สาหร่ายฮิจิกิ ผสมถั่วเหลืองและแครอทต้มสุกปรุงรส
เป็นหนึ่งในเมนุยอดฮิตของชาวญี่ปุ่น มีเอกลักษณ์เป็นสาหร่ายสีดำโดยธรรมชาติ มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทำมาผสมกับถั่วเหลือง และแครอท เหมาะสำหรับรับประทานเป็นเครื่องเคียง และยังนิยมนำมาคลุกกับข้าวปั้นโอนิกิริอีกด้วย
คำแนะนำในการเก็บรักษา
• ควรเก็บในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 0-10 องศา
• หลังจากเปิดซองแล้วหากทานไม่หมด แนะนำให้ใส่กล่องปิดให้สนิทและเก็บไว้ในตู้เย็น
• ควรรับประทานให้หมดภายใน 3 วัน หลังจากที่เปิดซอง
มาทำขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมกันค่ะ
แป้งวาราบิโมจิ จากแบรนด์ คิง ฟู้ด (King Food) คือผลิตภัณฑ์แป้งทำขนมญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับคนที่ชื่นชอบในการทำขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น เช่น วาราบิโมจิ โมจิ หรือขนมที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ โดยสามารถปรับสูตรได้ตามแบบเฉพาะของคุณ สำหรับเมนูวาราบิโมจิ หากยิ่งทานคู่กับผงคินาโกะด้วยแล้ว ยิ่งอร่อยในแบบฉบับของญี่ปุ่นแท้ๆเลยค่ะ
วิธีทำ
1. ผสมแป้งวาราบิโมจิ 1 ถุง ต่อน้ำประมาณ 700 cc
2. ตั้งไฟโดยใช้ไฟกลาง เมื่อสีของแป้งเริ่มขุ่นและจับกันเป็นก้อน ให้ลดไฟเป็นไฟอ่อน หมั่นคนให้เข้ากันจนแป้งเริ่มใส
3. เมื่อแป้งใสได้ที่แล้ว ให้เทลงบนภาชนะที่มีลักษณะแบน ค่อยๆใส่น้ำด้านบนแป้งเพื่อให้แป้งเย็นตัวลง แล้วตัดเป็นชิ้นพอดีคำ
วิธีลัด
• ตักแป้งที่เพิ่งกวนเสร็จในขนาดพอดีคำ แล้วใส่ในน้ำเย็นจัด (น้ำผสมน้ำแข็ง) นำมาสะเด็ดน้ำเรียบร้อยแล้ว เพื่อเพิ่มความอร่อยให้โรยผงคินาโกะ หรือผงชาเขียวตามชอบ
วิธีทำด้วยไมโครเวฟ
*แนะนำให้แบ่งทำทีละน้อย*
1. ใช้แป้งวาราบิโมจิ 60 กรัม (สำหรับ 2 เสิร์ฟ) ต่อน้ำ 270 CC
2. ผสมน้ำกับแป้งใส่ในภาชนะที่ใหญ่คนให้เข้ากัน จากนั้นแร็ปปิดฝาด้านบน
3. นำเข้าไมโครเวฟใช้ไฟ 500 วัตต์ ประมาณ 4 นาที นำออกมาคนให้เข้ากัน จากนั้นแร็ปปิดฝาด้านบน เข้าไมโครเวฟอีกครั้ง จนแป้งสุกและมีเนื้อใส
4. นวดให้เข้ากัน หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วทิ้งให้เย็น เพื่อเพิ่มความอร่อยให้โรยผงคินาโกะ หรือผงชาเขียวตามชอบ
(สามารถปรับสูตรได้ตามความต้องการ)
อร่อยง่ายๆ กับเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น
โมจิญี่ปุ่นแท้ๆ พร้อมเสริ์ฟแล้วค่ะ
ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าโมจิเป็นขนมมงคล จะรับประทานเพื่อเฉลิมฉลอง หรือประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ผู้ที่ได้รับประทานโมจิจะได้รับความมงคล มีกินมีใช้ตลอดปี วันนี้เรามีโมจิแบบกึ่งสำเร็จรูปมาให้คุณได้ทำทานเองที่บ้าน แบบไม่ต้องออกแรงทุบข้าวเหนียว เพียงแค่นำไปย่าง หรือต้มแล้วทานคู่กับถั่วแดงญี่ปุ่นบด หรือโรยผงถั่วเหลืองคินาโกะ หรือจะนำมาใส่น้ำซุปชาบู รับประกันว่าฟิน ไม่ต่างจากไปกินที่ญี่ปุ่นค่ะ 1 ห่อมีโมจิประมาณ 5 ชิ้น
ข้อแนะนำ : เมื่อเปิดห่อแล้วควรใส่ถุงซิปล็อคปิดให้สนิท หลีกเลี่ยงความชื้น และเก็บเข้าตู้เย็น
วิธีอุ่น
• ใส่เตาย่างขนาด 1000W ประมาณ 3-4 นาที
• ต้มในน้ำเดือด 3 นาที
• ใส่ไมโครเวฟ 500W ประมาณ 2 นาที
คิริโมจิ เหนียวนุ่ม หนึบหนับ อร่อยในแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ๆ!
