมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ถือเป็นข้าวเกรดสูงที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น
ลักษณะเด่นของ Yumepirika
• เมล็ดอวบอ้วน และเงางาม - เมล็ดข้าวมีขนาดปานกลางถึงใหญ่ เมื่อหุงแล้วจะเงางามและมีความหนึบที่โดดเด่น
• เนื้อนุ่มแต่ไม่เละ - ข้าวมีความเหนียวและนุ่มในระดับที่พอดี ไม่ร่วนหรือแข็งเกินไป
• รสหวานธรรมชาติ - มีรสชาติอ่อนๆ และหวานธรรมชาติ แม้ทานเปล่าๆ ก็ยังอร่อย
• กลิ่นหอมพิเศษ - มีกลิ่นหอมที่แตกต่างจากข้าวพันธุ์อื่น
• ปลูกในอากาศหนาวเย็น - อุณหภูมิที่เย็นของฮอกไกโดช่วยให้ข้าวมีคุณภาพดีขึ้นและสามารถเก็บรักษาได้นาน
รางวัลและมาตรฐานคุณภาพ
• Yumepirika ได้รับการรับรองมาตรฐาน 特A (Toku A) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของข้าวญี่ปุ่น
• เป็นข้าวที่ได้รับความนิยมในร้านอาหารระดับพรีเมียมทั่วญี่ปุ่น
• ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลฮอกไกโดให้เป็นข้าวเกรดพรีเมียมของภูมิภาค
เมนูที่เหมาะกับ Yumepirika
เนื่องจาก Yumepirika เป็นข้าวที่มีความเหนียวนุ่มและมีรสหวานในตัว จึงเหมาะกับอาหารที่ต้องการข้าวคุณภาพสูง เช่น
• ข้าวสวย (Cooked Rice) - เมล็ดข้าวสวย เมื่อหุงสุกจะมีความเงาสวย เหมาะสำหรับทานแบบข้าวสวย
• ซูชิ (Sushi) - เมล็ดข้าวเหนียวกำลังดี จับตัวได้ง่าย ไม่แฉะเกินไป
• ข้าวปั้น (Onigiri) - รสชาติหวานธรรมชาติทำให้กินเปล่าๆ ก็อร่อย
• ข้าวญี่ปุ่นธรรมดา (Gohan) - เหมาะสำหรับทานคู่กับปลาย่างหรืออาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
• ข้าวหน้าอาหารทะเล (Kaisendon/Donburi) - ความหนึบของข้าวช่วยเสริมรสชาติของปลาดิบได้ดี
Yumepirika ถือเป็นข้าวที่ให้รสชาติที่ดีที่สุดของฮอกไกโด ถ้าคุณต้องการข้าวที่นุ่ม หอม และมีคุณภาพสูง Yumepirika คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
• ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
• ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
• กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
• ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำเวลาหุงข้าวจะนุ่มไม่กระด้าง
• หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อยๆ คนให้น้ำระเหย
วิธีการเก็บรักษา
• เก็บในที่แห้งและเย็น
• ระวังการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง เพราะข้าวจะแห้งแตกเนื่องจากการระเหยของน้ำในข้าว
• หลีกเลี่ยงการเก็บรักษาใกล้ ผงซักฟอก สเปรย์ปรับอากาศ เครื่องสำอาง และอาหารที่มีกลิ่นแรง เพราะข้าวจะดูดซับกลิ่น
ข้อควรระวัง
• คุณภาพของข้าวจะเปลี่ยนหากโดนความชื้น
• ห้ามวางไว้ใกล้เปลวไฟ เนื่องจากติดไฟง่าย
• ห้ามวางสินค้าอื่นซ้อนทับผลิตภัณฑ์
ใครกำลังมองหาความจี๊ดจ๊าดมาเยียวยาความหิว บอกเลยว่านาทีนี้ต้องยกให้ "นิสชินรสหมูมะนาว" เท่านั้นเลย! แค่ฉีกซองกลิ่นมะนาวแท้ก็หอมเตะจมูก พอใส่น้ำร้อน กลิ่นน้ำซุปต้มยำหมูสับหอมๆ ผสานความเปรี้ยวละมุนก็ฟุ้งจนน้ำลายสอ ทีเด็ดความอร่อยอยู่ที่ เส้นเหนียวนุ่มหนึบ ที่เป็นเอกลักษณ์ คีบกินพร้อมน้ำซุปครบรสเปรี้ยวนำ เผ็ดตาม ซดแล้วสดชื่นตื่นเต็มตาโดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม ยิ่งเติมหมูสับก้อนโตหรือไข่ออนเซ็นเข้าไป บอกเลยว่าอร่อยแสงออกปาก ไม่ว่าจะมื้อดึกดูซีรีส์ มื้อกลางวันเร่งรีบ หรือวันฝนตกเหงาๆ แค่มีแพ็ค 5 ซองนี้ติดบ้านไว้ ก็พร้อมฟินแซ่บจัดจ้านได้ง่าย ๆ ใน 3 นาทีแล้วค่ะ
หิวแล้วใช่ไหมล่ะ ลุกไปต้มสักชามเลยดีกว่า... แซ่บซี๊ดรอคุณอยู่
วิธีรับประทาน 2 วิธีง่ายๆ
ทำแบบน้ำ
• ต้มน้ำประมาณ 350 มล. ให้เดือด
• ใส่เส้นบะหมี่ลงต้มประมาณ 3 นาที
• ใส่เครื่องปรุงทั้งหมด คนให้เข้ากัน
• พร้อมเสิร์ฟ ซดร้อนๆ อร่อยทันที
ทำแบบแห้ง
• ต้มเส้นจนสุก แล้วเทน้ำออกให้เหลือเล็กน้อย
• คลุกกับเครื่องปรุงให้ทั่ว
• เติมมะนาวสดหรือพริกสดเพิ่มความจี๊ดได้ตามชอบ
ไอเดียเพิ่มความอร่อย
• ใส่หมูสไลซ์ ไข่ลวก หรือผักสด โรยต้นหอมและพริกป่น เพิ่มกลิ่นหอมและความจัดจ้าน
เหนื่อยๆหรือหิวดึกๆ ต้องเยียวยาด้วยนิสชินรสซุปเกาหลี ฮอตแอนด์สไปซี่ ซองนี้เท่านั้น! ทันทีที่ฉีกซอง กลิ่นหอมกรุ่นของพริกเกาหลีและเครื่องเทศสูตรลับก็โชยมาแตะจมูกชวนน้ำลายสอ ทีเด็ดอยู่ที่ เส้นบะหมี่สีเหลืองทอง หนานุ่ม เหนียวหนึบหนับ สไตล์เกาหลีแท้ๆ ยิ่งตอนต้มในน้ำซุปสีแดงเข้มข้น ควันร้อนๆ โชยฟุ้ง บอกเลยว่าใจสั่น! เมื่อสูดเส้นฉ่ำซุปเข้าปาก สัมผัสแรกคือความเหนียวนุ่มสู้ฟัน ตามด้วยรสชาติซุปเผ็ดร้อนกำลังดี กลมกล่อม เข้มข้น ซดร้อนๆ โล่งคอ อยากฟินขั้นสุดลองตอกไข่เยิ้มๆ วางชีสแผ่นหนา หรือแกล้มกิมจิกรอบๆ ยกร้านหม้อไฟเกาหลีพรีเมียมมาไว้ที่บ้านคุณ อร่อยจัดเต็มจนหยดสุดท้าย แซ่บถึงใจจนหยุดกินไม่ได้จริงๆ
วิธีทำง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน
1. ต้มน้ำให้เดือด: ตั้งน้ำสะอาดประมาณ 400 มล. ให้เดือดพล่าน
2. ต้มเส้นให้หนึบ: ใส่เส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 3-4 นาที
(เคล็ดลับ: ใช้ตะเกียบคีบเส้นยกขึ้นมาสัมผัสอากาศบ่อยๆ จะช่วยให้เส้นเหนียวนุ่ม เด้งสู้ฟันยิ่งขึ้น)
3. ใส่เครื่องปรุง: เทผงซุปเกาหลีฮอตแอนด์สไปซี่ลงไป คนให้เข้ากันจนละลาย ปิดไฟพร้อมยกเสิร์ฟ
ถ้าคุณกำลังมองหาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ให้รสชาติเข้มข้นกว่าที่เคยลองมา นี่คือเมนูที่สายเผ็ดไม่ควรพลาด! มาพร้อมความเผ็ดร้อนจัดจ้าน ผสานกลิ่นหอมและรสชาติของล็อบสเตอร์ได้อย่างลงตัว ให้ความรู้สึกเหมือนได้ลิ้มลองเมนูซีฟู้ดสุดพรีเมียมในรูปแบบที่สะดวกและรับประทานง่าย เส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม เคี้ยวเพลิน เคลือบด้วยซอสฮอตชิลลี่รสเข้มข้นทั่วทุกเส้น ให้รสชาติที่ทั้งเผ็ด หอม กลมกล่อม และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ยิ่งรับประทานตอนร้อนๆ ยิ่งอร่อยถึงใจ เหมาะทั้งสำหรับมื้อเร่งด่วน มื้อดึก หรือวันที่อยากเติมความแซ่บให้กับวันธรรมดา เพียงไม่กี่นาทีก็ได้อิ่มอร่อยกับรสชาติระดับพรีเมียมที่ทั้งเข้มข้นและสะใจ เหมาะสำหรับคนที่ชอบลองรสชาติใหม่ๆ และหลงใหลในความเผ็ดแบบจัดเต็ม
ขั้นตอนการทำ
1. ต้มเส้น: ต้มน้ำให้เดือดจัด จากนั้นนำเส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 4-5 นาที
2. รินน้ำออก: เมื่อเส้นสุกได้ที่ ให้รินน้ำออกจนแห้งสนิท แนะนำให้เหลือเนื้อน้ำไว้ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
