Are you looking for a side dish or an appetizer to go with your favorite beverage?
The flavor of the “Kimchi Seasoned Scallop Rim” is acidic, salty, and a little bit sweet. When chewed, it has a crunchy texture. This is delicious and perfect for serving as an appetizer, a side dish, or with your favorite glass. Additionally, it can be used as a sushi topping and as a side dish in bento. This is another menu that is recommended for your home.
สะดวก อร่อย พร้อมทานในไม่กี่นาที
"ปลาทูน่าย่าง" เคลือบด้วยซอสเทอริยากิ รสชาติกลมกล่อม เข้มข้น อร่อย หอมหวานจากซอสเทอริยากิที่เป็นเอกลักษณ์ของอาหารญี่ปุ่น ที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินกับรสชาติอร่อยกลมกล่อมในทุกคำ และได้สัมผัสรสชาติญี่ปุ่นแท้ๆไม่ต้องออกไปไหน แค่เพียงอุ่นและก็พร้อมทานแล้วค่ะ!
♥ ไม่ต้องรอนาน แค่เพียงอุ่นหรืออบ คุณก็ได้สัมผัสความอร่อยของปลาทูน่าย่างแท้ๆ เคลือบซอสเทอริยากิหวานเข้มข้น
♥ สะดวกสุดๆ ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ก็พร้อมทานอร่อยที่บ้าน
♥ เหมือนทานที่ร้านญี่ปุ่น ไม่ต้องออกไปไหนก็ได้ลิ้มรสอาหารระดับพรีเมียม
วิธีการปรุง
1. ฉีกซองนำนำสินค้าออกจากถุง แยกถาดแต่ละชิ้นปลา ตามรอยปรุ
2. อุ่นด้วยไมโครเวฟ (ถุงผลิตภัณฑ์ไม่สามารถใช้กับไมโคเวฟได้)
• 0.50 - 1.50 นาที กำลังไฟ 500 วัตต์
• 0.40 - 1.40 นาที กำลังไฟ 600 วัตต์
3. รับประทานให้อร่อยค่ะ จะอร่อยยิ่งขึ้นเมื่อทานคู่กับ ข้าวญี่ปุ่น และซุปมิโซะ
คราฟ มิโซะ ทำเมนูไหนก็อร่อยยย!
คราฟ มิโซะ นามะ โคจิ จากแบรนด์ Hikari ตัวมิโซะทำจากข้าวบาร์เลย์ออร์แกนิก และถั่วเหลืองออร์แกนิก มีรสชาติหวานกลมกล่อมและมีกลิ่นหอมของบาร์เลย์ ไม่ว่าจะประยุกต์ใช้กับเมนูไหนก็อร่อยอย่างลงตัวค่ะ
เมนไทโกะ คือไข่ของปลาคอด หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า “ปลาทาระ” มีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ สีส้มอัดแน่นรวมกันเป็นก้อน นิยมนำไปหมักและปรุงรสให้มีความเผ็ดอ่อนๆ กลายเป็นวัตถุดิบยอดฮิตที่อยู่คู่เมนูญี่ปุ่นมายาวนาน ด้วยรสชาติหอมมัน เค็มนัว และสัมผัสของไข่ปลาที่ละเอียดละมุน เมนไทโกะจึงถูกนำไปใช้ในหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นซูชิ ข้าวญี่ปุ่น บะหมี่ หรือเมนูยอดฮิตอย่าง “พาสต้าครีมเมนไทโกะ” เมนไทโกะซอส หรือซอสไข่ปลาพอลล็อคปรุงรส ถุงนี้คือทางลัดของความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นแท้สำหรับคนรักการทำอาหาร เพราะใช้งานง่ายมาก เพียงนำมาละลายก็พร้อมใช้ทันที ไม่ต้องเตรียมเครื่องปรุงหลายอย่างให้ยุ่งยาก ตัวซอสมีความเข้มข้นกำลังดี ให้กลิ่นหอมเฉพาะตัวของไข่ปลา รสชาตินัวกลมกล่อมแบบต้นตำรับญี่ปุ่น ช่วยยกระดับทุกเมนูให้อร่อยเหมือนร้านดัง ยิ่งทานคู่ชีส ข้าวร้อนๆ หรือเส้นพาสต้ายิ่งเข้ากันแบบหยุดไม่อยู่ เหมาะทั้งสำหรับร้านอาหาร คาเฟ่ บุฟเฟต์ หรือสายทำอาหารกินเองที่บ้าน เพราะช่วยประหยัดเวลา คุมรสชาติได้ง่าย และสร้างเมนูได้หลากหลายแบบมืออาชีพ
วิธีการใช้
• การเตรียมก่อนรับประทาน (การละลาย): นำซอสออกจากช่องแช่แข็ง แล้ววางละลายในตู้เย็น (ช่องธรรมดา) โดยใช้เวลาประมาณ 5-10 ชั่วโมง ก่อนนำมาปรุงอาหารหรือรับประทาน
*** ข้อควรระวัง: ควรเก็บรักษาในอุณหภูมิแช่แข็ง -18 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่า
เมนูแนะนำ:
• เมนูเส้นสุดฮิต: นำไปผัดกับเส้นสปาเก็ตตี้ เติมครีมสดและเนยเล็กน้อย กลายเป็น "สปาเก็ตตี้ซอสครีมเมนไทโกะ"
• เมนูข้าว: บีบซอสท็อปปิ้งบนข้าวสวยร้อนๆ กินคู่กับสาหร่าย หรือทำเป็นไส้ข้าวปั้นโอนิกิริ
• เมนูขนมปัง: ทาลงบนขนมปังฝรั่งเศส (Baguette) หรือขนมปังโทสต์ แล้วนำไปอบให้หอมกรอบ
• ซอสดิปสุดนัว: ผสมซอสเมนไทโกะกับมายองเนส สำหรับเป็นน้ำจิ้มของทอด เช่น เฟรนช์ฟรายส์, ไก่ทอดคาราอาเกะ หรือท็อปปิ้งบนซูชิและไข่หวาน
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ หรืออยากลองสัมผัสรสชาติอันลุ่มลึกของวัตถุดิบระดับพรีเมียม “ตับปลาอังกิโมะ” คือหนึ่งในเมนูที่ห้ามพลาด!
