อยากทำเมนูญี่ปุ่นให้อร่อยเหมือนร้านดัง ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปรุงหลายชนิดอีกต่อไป นี่คือซอสมะเขือเทศสูตรพิเศษจากประเทศญี่ปุ่น ที่ผสานความหวานของมะเขือเทศสุกเข้ากับเครื่องเทศและซอสสูตรต้นตำรับของโอตาฟุกุ จนได้รสชาติกลมกล่อม หอมละมุน ไม่เปรี้ยวจัด และไม่หวานเลี่ยน ให้ความอร่อยที่มีมิติมากกว่าซอสมะเขือเทศทั่วไป ทั้งความหวาน ความเปรี้ยว และความหอมที่ลงตัวในทุกคำ ซอสนี้เหมาะสำหรับเมนูยอดนิยมของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นสปาเกตตีนาโปลิตัน ข้าวห่อไข่ (Omurice) แฮมเบิร์ก ไส้กรอก รวมถึงใช้เป็นซอสสำหรับผัดหรือซอสจิ้ม ก็ช่วยเพิ่มรสชาติให้อร่อยเข้มข้นแบบต้นตำรับญี่ปุ่นได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะทำอาหารรับประทานเองที่บ้าน ใช้ในร้านอาหาร คาเฟ่ ก็ช่วยให้ทุกเมนูมีรสชาติอร่อยเหมือนเชฟญี่ปุ่นปรุงเอง และใช้งานสะดวก ควบคุมปริมาณได้ง่าย จัดเก็บสะดวก ช่วยให้การปรุงอาหารเป็นเรื่องง่าย และเติมเต็มทุกมื้อให้อร่อยได้อย่างมืออาชีพ
เมนูแนะนำ
• ข้าวห่อไข่ญี่ปุ่น (Omurice)
• สปาเกตตีนาโปลิตัน
• แฮมเบิร์กญี่ปุ่น
• ข้าวผัดซอสมะเขือเทศ
• ไส้กรอกผัดซอส
ชวนคุณมาชิมปลากระป๋องสไตล์ญี่ปุ่น
ปลาแมคเคอเรลในซอสถั่วเหลืองสไตล์ญี่ปุ่น ผลิตจากปลาคุณภาพดี ชิ้นใหญ่ เนื้อแน่น ก้างน้อย หมักด้วยซีอิ้วให้รสเค็มหวาน กระป๋องเปิดง่ายพร้อมเสริฟ์ ให้คุณสามารถทานได้ทันที หรือจะนำมาดัดแปลงเป็นเมนูใหม่ๆ ในแบบของคุณ
“ราเมนสูตรพิเศษ Two-Night Dried Ramen” รสชาติคุชิโระ โชยุ สัมผัสเหมือนเส้นสดจากร้าน!
นี่ไม่ใช่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปธรรมดา แต่คือ “Two-Night Dried Ramen” (เส้นตากแห้ง 2 คืน) ที่โดดเด่นด้วยกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถัน ให้คุณอร่อยได้แบบพรีเมียมง่ายๆ ที่บ้าน
จุดเด่นที่ต้องลอง
• ความลับของเส้นตากแห้ง 2 คืน : เส้นไม่ได้ผ่านการทอด แต่ใช้วิธีตากแห้งอย่างช้าๆ นานถึง 48 ชั่วโมง ในอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่ใกล้เคียงเส้นสด (Nama-men) มากที่สุด
• วัตถุดิบพรีเมียมจากฮอกไกโด : ผลิตจากแป้งสาลีฮอกไกโด 100% ให้เส้นมีความเหนียวนุ่ม พร้อมกลิ่นหอมเฉพาะตัว
• ซุปโชยุสูตรคุชิโระ : เป็นซุปโชยุที่มีความหอมจากส่วนผสมของปลาโอแห้งและเครื่องเทศ ให้รสชาติที่เค็มหวานอย่างลงตัว
เคล็ดลับความอร่อย : ราเมนคุชิโระมักจะเข้ากันได้ดีกับเครื่องเคียงง่ายๆ อย่างเช่น แผ่นสาหร่ายย่าง และต้นหอมญี่ปุ่นซอย รสสัมผัสของสาหร่ายจะยิ่งช่วยชูความหอมของซุปโชยุให้ชัดเจนขึ้น เหมือนได้ไปนั่งกินอยู่ที่ริมอ่าวคุชิโระเลยค่ะ
วิธีปรุงเพื่อรับประทาน
1. ต้มน้ำ 500 มล. (2.5 ถ้วย) ให้เดือดแล้ว ให้ใส่เส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 4.5 นาที ใช้ตะเกียบคนให้เข้ากันเพื่อป้องกันไม่ให้เส้นติดกัน
2. เมื่อเส้นสุกแล้ว ให้ปิดไฟ ใส่ซุปลงไปแล้วคนให้เข้ากัน (ปริมาณน้ำและเวลาในการต้มเส้นเป็นเพียงแนวทางเท่านั้น ปรับเปลี่ยนได้ตามความชอบ)
3. ตักใส่ชามพร้อมรับประทานได้เลย
เปรี้ยว เค็ม หอม คือนิยามรสชาติของซอสขวดนี้!!
เรามีซอสจากแบรนด์ Shibanuma ที่เป็นแบรนด์ผลิตซอสมาตั้งแต่ปี 1688 และได้รับความนิยมมากในหมู่คนญี่ปุ่น สำหรับซอสถั่วเหลืองที่รังสรรโดยเชฟผู้มีใจรักและทักษะ เพื่อให้ออกมาเข้ากับอาหารมากที่สุด โดยเริ่มจากการคัดถั่วเหลืองชั้นดี หมักในน้ำซุปที่สกัดจากปลาโบนิโตะ เพิ่มรสเปรี้ยวและหอมด้วยส้มยูสุ เพื่อให้กลายเป็นซอสปรุงรสในอาหารหลายชนิด หรือจะราดบนผักสลัด ทำเป็นน้ำจิ้ม
ทงคตสึราเมงผสานรสอูมามิจากมิโซะฮอกไกโด เข้มข้น ลงตัว
นิสชิน (Nissin) ถือเป็นแบรนด์บะหมี่ชื่อดังระดับโลกที่หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดี ในซีรีส์ Demae Ramen Bar Noodle นี้ได้นำเสนอราเมงเส้นตรงที่ไม่ผ่านการทอด เมื่อนำมาต้มเพียงไม่กี่นาทีคุณจะได้สัมผัสกับเส้นราเมงเหนียวนุ่มที่เข้ากันได้ดีกับน้ำซุปรสชาติกลมกล่อม สำหรับห่อสีส้มนี้เป็นราเมงรสทงคตสึมิโซะฮอกไกโด ที่มีน้ำซุปเข้มข้นจากกระดูกหมูเคี่ยวอย่างพิถีพิถันจนได้กลิ่นหอมเข้มข้น ผสานรสอูมามิตามธรรมชาติจากมิโซะฮอกไกโดที่หมักจากถั่วเหลืองในประเทศญี่ปุ่น ให้ความเค็มและหวานแบบนุ่มนวล หอมกลิ่นถั่วเหลือง เพียงเติมเนื้อสัตว์และผักที่ชอบอีกนิด อร่อยกลมกล่อมถูกใจแน่นอนค่ะ วิธีอร่อยกับ Nissin Bar Ramen 1. ต้มน้ำ 450 มล. ให้เดือด จากนั้นใส่เส้นราเมงลงไปต้มประมาณ 3 นาที ฉีกซองซุปผง (Soup Base) ใส่ลงในถ้วย 2. เมื่อเส้นสุกได้ที่ ยกลงจากเตา เทน้ำร้อนลงในถ้วยที่เตรียมไว้เพื่อละลายผงซุป จากนั้นใส่เส้นราเมงลงไป คนให้เข้ากัน 3. ฉีกซองซอสปรุงรสมิโซะ (Seasoning Sauce) ใส่ลงในถ้วย เติมเนื้อสัตว์ ผัก หรือท้อปปิ้งอื่นๆ ตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ
เมนไทโกะ คือไข่ของปลาคอด หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า “ปลาทาระ” มีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ สีส้มอัดแน่นรวมกันเป็นก้อน นิยมนำไปหมักและปรุงรสให้มีความเผ็ดอ่อนๆ กลายเป็นวัตถุดิบยอดฮิตที่อยู่คู่เมนูญี่ปุ่นมายาวนาน ด้วยรสชาติหอมมัน เค็มนัว และสัมผัสของไข่ปลาที่ละเอียดละมุน เมนไทโกะจึงถูกนำไปใช้ในหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นซูชิ ข้าวญี่ปุ่น บะหมี่ หรือเมนูยอดฮิตอย่าง “พาสต้าครีมเมนไทโกะ” เมนไทโกะซอส หรือซอสไข่ปลาพอลล็อคปรุงรส ถุงนี้คือทางลัดของความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นแท้สำหรับคนรักการทำอาหาร เพราะใช้งานง่ายมาก เพียงนำมาละลายก็พร้อมใช้ทันที ไม่ต้องเตรียมเครื่องปรุงหลายอย่างให้ยุ่งยาก ตัวซอสมีความเข้มข้นกำลังดี ให้กลิ่นหอมเฉพาะตัวของไข่ปลา รสชาตินัวกลมกล่อมแบบต้นตำรับญี่ปุ่น ช่วยยกระดับทุกเมนูให้อร่อยเหมือนร้านดัง ยิ่งทานคู่ชีส ข้าวร้อนๆ หรือเส้นพาสต้ายิ่งเข้ากันแบบหยุดไม่อยู่ เหมาะทั้งสำหรับร้านอาหาร คาเฟ่ บุฟเฟต์ หรือสายทำอาหารกินเองที่บ้าน เพราะช่วยประหยัดเวลา คุมรสชาติได้ง่าย และสร้างเมนูได้หลากหลายแบบมืออาชีพ
วิธีการใช้
• การเตรียมก่อนรับประทาน (การละลาย): นำซอสออกจากช่องแช่แข็ง แล้ววางละลายในตู้เย็น (ช่องธรรมดา) โดยใช้เวลาประมาณ 5-10 ชั่วโมง ก่อนนำมาปรุงอาหารหรือรับประทาน
*** ข้อควรระวัง: ควรเก็บรักษาในอุณหภูมิแช่แข็ง -18 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่า
เมนูแนะนำ:
• เมนูเส้นสุดฮิต: นำไปผัดกับเส้นสปาเก็ตตี้ เติมครีมสดและเนยเล็กน้อย กลายเป็น "สปาเก็ตตี้ซอสครีมเมนไทโกะ"
• เมนูข้าว: บีบซอสท็อปปิ้งบนข้าวสวยร้อนๆ กินคู่กับสาหร่าย หรือทำเป็นไส้ข้าวปั้นโอนิกิริ
• เมนูขนมปัง: ทาลงบนขนมปังฝรั่งเศส (Baguette) หรือขนมปังโทสต์ แล้วนำไปอบให้หอมกรอบ
• ซอสดิปสุดนัว: ผสมซอสเมนไทโกะกับมายองเนส สำหรับเป็นน้ำจิ้มของทอด เช่น เฟรนช์ฟรายส์, ไก่ทอดคาราอาเกะ หรือท็อปปิ้งบนซูชิและไข่หวาน
เปลี่ยนผักธรรมดาให้กลายเป็นเมนูอร่อยแบบญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ด้วย Otafuku Rakkyozu น้ำส้มสายชูปรุงรสสูตรสำเร็จจากประเทศญี่ปุ่น ที่ผสานรสชาติหวาน กลมกล่อม และอมเปรี้ยว มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ต้องปรุงเพิ่มก็สามารถนำไปดองผักได้ทันที เหมาะสำหรับดองหัวหอม หัวไชเท้า แตงกวา กะหล่ำปลี แครอท หรือผักนานาชนิด ง่ายและประหยัดเวลา โดยไม่ต้องต้มหรือผสมน้ำตาลและเกลือเพิ่ม ให้ได้รสชาติสดชื่น กรอบ อร่อย และช่วยเพิ่มมิติให้กับทุกมื้ออาหาร นอกจากนี้ยังสามารถนำไปทำน้ำสลัด ซอส หรือเมนูหมักต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย ผลิตโดย Otafuku แบรนด์เครื่องปรุงชื่อดังของญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์ยาวนานในการผลิตซอสและเครื่องปรุงคุณภาพ รสชาติสไตล์ต้นตำรับที่ครัวญี่ปุ่นไว้วางใจ หมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นหรือเมนูเพื่อสุขภาพ
วิธีรับประทาน
• สำหรับเมนูดอง: หั่นผักที่ต้องการ (แตงกวา หัวหอม แครอท) ใส่ภาชนะ จากนั้นเทน้ำส้มสายชูโอตาฟุกุให้ท่วมผัก
ปิดฝาแล้วนำไปแช่ตู้เย็น ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงขึ้นไป (หรือข้ามคืนเพื่อความเข้มข้น) ก็พร้อมรับประทาน
• สำหรับเมนูราด/น้ำสลัด: สามารถเทราดบนผักสด หรือเนื้อสัตว์ลวกพ่นเพื่อเพิ่มรสชาติกลมกล่อมได้ทันที
ข้อแนะนำ: หลังจากเปิดใช้งานแล้ว ควรปิดฝาให้สนิทและเก็บไว้ในตู้เย็น
สัมผัสความหอมละมุนของชาเขียวอูจิแท้จากเกียวโต... ในรูปแบบไดฟุกุครีมสุดพรีเมียมจากญี่ปุ่น
คนรักชาเขียวและหลงใหลในขนมญี่ปุ่นแท้ ต้องไม่พลาด โมจิสอดไส้ครีมรสชาเขียวอูจิ ที่คัดสรรชาเขียวคุณภาพจากเมืองอูจิ จังหวัดเกียวโต แหล่งผลิตมัทฉะที่มีชื่อเสียงระดับโลก ให้กลิ่นหอมอ่อนๆ รสชาติกลมกล่อม มีความขมนิดๆตามเอกลักษณ์ของมัทฉะแท้ ตัดกับความหวานกำลังดี จึงให้รสชาติที่ลงตัว ไม่หวานจนเกินไป
แป้งโมจิผลิตด้วยกรรมวิธีแบบญี่ปุ่น ให้เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม ยืดหยุ่น เคี้ยวเพลิน ห่อหุ้มไส้ถั่วกวนผสมชาเขียวที่หอมเข้มข้น ก่อนจะซ่อนครีมนมสดเนียนนุ่มไว้ตรงกลาง เพิ่มความละมุนทุกคำที่รับประทาน พร้อมเมล็ดถั่วแดงเม็ดเล็กที่ช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสและความอร่อยในทุกคำ การแช่แข็งทันทีหลังการผลิต จึงช่วยรักษาความสดใหม่ เนื้อสัมผัส และรสชาติของโมจิไว้ได้อย่างสมบูรณ์ เพียงนำออกจากช่องแช่แข็งพักไว้ประมาณ 10–15 นาที ก็พร้อมอร่อยได้ทันที ให้สัมผัสนุ่มละมุนเหมือนเพิ่งทำสดใหม่ เหมาะสำหรับรับประทานเป็นของหวานหลังอาหาร ของว่างระหว่างวัน หรือเสิร์ฟคู่ชาเขียว ชาร้อน กาแฟ และเครื่องดื่มต่าง ๆ เพิ่มความพิเศษให้ทุกช่วงเวลาของการพักผ่อน เหมือนได้ลิ้มรสขนมจากร้านดังในญี่ปุ่นโดยไม่ต้องเดินทางไกล
วิธีรับประทาน
เนื่องจากเป็นสินค้าแช่เยือกแข็ง เพื่อรสชาติที่ดีที่สุดควรปฏิบัติดังนี้:
• นำไดฟุกุออกจากช่องแช่แข็ง
• วางพักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 15 - 20 นาที หรือนำมาไว้ในช่องแช่เย็นธรรมดาประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง เพื่อให้ตัวแป้งและครีมสดคลายตัวนุ่มนิ่มพอดี
• รับประทานทันทีขณะที่ยังมีความเย็นอยู่เล็กน้อย เพื่อสัมผัสไอศกรีมครีมสดและมัทฉะสุดละมุน
วิธีเก็บรักษา
• เก็บในช่องแช่แข็ง (Frozen Storage):