เพื่อให้คลุกเคล้าซอสได้ง่ายขึ้น ซอสจะเคลือบเส้นได้ฉ่ำวาว ไม่แห้งติดกันเกินไป
3. คลุกเคล้าซอส: ฉีกซองเครื่องปรุงรสฮอต ชิลลี่ ล็อบสเตอร์ ใส่ลงไป แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันกับเส้นจนทั่ว
กลิ่นหอมของล็อบสเตอร์จะโชยขึ้นมาทันที
4. พร้อมเสิร์ฟ: จัดใส่จาน พร้อมฟินกับความเผ็ดซี๊ดระดับพรีเมียม
ความอร่อยระดับตำนานที่ถูกใจคุณหนูๆ และทุกคนในครอบครัว! นิสชิน มินิ คัพ โดราเอมอน รสไก่ผสมข้าวโพด บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถ้วยเล็กขนาดมินิ พกพาง่าย อิ่มอร่อยได้ทุกที่ มาพร้อมกับลายโดราเอมอนสุดน่ารัก น้ำซุปหอมกรุ่นรสไก่กลมกล่อม เพิ่มความหวานละมุนจากข้าวโพดแท้ๆ เส้นเหนียวนุ่มตามฉบับนิสชิน จัดมาให้เต็มๆ แพ็ก 3 ถ้วย คุ้มค่า ทานง่าย อร่อยฟินกันได้ทั้งบ้าน ของดีแบบนี้ต้องมีติดบ้านไว้แล้ว
วิธีต้ม (ใส่ตัวช่วยให้เส้นนุ่ม)
วิธีนี้จะทำให้เส้นได้รับความร้อนสม่ำเสมอและเหนียวนุ่มที่สุด
• เปิดฝา: เปิดฝาออกเพียงครึ่งเดียว แล้วหยิบซองเครื่องปรุง (ถ้ามี) ออกมาเทใส่ลงไปบนเส้น
• เติมน้ำร้อน: เทน้ำร้อนเดือดลงไปให้ถึง "ขีดด้านในถ้วย" (อย่าใส่เลยขีด เพราะน้ำซุปจะจืดเกินไป)
• ปิดฝารอ: ปิดฝากลับให้สนิท รอประมาณ 3 นาที
• คนให้เข้ากัน: เปิดฝาออก ใช้ตะเกียบคนให้เครื่องปรุงละลายและเส้นกระจายตัว ลูกชิ้นโดราเอมอนจะลอยขึ้นมาโชว์หน้าพอดี พร้อมทานค่ะ
เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นความท้าทายสุดซี้ด! ด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประเภทเส้นเมนูแห้งชั้นเลิศ ที่มาพร้อมกับเส้นบะหมี่หนานุ่ม หนึบหนับตามตำรับนิสชิน คลุกเคล้าเข้ากันได้อย่างดีเยี่ยมกับซอสไก่เผ็ดเกาหลีสูตรเข้มข้น รสชาติเผ็ดร้อน กลมกล่อม หอมกลิ่นเครื่องเทศโชยเตะจมูกตั้งแต่คำแรกที่คลุก ตัวซอสสีแดงเข้มเคลือบเส้นแบบเน้นๆ ทุกคำที่เคี้ยวจะสัมผัสได้ถึงความนุ่มเด้งและความแซ่บซี๊ดจนหยุดไม่ได้ อร่อยง่าย สะดวกสุดๆ ในรูปแบบถ้วยคัพพกพา จะมื้อด่วน มื้อดึก หรือจัดปาร์ตี้ท้าความเผ็ดกับกลุ่มเพื่อนก็ฟินได้ทุกที่ เพียงเติมน้ำร้อน 3-4 นาที เทน้ำออก แล้วเทซอสคลุกเคล้าก็พร้อมทานทันที! ยิ่งเพิ่มท็อปปิ้งด้วยชีสเยิ้มๆ ไข่ต้มยางมะตูม หรือทานแกล้มกับกิมจิกรอบๆ บอกเลยว่าอร่อยยกระดับความฟินเหมือนบินไปกินที่กรุงโซล สายกินเส้นและสาวก K-Food ต้องมีติดบ้านไว้แล้ว
ขั้นตอนการทำ
1. ต้มเส้น: ต้มน้ำให้เดือดจัด จากนั้นนำเส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 4-5 นาที
2. รินน้ำออก: เมื่อเส้นสุกได้ที่ ให้รินน้ำออกจนแห้งสนิท แนะนำให้เหลือเนื้อน้ำไว้ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
เพื่อให้คลุกเคล้าซอสได้ง่ายขึ้น ซอสจะเคลือบเส้นได้ฉ่ำวาว ไม่แห้งติดกันเกินไป
3. คลุกเคล้าซอส: ฉีกซองเครื่องปรุงรสใส่ลงไป แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันกับเส้นจนทั่ว
4. พร้อมเสิร์ฟ: จัดใส่จาน พร้อมฟินกับความเผ็ดซี๊ดระดับพรีเมียม
นิสชิน คัพ นูดเดิล รสซุปทะเลน้ำข้น
• รสซุปทะเลน้ำข้น รสชาติที่เป็นที่รู้จักกันดีของนิสชินที่เสิร์ฟความอร่อยตามสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ พร้อมเส้นบะหมี่แบบออริจินัล อีกทั้งปูอัดอบแห้ง, ปลาหมึกอบแห้ง, กะหล่ำปลีอบแห้ง, แครอทอบแห้ง และต้นหอมอบแห้ง
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ที่ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆมากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผา เมื่อได้รับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น
ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผาเพื่อรับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส
ดองผักให้อร่อยในพริบตา! ด้วย Asazuke no Moto จาก Ebara
Asazuke no Moto จากแบรนด์ เอบาระ (Ebara) เป็นน้ำปรุงรสสำเร็จรูปสำหรับการทำผักดองสไตล์ญี่ปุ่นแบบง่ายๆ และรวดเร็ว หรือที่เรียกว่า “อาซาซึเกะ” (Asazuke) ด้วยรสชาติที่เค็มเล็กน้อย หวานนิดๆ และกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ น้ำปรุงนี้ช่วยเสริมรสชาติให้ผักดองอร่อยอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้เวลานานหรือขั้นตอนยุ่งยาก ผักดองที่ได้จะมีความกรอบ สดชื่น และยังคงรสชาติของผักไว้ได้อย่างดี
Asazuke no Moto จึงกลายเป็นตัวช่วยคู่ครัวที่ได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น เพราะสามารถใช้ดองผักได้หลากหลายชนิดตามใจชอบ แค่มีผักกับน้ำปรุง ก็ได้เมนูเครื่องเคียงแบบญี่ปุ่นที่ทั้งอร่อยและสดใหม่ในไม่กี่นาที!
วิธีใช้
• หั่นผักที่ต้องการหมักเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วใส่ลงในถุงซิปล็อก
• เทน้ำปรุงรส "Asazuke no Moto" ลงไปให้ทั่วผัก (ปริมาณการใช้ 100 มล. ต่อผัก 200 กรัม)
• ไล่อากาศออกจากถุงให้มากที่สุด ปิดปากถุงให้แน่น แล้วขยำเบาๆให้ส่วนผสมเข้ากัน
• นำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 30 หรือนานกว่านั้นตามความชอบ
• จากนั้นนำผักออกมา บีบน้ำส่วนเกินออก (โดยไม่ต้องล้างน้ำเปล่า)เพียงเท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟทันที
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ Size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น
ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผาเพื่อรับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส
สัมผัสความฟินระดับตำนาน... อร่อยเข้มข้น ซุปนัว เครื่องแน่นเต็มคัพ
ลองจินตนาการถึงบะหมี่ถ้วยร้อนๆ ในเวลาที่ท้องกำลังประท้วงหิว... ทันทีที่เปิดฝา นิสชิน คัพนู้ดลส์ รสหมูสับ กลิ่นหอมกรุ่นของน้ำซุปหมูสับแท้ๆ ที่ผสมผสานกับกระเทียมเจียวและพริกไทยอ่อนๆ ก็โชยมากระทบจมูกทันที จนใจแทบอดใจไม่ไหว! เมื่อคีบ เส้นบะหมี่สูตรเฉพาะของนิสชิน ที่ลวกจนเหนียวนุ่ม หนึบกำลังดี ไม่อืดง่าย ตัวเส้นจะอุ้มน้ำซุปซดคล่องคอที่เคี่ยวจนหวานกลมกล่อมขึ้นมาในทุกคำที่ตักเข้าปาก เคี้ยวสนุก สู้ฟันสุดๆ แถมยังฟินคูณสองกับ เครื่องเคียงอบแห้งแบบจัดเต็ม ทั้งเนื้อสัตว์ ไข่นุ่มๆ และผักอบแห้งชิ้นโตที่กระจายอยู่ทั่วถ้วย ยิ่งเคี้ยวยิ่งชุ่มฉ่ำ รสชาติหวานละมุน นัวกลมกล่อม อร่อยเช็ดชามจนต้องซดหมดจนหยดสุดท้ายแน่นอน! อร่อยด่วนทันใจใน 3 นาที ซื้อยกแพ็ก 3 ถ้วยสุดคุ้ม! ตุนไว้ติดบ้านหรือออฟฟิศเลยครับ หิวเมื่อไหร่ แค่เติมน้ำร้อน...ความฟินระเบิดตู้มก็พร้อมเสิร์ฟตรงหน้าแล้ว!