คิริ โมจิ จากแบรนด์ ไอริส ฟู้ด (Iris Foods) เป็นโมจิที่ผ่านกระบวนการผลิตแบบอุณหภูมิต่ำ (Low Temperature Firing Method) เพื่อดึงความอร่อยของข้าวออกมา โดยใช้ข้าวเหนียวญี่ปุ่น 100% เป็นวัตถุดิบหลัก ทำให้ตัวโมจิมีเนื้อสัมผัสที่เนียน นุ่ม หนึบ! สามารถนำมาประกอบอาหารได้อย่างหลากหลาย เช่น ย่างและห่อด้วยสาหร่าย, โรยผงคินาโกะ, ต้มในซุปถั่วแดง (โอชิรุโกะ) หรือใส่ในซุปดาชิ (โอโซนิ) ถือเป็นอาหารที่นิยมรับประทานในชีวิตประจำวัน และในช่วงเทศกาลต่างๆ ของคนญี่ปุ่นค่ะ
วิธีเก็บรักษา
• หลังจากเปิดถุงแล้ว แนะนำให้ปิดถุงใหเสนิทและเก็บรักษาในตู้เย็น
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Yumepirika ถือเป็นพันธุ์ข้าวระดับไฮเอนด์ที่ใช้สุดยอดเทคโนโลยีการเพาะสายพันธุ์ข้าวในฮอกไกโด
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ยูเมะพิริกะ (Yumepirika) จากแบรนด์ โฮคุเรน (Hokuren) เป็นข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์พรีเมียมที่ปลูกในจังหวัดฮอกไกโด ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอากาศหนาวเย็นและดินที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ข้าวมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ถือเป็นข้าวเกรดสูงที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น
ลักษณะเด่นของ Yumepirika
• เมล็ดอวบอ้วน และเงางาม - เมล็ดข้าวมีขนาดปานกลางถึงใหญ่ เมื่อหุงแล้วจะเงางามและมีความหนึบที่โดดเด่น
• เนื้อนุ่มแต่ไม่เละ - ข้าวมีความเหนียวและนุ่มในระดับที่พอดี ไม่ร่วนหรือแข็งเกินไป
• รสหวานธรรมชาติ - มีรสชาติอ่อนๆ และหวานธรรมชาติ แม้ทานเปล่าๆ ก็ยังอร่อย
• กลิ่นหอมพิเศษ - มีกลิ่นหอมที่แตกต่างจากข้าวพันธุ์อื่น
• ปลูกในอากาศหนาวเย็น - อุณหภูมิที่เย็นของฮอกไกโดช่วยให้ข้าวมีคุณภาพดีขึ้นและสามารถเก็บรักษาได้นาน
รางวัลและมาตรฐานคุณภาพ
• Yumepirika ได้รับการรับรองมาตรฐาน 特A (Toku A) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของข้าวญี่ปุ่น
• เป็นข้าวที่ได้รับความนิยมในร้านอาหารระดับพรีเมียมทั่วญี่ปุ่น
• ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลฮอกไกโดให้เป็นข้าวเกรดพรีเมียมของภูมิภาค
เมนูที่เหมาะกับ Yumepirika
เนื่องจาก Yumepirika เป็นข้าวที่มีความเหนียวนุ่มและมีรสหวานในตัว จึงเหมาะกับอาหารที่ต้องการข้าวคุณภาพสูง เช่น
• ข้าวสวย (Cooked Rice) - เมล็ดข้าวสวย เมื่อหุงสุกจะมีความเงาสวย เหมาะสำหรับทานแบบข้าวสวย
• ซูชิ (Sushi) - เมล็ดข้าวเหนียวกำลังดี จับตัวได้ง่าย ไม่แฉะเกินไป
• ข้าวปั้น (Onigiri) - รสชาติหวานธรรมชาติทำให้กินเปล่าๆ ก็อร่อย
• ข้าวญี่ปุ่นธรรมดา (Gohan) - เหมาะสำหรับทานคู่กับปลาย่างหรืออาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
• ข้าวหน้าอาหารทะเล (Kaisendon/Donburi) - ความหนึบของข้าวช่วยเสริมรสชาติของปลาดิบได้ดี
Yumepirika ถือเป็นข้าวที่ให้รสชาติที่ดีที่สุดของฮอกไกโด ถ้าคุณต้องการข้าวที่นุ่ม หอม และมีคุณภาพสูง Yumepirika คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
• ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
• ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
• กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
• ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำเวลาหุงข้าวจะนุ่มไม่กระด้าง
• หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อยๆ คนให้น้ำระเหย
วิธีการเก็บรักษา
• เก็บในที่แห้งและเย็น
• ระวังการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง เพราะข้าวจะแห้งแตกเนื่องจากการระเหยของน้ำในข้าว
