สายกินห้ามพลาดกับเมนูสุดฟิน ที่จะเปลี่ยนมื้อธรรมดาของคุณให้พิเศษขึ้น สัมผัสความอร่อยเต็มๆคำกับรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยความกรอบนอกจากเกล็ดขนมปังสีทอง และความนุ่มในของครีมซอสสูตรเข้มข้น รสชาติหวานมัน กลมกล่อม ละมุนลิ้น ผสานเนื้อกุ้งเด้งๆ ด้านในที่เข้ากันได้อย่างลงตัว กินกี่ทีก็ไม่เบื่อ แถมสะดวกสุดๆ เพียงหยิบออกจากตู้เย็นแล้วนำทอดด้วยกระทะ หรือถ้าอยากได้ความกรอบฟูขั้นสุด เพียงอุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมันแปบเดียว ก็จะได้โคร็อกเกะร้อนๆ เหมือนเพิ่งทอดเสร็จใหม่ๆ จะทานเล่นเป็นของว่างยามบ่ายจิ้มซอสทงคัตสึหรือมายองเนสก็เคี้ยวเพลิน หรือจะนำไปวางท็อปบนข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นร้อนๆ ทำเป็นมื้อหลักก็อร่อยฟินอิ่มท้อง ยิ่งทานตอนร้อนๆ ครีมซอสข้างในเยิ้มๆ บอกเลยว่าฟินมากๆ แค่มีโคร็อกเกะกล่องนี้ติดตู้เย็นไว้ก็อุ่นใจ อร่อยได้ทุกเวลา
วิธีอร่อยกับ "โคร็อกเกะครีมกุ้ง" (ทำง่าย สะดวก รวดเร็ว)
เนื่องจากเป็นสินค้าอาหารพร้อมทานแช่แข็ง สามารถเลือกอุ่นร้อนได้ตามความสะดวก 2 รูปแบบ
แบบทอดด้วยกระทะ
• ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ท่วม ใช้ไฟปานกลางจนน้ำมันร้อน
• นำโคร็อกเกะลงไปทอดซ้ำสั้น ๆ ประมาณ 1 - 2 นาที จนเกล็ดขนมปังฟูเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองสม่ำเสมอ
• ตักขึ้นมาพักสะเด็ดน้ำมัน พร้อมเสิร์ฟ จะได้รสสัมผัสที่กรอบฟูฉ่ำ ตามแบบฉบับโคร็อกเกะดั้งเดิมในร้านอาหารญี่ปุ่น
แบบหม้อทอดไร้น้ำมัน
• นำโคร็อกเกะครีมกุ้งออกจากช่องแช่แข็ง (ไม่ต้องทำละลาย)
• ใส่ในหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้ไฟ 180°C เป็นเวลาประมาณ 8 - 10 นาที
• พลิกกลับด้านในนาทีที่ 5 เพื่อให้เกล็ดขนมปังกรอบสีเหลืองทองเท่ากันทั้งสองด้าน แป้งด้านนอกจะกรอบกรุบเหมือนทอดใหม่ ๆ แต่ไร้น้ำมันส่วนเกิน ส่วนครีมซอสด้านในละมุนเยิ้มสะใจ
ทำความรู้จัก "ปลาบุริ" ราชาแห่งปลาเนื้อขาวฤดูหนาว
ปลาบุริ หรือ ปลาหางเหลือง เป็นปลาที่ชาวญี่ปุ่นให้ความสำคัญมาก โดยเฉพาะปลาจากแถบคิวชูและคาโกชิม่าที่มีกระแสน้ำเย็น ทำให้ปลาสะสมไขมันได้ดี เนื้อจึงมีความนุ่มและชุ่มฉ่ำ สำหรับปลาบุริสับ ปรุงรสยูซุ ห่อนี้ ไม่ได้มีดีแค่เนื้อปลา แต่เป็นการนำเนื้อปลาส่วนที่ดีที่สุดมาสับรวมกันแล้วปรุงรสด้วย "ส้มยูซุ" ผลไม้ตระกูลซิตรัสที่เป็นหัวใจของอาหารญี่ปุ่น กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของยูซุจะช่วยชูรสหวานของเนื้อปลาให้เด่นชัดขึ้น เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความมันของปลาและความสดชื่นของผลไม้ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นสายพรีเมียมแต่ต้องการความสะดวกในการทำทานเองที่บ้าน ความพิเศษคือการคงคุณภาพด้วยการแช่แข็งในอุณหภูมิที่เหมาะสม ทำให้รักษาความสด เนื้อสัมผัส และรสชาติไว้ได้อย่างดีเยี่ยม เหมาะสำหรับร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านอิซากายะ ร้านพรีเมียมเดลิเวอรี่ หรือผู้ที่ต้องการวัตถุดิบคุณภาพระดับร้านอาหารโดยไม่ต้องเตรียมเองทุกขั้นตอน เพียงละลายอย่างถูกวิธี ก็สามารถจัดจานเสิร์ฟได้ทันที สวยงาม สะอาด และได้มาตรฐาน พูดง่าย ๆ คือ “ของดีที่ช่วยให้คุณขายง่ายขึ้น” นั่นเอง
"ยกระดับโอมากาเสะที่บ้านคุณ! พบกับ ปลาบุริสับปรุงรสยูซุ ส่งตรงจากญี่ปุ่น เนื้อปลาบุริคัดเกรดสับละเอียด ผสมผสานกับความหอมสดชื่นของน้ำส้มยูซุแท้ๆ รสชาติกลมกล่อม นุ่มละมุนลิ้น พร้อมทานได้ทันทีเพียงแค่ละลาย"
วิธีทาน / วิธีการทำ
• การเตรียม: นำแพ็คสินค้าออกมาละลายในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือแช่น้ำ (ทั้งถุง) จนเนื้อปลานุ่ม
เมนูแนะนำ:
• Negitoro-style Don: วางบนข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ โรยต้นหอมซอยและสาหร่าย
• Hand Roll (Temaki): ห่อด้วยสาหร่ายแผ่นพร้อมข้าวซูชิ
• Appetizer: ตักวางบนแครกเกอร์ หรือขนมปังฝรั่งเศสอบกรอบ เพื่อทำเป็นคานาเป้สไตล์ฟิวชั่น
เมนูแนะนำคู่เคียง :
• ทานคู่กับ โชยุและวาซาบิ เพื่อรสชาติแบบดั้งเดิม
• ทานคู่กับ เครื่องดื่มเย็นๆ เช่น ชาเขียวร้อน หรือคราฟต์เบียร์เพื่อตัดรส
เครื่องเคียงที่แนะนำ:
• ขิงดอง หรือ หัวไชเท้าขูด จะช่วยเสริมรสชาติยูซุให้ชัดขึ้น
จุดเด่นสินค้า
✔ ใช้ปลาบุรีคุณภาพจากแหล่งผลิตในญี่ปุ่น
✔ ปรุงรสด้วยยูสุแท้ ให้กลิ่นหอมสดชื่น
✔ เนื้อสัมผัสนุ่มแน่น ไม่เละ
✔ สินค้าแช่แข็ง รักษาความสด
✔ ละลายแล้วเสิร์ฟได้ทันที ไม่ต้องปรุงเพิ่ม
เคยไหม... ที่อยากกินแซลมอนดง(ข้าวหน้าปลาแซลมอน)
แบบเนื้อนุ่มๆ ละมุนลิ้นเหมือนไปนั่งกินที่ร้านญี่ปุ่นระดับหรู แต่ไม่อยากฝ่ารถติด ไม่อยากรอคิวนาน และที่สำคัญ... ไม่อยากจ่ายแพง! ความฝันของคนรักแซลมอนเป็นจริงแล้วค่ะ กับ แซลมอนสับปรุงรส ขนาดจุใจ 300 กรัม ที่จะเปลี่ยนครัวในบ้านของคุณให้กลายเป็นบาร์ซูชิชั้นเลิศได้ภายในเวลาไม่กี่นาที
ทำไมต้องเป็นแซลมอนสับถุงนี้ ?
