มาทำไก่ทอดคาราอาเกะสไตล์จีนกันเถอะ!
Weipa karaage ko ปรับสูตรจากสูตรคาราอาเกะเดิมๆ ให้ออกมาเป็นสไตล์จีน มีรสของกระเทียม ความสไปซี่จากเครื่องเทศ และกลิ่นหอมเฉพาะตัว เมื่อนำมาผสมเข้ากับเนื้อไก่แล้วนำไปทอด ก็จะได้ลิ้มรสคาราอาเกะที่กรอบอร่อยอย่างไม่จำเจ
ส่วนผสม
- แป้งคาราอาเกะ 1 ซอง
- น้ำเปล่า 80 มล.
- เนื้อไก่ 400-500กรัม
วิธีทำ
1. นำแป้ง และ น้ำ มาผสมและคนให้เข้ากัน
2. หั่นเนื้อไก่เป็นชิ้นพอดีคำ จากนั้นนำไปชุบกับแป้งที่ผสมเตรียมไว้
3. ตั้งกระทะและน้ำมัน อุณหภูมิ 165-175 องศา
4. นำไก่ที่ชุปแป้งลงไปทอด ประมาน 3-4 นาที แล้วจึงนำขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน
ทงคตสึราเมงผสานรสอูมามิจากมิโซะฮอกไกโด เข้มข้น ลงตัว
นิสชิน (Nissin) ถือเป็นแบรนด์บะหมี่ชื่อดังระดับโลกที่หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดี ในซีรีส์ Demae Ramen Bar Noodle นี้ได้นำเสนอราเมงเส้นตรงที่ไม่ผ่านการทอด เมื่อนำมาต้มเพียงไม่กี่นาทีคุณจะได้สัมผัสกับเส้นราเมงเหนียวนุ่มที่เข้ากันได้ดีกับน้ำซุปรสชาติกลมกล่อม สำหรับห่อสีส้มนี้เป็นราเมงรสทงคตสึมิโซะฮอกไกโด ที่มีน้ำซุปเข้มข้นจากกระดูกหมูเคี่ยวอย่างพิถีพิถันจนได้กลิ่นหอมเข้มข้น ผสานรสอูมามิตามธรรมชาติจากมิโซะฮอกไกโดที่หมักจากถั่วเหลืองในประเทศญี่ปุ่น ให้ความเค็มและหวานแบบนุ่มนวล หอมกลิ่นถั่วเหลือง เพียงเติมเนื้อสัตว์และผักที่ชอบอีกนิด อร่อยกลมกล่อมถูกใจแน่นอนค่ะ วิธีอร่อยกับ Nissin Bar Ramen 1. ต้มน้ำ 450 มล. ให้เดือด จากนั้นใส่เส้นราเมงลงไปต้มประมาณ 3 นาที ฉีกซองซุปผง (Soup Base) ใส่ลงในถ้วย 2. เมื่อเส้นสุกได้ที่ ยกลงจากเตา เทน้ำร้อนลงในถ้วยที่เตรียมไว้เพื่อละลายผงซุป จากนั้นใส่เส้นราเมงลงไป คนให้เข้ากัน 3. ฉีกซองซอสปรุงรสมิโซะ (Seasoning Sauce) ใส่ลงในถ้วย เติมเนื้อสัตว์ ผัก หรือท้อปปิ้งอื่นๆ ตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ
ซุปมิโซะขาว อร่อยกลมกล่อม หอมสดชื่น
หากคุณชอบทานราเมนของนิสชิน นี่คือรสชาติที่คุณห้ามพลาด
นิสชิน (Nissin) ถือเป็นแบรนด์บะหมี่ชื่อดังระดับโลกที่หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดี ในซีรีส์ Demae Ramen Bar Noodle นี้ได้นำเสนอราเมงเส้นตรงที่ไม่ผ่านการทอด เมื่อนำมาต้มเพียงไม่กี่นาทีคุณจะได้สัมผัสกับเส้นราเมงเหนียวนุ่มที่เข้ากันได้ดีกับน้ำซุปรสชาติกลมกล่อม สำหรับห่อสีดำนี้เป็นรสซุปทงคตสึที่เคี่ยวจากกระดูกหมูจนได้รสอูมามิเข้มข้น เพิ่มความหอมด้วยงาและน้ำมันกระเทียมดำที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ โดยเฉพาะวิตามินซี, ซีลีเนียม และโพแทสเซียม ช่วยลดไขมันและคอเลสเตอรอลในเลือด, ลดความดันโลหิต, ลดน้ำตาลในเลือด, และมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยให้การไหลเวียนของเลือดในร่างกายทำงานได้ดียิ่งขึ้น น้ำซุปกลมกล่อมทานคู่กับเส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม เพียงเติมเนื้อสัตว์และผักที่ชอบอีกนิดก็อร่อยลงตัวแล้วค่ะ วิธีอร่อยกับ Nissin Bar Ramen 1. ต้มน้ำ 450 มล. ให้เดือด จากนั้นใส่เส้นราเมงลงไปต้มประมาณ 3 นาที ฉีกซองซุปผง (Soup Base) ใส่ลงในถ้วย 2. เมื่อเส้นสุกได้ที่ ยกลงจากเตา เทน้ำร้อนลงในถ้วยที่เตรียมไว้เพื่อละลายผงซุป จากนั้นใส่เส้นราเมงลงไป คนให้เข้ากัน 3. ฉีกซองน้ำมันกระเทียมดำ (Black Garlic Oil) ใส่ลงในถ้วย เติมเนื้อสัตว์ ผัก หรือท้อปปิ้งอื่นๆ ตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ
นิสชิน คัพ นูดเดิล รสซุปทะเลน้ำข้น
• รสซุปทะเลน้ำข้น รสชาติที่เป็นที่รู้จักกันดีของนิสชินที่เสิร์ฟความอร่อยตามสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ พร้อมเส้นบะหมี่แบบออริจินัล อีกทั้งปูอัดอบแห้ง, ปลาหมึกอบแห้ง, กะหล่ำปลีอบแห้ง, แครอทอบแห้ง และต้นหอมอบแห้ง
"มารุ อุมะ เคอร์รี่ อุด้ง" สุดยอดความอร่อยจากซุปสูตรพิเศษรสแกงกะหรี่
อุด้งกึ่งสำเร็จรูปรสแกงกะหรี่ ถ้วยนี้มาพร้อมรสชาติของน้ำซุปดาชิเข้มข้นและน้ำซุปแกงกะหรี่สไตล์ญี่ปุ่น เส้นอุด้งเหนียวนุ่ม เคี้ยวหนึบ เข้ากันอย่างลงตัวกับน้ำซุปแกงกะหรี่ที่มีความข้นกำลังดี สำหรับใครที่ชื่นชอบรสแกงกะหรี่ บอกเลยว่าห้ามพลาดค่ะ
วิธีทำ
1. เปิดฝาออก เทน้ำร้อนลงไป 300 มล.