วิธีทำง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน
• เปิดฝาและเติมเครื่องปรุง: เปิดฝาถ้วยออกเพียงครึ่งหนึ่ง (ระวังอย่าให้ฝาขาด)
จากนั้นแกะซองเครื่องปรุงและน้ำมันเจียวหอมๆ เทลงไปบนเส้นบะหมี่ให้หมดซอง
• เติมน้ำร้อน: เทน้ำร้อนเดือดจัดลงไปในถ้วย ให้ระดับน้ำสูงถึงเส้นขอบขีดด้านในถ้วยพอดี
• ปิดฝา : ปิดฝากลับให้สนิท รอประมาณ 3 นาที จากนั้นเปิดฝา คนเส้นและเครื่องปรุงให้เข้ากันดี
น้ำซุปหมูสับจะหอมกรุ่น พร้อมทานทันที!
ชาเขียวเซนฉะชนิดชงได้ทั้งร้อนและเย็น ถูกใจสำหรับคนรักชา
นิสชิน คัพ นูดเดิล รสซอสครีมต้มยำมันกุ้ง (แบบแห้ง)
• ถึงเครื่องต้มยำพร้อมรสชาติมันกุ้งเข้มข้น รสเปรี้ยว เผ็ดจัดจ้าน ผสานเส้นคุณภาพเหนียวนุ่มของนิสชิน ในรูปแบบแห้งที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมกุ้งอบแห้ง ไข่อบแห้ง และต้นหอมอบแห้ง
นิสชิน คัพ นูดเดิล รสซอสครีมต้มยำมันกุ้ง (แบบแห้ง)
• ถึงเครื่องต้มยำพร้อมรสชาติมันกุ้งเข้มข้น รสเปรี้ยว เผ็ดจัดจ้าน ผสานเส้นคุณภาพเหนียวนุ่มของนิสชิน ในรูปแบบแห้งที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมกุ้งอบแห้ง ไข่อบแห้ง และต้นหอมอบแห้ง
ใครจะไปคิดว่า ต้มยำกุ้ง กับ ชีส จะเข้ากันได้ขนาดนี้! เปิดถ้วยมาคือกลิ่นเครื่องต้มยำเตะจมูกมาก พอคลุกเคล้าซอสให้เข้าเส้น เส้นนิสชินที่เหนียวนุ่มเป็นเอกลักษณ์จะเคลือบไปด้วยความเปรี้ยว เผ็ด เค็ม ตามสไตล์ต้มยำแท้ๆ
แต่ทีเด็ดมันอยู่ที่ ผงชีส ครับทุกคน! พอโรยลงไปแล้วคลุกตอนร้อนๆ ชีสจะละลายไปเคลือบเส้น เพิ่มความหอมมัน นัวละมุนลิ้น ช่วยเบรกความเผ็ดให้กลมกล่อมขึ้นแบบหยุดกินไม่ได้
เนื้อสัมผัส : เส้นหนึบ เครื่องแน่น มีกุ้ง มีไข่
รสชาติ : เปรี้ยวเผ็ดกำลังดี ตัดด้วยความหอมมันของชีสเข้มข้น
วิธีฟิน: ลวกเส้นให้นุ่ม -> รินน้ำออก -> คลุกซอสต้มยำให้ฉ่ำ -> โรยผงชีสปิดท้าย คำแรกคือซี้ด คำที่สองคือลืมไม่ลง! ใครยังไม่ลองถือว่าพลาดมากกกก
ใครเป็นสายชีสบอกเลยว่าต้องมีกรี๊ด! นิสชิน มินิ คัพ รสครีมมีชีส หลังเปิดฝาคือกลิ่นชีสหอมละมุนตีขึ้นจมูกเลย ตัวน้ำซุปเมื่อโดนน้ำร้อนจะกลายเป็นสีเหลืองทอง ดูมีความครีมมี่ข้นกำลังดี รสชาติออกหวานมัน เค็มปลายนิดๆ เหมือนเรากำลังทานพาสต้าซอสครีมในเวอร์ชันบะหมี่ ไฮไลท์ที่ขาดไม่ได้คือ ลูกชิ้นแผ่นลายโดราเอมอน ที่ลอยเด่นอยู่บนซุปชีส ช่วยสร้างความตื่นเต้นในทุกคำที่ตัก เป็นอะไรที่เข้ากันมาก เส้นบะหมี่ขนาดมินิเหนียวนุ่มอุ้มน้ำซุปชีสได้ดีสุดๆ ใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากรสหมูแดงแบบเดิม มาลองรสชีสนี้ดูครับ แล้วจะรู้ว่าความฟินระดับพรีเมียมในถ้วยเล็กๆ มีอยู่จริง!
วิธีต้มแบบ "เน้นความเข้มข้น"
วิธีนี้จะช่วยให้ซุปชีสไม่ใสจนเกินไป และเส้นจะนุ่มหนึบกำลังดี
• เปิดฝาและเตรียม: เปิดฝาฟอยล์ออกแค่ครึ่งเดียว หยิบซองเครื่องปรุง (ถ้ามี) ออกมาเทใส่บนเส้น
• เติมน้ำร้อน "ต่ำกว่าขีด": เคล็ดลับของรสชีสคือ อย่าใส่น้ำเยอะเกินไป ให้เติมน้ำร้อนลงไปต่ำกว่าขีดในถ้วยประมาณ 0.5 เซนติเมตร
เพื่อให้น้ำซุปมีความข้นคล้ายซอสคาโบนาร่า
• ปิดฝารอ 3 นาที: ปิดฝาให้สนิทเพื่อให้ความร้อนระอุจนเส้นนุ่มถึงใจ
"คนให้ทั่ว" คือหัวใจ: เมื่อครบ 3 นาที ให้เปิดฝาแล้วใช้ตะเกียบคนแรงๆ ประมาณ 15-20 วินาที เพื่อให้ผงชีสแตกตัวและผสมกับน้ำร้อนจนกลายเป็นเนื้อครีมข้นๆ ลูกชิ้นโดราเอมอนจะลอยขึ้นมาพร้อมทานแล้วค่ะ
ใครจะต้านความน่ารักนี้ไหว! นิสชิน มินิคัพ ลายโดราเอมอน รสหมูแดง ขนาดถ้วยที่ "มินิ" พกไปไหนก็สะดวก จะใส่กระเป๋าไปกินที่ทำงาน หรือติดบ้านไว้เป็นมื้อดึกแก้หิวก็เลิศ เปิดฝาออกมาปุ๊บ กลิ่นหอมหวานของหมูแดงเตะจมูกทันที และไฮไลท์ที่ทุกคนรอคอยคือ "ลูกชิ้นแผ่นลายโดราเอมอน" ที่ลอยเด่นอยู่บนเส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม บอกเลยว่าความรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง รสชาติน้ำซุปกลมกล่อม ซดคล่องคอ ไม่เผ็ด เด็กๆ กินได้สบาย ส่วนผู้ใหญ่อย่างเรากินแล้วหยุดไม่ได้จริงๆ ครับ ใครที่หาของว่างทานเล่นแบบไม่หนักท้องเกินไป ต้องมีติดตู้ไว้เลย!
วิธีต้ม (ใส่ตัวช่วยให้เส้นนุ่ม)
วิธีนี้จะทำให้เส้นได้รับความร้อนสม่ำเสมอและเหนียวนุ่มที่สุด
• เปิดฝา: เปิดฝาออกเพียงครึ่งเดียว แล้วหยิบซองเครื่องปรุง (ถ้ามี) ออกมาเทใส่ลงไปบนเส้น
• เติมน้ำร้อน: เทน้ำร้อนเดือดลงไปให้ถึง "ขีดด้านในถ้วย" (อย่าใส่เลยขีด เพราะน้ำซุปจะจืดเกินไป)
• ปิดฝารอ: ปิดฝากลับให้สนิท รอประมาณ 3 นาที
• คนให้เข้ากัน: เปิดฝาออก ใช้ตะเกียบคนให้เครื่องปรุงละลายและเส้นกระจายตัว ลูกชิ้นโดราเอมอนจะลอยขึ้นมาโชว์หน้าพอดี พร้อมทานค่ะ
"อร่อยย้อนวัย สนุกได้ทุกคำ" ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ถ้าเป็นแฟนเจ้าแมวสีฟ้าและรักบะหมี่รสชาติกลมกล่อม ต้องมีติดบ้านไว้สักโหลแล้วค่ะ!
สัมผัสประสบการณ์ "ความฟินแบบสั่นลิ้น" ที่สายหม่าล่าห้ามพลาด!