ความลับของความอร่อยที่แตกต่างอยู่ที่การเลือกสรร"วัตถุดิบสายพันธุ์พรีเมียม" เราไม่ได้ใช้ปลาเพียงชนิดเดียว แต่เราผสมผสานระหว่าง:
- ปลาแซลมอนโคโฮ จากชิลี : ที่ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อสัมผัสที่แน่นและรสชาติที่เข้มข้นเป็นเอกลักษณ์
- ปลาแซลมนเทร้าต์ จากนอร์เวย์ : ที่มอบความมันวาว ละลายในปาก และสีสันส้มสดใสชวนรับประทาน
เมื่อเนื้อปลาทั้งสองชนิดมาเจอกัน ผ่านการสับในอุณหภูมิที่ควบคุมอย่างแม่นยำเพื่อรักษาความสด และปรุงรสเพียงเล็กน้อยด้วยสูตรลับฉบับญี่ปุ่น ผลลัพธ์ที่ได้คือเนื้อแซลมอนที่ "เนียน นุ่ม และกลมกล่อม" จนแทบไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่ม มื้ออาหารสุดพิเศษที่ใครก็ทำ ลองจินตนาการถึงข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ สักชาม บีบแซลมอนสับนุ่มๆ ลงไปจนเต็มหน้าปลา วางไข่แดงสดไว้ตรงกลาง โรยต้นหอมซอยและสาหร่ายฉีก เหยาะโชยุญี่ปุ่นสูตรพิเศษลงไปนิดหน่อย... เพียงเท่านี้ "ความสุขที่กินได้" ก็พร้อมเสิร์ฟให้ตัวคุณและคนที่คุณรักแล้วค่ะ
ความสะดวกที่มาพร้อมกับคุณภาพ ในถุงรูปแบบทรงกรวย ที่ออกแบบมาเพื่อคนยุคใหม่โดยเฉพาะ :
• ไม่ต้องสับเอง: ไม่ต้องเลอะมือ ไม่ต้องล้างเขียง ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นคาวติดมือ
• ควบคุมปริมาณง่าย : อยากทานแค่ไหน ก็บีบออกมาแค่นั้น ส่วนที่เหลือปิดปากถุงแช่ฟรีซต่อได้
• สร้างสรรค์ได้ไม่รู้จบ : จะบีบลงบนข้าวสวยร้อนๆ ทำเป็นมินิซูชิ หรือจะวางบนแครกเกอร์เป็นคานาเป้ในงานปาร์ตี้ ก็สวยงามเหมือนมืออาชีพทำเอง
มาตรฐานที่คุณไว้วางใจได้
สินค้าตัวนี้ผลิตและบรรจุโดยบริษัทเซอิกิ จากจังหวัดคาโกชิมะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องความละเอียดอ่อนในการทำอาหารทะเล ผ่านกระบวนการแช่แข็งแบบเยือกแข็ง (Quick Frozen) ที่อุณหภูมิต่ำกว่า -18 องศาเซลเซียส เพื่อล็อคความสดใหม่และสารอาหารไว้ให้ครบถ้วนจนถึงมือคุณ
เมนูแนะนำ
• ข้าวหน้าแซลมอนสับ (Salmon Don)
• แซลมอนกุนกันซูชิ
• โรลไส้แซลมอนสับ
• แซลมอนสับคลุกสไปซี่
• แซลมอนสับโปะบนอโวคาโด
แนะนำอาหารที่เข้ากัน เมนูธรรมดาจะดูโปรขึ้นทันที
• ข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ, สาหร่ายโนริ, ไข่กุ้ง, อโวคาโด, วาซาบิ และ โชยุพรีเมียม
จับคู่ดี ๆ เมนูธรรมดาจะดูโปรขึ้นทันที
"เพราะเราเชื่อว่า อาหารที่ดี ไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติ แต่คือเรื่องของความสะดวกและความสุขในทุกคำที่ทาน"
แซลมอนรมควันสไตล์ดั้งเดิม พร้อมรับประทาน สัมผัสรสชาติพรีเมียมในทุกคำ
Latitude 45 Smoked Atlantic Salmon Traditional แซลมอนรมควันผลิตจากปลาแซลมอนสดคุณภาพ โดยนำเข้าสู่กระบวนการรมควันภายใน 24 ชั่วโมงหลังการจับขึ้นจากน้ำ เพื่อคงความสดและคุณภาพของเนื้อปลาไว้ได้อย่างดีที่สุด