2. ปิดฝา รอประมาณ 3 นาที
3. เติมเครื่องปรุงรส และเครื่องเคียงลงไป จากนั้นคนให้เข้ากัน เพียงเท่านี้ก็พร้อมรับประทานแล้วค่ะ
ทำไมเมนูนี้ถึงนิยมในญี่ปุ่น
“มะโบะฮารุซาเมะ” เป็นเมนูวุ้นเส้นผัดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอาหารจีน แต่ถูกปรับรสชาติให้เข้ากับสไตล์ญี่ปุ่น จึงมีความหวานกลมกล่อมและทานง่าย เมนูนี้จึงกลายเป็นอาหารยอดนิยมที่มักพบในครัวเรือนญี่ปุ่น เพราะทำง่าย อิ่มท้อง และสามารถปรับสูตรได้หลากหลายตามวัตถุดิบที่มีอยู่ เช่น หมูสับ เต้าหู้ กุ้ง หรือผักต่างๆ
ผลิตภัณฑ์มะโบะฮารุซาเมะ จากแบรนด์นากาทานิเอ็น ถูกออกแบบมาเพื่อให้ทุกคนสามารถทำเมนูนี้ได้อย่างสะดวก ภายในซองมีวุ้นเส้นคุณภาพดีและซอสปรุงรสหวานเข้มข้นที่ผสมผสานเครื่องเทศสไตล์จีนและญี่ปุ่นอย่างลงตัว เมื่อนำไปผัดรวมกับเนื้อสัตว์หรือผัก ซอสจะซึมเข้าเส้นวุ้นใสเหนียวนุ่ม ทำให้ได้รสชาติกลมกล่อม หอมเครื่องเทศเล็กน้อย และหวานกำลังดี เหมาะกับทุกวัย ด้วยความสะดวกและรสชาติที่อร่อยลงตัว จึงทำให้เมนูวุ้นเส้นผัดซอสสไตล์ญี่ปุ่นจานนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก ไม่ว่าจะทำเป็นมื้ออาหารง่าย ๆ สำหรับครอบครัว หรือใช้เป็นเมนูเสริมในร้านอาหาร ก็สามารถสร้างความอร่อยแบบญี่ปุ่นแท้ได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที
วิธีปรุงเพื่อรับประทาน
• เตรียมเห็ดหูหนู หน่อไม้ หมูสับ แครอท และพริก ในปริมาณพอดีกับซอสในซอง
• ตั้งกระทะใส่น้ำลงไป 400 มล. ฉีกซองวุ้นเส้นแห้งเทลงไป คนเล็กน้อยจนเดือด
• เมื่อเดือด ให้ใส่วัตถุดิบที่เตรียมไว้ลงในกระทะ คนเบาๆ จนทุกอย่างสุก จากนั้นฉีกซองเครื่องปรุงรสเทลงไป
คนให้เข้ากัน เคี่ยวต่อประมาณ 3–5 นาที ตักใส่จานพร้อมรับประทาน
เคล็ดลับเพิ่มความอร่อย :โรยต้นหอม หรือพริกญี่ปุ่นเล็กน้อย จะช่วยเพิ่มกลิ่นหอมและรสชาติให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น
"มารุ อุมะ โคเอบิเตน โซบะ" โซบะกึ่งสำเร็จรูปรสกุ้งเทมปุระ ความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นที่คุณไม่ควรพลาด!
โซบะกึ่งสำเร็จรูปรสกุ้งเทมปุระถ้วยนี้ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ด้วยน้ำซุปหอมกรุ่นจากโชยุ ผสมผสานอย่างลงตัวกับกลิ่นอายของปลาโบนิโตะคาเระโบชิ และปลาโบนิโตะแห้ง ให้รสชาติที่เข้มข้น เส้นโซบะนุ่มอร่อยเข้ากันได้อย่างลงตัวกับน้ำซุป บอกเลยว่าห้ามพลาดค่ะ
วิธีทำ
1. เปิดฝาออก เทน้ำร้อนลงไป 300 มล.
2. ปิดฝา รอประมาณ 3 นาที
3. เติมเครื่องปรุงรส และเครื่องเคียงลงไป จากนั้นคนให้เข้ากัน เพียงเท่านี้ก็พร้อมรับประทานแล้วค่ะ
มารุ อุมะ คิทสึเนะอุด้ง สุดยอดความอร่อยจากซุปสูตรพิเศษ
น้ำซุปสูตรพิเศษที่ปรุงรสมาให้เข้ากันกับเส้นอูด้งที่เหนียวนุ่ม เบสน้ำซุปดาชิจากสาหร่ายคอมบุผสมเข้ากับโชยุ และเพิ่มรสอูมามิแบบสไตล์ญี่ปุ่นด้วย ปลาคัทสึโอะ และเห็ดชิตาเกะ มาพร้อมกับเครื่องแน่นๆเพิ่มสีสรรค์ให้น่าทานด้วย Aburaage หรือเต้าหู้ทอดสไตล์ญี่ปุ่น เกล็ดเทมปุระ สาหร่ายปรุงรส สีเหลืองจากไข่ และปิดท้ายด้วยต้นหอมสีเขียวน่ารับประทาน
วิธีทำ
1. เปิดฝาออก เทน้ำร้อนลงไป 300 มล.