เบื่อไหมกับหม่าล่าแบบเดิมๆ? นิสชินขอพาทุกคนไปสัมผัสความซี้ดที่เหนือระดับกับ นิสชิน คัพ นูดเดิล รสหม่าล่า ที่เราถอดรหัสความอร่อยส่งตรงจากมณฑลเสฉวนมาไว้ในถ้วยเดียว ตอกย้ำนิยามความฟิน "อร่อยที่เส้น เข้มที่ซุป" ในทุกคำที่สัมผัส
เริ่มต้นด้วย น้ำซุปเข้มข้น หอมกลิ่นเครื่องเทศ สูตรลับที่ให้รสสัมผัสกลมกล่อม หอมกลิ่นพริกและเครื่องเทศอันเป็นเอกลักษณ์ ให้ความเผ็ดร้อนและอาการ "ชาลิ้น" แบบพอดีๆ ตามฉบับหม่าล่าแท้ๆ สมกับคำว่า "เข้มที่ซุป" อย่างแท้จริง ผสานเข้ากับ เส้นเหนียวนุ่ม คุณภาพนิสชิน เส้นสีเหลืองนวลที่ดูดซับน้ำซุปหม่าล่าได้ดีเยี่ยม เคี้ยวสนุกสู้ฟัน การันตีความ "อร่อยที่เส้น" ในแบบฉบับนิสชินที่ทุกคนไว้ใจ
เติมเต็มความอร่อยให้สมบูรณ์แบบด้วย เครื่องเน้นๆ เต็มคัพ ทั้งเห็ดหอมอบแห้งและกะหล่ำปลีอบแห้ง ที่คืนตัวมานุ่มเด้ง เพิ่มเนื้อสัมผัสให้เคี้ยวเพลินเหมือนได้นั่งทานหม่าล่าหม้อไฟสดๆ
"แค่เติมน้ำร้อน 3 นาที แล้วเตรียมดื่มด่ำกับความหอมซี้ดสไตล์เสฉวน ที่พร้อมเสิร์ฟความฟินให้คุณได้ทุกเวลา"
ใครจะต้านความน่ารักนี้ไหว! นิสชิน มินิคัพ ลายโดราเอมอน รสหมูแดง ขนาดถ้วยที่ "มินิ" พกไปไหนก็สะดวก จะใส่กระเป๋าไปกินที่ทำงาน หรือติดบ้านไว้เป็นมื้อดึกแก้หิวก็เลิศ เปิดฝาออกมาปุ๊บ กลิ่นหอมหวานของหมูแดงเตะจมูกทันที และไฮไลท์ที่ทุกคนรอคอยคือ "ลูกชิ้นแผ่นลายโดราเอมอน" ที่ลอยเด่นอยู่บนเส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม บอกเลยว่าความรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง รสชาติน้ำซุปกลมกล่อม ซดคล่องคอ ไม่เผ็ด เด็กๆ กินได้สบาย ส่วนผู้ใหญ่อย่างเรากินแล้วหยุดไม่ได้จริงๆ ครับ ใครที่หาของว่างทานเล่นแบบไม่หนักท้องเกินไป ต้องมีติดตู้ไว้เลย!
วิธีต้ม (ใส่ตัวช่วยให้เส้นนุ่ม)
วิธีนี้จะทำให้เส้นได้รับความร้อนสม่ำเสมอและเหนียวนุ่มที่สุด
• เปิดฝา: เปิดฝาออกเพียงครึ่งเดียว แล้วหยิบซองเครื่องปรุง (ถ้ามี) ออกมาเทใส่ลงไปบนเส้น
• เติมน้ำร้อน: เทน้ำร้อนเดือดลงไปให้ถึง "ขีดด้านในถ้วย" (อย่าใส่เลยขีด เพราะน้ำซุปจะจืดเกินไป)
• ปิดฝารอ: ปิดฝากลับให้สนิท รอประมาณ 3 นาที
• คนให้เข้ากัน: เปิดฝาออก ใช้ตะเกียบคนให้เครื่องปรุงละลายและเส้นกระจายตัว ลูกชิ้นโดราเอมอนจะลอยขึ้นมาโชว์หน้าพอดี พร้อมทานค่ะ
"อร่อยย้อนวัย สนุกได้ทุกคำ" ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ถ้าเป็นแฟนเจ้าแมวสีฟ้าและรักบะหมี่รสชาติกลมกล่อม ต้องมีติดบ้านไว้สักโหลแล้วค่ะ!
ใครเป็นสายชีสบอกเลยว่าต้องมีกรี๊ด! นิสชิน มินิ คัพ รสครีมมีชีส หลังเปิดฝาคือกลิ่นชีสหอมละมุนตีขึ้นจมูกเลย ตัวน้ำซุปเมื่อโดนน้ำร้อนจะกลายเป็นสีเหลืองทอง ดูมีความครีมมี่ข้นกำลังดี รสชาติออกหวานมัน เค็มปลายนิดๆ เหมือนเรากำลังทานพาสต้าซอสครีมในเวอร์ชันบะหมี่ ไฮไลท์ที่ขาดไม่ได้คือ ลูกชิ้นแผ่นลายโดราเอมอน ที่ลอยเด่นอยู่บนซุปชีส ช่วยสร้างความตื่นเต้นในทุกคำที่ตัก เป็นอะไรที่เข้ากันมาก เส้นบะหมี่ขนาดมินิเหนียวนุ่มอุ้มน้ำซุปชีสได้ดีสุดๆ ใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากรสหมูแดงแบบเดิม มาลองรสชีสนี้ดูครับ แล้วจะรู้ว่าความฟินระดับพรีเมียมในถ้วยเล็กๆ มีอยู่จริง!
วิธีต้มแบบ "เน้นความเข้มข้น"
วิธีนี้จะช่วยให้ซุปชีสไม่ใสจนเกินไป และเส้นจะนุ่มหนึบกำลังดี
• เปิดฝาและเตรียม: เปิดฝาฟอยล์ออกแค่ครึ่งเดียว หยิบซองเครื่องปรุง (ถ้ามี) ออกมาเทใส่บนเส้น
• เติมน้ำร้อน "ต่ำกว่าขีด": เคล็ดลับของรสชีสคือ อย่าใส่น้ำเยอะเกินไป ให้เติมน้ำร้อนลงไปต่ำกว่าขีดในถ้วยประมาณ 0.5 เซนติเมตร
เพื่อให้น้ำซุปมีความข้นคล้ายซอสคาโบนาร่า
• ปิดฝารอ 3 นาที: ปิดฝาให้สนิทเพื่อให้ความร้อนระอุจนเส้นนุ่มถึงใจ
"คนให้ทั่ว" คือหัวใจ: เมื่อครบ 3 นาที ให้เปิดฝาแล้วใช้ตะเกียบคนแรงๆ ประมาณ 15-20 วินาที เพื่อให้ผงชีสแตกตัวและผสมกับน้ำร้อนจนกลายเป็นเนื้อครีมข้นๆ ลูกชิ้นโดราเอมอนจะลอยขึ้นมาพร้อมทานแล้วค่ะ
มื้อด่วนที่ไม่ธรรมดา อร่อยฟินเหมือนกินที่ร้าน!" เบื่อไหมกับบะหมี่รสหมูสับแบบเดิม ๆ? เปิดประสบการณ์ความอร่อยเข้มข้นถึงใจกับ นิสชิน รสหมูสับ ซุปหมูสับแท้ ๆ ที่หอมกรุ่นกลิ่นเครื่องเทศและน้ำมันเจียว ยิ่งซด ยิ่งฟิน มาพร้อมกับ "เส้นนิสชิน" อันเป็นเอกลักษณ์ ทั้งเหนียว คลุกเคล้าเข้าเนื้อ น้ำซุปซึมเข้าเส้นแบบเต็มคำ ไม่ว่าจะมื้อดึก มื้อรีบ หรือมื้อไหน ๆ แค่มีนิสชินรสหมูสับติดบ้านไว้ ก็เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้เป็นมื้อพิเศษได้ง่าย ๆ ใน 3 นาที
วิธีรับประทาน 2 วิธีง่าย ๆ
วิธีที่ 1: ต้มในน้ำเดือด (แนะนำ เพื่อความเหนียวนุ่มของเส้น)
• ต้มน้ำ: ต้มน้ำสะอาดประมาณ 350-400 มิลลิลิตร ให้เดือดจัด
• ต้มเส้น: ใส่บะหมี่ลงไปต้มประมาณ 3 นาที (หากชอบเส้นหนึบ ๆ สามารถลดเหลือ 2.30 นาทีได้ครับ)
• ใส่เครื่องปรุง: ปิดไฟ แล้วเทผงปรุงรสและน้ำมันเจียวลงไปในหม้อ คนให้เข้ากัน
• พร้อมเสิร์ฟ: เทใส่ชาม สามารถเพิ่มหมูสับลวก ไข่ต้ม หรือผักตามชอบเพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารได้เลยครับ
วิธีที่ 2: ชงในน้ำเดือด (วิธีด่วน สะดวก)
• เตรียมใส่ชาม: แกะบะหมี่และเครื่องปรุงทุกซองใส่ลงในชาม
• เติมน้ำร้อน: เทน้ำเดือดประมาณ 350-400 มิลลิลิตร ลงไปให้ท่วมเส้น
• รอเส้นนุ่ม: ปิดฝาชามทิ้งไว้ประมาณ 3 นาที
• คนให้เข้ากัน: เปิดฝา คนให้เครื่องปรุงละลายเข้าเนื้อ พร้อมทานครับ
ทริคเพิ่มความอร่อย: บะหมี่นิสชินรสหมูสับจะมีความหอมซุปหมูและเครื่องเทศอยู่แล้ว ถ้าเหยาะพริกไทยป่นเพิ่มอีกนิด หรือใส่ต้นหอมซอยลงไปหน่อย จะยิ่งหอมชวนทานมากยิ่งขึ้น
สัมผัสประสบการณ์ "ความฟินแบบสั่นลิ้น" ที่สายหม่าล่าห้ามพลาด!
