สำหรับคนที่ชอบทานปลาไหลญี่ปุ่นย่างซีอิ๊ว มาทางนี้ค่ะ
ที่ประเทศญี่ปุ่น จะมีเทศกาลวันทานปลาไหล ในช่วงฤดูร้อน เพราะเชื่อว่าหากทานในช่วงเวลานี้จะทำให้มีสุขภาพแข็งแรงตลอดทั้งปี เพราะปลาไหลอุดมด้วยคุณค่าทางอาหาร ช่วยให้ร่างกายไม่อ่อนเพลียจากอากาศที่ร้อน วันนี้เรามีปลาไหลน้ำจืดสายพันธุ์ญี่ปุ่น ที่เนื้อนุ่มแน่น คัดเฉพาะไซส์ใหญ่พิเศษ นำมาย่างจนมีกลิ่นหอม ทาด้วยซีอิ๊วรสชาติเค็มๆ หวานๆ ตามสูตรลับเฉพาะของทางแบรนด์ ยิ่งทาน ยิ่งอร่อย ที่สำคัญราคาไม่แพง!! เพราะราคานี้ ท่านจะได้ทานปลาไหล 1 ตัว!!! ที่สำคัญทำง่ายมาก เพียงแค่ฉีกซอง อุ่นร้อนในไมโครเวฟ เพื่อความอร่อยยิ่งขึ้น ทานคู่กับข้าวญี่ปุ่น เนื้อนุ่มเคี้ยวหนุบ ยิ่งอร่อยค่ะ
มาลองทำข้าวห่อสาหร่ายกันไหมคะ
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Nanatsuboshi ข้าวที่เติบโตท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ของฮอกไกโด
นิยมปลูกมากในฮอกไกโด เมล็ดข้าวอวบ หุงแล้วขึ้นเงา มีความเหนียวปานกลาง และความหวานแบบพอดี ทำให้โดนใจชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก แม้ข้าวจะเย็นแต่ยังคงความนุ่ม หอม อร่อย สามารถทำอาหารได้หลากหลายประเภท แต่จะนิยมนำมาทำเบนโตะและซูชิ
• ลักษณะเมล็ด – เมล็ดข้าวอวบ ขาว หุงขึ้นหม้อ
• รสชาติ – มีรสหวานและยังคงอร่อยแม้จะเย็นแล้ว
• ความเหนียว – ความเหนียวกำลังดี
• เมนูที่เหมาะสม – เบนโตะ และซูชิ
• ความลับของสายพันธุ์ – ถือว่าเป็นข้าวที่มีความสมดุลระหว่างรสชาติกับเนื้อสัมผัสมากที่สุดในสายพันธุ์ข้าวฮอกไกโด เมื่อหุงจนสุกข้าวมีความขาว ความเงา ความหอม ให้รสชาตินุ่มนวล และเคี้ยวอร่อย
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
1. ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
2. ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
3. กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
4. ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำจนอ่อนนุ่ม
5. หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อย ๆ คนให้น้ำระเหย
มาทำไก่ทอดคาราอาเกะสไตล์จีนกันเถอะ!
Weipa karaage ko ปรับสูตรจากสูตรคาราอาเกะเดิมๆ ให้ออกมาเป็นสไตล์จีน มีรสของกระเทียม ความสไปซี่จากเครื่องเทศ และกลิ่นหอมเฉพาะตัว เมื่อนำมาผสมเข้ากับเนื้อไก่แล้วนำไปทอด ก็จะได้ลิ้มรสคาราอาเกะที่กรอบอร่อยอย่างไม่จำเจ
ส่วนผสม
- แป้งคาราอาเกะ 1 ซอง
- น้ำเปล่า 80 มล.
- เนื้อไก่ 400-500กรัม
วิธีทำ
1. นำแป้ง และ น้ำ มาผสมและคนให้เข้ากัน
2. หั่นเนื้อไก่เป็นชิ้นพอดีคำ จากนั้นนำไปชุบกับแป้งที่ผสมเตรียมไว้
3. ตั้งกระทะและน้ำมัน อุณหภูมิ 165-175 องศา
4. นำไก่ที่ชุปแป้งลงไปทอด ประมาน 3-4 นาที แล้วจึงนำขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน
สำหรับคนรักแซลมอนที่มองหาวัตถุดิบคุณภาพสูงสุด พร้อมความสะดวกในการทำอาหาร ปลาแซลมอนแอตแลนติก (Atlantic Salmon) จากแบรนด์ คุก (Cooke) คือตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด เพราะนี่คือปลาแซลมอนที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุดในโลก และผ่านการแล่ตัดแต่งอย่างพิถีพิถัน
คุณภาพจากแหล่งกำเนิด: ชิลี (Chile)
ปลาแซลมอนของ Cooke ได้รับการเลี้ยงในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์และเย็นจัดของประเทศ ชิลี โดยเฉพาะในเขตไอเซน (Aysén region) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ห่างไกลและมีสภาพแวดล้อมทางทะเลที่สมบูรณ์ การเลี้ยงในสภาพธรรมชาติที่ดีเยี่ยมนี้ ทำให้ปลาแซลมอนมีเนื้อที่นุ่ม สีส้มสดใส และมีรสชาติที่สะอาด พร้อมไขมัน (Omega-3) ที่สมดุลตามธรรมชาติ
แบรนด์ Cooke ยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืน และมีการใช้มาตรฐานการเพาะเลี้ยงอย่างเข้มงวด เพื่อส่งมอบอาหารทะเลคุณภาพสูงสู่ผู้บริโภคทั่วโลก
การแล่ Trim-C เพื่อความสมบูรณ์แบบ
Trim-C คือมาตรฐานการแล่ปลาแซลมอนที่การันตีว่าเนื้อปลาของคุณถูกตัดแต่งอย่างพิถีพิถันสูงสุด
ความสะอาดสูงสุด: เนื้อปลาถูกนำก้างใหญ่ออกทั้งหมด รวมถึงก้างบริเวณท้อง (Belly Bone) และก้างซี่โครง (Pin Bone)
พร้อมใช้งานทันที: ทำให้คุณสามารถนำเนื้อปลาไปหั่นเป็นชิ้นสำหรับทำซาชิมิ ซูชิ หรือนำไปปรุงอาหารได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาเลาะก้างหรือตัดแต่งไขมันส่วนเกินเอง
เมนูอร่อยที่แนะนำ
ด้วยคุณภาพของปลาแซลมอนแอตแลนติกจากชิลี และการตัดแต่งแบบ Trim-C ที่สะอาด ทำให้เนื้อปลาชนิดนี้เหมาะสำหรับทุกเมนู:
ซาชิมิ/ซูชิ: เนื้อปลานุ่ม สีสวย สามารถนำไปหั่นเป็นชิ้นเพื่อสัมผัสความสดใหม่แบบเต็มคำ
สเต็กปลาแซลมอน: นำไปย่างหรือจี่บนกระทะเพื่อดึงรสชาติไขมันธรรมชาติออกมาให้หอมกรุ่น
อบ/เบค: อบพร้อมเครื่องเทศหรือสมุนไพร เพื่อมื้ออาหารที่ทั้งอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ
ไม่ว่าคุณจะทำอาหารในบ้านหรือต้องการวัตถุดิบคุณภาพเพื่อเสิร์ฟในร้านอาหาร ปลาแซลมอนแอตแลนติก Trim-C จาก Cooke คือทางเลือกที่จะช่วยยกระดับทุกเมนูของคุณให้เป็นมื้อพิเศษได้ง่ายดาย