2. ปิดฝา รอประมาณ 3 นาที
3. เติมเครื่องปรุงรส และเครื่องเคียงลงไป จากนั้นคนให้เข้ากัน เพียงเท่านี้ก็พร้อมรับประทานแล้วค่ะ
การทำซุปมิโซะจะไม่ยากอีกต่อไป
ซุปมิโซะผสมสาหร่ายวากาเมะ จากแบรนด์ ฮิคาริ มิโซะ (Hikari Miso) การทานซุปมิโซะกับอาหารญี่ปุ่นนั้นถือเป็นของคู่กัน นี่คือวิธีที่คุณจะได้ลิ้มรสซุปมิโซะที่ดีที่สุด ทั้งสะดวก ง่าย และรวดเร็ว ซองเล็กพกติดตัวได้ ในแพ็คจะมีทั้งหมด 12 ซอง สำหรับการทาน 12 ที่
วิธีทำ
1. เทมิโซะลงในถ้วยซุป
2. เติมน้ำร้อนประมาณ 160 มล. คนให้เข้ากัน เพียงเท่านี้ก็พร้อมรับประทานแล้วค่ะ
ชาเขียวเซนฉะแบบใบ จากเมืองชิซูโอกะ
ชาเขียวญี่ปุ่น จากเมือง Shizuoka ถือเป็นชาเขียวคุณภาพดี มีชื่อเสียงทั้งในประเทศญี่ปุ่น และต่างประเทศ เราคัดเลือกแต่ยอดอ่อนของใบชา ผ่านกรรมวิธีหมักตามแบบเฉพาะ เพื่อให้คุณได้สัมผัสกับรสชาติ สี และกลิ่นแบบต้นตำรับแท้ๆ
ขั้นตอนการชงชา
• เทน้ำเดือนลงในถ้วยชา 300 มล. แล้วรอให้น้ำเย็นลงประมาณ 80 องศา (เพื่อไม่ให้น้ำร้อนเกินไปจนทำให้รสชาติของชาขม)
• ใส่ใบชาลงในถ้วยชาประมาณ 6กรัม (1 ช้อนโต๊ะ) จากนั้นเติมน้ำร้อนที่เตรียมไว้ลงไป
• แช่ใบชาทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที หรือจนได้รสชาติตามที่ต้องการ (หากแช่นานเกินไปอาจจะทำให้ชาขม)
• กรองใบชาออกจากน้ำชา จากนั้นสามารถดื่มได้ทันที
หากพูดถึงเมนูเส้นที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่น หนึ่งในเมนูที่หลายคนรู้จักคือ วุ้นเส้นผัดซอส เมนูนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากอาหารจีน แต่ถูกปรับรสชาติให้กลมกล่อมและเข้ากับสไตล์การกินของชาวญี่ปุ่น จึงมีรสเผ็ดกำลังดี หอมเครื่องเทศ และมีความกลมกล่อมมากขึ้น วุ้นเส้นที่ใช้มีความเหนียวนุ่ม ดูดซับซอสได้ดี ทำให้ทุกคำเต็มไปด้วยรสชาติของซอสหมาล่าที่เข้มข้น ภายในซองมีทั้งวุ้นเส้นและซอสปรุงรสพร้อมเครื่องปรุงต่าง ๆ ทำให้สะดวกในการทำ เพียงเติมน้ำแล้วเคี่ยวไม่กี่นาที ก็ได้เมนูวุ้นเส้นผัดซอสหอม ๆ ที่อร่อยเหมือนทำจากร้านอาหาร เมนูนี้ยังสามารถปรับแต่งได้หลากหลาย เช่น ใส่หมูสับ เต้าหู้ เห็ด หรือผักต่าง ๆ เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการและทำให้มื้ออาหารสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับทั้งคนที่ชอบอาหารญี่ปุ่น คนรักเมนูเส้น และคนที่ต้องการเมนูง่าย ๆ แต่รสชาติอร่อยระดับพรีเมียม 1 ซองสามารถทำทานได้ถึง 3 ที่ สามารถเพิ่มคุณค่าทางอาหารและรสชาติให้ดียิ่งขึ้น โดยการเติม ผักสด (เช่น ต้นหอมญี่ปุ่น), เนื้อสัตว์เพิ่มเติม (เช่น หมูสับหรือกุ้ง) หรือเสิร์ฟคู่กับข้าวสวยร้อนๆ จะเข้ากันดี
วิธีปรุงเพื่อรับประทาน
วิธีทำด้วยกระทะ :
• เตรียมเห็ดหูหนู, หน่อไม้, หมูสับ, แครอทและพริก ในปริมาณที่พอดีกับซอสในซอง
• เตรียมน้ำสะอาด 400 มล. ฉีกซองวุ้นเส้นแห้งเทลงไป คนเฉยๆ จนเดือด
• ใส่ วุ้นเส้น ลงไป ต้มประมาณ 2 นาทีจนวุ้นเส้นเริ่มคลายตัว
• ให้ใส่วัตถุดิบที่เตรียมไว้ลงในกระทะ คนเบา จนทุกอย่างสุกจากนั้นฉีกซองซอสมาโบะ ปรุงรสชนิดเผ็ดเข้มข้นเทลงไป คนให้เข้ากัน จากนั้นเคี่ยวต่อประมาณ 3-5 นาที ตักใส่จานพร้อมรับประทาน
สายเผ็ด สายชีส เตรียมฟินให้สุดกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่รวมความเผ็ดร้อนสไตล์เกาหลีและความหอมมันของชีสไว้ในชามเดียวอย่างลงตัว เพียงต้มเส้นแล้วคลุกกับซอส ก็ได้สัมผัสเส้นบะหมี่เหนียวนุ่มที่เคลือบด้วยซอสไก่เผ็ดรสเข้มข้น หอมกลิ่นเครื่องเทศสไตล์เกาหลี ช่วยปลุกความอยากอาหารได้ตั้งแต่คำแรกที่ได้ลิ้มลอง ก่อนจะตามมาด้วยความนัวร์ละมุนของชีสที่ช่วยเติมเต็มรสชาติให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น ยิ่งกินยิ่งเพลิน เพราะทุกคำเต็มไปด้วยความเผ็ดกำลังดี ผสานความหอมมันแบบพอดี ไม่เผ็ดจนเกินไป และไม่เลี่ยนจนเกินเหตุ กลายเป็นรสชาติที่ลงตัวจนอยากคีบต่อแบบไม่รู้ตัว เพิ่มความอร่อยได้อีกขั้นด้วยไข่ออนเซ็น ไข่ดาวเยิ้ม ๆ ชีสยืด หรือไก่ทอดกรอบสไตล์เกาหลี รับรองว่าฟินเหมือนได้นั่งกินร้านดังโดยไม่ต้องออกจากบ้าน เหมาะสำหรับมื้อกลางวัน มื้อเย็น หรือมื้อดึกยามหิวก็อร่อยสะใจทุกเวลา
ขั้นตอนการทำ (สูตรแห้งเข้มข้น)
• ต้มเส้น: ต้มน้ำสะอาดประมาณ 400-500 มล. ให้เดือดจัด จากนั้นนำเส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 4-5 นาที (สามารถปรับเวลาได้ตามความชอบว่าชอบเส้นนุ่มระดับไหน)
• รินน้ำออก: เมื่อเส้นสุกได้ที่ ให้รินน้ำออก แต่ห้ามรินออกจนแห้งสนิท แนะนำให้เหลือน้ำขลุกขลิกไว้ประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ เพื่อช่วยให้ผงปรุงรสและชีสละลายเคลือบเส้นได้เนียนนุ่ม ไม่จับตัวเป็นก้อน
• คลุกเคล้าความอร่อย: ใส่ผงปรุงรสไก่เผ็ดและผงชีสลงไป จากนั้นคนคลุกเคล้าให้เข้ากับเส้นอย่างรวดเร็วในขณะที่เส้นยังร้อน ๆ
ทริคอัปเกรดความฟิน (สูตรเด็กหอสูตรพรีเมียม)
• สายชีสเลิฟเวอร์: หลังจากคลุกซอสเสร็จแล้ว ให้วาง ชีสแผ่น หรือโรย มอสซาเรลล่าชีส ไว้ด้านบน แล้วนำเข้าไมโครเวฟไฟกลางประมาณ 30 วินาที ให้ชีสเยิ้มละลาย คลุกแล้วยืดสะใจมาก
• เพิ่มท็อปปิ้ง: แนะนำให้ทานคู่กับ ไข่ลวก/ไข่ต้มยางมะตูม, ไส้กรอก, ไก่ป็อป หรือสาหร่ายแผ่นอบกรอบ จะช่วยตัดรสเผ็ดและเพิ่มสารอาหารให้อิ่มอร่อยยิ่งขึ้น!