เบื่อไหมกับหม่าล่าแบบเดิมๆ? นิสชินขอพาทุกคนไปสัมผัสความซี้ดที่เหนือระดับกับ นิสชิน คัพ นูดเดิล รสหม่าล่า ที่เราถอดรหัสความอร่อยส่งตรงจากมณฑลเสฉวนมาไว้ในถ้วยเดียว ตอกย้ำนิยามความฟิน "อร่อยที่เส้น เข้มที่ซุป" ในทุกคำที่สัมผัส
เริ่มต้นด้วย น้ำซุปเข้มข้น หอมกลิ่นเครื่องเทศ สูตรลับที่ให้รสสัมผัสกลมกล่อม หอมกลิ่นพริกและเครื่องเทศอันเป็นเอกลักษณ์ ให้ความเผ็ดร้อนและอาการ "ชาลิ้น" แบบพอดีๆ ตามฉบับหม่าล่าแท้ๆ สมกับคำว่า "เข้มที่ซุป" อย่างแท้จริง ผสานเข้ากับ เส้นเหนียวนุ่ม คุณภาพนิสชิน เส้นสีเหลืองนวลที่ดูดซับน้ำซุปหม่าล่าได้ดีเยี่ยม เคี้ยวสนุกสู้ฟัน การันตีความ "อร่อยที่เส้น" ในแบบฉบับนิสชินที่ทุกคนไว้ใจ
เติมเต็มความอร่อยให้สมบูรณ์แบบด้วย เครื่องเน้นๆ เต็มคัพ ทั้งเห็ดหอมอบแห้งและกะหล่ำปลีอบแห้ง ที่คืนตัวมานุ่มเด้ง เพิ่มเนื้อสัมผัสให้เคี้ยวเพลินเหมือนได้นั่งทานหม่าล่าหม้อไฟสดๆ
"แค่เติมน้ำร้อน 3 นาที แล้วเตรียมดื่มด่ำกับความหอมซี้ดสไตล์เสฉวน ที่พร้อมเสิร์ฟความฟินให้คุณได้ทุกเวลา"
ปลดล็อกเคล็ดลับผิวสวยและสุขภาพดีจากภายใน ด้วยพลัง "สีส้ม" จากคาโกเมะ
ในยุคที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบ การจะหาเวลามานั่งทานผักให้ครบตามสัดส่วนที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย หลายคนลงเอยด้วยการทานฟาสต์ฟู้ดหรืออาหารจานด่วนที่ขาดวิตามิน ส่งผลให้ร่างกายอ่อนล้า ผิวพรรณไม่สดใส และระบบขับถ่ายติดขัด นี่คือเหตุผลที่คาโกเมะ แบรนด์น้ำผักผลไม้อันดับ 1 จากญี่ปุ่น คิดค้นสูตรน้ำผักผลไม้รวมผสมน้ำแครอทและส้ม ขึ้นมาเพื่อเป็นทางลัดสู่สุขภาพดีที่ "ดื่มง่าย" กว่าที่คุณเคยสัมผัส หัวใจสำคัญของขวดนี้คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่าง ผักและผลไม้ โดยมี "แครอท" เป็นพระเอกหลัก หลายคนอาจจะกังวลเรื่องกลิ่นเหม็นเขียวของผัก แต่ Kagome ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงจากญี่ปุ่นที่สามารถดึงเอาความหวานตามธรรมชาติของแครอทออกมา และตัดรสด้วยความเปรี้ยวสดชื่นจาก "ส้ม" ทำให้น้ำผักขวดนี้มีรสชาติที่กลมกล่อม หอมสดชื่น ดื่มแล้วรู้สึกรีเฟรชทันที โดยไม่ต้องเติมน้ำตาลทรายแม้แต่กรัมเดียว! คาโกเมะไม่ใช่แค่เครื่องดื่มทั่วไป แต่คือสัญลักษณ์ของความใส่ใจในแบบฉบับญี่ปุ่น ทุกหยดในขวดขนาด 720 มล. นี้ ผ่านกระบวนการคัดสรรวัตถุดิบอย่างเข้มงวด ไม่มีการใส่วัตถุกันเสีย ไม่แต่งกลิ่นสังเคราะห์ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณและครอบครัวจะได้ดื่มด่ำกับรสชาติของธรรมชาติแท้ๆ 100% เหมือนมีฟาร์มญี่ปุ่นมาเสิร์ฟถึงบ้าน
คุณสมบัติเด่น
• น้ำผักผลไม้ 100% จากแครอทและส้ม
• อุดมด้วยวิตามิน A และ C
• มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant)
• ไม่เติมสี ไม่ใช้วัตถุกันเสีย
• แบรนด์ KAGOME ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำผักผลไม้จากญี่ปุ่น
ประโยชน์
• ช่วยบำรุงสายตาและผิวพรรณ (วิตามิน A จากแครอท)
• เสริมภูมิคุ้มกัน (วิตามิน C จากส้ม)
• ช่วยลดความเครียดของเซลล์จากอนุมูลอิสระ
• เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพแบบง่ายๆ ทุกวัน
เหนื่อยล้ามาทั้งวัน หรือเริ่มเช้าวันใหม่แบบอึนๆ ให้ Kagome ขวดนี้ช่วยดึงความสดใสกลับมา! การันตีคุณภาพส่งตรงจากญี่ปุ่น ดื่มง่าย ไม่เหม็นเขียว ใครที่ไม่ชอบกินผักต้องลอง แล้วคุณจะลืมภาพจำแบบเดิมๆ ไปเลย!
ทำไมสเต็กในร้านญี่ปุ่นถึงหอมเย้ายวนจนหยุดกินไม่ได้ ความลับอยู่ที่ “ซอส” ซอสสเต็กกระเทียมสูตรนี้โดดเด่นด้วยความหอมของกระเทียม ผสานความเค็มกลมกล่อมของโชยุ ให้รสชาติที่ลึกและมีมิติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อย่างฉ่ำๆ หรือหมูสเต็กนุ่มๆ เพียงราดซอสลงไปก็ช่วยดึงรสชาติให้โดดเด่นขึ้นทันที เหมาะทั้งสำหรับทำกินเองที่บ้าน หรือเพิ่มมูลค่าให้เมนูในร้านของคุณแบบง่ายๆ พูดง่ายๆ คือมีซองนี้ติดครัวไว้ ชีวิตการทำอาหารจะง่ายขึ้นเยอะและอร่อยขึ้นแบบไม่ต้องพยายามมาก
หากคุณกำลังมองหาเคล็ดลับที่จะทำให้สเต็กจานพิเศษของคุณสมบูรณ์แบบ ซอสสเต็ก รสกระเทียมนี้ คือคำตอบ ด้วยส่วนผสมที่ลงตัวของโชยุชั้นดีและกระเทียมคั่วที่ให้กลิ่นหอมเย้ายวนใจ พร้อมจุดเด่นเรื่อง “ความสะดวก” ใน 1 ซองใหญ่ที่บรรจุซอสแบบถ้วยย่อย 4 ถ้วย ช่วยให้คุมรสชาติได้เป๊ะทุกครั้ง ไม่ว่าจะทำกินเองหรือเสิร์ฟลูกค้า ก็อร่อยได้มาตรฐานเดียวกับร้านอาหารญี่ปุ่น โดยไม่ต้องเตรียมเครื่องปรุงให้วุ่นวาย
วิธีปรุงสเต็กให้อร่อย
1. เตรียมเนื้อ: นำเนื้อออกจากตู้เย็นพักไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 30 นาที เพื่อให้ความร้อนเข้าถึงเนื้อได้สม่ำเสมอเวลาทอด
2. การทอด: ตั้งกระทะให้ร้อนจัดด้วยไฟแรง นำเนื้อลงจี่ เมื่อเริ่มเห็นน้ำเนื้อซึมขึ้นมาที่ด้านบน ให้พลิกกลับด้านแล้วย่างต่อจนได้ความสุกที่ต้องการ
3. การใช้ซอส: จัดเนื้อใส่จาน "ก่อนรับประทาน" ให้หักถ้วยซอสราดลงบนเนื้อโดยตรง (ไม่ต้องนำซอสไปผัดในกระทะ เพื่อรักษาความหอมของกระเทียม)
วิธีเปิดใช้ถ้วยซอส (Puchitto)
• หันด้านฝาฟอยล์ขึ้นด้านบน
• พับตามรอยประจนได้ยินเสียง "ปุจิ"
• ค่อยๆ บีบซอสราดลงบนอาหาร
แนะนำเมนูอาหาร
นอกจากสเต็กเนื้อวัวแล้ว ยังสามารถนำไปปรับใช้กับเมนูอื่นๆ ได้หลากหลาย:
• สเต็กหมูหรือไก่: เพิ่มความหอมกรุ่นให้เนื้อขาว
• ข้าวหน้าเนื้อ (Gyudon): ราดบนเนื้อผัดหัวหอมทานกับข้าวสวยร้อนๆ
• แฮมเบิร์ก (Hamburger Steak): เพิ่มความชุ่มฉ่ำให้เนื้อบดปั้นก้อน
• ผัดผักรวมมิตรกระเทียมโชยุ: ใช้เป็นซอสปรุงรสจานด่วน
ถ้าคุณเป็นสายปิ้งย่างที่หลงรักกลิ่นหอมแบบร้านยากินิกุญี่ปุ่น ซอสบาร์บีคิวรสเผ็ดขวดนี้คือไอเทมที่ควรมีติดครัวไว้ จุดเด่นของซอสตัวนี้คือความเข้มข้นที่ผสมผสานระหว่างรสหวาน เค็ม และเผ็ดอย่างลงตัว พร้อมความหอมจากงา กระเทียม และเครื่องเทศที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับอาหารทุกจาน ยิ่งเวลานำไปย่างหรือผัด กลิ่นจะยิ่งหอมฟุ้ง ด้วยส่วนผสมจากผลไม้และซอสถั่วเหลืองสไตล์ญี่ปุ่น ทำให้รสชาติออกมากลมกล่อม ไม่เผ็ดแสบ แต่เป็นความเผ็ดนัวที่กินได้เรื่อยๆ ยิ่งกินกับเนื้อย่าง หมูสามชั้น ไก่ หรือซีฟู้ด ยิ่งเข้ากัน ข้อดีอีกอย่างคือใช้งานง่ายมาก จะใช้หมักเนื้อก่อนย่าง ราดบนข้าว ผัดกับเส้น หรือใช้เป็นน้ำจิ้มก็อร่อยครบจบในขวดเดียว เหมาะทั้งสำหรับทำอาหารกินเองในบ้าน หรือร้านอาหารที่ต้องการเพิ่มฟีลญี่ปุ่นแบบมืออาชีพ
ใครอยากเปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นมื้อฟีลญี่ปุ่นแบบจัดเต็ม ขวดนี้ตอบโจทย์แน่นอนค่ะ!