อังกิโมะคืออะไร?
อังกิโมะ (Ankimo) คือตับของปลาอังโกะ (Anko Fish) หรือ มังค์ฟิช (Monkfish) ซึ่งเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในทะเลลึก ถือเป็นหนึ่งในอาหารชินมิ (Chinmi) หรืออาหารเลิศรสที่หาทานได้ยากของญี่ปุ่น ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ฟัวกราส์แห่งท้องทะเล" เพราะมีเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มคล้ายตับห่าน มีรสชาติเค็มอ่อน ๆ และมีความหอมมันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ทำไมถึงอร่อยและพิเศษ?
ตับปลาอังกิโมะของเรา เป็นสินค้าที่ผ่านกระบวนการปรุงรสและต้มมาอย่างพิถีพิถันจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน จึงมีรสชาติที่กลมกล่อมและพร้อมรับประทานทันที ไม่ต้องนำมาปรุงเพิ่มให้ยุ่งยาก ทำให้คุณได้สัมผัสกับรสชาติแบบดั้งเดิมของอังกิโมะได้อย่างง่ายดาย นอกจากความอร่อยแล้ว อังกิโมะยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เช่น วิตามิน A, วิตามิน D และไขมันดีในปริมาณที่สูงอีกด้วย
เมนูที่ทำได้ง่ายๆ
เมนูจากตับปลาอังกิโมะสามารถทำได้หลากหลาย และแต่ละเมนูล้วนช่วยดึงรสชาติความอร่อยออกมาได้อย่างเต็มที่
- ทานเป็นกับแกล้ม: เสิร์ฟอังกิโมะแช่เย็นคู่กับต้นหอมซอย, โมมิจิโอโรชิ (หัวไชเท้าขูดผสมพริก) และซอสพอนสึ (Ponzu Sauce) เพื่อเพิ่มความสดชื่นและตัดความมัน
- ทำเป็นนิกิริซูชิ: วางชิ้นอังกิโมะบนข้าวปั้นซูชิ เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมในร้านซูชิระดับพรีเมียม
- ทำเป็นสลัด: หั่นอังกิโมะเป็นชิ้นพอดีคำ วางบนสลัดผัก ราดด้วยน้ำสลัดงา หรือซอสพอนสึ
วิธีเตรียมตับปลา
1. นำอังกิโมะออกจากตู้เย็น วางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-40 นาที เพื่อทำการละลาย
2. แกะซองและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
3. จัดวางบนจาน และนำไปใช้ประกอบเมนูได้ตามต้องการ
*สินค้าบรรจุมาในซองสุญญากาศแบบพร้อมทาน
เปิดประสบการณ์ความอร่อยสุดพิเศษจากท้องทะเลลึกได้แล้ววันนี้! ตับปลาอังกิโมะ พร้อมให้คุณได้ลิ้มลองความอร่อยแบบต้นตำรับญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่บ้านของคุณ
สัมผัสความหอมละมุนของชาเขียวอูจิแท้จากเกียวโต... ในรูปแบบไดฟุกุครีมสุดพรีเมียมจากญี่ปุ่น
คนรักชาเขียวและหลงใหลในขนมญี่ปุ่นแท้ ต้องไม่พลาด โมจิสอดไส้ครีมรสชาเขียวอูจิ ที่คัดสรรชาเขียวคุณภาพจากเมืองอูจิ จังหวัดเกียวโต แหล่งผลิตมัทฉะที่มีชื่อเสียงระดับโลก ให้กลิ่นหอมอ่อนๆ รสชาติกลมกล่อม มีความขมนิดๆตามเอกลักษณ์ของมัทฉะแท้ ตัดกับความหวานกำลังดี จึงให้รสชาติที่ลงตัว ไม่หวานจนเกินไป
แป้งโมจิผลิตด้วยกรรมวิธีแบบญี่ปุ่น ให้เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม ยืดหยุ่น เคี้ยวเพลิน ห่อหุ้มไส้ถั่วกวนผสมชาเขียวที่หอมเข้มข้น ก่อนจะซ่อนครีมนมสดเนียนนุ่มไว้ตรงกลาง เพิ่มความละมุนทุกคำที่รับประทาน พร้อมเมล็ดถั่วแดงเม็ดเล็กที่ช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสและความอร่อยในทุกคำ การแช่แข็งทันทีหลังการผลิต จึงช่วยรักษาความสดใหม่ เนื้อสัมผัส และรสชาติของโมจิไว้ได้อย่างสมบูรณ์ เพียงนำออกจากช่องแช่แข็งพักไว้ประมาณ 10–15 นาที ก็พร้อมอร่อยได้ทันที ให้สัมผัสนุ่มละมุนเหมือนเพิ่งทำสดใหม่ เหมาะสำหรับรับประทานเป็นของหวานหลังอาหาร ของว่างระหว่างวัน หรือเสิร์ฟคู่ชาเขียว ชาร้อน กาแฟ และเครื่องดื่มต่าง ๆ เพิ่มความพิเศษให้ทุกช่วงเวลาของการพักผ่อน เหมือนได้ลิ้มรสขนมจากร้านดังในญี่ปุ่นโดยไม่ต้องเดินทางไกล
วิธีรับประทาน
เนื่องจากเป็นสินค้าแช่เยือกแข็ง เพื่อรสชาติที่ดีที่สุดควรปฏิบัติดังนี้:
• นำไดฟุกุออกจากช่องแช่แข็ง
• วางพักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 15 - 20 นาที หรือนำมาไว้ในช่องแช่เย็นธรรมดาประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง เพื่อให้ตัวแป้งและครีมสดคลายตัวนุ่มนิ่มพอดี
• รับประทานทันทีขณะที่ยังมีความเย็นอยู่เล็กน้อย เพื่อสัมผัสไอศกรีมครีมสดและมัทฉะสุดละมุน
วิธีเก็บรักษา
• เก็บในช่องแช่แข็ง (Frozen Storage):
- ต้องเก็บรักษาไว้ในช่องแช่แข็งที่มีอุณหภูมิ -18 °C หรือต่ำกว่า ตลอดเวลา
- หากเก็บในอุณหภูมิตามที่กำหนด สินค้าจะคงคุณภาพและรสชาติที่ดีเยี่ยมจนถึงวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
• เมื่อละลายแล้ว (After Thawing):
- หลังจากนำออกมาละลายในช่องแช่เย็นธรรมดาจนแป้งนุ่มพร้อมทานแล้ว ควรรับประทานให้หมดโดยเร็วที่สุด
ข้อควรระวัง: ไม่แนะนำให้นำโมจิที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งโมจิกระด้าง เสียความเหนียวนุ่ม และส่งผลต่อคุณภาพของไส้ครีมและผลไม้ด้านใน
วาราบิโมจิ หอมคินาโกะ นุ่มหนึบสไตล์ญี่ปุ่น
วาราบิโมจิ รสคินาโกะ จากแบรนด์ GFC (Geefcee) จากประเทศญี่ปุ่น เนื้อโมจิมีความเหนียวนุ่มหนึบ คลุกเคล้าด้วยผงคินาโกะหอมๆ ตัวขนมถูกตัดเป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ แยกชิ้นออกจากกันได้ง่าย ทำให้สามารถแบ่งละลายตามปริมาณที่ต้องการใช้ได้สะดวก จะทานเป็นของว่างก็อร่อย หรือเพิ่มความพิเศษให้เมนูของหวานด้วยการนำไปท็อปปิ้งบนไอศกรีม น้ำแข็งไส หรือขนมหวานต่างๆ ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว
วิธีรับประทาน :
• นำออกมาละลายที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที (ขึ้นอยู่กับปริมาณและอุณหภูมิห้อง)
• เมื่อวาราบิโมโจคลายความเย็นแล้ว เนื้อมสัมผัสจะมีความนุ่มหนึบ เพียงเท่านี้ก็สามารถรับประทานได้เลยค่ะ
การเก็บรักษา :
• ควรเก็บแช่งแข็งในอุณหภูมิ -18°C
• หลังจากแบ่งสินค้าแล้ว ควรรีบนำกลับเข้าช่องแช่แข็งทันที
• ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันอากาศเข้า
• ไม่ควรวางสินค้าไว้นอกตู้แช่แข็งเป็นเวลานาน
กรณีสินค้าละลายแล้ว (Defrost) :
• หากมีการนำสินค้าออกมาละลายแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 3 วัน
• ควรเก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0–4°C และปิดภาชนะให้สนิท
ข้อควรระวัง :
• ไม่ควรละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะอาจทำให้เนื้อสัมผัสและคุณภาพสินค้าเปลี่ยนจากเดิม
• หลีกเลี่ยงการเก็บใกล้สินค้าที่มีกลิ่นแรง เนื่องจากวาราบิโมจิสามารถดูดซับกลิ่นได้ง่าย
• ควรรักษาความสะอาดของภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้แบ่งสินค้า
วาราบิโมจิ บราวน์ ชูก้า ขนมหวานญี่ปุ่นที่หลายๆคนต่างติดใจ
วาราบิโมจิ บราวน์ ชูก้า เนื้อโมจิมีความเหนียวนุ่มหนึบ มีส่วนผสมของน้ำตาลทรายแดง (Kokuto) และคลุกเคล้าผงคินาโกะ รสชาติมีความหวานละมุนลิ้น ตัวขนมถูกตัดเป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ ทำให้แบ่งทานได้สะดวก ไม่ว่าจะทานเป็นของว่างคู่กับชาร้อนๆ หรือเพิ่มความพิเศษให้เมนูของหวานด้วยการนำไปท็อปปิ้งบนไอศกรีม น้ำแข็งไส หรือขนมหวานต่างๆ ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว
วิธีรับประทาน :
• นำออกมาละลายที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที (ขึ้นอยู่กับปริมาณและอุณหภูมิห้อง)
• เมื่อวาราบิโมโจคลายความเย็นแล้ว เนื้อมสัมผัสจะมีความนุ่มหนึบ เพียงเท่านี้ก็สามารถรับประทานได้เลยค่ะ
การเก็บรักษา :