• หลีกเลี่ยงการเก็บรักษาใกล้ ผงซักฟอก สเปรย์ปรับอากาศ เครื่องสำอาง และอาหารที่มีกลิ่นแรง เพราะข้าวจะดูดซับกลิ่น
ข้อควรระวัง
• คุณภาพของข้าวจะเปลี่ยนหากโดนความชื้น
• ห้ามวางไว้ใกล้เปลวไฟ เนื่องจากติดไฟง่าย
• ห้ามวางสินค้าอื่นซ้อนทับผลิตภัณฑ์
เปิดประสบการณ์รสชาติของข้าวญี่ปุ่นแท้ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชาแห่งข้าว" ของประเทศญี่ปุ่น ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ค่ะ
ข้าวชิ้นนี้คือ ข้าวโคชิฮิคาริ (Koshihikari) ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ยอดนิยมและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวที่มาจากจังหวัด นีงาตะ (Niigata) ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงด้านคุณภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จังหวัดนีงาตะได้รับพรจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปลูกข้าวชั้นดี เช่น ดินที่อุดมสมบูรณ์จากตะกอนแม่น้ำสำคัญอย่างแม่น้ำชินาโนะ (Shinano River) และแม่น้ำอะงาโนะ (Agano River) รวมถึงมีน้ำบริสุทธิ์จากหิมะที่ละลาย (Snowmelt Water) และที่สำคัญคือ ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน ที่สูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความหวานและรสชาติของข้าว
ข้าวโคชิฮิคาริสายพันธุ์นีงาตะมีจุดเด่นหลัก ๆ ที่ทำให้เป็นที่รักของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
ความเหนียวและหนึบ (Stickiness): มีสัมผัสที่ เหนียวหนึบ (Mochimochi) และยืดหยุ่นกำลังดี ไม่แข็งกระด้าง
ความหวานและอูมามิ (Sweetness & Umami): มีรสหวานตามธรรมชาติที่ชัดเจน และมีรส อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นในทุกเม็ด
กลิ่นหอมและเงางาม: เมื่อหุงสุกแล้วจะมี กลิ่นหอมที่ละมุน และเมล็ดข้าวจะมีความ เงางามเป็นประกาย น่ารับประทาน
ด้วยรสชาติที่โดดเด่นและสมดุล ทำให้ข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะอร่อยมากแม้ว่าจะทานเปล่า ๆ โดยไม่ต้องมีกับข้าวค่ะ นอกจากนี้ยังรักษาความอร่อยไว้ได้ดีแม้จะเย็นลง จึงเหมาะมากสำหรับทำข้าวปั้น โอนิกิริ (Onigiri) หรือใส่ในกล่องข้าวเบนโตะ (Bento)
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
ข้าวโคชิฮิคาริมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่สมดุล ทำให้เข้ากันได้ดีกับอาหารหลากหลายประเภทค่ะ:
ข้าวสวย (Plain White Rice): ทานเปล่า ๆ คู่กับเครื่องเคียงง่าย ๆ อย่างซุปมิโสะ (Miso Soup) และผักดอง (Tsukemono) เพื่อสัมผัสรสชาติแท้ ๆ ของข้าว
ซูชิ (Sushi) และโอนิกิริ (Onigiri): ด้วยความเหนียวหนึบ ทำให้ปั้นได้ง่ายและคงรูปได้ดีเมื่อเย็นลง
เมนูอาหารญี่ปุ่นทั่วไป: เหมาะสำหรับทานคู่กับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด เช่น ปลาย่าง, เทมปุระ (Tempura) หรือข้าวหน้าต่าง ๆ (Donburi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
เพื่อให้ได้ข้าวที่อร่อยที่สุด ควรทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
1. ซาวข้าว (Rinsing): ซาวข้าวอย่างเบามือเพื่อล้างฝุ่นออก เปลี่ยนน้ำประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำเริ่มใส
2. แช่น้ำ (Soaking): แช่ข้าวในน้ำสะอาดทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ในฤดูร้อน หรือ 60 นาที ในฤดูหนาว เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำอย่างเต็มที่
3. หุง (Cooking): หุงตามอัตราส่วนน้ำที่ระบุบนเครื่องหุงข้าว หรือใช้อัตราส่วนข้าว 1 ส่วนต่อน้ำประมาณ 1.1 - 1.2 ส่วน
4. พักข้าว (Steaming): เมื่อหุงเสร็จแล้ว ห้ามเปิดฝา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ไอน้ำระอุและข้าวสุกทั่วถึง ก่อนจะใช้ไม้พายคลุกเบา ๆ ก่อนตักเสิร์ฟค่ะ