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อ หมู ไก่ หรือซีฟู้ด ก่อนย่างประมาณ 15–30 นาที เพื่อเพิ่มความนุ่มและความหอม
• ใช้เป็นน้ำจิ้มสำหรับปิ้งย่าง ชาบู หรือยากินิกุ
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือข้าวผัดญี่ปุ่น
• ใช้ผัดกับเส้นอุด้ง ยากิโซบะ หรือผัดผักสไตล์ญี่ปุ่น
• ทาซอสระหว่างย่าง เพื่อเพิ่มสีสวยและกลิ่นหอมเข้มข้น
• ใช้ทำเมนูสไปซี่ เช่น ไก่ทอดซอสเผ็ด หรือซี่โครงย่าง
เคล็ดลับความอร่อย
• อุ่นซอสเล็กน้อยก่อนราดหรือจิ้ม จะช่วยให้กลิ่นหอมชัดขึ้นและรสชาติเข้มข้นยิ่งขึ้น
แนะนำอาหาร
• ยากินิกุ: เนื้อวากิวหรือหมูสามชั้นย่าง เคลือบซอสฉ่ำๆ
• ข้าวหน้าเนื้อ: ผัดเนื้อสไลด์กับหอมใหญ่และซอส Ebara ราดบนข้าวสวยร้อนๆ
• บาร์บีคิวเสียบไม้: ทาซอสระหว่างย่างเพื่อเพิ่มความหอมและสีสันที่น่ากิน
• ผัดผักรวมมิตร: เพิ่มรสชาติให้ผักกรอบๆ ด้วยความหวานหอมจากผลไม้ในซอส
ถ้าคุณเป็นสายปิ้งย่างญี่ปุ่น บอกเลยว่าซอสขวดนี้คือไอเท็มที่ควรมีติดครัว! ซอสบาร์บีคิวญี่ปุ่น สูตรหวานเผ็ดกลาง ที่โดดเด่นด้วยรสชาติกลมกล่อม หอมเข้มข้น และมีมิติแบบซอสยากินิกุร้านดังในญี่ปุ่น ความพิเศษอยู่ที่การผสมผสานของผลไม้บดมากถึง 35% ทั้งความหวานธรรมชาติและความหอมสดชื่น เข้ากับโชยุญี่ปุ่น น้ำผึ้ง กระเทียม และเครื่องเทศอย่างลงตัว ทำให้ได้ซอสที่ไม่หวานเลี่ยน ไม่เค็มจัด แต่มีความนัว กินแล้วหยุดยาก จะใช้หมักเนื้อก่อนย่างก็ช่วยให้เนื้อนุ่มหอม ราดบนข้าวก็อร่อย หรือจะใช้ผัดเนื้อ ผัดหมู ทำข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือเมนูสไตล์ญี่ปุ่นต่างๆ ก็เข้ากันสุดๆ ยิ่งเวลานำไปย่างบนกระทะร้อน กลิ่นหอมของซอสจะเคลือบเนื้อจนชวนหิว เหมือนยกบรรยากาศร้านยากินิกุมาไว้ที่บ้าน เหมาะทั้งสำหรับคนทำอาหารกินเอง ร้านอาหาร หรือสายทำคอนเทนต์อาหาร เพราะแค่ราดซอสลงไป หน้าตาอาหารก็ดูน่ากินขึ้นทันที
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อหมู เนื้อวัว ไก่ หรือซีฟู้ดก่อนย่าง
• ใช้เป็นซอสจิ้มปิ้งย่างและชาบู
• ใช้ผัดเนื้อ ผัดผัก หรือข้าวผัดสไตล์ญี่ปุ่น
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือเบอร์เกอร์
• ใช้ทาระหว่างย่าง เพื่อเพิ่มความหอมและความเงาน่ากิน
อัตราส่วนแนะนำ
• เนื้อสัตว์ 300 กรัม ต่อซอสประมาณ 3–4 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วนำไปย่างหรือผัดได้เลย
เคล็ดลับความอร่อย
• เติมซอสช่วงท้ายก่อนอาหารสุก จะช่วยให้ซอสเคลือบเนื้อสวย หอมเข้มข้น และได้กลิ่นสไตล์ร้านยากินิกุญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูแนะนำ
• หมูย่างยากินิกุ
• ข้าวหน้าเนื้อ
• ข้าวหน้าหมูญี่ปุ่น
• ไก่ย่างซอสญี่ปุ่น
• ผัดเนื้อซอสญี่ปุ่น
• บอร์เกอร์สไตล์ญี่ปุ่น
• แซลมอนย่างซอสญี่ปุ่น
• ข้าวผัดยากินิกุ
ถ้าคุณเป็นสายปิ้งย่างญี่ปุ่น บอกเลยว่าซอสขวดนี้คือไอเท็มที่ควรมีติดครัว! ซอสบาร์บีคิวญี่ปุ่น สูตรหวานเผ็ดกลาง ที่โดดเด่นด้วยรสชาติกลมกล่อม หอมเข้มข้น และมีมิติแบบซอสยากินิกุร้านดังในญี่ปุ่น ความพิเศษอยู่ที่การผสมผสานของผลไม้บดมากถึง 35% ทั้งความหวานธรรมชาติและความหอมสดชื่น เข้ากับโชยุญี่ปุ่น น้ำผึ้ง กระเทียม และเครื่องเทศอย่างลงตัว ทำให้ได้ซอสที่ไม่หวานเลี่ยน ไม่เค็มจัด แต่มีความนัว กินแล้วหยุดยาก จะใช้หมักเนื้อก่อนย่างก็ช่วยให้เนื้อนุ่มหอม ราดบนข้าวก็อร่อย หรือจะใช้ผัดเนื้อ ผัดหมู ทำข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือเมนูสไตล์ญี่ปุ่นต่างๆ ก็เข้ากันสุดๆ ยิ่งเวลานำไปย่างบนกระทะร้อน กลิ่นหอมของซอสจะเคลือบเนื้อจนชวนหิว เหมือนยกบรรยากาศร้านยากินิกุมาไว้ที่บ้าน เหมาะทั้งสำหรับคนทำอาหารกินเอง ร้านอาหาร หรือสายทำคอนเทนต์อาหาร เพราะแค่ราดซอสลงไป หน้าตาอาหารก็ดูน่ากินขึ้นทันที
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อหมู เนื้อวัว ไก่ หรือซีฟู้ดก่อนย่าง
• ใช้เป็นซอสจิ้มปิ้งย่างและชาบู
• ใช้ผัดเนื้อ ผัดผัก หรือข้าวผัดสไตล์ญี่ปุ่น
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือเบอร์เกอร์
• ใช้ทาระหว่างย่าง เพื่อเพิ่มความหอมและความเงาน่ากิน
อัตราส่วนแนะนำ
• เนื้อสัตว์ 300 กรัม ต่อซอสประมาณ 3–4 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วนำไปย่างหรือผัดได้เลย
เคล็ดลับความอร่อย
• เติมซอสช่วงท้ายก่อนอาหารสุก จะช่วยให้ซอสเคลือบเนื้อสวย หอมเข้มข้น และได้กลิ่นสไตล์ร้านยากินิกุญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูแนะนำ
• หมูย่างยากินิกุ
• ข้าวหน้าเนื้อ
• ข้าวหน้าหมูญี่ปุ่น
• ไก่ย่างซอสญี่ปุ่น
• ผัดเนื้อซอสญี่ปุ่น
• บอร์เกอร์สไตล์ญี่ปุ่น
• แซลมอนย่างซอสญี่ปุ่น
• ข้าวผัดยากินิกุ
เคล็ดลับความอร่อยฉบับแม่บ้านญี่ปุ่น: ข้าวผัดปูที่ไม่ต้องแกะปูเอง
ถ้าคุณเคยหลงรักข้าวผัดญี่ปุ่น ที่หอมกลิ่นกระทะ รสชาติกลมกล่อมลงตัว แต่ทำเองทีไรก็ไม่เหมือนกินที่ร้านสักที… นี่คือคำตอบที่จะเปลี่ยนห้องครัวของคุณให้กลายเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นเลิศ! ผงปรุงรสข้าวผัดปูยอดฮิตจากนากาทานิเอ็น เคล็ดลับความอร่อยฉบับแม่บ้านญี่ปุ่นที่ทำให้การทำข้าวผัดเป็นเรื่องง่ายๆ โดยไม่ต้องเสียเวลาแกะปูเอง ความพิเศษอยู่ที่การผสมผสานเครื่องปรุงรสต้นตำรับ ทั้งความหอมของโชยุและรสชาติเข้มข้นจากวัตถุดิบคุณภาพ ช่วยเคลือบเม็ดข้าวให้มันวาว ร่วนสวย และมีมิติรสชาติที่เค็มหวานกำลังดีแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้าที่เร่งรีบ มื้อดึกที่ต้องการความฟิน หรือจะใช้เป็นสูตรลับประจำร้านเพื่อควบคุมมาตรฐานความอร่อยให้คงที่ ช่วยลดเวลาและเพิ่มความประทับใจให้ทุกจานได้ระดับมืออาชีพ เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัวที่จะสนุกกับการทำอาหารและอร่อยไปพร้อมกัน พูดง่ายๆ คือ… ซองเดียวจบเรื่องความอร่อย ให้รสชาติต้นตำรับส่งตรงจากญี่ปุ่นถึงจานคุณ!