- ต้องเก็บรักษาไว้ในช่องแช่แข็งที่มีอุณหภูมิ -18 °C หรือต่ำกว่า ตลอดเวลา
- หากเก็บในอุณหภูมิตามที่กำหนด สินค้าจะคงคุณภาพและรสชาติที่ดีเยี่ยมจนถึงวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
• เมื่อละลายแล้ว (After Thawing):
- หลังจากนำออกมาละลายในช่องแช่เย็นธรรมดาจนแป้งนุ่มพร้อมทานแล้ว ควรรับประทานให้หมดโดยเร็วที่สุด
ข้อควรระวัง: ไม่แนะนำให้นำโมจิที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งโมจิกระด้าง เสียความเหนียวนุ่ม และส่งผลต่อคุณภาพของไส้ครีมและผลไม้ด้านใน
วาราบิโมจิ หอมคินาโกะ นุ่มหนึบสไตล์ญี่ปุ่น
วาราบิโมจิ รสคินาโกะ จากแบรนด์ GFC (Geefcee) จากประเทศญี่ปุ่น เนื้อโมจิมีความเหนียวนุ่มหนึบ คลุกเคล้าด้วยผงคินาโกะหอมๆ ตัวขนมถูกตัดเป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ แยกชิ้นออกจากกันได้ง่าย ทำให้สามารถแบ่งละลายตามปริมาณที่ต้องการใช้ได้สะดวก จะทานเป็นของว่างก็อร่อย หรือเพิ่มความพิเศษให้เมนูของหวานด้วยการนำไปท็อปปิ้งบนไอศกรีม น้ำแข็งไส หรือขนมหวานต่างๆ ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว
วิธีรับประทาน :
• นำออกมาละลายที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที (ขึ้นอยู่กับปริมาณและอุณหภูมิห้อง)
• เมื่อวาราบิโมโจคลายความเย็นแล้ว เนื้อมสัมผัสจะมีความนุ่มหนึบ เพียงเท่านี้ก็สามารถรับประทานได้เลยค่ะ
การเก็บรักษา :
• ควรเก็บแช่งแข็งในอุณหภูมิ -18°C
• หลังจากแบ่งสินค้าแล้ว ควรรีบนำกลับเข้าช่องแช่แข็งทันที
• ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันอากาศเข้า
• ไม่ควรวางสินค้าไว้นอกตู้แช่แข็งเป็นเวลานาน
กรณีสินค้าละลายแล้ว (Defrost) :
• หากมีการนำสินค้าออกมาละลายแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 3 วัน
• ควรเก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0–4°C และปิดภาชนะให้สนิท
ข้อควรระวัง :
• ไม่ควรละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะอาจทำให้เนื้อสัมผัสและคุณภาพสินค้าเปลี่ยนจากเดิม
• หลีกเลี่ยงการเก็บใกล้สินค้าที่มีกลิ่นแรง เนื่องจากวาราบิโมจิสามารถดูดซับกลิ่นได้ง่าย
• ควรรักษาความสะอาดของภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้แบ่งสินค้า
ยูซุพอนสึ รสชาติเค็มๆ เปรี้ยวๆ แต่หอมมากๆๆ
เวลาทานชาบูชาบู หลายๆ ท่านจะชอบทานคู่กับซอสพอนสึเพื่อตัดรส วันนี้เรามียูสุพอนสึที่บอกเลยว่าหากได้ลองแล้วจะติดใจค่ะ เราเลือกใช้ซอสถั่วเหลืองหมักหรือโชยุเกรดพรีเมี่ยมจากแบรนด์ Shibanuma ที่ยังคงใช้กระบวนการหมักแบบดั้งเดิมในถังไม้ ซอสถั่วเหลืองที่ได้จะมีรสอูมามิ และมีกลิ่นหอมที่ได้จากการหมักแบบช้าๆ แบบไม่โดนความร้อนและกลิ่นหอมของถังไม้ที่ใช้ นำมาผสมกับยูสุแท้ๆ จากเมือง Miyazaki เมืองที่เป็นต้นกำเนิด และได้รับการยอมรับว่ายูสุที่ได้จากเมืองนี้ มีกลิ่นหอม และอร่อยที่สุดในโลก ทำให้ซอสที่ได้มีรสชาติที่ลงตัว ที่สำคัญเรายังไม่ใส่สารกันบูด สารเพิ่มฟอง หรือ ผงชูรส (MSG.) เพื่อให้คุณได้ทานอย่างสบายใจ เป็นซอสที่ทานคู่กับอะไรก็อร่อยค่ะ
คำแนะนำ
• สินค้าอาจเกิดฟองระหว่างขนส่งเนื่องจากเราไม่ได้ใส่สารกันฟอง ไม่มีผลต่อคุณภาพสินค้า
• เมื่อเปิดใช้งานแล้ว แนะนำให้เก็บในตู้เย็น เนื่องจากไม่มีสารกันบูด
เพลิดเพลินไปกับความสดใหม่ของเส้นอุด้งจาก Ogawa
วาราบิโมจิ บราวน์ ชูก้า ขนมหวานญี่ปุ่นที่หลายๆคนต่างติดใจ
วาราบิโมจิ บราวน์ ชูก้า เนื้อโมจิมีความเหนียวนุ่มหนึบ มีส่วนผสมของน้ำตาลทรายแดง (Kokuto) และคลุกเคล้าผงคินาโกะ รสชาติมีความหวานละมุนลิ้น ตัวขนมถูกตัดเป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ ทำให้แบ่งทานได้สะดวก ไม่ว่าจะทานเป็นของว่างคู่กับชาร้อนๆ หรือเพิ่มความพิเศษให้เมนูของหวานด้วยการนำไปท็อปปิ้งบนไอศกรีม น้ำแข็งไส หรือขนมหวานต่างๆ ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว
วิธีรับประทาน :
• นำออกมาละลายที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที (ขึ้นอยู่กับปริมาณและอุณหภูมิห้อง)
• เมื่อวาราบิโมโจคลายความเย็นแล้ว เนื้อมสัมผัสจะมีความนุ่มหนึบ เพียงเท่านี้ก็สามารถรับประทานได้เลยค่ะ
การเก็บรักษา :
• ควรเก็บแช่งแข็งในอุณหภูมิ -18°C
• หลังจากแบ่งสินค้าแล้ว ควรรีบนำกลับเข้าช่องแช่แข็งทันที
• ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันอากาศเข้า
• ไม่ควรวางสินค้าไว้นอกตู้แช่แข็งเป็นเวลานาน
กรณีสินค้าละลายแล้ว (Defrost) :
• หากมีการนำสินค้าออกมาละลายแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 3 วัน
• ควรเก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0–4°C และปิดภาชนะให้สนิท
ข้อควรระวัง :
• ไม่ควรละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะอาจทำให้เนื้อสัมผัสและคุณภาพสินค้าเปลี่ยนจากเดิม
• หลีกเลี่ยงการเก็บใกล้สินค้าที่มีกลิ่นแรง เนื่องจากวาราบิโมจิสามารถดูดซับกลิ่นได้ง่าย
• ควรรักษาความสะอาดของภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้แบ่งสินค้า
อร่อยได้ง่ายๆ ด้วยเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น!