สายเผ็ด สายชีส เตรียมฟินให้สุดกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่รวมความเผ็ดร้อนสไตล์เกาหลีและความหอมมันของชีสไว้ในชามเดียวอย่างลงตัว เพียงต้มเส้นแล้วคลุกกับซอส ก็ได้สัมผัสเส้นบะหมี่เหนียวนุ่มที่เคลือบด้วยซอสไก่เผ็ดรสเข้มข้น หอมกลิ่นเครื่องเทศสไตล์เกาหลี ช่วยปลุกความอยากอาหารได้ตั้งแต่คำแรกที่ได้ลิ้มลอง ก่อนจะตามมาด้วยความนัวร์ละมุนของชีสที่ช่วยเติมเต็มรสชาติให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น ยิ่งกินยิ่งเพลิน เพราะทุกคำเต็มไปด้วยความเผ็ดกำลังดี ผสานความหอมมันแบบพอดี ไม่เผ็ดจนเกินไป และไม่เลี่ยนจนเกินเหตุ กลายเป็นรสชาติที่ลงตัวจนอยากคีบต่อแบบไม่รู้ตัว เพิ่มความอร่อยได้อีกขั้นด้วยไข่ออนเซ็น ไข่ดาวเยิ้ม ๆ ชีสยืด หรือไก่ทอดกรอบสไตล์เกาหลี รับรองว่าฟินเหมือนได้นั่งกินร้านดังโดยไม่ต้องออกจากบ้าน เหมาะสำหรับมื้อกลางวัน มื้อเย็น หรือมื้อดึกยามหิวก็อร่อยสะใจทุกเวลา
วิธีทาน "บะหมี่แบบแห้ง" มีขั้นตอนง่ายๆ 3 ขั้นตอน
• เปิดฝาพับแกะซองเครื่องปรุงและซอสออก เติมน้ำร้อนให้ถึงเส้นขอบภายในถ้วย ปิดฝารอประมาณ 3-5 นาที
• เปิดช่องระบายน้ำที่ฝาเพื่อเทน้ำร้อนออกให้หมด
• ฉีกซองเครื่องปรุงรสไก่เผ็ดและผงชีสลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากับเส้นในขณะที่ยังร้อนอยู่ พร้อมรับประทานทันที
บะหมี่รสเล้งแซ่บ เผ็ดแบบจี๊ดจ๊าด ถึงรสชาติพริกเขียว หอมกลิ่นกระดูกหมู อร่อยแซ่บซี๊ด ตามแบบฉบับของเล้งที่คุ้นเคยความพิเศษอยู่ที่การคัดสรรวัตถุดิบที่ให้กลิ่นอายเหมือนทานเล้งที่ร้านดัง ความหอมของพริกขี้หนูเขียวลอยเตะจมูกทันทีที่ใส่น้ำร้อน ผสมผสานกับเส้นบะหมี่สีเหลืองทองที่นุ่มเด้งเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ทุกคำที่ทานเข้าไปคือประสบการณ์ความอร่อยที่หยุดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นมื้อดึก มื้อกลางวัน หรือมื้อไหนๆ แค่มีนิสซินซองเขียวติดบ้านไว้ ก็เหมือนมีเชฟมือโปรมาปรุงเล้งแซ่บให้ทานถึงที่
บะหมี่รสเล้งแซ่บ เผ็ดแบบจี๊ดจ๊าด ถึงรสชาติพริกเขียว หอมกลิ่นกระดูกหมู อร่อยแซ่บซี๊ด ตามแบบฉบับของเล้งที่คุ้นเคยความพิเศษอยู่ที่การคัดสรรวัตถุดิบที่ให้กลิ่นอายเหมือนทานเล้งที่ร้านดัง ความหอมของพริกขี้หนูเขียวลอยเตะจมูกทันทีที่ใส่น้ำร้อน ผสมผสานกับเส้นบะหมี่สีเหลืองทองที่นุ่มเด้งเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ทุกคำที่ทานเข้าไปคือประสบการณ์ความอร่อยที่หยุดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นมื้อดึก มื้อกลางวัน หรือมื้อไหนๆ แค่มีนิสซินซองเขียวติดบ้านไว้ ก็เหมือนมีเชฟมือโปรมาปรุงเล้งแซ่บให้ทานถึงที่
ทาโกะยากิ หรือขนมครกญี่ปุ่น อาหารว่างติดครัวของชาวคันไซ
ทาโกะยากิมีต้นกำเนิดมาจากเมืองโอซากา หากท่านได้ไปเที่ยวแถบคันไซ ต่างต้องเคยได้ลิ้มลองอย่างแน่นอน วันนี้เราชวนคุณแก้คิดถึงญี่ปุ่น กับเมนูทำเองได้ง่ายๆ แถมรสชาติยังอร่อยมากๆ เหตุผลที่ทำให้อร่อย เพราะแป้งเราได้คิดค้นและผสมในสูตรเฉพาะของแบรนด์ Nippn คุณแค่เตรียมไส้ที่ชอบ และต้องมีกระทะหลุมสำหรับทำทาโกะยากิ เพียงแค่นี้ คุณก็อร่อยตามแบบโอซาก้าแท้ๆ แป้ง 1 ห่อ ทำได้ประมาณ 40 ลูก
วิธีทำ
1. ใส่แป้งทาโกะยากิ 100 กรัมลงในน้ำ 100 มล. แล้วผสมให้เข้ากัน ใส่กะหล่ำปลีสับ 300 กรัม ไข่ 1 ฟอง และไส้โอโคโนมิยากิที่คุณชื่นชอบ 100 กรัม (ปลาหมึก กุ้ง ปูอัด ฯลฯ)
2. วอร์มเตาด้วยไฟแรง เติมน้ำมันพืชหรือเนยเล็กน้อย แล้วค่อยใส่แป้งลงไปครึ่งหลุม ทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที ใส่ไส้ทาโกะยากิ กระหล่ำปลี ขิงซอยเล็กน้อยลงในหลุม
3. รอจนแป้งสุกจนร่อนจากกระทะ พยายามพลิกกลับ ค่อยๆ เติมแป้งจนมีลักษณ์เป็นทรงกลมสวยงาม
4. เมื่อแป้งสุกทุกด้าน ให้จัดใส่จาน ราดซอสทาโกะยากิ มายองเนส สาหร่ายผง และปลาคัตสึโอะหั่นฝอย
มารุ อุมะ ราเมงสไตล์จีน พร้อมเกี๊ยวน้ำ สุดยอดความอร่อยจากซุปสูตรพิเศษ!