วิธีการทำ
แบบที่ 1: ข้าวผัดมาตรฐาน (ใช้กระทะ)
• ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ ใช้ไฟกลาง เทไข่ไก่ที่ตีแล้ว 1 ฟองลงไปผัดพอสุก
• ใส่ข้าวสวย (ประมาณ 250 กรัม) ลงไปผัดให้เข้ากับไข่ประมาณ 1 นาที
• โรยผงปรุงรส 1 ซองเล็กให้ทั่ว แล้วผัดเร็วๆ ด้วยไฟกลางอีกประมาณ 1 นาที 30 วินาที พร้อมเสิร์ฟ
แบบที่ 2: เมนูข้าวอบสไตล์ปาเอญ่า (ใช้หม้อหุงข้าว)
• ซาวข้าว 2 ถ้วยตวง เติมน้ำในปริมาณปกติเหมือนหุงข้าวสวย
• ใส่ผงปรุงรส 3 ซอง, อาหารทะเลแช่แข็ง (200 กรัม), พริกหยวกหั่นเต๋า ลงไปในหม้อแล้วกดหุงปกติ
• เมื่อข้าวสุก ราดน้ำมันมะกอกเล็กน้อย คลุกเคล้าให้เข้ากัน
ซอสสเต็กหัวหอมจากเอบาระ คือหนึ่งในเคล็ดลับที่ร้านอาหารญี่ปุ่นนิยมใช้ เพราะรสชาติไม่ได้แค่เค็มหรือหวาน แต่มีความกลมกล่อม จากการผสมผสานของหัวหอมที่ผ่านการปรุงจนหอมละมุน กับโชยุสูตรเฉพาะ ทำให้ซอสมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ช่วยขับรสชาติของเนื้อให้โดดเด่นขึ้น สิ่งที่ทำให้ซอสตัวนี้แตกต่างคือ มันไม่ได้กลบรสเนื้อ แต่กลับช่วยดึงรส ของวัตถุดิบออกมาให้ชัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัวที่มีความฉ่ำ หมูที่นุ่ม หรือไก่ที่หอม ซอสจะเคลือบทุกคำให้มีมิติของรสชาติแบบพอดีๆ ไม่หนักจนเลี่ยน และไม่จางจนรู้สึกขาดอะไรไป สำหรับคนที่ทำอาหารทานเองที่บ้าน ซอสนี้เหมือนเป็นตัวช่วยลัดที่เปลี่ยนเมนูธรรมดาให้ดูโปรขึ้นทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาปรุงซอสเองหลายขั้นตอน แค่ย่างเนื้อให้ได้ระดับความสุกที่ชอบ แล้วราดซอสลงไป ความหอมจะลอยขึ้นทันทีเหมือนยืนอยู่หน้าเตาในร้านอาหารญี่ปุ่น ยิ่งถ้าใครทำร้านอาหารหรือขายเดลิเวอรี่ ซอสแบบซองยังช่วยควบคุมปริมาณได้ง่าย ทำให้รสชาติแต่ละจานคงที่ ลูกค้ากินครั้งไหนก็ได้มาตรฐานเดียวกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับธุรกิจอาหาร และความดีงามไม่ได้หยุดแค่สเต็ก เพราะซอสตัวนี้ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเมนูอื่นได้อีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นแฮมเบิร์ก ข้าวผัด หรือเนื้อย่างกระทะร้อน เรียกได้ว่าซองเดียวแต่ใช้งานได้หลากหลาย ซอสตัวนี้คือคำตอบที่ทั้งง่ายและคุ้มค่า…แบบที่ลองครั้งเดียวแล้วมักจะมีติดบ้านยาวๆ
วิธีใช้ง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน:
1. เตรียมเนื้อ: นำเนื้อออกมาพักให้อยู่ในอุณหภูมิห้องก่อนย่างประมาณ 30 นาที
2. ย่างให้เป๊ะ: ตั้งกระทะให้ร้อน ย่างเนื้อจนได้ความสุกที่ต้องการ
3. ราดความอร่อย: จัดเนื้อใส่จาน แล้วหยิบซอสปรุงรสสเต็ก รสหัวหอมใหญ่ มาหักถ้วยแล้วราดลงบนเนื้อได้ทันที
(ตัวซอสสามารถทานได้เลยโดยไม่ต้องนำไปอุ่นร้อน เพื่อคงรสชาติสดใหม่)
วิธีเปิดใช้ถ้วยซอส (Puchitto)
• หันด้านฝาฟอยล์ขึ้นด้านบน
• พับตามรอยประจนได้ยินเสียง "ปุจิ"
• ค่อยๆ บีบซอสราดลงบนอาหาร
แนะนำเมนูอาหาร
• สเต็กเนื้อ/หมู/ไก่: ย่างเนื้อสัตว์ที่ชอบจนสุก พักเนื้อไว้ แล้วราดซอสจากถ้วยได้ทันที
• แฮมเบิร์ก: เนื้อบดปั้นก้อนย่างฉ่ำๆ ราดซอสนี้จะช่วยตัดเลี่ยนมันเนื้อได้ดีมาก
• ปลาแซลมอนย่าง: ราดซอสนี้บนแซลมอนย่างเกลือ จะได้รสชาติสไตล์ญี่ปุ่น
• ข้าวหน้าเนื้อ: ผัดเนื้อสไลด์กับหอมหัวใหญ่ในกระทะ พอสุกแล้วเทซอส ลงไปคลุกให้เข้ากัน วางบนข้าวสวยร้อนๆ
• ข้าวหน้าหมูทอด: ใช้ราดแทนซสทงคัตสึแบบเดิมๆ สำหรับคนที่ชอบรสชาติที่หอมสดชื่นจากหอมหัวใหญ่
• หมูผัดหอมหัวใหญ่: ใช้ซอสนี้เป็นเบสในการผัดหมูสไลด์ เพิ่มต้นหอมญี่ปุ่นหรือพริกหยวก อร่อยแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม
หากคุณเป็นสายทำอาหารที่หลงรักในรสชาติของอาหารจีนสไตล์กวางตุ้ง แต่กังวลเรื่องการเตรียมเครื่องปรุงที่ซับซ้อน ทั้งน้ำมันหอย ซีอิ๊ว เหล้าจีน และการคุมสมดุลรสชาติ Ebara แบรนด์เครื่องปรุงชั้นนำจากญี่ปุ่น ได้คิดค้นนวัตกรรมที่จะทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นด้วยซอสซีรีส์ "Petit" (พุจิ) ที่ย่อส่วนความอร่อยระดับภัตตาคารมาไว้ในถ้วยจิ๋วเพียงถ้วยเดียว
ทำไมต้อง "ชิงเยาโรซู" (Chin-jao Rosu)
เมนูเนื้อผัดพริกหยวก หรือ ชิงเยาโรซู คือเมนูยอดฮิตในครัวเรือนและร้านอาหารทั่วญี่ปุ่น จุดเด่นคือความกรอบของพริกหยวก ความนุ่มของเนื้อเส้น และรสชาติที่เค็มหวานกลมกล่อม จากซอสหอยนางรมผสานสารสกัดหอยเชลล์ หอม นัว แบบร้านดัง ซึ่งซอสของ Ebara นี้ได้ถอดรหัสความอร่อยนั้นออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
วิธีปรุงให้เหมือนมือโปร : เพื่อให้ได้รสสัมผัสที่ยอดเยี่ยมที่สุด
• การเตรียม: หั่นเนื้อและพริกหยวกให้เป็นเส้นยาวๆ ขนาดเท่าๆ กัน (หากชอบหน่อไม้เส้น สามารถเพิ่มลงไปได้)
• การผัด: ตั้งน้ำมันให้ร้อนจัด นำเนื้อลงไปผัดจนสีเริ่มเปลี่ยน 70-80% จากนั้นตามด้วยผักที่เตรียมไว้
• การปรุง: เมื่อผักเริ่มสลด ให้กดฝาซอส Ebara Petit แล้วเทลงไปทันที เร่งไฟแรงแล้วคลุกเคล้าเร็วๆ (ประมาณ 30 วินาที - 1 นาที) เพื่อให้ซอสเคลือบเงาไปบนชิ้นเนื้อ
• พร้อมเสิร์ฟ: ตักขึ้นใส่จาน ทานคู่กับข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ หรือข้าวหอมมะลิก็เข้ากันได้ดีเยี่ยม
แนะนำเมนูอาหาร
1. หมูสามชั้นผัดบล็อกโคลี่และเห็ดหอม
• ได้ความหวานจากบล็อกโคลี่และความหอมของเห็ดหอม ซึ่งเข้ากับเบสซอสหอยนางรมในแคปซูลได้ดี
2. ข้าวหน้าเนื้อญี่ปุ่นสไตล์ฟิวชั่น
• ปกติข้าวหน้าเนื้อจะใช้โชยุและมิริน ถ้าใช้ซอสตัวนี้จะได้ความหอมแบบอาหารจีน เข้ากับข้าวสวยร้อนๆ ได้ดีมาก
3. เต้าหู้ทรงเครื่องน้ำแดง
• เปลี่ยนจากเต้าหู้มาโปแบบเผ็ด มาเป็นแบบกลมกล่อมหอมกลิ่นหอยเชลล์
4. เส้นใหญ่ผัดซอสฮ่องกง
• เมนูนี้เหมาะมากสำหรับใครที่ชอบทานก๋วยเตี๋ยวผัด
5. ผัดผักรวมมิตรทะเล
• เป็นเมนูเบสิกที่อร่อยขึ้นทันทีเพราะความ "อูมามิ" จากหอยเชลล์ในซอส