วิธีละลายสินค้าแช่แข็ง
❄️ ละลายในตู้เย็น (แนะนำที่สุด)
- วางสินค้าไว้ในช่องธรรมดาของตู้เย็นประมาณ 6-12 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับขนาด)
- วิธีนี้ช่วยรักษาคุณภาพและความสดของสินค้าได้ดีที่สุด
❄️ ละลายในน้ำเย็น (สำหรับการเร่งเวลา)
- นำสินค้าทั้งถุงแช่ในน้ำเย็น
- เปลี่ยนน้ำใหม่ทุก 30 นาที จนกว่าสินค้าจะคลายตัว
❄️ ละลายในอุณหภูมิห้อง (เฉพาะบางประเภท)
- วางสินค้าไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 40 นาที
สนุกกับการทำโอโคโนมิยากิได้ง่ายๆ ที่บ้านคุณ
เพิ่มความสดชื่นแบบไร้คาเฟอีน ด้วยชาข้าวบาร์เลย์จากญี่ปุ่น
สำหรับคนที่ต้องการความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า แต่ไม่อยากรับประทานเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน เราขอแนะนำมูกิฉะหรือชาข้าวบาร์เลย์ค่ะ ชาชนิดนี้แท้จริงแล้วไม่มีส่วนผสมของใบชา แต่ผลิตขึ้นจากเมล็ดข้าวบาร์เลย์ที่นำมาคั่วบดแล้วบรรจุใส่ซองชา เพื่อนำมาชงกับน้ำร้อนหรือน้ำเย็น
ฮอนมะ มอน มูกิฉะห่อนี้ โดดเด่นด้วยการใช้ข้าวบาร์เลย์ชนิดเปลือกล่อน อิจิบังโบชิ (Ichibanbochi) จากจังหวัดคางาวะ 100% จึงทำให้มีรสชาติกลมกล่อม ไม่ขมฝาดเหมือนชาอื่นๆ และมาพร้อมกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ น้ำชามีสีเหลืองทอง ให้ความรู้สึกสดชื่น ชุ่มคอ ชาวญี่ปุ่นจึงนิยมดื่มมูกิฉะในฤดูร้อน เรียกได้ว่าเป็นเครื่องดื่มแก้วโปรดของทั้งเด็กและผู้ใหญ่เลยทีเดียวค่ะ
วิธีการชงแบบร้อน
• ต้มน้ำ 1.5 ลิตรให้เดือด ใส่ฮอนมะ มอน มูกิฉะ 1 ซอง แล้วต้มต่อไปอีกประมาณ 3-5 นาที จากนั้นยกลงจากเตา สามารถดื่มแบบร้อนหรือนำไปแช่เย็นก่อนดื่มก็ได้ค่ะ
วิธีการชงแบบเย็น
• ใส่ฮอนมะ มอน มูกิฉะ 1 ซอง ลงในน้ำเย็น 1 ลิตร แล้วนำไปแช่เย็นประมาณ 2 ชั่วโมง พร้อมดื่มค่ะ
เปิดประสบการณ์รสชาติของข้าวญี่ปุ่นแท้ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชาแห่งข้าว" ของประเทศญี่ปุ่น ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ค่ะ
ข้าวชิ้นนี้คือ ข้าวโคชิฮิคาริ (Koshihikari) ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ยอดนิยมและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวที่มาจากจังหวัด นีงาตะ (Niigata) ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงด้านคุณภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จังหวัดนีงาตะได้รับพรจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปลูกข้าวชั้นดี เช่น ดินที่อุดมสมบูรณ์จากตะกอนแม่น้ำสำคัญอย่างแม่น้ำชินาโนะ (Shinano River) และแม่น้ำอะงาโนะ (Agano River) รวมถึงมีน้ำบริสุทธิ์จากหิมะที่ละลาย (Snowmelt Water) และที่สำคัญคือ ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน ที่สูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความหวานและรสชาติของข้าว
ข้าวโคชิฮิคาริสายพันธุ์นีงาตะมีจุดเด่นหลัก ๆ ที่ทำให้เป็นที่รักของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
ความเหนียวและหนึบ (Stickiness): มีสัมผัสที่ เหนียวหนึบ (Mochimochi) และยืดหยุ่นกำลังดี ไม่แข็งกระด้าง
ความหวานและอูมามิ (Sweetness & Umami): มีรสหวานตามธรรมชาติที่ชัดเจน และมีรส อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นในทุกเม็ด
กลิ่นหอมและเงางาม: เมื่อหุงสุกแล้วจะมี กลิ่นหอมที่ละมุน และเมล็ดข้าวจะมีความ เงางามเป็นประกาย น่ารับประทาน
ด้วยรสชาติที่โดดเด่นและสมดุล ทำให้ข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะอร่อยมากแม้ว่าจะทานเปล่า ๆ โดยไม่ต้องมีกับข้าวค่ะ นอกจากนี้ยังรักษาความอร่อยไว้ได้ดีแม้จะเย็นลง จึงเหมาะมากสำหรับทำข้าวปั้น โอนิกิริ (Onigiri) หรือใส่ในกล่องข้าวเบนโตะ (Bento)
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
ข้าวโคชิฮิคาริมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่สมดุล ทำให้เข้ากันได้ดีกับอาหารหลากหลายประเภทค่ะ:
ข้าวสวย (Plain White Rice): ทานเปล่า ๆ คู่กับเครื่องเคียงง่าย ๆ อย่างซุปมิโสะ (Miso Soup) และผักดอง (Tsukemono) เพื่อสัมผัสรสชาติแท้ ๆ ของข้าว
ซูชิ (Sushi) และโอนิกิริ (Onigiri): ด้วยความเหนียวหนึบ ทำให้ปั้นได้ง่ายและคงรูปได้ดีเมื่อเย็นลง
เมนูอาหารญี่ปุ่นทั่วไป: เหมาะสำหรับทานคู่กับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด เช่น ปลาย่าง, เทมปุระ (Tempura) หรือข้าวหน้าต่าง ๆ (Donburi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
เพื่อให้ได้ข้าวที่อร่อยที่สุด ควรทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
1. ซาวข้าว (Rinsing): ซาวข้าวอย่างเบามือเพื่อล้างฝุ่นออก เปลี่ยนน้ำประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำเริ่มใส