ลองนำข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะไปหุงดูสิคะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมข้าวญี่ปุ่นแท้ ๆ ถึงมีเสน่ห์และเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น ที่คุณก็สามารถสร้างสรรค์ความอร่อยนี้ได้ที่บ้านค่ะ
สาหร่ายวากาเมะสดแบบแช่แข็งพร้อมนำไปปรุงอาหาร
สาหร่ายชนิดนี้เป็นที่นิยมในการทำอาหารเอเชียโดยเฉพาะในอาหารญี่ปุ่น วากาเมะมีลักษณะกรอบนุ่มและมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ
สาหร่ายวากาเมะยังอุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย อาทิเช่น โปรตีน ไอโอดีน และใยอาหารที่สูง ในขณะที่ให้พลังงานต่ำ จึงเป็นที่นิยมให้หมู่คนรักสุขภาพ
เหมาะสำหรับนำไปต้นเป็นน้ำซุป, ใส่ในซุปมิโสะ, ทำสลัด, ใช้เป็นเครื่องเคียงในเมนูอื่นๆ
ขั้นตอนในการเตรียมรับประทานใช้
• นำผลิตภัณฑ์ออกจากตู้แช่งแข็ง ทิ้งไว้ให้ละลาย
• แนะนำให้ละลายแค่ปริมานตามที่ต้องการใช้ในครั้งเดียว และเก็บส่วนที่เหลือในตู้แช่แข็งเพื่อรักษาความสดให้คงอยู่
• ไม่แนะนำให้ละลายทั้งถุง แล้วนำกลับมาเก็บไว้ในตู้แช่แข็ง เนื่องจากจะทำให้คุณภาพลดลง
หนึ่งในเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
ยำสาหร่ายญี่ปุ่นหรือชูกะวากาเมะ (Chuka Wakame) เป็นเมนูเครื่องเคียงที่ขาดไม่ได้ประจำร้านอาหารญี่ปุ่น เราคัดเลือกสาหร่ายคุณภาพดีนำมาปรุงรสชาติจนกลมกล่อมทั้งเค็ม หวาน และเผ็ดนิดๆ หอมกลิ่นน้ำมันงา เหมาะกับการทานเล่นแกล้มกับเครื่องดื่มแก้วโปรด, รับประทานกับข้าวร้อนๆ, ใส่เป็นเครื่องเคียงในเบนโตะ, หรือใช้ทำเป็นหน้าซูชิก็ได้เช่นกันค่ะ
ส่วนผสมจำเป็นที่ทำให้ขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม หอม อร่อย
คินาโกะ (Kinako) ถือเป็นสารให้ความหวานแบบดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่น ผลิตจากการคั่วถั่วเหลืองคุณภาพดี และนำมาบดเป็นผง ให้รสชาติหวานอ่อนๆ หอมกลิ่นของการคั่ว และกลิ่นถั่ว คินานโกะได้ถูกใช้ในการทำอาหาร และขนมญี่ปุ่นมานานหลายศตวรรษ สามารถประยุกต์ใช้ทำขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ขนมสมัยใหม่ หรือโรยบนไอศครีมรสวนิลา หรืชาเขียวรับรองความอร่อยค่ะ
อร่อยง่ายๆ กับเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น
อร่อยง่ายๆ กับเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น
ผักจักรพรรดิ (สลัดต้น) ปรุงรสชาติอ่อนๆ กลมกล่อมสไตล์ญี่ปุ่น ให้คุณสัมผัสความกรุบกรอบอันเป็นเอกลักษณ์ของผักจักรพรรดิที่มาพร้อมกลิ่นหอมของน้ำมันงา รับประทานเป็นเครื่องเคียงคู่กับข้าวสวยหรือข้าวต้ม เสิร์ฟเป็นกับแกล้ม หรือนำไปทำเมนูอื่นๆ ได้อย่างหลากหลาย สะดวกและประหยัดเวลาเพราะมาในรูปแบบปรุงสุกพร้อมทาน สามารถจัดเสิร์ฟได้ทันที
คำแนะนำในการเก็บรักษา
• ควรเก็บในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 0-10 องศา
• หลังจากเปิดซองแล้วหากทานไม่หมด แนะนำให้ใส่กล่องปิดให้สนิทและเก็บไว้ในตู้เย็น
• ควรรับประทานให้หมดภายใน 3 วัน หลังจากที่เปิดซอง
อร่อยง่ายๆ กับเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น
ผักกาดดองต้มสุกปรุงรสแบบต้นตำรับญี่ปุ่น รสชาติอร่อยกลมกล่อมกำลังพอดี นิยมนำมาทำเป็นไส้ข้าวปั้นโอนิกิริ, รับประทานเป็นเครื่องเคียงคู่กับข้าวสวยหรือข้าวต้ม, เสิร์ฟเป็นกับแกล้ม หรือนำไปทำเมนูอื่นๆ ได้อย่างหลากหลาย สะดวกและประหยัดเวลาเพราะมาในรูปแบบปรุงสุกพร้อมทาน สามารถจัดเสิร์ฟได้ทันที
อร่อยง่ายๆ กับเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น
มาทำโอเด้งทานเองที่บ้านกันค่ะ
อร่อยได้ง่ายๆ ด้วยเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น!