• ควรเก็บแช่งแข็งในอุณหภูมิ -18°C
• หลังจากแบ่งสินค้าแล้ว ควรรีบนำกลับเข้าช่องแช่แข็งทันที
• ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันอากาศเข้า
• ไม่ควรวางสินค้าไว้นอกตู้แช่แข็งเป็นเวลานาน
กรณีสินค้าละลายแล้ว (Defrost) :
• หากมีการนำสินค้าออกมาละลายแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 3 วัน
• ควรเก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0–4°C และปิดภาชนะให้สนิท
ข้อควรระวัง :
• ไม่ควรละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะอาจทำให้เนื้อสัมผัสและคุณภาพสินค้าเปลี่ยนจากเดิม
• หลีกเลี่ยงการเก็บใกล้สินค้าที่มีกลิ่นแรง เนื่องจากวาราบิโมจิสามารถดูดซับกลิ่นได้ง่าย
• ควรรักษาความสะอาดของภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้แบ่งสินค้า
วาราบิโมจิ หอมมัทฉะเข้มข้น นุ่มหนึบสไตล์ญี่ปุ่น
วาราบิโมจิ รสชาเขียวมัทฉะ (Matcha Warabi Mochi) จากแบรนด์ GFC (Geefcee) จากประเทศญี่ปุ่น เนื้อโมจิมีความเหนียวนุ่มหนึบ คลุกเคล้าด้วยผงมัทฉะเข้มข้นเขาสุดๆ ตัวขนมถูกตัดเป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ แยกชิ้นออกจากกันได้ง่าย ทำให้สามารถแบ่งละลายตามปริมาณที่ต้องการใช้ได้สะดวก จะทานเป็นของว่างก็อร่อย หรือเพิ่มความพิเศษให้เมนูของหวานด้วยการนำไปท็อปปิ้งบนไอศกรีม น้ำแข็งไส หรือขนมหวานต่างๆ ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว
วิธีรับประทาน :
• นำออกมาละลายที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที (ขึ้นอยู่กับปริมาณและอุณหภูมิห้อง)
• เมื่อวาราบิโมโจคลายความเย็นแล้ว เนื้อมสัมผัสจะมีความนุ่มหนึบ เพียงเท่านี้ก็สามารถรับประทานได้เลยค่ะ
การเก็บรักษา :
• ควรเก็บแช่งแข็งในอุณหภูมิ -18°C
• หลังจากแบ่งสินค้าแล้ว ควรรีบนำกลับเข้าช่องแช่แข็งทันที
• ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันอากาศเข้า
• ไม่ควรวางสินค้าไว้นอกตู้แช่แข็งเป็นเวลานาน
กรณีสินค้าละลายแล้ว (Defrost) :
• หากมีการนำสินค้าออกมาละลายแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 3 วัน
• ควรเก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0–4°C และปิดภาชนะให้สนิท
ข้อควรระวัง :
• ไม่ควรละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะอาจทำให้เนื้อสัมผัสและคุณภาพสินค้าเปลี่ยนจากเดิม
• หลีกเลี่ยงการเก็บใกล้สินค้าที่มีกลิ่นแรง เนื่องจากวาราบิโมจิสามารถดูดซับกลิ่นได้ง่าย
• ควรรักษาความสะอาดของภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้แบ่งสินค้า
อร่อยจุใจ ไปกับชูครีมชิ้นพอดีคำ สอดไส้ครีมสตรอว์เบอร์รี่
ใส้ครีมสตรอว์เบอร์รี่ เป็นสูตรพิเศษที่ผสมกันระหว่าคัสตาร์ดแบบโฮมเมดผสมกับแยมสตรอว์เบอร์รี่สูตรเข้มข้น อร่อยเข้ากันกับเนื้อชูครีมสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีความนุ่มฟูเข้ากันได้ลงตัวสุดๆ มาพร้อมกับปริมาณจุใจ 12 ชิ้นเลยทีเดียว จะทานเป็นขนมทานเล่น หรือทานคู่กับของหวานอื่นๆเช่นไอสกรีมรสโปรดก็เข้ากั๊นเข้ากัน
อร่อยจุใจ ไปกับชูครีมชิ้นพอดีคำ ที่อัดแน่นไปด้วยไส้คัสตาร์ดครีมและครีมช็อคโกแลต
ไส้ข้างในเป็นส่วนผสมของโฮมเมดคัสตาร์ดเข้ากับครีมช็อกโกแลตสดสูตรเข้มข้น พร้อมกับโกโก้รวมกันมาในเนื้อชูครีมสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีความนุ่มฟู เข้ากันได้ลงตัวสุดๆ มาพร้อมกับปริมานจุใจ 12 ชิ้นเลยทีเดียว
อร่อยจุใจ ไปกับชูครีมชิ้นพอดีคำ สอดไส้คัสตาร์ดครีม
ไส้คัสตาร์ดผสมวิปครีมที่ผสมกันในสัดส่วนที่บาลานซ์ลงตัว ความหอมหวานจากคัสตาร์ดและความนุ่มนวลของวิปครีม เข้ากับเนื้อชูครีมสไตล์ญี่ปุ่นที่มีความนุ่มฟู เข้ากันได้ลงตัวสุดๆ มาพร้อมกับปริมานจุใจ 12 ชิ้นเลยทีเดียว