2. แช่น้ำ (Soaking): แช่ข้าวในน้ำสะอาดทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ในฤดูร้อน หรือ 60 นาที ในฤดูหนาว เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำอย่างเต็มที่
3. หุง (Cooking): หุงตามอัตราส่วนน้ำที่ระบุบนเครื่องหุงข้าว หรือใช้อัตราส่วนข้าว 1 ส่วนต่อน้ำประมาณ 1.1 - 1.2 ส่วน
4. พักข้าว (Steaming): เมื่อหุงเสร็จแล้ว ห้ามเปิดฝา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ไอน้ำระอุและข้าวสุกทั่วถึง ก่อนจะใช้ไม้พายคลุกเบา ๆ ก่อนตักเสิร์ฟค่ะ
ลองนำข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะไปหุงดูสิคะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมข้าวญี่ปุ่นแท้ ๆ ถึงมีเสน่ห์และเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น ที่คุณก็สามารถสร้างสรรค์ความอร่อยนี้ได้ที่บ้านค่ะ
มิโซะออร์แกนิค รสกลมกล่อม เข้มข้น
Maru-Yu Mutenka Miso จากแบรนด์ฮิคาริ-มิโซะ เป็นมิโซะที่ผลิตโดยใช้ถั่วเหลืองและข้าวออร์แกนิค 100% และเนื่องจากมีการใช้เมล็ดถั่วเหลืองปริมาณมากร่วมกับระยะเวลาการหมักอันยาวนาน จึงทำให้ได้รสเค็มและอูมามิที่สมดุล ผสานความเผ็ดร้อนฝาดลิ้นเล็กน้อยพร้อมกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังเป็นสูตรวีแกนและปราศจากกลูเตน ผู้ที่ทานมังสวิรัติจึงสามารถรับประทานได้อย่างสบายใจ สามารถนำไปประกอบอาหารได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นซุปมิโซะ แกงกะหรี่ญี่ปุ่น หมักเนื้อสเต๊ก หรือมิโซะราเมนก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ
เคล็ดลับการทำข้าวหน้าเนื้อให้อร่อยอยู่นี่แล้ว
อร่อยง่ายๆ กับเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น
ผักกาดดองต้มสุกปรุงรสแบบต้นตำรับญี่ปุ่น รสชาติอร่อยกลมกล่อมกำลังพอดี นิยมนำมาทำเป็นไส้ข้าวปั้นโอนิกิริ, รับประทานเป็นเครื่องเคียงคู่กับข้าวสวยหรือข้าวต้ม, เสิร์ฟเป็นกับแกล้ม หรือนำไปทำเมนูอื่นๆ ได้อย่างหลากหลาย สะดวกและประหยัดเวลาเพราะมาในรูปแบบปรุงสุกพร้อมทาน สามารถจัดเสิร์ฟได้ทันที
สัมผัสประสบการณ์ชาเขียวคุณภาพพรีเมียมจากแบรนด์ ฮาราดะ (Harada) ที่คัดสรรผงมัทฉะบริสุทธิ์ 100% มาจากแหล่งปลูกชาชั้นเลิศในจังหวัด ชิซูโอกะ (Shizuoka) ประเทศญี่ปุ่น ผงมัทฉะ นี้จะมอบรสชาติที่เข้มข้น มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และสามารถใช้งานได้หลากหลายในทุกเมนู
ความโดดเด่นของมัทฉะจากชิซูโอกะ
แหล่งกำเนิดคุณภาพสูง: จังหวัดชิซูโอกะตั้งอยู่ใกล้ภูเขาไฟฟูจิ ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุสำคัญ มีสภาพอากาศที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการปลูกชาเขียว จึงได้รับการขนานนามว่าเป็น "สวรรค์แห่งชา"
ผงชาเขียวแท้ 100%: ผลิตจากใบชาเขียวคุณภาพดี โดยไม่มีการผสมสารแต่งกลิ่น สี หรือน้ำตาลใดๆ ทำให้คุณได้รับรสชาติและกลิ่นหอมของชาเขียวแท้แบบเต็มที่
รสชาติเข้มข้นเป็นเอกลักษณ์: ด้วยคุณภาพของใบชาที่คัดเลือกมาอย่างดี มัทฉะนี้จึงมีรสชาติ อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นอย่างสมดุล ไม่ขมจนเกินไป และมีกลิ่นหอมสดชื่น
มัทฉะเพื่อไลฟ์สไตล์ที่ดี
มัทฉะ ถือเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมทั่วโลก เพราะนอกจากรสชาติที่อร่อยแล้ว ยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง
สารต้านอนุมูลอิสระสูง: มัทฉะเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ที่ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกาย
ช่วยเพิ่มความสดชื่นและมีสมาธิ: มีสารคาเฟอีนและ L-Theanine ทำงานร่วมกัน ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า มีสมาธิ แต่ให้ความรู้สึกสงบ
ใช้งานได้หลากหลาย: สามารถนำไปทำเครื่องดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น เช่น มัทฉะลาเต้, สมูทตี้ รวมถึงใช้เป็นส่วนผสมสำคัญในการทำเบเกอรี่ ขนมหวาน และไอศกรีม
วิธีการเตรียมมัทฉะเบื้องต้น
1. ใช้ผงมัทฉะประมาณ 1-2 กรัม (ประมาณ 1 ช้อนชา) ลงในถ้วย
2. เติมน้ำร้อน (อุณหภูมิประมาณ 80 องศาเซลเซียส) 60-70 มล.
3. ใช้ไม้ตีชา (Chasen) หรืออุปกรณ์สำหรับตีชา คนหรือตีให้เกิดฟองละเอียดจนผงมัทฉะละลายเข้ากันดี
4. สามารถเติมน้ำร้อนเพิ่ม หรือผสมนมเพื่อทำมัทฉะลาเต้ได้ตามความชอบ
ผงมัทฉะ จากแบรนด์ ฮาราดะ (Harada) จึงเป็นตัวเลือกที่มั่นใจได้ มอบ มัทฉะแท้ ที่มีคุณภาพและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับญี่ปุ่นอย่างแท้จริง
อาจิทสึเกะ ชิโอะโคโช เคล็ดลับความอร่อยจากครัวญี่ปุ่น
"ชิโอะโคโช" (塩こしょう) หรือ เกลือและพริกไทยดำ เป็นเครื่องปรุงที่ขาดไม่ได้ในครัวเรือน เพราะช่วยดึงรสชาติของวัตถุดิบให้อร่อยขึ้นแบบง่ายๆ ไม่ต้องใช้เครื่องปรุงหลายชนิด อาจิทสึเกะ ชิโอะโคโช ไม่ได้เป็นแค่เครื่องปรุงทั่วไป แต่เป็น "ผู้ช่วยเชฟ" ที่ช่วยให้การทำอาหารง่ายขึ้น ไม่ว่าคุณจะทำเมนู เนื้อย่าง หมูทอด ไก่ย่าง บาร์บีคิว ซุป หรือแม้แต่อาหารตะวันตก ก็สามารถใช้ได้อย่างลงตัว แค่โรยเบาๆ ก็ได้รสชาติอร่อยแบบมืออาชีพ!