ทุกชิ้นผ่านการ หมักแห้งด้วยเกลือ (Dry Brine) พร้อมตัดแต่งและนำส่วนเนื้อสีเข้มออกอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้เนื้อปลาแซลมอนที่สะอาด สีสวย และเนื้อสัมผัสนุ่มละมุน จากนั้นนำมารมควันด้วย ไม้โอ๊กธรรมชาติจากประเทศชิลี (Chilean Oak) และวัตถุดิบพื้นเมืองที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างสมดุลที่ลงตัวระหว่างระยะเวลาการรมควัน กลิ่นหอมของไม้ และรสชาติอันกลมกล่อม ทำให้ได้แซลมอนรมควันที่มีกลิ่นหอมละมุน เนื้อเนียนนุ่ม และรสชาติเป็นเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับรับประทานคู่กับขนมปัง เบเกิล สลัด หรือเมนูอาหารจานโปรดต่างๆ ได้อย่างลงตัว
Latitude 45 ได้รับการรับรองมาตรฐาน OU Kosher และ BAP ระดับ 4 ดาว (4-Star Certified)
คุณสมบัติเด่นของสินค้า
• ไม่ต้องปรุงหรือเตรียมอาหารเพิ่มเติม เปิดซองพร้อมรับประทานได้ทันที
• รมควันจากปลาแซลมอนสด ไม่ใช่ปลาแช่แข็ง
• อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 และวิตามินดี
• ได้รับการรับรองมาตรฐาน OU Kosher
• ได้รับการรับรองมาตรฐาน 4-Star BAP (Best Aquaculture Practices)
• ปราศจากกลูเตน (Gluten Free)
• เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมแทน Lox (ปลาแซลมอนหมักเกลือแบบดั้งเดิม)
มาตรฐาน BAP
บนบรรจุภัณฑ์มีสัญลักษณ์สำคัญที่ช่วยการันตีความมั่นใจ:
• BAP (Best Aquaculture Practices): เป็นเครื่องหมายระดับสากลที่ยืนยันว่า ฟาร์มนี้รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สวัสดิภาพสัตว์ และมีความ
"เพราะความสดรอไม่ได้ เราจึงรมควันใน 24 ชั่วโมง เพื่อคำที่ดีที่สุดสำหรับคุณ"
แซลมอนรมควันสไตล์ดั้งเดิม พร้อมรับประทาน สัมผัสรสชาติพรีเมียมในทุกคำ
Latitude 45 Smoked Atlantic Salmon Traditional แซลมอนรมควันผลิตจากปลาแซลมอนสดคุณภาพ โดยนำเข้าสู่กระบวนการรมควันภายใน 24 ชั่วโมงหลังการจับขึ้นจากน้ำ เพื่อคงความสดและคุณภาพของเนื้อปลาไว้ได้อย่างดีที่สุด
ทุกชิ้นผ่านการ หมักแห้งด้วยเกลือ (Dry Brine) พร้อมตัดแต่งและนำส่วนเนื้อสีเข้มออกอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้เนื้อปลาแซลมอนที่สะอาด สีสวย และเนื้อสัมผัสนุ่มละมุน จากนั้นนำมารมควันด้วย ไม้โอ๊กธรรมชาติจากประเทศชิลี (Chilean Oak) และวัตถุดิบพื้นเมืองที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างสมดุลที่ลงตัวระหว่างระยะเวลาการรมควัน กลิ่นหอมของไม้ และรสชาติอันกลมกล่อม ทำให้ได้แซลมอนรมควันที่มีกลิ่นหอมละมุน เนื้อเนียนนุ่ม และรสชาติเป็นเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับรับประทานคู่กับขนมปัง เบเกิล สลัด หรือเมนูอาหารจานโปรดต่างๆ ได้อย่างลงตัว
Latitude 45 ได้รับการรับรองมาตรฐาน OU Kosher และ BAP ระดับ 4 ดาว (4-Star Certified)
คุณสมบัติเด่นของสินค้า
• แซลมอนรมควันพร้อมรับประทาน ขนาด 6 ออนซ์
• ไม่ต้องปรุงหรือเตรียมอาหารเพิ่มเติม เปิดซองพร้อมรับประทานได้ทันที
• รมควันจากปลาแซลมอนสด ไม่ใช่ปลาแช่แข็ง
• อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 และวิตามินดี
• ได้รับการรับรองมาตรฐาน OU Kosher
• ได้รับการรับรองมาตรฐาน 4-Star BAP (Best Aquaculture Practices)
• ปราศจากกลูเตน (Gluten Free)
• เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมแทน Lox (ปลาแซลมอนหมักเกลือแบบดั้งเดิม)
มาตรฐาน BAP
บนบรรจุภัณฑ์มีสัญลักษณ์สำคัญที่ช่วยการันตีความมั่นใจ:
• BAP (Best Aquaculture Practices): เป็นเครื่องหมายระดับสากลที่ยืนยันว่า ฟาร์มนี้รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สวัสดิภาพสัตว์ และมีความ
"เพราะความสดรอไม่ได้ เราจึงรมควันใน 24 ชั่วโมง เพื่อคำที่ดีที่สุดสำหรับคุณ"
สุดยอดขนมญี่ปุ่นคลายร้อน! อร่อยง่าย ๆ แค่คลายความเย็น
วาราบิโมจิ คือขนมหวานดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ด้วยเนื้อสัมผัสนุ่มละลาย ผสานความหวานลึกของน้ำตาลทรายแดง และกลิ่นหอมของถั่วเหลืองคั่ว เป็นขนมที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในทุกฤดูกาล หัวใจสำคัญของวาราบิโมจิอยู่ที่ “แป้งวาราบิ” ซึ่งได้จากรากของพืชตระกูลเฟิร์นญี่ปุ่น เมื่อนำมาผ่านกระบวนการนวดอย่างพิถีพิถัน จะได้เนื้อสัมผัสที่นุ่ม หนึบ เด้งและละลายในปาก แตกต่างจากโมจิทั่วไปที่ทำจากข้าวเหนียว ด้วยความอ่อนโยนของเนื้อแป้ง จึงให้สัมผัสที่ละเอียดและพรีเมียมยิ่งกว่า ความพิเศษอีกขั้นอยู่ที่การใช้น้ำตาลทรายแดงจากโอกินาว่า หรือ “คุโระซาโตะ” ซึ่งไม่ได้ใช้เป็นแค่น้ำเชื่อมราดเท่านั้น แต่ถูกนวดผสมเข้าไปในเนื้อวาราบิโมจิตั้งแต่ขั้นตอนการทำ ทำให้ขนมมีสีน้ำตาลอ่อน กลิ่นหอมเฉพาะตัวของอ้อย และรสหวานที่ลึก กลมกล่อม ไม่ฉูดฉาด ซึมซับอยู่ในทุกคำที่กัด และที่ขาดไม่ได้ของวาราบิโมจิ นั่นคือการโรย “คินาโกะ”หรือผงถั่วเหลืองคั่วอย่างดี ที่มีกลิ่นหอมถั่วคั่ว และ รสสัมผัสที่นุ่มนวล มันๆ ซึ่งช่วยเสริมให้รสหวานของน้ำตาลทรายแดงมีความสมดุล หอมละมุน และลุ่มลึกยิ่งขึ้น
วิธีทานวาราบิโมจิแบบอร่อย :
• การละลายน้ำแข็ง : นำถุงวาราบิโมจิออกจากช่องแข็ง แล้วย้ายไปใส่ในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือวางไว้ที่อุณหภูมิห้อง เพื่อให้ละลายน้ำแข็งอย่างช้า ๆ (ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง)
• ความเย็นคือหัวใจ : ขนมนี้จะอร่อยที่สุดเมื่อทานแบบเย็น เพื่อสัมผัสถึงความนุ่มหนึบและความเย็นชื่นใจ
• พร้อมเสิร์ฟ : เมื่อละลายน้ำแข็งแล้ว สามารถแกะซองและรับประทานได้ทันที
• เพิ่มรสชาติ : หากต้องการรสชาติแบบดั้งเดิมยิ่งขึ้น สามารถราดด้วยน้ำเชื่อมคุโรมิตซึ(น้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดง) ได้ตามความชอบ
เคล็ดลับการรับประทาน
• เสิร์ฟตอนเย็น ๆ จะให้รสสัมผัสสดชื่น เหมาะกับอากาศร้อน
• รับประทานคู่กับชาเขียวร้อน จะช่วยตัดรสหวานได้ดี
• หากเหลือ อย่าแช่แข็งซ้ำ ให้เก็บในตู้เย็นและรับประทานภายใน 1 วัน เพื่อคงคุณภาพ
เมนูทานคู่แนะนำ :