อร่อยจุใจ ไปกับชูครีมชิ้นพอดีคำ สอดไส้ครีมสตรอว์เบอร์รี่
ใส้ครีมสตรอว์เบอร์รี่ เป็นสูตรพิเศษที่ผสมกันระหว่าคัสตาร์ดแบบโฮมเมดผสมกับแยมสตรอว์เบอร์รี่สูตรเข้มข้น อร่อยเข้ากันกับเนื้อชูครีมสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีความนุ่มฟูเข้ากันได้ลงตัวสุดๆ มาพร้อมกับปริมาณจุใจ 12 ชิ้นเลยทีเดียว จะทานเป็นขนมทานเล่น หรือทานคู่กับของหวานอื่นๆเช่นไอสกรีมรสโปรดก็เข้ากั๊นเข้ากัน
หากพูดถึงเมนูทานเล่นยอดฮิตที่ต้องมีติดโต๊ะเมื่อไปร้านอาหารญี่ปุ่นหรือร้านอิซากายะ เชื่อว่าหลายคนต้องนึกถึง “ทาโกะวาซาบิ” เมนูเคี้ยวเพลินที่โดดเด่นด้วยเนื้อปลาหมึกยักษ์หั่นพอดีคำ เนื้อหนึบเด้งและกรุบกรับ คลุกเคล้ากับซอสปรุงรสและวาซาบิแท้ๆ ให้รสชาติเผ็ดหอมขึ้นจมูกเล็กน้อยอย่างเป็นเอกลักษณ์ พร้อมความกลมกล่อมที่ยิ่งเคี้ยวยิ่งอร่อย เติมบรรยากาศอิซากายะให้มื้ออาหารที่บ้านได้ง่ายๆ เพียงละลายน้ำแข็งก็พร้อมรับประทานทันที เหมาะสำหรับเป็นเมนูทานเล่น กับแกล้มคู่เครื่องดื่ม หรือเสิร์ฟในปาร์ตี้กับครอบครัวและเพื่อนฝูง ให้คุณสัมผัสความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องรอไปร้าน
วิธีละลายที่ถูกต้อง (เพื่อเนื้อสัมผัสที่ดีที่สุด)
เนื่องจากสินค้ามีขนาด 1 กก. ไม่แนะนำให้ละลายพร้อมกันทั้งถุง หากทานไม่หมดในครั้งเดียว
• ตัดแบ่งขณะยังแข็ง: ใช้มีดสะอาดตัดแบ่งถุงทาโกะวาซาบิออกมาเฉพาะปริมาณที่จะทานในมื้อนั้น
• ใส่ช่องธรรมดา: แบ่งใส่ถ้วยมีฝาปิด แช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาข้ามคืน เพื่อให้ละลายช้าๆ เนื้อหมึกจะไม่เสียความเด้ง
• ละลายด่วน: นำใส่ถุงซิปล็อกปิดให้สนิท แช่ในน้ำอุณหภูมิห้อง 15-20 นาที (ห้ามนำเข้าไมโครเวฟเด็ดขาด)
• การเก็บส่วนที่เหลือ: รีบนำส่วนที่เหลือเก็บเข้าช่องแช่แข็งทันที (-18°C) ห้ามปล่อยให้ละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งซ้ำ
เพราะจะทำให้หมึกเหนียวและคาวครับ
ปลาเทราต์รมควัน...วัตถุดิบพรีเมียมที่ครองใจคนรักอาหารทั่วโลก
ปลาเทราต์ (Trout) เป็นปลาน้ำเย็นที่อยู่ในตระกูลเดียวกับปลาแซลมอน มีเนื้อสีส้มอมชมพู เนื้อนุ่มละเอียด ไขมันแทรกกำลังดี และมีรสชาติหวานธรรมชาติ จึงเป็นปลาที่ได้รับความนิยมในอาหารยุโรปและอาหารฟิวชัน เมื่อผ่านกระบวนการ รมควัน (Smoking Process) ด้วยไม้ธรรมชาติที่คัดสรรเป็นพิเศษ เนื้อปลาจะค่อยๆ ดูดซับกลิ่นหอมอ่อนๆจากควัน ทำให้ได้รสชาติที่เข้มข้นแต่ไม่กลบรสหวานของเนื้อปลา พร้อมช่วยรักษาความชุ่มฉ่ำของเนื้อปลาไว้ได้เป็นอย่างดี
ปลาเทราต์รมควันสไลด์เป็นวัตถุดิบที่ใช้งานสะดวก เพราะผ่านการสไลด์พร้อมรับประทาน เพียงละลายในตู้เย็นก็สามารถนำไปจัดจานหรือประกอบอาหารได้ทันที เหมาะสำหรับทั้งร้านอาหาร โรงแรม คาเฟ่ และผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารที่บ้าน นอกจากรสชาติที่โดดเด่นแล้ว ปลาเทราต์ยังเป็นแหล่งของ โปรตีนคุณภาพสูง และ กรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งเป็นไขมันดีที่มีบทบาทในการดูแลสุขภาพหัวใจ สมอง และระบบต่างๆของร่างกาย จึงเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคสายสุขภาพได้เป็นอย่างดี ด้วยรสชาติที่หอมละมุน เนื้อสัมผัสนุ่มแน่น และความอเนกประสงค์ในการนำไปประกอบอาหาร ปลาเทราต์รมควันจึงสามารถเข้ากันได้กับหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นสลัด แซนด์วิช เบเกิล ซูชิ พาสต้า พิซซ่า หรือจัดเสิร์ฟบนชีสบอร์ด ก็ช่วยเพิ่มความพรีเมียมและสร้างความประทับใจได้ในทุกมื้ออาหาร