สาหร่ายทะเลปรุงรสด้วยกลิ่นหอมของใบชิโซะและใบชิโสะสีเขียว สามารถใช้เป็นส่วนผสมในข้าวปั้น เป็นกับข้าวหรือโจ๊ก โรยบนสลัด หรือรับประทานเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย หรือใช้สร้างสรรค์เมนูอื่นๆ ทั้งปรุงสุกและพร้อมรับประทานได้หลากหลายวิธี ทำให้สะดวกและประหยัดเวลา พร้อมเสิร์ฟ
"ชูรสชาติราเมงให้อร่อยยิ่งขึ้นด้วยหน่อไม้เมนมะ"
ช่วงฤดูฝนถือเป็นช่วงที่หน่อไม้อร่อยที่สุด เพราะมีรสชาติหวาน กรอบ อวบน้ำ เราจึงได้คัดเลือกหน่อไม้ในฤดูกาลนี้นำมาต้มจนสุกและปรุงรสโชยุเข้มข้นจนเต็มไปด้วยรสชาติอูมามิในสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ทำให้มีเนื้อนิ่มกรอบ ไม่เละหรือกระด้าง หอมกลิ่นน้ำมันงาและถั่วเหลือง เหมาะสำหรับเป็นเครื่องโรยหน้าอาหารในเมนูราเมง อุด้ง และบะหมี่ญี่ปุ่นแบบอื่นๆ, ใส่ในข้าวผัด, ใช้เป็นอาหารเรียกน้ำย่อยหรือเป็นกับแกล้มก็อร่อยไม่แพ้กัน สะดวกและประหยัดเวลามากยิ่งขึ้นเพราะมาในรูปแบบปรุงสุกสำเร็จ ทำให้การทานหน่อไม้อร่อยๆ เป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคนค่ะ
ชูรสชาติราเมงให้อร่อยยิ่งขึ้นด้วยหน่อไม้เมนมะกันค่ะ
อากาศแบบนี้ ชวนมาคลายร้อนด้วยเมนูสไตล์ญี่ปุ่นกับเส้นโซเมนอบแห้งคุณภาพพรีเมียมจากประเทศญี่ปุ่น ผลิตด้วยความใส่ใจในทุกขั้นตอน โดยคัดสรรแป้งสาลีและเกลือทะเลคุณภาพดีจากแหล่งผลิตในญี่ปุ่น ผ่านกรรมวิธีการผลิตแบบดั้งเดิม จนได้เส้นโซเมนสีขาวนวลสะอาดตา เหนียวนุ่ม เนียนลื่น และไม่เละง่าย เมื่อลวกสุกแล้วให้สัมผัสนุ่มกำลังดี ลวกง่าย ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว โดยเฉพาะผู้ที่มองหามื้ออาหารที่รับประทานง่ายและสบายท้อง อร่อยสดชื่นได้ง่าย ๆ เพียงเสิร์ฟคู่กับซอสซึยุเย็น ๆ เติมเครื่องเคียงตามชอบก็ได้เมนูโซเมนเย็น ที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นในวันที่อากาศร้อน หรือจะนำไปประยุกต์เป็นเมนูร้อนก็ให้รสชาติกลมกล่อมไม่แพ้กัน ให้คุณสนุกกับการสร้างสรรค์เมนูอาหารญี่ปุ่นได้หลากหลาย ยกระดับมื้ออาหารธรรมดาให้พิเศษยิ่งขึ้น พร้อมสัมผัสรสชาติและเสน่ห์ของโซเมนสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆได้ง่ายๆที่บ้าน
วิธีต้มและลวกเส้นโซเมน มีขั้นตอนดังนี้
1. ต้มน้ำเปล่าในหม้อปริมาณที่เหมาะสมด้วยไฟแรงจนเดือดจัด
2. นำเส้นโซเมนลงไปต้ม โดยใช้ตะเกียบคนเบาๆ ไม่ให้เส้นติดก้นหม้อ
3. จับเวลาต้มประมาณ 2 - 3 นาที
4. น็อกน้ำเย็น: เมื่อครบเวลาให้รีบตักเส้นขึ้นแล้วนำไป ล้างผ่านน้ำเย็นจัดทันที หรือแช่ในน้ำแข็ง