เมนูแนะนำ
♥ สเต๊กเนื้อพริกไทยเกลือ
วัตถุดิบ
- เนื้อสเต๊ก (ริบอาย, สันนอก หรือเนื้อที่ชอบ) 200 กรัม
- เฮ้าส์ อาจิซุเกะ ชิโอะโคโช 1 ช้อนชา
- น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
- เนย 10 กรัม
- กระเทียมฝานบาง 2-3 กลีบ
วิธีทำ:
1. โรย เฮ้าส์ อาจิทสึเกะ ชิโอะโคโช ให้ทั่วเนื้อทั้งสองด้าน
2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันมะกอก พอร้อน ใส่เนื้อลงไปย่างให้สุกตามต้องการ
3. ใส่เนยและกระเทียมลงไปผัดให้หอม แล้วราดบนเนื้อ
4. เสิร์ฟพร้อมผักย่างหรือมันฝรั่งทอด
♥ ข้าวผัดญี่ปุ่น (ชิโอะยากิเมชิ)
วัตถุดิบ:
- ข้าวสวย 1 ถ้วย
- หมูสับ หรือไก่สับ 50 กรัม
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- เฮ้าส์ อาจิทสึเกะ ชิโอะโคโช 1 ช้อนชา
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ:
1. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ผัดหมูสับจนสุก
2. ตอกไข่ลงไป คนให้เข้ากันแล้วใส่ข้าวสวย
3. โรย เฮ้าส์ อาจิทสึเกะ ชิโอะโคโช ผัดให้เข้ากัน
4. โรยต้นหอมซอย แล้วตักเสิร์ฟ
เมนูไหนก็อร่อยขึ้น แค่มีติดครัวไว้! ☺️
สาหร่ายเกรดพรีเมี่ยม ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นหลายร้านเลือกใช้
โคร็อกเกะกรอบอร่อยเต็มรสแกงกะหรี่
อิ่มอร่อยได้ง่ายๆ กับโคร็อกเกะหรือโครเกตต์ (Korokke, Croquette) ของทอดยอดนิยมอีกเมนูหนึ่งของญี่ปุ่นที่มีต้นกำเนิดมาจากฝรั่งเศส ทำมาจากมันบดปั้นเป็นก้อนทรงกลมหรือรี อาจมีการผสมเนื้อบด, อาหารทะเล หรือผักต่างๆ แล้วนำมาชุบแป้ง, ไข่ และเกล็ดขนมปัง ทอดจนเหลืองกรอบน่ารับประทาน
โคร็อกเกะห่อนี้เป็นสินค้าขายดีของเกียวมุ ซูเปอร์ (Gyomu Super) ห้างสรรพสินค้าชื่อดังของญี่ปุ่น พิเศษสุดๆ ด้วยไส้แกงกะหรี่เข้มข้น กลมกล่อม เรียกได้ว่าเป็นการผสมผสานความอร่อยได้อย่างลงตัวทีเดียว ให้คุณอร่อยกับเมนูนี้แบบง่ายๆ เพียงนำไปทอดแล้วเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ, จัดใส่เบนโตะ หรือรับประทานคู่กับเครื่องดื่มแก้วโปรดก็ได้เช่นกันค่ะ
ชาเขียวเซนฉะชนิดชงได้ทั้งร้อนและเย็น ถูกใจสำหรับคนรักชา
โคร็อกเกะผักแสนอร่อยจากญี่ปุ่น
โคร็อกเกะ คืออาหารทอดแสนอร่อย เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมมากในหมู่คนญี่ปุ่น เพราะรสชาติแสนอร่อยของโคร็อกเกะผักแสนอร่อยห่อนี้ทำมาจากมันฝรั่งบด แครอท หัวหอม ข้าวโพด และถั่วลันเตา กวนเป็นไส้ในเนื้อเนียน ส่วนด้านนอกชุบด้วยเกร็ดขนมปังทอดให้กรอบเหลือง ทานตอนร้อนๆ ฟินมากๆ ค่ะ
เหนียวนุ่ม นุ่มหนึบ สูตรต้นตำหรับจากญี่ปุ่น แบบเดียวกับที่ใช้ตามร้านราเมนชื่อดัง
สัมผัสความอร่อยระดับพรีเมียม ส่งตรงถึงบ้านคุณ กับเส้นราเมนสดสูตรต้นตำรับแท้จากประเทศญี่ปุ่น ผลิตจากแป้งสาลีและไข่ไก่คุณภาพดี ให้เส้นสีเหลืองนวลสวย เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม หนึบหนับ เคี้ยวเพลินทุกคำ ผลิตด้วยกรรมวิธีที่พิถีพิถัน โดยไม่เติมสารกันบูด เพื่อคงความสดใหม่และให้คุณมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยทุกครั้งที่รับประทาน ไม่ว่าจะทำรับประทานเองที่บ้าน หรือใช้ประกอบอาหารสำหรับร้าน ก็ให้รสชาติอร่อยเหมือนเชฟญี่ปุ่นปรุงสดใหม่ สามารถนำไปสร้างสรรค์เมนูได้หลากหลาย ทั้งราเมนน้ำ ราเมนแห้ง ราเมนเย็น ยากิโซบะ หรือเมนูผัดเส้นต่างๆ ใช้งานสะดวก ต้มสุกง่ายภายในไม่กี่นาที ก็พร้อมเสิร์ฟความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นได้ทันที
วิธีเตรียมเส้น
ขั้นเตรียมเส้นก่อนลวก : ต้มน้ำให้เดือด จากนั้นให้สางเส้นให้ไม่ติดกันก่อนลวก (ไม่ควรนำเส้นไปจุ่มน้ำเพื่อล้างแป้งก่อนลวก จะทำให้เส้นเหนียวติดกัน) และให้ใช้ตะเกียบกวนเส้นให้กระจายตัวในน้ำเล็กน้อยขณะลวกเส้น
เวลาในการลวกตามแต่ละเมนู:
- เมนูราเมน ใช้เวลาลวกเส้นประมาณ 2-3 นาที
- เมนูบะหมี่เย็น ใช้เวลาลวกเส้นประมาณ 2:45-3:15 นาที แล้วนำเส้นไปจุ่มในนำเย็นก่อนเสิร์ฟ
- เมนูยากิโซบะ ใช้เวลาลวกเส้นประมาณ 1:30-1:45 นาที
การเก็บรักษา: เก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0-5 °C หลังจากเปิดซองแล้วควรทานให้หมดภายใน 7 วัน (จุดน้ำตาลในเนื้อแป้งเป็นส่วนของรำข้าวสาลี ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค)