ทำพิซซ่าญี่ปุ่นใครว่ายาก
แป้งสำเร็จรูปจากแบรนด์ Nippn ห่อนี้ เรานำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้คุณสามารถทำพิซซ่าญี่ปุ่น หรือ โอโคโนมิยากิได้ง่ายๆ แถมรสชาติยังอร่อยมากๆ เหตุผลที่ทำให้อร่อย เพราะแป้งเราได้คิดค้นและผสมในสูตรเฉพาะของเรา ทำให้พิซซ่าญี่ปุ่นของคุณนุ่ม ฟู ไม่แห้งกระด้าง อร่อยในแบบต้นฉบับแท้ๆ แป้ง 1 ห่อ ทำได้ประมาณ 4 ที่
วิธีทำ
1. ใส่แป้งโอโคโนมิยากิ 100 กรัมลงในน้ำ 100 มล. แล้วผสมให้เข้ากัน ใส่กะหล่ำปลีสับ 300 กรัม ไข่ 1 ฟอง ขิงสับละเอียดนิดหน่อย และไส้โอโคโนมิยากิที่คุณชื่นชอบ 100 กรัม (ปลาหมึก กุ้ง หมู ฯลฯ)
2. นำกระทะตั้งไฟให้ร้อน (200C) เติมน้ำมันพืชหรือเนยเล็กน้อย ก่อนตักแป้งโอโคโนมิยากิครึ่งหนึ่งออกเป็นทรงกลม ทิ้งไว้ประมาณ 2 นาที ให้ใส่กระหล่ำปลี และไส้ที่ชอบ ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที
3. พลิกอีกด้านอย่างระมัดระวังและปิดฝากระทะ ทิ้งไว้อีกประมาณ 5 นาที หลังจากนั้นเปิดฝากระทะ ทิ้งไว้ 1 นาที
4. ตักใส่จาน พร้อมราดซอสโอโคโนมิยากิ มายองเนส และเกล็ดปลาโบนิโตะ
ถ้าคุณเป็นสายปิ้งย่างญี่ปุ่น บอกเลยว่าซอสขวดนี้คือไอเท็มที่ควรมีติดครัว! ซอสบาร์บีคิวญี่ปุ่น สูตรหวานเผ็ดกลาง ที่โดดเด่นด้วยรสชาติกลมกล่อม หอมเข้มข้น และมีมิติแบบซอสยากินิกุร้านดังในญี่ปุ่น ความพิเศษอยู่ที่การผสมผสานของผลไม้บดมากถึง 35% ทั้งความหวานธรรมชาติและความหอมสดชื่น เข้ากับโชยุญี่ปุ่น น้ำผึ้ง กระเทียม และเครื่องเทศอย่างลงตัว ทำให้ได้ซอสที่ไม่หวานเลี่ยน ไม่เค็มจัด แต่มีความนัว กินแล้วหยุดยาก จะใช้หมักเนื้อก่อนย่างก็ช่วยให้เนื้อนุ่มหอม ราดบนข้าวก็อร่อย หรือจะใช้ผัดเนื้อ ผัดหมู ทำข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือเมนูสไตล์ญี่ปุ่นต่างๆ ก็เข้ากันสุดๆ ยิ่งเวลานำไปย่างบนกระทะร้อน กลิ่นหอมของซอสจะเคลือบเนื้อจนชวนหิว เหมือนยกบรรยากาศร้านยากินิกุมาไว้ที่บ้าน เหมาะทั้งสำหรับคนทำอาหารกินเอง ร้านอาหาร หรือสายทำคอนเทนต์อาหาร เพราะแค่ราดซอสลงไป หน้าตาอาหารก็ดูน่ากินขึ้นทันที
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อหมู เนื้อวัว ไก่ หรือซีฟู้ดก่อนย่าง
• ใช้เป็นซอสจิ้มปิ้งย่างและชาบู
• ใช้ผัดเนื้อ ผัดผัก หรือข้าวผัดสไตล์ญี่ปุ่น
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือเบอร์เกอร์
• ใช้ทาระหว่างย่าง เพื่อเพิ่มความหอมและความเงาน่ากิน
อัตราส่วนแนะนำ
• เนื้อสัตว์ 300 กรัม ต่อซอสประมาณ 3–4 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วนำไปย่างหรือผัดได้เลย
เคล็ดลับความอร่อย
• เติมซอสช่วงท้ายก่อนอาหารสุก จะช่วยให้ซอสเคลือบเนื้อสวย หอมเข้มข้น และได้กลิ่นสไตล์ร้านยากินิกุญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูแนะนำ
• หมูย่างยากินิกุ
• ข้าวหน้าเนื้อ
• ข้าวหน้าหมูญี่ปุ่น
• ไก่ย่างซอสญี่ปุ่น
• ผัดเนื้อซอสญี่ปุ่น
• บอร์เกอร์สไตล์ญี่ปุ่น
• แซลมอนย่างซอสญี่ปุ่น
• ข้าวผัดยากินิกุ
ถ้าคุณเป็นสายปิ้งย่างญี่ปุ่น บอกเลยว่าซอสขวดนี้คือไอเท็มที่ควรมีติดครัว! ซอสบาร์บีคิวญี่ปุ่น สูตรหวานเผ็ดกลาง ที่โดดเด่นด้วยรสชาติกลมกล่อม หอมเข้มข้น และมีมิติแบบซอสยากินิกุร้านดังในญี่ปุ่น ความพิเศษอยู่ที่การผสมผสานของผลไม้บดมากถึง 35% ทั้งความหวานธรรมชาติและความหอมสดชื่น เข้ากับโชยุญี่ปุ่น น้ำผึ้ง กระเทียม และเครื่องเทศอย่างลงตัว ทำให้ได้ซอสที่ไม่หวานเลี่ยน ไม่เค็มจัด แต่มีความนัว กินแล้วหยุดยาก จะใช้หมักเนื้อก่อนย่างก็ช่วยให้เนื้อนุ่มหอม ราดบนข้าวก็อร่อย หรือจะใช้ผัดเนื้อ ผัดหมู ทำข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือเมนูสไตล์ญี่ปุ่นต่างๆ ก็เข้ากันสุดๆ ยิ่งเวลานำไปย่างบนกระทะร้อน กลิ่นหอมของซอสจะเคลือบเนื้อจนชวนหิว เหมือนยกบรรยากาศร้านยากินิกุมาไว้ที่บ้าน เหมาะทั้งสำหรับคนทำอาหารกินเอง ร้านอาหาร หรือสายทำคอนเทนต์อาหาร เพราะแค่ราดซอสลงไป หน้าตาอาหารก็ดูน่ากินขึ้นทันที
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อหมู เนื้อวัว ไก่ หรือซีฟู้ดก่อนย่าง
• ใช้เป็นซอสจิ้มปิ้งย่างและชาบู
• ใช้ผัดเนื้อ ผัดผัก หรือข้าวผัดสไตล์ญี่ปุ่น
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือเบอร์เกอร์
• ใช้ทาระหว่างย่าง เพื่อเพิ่มความหอมและความเงาน่ากิน
อัตราส่วนแนะนำ
• เนื้อสัตว์ 300 กรัม ต่อซอสประมาณ 3–4 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วนำไปย่างหรือผัดได้เลย