จุดเด่นของปลาเทราต์รมควัน
• เนื้อปลาสีส้มสวย เนื้อนุ่มแน่น ไขมันแทรกกำลังดี
• หอมกลิ่นรมควันธรรมชาติ รสชาติกลมกล่อม
• สไลด์พร้อมใช้งาน สะดวก ประหยัดเวลา
• อุดมด้วยโปรตีนและโอเมก้า-3
• เหมาะสำหรับทั้งอาหารญี่ปุ่น อาหารยุโรป และเมนูฟิวชัน
สัมผัสประสบการณ์ความอร่อยรูปแบบใหม่ ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่นที่จะทำให้คนรักของหวานต้องใจละลาย การผสมผสานที่ลงตัวที่สุดระหว่างศาสตร์แห่งขนมหวานดั้งเดิมของญี่ปุ่นและความทันสมัยสไตล์โมเดิร์น ความพิเศษเริ่มต้นตั้งแต่แป้งโมจิชั้นนอกสุด ที่ทางแบรนด์เลือกใช้ แป้งฮาบุทาเอะ (Habutae Powder) ที่ผลิตในประเทศญี่ปุ่น 100% ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความเนียนนุ่ม ยืดหยุ่น และให้เนื้อสัมผัสที่บางเบาละมุนลิ้น โอบอุ้มไส้ด้านในที่อัดแน่นไปด้วย "ช็อกโกแลต" หรือถั่วกวนผสมช็อกโกแลตสูตรเข้มข้น รสชาติหวานกำลังดี และไฮไลท์สำคัญคือกล้วยหอมชิ้นโตเต็มคำ ที่อยู่ตรงใจกลาง มอบรสสัมผัสที่ตัดกันอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งความเหนียวนุ่ม ความครีมมี่เข้มข้น และความหอมสดชื่นจากผลไม้แท้ๆ ไม่ว่าคุณจะเหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวัน หรือกำลังมองหาของว่างมาเติมเต็มความสุขในบ่ายวันหยุด ขนมชิ้นนี้คือคำตอบที่จะเปลี่ยนทุกคำให้กลายเป็นรอยยิ้ม ทานคู่กับชาอุ่นๆ หรือกาแฟแก้วโปรด บอกเลยว่าฟินจนฉุดไม่อยู่แน่นอน
วิธีรับประทาน
• นำโมจิออกมาจากช่องแช่แข็งแล้ววางพักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 10-15 นาที
• หรือนำมาพักไว้ในช่องแช่เย็นธรรมดา เพื่อให้แป้งโมจิและไส้ด้านในค่อยๆ คลายตัวจนนุ่มนิ่มตามธรรมชาติ จากนั้นแกะซองทานได้ทันที
(หลีกเลี่ยงการใช้ไมโครเวฟเพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อกล้วยและไส้ช็อกโกแลตละลายจนเสียรูปทรง)
วิธีเก็บรักษา
• เก็บในช่องแช่แข็ง (Frozen Storage):
- ต้องเก็บรักษาไว้ในช่องแช่แข็งที่มีอุณหภูมิ -18 °C หรือต่ำกว่า ตลอดเวลา
- หากเก็บในอุณหภูมิตามที่กำหนด สินค้าจะคงคุณภาพและรสชาติที่ดีเยี่ยมจนถึงวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
• เมื่อละลายแล้ว (After Thawing):
- หลังจากนำออกมาละลายในช่องแช่เย็นธรรมดาจนแป้งนุ่มพร้อมทานแล้ว ควรรับประทานให้หมดโดยเร็วที่สุด
ข้อควรระวัง: ไม่แนะนำให้นำโมจิที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งโมจิกระด้าง เสียความเหนียวนุ่ม และส่งผลต่อคุณภาพของไส้ครีมและผลไม้ด้านใน
ลองจินตนาการถึงการกัดลงไปบนแป้งโมจินุ่มยืด แล้วเจอกับส้มแมนดารินทั้งลูกที่หวานฉ่ำน้ำกระจายเต็มปากดูไหม นี่ไม่ใช่แค่ขนมหวานธรรมดาแต่มันคือ โมจิส้มสุดหรูระดับพรีเมียม ประเทศญี่ปุ่น ที่จะเปลี่ยนนิยามการทานขนมหวานของคุณ ความพิเศษของโมจินี้เริ่มตั้งแต่ตัว แป้งโมจิฮาบุทาเอะ (Habutae Mochi) ที่ผลิตจากแป้งข้าวเหนียวญี่ปุ่นชั้นเลิศ ให้สัมผัสที่เนียน นุ่ม เหนียว และละลายในปากอย่างนุ่มนวล ถัดมาคือชั้นของ ถั่วกวนสีขาว (Shiro-an) สูตรดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีรสชาติหวานละมุนกำลังดี ทำหน้าที่ช่วยตัดและชูรสชาติของหัวใจหลักอย่าง "ส้มแมนดารินคัดพิเศษทั้งลูก" ที่ซ่อนอยู่ด้านใน เมื่อส่วนผสมทั้งสามอย่างนี้รวมกันในปาก ความเปรี้ยวอมหวานตามธรรมชาติของส้มจะผสมผสานกับความหวานละมุนของถั่วกวนและแป้งเหนียวนุ่ม เกิดเป็นรสสัมผัสที่สดชื่น อร่อยจนหยุดทานไม่ได้ หากคุณกำลังมองหาขนมหวานแสนอร่อยที่จะช่วยบูสพลังความสดชื่นในบ่ายวันทำงาน หรืออยากมอบของขวัญสุดพิเศษให้กับคนที่คุณรัก
วิธีรับประทาน