สาหร่ายทะเลปรุงรสด้วยกลิ่นหอมของใบชิโซะและใบชิโสะสีเขียว สามารถใช้เป็นส่วนผสมในข้าวปั้น เป็นกับข้าวหรือโจ๊ก โรยบนสลัด หรือรับประทานเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย หรือใช้สร้างสรรค์เมนูอื่นๆ ทั้งปรุงสุกและพร้อมรับประทานได้หลากหลายวิธี ทำให้สะดวกและประหยัดเวลา พร้อมเสิร์ฟ
วาราบิโมจิ หอมมัทฉะเข้มข้น นุ่มหนึบสไตล์ญี่ปุ่น
วาราบิโมจิ รสชาเขียวมัทฉะ (Matcha Warabi Mochi) จากแบรนด์ GFC (Geefcee) จากประเทศญี่ปุ่น เนื้อโมจิมีความเหนียวนุ่มหนึบ คลุกเคล้าด้วยผงมัทฉะเข้มข้นเขาสุดๆ ตัวขนมถูกตัดเป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ แยกชิ้นออกจากกันได้ง่าย ทำให้สามารถแบ่งละลายตามปริมาณที่ต้องการใช้ได้สะดวก จะทานเป็นของว่างก็อร่อย หรือเพิ่มความพิเศษให้เมนูของหวานด้วยการนำไปท็อปปิ้งบนไอศกรีม น้ำแข็งไส หรือขนมหวานต่างๆ ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว
วิธีรับประทาน :
• นำออกมาละลายที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที (ขึ้นอยู่กับปริมาณและอุณหภูมิห้อง)
• เมื่อวาราบิโมโจคลายความเย็นแล้ว เนื้อมสัมผัสจะมีความนุ่มหนึบ เพียงเท่านี้ก็สามารถรับประทานได้เลยค่ะ
การเก็บรักษา :
• ควรเก็บแช่งแข็งในอุณหภูมิ -18°C
• หลังจากแบ่งสินค้าแล้ว ควรรีบนำกลับเข้าช่องแช่แข็งทันที
• ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันอากาศเข้า
• ไม่ควรวางสินค้าไว้นอกตู้แช่แข็งเป็นเวลานาน
กรณีสินค้าละลายแล้ว (Defrost) :
• หากมีการนำสินค้าออกมาละลายแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 3 วัน
• ควรเก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0–4°C และปิดภาชนะให้สนิท
ข้อควรระวัง :
• ไม่ควรละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะอาจทำให้เนื้อสัมผัสและคุณภาพสินค้าเปลี่ยนจากเดิม
• หลีกเลี่ยงการเก็บใกล้สินค้าที่มีกลิ่นแรง เนื่องจากวาราบิโมจิสามารถดูดซับกลิ่นได้ง่าย
• ควรรักษาความสะอาดของภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้แบ่งสินค้า
นิสชิน คัพ นูดเดิล รสซอสครีมต้มยำมันกุ้ง (แบบแห้ง)
• ถึงเครื่องต้มยำพร้อมรสชาติมันกุ้งเข้มข้น รสเปรี้ยว เผ็ดจัดจ้าน ผสานเส้นคุณภาพเหนียวนุ่มของนิสชิน ในรูปแบบแห้งที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมกุ้งอบแห้ง ไข่อบแห้ง และต้นหอมอบแห้ง
อร่อยง่ายๆ กับเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น
ผักกาดดองต้มสุกปรุงรสแบบต้นตำรับญี่ปุ่น รสชาติอร่อยกลมกล่อมกำลังพอดี นิยมนำมาทำเป็นไส้ข้าวปั้นโอนิกิริ, รับประทานเป็นเครื่องเคียงคู่กับข้าวสวยหรือข้าวต้ม, เสิร์ฟเป็นกับแกล้ม หรือนำไปทำเมนูอื่นๆ ได้อย่างหลากหลาย สะดวกและประหยัดเวลาเพราะมาในรูปแบบปรุงสุกพร้อมทาน สามารถจัดเสิร์ฟได้ทันที
อร่อยง่ายๆ กับเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น
อร่อยง่ายๆ กับเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น
เพิ่มรสชาติความอร่อยให้มื้ออาหารสไตล์ญี่ปุ่นได้ง่ายๆ ที่บ้านด้วยซอสเกลือโซบะ ซอสปรุงรสอเนกประสงค์ที่คัดสรรวัตถุดิบชั้นดีอย่างเกลือสาหร่าย (Moshio) แท้จากทะเลเซโตะใน นำมาผสานเข้ากับความหอมและอูมามิเข้มข้นของกระเทียมได้อย่างลงตัว ให้รสชาติเค็มกลมกล่อมกำลังดี หอมกลิ่นกระเทียมเตะจมูก ช่วยชูรสชาติให้อาหารจานผัดหรือเมนูเส้น นำไปประยุกต์ทำเมนูผัดผัก อาหารทอด และอาฮิจิล (Ajillo) ก็อร่อยเข้ากัน สะดวก จบ ครบ ในหลอดเดียว
วิธีทำยากิโซบะในกระทะ : ส่วนผสม (สำหรับ 1 ท่าน)
- บะหมี่ยากิโซบะ 1 ลูก
- กะหล่ำปลี (หั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า) 100 กรัม
- ถั่วงอก 50 กรัม
- หมูสามชั้น 40 กรัม
- เกล็ดแป้งเทมปุระปลาหมึกโอตาฟุกุ 10 กรัม
- ซอสโอตาฟุกุ ยากิโซบะ 50 กรัม
- สาหร่ายโอตาฟุกุ อาโอโนริ (สาหร่ายสีเขียว)
ขั้นตอนการทำ
1. ผัดเส้นก๋วยเตี๋ยวก่อน: ตั้งกระทะบนไฟแรง แกะเส้นบะหมี่แล้วใส่ลงในกระทะ ผัดให้ทั่วจนเส้นนุ่มและสุก
2. นำหมูสามชั้นไปผัด: เลื่อนเส้นก๋วยเตี๋ยวไปไว้ด้านข้างของกระทะ แล้วผัดหมูสามชั้นแทน ใส่กะหล่ำปลีลงไป
3. ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน: เมื่อกะหล่ำปลีสุกแล้ว ให้นำทุกอย่างมาผสมเข้าด้วยกัน
4. ใส่ส่วนผสมที่เหลือและซอสลงไป: ใส่ถั่วงอก เศษเทมปุระ และซอสยากิโซบะลงไป
5. ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันให้ซอสเคลือบทุกอย่าง แล้วผัดจนซอสส่งกลิ่นหอมออกมาก็เป็นอันเสร็จ
6. เสร็จสมบูรณ์: จัดใส่จาน โรยด้วยสาหร่ายแห้ง แล้วก็เสร็จเรียบร้อย!
เมนูแนะนำ (เพิ่มเติม)
• หมูผัดกะหล่ำปลีซอสเกลือกระเทียม เมนูด่วนทำง่าย หอมกลิ่นกระเทียมเน้น ๆ
• ข้าวผัดกระเทียมซอสเกลือ หรือเนื้อสัตว์ผัดซอสเกลือกระเทียมอูมามิ
• ไก่หรือเห็ดผัดเนยกระเทียมซอสเกลือ
• อาฮิจิลสไตล์ญี่ปุ่น
ยกระดับเมนูเส้นแบบเดิมๆ ให้ฟินสะใจยิ่งขึ้นด้วย ซอสยากิโซบะสูตรกระเทียม ซอสเข้มข้นสไตล์ญี่ปุ่นที่อัดแน่นไปด้วยกลิ่นหอมและรสชาติเผ็ดร้อนสะใจของกระเทียมแบบจัดเต็ม สายกระเทียมต้องห้ามพลาดตัวซอสถูกคิดค้นมาเพื่อคนรักกระเทียมโดยเฉพาะ ให้รสชาติที่กลมกล่อม หอมกลิ่นกระเทียมคั่วเตะจมูกแบบเน้นๆ เหมือนยกสตรีทฟู้ดญี่ปุ่นมาไว้ที่บ้าน เพียงแค่มีเส้นยากิโซบะและเนื้อสัตว์กับผักตามชอบ ก็เนรมิตเมนูยากิโซบะรสชาติเข้มข้นจัดจ้าน ทำกินเองก็ง่าย ทำขายก็ปัง อร่อยสะใจในทุกคำที่ได้ลอง
วิธีทำยากิโซบะในกระทะ : ส่วนผสม (สำหรับ 1 ท่าน)
- บะหมี่ยากิโซบะ 1 ลูก
- กะหล่ำปลี (หั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า) 100 กรัม
- ถั่วงอก 50 กรัม
- หมูสามชั้น 40 กรัม
- เกล็ดแป้งเทมปุระปลาหมึกโอตาฟุกุ 10 กรัม
- ซอสโอตาฟุกุ ยากิโซบะ 50 กรัม
- สาหร่ายโอตาฟุกุ อาโอโนริ (สาหร่ายสีเขียว)
ขั้นตอนการทำ
1. ผัดเส้นก๋วยเตี๋ยวก่อน: ตั้งกระทะบนไฟแรง แกะเส้นบะหมี่แล้วใส่ลงในกระทะ ผัดให้ทั่วจนเส้นนุ่มและสุก
2. นำหมูสามชั้นไปผัด: เลื่อนเส้นก๋วยเตี๋ยวไปไว้ด้านข้างของกระทะ แล้วผัดหมูสามชั้นแทน ใส่กะหล่ำปลีลงไป
3. ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน: เมื่อกะหล่ำปลีสุกแล้ว ให้นำทุกอย่างมาผสมเข้าด้วยกัน
4. ใส่ส่วนผสมที่เหลือและซอสลงไป: ใส่ถั่วงอก เศษเทมปุระ และซอสยากิโซบะลงไป
5. ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันให้ซอสเคลือบทุกอย่าง แล้วผัดจนซอสส่งกลิ่นหอมออกมาก็เป็นอันเสร็จ
6. เสร็จสมบูรณ์: จัดใส่จาน โรยด้วยสาหร่ายแห้ง แล้วก็เสร็จเรียบร้อย!