เพื่อหยุดความร้อนและช่วยให้เส้นมีความเหนียวนุ่ม เด้งสู้ลิ้นยิ่งขึ้น
5. เทน้ำออกให้หมด สะเด็ดน้ำให้แห้ง พร้อมนำเสิร์ฟคู่กับน้ำซอสหรือเครื่องเคียงได้ทันที
เมนูแนะนำ
• ซารุ โซเมน: โซเมนเย็นทานคู่กับน้ำซอสซึยุเย็นจัด ต้นหอมซอย วาซาบิ และขิงซอย เพิ่มความสดชื่นคลายร้อนได้ดีเยี่ยม
• โซเมนผัดซอสญี่ปุ่น: นำเส้นโซเมนลวกสุกมาผัดกับผักและเนื้อสัตว์ปรุงรสด้วยซอสสูตรพิเศษ หอมอร่อยแปลกใหม่
• บะหมี่เย็นโซเมนทรงเครื่อง: เสิร์ฟโซเมนเย็นพร้อมไข่ชิ้นฝอย แตงกวาญี่ปุ่นปั่นฝอย และปูอัด ราดน้ำซอสงาขาวหรือซอสพอนสุ
ยกระดับเมนูเส้นที่บ้านคุณให้พิเศษยิ่งขึ้นด้วย เส้นอุด้ง ที่ผ่านนวัตกรรมการผลิตสไตล์ดั้งเดิมที่คัดสรรวัตถุดิบแป้งสาลีและเกลือจากญี่ปุ่น 100% ให้สัมผัสเส้นที่เหนียวนุ่ม นุ่มลื่น ไม่อืดง่าย ซึมซับรสชาติของน้ำซุปได้อย่างเข้าเนื้อ ไม่ว่าจะนำไปทำเมนูอุด้งร้อนซุปรสกลมกล่อม หรือซารุอุด้งเย็นสดชื่น ก็รังสรรค์ความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ได้ง่ายๆ ในเวลาเพียงไม่กี่นาที
วิธีรับประทาน
• เตรียมน้ำต้ม: ต้มน้ำให้เดือดจัดในหม้อ โดยใช้น้ำมากกว่า 1 ลิตร ต่อเส้นอุด้ง 100 กรัม
• ต้มเส้น: ใส่เส้นอุด้งลงในน้ำเดือด ค่อยๆ คนให้เส้นกระจายตัว ไม่ติดกัน ต้มนานประมาณ 7–8 นาที
• น็อกน้ำเย็น: เมื่อเส้นสุกได้ที่แล้ว ให้รีบตักขึ้นใส่กระชอน แล้วนำไปล้างผ่านน้ำเย็นหรือน้ำน้ำแข็งทันที พร้อมขยี้เบาๆ เพื่อล้างแป้งออก วิธีนี้จะช่วยให้เส้นเหนียวนุ่มและนุ่มลื่นยิ่งขึ้น (กรณีทำเมนูอุด้งร้อนแบบคามะอาเกะ ไม่ต้องนำไปล้างน้ำเย็น สามารถนำขึ้นใส่ชามน้ำซุปร้อนได้เลย)
เมนูแนะนำ
• เทมปุระอุด้ง : เส้นอุด้งเหนียวนุ่มในน้ำซุปโชยุร้อนๆ รสกลมกล่อม ท็อปด้วยกุ้งเทมปุระทอดกรอบๆ ผักทอด และโรยด้วยต้นหอมซอย
• ซารุอุด้ง / อุด้งเย็น : นำเส้นอุด้งที่ล้างน้ำเย็นแล้ว จัดวางบนตะแกรง เสิร์ฟคู่กับซอสซึยุเย็นๆ เติมเครื่องเคียงอย่างขิงบด ต้นหอมซอย และวาซาบิ
• อุด้งไข่ออนเซ็น : ราดซอสเมนทสึยุแบบข้นเล็กน้อย ทานคู่กับไข่ออนเซ็นเยิ้มๆ โรยสาหร่าย และกุ้ง หรือกระเจี๊ยบเขียวหั่นแว่น
ใครกำลังมองหาเมนูเส้นอร่อยๆ ทานแล้วสดชื่น ดับร้อน ต้องไม่พลาด เส้นฮิยามูกิคุณภาพเยี่ยมที่พิถีพิถันคัดสรรแป้งสาลีและเกลือธรรมชาติจากประเทศญี่ปุ่น 100% ผ่านกรรมวิธีการผลิตตามมาตรฐานญี่ปุ่นแท้ ให้สัมผัสเส้นเหนียวนุ่ม นุ่มลื่นกลืนง่าย อิ่มท้องกำลังดี ปลอดภัยไร้สารปรุงแต่งสังเคราะห์ แถมยังปรุงง่าย รวดเร็ว ใช้เวลาต้มเพียงไม่กี่นาที พร้อมตอบโจทย์ทุกมื้ออร่อย ไม่ว่าจะทำเป็นเมนูเส้นเย็นทานคู่กับซึยุซอสเพิ่มความสดชื่น หรือจะนำไปผัดและทำซุปร้อนก็อร่อยเข้ากันได้อย่างลงตัว