เมนูแนะนำ
• ทงคัตสึราเมน / โชยุราเมน: เส้นราเมนเหนียวนุ่มในน้ำซุปกระดูกหมูเข้มข้นหรือซุปโชยุหอมกรุ่น
• ซารุ ราเมน (บะหมี่เย็นญี่ปุ่น): เส้นราเมนลวกสุกจุ่มน้ำเย็น ทานคู่กับซอสซารุโชยุเย็นๆ โรยต้นหอมและวาซาบิ
• ยากิโซบะ: นำเส้นไปผัดกับซอสยากิโซบะรสเข้มข้น ใส่กะหล่ำปลี หมูสามชั้น และโรยสาหร่าย
ข้าวญี่ปุ่นจากเมืองฮอกไกโด เมืองแห่งความอุดมสมบูรณ์
ชวนคุณมาชิมข้าวญี่ปุ่นแท้ๆ ปลูกที่เมืองฮอกไกโด เมืองที่ธรรมชาติสวยงาม น้ำใสสะอาด ข้าวที่ได้มีรสชาติหวาน นุ่ม เหนียว เคี้ยวเพลิน เหมาะกับทำอาหารญี่ปุ่นอย่างเมนูข้าวซูชิ ข้าวปั้นโอนิกิริ มาลองชิมความแตกต่างของรสชาติข้าวญี่ปุ่นแท้ๆ กันค่ะ หากสนใจทำเมนูข้าวซูชิ เรามีน้ำส้มปรุงรสข้าว และสาหร่ายสำหรับห่อข้าว ขายด้วยนะคะ
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
1. ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
2. ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบา ๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
3. กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
4. ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำเวลาหุงข้าวจะนุ่มไม่กระด้าง
5. หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อยๆ คนให้น้ำระเหย
วิธีการเก็บรักษา
1. เก็บในที่แห้งและเย็น
2. ระวังการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง เพราะข้าวจะแห้งแตกเนื่องจากการระเหยของน้ำในข้าว
3. หลีกเลี่ยงการเก็บรักษาใกล้ ผงซักฟอก สเปรย์ปรับอากาศ เครื่องสำอาง และอาหารที่มีกลิ่นแรง เพราะข้าวจะดูดซับกลิ่น
ข้อควรระวัง
1. คุณภาพของข้าวจะเปลี่ยนหากโดนความชื้น
2. ห้ามวางไว้ใกล้เปลวไฟ เนื่องจากติดไฟง่าย
3. ห้ามวางสินค้าอื่นซ้อนทับผลิตภัณฑ์
เคยลองทานถั่วเน่าญี่ปุ่น (นัตโตะ) หรือยังคะ?
หลายๆ คนที่เคยเดินทางไปญี่ปุ่น เมนูอาหารเช้าเกือบทุกโรงแรมในประเทศญี่ปุ่นต้องมีเสริ์ฟนัตโตะ (Natto) หรือถั่วเหลืองญี่ปุ่นหมัก รู้หรือไม่คะ ว่านัตโตะถือเป็นอาหารสุขภาพที่ชาวญี่ปุ่นต่างยกนิ้วให้ เพราะอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพ มีวิตามินบี 12 สารต้านอนุมูลอิสระ และโปรไบโอติกที่ช่วยในการย่อย ทำให้กระเพาะและลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย ทำให้นัตโตะถูกยกย่องให้เป็น Super Food
Shindo Fuji Fukuoka Jiman Natto เป็นนัตโตะที่ผลิตจากเมืองฟุกุโอกะ โดยคัดเลือกถั่วเหลืองเม็ดโตของขึ้นชื่อของเมือง นำมาหมักในกรรมวิธีดั้งเดิม จนได้นัตโตะที่มีกลิ่นเฉพาะตัว และรสชาติเป็นเอกลักษณ์ มาพร้อมซอสและมัสตาร์ดให้ได้ทานคู่กัน ใครที่ไม่เคยลอง อยากแนะนำให้เปิดใจค่ะ
เคล็ดลับความอร่อยกับซอสที่มียอดขายอันดับ 1 ของญี่ปุ่น
ทาโกะยากิ หรือขนมครกญี่ปุ่น อาหารว่างติดครัวของชาวคันไซ
ทาโกะยากิมีต้นกำเนิดมาจากเมืองโอซากา หากท่านได้ไปเที่ยวแถบคันไซ ต่างต้องเคยได้ลิ้มลองอย่างแน่นอน วันนี้เราชวนคุณแก้คิดถึงญี่ปุ่น กับเมนูทำเองได้ง่ายๆ แถมรสชาติยังอร่อยมากๆ เหตุผลที่ทำให้อร่อย เพราะแป้งเราได้คิดค้นและผสมในสูตรเฉพาะของแบรนด์ Nippn คุณแค่เตรียมไส้ที่ชอบ และต้องมีกระทะหลุมสำหรับทำทาโกะยากิ เพียงแค่นี้ คุณก็อร่อยตามแบบโอซาก้าแท้ๆ แป้ง 1 ห่อ ทำได้ประมาณ 40 ลูก
วิธีทำ
1. ใส่แป้งทาโกะยากิ 100 กรัมลงในน้ำ 100 มล. แล้วผสมให้เข้ากัน ใส่กะหล่ำปลีสับ 300 กรัม ไข่ 1 ฟอง และไส้โอโคโนมิยากิที่คุณชื่นชอบ 100 กรัม (ปลาหมึก กุ้ง ปูอัด ฯลฯ)
2. วอร์มเตาด้วยไฟแรง เติมน้ำมันพืชหรือเนยเล็กน้อย แล้วค่อยใส่แป้งลงไปครึ่งหลุม ทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที ใส่ไส้ทาโกะยากิ กระหล่ำปลี ขิงซอยเล็กน้อยลงในหลุม
3. รอจนแป้งสุกจนร่อนจากกระทะ พยายามพลิกกลับ ค่อยๆ เติมแป้งจนมีลักษณ์เป็นทรงกลมสวยงาม
4. เมื่อแป้งสุกทุกด้าน ให้จัดใส่จาน ราดซอสทาโกะยากิ มายองเนส สาหร่ายผง และปลาคัตสึโอะหั่นฝอย
ทสึยุสูตรเข้มข้น อร่อย กลมกล่อมยิ่งขึ้น
หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่โปรดปรานอาหารญี่ปุ่นและชอบที่จะได้ลองทำทานเองที่บ้าน สึยุถือเป็นเครื่องปรุงที่จะช่วยให้การทำอาหารญี่ปุ่นของคุณสะดวกและง่ายดายขึ้นมากเลยทีเดียวค่ะ ในสึยุจะประกอบไปด้วยโชยุ มิริน และดาชิ มักจะใช้เป็นซอสเพื่อรับประทานกับอาหารประเภทเส้นของญี่ปุ่นอย่าง โซบะ โซเมน หรืออุด้ง นอกจากนี้ยังนำไปประกอบเมนูอื่นๆ ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผัดกับผักหรือเนื้อสัตว์เพื่อทำดงบุริ ทำน้ำซุปหม้อไฟ ต้มหัวปลาแบบญี่ปุ่น ทำเป็นซอสเทมปุระก็ได้เช่นกัน
Sanbishi Awase Dashi Tsuyu สูตรนี้ เป็นดาชิสึยุเข้มข้นถึง 3 เท่า ที่เต็มไปด้วยรสอูมามิจากปลาแห้ง 3 ชนิด ได้แก่ ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล และปลาโบนิโต้ รวมถึงหอยเชลล์และสาหร่าย จนได้รสชาติที่กลมกล่อมยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพียงแค่นำไปผสมน้ำตามอัตราส่วนที่เหมาะสมก็เตรียมรับความอร่อยได้เลยค่ะ
ตัวอย่างอัตราส่วนในการทำเมนูต่างๆ
• ซอส 1: น้ำ 2 สำหรับเมนูบะหมี่เย็น น้ำจิ้มเทมปุระ หรือซอสราดหน้าข้าว (ดงบุริ)
• ซอส 1: น้ำ 4-5 สำหรับเมนูประเภทต้ม เช่น หัวปลาต้มซีอิ๊วแบบญี่ปุ่น
• ซอส 1: น้ำ 5-6 สำหรับเมนูบะหมี่ร้อน
• ซอส 1: น้ำ 7-9 สำหรับเมนูหม้อไฟหรือโอเด้ง
หมายเหตุ : เพื่อให้ได้รสชาติในแบบที่ชอบ สามารถปรับเปลี่ยนอัตราส่วนได้ตามต้องการค่ะ
ทำพิซซ่าญี่ปุ่นใครว่ายาก
แป้งสำเร็จรูปจากแบรนด์ Nippn ห่อนี้ เรานำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้คุณสามารถทำพิซซ่าญี่ปุ่น หรือ โอโคโนมิยากิได้ง่ายๆ แถมรสชาติยังอร่อยมากๆ เหตุผลที่ทำให้อร่อย เพราะแป้งเราได้คิดค้นและผสมในสูตรเฉพาะของเรา ทำให้พิซซ่าญี่ปุ่นของคุณนุ่ม ฟู ไม่แห้งกระด้าง อร่อยในแบบต้นฉบับแท้ๆ แป้ง 1 ห่อ ทำได้ประมาณ 4 ที่
วิธีทำ
1. ใส่แป้งโอโคโนมิยากิ 100 กรัมลงในน้ำ 100 มล. แล้วผสมให้เข้ากัน ใส่กะหล่ำปลีสับ 300 กรัม ไข่ 1 ฟอง ขิงสับละเอียดนิดหน่อย และไส้โอโคโนมิยากิที่คุณชื่นชอบ 100 กรัม (ปลาหมึก กุ้ง หมู ฯลฯ)
2. นำกระทะตั้งไฟให้ร้อน (200C) เติมน้ำมันพืชหรือเนยเล็กน้อย ก่อนตักแป้งโอโคโนมิยากิครึ่งหนึ่งออกเป็นทรงกลม ทิ้งไว้ประมาณ 2 นาที ให้ใส่กระหล่ำปลี และไส้ที่ชอบ ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที
3. พลิกอีกด้านอย่างระมัดระวังและปิดฝากระทะ ทิ้งไว้อีกประมาณ 5 นาที หลังจากนั้นเปิดฝากระทะ ทิ้งไว้ 1 นาที
4. ตักใส่จาน พร้อมราดซอสโอโคโนมิยากิ มายองเนส และเกล็ดปลาโบนิโตะ
มาทำโอเด้งทานเองที่บ้านกันค่ะ
ซุปทงคตสึกลมกล่อม เข้มข้น อร่อยจนหยดสุดท้าย!
น้ำซุปทงคตสึสูตรพิเศษเคี่ยวจากกระดูกหมูเข้มข้นเต็มรสชาติ ส่งตรงจากญี่ปุ่นให้คุณทำเมนูทงคตสึแสนอร่อยแบบง่ายๆ ไม่ต้องปรุงเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นราเมน, ซุปหม้อไฟ หรือนำไปผัดเมนูต่างๆ ก็อร่อยกลมกล่อมตามแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ๆ ค่ะ
อัตราส่วนที่แนะนำ
• สำหรับเมนูราเมน – ซุปเข้มข้น 1 ส่วน : น้ำ 12 ส่วน
• สำหรับเป็นน้ำซุปหม้อไฟ – ซุปเข้มข้น 1 ส่วน : น้ำ 12 ส่วน
• สำหรับเมนูผัด – ใช้ 10% ของน้ำหนักวัตถุดิบ
อินานิวะ อุด้ง 1 ใน 3 สุดยอดอุด้งของญี่ปุ่น
เส้นอุด้ง จากอากิตะ เป็นสินค้าขึ้นชื่อประจำจังหวัด ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็น "อุด้งเส้นแห้งดึงมือ" อันดับหนึ่งของญี่ปุ่น มีลักษณะเด่นคือเส้นบางกว่าอุด้งทั่วไป และมีความเหนียวนุ่มเป็นพิเศษ เนื่องจากผ่านกระบวนการนวดและยืดเส้นด้วยมือแบบดั้งเดิม ทำให้ได้สัมผัสที่นุ่มลื่นและเคี้ยวหนึบ นิยมทานแบบเย็นจุ่มกับซุปโชยุเข้มข้น หรือ แบบร้อนในน้ำซุปดาชิหอมกลมกล่อม
วิธีรับประทาน อินานิวะ อุด้ง
1. ต้มน้ำให้เดือด เตรียมน้ำ 1 ลิตร ต่อเส้นอุด้ง 80-100 กรัม รอให้น้ำเดือด
2. ใส่เส้นลงในน้ำ ค่อยๆ วางเส้นลงในน้ำเดือด
3. ใช้ตะเกียบคนเส้นอุด้งเบาๆ เป็นรูปเลขแปด เพื่อป้องกันไม่ให้เส้นติดกันขณะต้ม
4. ตรวจสอบสีของเส้นอุด้ง ต้มจนเส้นลายเป็นสีขาวขุ่น ปรับเวลาในการต้มตามเนื้อสัมผัสที่ต้องการ
ต้มนานขึ้นเพื่อให้เส้นนิ่มขึ้น หรือลดเวลาลงเพื่อให้เส้นแข็งขึ้น < เวลาโดยประมาณ >
• อุด้ง : 3 นาที / ฮิมูกิ: 2 นาที
• โซเมน : 90 วินาที / ข้าวต้มเส้น 4-5 นาที
5. เมื่อต้มเสร็จแล้ว ให้รีบนำใส่กระชอนแล้วล้างด้วยน้ำเย็นให้สะอาดเพื่อป้องกันไม่ให้เส้นสุกเกินไป
ไก่คาราอาเกะ กระเทียมพริกไทยทำง่ายแค่เขย่าแล้วเอาเข้าไมโครเวฟ!