เมนูแนะนำ
1. ยากิโซบะหมูสไลด์และกุยช่ายสูตรกระเทียม
2. เบคอนผัดซอสกระเทียมญี่ปุ่นสไตล์ยากิโซบะ
3. ซีฟู้ดการ์ลิคยากิโซบะ (ยากิโซบะทะเลกระเทียมเดือด)
4. ไก่ผัดซอสกระเทียมสไตล์อิซากายะ
5. ยากิอุด้งซอสกระเทียมชีสเยิ้ม
ซอสเดียวจบ! หมัก จิ้ม ผัด อร่อยครบในขวดเดียว
เติมเต็มความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นได้ง่ายๆ ด้วย ซอสยากินิคุ รสมิโซะโชยุ จากแบรนด์ เอบาระ (Ebara) ซอสปิ้งย่างยอดนิยมจากประเทศญี่ปุ่น ที่ผสานความกลมกล่อมของโชยุและมิโซะ เข้ากับความหอมของกระเทียม หอมหัวใหญ่ และงาคั่ว ให้รสชาติเข้มข้นหวานเค็มกำลังดี อูมามิ ช่วยเพิ่มความอร่อยได้อย่างหลากหลายเมนู เหมาะสำหรับใช้เป็นทั้งซอสจิ้มปิ้งย่าง ซอสหมักเนื้อ ซอสผัด หรือซอสปรุงอาหาร เพียงขวดเดียวก็รังสรรค์เมนูญี่ปุ่นได้ง่ายๆที่บ้าน
วิธีรับประทาน
• ใช้หมักเนื้อก่อนย่างประมาณ 15–30 นาที
• ใช้เป็นน้ำจิ้มสำหรับปิ้งย่าง (Yakiniku)
• ใช้ผัดเนื้อ หรือผัดผัก
• ใช้เป็นซอสเพิ่มรสชาติสำหรับเมนูบาร์บีคิวและอาหารย่าง
ซอสปลาไหลญี่ปุ่นแท้แบรนด์ Nihon Shokken จากญี่ปุ่น ซอสสูตรต้นตำรับ รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันจากวัตถุดิบคุณภาพดี ให้รสชาติกลมกล่อม หอมหวาน และมีความเข้มข้นกำลังดี เหมาะสำหรับปรุงอาหารหลากหลายเมนู โดยเฉพาะเมนูปลาไหลย่าง (Unagi Don) ที่จะช่วยยกระดับความอร่อยให้เหมือนกับรับประทานที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูหลัก:
• ข้าวหน้าปลาไหล: ราดซอสปลาไหลลงบนปลาไหลย่างที่เตรียมไว้ แล้วเสิร์ฟพร้อมข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ และสาหร่าย
• ปลาไหลย่าง: ใช้เป็นซอสสำหรับย่างปลาไหลโดยตรง เพื่อให้ได้รสชาติและกลิ่นหอมที่เข้มข้น
เมนูอื่นๆ:
• ข้าวปั้น/ซูชิ: ใช้ราดบนข้าวปั้น หรือซูชิหน้าต่างๆ เพื่อเพิ่มรสชาติและความเงางาม
• ยากิโทริ: ทาซอสขณะย่าง เพื่อให้ได้รสชาติที่เข้มข้น หอมหวาน
• ผัดผัก/เนื้อสัตว์: ใช้เป็นส่วนผสมในการผัดผัก หรือเนื้อสัตว์ เพื่อเพิ่มรสชาติแบบญี่ปุ่น
• บาร์บีคิวญี่ปุ่น: ใช้เป็นซอสหมัก หรือซอสจิ้มสำหรับเมนูบาร์บีคิวสไตล์ญี่ปุ่น
เติมความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นแบบง่ายๆ ด้วย “ซอสโอโรชิ โนะ ทาเระ” จาก Ebara (เอบาระ)
ถ้าคุณชอบอาหารญี่ปุ่นสไตล์ร้านปิ้งย่างหรือร้านอิซากายะ ซอสขวดนี้คือไอเท็มที่ควรมีติดบ้าน ซอสปรุงรสผสมหัวไชเท้าญี่ปุ่น ที่โดดเด่นด้วยรสชาติหอมกลมกล่อมจากโชยุ ผสานกับหัวไชเท้าขูดละเอียด ให้รสสดชื่น ตัดเลี่ยนได้ดี กินแล้วไม่หนักปาก
เหมาะมากสำหรับราดบนเนื้อย่าง หมูย่าง ปลาแซลมอนย่าง หรือแม้แต่ไก่ทอดคาราอาเกะ ก็ช่วยเพิ่มมิติความอร่อยแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ได้ทันที อีกทั้งยังสามารถใช้เป็นซอสหมัก ซอสจิ้ม หรือคลุกกับเส้นและผักต่างๆ ได้แบบสารพัดเมนู ใช้ง่าย อร่อยไว เหมือนมีเชฟญี่ปุ่นมาทำให้กินที่บ้าน
วิธีการใช้ / วิธีการทำ
• ซอสขวดนี้ใช้งานง่ายมาก "แค่ราดก็อร่อย" ไม่ต้องปรุงเพิ่ม (ควรเขย่าขวดก่อนใช้เพื่อให้เนื้อหัวไชเท้ากระจายตัว)
• วิธีใช้เป็นน้ำราด/น้ำจิ้ม: ใช้ราดบนสเต็กหมู, สเต็กเนื้อ, หมูทอดทงคัตสึ, หรือใช้เป็นน้ำจิ้มปิ้งย่าง (Yakiniku) เมนูชาบูและหมูกระทะ
แนะนำเมนูทำง่าย "หมูผัดซอสไชเท้าขูด" (สำหรับ 2 ที่):
• หั่นเนื้อสัตว์เป็นชิ้นพอดีคำ และหั่นหัวหอมใหญ่ขนาดประมาณ 3 มม.
• ตั้งน้ำมันในกระทะให้ร้อน ใส่หมู 150 กรัม และหัวหอมใหญ่ 200 กรัม ลงไปผัดจนสุก
• เทซอส Ebara Oroshi no tare ลงไปประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ ผัดให้เข้ากันอย่างรวดเร็วพร้อมเสิร์ฟ
แนะนำเมนูอร่อย
• ข้าวหน้าเนื้อย่างซอสโอโรชิ
• ปลาแซลมอนย่างซีอิ๊วญี่ปุ่น
• สเต๊กหมูซอสหัวไชเท้า
• เห็ดผัดซอสญี่ปุ่น
• อุด้งเย็นราดซอสโอโรชิ
เปลี่ยนความสดชื่นธรรมดา ให้เป็นความหรูหราจากญี่ปุ่นด้วย "น้ำแร่สปาร์คกลิ้ง กลิ่นองุ่นไชน์มัสกัต"
เคยไหม ที่อยากดื่มอะไรซ่าๆ ให้ชื่นใจแต่ก็กังวลเรื่องน้ำตาล หรือบางทีน้ำโซดาทั่วไปก็ดูจืดชืดเกินไป เปิดประสบการณ์ใหม่จากไอริส แบรนด์ชั้นนำที่ส่งตรงความสดชื่นมาจาก "ภูเขาไฟฟูจิ" ประเทศญี่ปุ่น กับ น้ำแร่สปาร์คกลิ้ง กลิ่นองุ่นไชน์มัสกัต น้ำแร่ธรรมชาติอัดก๊าซที่ผสมผสานศาสตร์แห่งความสดชื่นเข้ากับเสน่ห์ของผลไม้พรีเมียมได้อย่างลงตัว
ทำไมต้อง น้ำแร่สปาร์คกลิ้ง?