คู่กับชาญี่ปุ่น :
• มัทฉะร้อน/เย็น : เพื่อเสริมความหอมเข้มของชาเขียวให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
• โฮจิฉะ : ชาเขียวคั่วที่มีกลิ่นหอมอบอุ่น จะช่วยตัดรสหวานได้อย่างลงตัว
• เซนฉะ : ชาเขียวใบที่มีรสชาติบางเบาและสดชื่น
วาราบิโมจิ คือขนมที่หลอมรวมวัตถุดิบธรรมชาติและศิลปะการทำขนมของญี่ปุ่นเอาไว้อย่างลงตัว ละมุนในทุกคำ นุ่มหนึบทุกสัมผัส หวานหอมอย่างมีระดับ
ถ้าพูดถึงอาหารสุขภาพยอดฮิตของญี่ปุ่น “นัตโตะ” คือตัวท็อปที่คนรักสุขภาพทั่วโลกยอมใจ ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งกลิ่นและสัมผัสเหนียวนุ่ม ไม่ใช่แค่ของกินเล่นธรรมดา แต่เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงจากถั่วเหลืองหมัก อัดแน่นด้วยจุลินทรีย์ดีที่ช่วยปรับสมดุลลำไส้ และยังมีวิตามินสำคัญอย่างวิตามิน K2 สำหรับรุ่นนี้เป็นแบบ “เม็ดเล็กพิเศษ (Gokukotsubu)” ทำให้เคี้ยวง่าย เนื้อเนียน คลุกซอสได้เข้ากันมากขึ้น เหมาะทั้งมือใหม่ที่อยากลองและสายกินตัวจริง มาพร้อมซอสปรุงรสและมัสตาร์ดในชุด แค่ฉีก เท คลุก ก็ได้รสชาติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นทันที จะกินกับข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ หรือดัดแปลงเมนูก็อร่อยลงตัว
นัตโตะโอฮาโย่ จากจังหวัดอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น ใช้ถั่วเหลืองคุณภาพดี ผ่านการนึ่งจนได้ความนุ่มพอดี ก่อนนำไปหมักด้วยจุลินทรีย์ Bacillus subtilis จนเกิดเป็นเส้นใยเหนียวนุ่มอันเป็นเอกลักษณ์ และเป็นแหล่งของสารอาหารสำคัญอย่างเอนไซม์นัตโตะไคเนส (Nattokinase) ที่ช่วยสนับสนุนระบบไหลเวียนโลหิต รวมถึงโพรไบโอติกส์ที่ดีต่อระบบขับถ่าย จุดเด่นอีกอย่างคือรสชาติที่กลมกล่อม ด้วยซอสโชยุผสมสารสกัดจากปลาโบนิโตะและหอยเชลล์ รวมถึงวัตถุดิบจากธรรมชาติอย่างเห็ดหอม ช่วยเพิ่มความอูมามิ (Umami) และลดกลิ่นเฉพาะตัวของนัตโตะ ทำให้ทานง่ายขึ้น แม้สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มลอง พูดง่าย ๆ คือนี่คือซูเปอร์ฟู้ดญี่ปุ่นที่ทั้งอร่อย กินง่าย และดูแลสุขภาพได้ในคำเดียว
วิธีทานนัตโตะแบบง่ายๆ (สไตล์ญี่ปุ่น):
• เตรียม: นำนัตโตะออกจากตู้เย็น พักไว้ให้อุณหภูมิห้องสักครู่
• ใส่เครื่องปรุง: ฉีกซองซอสและมัสตาร์ดที่ให้มาในกล่อง ใส่ลงในนัตโตะ (ถ้าไม่ชอบกลิ่นแรงแนะนำต้องใส่ซอสเยอะ).
• คน: ใช้ตะเกียบหรือช้อนคนนัตโตะไปทางเดียวกัน 50-100 ครั้ง เพื่อให้เกิดใยเหนียวๆ และรสชาติอูมามิ.
• ทานคู่: ตักราดบนข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมปังปิ้งคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ท็อปปิ้งเสริมที่แนะนำ (สำหรับคนไทยเพิ่มความอร่อย):
• เพิ่มรสชาติ/ลดกลิ่น: ต้นหอมซอย, ไข่ดิบ/ไข่แดง, คัตสึโอะบุชิ, กิมจิ, วาซาบิ, ซอสพริกศรีราชา, มายองเนส
• ทานกับ: ข้าวญี่ปุ่น, ขนมปังปิ้ง, พาสต้า, เส้นอูด้ง, หรือแม้แต่กระเจี๊ยบเขียวลวก.