มาทำไก่ทอดในไมโครเวฟกันเถอะ! มีใครอยากลองทำไก่ทอดที่บ้านบ้างไหม? แต่ฉันไม่อยากหมักมัน นอกจากนี้การทอดยังใช้เวลานานและเปลืองน้ำมันอีกด้วย ลองแพ็คนี้สิ! เพียงหั่นไก่เป็นชิ้นขนาดพอดีคำ ผสมหรือเขย่ากับแป้งปรุงรสชุดนี้ จากนั้นเมื่อนำเข้าไมโครเวฟแล้วให้นำออกมาพักไว้สักครู่ ตอนนี้คุณสามารถทำเมนูไก่ทอดแสนอร่อยที่บ้านได้แล้ว。
วิธีการทำ
1. หั่นไก่ (1 ชิ้นมีขนาดประมาณ 4 x 4 ซม. หรือชิ้นละ 30 กรัม)
2. หั่นไก่แล้วเขย่า โรยแป้งให้ทั่ว
3. วางกระดาษรองจาน เอาลงบนจาน ไว้สำหรับวางไก่ วางแยกกันเพื่อไม่ให้ติด
4.ทำความร้อนด้วยไฟฟ้า 600w แล้วตั้งเวลาผ่านหน้าซองด้านหลัง จากนั้นปล่อยให้นั่งสักพัก ขอเพียงแค่สนุกกับเรื่องนี้
โมจิญี่ปุ่นแท้ๆ พร้อมเสริ์ฟแล้วค่ะ
ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าโมจิเป็นขนมมงคล จะรับประทานเพื่อเฉลิมฉลอง หรือประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ผู้ที่ได้รับประทานโมจิจะได้รับความมงคล มีกินมีใช้ตลอดปี วันนี้เรามีโมจิแบบกึ่งสำเร็จรูปมาให้คุณได้ทำทานเองที่บ้าน แบบไม่ต้องออกแรงทุบข้าวเหนียว เพียงแค่นำไปย่าง หรือต้มแล้วทานคู่กับถั่วแดงญี่ปุ่นบด หรือโรยผงถั่วเหลืองคินาโกะ หรือจะนำมาใส่น้ำซุปชาบู รับประกันว่าฟิน ไม่ต่างจากไปกินที่ญี่ปุ่นค่ะ 1 ห่อมีโมจิประมาณ 5 ชิ้น
ข้อแนะนำ : เมื่อเปิดห่อแล้วควรใส่ถุงซิปล็อคปิดให้สนิท หลีกเลี่ยงความชื้น และเก็บเข้าตู้เย็น
วิธีอุ่น
• ใส่เตาย่างขนาด 1000W ประมาณ 3-4 นาที
• ต้มในน้ำเดือด 3 นาที
• ใส่ไมโครเวฟ 500W ประมาณ 2 นาที
มาทำขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมกันค่ะ
แป้งวาราบิโมจิ จากแบรนด์ คิง ฟู้ด (King Food) คือผลิตภัณฑ์แป้งทำขนมญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับคนที่ชื่นชอบในการทำขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น เช่น วาราบิโมจิ โมจิ หรือขนมที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ โดยสามารถปรับสูตรได้ตามแบบเฉพาะของคุณ สำหรับเมนูวาราบิโมจิ หากยิ่งทานคู่กับผงคินาโกะด้วยแล้ว ยิ่งอร่อยในแบบฉบับของญี่ปุ่นแท้ๆเลยค่ะ
วิธีทำ
1. ผสมแป้งวาราบิโมจิ 1 ถุง ต่อน้ำประมาณ 700 cc
2. ตั้งไฟโดยใช้ไฟกลาง เมื่อสีของแป้งเริ่มขุ่นและจับกันเป็นก้อน ให้ลดไฟเป็นไฟอ่อน หมั่นคนให้เข้ากันจนแป้งเริ่มใส
3. เมื่อแป้งใสได้ที่แล้ว ให้เทลงบนภาชนะที่มีลักษณะแบน ค่อยๆใส่น้ำด้านบนแป้งเพื่อให้แป้งเย็นตัวลง แล้วตัดเป็นชิ้นพอดีคำ
วิธีลัด
• ตักแป้งที่เพิ่งกวนเสร็จในขนาดพอดีคำ แล้วใส่ในน้ำเย็นจัด (น้ำผสมน้ำแข็ง) นำมาสะเด็ดน้ำเรียบร้อยแล้ว เพื่อเพิ่มความอร่อยให้โรยผงคินาโกะ หรือผงชาเขียวตามชอบ
วิธีทำด้วยไมโครเวฟ
*แนะนำให้แบ่งทำทีละน้อย*
1. ใช้แป้งวาราบิโมจิ 60 กรัม (สำหรับ 2 เสิร์ฟ) ต่อน้ำ 270 CC
2. ผสมน้ำกับแป้งใส่ในภาชนะที่ใหญ่คนให้เข้ากัน จากนั้นแร็ปปิดฝาด้านบน
3. นำเข้าไมโครเวฟใช้ไฟ 500 วัตต์ ประมาณ 4 นาที นำออกมาคนให้เข้ากัน จากนั้นแร็ปปิดฝาด้านบน เข้าไมโครเวฟอีกครั้ง จนแป้งสุกและมีเนื้อใส
4. นวดให้เข้ากัน หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วทิ้งให้เย็น เพื่อเพิ่มความอร่อยให้โรยผงคินาโกะ หรือผงชาเขียวตามชอบ
(สามารถปรับสูตรได้ตามความต้องการ)
อร่อย หอม เข้มข้น ไปกับนมโคแท้จากฮอกไกโด
เชื่อว่าหลายท่านคงรู้จักเมืองฮอกไกโดกันใช่ไหมคะ เมืองฮอกไกโดเป็นเมืองทางภาคเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น เป็นเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งอาหาร น้ำ และมีอากาศอันบริสุทธิ์ที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี ทำให้ผลผลิตจากเมืองนี้มีความสดใหม่และอร่อยสุดๆ ซึ่งหนึ่งในสินค้าที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากของฮอกไกโดก็คือ “นมฮอกไกโด” นั่นเองค่ะ