• แหล่งกำเนิดที่บริสุทธิ์: เราไม่ได้ใช้น้ำธรรมดา แต่พื้นฐานของขวดนี้คือ น้ำแร่ธรรมชาติถึง 98.9% ที่ผ่านการกรองโดยธรรมชาติจากชั้นหินภูเขาไฟฟูจิ ทำให้ได้น้ำที่มีความใสสะอาดและแร่ธาตุที่สมดุล
• ความหอมที่เป็นเอกลักษณ์: ทันทีที่เปิดขวด กลิ่นหอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ของ "องุ่นไชน์มัสกัต" จะเตะจมูกทันที ให้ความรู้สึกเหมือนคุณกำลังเดินอยู่ในสวนองุ่นที่ญี่ปุ่น แม้จะเป็นเพียงการแต่งกลิ่น แต่ความละมุนนั้นใกล้เคียงกับผลไม้สดจนน่าประทับใจ
• ซ่าสะใจแต่ใจดีต่อสุขภาพ: ด้วยนวัตกรรมการอัดก๊าซแบบ Strong Carbonation ทำให้ความซ่าอยู่ได้นานกว่าน้ำโซดาทั่วไป และที่สำคัญที่สุดคือ 0 แคลอรี และไม่มีน้ำตาล! เหมาะมากสำหรับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก หรือมองหาเครื่องดื่มทางเลือกที่สดชื่นได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิด
ไอเดียการใช้
• ดื่มเย็นจัด: แช่เย็นให้ได้อุณหภูมิที่เหมาะสมแล้วดื่มจากขวดทันทีเพื่อความซ่าสูงสุด
• Mixer ชั้นเลิศ: นำไปผสมกับเครื่องดื่มอื่นๆ เช่น น้ำผลไม้สด เพื่อเพิ่มความซ่า หรือใช้ผสมค็อกเทล/ม็อกเทลเพื่อให้ได้กลิ่นหอมขององุ่น
• ทำเมนูของหวาน: ใช้ทำเยลลี่น้ำแร่กลิ่นองุ่น หรือเทราดบนน้ำแข็งไส (Bingsu)
"ลองแล้วจะรู้ว่า ความสดชื่นแบบพรีเมียม... ส่งถึงมือคุณได้ง่ายๆ แค่เปิดขวดนี้"
เบื่อไหมกับการอยากกินเมนูผัดผักสไตล์จีนรสชาติเข้มข้น แต่ต้องมานั่งตวงซอสหอยนางรม โชยุ เหล้าจีน และน้ำมันงาให้วุ่นวาย แถมปรุงกี่ครั้งรสชาติก็ไม่เคยเหมือนเดิม?
เปลี่ยนครัวที่บ้านให้กลายเป็นเหลาอาหารจีนสไตล์ญี่ปุ่นได้ง่ายๆ ด้วยซอสปรุงรสสำเร็จรูปสำหรับเมนู “ชินเจาโรสุ” หรือเนื้อผัดพริกหวานยอดฮิตจากญี่ปุ่น เพียงแค่ผัดเนื้อสัตว์กับพริกหวานและหน่อไม้ แล้วเติมซอสลงไป ก็ได้กลิ่นหอมเข้มข้นของน้ำมันหอย โชยุ และเครื่องเทศสไตล์จีนที่เคลือบทุกชิ้นอย่างลงตัว รสชาติกลมกล่อม เค็มหวานพอดี อร่อยเหมือนเชฟภัตตาคารทำเอง ไม่ว่าจะทำมื้อเย็นง่ายๆ ให้ครอบครัว หรือเตรียมข้าวกล่อง Bento ไปทำงาน ซอสขวดนี้ก็ช่วยเปลี่ยนวัตถุดิบธรรมดาให้กลายเป็นเมนูสุดพิเศษได้ในไม่กี่นาที ✨
วิธีการทำ
ส่วนผสมสำหรับ 3 ท่าน (ใช้ซอสประมาณครึ่งขวด หรือ 115 กรัม)
• เนื้อวัวหรือเนื้อหมูเส้น 200 กรัม
• พริกหวานหั่นเส้น 180 กรัม (ประมาณ 6 ลูกกลาง)
• หน่อไม้ต้มหั่นเส้น 200 กรัม
• น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
ขั้นตอนการทำ
• หั่นเนื้อสัตว์ พริกหวาน และหน่อไม้ต้ม ให้เป็นเส้นๆ เตรียมไว้
• ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชให้ร้อน นำเนื้อสัตว์ลงไปผัดจนสุก ตามด้วยพริกหวานและหน่อไม้ ผัดให้เข้ากัน
• เมื่อผักเริ่มนิ่มและสุกได้ที่ ให้เทซอสลงไปประมาณครึ่งขวด (115 กรัม)
• ผัดคลุกเคล้าให้ซอสเคลือบจนทั่วและเดือดเล็กน้อย พร้อมตักเสิร์ฟร้อนๆ
อร่อยจุใจ ไปกับชูครีมชิ้นพอดีคำ สอดไส้ครีมสตรอว์เบอร์รี่
ใส้ครีมสตรอว์เบอร์รี่ เป็นสูตรพิเศษที่ผสมกันระหว่าคัสตาร์ดแบบโฮมเมดผสมกับแยมสตรอว์เบอร์รี่สูตรเข้มข้น อร่อยเข้ากันกับเนื้อชูครีมสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีความนุ่มฟูเข้ากันได้ลงตัวสุดๆ มาพร้อมกับปริมาณจุใจ 12 ชิ้นเลยทีเดียว จะทานเป็นขนมทานเล่น หรือทานคู่กับของหวานอื่นๆเช่นไอสกรีมรสโปรดก็เข้ากั๊นเข้ากัน
อร่อยจุใจ ไปกับชูครีมชิ้นพอดีคำ ที่อัดแน่นไปด้วยไส้คัสตาร์ดครีมและครีมช็อคโกแลต
ไส้ข้างในเป็นส่วนผสมของโฮมเมดคัสตาร์ดเข้ากับครีมช็อกโกแลตสดสูตรเข้มข้น พร้อมกับโกโก้รวมกันมาในเนื้อชูครีมสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีความนุ่มฟู เข้ากันได้ลงตัวสุดๆ มาพร้อมกับปริมานจุใจ 12 ชิ้นเลยทีเดียว
อร่อยจุใจ ไปกับชูครีมชิ้นพอดีคำ สอดไส้คัสตาร์ดครีม
ไส้คัสตาร์ดผสมวิปครีมที่ผสมกันในสัดส่วนที่บาลานซ์ลงตัว ความหอมหวานจากคัสตาร์ดและความนุ่มนวลของวิปครีม เข้ากับเนื้อชูครีมสไตล์ญี่ปุ่นที่มีความนุ่มฟู เข้ากันได้ลงตัวสุดๆ มาพร้อมกับปริมานจุใจ 12 ชิ้นเลยทีเดียว
อร่อยจุใจ ไปกับชูครีมชิ้นพอดีคำ สอดไส้ครีมสตรอว์เบอร์รี่
ใส้ครีมสตรอว์เบอร์รี่ เป็นสูตรพิเศษที่ผสมกันระหว่าคัสตาร์ดแบบโฮมเมดผสมกับแยมสตรอว์เบอร์รี่สูตรเข้มข้น อร่อยเข้ากันกับเนื้อชูครีมสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีความนุ่มฟูเข้ากันได้ลงตัวสุดๆ มาพร้อมกับปริมาณจุใจ 12 ชิ้นเลยทีเดียว จะทานเป็นขนมทานเล่น หรือทานคู่กับของหวานอื่นๆเช่นไอสกรีมรสโปรดก็เข้ากั๊นเข้ากัน
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ หรืออยากลองสัมผัสรสชาติอันลุ่มลึกของวัตถุดิบระดับพรีเมียม “ตับปลาอังกิโมะ” คือหนึ่งในเมนูที่ห้ามพลาด!
อังกิโมะคืออะไร?
อังกิโมะ (Ankimo) คือตับของปลาอังโกะ (Anko Fish) หรือ มังค์ฟิช (Monkfish) ซึ่งเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในทะเลลึก ถือเป็นหนึ่งในอาหารชินมิ (Chinmi) หรืออาหารเลิศรสที่หาทานได้ยากของญี่ปุ่น ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ฟัวกราส์แห่งท้องทะเล" เพราะมีเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มคล้ายตับห่าน มีรสชาติเค็มอ่อน ๆ และมีความหอมมันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ทำไมถึงอร่อยและพิเศษ?