วิธีรับประทาน
• ต้มเส้น: ต้มน้ำสะอาดให้เดือดจัด (ใช้น้ำอย่างน้อย 1 ลิตร ต่อเส้น 80 กรัม) แล้วใส่เส้นฮิยามูกิลงไป คลอยเส้นเบาๆ
ต้มประมาณ 4–5 นาที
• น็อคน้ำเย็น: เมื่อเส้นสุกได้ที่ ให้รีบตักขึ้นสะเด็ดน้ำร้อน แล้วนำไปล้างผ่านน้ำเย็น หรือแช่ในน้ำใส่น้ำแข็งทันที
เพื่อหยุดความร้อนและเพิ่มความเหนียวนุ่มลื่น
• จัดเสิร์ฟ: สะเด็ดน้ำให้แห้ง จัดใส่จานหรือชาม พร้อมรับประทานคู่กับซอสซึยุเย็น เครื่องเคียงอย่างต้นหอม ขิงบด
วาซาบิ หรือนำไปปรุงเป็นเมนูอื่นๆ
เมนูแนะนำ
• ฮิยามูกิเย็น : เสิร์ฟเส้นเย็นบนน้ำแข็ง ทานคู่กับซอสซึยุเย็นๆ โรยด้วยต้นหอมซอย ขิงบด และวาซาบิ
เพิ่มความสดชื่นดับร้อน
• สลัดเส้นฮิยามูกิ : เส้นฮิยามูกินุ่มลื่น ท็อปด้วยไข่เส้น แตงกวา ชิคุวะ ฮัม/โบโลน่า และบ๊วยเค็ม ราดด้วย
น้ำสลัดงาญี่ปุ่น
• ฮิยามูกิผัดสไตล์แชมปูรู : นำเส้นไปผัดกับไข่ เนื้อสัตว์ และผักตามชอบ ปรุงรสด้วยโชยุ ให้รสชาติ
กลมกล่อม หอมอร่อย
เคยไหมที่อยากกินโซบะรสชาติต้นตำรับแบบญี่ปุ่นแท้ๆ แต่พอซื้อเส้นทั่วไปมาต้มกลับไม่ได้สัมผัสและกลิ่นหอมที่ตามหา? ปัญหานั้นจะหมดไปด้วย เส้นโซบะอบแห้ง ที่จะเปลี่ยนครัวของคุณให้กลายเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสุดพรีเมียมด้วยเสน่ห์ของกรรมวิธีโบราณ "โม่ด้วยหิน" ในการบดเม็ดบัควีตด้วยความเร็วต่ำโดยไม่เกิดความร้อนสะสม จึงช่วยคงคุณค่าทางโภชนาการ กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ และรสสัมผัสเหนียวนุ่ม ลื่นกลืนง่าย ไว้ได้อย่างครบถ้วน ให้คุณได้สัมผัสรสชาติธรรมชาติของบัควีตอย่างเต็มคำ นอกจากจะอร่อยแล้วยังอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการและประโยชน์ต่อสุขภาพ ทั้งมีใยอาหารสูงช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหารและการขับถ่าย อิ่มนานด้วยดัชนีน้ำตาล (GI) ที่ต่ำกว่าเส้นแป้งสาลีทั่วไป เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมพลังงาน พร้อมรับวิตามินและแร่ธาตุธรรมชาติไปแบบเต็มๆ ที่สำคัญยังต้มง่าย ประหยัดเวลา เพียงไม่กี่นาทีก็ได้เส้นสุกกำลังดีพร้อมนำไปรังสรรค์เมนูโปรดได้ทันที
วิธีต้มเส้นโซบะอบแห้งให้เหนียวนุ่มสไตล์ญี่ปุ่น
1. ต้มเส้น
• ตั้งน้ำในหม้อใบใหญ่ให้เดือดจัด (ใช้น้ำเยอะเพื่อให้เส้นกระจายตัวได้ดี)