• นำโมจิออกมาจากช่องแช่แข็งแล้ววางพักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 10-15 นาที
• หรือนำมาพักไว้ในช่องแช่เย็นธรรมดา เพื่อให้แป้งโมจิและไส้ด้านในค่อยๆ คลายตัวจนนุ่มนิ่มตามธรรมชาติ จากนั้นแกะซองทานได้ทันที
(หลีกเลี่ยงการใช้ไมโครเวฟเพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อกล้วยและไส้ช็อกโกแลตละลายจนเสียรูปทรง)
วิธีเก็บรักษา
• เก็บในช่องแช่แข็ง (Frozen Storage):
- ต้องเก็บรักษาไว้ในช่องแช่แข็งที่มีอุณหภูมิ -18 °C หรือต่ำกว่า ตลอดเวลา
- หากเก็บในอุณหภูมิตามที่กำหนด สินค้าจะคงคุณภาพและรสชาติที่ดีเยี่ยมจนถึงวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
• เมื่อละลายแล้ว (After Thawing):
- หลังจากนำออกมาละลายในช่องแช่เย็นธรรมดาจนแป้งนุ่มพร้อมทานแล้ว ควรรับประทานให้หมดโดยเร็วที่สุด
ข้อควรระวัง: ไม่แนะนำให้นำโมจิที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งโมจิกระด้าง เสียความเหนียวนุ่ม และส่งผลต่อคุณภาพของไส้ครีมและผลไม้ด้านใน
ทำไมโรงหมักวิเนการ์ที่ดีที่สุด ต้องซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขา
หนึ่งในจุดเด่นที่โดดเด่นของน้ำส้มสายชูอุจิโบริ (Uchibori Vinegar) คือความมุ่งมั่นและความพิถีพิถันในการผลิตน้ำส้มสายชู บริษัทเลือกสร้างโรงหมักน้ำส้มสายชูท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม เพราะเชื่อว่าสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่บริสุทธิ์และอุดมสมบูรณ์จะช่วยให้เกิดแบคทีเรียกรดอะซิติกที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตน้ำส้มสายชูชั้นดี ด้วยเหตุนี้โรงหมักของอุจิโบริจึงถูกสร้างขึ้นท่ามกลางหุบเขาและธรรมชาติอันเงียบสงบ แม้ว่าสถานที่จะอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองและมีความยากลำบากด้านการขนส่งก็ตาม แต่บริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพของน้ำส้มสายชูมากกว่าความสะดวกสบาย เพื่อให้ได้น้ำส้มสายชูที่มีคุณภาพสูงและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ในทุกขวด
จากความพิถีพิถันกลางขุนเขา สู่ขวดนี้ที่สายรักสุขภาพต้องมีติดบ้าน
สายรักสุขภาพที่เสพติดความสดชื่นห้ามพลาด ฟรุตส์ วิเนการ์ รสน้ำทับทิม ที่บอกเลยว่าคุ้มค่าและดีต่อร่างกายมากๆ แวบแรกที่เห็นนึกว่าเป็นน้ำส้มสายชูทั่วไป แต่พอได้อ่านฉลากและลองทานดูแล้วคือว้าวมาก เพราะขวดนี้ผสานคุณค่าจากธรรมชาติไว้แบบเต็มๆ:
• น้ำผลไม้เข้มข้นเน้นๆ: มีส่วนผสมของน้ำทับทิมเข้มข้นสูงถึง 42%
• เบสชั้นเลิศจากญี่ปุ่น: ใช้น้ำส้มสายชูหมักจากข้าวญี่ปุ่นแท้ๆ ทำให้รสชาติมีความเปรี้ยวที่นุ่มนวลอมหวานสดชื่น ไม่เปรี้ยวโดดจนแสบคอ
• 0% น้ำตาลทราย: ที่สำคัญที่สุดคือ "ไม่มีการใส่น้ำตาลเพิ่ม" ความหวานละมุนที่ได้มาจากน้ำผลไม้แท้ๆ และหญ้าหวาน (สตีวิออลไกลโคไซด์) ดีต่อคนควบคุมน้ำหนัก สายคีโต และผู้ป่วยเบาหวานสุดๆ
ดื่มตอนไหนก็เฟรช สุขภาพดีได้ทุกวัน
หลังจากที่ได้ลองดื่มช่วงบ่ายๆ ที่กำลังง่วง หรือดื่มหลังจากไปวิ่งออกกำลังกายเสร็จ จะรู้สึกได้ทันทีเลยว่าร่างกายมันเฟรชขึ้น อาการเหนื่อยล้าหายไป แถมวิเนการ์ยังมีส่วนช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ปรับสมดุลร่างกาย และช่วยให้ย่อยอาหารได้ดีขึ้นมาก ท้องไม่อืด ใครที่กำลังมองหาเครื่องดื่มสุขภาพที่อร่อย ดื่มง่าย ได้ประโยชน์เน้นๆ แนะนำให้มีติดตู้เย็นไว้เลยค่ะ เคล็ดลับความฟิน: นำไปผสมโซดาใส่น้ำแข็งเย็นฉ่ำ บอกเลยว่าอร่อยสดชื่นฟินที่สุด
ไอเดียรังสรรค์เมนูสูตรสดชื่น
ส่วนผสม : อิตาเลียนโซดา น้ำส้มสายชูผลไม้ทับทิม
• ฟรุตส์ วิเนการ์ รสน้ำทับทิม : 20 มล.