ตับปลาอังกิโมะของเรา เป็นสินค้าที่ผ่านกระบวนการปรุงรสและต้มมาอย่างพิถีพิถันจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน จึงมีรสชาติที่กลมกล่อมและพร้อมรับประทานทันที ไม่ต้องนำมาปรุงเพิ่มให้ยุ่งยาก ทำให้คุณได้สัมผัสกับรสชาติแบบดั้งเดิมของอังกิโมะได้อย่างง่ายดาย นอกจากความอร่อยแล้ว อังกิโมะยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เช่น วิตามิน A, วิตามิน D และไขมันดีในปริมาณที่สูงอีกด้วย
เมนูที่ทำได้ง่ายๆ
เมนูจากตับปลาอังกิโมะสามารถทำได้หลากหลาย และแต่ละเมนูล้วนช่วยดึงรสชาติความอร่อยออกมาได้อย่างเต็มที่
- ทานเป็นกับแกล้ม: เสิร์ฟอังกิโมะแช่เย็นคู่กับต้นหอมซอย, โมมิจิโอโรชิ (หัวไชเท้าขูดผสมพริก) และซอสพอนสึ (Ponzu Sauce) เพื่อเพิ่มความสดชื่นและตัดความมัน
- ทำเป็นนิกิริซูชิ: วางชิ้นอังกิโมะบนข้าวปั้นซูชิ เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมในร้านซูชิระดับพรีเมียม
- ทำเป็นสลัด: หั่นอังกิโมะเป็นชิ้นพอดีคำ วางบนสลัดผัก ราดด้วยน้ำสลัดงา หรือซอสพอนสึ
วิธีเตรียมตับปลา
1. นำอังกิโมะออกจากตู้เย็น วางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-40 นาที เพื่อทำการละลาย
2. แกะซองและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
3. จัดวางบนจาน และนำไปใช้ประกอบเมนูได้ตามต้องการ
*สินค้าบรรจุมาในซองสุญญากาศแบบพร้อมทาน
เปิดประสบการณ์ความอร่อยสุดพิเศษจากท้องทะเลลึกได้แล้ววันนี้! ตับปลาอังกิโมะ พร้อมให้คุณได้ลิ้มลองความอร่อยแบบต้นตำรับญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่บ้านของคุณ
สัมผัสความอร่อยระดับตำนาน ในรูปแบบที่ง่ายกว่าเดิม ซุปหูฉลามสูตรนี้เน้นความลงตัวของ "ซอสโชยุ" และน้ำซุปสกัดจากโครงไก่และหมู ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม ตามแบบฉบับอาหารกวางตุ้งแท้ๆ เนื้อซุปมีความข้นกำลังดี เมื่อทานคู่กับหูฉลามและเห็ดหูหนูจะให้สัมผัสที่กรุบกรอบและนุ่มละมุนในเวลาเดียวกัน เหมาะสำหรับเป็นเมนูบำรุงร่างกายหรืออาหารจานพิเศษสำหรับครอบครัว หากพูดถึงเมนูระดับตำนานที่ครองใจเหล่านักชิมมาอย่างยาวนาน "ซุปหูฉลาม" คือหนึ่งในลิสต์อันดับต้นๆ ที่หลายคนนึกถึง ด้วยเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์และการเคี่ยวน้ำซุปที่ต้องใช้ความพิถีพิถันขั้นสูง แต่จะดีแค่ไหน... ถ้าเราสามารถยกเอาบรรยากาศและรสชาติระดับภัตตาคารหรูจากประเทศญี่ปุ่นมาไว้ที่โต๊ะอาหารในบ้านได้ง่ายๆ ภายในไม่กี่นาที ซุปหูฉลามเข้มข้นซองนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ซุปกึ่งสำเร็จรูปทั่วไป แต่เป็นผลผลิตที่ส่งตรงมาจาก เมืองเคเซนนุมะ จังหวัดมิยากิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งที่มีการคัดสรรวัตถุดิบจากทะเลที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะหูฉลามที่ผ่านการคัดไซส์และคุณภาพอย่างละเอียด ผสมผสานกับภูมิปัญญาการปรุงอาหารสไตล์กวางตุ้งที่เน้นการดึงรสชาติจากธรรมชาติของวัตถุดิบออกมาให้ได้มากที่สุด
วิธีการปรุงอาหาร
• ฉีกซองแล้วเทเนื้อซุปเข้มข้นทั้งหมดลงในหม้อ
• เติมน้ำสะอาดหรือน้ำร้อนปริมาณ 400 มล. (หรือประมาณ 2 ถ้วยตวง) หรือน้ำร้อน (ปรับปริมาณตามความชอบ)
• คนให้ส่วนผสมเข้ากันดี เร่งไฟให้แรงขึ้น ตั้งหม้อจนน้ำซุปเริ่มเดือด
• ตอกไข่ไก่ 1 ฟอง ตีพอแตก (เหมือนทำไข่เจียว) เมื่อซุปเดือดพล่าน ให้ค่อยๆ เทไข่ลงไปเป็นสายเล็กๆ
• ใช้ตะเกียบหรือทัพพีคนเบาๆ วนไปทางเดียวกัน เพื่อให้ไข่กระจายตัวเป็นเส้นฝอยสวยงาม ไม่จับตัวเป็นก้อน
• พอไข่สุกได้ที่แล้ว ให้ปิดไฟทันที ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟขณะร้อนๆ
*** นอกจากนี้ยังสามารถใช้ประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด เช่น ข้าวต้ม ชะวันมูชิ และบะหมี่เกี๊ยว
เคล็ดลับความอร่อย
• ตัดเลี่ยน: แนะนำให้เหยาะ จิ๊กโฉ่ว (ซอสเปรี้ยว) และ พริกไทยขาว เล็กน้อย จะช่วยชูรสชาติโชยุให้เด่นชัดและกลมกล่อมยิ่งขึ้น
• เพิ่มเครื่อง: สามารถเติมเนื้อปูแกะ, กุ้งสับ หรือเห็ดหอมซอยลงไปต้มพร้อมซุป เพื่อเพิ่มความหรูหราและเนื้อสัมผัสที่แน่นขึ้นครับ
ซอสสเต็กหัวหอมจากเอบาระ คือหนึ่งในเคล็ดลับที่ร้านอาหารญี่ปุ่นนิยมใช้ เพราะรสชาติไม่ได้แค่เค็มหรือหวาน แต่มีความกลมกล่อม จากการผสมผสานของหัวหอมที่ผ่านการปรุงจนหอมละมุน กับโชยุสูตรเฉพาะ ทำให้ซอสมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ช่วยขับรสชาติของเนื้อให้โดดเด่นขึ้น สิ่งที่ทำให้ซอสตัวนี้แตกต่างคือ มันไม่ได้กลบรสเนื้อ แต่กลับช่วยดึงรส ของวัตถุดิบออกมาให้ชัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัวที่มีความฉ่ำ หมูที่นุ่ม หรือไก่ที่หอม ซอสจะเคลือบทุกคำให้มีมิติของรสชาติแบบพอดีๆ ไม่หนักจนเลี่ยน และไม่จางจนรู้สึกขาดอะไรไป สำหรับคนที่ทำอาหารทานเองที่บ้าน ซอสนี้เหมือนเป็นตัวช่วยลัดที่เปลี่ยนเมนูธรรมดาให้ดูโปรขึ้นทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาปรุงซอสเองหลายขั้นตอน แค่ย่างเนื้อให้ได้ระดับความสุกที่ชอบ แล้วราดซอสลงไป ความหอมจะลอยขึ้นทันทีเหมือนยืนอยู่หน้าเตาในร้านอาหารญี่ปุ่น ยิ่งถ้าใครทำร้านอาหารหรือขายเดลิเวอรี่ ซอสแบบซองยังช่วยควบคุมปริมาณได้ง่าย ทำให้รสชาติแต่ละจานคงที่ ลูกค้ากินครั้งไหนก็ได้มาตรฐานเดียวกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับธุรกิจอาหาร และความดีงามไม่ได้หยุดแค่สเต็ก เพราะซอสตัวนี้ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเมนูอื่นได้อีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นแฮมเบิร์ก ข้าวผัด หรือเนื้อย่างกระทะร้อน เรียกได้ว่าซองเดียวแต่ใช้งานได้หลากหลาย ซอสตัวนี้คือคำตอบที่ทั้งง่ายและคุ้มค่า…แบบที่ลองครั้งเดียวแล้วมักจะมีติดบ้านยาวๆ