• ใส่เส้นโซบะลงไป กระจายเส้นไม่ให้จับเป็นก้อน
• ต้มด้วยไฟกลางถึงแรงประมาณ 4–5 นาที (คอยคนเบาๆ เป็นระยะ)
2. น็อกน้ำเย็น (ขั้นตอนสำคัญ)
• เมื่อเส้นสุกได้ระดับความนุ่มที่ต้องการ ให้รีบตักเส้นขึ้นใส่ใน น้ำเย็นจัดหรือน้ำผสมน้ำแข็ง ทันที เพื่อหยุดความร้อน
3. ล้างยางแป้ง
• ใช้มือเอามือถูหรือล้างเส้นเบาๆ ในน้ำเย็น เพื่อล้างยางแป้งที่เกาะบนผิวเส้นออก
• ขั้นตอนนี้จะช่วยให้เส้นมีความเหนียวนุ่ม ลื่น ไม่เละ และไม่ติดกันเป็นก้อน
4. สะเด็ดน้ำ
• ยกเส้นขึ้นใส่กระชอน พักไว้ให้สะเด็ดน้ำจนแห้งสนิท
• พร้อมนำไปจัดจ้านเสิร์ฟคู่กับซอสซึยุเย็น หรือใส่ในน้ำซุปร้อนได้ทันที
ดื่มด่ำความอร่อยระดับพรีเมียม ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่นด้วย เส้นโซบะแห้งผสมชาเขียว คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูงจากประเทศญี่ปุ่น 100% ทั้งแป้งสาลี แป้งโซบะ และผงชาเขียวแท้ ให้สัมผัสเส้นเหนียวนุ่ม นุ่มลื่นคอ พร้อมกลิ่นหอมละมุนของชาเขียวตามแบบฉบับดั้งเดิม ได้คุณประโยชน์เต็มๆ จากไฟเบอร์ และสารต้านอนุมูลอิสระในชาเขียว ย่อยง่าย สบายท้อง เหมาะสำหรับสายสุขภาพและผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ
จุดเด่นสินค้า:
• ผลิตจากวัตถุดิบในประเทศญี่ปุ่น 100% ไม่แต่งสีและกลิ่นสังเคราะห์
• ผสมผสานผงชาเขียวแท้ หอมกลิ่นชาเขียวชัดเจนเป็นเอกลักษณ์
• ทำง่าย สุกไว เพียงต้ม 5–6 นาที ก็นำไปรังสรรค์มื้ออร่อยได้ทันที
เคล็ดลับการต้มเส้น ให้ได้เส้นเหนียวนุ่ม และหอมกลิ่นชาเขียวชัดเจนตามแบบฉบับเชฟญี่ปุ่น
1. เตรียมน้ำเยอะๆ (ใช้น้ำเดือดจัด) :
ใช้น้ำสะอาดประมาณ 1 ลิตร ต่อเส้น 80 กรัม (หรือน้ำ 2-3 ลิตรสำหรับหมดซอง 240 กรัม) ตั้งไฟแรงให้น้ำเดือด
พล่านก่อนใส่เส้น เพราะปริมาณน้ำที่มากพอจะช่วยให้ความร้อนทั่วถึงและเส้นไม่ติดกัน
2. ต้มจับเวลา 5–6 นาที (กระจายเส้น) :
กระจายเส้นลงในหม้ออย่างเบามือ แล้วใช้ตะเกียบคนเบาๆ ให้เส้นกระจายตัว ไม่จับเป็นก้อน ต้มด้วยไฟกลาง
ค่อนแรงเป็นเวลา 5–6 นาที
3. เทคนิค "น็อกน้ำเย็น" :
เมื่อครบเวลา นำเส้นขึ้นเทผ่านกระชอนทันที แล้วนำไป ขยำเบาๆ ในน้ำเย็นจัดผสมน้ำแข็ง เพื่อหยุดความร้อน
ล้างยางแป้งส่วนเกินออก ซึ่งขั้นตอนนี้จะทำให้เส้นเงางาม เหนียวนุ่ม หนึบสู้ฟัน และคงสีเขียวสดของมัทฉะ
4. สะเด็ดน้ำให้แห้งสนิท :
ยกเส้นขึ้นจากน้ำเย็น แล้วสะเด็ดน้ำออกให้แห้งที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนนำไปจัดเสิร์ฟเป็นโซบะเย็น
หรือนำไปผ่านน้ำร้อนอีกครั้งเพื่อทำโซบะร้อน