เคล็ดลับความอร่อย
• เติมซอสช่วงท้ายก่อนอาหารสุก จะช่วยให้ซอสเคลือบเนื้อสวย หอมเข้มข้น และได้กลิ่นสไตล์ร้านยากินิกุญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูแนะนำ
• หมูย่างยากินิกุ
• ข้าวหน้าเนื้อ
• ข้าวหน้าหมูญี่ปุ่น
• ไก่ย่างซอสญี่ปุ่น
• ผัดเนื้อซอสญี่ปุ่น
• บอร์เกอร์สไตล์ญี่ปุ่น
• แซลมอนย่างซอสญี่ปุ่น
• ข้าวผัดยากินิกุ
Ohgon No Aji หรือ "รสชาติแห่งทองคำ" คือนิยามของซอสปิ้งย่างที่ครองใจชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ถ้าคุณชอบฟีลร้านปิ้งย่างญี่ปุ่นที่มีกลิ่นหอมเตะจมูกตั้งแต่เนื้อลงเตา ซอสขวดนี้คือไอเทมที่ควรมีติดครัว เป็นซอสปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นรสเผ็ดกลาง ที่โดดเด่นด้วยความกลมกล่อมจากผลไม้บด ผสานโชยุคุณภาพดี กระเทียม งา และเครื่องเทศ ทำให้ได้รสชาติหวานเค็มเผ็ดแบบพอดี กินง่ายแต่เข้มข้น จุดเด่นของซอสตัวนี้คือความอเนกประสงค์ ใช้ได้ทั้งหมักเนื้อก่อนย่าง ใช้เป็นน้ำจิ้ม หรือเอาไปผัดก็ช่วยให้อาหารหอมขึ้นทันที เหมาะมากสำหรับคนที่อยากทำเมนูญี่ปุ่นกินเองที่บ้านแบบง่าย ๆ แต่ได้รสชาติระดับร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นหมูย่าง เนื้อย่าง ไก่ทอด กระทะร้อน ข้าวผัดญี่ปุ่น หรือผัดผัก ซอสขวดนี้ก็ช่วยเพิ่มมิติความอร่อยได้แบบไม่ต้องปรุงหลายขั้นตอน เมื่อนำไปโดนความร้อนจะส่งกลิ่นหอมยั่วยวนใจ ช่วยลดความเลี่ยนของไขมันเนื้อและชูรสชาติของวัตถุดิบให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรสชาติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อก่อนย่างประมาณ 15–30 นาที
• ใช้เป็นน้ำจิ้มปิ้งย่าง ชาบู หรือของทอด
• ใช้ผัดเนื้อ ผัดผัก หรือข้าวผัดญี่ปุ่น
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าไก่ หรือเบอร์เกอร์ญี่ปุ่น
• ใช้เคลือบไก่ย่าง หมูย่าง หรือซี่โครงบาร์บีคิว
อัตราส่วนแนะนำ
• เนื้อสัตว์ 300 กรัม ต่อซอสประมาณ 3–4 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วนำไปย่างหรือผัดได้เลย
เคล็ดลับความอร่อย
• เติมซอสช่วงท้ายก่อนอาหารสุก จะช่วยให้ซอสเคลือบเนื้อสวย หอมเข้มข้น และได้กลิ่นสไตล์ร้านยากินิกุญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูแนะนำ
• หมูย่างซอสญี่ปุ่น, เนื้อย่างยากินิกุ, ไก่ผัดซอสญี่ปุ่น, ข้าวหน้าเนื้อสไตล์ญี่ปุ่น, เบคอนพันเห็ดเข็มทอง, ไก่ทอดคลุกซอสญี่ปุ่น
Ohgon No Aji หรือ "รสชาติแห่งทองคำ" คือนิยามของซอสปิ้งย่างที่ครองใจชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ถ้าคุณชอบฟีลร้านปิ้งย่างญี่ปุ่นที่มีกลิ่นหอมเตะจมูกตั้งแต่เนื้อลงเตา ซอสขวดนี้คือไอเทมที่ควรมีติดครัว เป็นซอสปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นรสเผ็ดกลาง ที่โดดเด่นด้วยความกลมกล่อมจากผลไม้บด ผสานโชยุคุณภาพดี กระเทียม งา และเครื่องเทศ ทำให้ได้รสชาติหวานเค็มเผ็ดแบบพอดี กินง่ายแต่เข้มข้น จุดเด่นของซอสตัวนี้คือความอเนกประสงค์ ใช้ได้ทั้งหมักเนื้อก่อนย่าง ใช้เป็นน้ำจิ้ม หรือเอาไปผัดก็ช่วยให้อาหารหอมขึ้นทันที เหมาะมากสำหรับคนที่อยากทำเมนูญี่ปุ่นกินเองที่บ้านแบบง่าย ๆ แต่ได้รสชาติระดับร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นหมูย่าง เนื้อย่าง ไก่ทอด กระทะร้อน ข้าวผัดญี่ปุ่น หรือผัดผัก ซอสขวดนี้ก็ช่วยเพิ่มมิติความอร่อยได้แบบไม่ต้องปรุงหลายขั้นตอน เมื่อนำไปโดนความร้อนจะส่งกลิ่นหอมยั่วยวนใจ ช่วยลดความเลี่ยนของไขมันเนื้อและชูรสชาติของวัตถุดิบให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรสชาติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อก่อนย่างประมาณ 15–30 นาที
• ใช้เป็นน้ำจิ้มปิ้งย่าง ชาบู หรือของทอด
• ใช้ผัดเนื้อ ผัดผัก หรือข้าวผัดญี่ปุ่น
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าไก่ หรือเบอร์เกอร์ญี่ปุ่น
• ใช้เคลือบไก่ย่าง หมูย่าง หรือซี่โครงบาร์บีคิว
อัตราส่วนแนะนำ
• เนื้อสัตว์ 300 กรัม ต่อซอสประมาณ 3–4 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วนำไปย่างหรือผัดได้เลย
เคล็ดลับความอร่อย
• เติมซอสช่วงท้ายก่อนอาหารสุก จะช่วยให้ซอสเคลือบเนื้อสวย หอมเข้มข้น และได้กลิ่นสไตล์ร้านยากินิกุญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูแนะนำ
• หมูย่างซอสญี่ปุ่น, เนื้อย่างยากินิกุ, ไก่ผัดซอสญี่ปุ่น, ข้าวหน้าเนื้อสไตล์ญี่ปุ่น,