วิธีใช้ง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน:
1. เตรียมเนื้อ: นำเนื้อออกมาพักให้อยู่ในอุณหภูมิห้องก่อนย่างประมาณ 30 นาที
2. ย่างให้เป๊ะ: ตั้งกระทะให้ร้อน ย่างเนื้อจนได้ความสุกที่ต้องการ
3. ราดความอร่อย: จัดเนื้อใส่จาน แล้วหยิบซอสปรุงรสสเต็ก รสหัวหอมใหญ่ มาหักถ้วยแล้วราดลงบนเนื้อได้ทันที
(ตัวซอสสามารถทานได้เลยโดยไม่ต้องนำไปอุ่นร้อน เพื่อคงรสชาติสดใหม่)
วิธีเปิดใช้ถ้วยซอส (Puchitto)
• หันด้านฝาฟอยล์ขึ้นด้านบน
• พับตามรอยประจนได้ยินเสียง "ปุจิ"
• ค่อยๆ บีบซอสราดลงบนอาหาร
แนะนำเมนูอาหาร
• สเต็กเนื้อ/หมู/ไก่: ย่างเนื้อสัตว์ที่ชอบจนสุก พักเนื้อไว้ แล้วราดซอสจากถ้วยได้ทันที
• แฮมเบิร์ก: เนื้อบดปั้นก้อนย่างฉ่ำๆ ราดซอสนี้จะช่วยตัดเลี่ยนมันเนื้อได้ดีมาก
• ปลาแซลมอนย่าง: ราดซอสนี้บนแซลมอนย่างเกลือ จะได้รสชาติสไตล์ญี่ปุ่น
• ข้าวหน้าเนื้อ: ผัดเนื้อสไลด์กับหอมหัวใหญ่ในกระทะ พอสุกแล้วเทซอส ลงไปคลุกให้เข้ากัน วางบนข้าวสวยร้อนๆ
• ข้าวหน้าหมูทอด: ใช้ราดแทนซสทงคัตสึแบบเดิมๆ สำหรับคนที่ชอบรสชาติที่หอมสดชื่นจากหอมหัวใหญ่
• หมูผัดหอมหัวใหญ่: ใช้ซอสนี้เป็นเบสในการผัดหมูสไลด์ เพิ่มต้นหอมญี่ปุ่นหรือพริกหยวก อร่อยแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม
ทำไมสเต็กในร้านญี่ปุ่นถึงหอมเย้ายวนจนหยุดกินไม่ได้ ความลับอยู่ที่ “ซอส” ซอสสเต็กกระเทียมสูตรนี้โดดเด่นด้วยความหอมของกระเทียม ผสานความเค็มกลมกล่อมของโชยุ ให้รสชาติที่ลึกและมีมิติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อย่างฉ่ำๆ หรือหมูสเต็กนุ่มๆ เพียงราดซอสลงไปก็ช่วยดึงรสชาติให้โดดเด่นขึ้นทันที เหมาะทั้งสำหรับทำกินเองที่บ้าน หรือเพิ่มมูลค่าให้เมนูในร้านของคุณแบบง่ายๆ พูดง่ายๆ คือมีซองนี้ติดครัวไว้ ชีวิตการทำอาหารจะง่ายขึ้นเยอะและอร่อยขึ้นแบบไม่ต้องพยายามมาก
หากคุณกำลังมองหาเคล็ดลับที่จะทำให้สเต็กจานพิเศษของคุณสมบูรณ์แบบ ซอสสเต็ก รสกระเทียมนี้ คือคำตอบ ด้วยส่วนผสมที่ลงตัวของโชยุชั้นดีและกระเทียมคั่วที่ให้กลิ่นหอมเย้ายวนใจ พร้อมจุดเด่นเรื่อง “ความสะดวก” ใน 1 ซองใหญ่ที่บรรจุซอสแบบถ้วยย่อย 4 ถ้วย ช่วยให้คุมรสชาติได้เป๊ะทุกครั้ง ไม่ว่าจะทำกินเองหรือเสิร์ฟลูกค้า ก็อร่อยได้มาตรฐานเดียวกับร้านอาหารญี่ปุ่น โดยไม่ต้องเตรียมเครื่องปรุงให้วุ่นวาย
วิธีปรุงสเต็กให้อร่อย
1. เตรียมเนื้อ: นำเนื้อออกจากตู้เย็นพักไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 30 นาที เพื่อให้ความร้อนเข้าถึงเนื้อได้สม่ำเสมอเวลาทอด
2. การทอด: ตั้งกระทะให้ร้อนจัดด้วยไฟแรง นำเนื้อลงจี่ เมื่อเริ่มเห็นน้ำเนื้อซึมขึ้นมาที่ด้านบน ให้พลิกกลับด้านแล้วย่างต่อจนได้ความสุกที่ต้องการ
3. การใช้ซอส: จัดเนื้อใส่จาน "ก่อนรับประทาน" ให้หักถ้วยซอสราดลงบนเนื้อโดยตรง (ไม่ต้องนำซอสไปผัดในกระทะ เพื่อรักษาความหอมของกระเทียม)
วิธีเปิดใช้ถ้วยซอส (Puchitto)
• หันด้านฝาฟอยล์ขึ้นด้านบน
• พับตามรอยประจนได้ยินเสียง "ปุจิ"
• ค่อยๆ บีบซอสราดลงบนอาหาร
แนะนำเมนูอาหาร
นอกจากสเต็กเนื้อวัวแล้ว ยังสามารถนำไปปรับใช้กับเมนูอื่นๆ ได้หลากหลาย:
• สเต็กหมูหรือไก่: เพิ่มความหอมกรุ่นให้เนื้อขาว
• ข้าวหน้าเนื้อ (Gyudon): ราดบนเนื้อผัดหัวหอมทานกับข้าวสวยร้อนๆ
• แฮมเบิร์ก (Hamburger Steak): เพิ่มความชุ่มฉ่ำให้เนื้อบดปั้นก้อน
• ผัดผักรวมมิตรกระเทียมโชยุ: ใช้เป็นซอสปรุงรสจานด่วน
"ชูรสชาติราเมงให้อร่อยยิ่งขึ้นด้วยหน่อไม้เมนมะ"
ช่วงฤดูฝนถือเป็นช่วงที่หน่อไม้อร่อยที่สุด เพราะมีรสชาติหวาน กรอบ อวบน้ำ เราจึงได้คัดเลือกหน่อไม้ในฤดูกาลนี้นำมาต้มจนสุกและปรุงรสโชยุเข้มข้นจนเต็มไปด้วยรสชาติอูมามิในสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ทำให้มีเนื้อนิ่มกรอบ ไม่เละหรือกระด้าง หอมกลิ่นน้ำมันงาและถั่วเหลือง เหมาะสำหรับเป็นเครื่องโรยหน้าอาหารในเมนูราเมง อุด้ง และบะหมี่ญี่ปุ่นแบบอื่นๆ, ใส่ในข้าวผัด, ใช้เป็นอาหารเรียกน้ำย่อยหรือเป็นกับแกล้มก็อร่อยไม่แพ้กัน สะดวกและประหยัดเวลามากยิ่งขึ้นเพราะมาในรูปแบบปรุงสุกสำเร็จ ทำให้การทานหน่อไม้อร่อยๆ เป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคนค่ะ
เครื่องแกงกะหรี่ รสชาติกลมกล่อมสไตล์ญี่ปุ่น อร่อยง่ายได้ที่บ้าน
เครื่องแกงกะหรี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดก้อน ระดับความเผ็ด 3 (เผ็ดปานกลาง) โดดเด่นด้วยการผสานกลิ่นหอมของเครื่องเทศนานาชนิดอย่างลงตัว ให้รสชาติกลมกล่อมสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารก็สามารถรังสรรค์เมนูแกงกะหรี่ญี่ปุ่นได้ง่ายๆที่บ้าน ในหนึ่งกล่องปรุงได้ประมาณ 8 ที่ (แบ่งเป็น 2 ก้อน ก้อนละประมาณ 4 ที่)
วิธีทำสำหรับ 8 ที่
• ตั้งไฟใส่น้ำมันพืชและส่วนผสมต่างๆ ที่หั่นเป็นชิ้นๆ ลงในหม้อ ผัดจนสุกและมีกลิ่นหอม
• เติมน้ำ 1 ลิตร และต้มที่ไฟปานกลาง เคี่ยวต่อประมาณ 15 นาที หากเกิดฟองให้ช้อนฟองออก
• ใส่เครื่องแกงกะหรี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดก้อน ลงไป 1 ก้อน (140 กรัม)
• คนให้เครื่องแกงละลาย จากนั้นปิดฝาแล้วเคี่ยวต่ออีกประมาณ 10 นาที เปิดฝาแล้วคน หากแกงกะหรี่น้ำเข้มข้นแล้วให้ปิดไฟ พร้อมรับประทาน