• น้ำโซดาแช่เย็นจัด : 120 - 150 มล.
• น้ำแข็ง : 1 แก้ว (แนะนำน้ำแข็งก้อนเล็กหรือน้ำแข็งบดจะช่วยให้เย็นฉ่ำยิ่งขึ้น)
ส่วนผสม : สูตรสมูทตีทับทิมมิกซ์เบอร์รีกรีกโยเกิร์ต
• น้ำส้มสายชูรสทับทิม : 150 กรัม (25.00%)
• มิกซ์เบอร์รี (ผลไม้แช่แข็ง) : 100 กรัม (16.67%)
• น้ำแข็ง : 300 กรัม (50.00%)
• กรีกโยเกิร์ต : 50 กรัม (8.33%)
วิธีทำ : ปั่นส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันจนเนียนละเอียด พร้อมเสิร์ฟเป็นเครื่องดื่มผลไม้รสเปรี้ยวหวานสดชื่น
หอมกลิ่นเบอร์รีและทับทิม พร้อมความนุ่มละมุนจากกรีกโยเกิร์ต
ที่สุดแห่งความหรูหราจากญี่ปุ่น เมื่อ"เกาลัดชิบุคาวะทั้งลูก" อยู่ในแป้งโมจิเหนียวนุ่ม
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงรักขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น ขนมชิ้นนี้คือคำตอบที่คุณห้ามพลาด นี่คือโมจิไส้เกาลัดชิบุคาวะคัดพิเศษทั้งลูกระดับไฮเอนด์ นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นโดยตรง ความพิเศษเริ่มต้นตั้งแต่ชั้นนอกสุดด้วย "แป้งโมจิฮาบุทาเอะ" ที่ทำจากแป้งข้าวเหนียวญี่ปุ่นคุณภาพเลิศ ผ่านการนวดอย่างพิถีพิถันจนได้เนื้อสัมผัสที่เนียน ละเอียด เหนียวนุ่ม ยืดหยุ่น และพร้อมที่จะละลายในปากอย่างอ่อนโยน ถัดเข้าไปด้านในคือความกลมกล่อมจากเนื้อเกาลัดบดผสมถั่วกวน สูตรดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีรสชาติหวานละมุนกำลังดี รสชาติหวานมัน ละมุนลิ้น และไฮไลท์ที่ซ่อนอยู่ใจกลางก็คือ "เกาลัดชิบุคาวะคัดพิเศษทั้งลูก (Shibukawa Kuri)" เกาลัดเม็ดโตที่ผ่านกรรมวิธีการเคี่ยวกับน้ำเชื่อมอย่างพิถีพิถันทั้งเปลือกบางชั้นใน (Shibukawa) ทำให้เกาลัดยังคงความนุ่มหนึบ ชุ่มฉ่ำ ไม่แข็งกระด้าง และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่ฝาดนิดๆ ปลายลิ้นตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยตัดความหวานของครีมมงบล็องได้อย่างดี เมื่อคุณกัดลงไปพร้อมๆ กันทั้ง 3 ชั้น จะหลอมรวมกลายเป็นรสชาติที่กลมกล่อม ราวกับคุณกำลังนั่งทานขนมหวานอยู่ในร้านคาเฟ่สุดหรู ณ เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว
วิธีรับประทาน
• นำโมจิออกมาจากช่องแช่แข็งแล้ววางพักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 10-15 นาที
• หรือนำมาพักไว้ในช่องแช่เย็นธรรมดา เพื่อให้แป้งโมจิและไส้ด้านในค่อยๆ คลายตัวจนนุ่มนิ่มตามธรรมชาติ จากนั้นแกะซองทานได้ทันที
(หลีกเลี่ยงการใช้ไมโครเวฟเพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อกล้วยและไส้ช็อกโกแลตละลายจนเสียรูปทรง)
วิธีเก็บรักษา
• เก็บในช่องแช่แข็ง (Frozen Storage):
- ต้องเก็บรักษาไว้ในช่องแช่แข็งที่มีอุณหภูมิ -18 °C หรือต่ำกว่า ตลอดเวลา
- หากเก็บในอุณหภูมิตามที่กำหนด สินค้าจะคงคุณภาพและรสชาติที่ดีเยี่ยมจนถึงวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
• เมื่อละลายแล้ว (After Thawing):
- หลังจากนำออกมาละลายในช่องแช่เย็นธรรมดาจนแป้งนุ่มพร้อมทานแล้ว ควรรับประทานให้หมดโดยเร็วที่สุด
ข้อควรระวัง ไม่แนะนำให้นำโมจิที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งโมจิกระด้าง เสียความเหนียวนุ่ม และส่งผลต่อคุณภาพของไส้ครีมและผลไม้ด้านใน