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รักการทำสเต็กกินเองที่บ้าน แต่เบื่อปัญหาซอสขวดใหญ่ที่เปิดแล้วใช้ไม่หมดจนเสียรสชาติ เอบาระ ซอสปรุงรสสเต็ก รสหัวไชเท้า คือคำตอบที่คุณตามหา ด้วยแนวคิด "Freshness in every pod" หรือความสดใหม่ในทุกถ้วย ทำให้ซอสตัวนี้โดดเด่นกว่าใคร รสชาติ ซอสโชยุสไตล์ญี่ปุ่น ที่ผสมกับหัวไชเท้าขูดละเอียด เมื่อราดลงบนเนื้อที่ร้อนๆ กลิ่นหอมของโชยุและมิรินจะพุ่งขึ้นมาทันที ความเปรี้ยวเบาๆ จากน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลและน้ำส้มโอ ช่วยชูรสหวานของเนื้อให้เด่นชัดขึ้น เป็นรสชาติแบบ "วากิวสไตล์" ที่ชาวญี่ปุ่นนิยมกันมากที่สุด นอกจากจะใช้ราดสเต็กแล้ว ยังประยุกต์เป็นน้ำจิ้มเนื้อย่าง หรือราดปลาย่างก็อร่อยไม่แพ้กัน พกพาสะดวก จะไปแคมป์ปิ้ง หรือจัดปาร์ตี้สเต็กที่คอนโด ก็สะดวกสบายไม่ต้องกลัวเลอะเทอะ นี่คือไอเทมลับที่จะเปลี่ยนมื้อธรรมดาให้เป็นมื้อพิเศษในพริบตา
วิธีใช้ง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน:
1. เตรียมเนื้อ: นำเนื้อออกมาพักให้อยู่ในอุณหภูมิห้องก่อนย่างประมาณ 30 นาที
2. ย่างให้เป๊ะ: ตั้งกระทะให้ร้อน ย่างเนื้อจนได้ความสุกที่ต้องการ
3. ราดความอร่อย: จัดเนื้อใส่จาน แล้วหยิบซอสปรุงรสสเต็ก รสหัวหอมใหญ่ มาหักถ้วยแล้วราดลงบนเนื้อได้ทันที
(ตัวซอสสามารถทานได้เลยโดยไม่ต้องนำไปอุ่นร้อน เพื่อคงรสชาติสดใหม่)
วิธีเปิดใช้ถ้วยซอส (Puchitto)
• หันด้านฝาฟอยล์ขึ้นด้านบน
• พับตามรอยประจนได้ยินเสียง "ปุจิ"
• ค่อยๆ บีบซอสราดลงบนอาหาร
แนะนำเมนูอาหาร
• แฮมเบิร์กสไตล์ญี่ปุ่น (Wafu Hambagu) วางใบชิโซะหรือวางไชเท้าขูดเพิ่มด้านบน แล้วราดด้วยซอส 1 ถ้วย ความเปรี้ยวหวานของซอสจะช่วยลดความมันของเนื้อบดได้ดีมาก
• สลัดหมูชาบู (Pork Shabu Salad) ใช้ซอสราดเป็นน้ำสลัดได้เลย รสชาติจะเบากว่าน้ำสลัดครีม เหมาะสำหรับคนที่คุมน้ำหนัก
• ปลาซาบะหรือปลาแซลมอนย่างเกลือ ราดซอสลงไปข้างๆ หรือราดบนตัวปลา รสเปรี้ยวจากน้ำส้มโอในซอสจะช่วยดับคาวปลาและชูรสหวานของเนื้อปลาได้ยอดเยี่ยม
• เต้าหู้เย็นทรงเครื่อง (Hiyayakko) ราดซอสลงไปแทนโชยุธรรมดา เนื้อไชเท้าในซอสจะเข้าไปเกาะกับตัวเต้าหู้ ทำให้ได้รสสัมผัสที่เข้มข้นกว่าเดิม
• ข้าวหน้าเนื้อย่าง (Gyudon Style) ราดซอสลงไปคลุกกับเนื้อขณะอยู่ในกระทะแป๊บเดียว หรือราดสดๆ บนข้าว รสชาติโชยุและกลิ่นหอมของหัวหอมในซอสจะซึมเข้าเนื้อ
เปิดประสบการณ์รสชาติของข้าวญี่ปุ่นแท้ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชาแห่งข้าว" ของประเทศญี่ปุ่น ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ค่ะ
ข้าวชิ้นนี้คือ ข้าวโคชิฮิคาริ (Koshihikari) ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ยอดนิยมและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวที่มาจากจังหวัด นีงาตะ (Niigata) ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงด้านคุณภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จังหวัดนีงาตะได้รับพรจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปลูกข้าวชั้นดี เช่น ดินที่อุดมสมบูรณ์จากตะกอนแม่น้ำสำคัญอย่างแม่น้ำชินาโนะ (Shinano River) และแม่น้ำอะงาโนะ (Agano River) รวมถึงมีน้ำบริสุทธิ์จากหิมะที่ละลาย (Snowmelt Water) และที่สำคัญคือ ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน ที่สูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความหวานและรสชาติของข้าว
ข้าวโคชิฮิคาริสายพันธุ์นีงาตะมีจุดเด่นหลัก ๆ ที่ทำให้เป็นที่รักของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
ความเหนียวและหนึบ (Stickiness): มีสัมผัสที่ เหนียวหนึบ (Mochimochi) และยืดหยุ่นกำลังดี ไม่แข็งกระด้าง
ความหวานและอูมามิ (Sweetness & Umami): มีรสหวานตามธรรมชาติที่ชัดเจน และมีรส อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นในทุกเม็ด
กลิ่นหอมและเงางาม: เมื่อหุงสุกแล้วจะมี กลิ่นหอมที่ละมุน และเมล็ดข้าวจะมีความ เงางามเป็นประกาย น่ารับประทาน
ด้วยรสชาติที่โดดเด่นและสมดุล ทำให้ข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะอร่อยมากแม้ว่าจะทานเปล่า ๆ โดยไม่ต้องมีกับข้าวค่ะ นอกจากนี้ยังรักษาความอร่อยไว้ได้ดีแม้จะเย็นลง จึงเหมาะมากสำหรับทำข้าวปั้น โอนิกิริ (Onigiri) หรือใส่ในกล่องข้าวเบนโตะ (Bento)
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
ข้าวโคชิฮิคาริมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่สมดุล ทำให้เข้ากันได้ดีกับอาหารหลากหลายประเภทค่ะ:
ข้าวสวย (Plain White Rice): ทานเปล่า ๆ คู่กับเครื่องเคียงง่าย ๆ อย่างซุปมิโสะ (Miso Soup) และผักดอง (Tsukemono) เพื่อสัมผัสรสชาติแท้ ๆ ของข้าว
ซูชิ (Sushi) และโอนิกิริ (Onigiri): ด้วยความเหนียวหนึบ ทำให้ปั้นได้ง่ายและคงรูปได้ดีเมื่อเย็นลง
เมนูอาหารญี่ปุ่นทั่วไป: เหมาะสำหรับทานคู่กับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด เช่น ปลาย่าง, เทมปุระ (Tempura) หรือข้าวหน้าต่าง ๆ (Donburi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
เพื่อให้ได้ข้าวที่อร่อยที่สุด ควรทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
1. ซาวข้าว (Rinsing): ซาวข้าวอย่างเบามือเพื่อล้างฝุ่นออก เปลี่ยนน้ำประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำเริ่มใส
2. แช่น้ำ (Soaking): แช่ข้าวในน้ำสะอาดทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ในฤดูร้อน หรือ 60 นาที ในฤดูหนาว เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำอย่างเต็มที่
3. หุง (Cooking): หุงตามอัตราส่วนน้ำที่ระบุบนเครื่องหุงข้าว หรือใช้อัตราส่วนข้าว 1 ส่วนต่อน้ำประมาณ 1.1 - 1.2 ส่วน
4. พักข้าว (Steaming): เมื่อหุงเสร็จแล้ว ห้ามเปิดฝา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ไอน้ำระอุและข้าวสุกทั่วถึง ก่อนจะใช้ไม้พายคลุกเบา ๆ ก่อนตักเสิร์ฟค่ะ
ลองนำข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะไปหุงดูสิคะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมข้าวญี่ปุ่นแท้ ๆ ถึงมีเสน่ห์และเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น ที่คุณก็สามารถสร้างสรรค์ความอร่อยนี้ได้ที่บ้านค่ะ
ราเมนซุปกระดูกหมู กลมกล่อม เข้มข้น ต้นตำรับญี่ปุ่น หอมกลิ่นงากำลังดี พร้อมด้วยรสชาติเผ็ดอ่อนๆ จากพริกญี่ปุ่น พร้อมไข่อบแห้งและผักอบแห้ง
• เอาใจคุณหนู ๆ ด้วยรสชาติหอมละมุน กลมกล่อมจากปู พร้อมปูอัดอบแห้ง, ไข่อบแห้ง, ต้นหอมอบแห้ง และแผ่นปลาโดราเอมอนแสนอร่อย