• เมนูประยุกต์: ลองคลุกกับข้าวหน้ากะเพรา, กินกับไข่ออนเซ็น
สัมผัสเสน่ห์ของวัตถุดิบสไตล์ญี่ปุ่นที่หลายคนหลงรัก กับไข่ปลาแซลมอนปรุงรสโชยุ หรือ อิคุระ (Ikura) ไข่ปลาสีส้มแดงสด เม็ดกลมสวย เรียงตัวแน่นอย่างน่ารับประทาน พร้อมสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ของไข่ปลา เมื่อกัดลงไปจะสัมผัสได้ถึงความ เด้ง ฉ่ำ และแตกเบา ๆในปาก ก่อนส่งต่อรสชาติกลมกล่อมจากน้ำหมักโชยุที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับไข่ปลาได้อย่างลงตัว จุดเด่นคือการนำไข่ปลาแซลมอนมาปรุงรสด้วยโชยุ ทำให้ได้รสชาติที่มีความเค็มกลมกล่อมและช่วยชูรสของไข่ปลาให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เมื่อรับประทานคู่กับข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ รสชาติของไข่ปลาจะช่วยเพิ่มความอร่อยให้กับข้าวอย่างลงตัว หรือหากนำไปจับคู่กับแซลมอนสด ทูน่า ไข่หวาน หรือวัตถุดิบทะเลชนิดอื่น ก็สามารถสร้างเป็นเมนูข้าวหน้าสไตล์ญี่ปุ่นที่ทั้งอร่อยและดูพรีเมียมได้ง่าย ๆ
อิคุระ (Ikura) ถือเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่ช่วยสร้างความโดดเด่นให้กับอาหารญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจน ด้วยสีสันที่สวยสะดุดตาและรสชาติที่มีเอกลักษณ์ จึงมักถูกนำมาใช้เป็นทั้งวัตถุดิบหลักและท็อปปิ้งในเมนูต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ซูชิ ข้าวหน้าญี่ปุ่น กุนคังซูชิ ข้าวปั้น หรือเมนูซาชิมิ เพียงเพิ่มไข่ปลาแซลมอนลงบนอาหาร ก็ช่วยทำให้จานธรรมดาดูมีสีสันและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
ประโยชน์
• โอเมก้า-3 สูง: ช่วยบำรุงสมอง หัวใจ และระบบประสาท
• โปรตีนและวิตามิน: อุดมไปด้วยวิตามิน A, D และ B12 ช่วยบำรุงสายตาและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
• สารต้านอนุมูลอิสระ: มีแอสตาแซนธิน (Astaxanthin) ช่วยบำรุงผิวพรรณ
วิธีใช้ / วิธีรับประทาน
• การละลายน้ำแข็ง (สำคัญมาก)
- วิธีที่ดีที่สุด: ย้ายอิกุระจากช่องแช่แข็งไปไว้ใน ช่องแช่เย็น (ตู้เย็นธรรมดา) ทิ้งไว้ข้ามคืน (ประมาณ 8-12 ชั่วโมง) เพื่อให้ละลายช้าๆ การละลายแบบนี้จะรักษาคุณภาพและเนื้อสัมผัสของไข่ปลาได้ดีที่สุด
- สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง: ห้ามแช่น้ำร้อน หรือวางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง เพราะจะทำให้ไข่ปลาเสียเนื้อสัมผัสและความสด
• การจัดเสิร์ฟและรับประทาน:
- ทานสดได้ทันที: เมื่อละลายแล้ว สามารถตักรับประทานได้ทันที ไม่ต้องนำไปผ่านความร้อนหรือไมโครเวฟ (เพราะความร้อนจะทำให้ไข่สุก แข็ง และเสียรสชาติ)
- รับประทานคู่กับเครื่องเคียง: ตักราดบนข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ, ทานคู่กับสาหร่ายอบกรอบ, วาซาบิ, ขิงดอง หรือเหยาะโชยุเพิ่มตามชอบ
ทำไมต้องถั่วหมัก "ทสึยุดาคุ นัตโตะ"ต้นตำรับความอร่อยจากคุมาโมโตะที่อยากให้คุณได้ลอง!!!