เบคอนพันเห็ดเข็มทอง, ไก่ทอดคลุกซอสญี่ปุ่น
สัมผัสความสดชื่นแบบต้นตำรับแท้ๆ จากประเทศญี่ปุ่น ชาเขียวผสมมัทฉะ ชนิดซอง ผลิตภัณฑ์ชาคุณภาพเยี่ยมจากแบรนด์ใบชาเก่าแก่ที่สืบสานภูมิปัญญาและศิลปะการผลิตชาแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ตัวซองได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับใช้กับเหยือกชงชา ตอบโจทย์ความสะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการชงดื่มร้อนๆ เพื่อความผ่อนคลายในยามเช้า หรือการทำชาสกัดเย็น (Cold Brew) เพื่อดับกระหายคลายร้อนในระหว่างวัน จุดเด่นคือการผสานความสดชื่นกลมกล่อมของใบชาเขียวคุณภาพ เข้ากับความเข้มข้น หอมละมุน และมีสีเขียวสดใสของผงมัทฉะแท้จากญี่ปุ่น ช่วยให้คุณสัมผัสรสชาติและกลิ่นอายแบบฉบับโรงน้ำชาญี่ปุ่นแท้ๆ ได้ง่ายๆ ภายในเวลาไม่กี่นาที สะดวก รวดเร็ว สะอาด และยังคงคุณประโยชน์จากชาไว้ได้อย่างครบถ้วน
ประโยชน์
• อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ: ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ และบำรุงสุขภาพผิวพรรณ
• ช่วยให้ร่างกายตื่นตัวและผ่อนคลาย: มีคาเฟอีนธรรมชาติและกรดอะมิโนแอล-ธี ช่วยเพิ่มสมาธิ ความสดชื่น
• ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ: มีส่วนช่วยในการเผาผลาญไขมันและพลังงานเมื่อดื่มเป็นประจำควบคู่กับการออกกำลังกาย
• ดูแลระบบย่อยอาหาร: ช่วยปรับสมดุลและช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้ดียิ่งขึ้นหลังมื้ออาหาร
วิธีการชง "สามารถชงได้ทั้งแบบร้อนและแบบเย็น"
• ชงแบบร้อน : นำซองชา 1 ซองใส่ลงในกาน้ำชาหรือแก้ว เทน้ำร้อนปริมาณพอเหมาะ
(ประมาณ 200-300 มล.) ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที (สามารถปรับลดหรือเพิ่มเวลาได้
ตามความเข้มที่ชอบ) แล้วจึงรินดื่ม
• ชงแบบเย็น : นำซองชา 1-2 ซอง ใส่ลงในเหยือกน้ำที่ใส่น้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง
ประมาณ 500-1,000 มล. แช่ตู้เย็นทิ้งไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง หรือจนได้สีและรสชาติที่ต้องการ
สามารถหยิบซองชาออกแล้วรินดื่มเพื่อความสดชื่นเย็นสะใจ
• ชงด้วยขวดพกพา : ขวดน้ำเปล่า ขนาด 500 มล. ใส่ซองชา 1 ซอง ลงในขวด
ปิดฝาแล้วเขย่าขวดเพื่อให้ได้ความเข้มข้นที่ชอบ พร้อมดื่มได้ทันที
เปิดประสบการณ์รสชาติของข้าวญี่ปุ่นแท้ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชาแห่งข้าว" ของประเทศญี่ปุ่น ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ค่ะ
ข้าวชิ้นนี้คือ ข้าวโคชิฮิคาริ (Koshihikari) ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ยอดนิยมและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวที่มาจากจังหวัด นีงาตะ (Niigata) ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงด้านคุณภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จังหวัดนีงาตะได้รับพรจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปลูกข้าวชั้นดี เช่น ดินที่อุดมสมบูรณ์จากตะกอนแม่น้ำสำคัญอย่างแม่น้ำชินาโนะ (Shinano River) และแม่น้ำอะงาโนะ (Agano River) รวมถึงมีน้ำบริสุทธิ์จากหิมะที่ละลาย (Snowmelt Water) และที่สำคัญคือ ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน ที่สูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความหวานและรสชาติของข้าว
ข้าวโคชิฮิคาริสายพันธุ์นีงาตะมีจุดเด่นหลัก ๆ ที่ทำให้เป็นที่รักของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
ความเหนียวและหนึบ (Stickiness): มีสัมผัสที่ เหนียวหนึบ (Mochimochi) และยืดหยุ่นกำลังดี ไม่แข็งกระด้าง
ความหวานและอูมามิ (Sweetness & Umami): มีรสหวานตามธรรมชาติที่ชัดเจน และมีรส อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นในทุกเม็ด
กลิ่นหอมและเงางาม: เมื่อหุงสุกแล้วจะมี กลิ่นหอมที่ละมุน และเมล็ดข้าวจะมีความ เงางามเป็นประกาย น่ารับประทาน
ด้วยรสชาติที่โดดเด่นและสมดุล ทำให้ข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะอร่อยมากแม้ว่าจะทานเปล่า ๆ โดยไม่ต้องมีกับข้าวค่ะ นอกจากนี้ยังรักษาความอร่อยไว้ได้ดีแม้จะเย็นลง จึงเหมาะมากสำหรับทำข้าวปั้น โอนิกิริ (Onigiri) หรือใส่ในกล่องข้าวเบนโตะ (Bento)
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
ข้าวโคชิฮิคาริมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่สมดุล ทำให้เข้ากันได้ดีกับอาหารหลากหลายประเภทค่ะ:
ข้าวสวย (Plain White Rice): ทานเปล่า ๆ คู่กับเครื่องเคียงง่าย ๆ อย่างซุปมิโสะ (Miso Soup) และผักดอง (Tsukemono) เพื่อสัมผัสรสชาติแท้ ๆ ของข้าว
ซูชิ (Sushi) และโอนิกิริ (Onigiri): ด้วยความเหนียวหนึบ ทำให้ปั้นได้ง่ายและคงรูปได้ดีเมื่อเย็นลง
เมนูอาหารญี่ปุ่นทั่วไป: เหมาะสำหรับทานคู่กับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด เช่น ปลาย่าง, เทมปุระ (Tempura) หรือข้าวหน้าต่าง ๆ (Donburi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
เพื่อให้ได้ข้าวที่อร่อยที่สุด ควรทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
1. ซาวข้าว (Rinsing): ซาวข้าวอย่างเบามือเพื่อล้างฝุ่นออก เปลี่ยนน้ำประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำเริ่มใส
2. แช่น้ำ (Soaking): แช่ข้าวในน้ำสะอาดทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ในฤดูร้อน หรือ 60 นาที ในฤดูหนาว เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำอย่างเต็มที่
3. หุง (Cooking): หุงตามอัตราส่วนน้ำที่ระบุบนเครื่องหุงข้าว หรือใช้อัตราส่วนข้าว 1 ส่วนต่อน้ำประมาณ 1.1 - 1.2 ส่วน
4. พักข้าว (Steaming): เมื่อหุงเสร็จแล้ว ห้ามเปิดฝา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ไอน้ำระอุและข้าวสุกทั่วถึง ก่อนจะใช้ไม้พายคลุกเบา ๆ ก่อนตักเสิร์ฟค่ะ
ลองนำข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะไปหุงดูสิคะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมข้าวญี่ปุ่นแท้ ๆ ถึงมีเสน่ห์และเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น ที่คุณก็สามารถสร้างสรรค์ความอร่อยนี้ได้ที่บ้านค่ะ
ชาที่ดื่มง่าย อร่อยลงตัว จนคนญี่ปุ่นยกให้เป็นชาชั้นเลิศ
ชาเขียวใบชนิดซอง เกียวคุโระ ของญี่ปุ่นทำไมต้อง "ยาบุกิตะ"
หากคุณเป็นผู้หลงใหลในชาเขียวญี่ปุ่นแท้ๆ "ยาบุกิตะ" คือ ราชินีแห่งชาเขียวของญี่ปุ่น เป็นระดับชาที่ปลูกด้วยเทคนิคการบังแสงแดดก่อนเก็บเกี่ยว ทำให้ใบชามีคลอโรฟิลล์สูง อูมามิที่เข้มข้น และความหวานนุ่มนวลที่โดดเด่น ผสานกับกลิ่นหอมละมุนฟุ้งที่เป็นเอกลักษณ์ ด้วยเทคโนโลยีถุงชาตาข่ายแบบใหม่ ทำให้คุณสามารถชงชาเขียวคุณภาพระดับญี่ปุ่นออกมาได้ง่ายๆในทุกแก้ว ไม่ว่าจะชงร้อนเพื่อความผ่อนคลาย หรือ ชงแบบเย็น (สกัดเย็น) เพื่อความสดชื่น เพียงเติมน้ำ ก็พร้อมเสิร์ฟ สะดวก พกพาง่าย ดื่มได้ทุกที่ ทุกเวลา เหมาะสำหรับดื่มคู่กับอาหาร ขนม หรือเครื่องดื่มอื่นๆได้ตามสไตล์คุณ
เคล็ดลับการชงแบบร้อน และ แบบเย็น(สกัดเย็น)
ชาเขียวญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องชงด้วยน้ำร้อนเสมอไป! ผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่นแนะนำให้ลองชงชาเขียวแบบ "น้ำสกัดเย็น" ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมาก การชงด้วยน้ำเย็นจะช่วยดึงรสอูมามิ และสารคาเทชิน ที่ให้รสหวานออกมาได้มาก ในขณะที่รสขมและคาเฟอีนจะละลายออกมาน้อยลง ทำให้ได้ชาที่มีรสชาติกลมกล่อม นุ่มนวล และสดชื่นเป็นพิเศษ
วิธีชงแบบร้อน :
1. ต้มน้ำให้เดือด แล้วรอให้น้ำเย็นลงเหลือประมาณ 70-80 องศาเซลเซียส (หากไม่มีเทอร์โมมิเตอร์ สามารถต้มน้ำเดือดแล้วทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที)
2. ใส่ถุงชา 1 ซอง ลงในแก้วหรือถ้วยชา
3. ค่อย ๆ รินน้ำร้อน ประมาณ 150-200 มิลลิลิตร ลงไป
4. แช่ถุงชาทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที (ไม่ควรแช่นานเกินไป เพราะจะทำให้ชามีรสขมฝาด)
5. นำถุงชาออก (อาจจะบีบเบา ๆ ก่อนนำออก) และพร้อมดื่ม
วิธีชงแบบน้ำ(สกัดเย็น) :
1. ใส่ถุงชา 1-2 ซอง ลงในขวดหรือภาชนะที่มีฝาปิดสนิท
2. เติมน้ำเย็นอุณหภูมิห้อง หรือ น้ำเย็นจัด ปริมาณประมาณ 300-500 มิลลิลิตร
3. ปิดฝาแล้วนำไปแช่ในตู้เย็น
4. รอเวลาทิ้งไว้ให้สกัดเย็นเป็นเวลา 3-6 ชั่วโมง หรืออาจจะแช่ข้ามคืน 8-12 ชั่วโมง เพื่อให้ได้รสชาติเข้มข้นยิ่งขึ้น
(หากแช่นานเกิน 12 ชั่วโมง อาจเริ่มมีรสฝาดออกมาบ้าง)
5. เมื่อได้ความเข้มข้นที่ต้องการแล้ว ให้นำถุงชาออก พร้อมดื่มได้ทันที
ข้อดีของการสกัดเย็น:
รสชาติ : รสชาตินุ่มนวล หวาน อูมามิเด่นชัด และมีรสขมฝาดน้อยมาก
คาเฟอีน : ระดับคาเฟอีนจะต่ำกว่าการชงแบบร้อน
สนุกกับการทำโอโคโนมิยากิได้ง่ายๆ ที่บ้านคุณ