นมฮอกไกโด เป็นนมที่มีความหอมมัน รสชาติเข้มข้น ทำให้ไม่ว่าจะดื่มแบบธรรมดาหรือนำไปทำอาหาร ขนม ผสมเครื่องดื่มอื่นๆ หรือทำไอศกรีม ก็จะช่วยชูรสชาติให้เมนูนั้นๆ มีความหอมมันกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น ทุกท่านสามารถลองชิมรสชาตินมฮอกไกโดของแท้ นำเข้าจากเมืองฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่นได้แล้ววันนี้ที่ Honmono Nippon ค่ะ
ข้อแนะนำ
• กรุณาเขย่าก่อนดื่ม เนื่องจากตัวนมมีแคลเซียมและแร่ธาตุต่างๆ จึงอาจมีการตกตะกอนได้ ซึ่งไม่ใช่ความผิดปกติจากการผลิต
• หากยังไม่เปิดกล่อง สามารถเก็บในอุณหภูมิปกติได้
• หลังจากเปิดกล่องแล้ว หากรับประทานไม่หมดควรปิดให้สนิทและเก็บในตู้เย็น (อุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส)
• หลังจากเปิดกล่องแล้ว ควรรับประทานให้หมดภายใน 7 วัน
• ห้ามเก็บในช่องแช่แข็ง เนื่องจากเนื้อสัมผัสของนมอาจเปลี่ยนไป
สายกินห้ามพลาดกับเมนูสุดฟิน ที่จะเปลี่ยนมื้อธรรมดาของคุณให้พิเศษขึ้น สัมผัสความอร่อยเต็มๆคำกับรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยความกรอบนอกจากเกล็ดขนมปังสีทอง และความนุ่มในของครีมซอสสูตรเข้มข้น รสชาติหวานมัน กลมกล่อม ละมุนลิ้น ผสานเนื้อกุ้งเด้งๆ ด้านในที่เข้ากันได้อย่างลงตัว กินกี่ทีก็ไม่เบื่อ แถมสะดวกสุดๆ เพียงหยิบออกจากตู้เย็นแล้วนำทอดด้วยกระทะ หรือถ้าอยากได้ความกรอบฟูขั้นสุด เพียงอุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมันแปบเดียว ก็จะได้โคร็อกเกะร้อนๆ เหมือนเพิ่งทอดเสร็จใหม่ๆ จะทานเล่นเป็นของว่างยามบ่ายจิ้มซอสทงคัตสึหรือมายองเนสก็เคี้ยวเพลิน หรือจะนำไปวางท็อปบนข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นร้อนๆ ทำเป็นมื้อหลักก็อร่อยฟินอิ่มท้อง ยิ่งทานตอนร้อนๆ ครีมซอสข้างในเยิ้มๆ บอกเลยว่าฟินมากๆ แค่มีโคร็อกเกะกล่องนี้ติดตู้เย็นไว้ก็อุ่นใจ อร่อยได้ทุกเวลา
วิธีอร่อยกับ "โคร็อกเกะครีมกุ้ง" (ทำง่าย สะดวก รวดเร็ว)
เนื่องจากเป็นสินค้าอาหารพร้อมทานแช่แข็ง สามารถเลือกอุ่นร้อนได้ตามความสะดวก 2 รูปแบบ
แบบทอดด้วยกระทะ
• ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ท่วม ใช้ไฟปานกลางจนน้ำมันร้อน
• นำโคร็อกเกะลงไปทอดซ้ำสั้น ๆ ประมาณ 1 - 2 นาที จนเกล็ดขนมปังฟูเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองสม่ำเสมอ
• ตักขึ้นมาพักสะเด็ดน้ำมัน พร้อมเสิร์ฟ จะได้รสสัมผัสที่กรอบฟูฉ่ำ ตามแบบฉบับโคร็อกเกะดั้งเดิมในร้านอาหารญี่ปุ่น
แบบหม้อทอดไร้น้ำมัน
• นำโคร็อกเกะครีมกุ้งออกจากช่องแช่แข็ง (ไม่ต้องทำละลาย)
• ใส่ในหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้ไฟ 180°C เป็นเวลาประมาณ 8 - 10 นาที
• พลิกกลับด้านในนาทีที่ 5 เพื่อให้เกล็ดขนมปังกรอบสีเหลืองทองเท่ากันทั้งสองด้าน แป้งด้านนอกจะกรอบกรุบเหมือนทอดใหม่ ๆ แต่ไร้น้ำมันส่วนเกิน ส่วนครีมซอสด้านในละมุนเยิ้มสะใจ
สเต็กไก่ทอดกรุบกรอบ สอดไส้ชีสหอมกรุ่น
สำหรับใครที่มองหาอาหารพร้อมทานไว้เติมสต็อกช่องแช่แข็งที่บ้าน เราขอแนะนำสเต็กไก่ทอดสอดไส้ชีสเยิ้มๆ หอมกรุ่นให้คุณได้ลิ้มลอง มั่นใจในความอร่อยด้วยเนื้อไก่คุณภาพดีคัดสรรจากโรงงานที่ได้มาตรฐานส่งออก นำมาสอดไส้ชีสเค็มๆ มันๆ แล้วคลุกกับเกล็ดขนมปังด้านนอก เพียงทอดไม่กี่นาทีก็พร้อมเสิร์ฟ ราดด้วยซอสทงคัตสึอีกนิด รับประทานคู่กับผักสลัดและข้าวสวยร้อนๆ แค่นี้ก็ได้เมนูเด็ดประจำบ้านเพิ่มแล้วค่ะ
วิธีรับประทาน
• นำสเต๊กลงทอดในน้ำมันปริมาณมากที่ไฟปานกลางหรืออุณหภูมิประมาณ 170-175 องศาเซลเซียส จนเป็นสีเหลืองทองทั้งสองด้าน จัดใส่จานพร้อมเสิร์ฟได้เลยค่ะ
• แนะนำให้นำออกมาทอดตามปริมาณที่ต้องการรับประทานในแต่ละครั้ง และเก็บส่วนที่เหลือในช่องแช่แข็งเพื่อคงคุณภาพของสินค้า
• ไม่แนะนำให้นำสินค้าที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะจะทำให้คุณภาพลดลง