คำว่า "ทสึยุดาคุ" ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึง "ซอสชุ่มฉ่ำ" ซึ่งเป็นจุดเด่นที่สุดของสินค้าตัวนี้ ต่างจากนัตโตะทั่วไปที่มีซอสเพียงเล็กน้อย แต่มารุคินจัดเต็มด้วยซอสปรุงรสรสคาชิปริมาณถึง 12 กรัมต่อหนึ่งถ้วย เพื่อมอบสัมผัสที่นุ่มละมุน ลื่นคอ และรสชาติที่กลมกล่อมมากกว่าเดิม หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รักสุขภาพและหลงรักในเสน่ห์ของอาหารญี่ปุ่น ถั่วเหลืองหมัก คือหนึ่งในสุดยอดอาหาร (Superfood) ที่ชาวญี่ปุ่นรับประทานกันมาอย่างยาวนาน แต่สำหรับใครที่ยังกังวลเรื่องกลิ่นหรือรสสัมผัสที่ทานยาก ขอแนะนำ "ทสึยุดาคุ นัตโตะ" ตรามารุคิน ฟู้ดส์ นัตโตะที่จะมาเปลี่ยนความคิดเดิมๆ ของคุณให้กลายเป็นความประทับใจ
ความพิถีพิถันจากวัตถุดิบทางธรรมชาติ
หัวใจสำคัญที่ทำให้รสชาติของนัตโตะกล่องนี้โดดเด่น คือส่วนประกอบของซอสปรุงรสที่มีความซับซ้อนและลุ่มลึก:
• สารสกัดจากทะเลและขุนเขา: ผสมผสานน้ำซุปจากปลาบินย่าง (Yaki-Ago), ปลาโบนิโตะ, สาหร่ายคอมบุ, หอยเชลล์ และเห็ดชิทาเกะ
• ถั่วเหลืองพรีเมียม: เลือกใช้ถั่วเหลืองคุณภาพที่ผ่านการจัดการควบคุมกระบวนการผลิตอย่างดี (IP Handling) หมักจนได้เส้นใยที่ยืดและนัวที่สุด
คุณค่าทางโภชนาการที่มากกว่าแค่ความอร่อย
ในทุกๆ คำที่คุณทาน คือการเติมสารอาหารที่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกาย:
• โปรตีนสูง: ใน 1 ถ้วย (52 กรัม) ให้โปรตีนสูงถึง 7.2 กรัม แต่ให้พลังงานเพียง 83 กิโลแคลอรีเท่านั้น
• เอนไซม์นัตโตะไคเนส (Nattokinase): ช่วยในเรื่องการไหลเวียนโลหิตและสุขภาพของหัวใจ
• โปรไบโอติกส์: ช่วยปรับสมดุลระบบขับถ่ายให้ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม
วิธีทานนัตโตะแบบง่ายๆ (สไตล์ญี่ปุ่น):
• เตรียม: นำนัตโตะออกจากตู้เย็น พักไว้ให้อุณหภูมิห้องสักครู่
• ใส่เครื่องปรุง: ฉีกซองซอสและมัสตาร์ดที่ให้มาในกล่อง ใส่ลงในนัตโตะ (ถ้าไม่ชอบกลิ่นแรงแนะนำต้องใส่ซอสเยอะ).
• คน: ใช้ตะเกียบหรือช้อนคนนัตโตะไปทางเดียวกัน 50-100 ครั้ง เพื่อให้เกิดใยเหนียวๆ และรสชาติอูมามิ.
• ทานคู่: ตักราดบนข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมปังปิ้งคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ท็อปปิ้งเสริมที่แนะนำ (สำหรับคนไทยเพิ่มความอร่อย):
• เพิ่มรสชาติ/ลดกลิ่น: ต้นหอมซอย, ไข่ดิบ/ไข่แดง, คัตสึโอะบุชิ, กิมจิ, วาซาบิ, ซอสพริกศรีราชา, มายองเนส
• ทานกับ: ข้าวญี่ปุ่น, ขนมปังปิ้ง, พาสต้า, เส้นอูด้ง, หรือแม้แต่กระเจี๊ยบเขียวลวก.
• เมนูประยุกต์: ลองคลุกกับข้าวหน้ากะเพรา, กินกับไข่ออนเซ็น