ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Yumepirika ถือเป็นพันธุ์ข้าวระดับไฮเอนด์ที่ใช้สุดยอดเทคโนโลยีการเพาะสายพันธุ์ข้าวในฮอกไกโด
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ยูเมะพิริกะ (Yumepirika) จากแบรนด์ โฮคุเรน (Hokuren) เป็นข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์พรีเมียมที่ปลูกในจังหวัดฮอกไกโด ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอากาศหนาวเย็นและดินที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ข้าวมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ถือเป็นข้าวเกรดสูงที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น
ลักษณะเด่นของ Yumepirika
• เมล็ดอวบอ้วน และเงางาม - เมล็ดข้าวมีขนาดปานกลางถึงใหญ่ เมื่อหุงแล้วจะเงางามและมีความหนึบที่โดดเด่น
• เนื้อนุ่มแต่ไม่เละ - ข้าวมีความเหนียวและนุ่มในระดับที่พอดี ไม่ร่วนหรือแข็งเกินไป
• รสหวานธรรมชาติ - มีรสชาติอ่อนๆ และหวานธรรมชาติ แม้ทานเปล่าๆ ก็ยังอร่อย
• กลิ่นหอมพิเศษ - มีกลิ่นหอมที่แตกต่างจากข้าวพันธุ์อื่น
• ปลูกในอากาศหนาวเย็น - อุณหภูมิที่เย็นของฮอกไกโดช่วยให้ข้าวมีคุณภาพดีขึ้นและสามารถเก็บรักษาได้นาน
รางวัลและมาตรฐานคุณภาพ
• Yumepirika ได้รับการรับรองมาตรฐาน 特A (Toku A) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของข้าวญี่ปุ่น
• เป็นข้าวที่ได้รับความนิยมในร้านอาหารระดับพรีเมียมทั่วญี่ปุ่น
• ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลฮอกไกโดให้เป็นข้าวเกรดพรีเมียมของภูมิภาค
เมนูที่เหมาะกับ Yumepirika
เนื่องจาก Yumepirika เป็นข้าวที่มีความเหนียวนุ่มและมีรสหวานในตัว จึงเหมาะกับอาหารที่ต้องการข้าวคุณภาพสูง เช่น
• ข้าวสวย (Cooked Rice) - เมล็ดข้าวสวย เมื่อหุงสุกจะมีความเงาสวย เหมาะสำหรับทานแบบข้าวสวย
• ซูชิ (Sushi) - เมล็ดข้าวเหนียวกำลังดี จับตัวได้ง่าย ไม่แฉะเกินไป
• ข้าวปั้น (Onigiri) - รสชาติหวานธรรมชาติทำให้กินเปล่าๆ ก็อร่อย
• ข้าวญี่ปุ่นธรรมดา (Gohan) - เหมาะสำหรับทานคู่กับปลาย่างหรืออาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
• ข้าวหน้าอาหารทะเล (Kaisendon/Donburi) - ความหนึบของข้าวช่วยเสริมรสชาติของปลาดิบได้ดี
Yumepirika ถือเป็นข้าวที่ให้รสชาติที่ดีที่สุดของฮอกไกโด ถ้าคุณต้องการข้าวที่นุ่ม หอม และมีคุณภาพสูง Yumepirika คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
• ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
• ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
• กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
• ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำเวลาหุงข้าวจะนุ่มไม่กระด้าง
• หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อยๆ คนให้น้ำระเหย
วิธีการเก็บรักษา
• เก็บในที่แห้งและเย็น
• ระวังการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง เพราะข้าวจะแห้งแตกเนื่องจากการระเหยของน้ำในข้าว
• หลีกเลี่ยงการเก็บรักษาใกล้ ผงซักฟอก สเปรย์ปรับอากาศ เครื่องสำอาง และอาหารที่มีกลิ่นแรง เพราะข้าวจะดูดซับกลิ่น
ข้อควรระวัง
• คุณภาพของข้าวจะเปลี่ยนหากโดนความชื้น
• ห้ามวางไว้ใกล้เปลวไฟ เนื่องจากติดไฟง่าย
• ห้ามวางสินค้าอื่นซ้อนทับผลิตภัณฑ์
มิโซะออร์แกนิค รสกลมกล่อม เข้มข้น
Maru-Yu Mutenka Miso จากแบรนด์ฮิคาริ-มิโซะ เป็นมิโซะที่ผลิตโดยใช้ถั่วเหลืองและข้าวออร์แกนิค 100% และเนื่องจากมีการใช้เมล็ดถั่วเหลืองปริมาณมากร่วมกับระยะเวลาการหมักอันยาวนาน จึงทำให้ได้รสเค็มและอูมามิที่สมดุล ผสานความเผ็ดร้อนฝาดลิ้นเล็กน้อยพร้อมกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังเป็นสูตรวีแกนและปราศจากกลูเตน ผู้ที่ทานมังสวิรัติจึงสามารถรับประทานได้อย่างสบายใจ สามารถนำไปประกอบอาหารได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นซุปมิโซะ แกงกะหรี่ญี่ปุ่น หมักเนื้อสเต๊ก หรือมิโซะราเมนก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ
ชาที่ดื่มง่าย อร่อยลงตัว จนคนญี่ปุ่นยกให้เป็นชาชั้นเลิศ
ชาเขียวใบชนิดซอง เกียวคุโระ ของญี่ปุ่นทำไมต้อง "ยาบุกิตะ"
หากคุณเป็นผู้หลงใหลในชาเขียวญี่ปุ่นแท้ๆ "ยาบุกิตะ" คือ ราชินีแห่งชาเขียวของญี่ปุ่น เป็นระดับชาที่ปลูกด้วยเทคนิคการบังแสงแดดก่อนเก็บเกี่ยว ทำให้ใบชามีคลอโรฟิลล์สูง อูมามิที่เข้มข้น และความหวานนุ่มนวลที่โดดเด่น ผสานกับกลิ่นหอมละมุนฟุ้งที่เป็นเอกลักษณ์ ด้วยเทคโนโลยีถุงชาตาข่ายแบบใหม่ ทำให้คุณสามารถชงชาเขียวคุณภาพระดับญี่ปุ่นออกมาได้ง่ายๆในทุกแก้ว ไม่ว่าจะชงร้อนเพื่อความผ่อนคลาย หรือ ชงแบบเย็น (สกัดเย็น) เพื่อความสดชื่น เพียงเติมน้ำ ก็พร้อมเสิร์ฟ สะดวก พกพาง่าย ดื่มได้ทุกที่ ทุกเวลา เหมาะสำหรับดื่มคู่กับอาหาร ขนม หรือเครื่องดื่มอื่นๆได้ตามสไตล์คุณ
เคล็ดลับการชงแบบร้อน และ แบบเย็น(สกัดเย็น)
ชาเขียวญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องชงด้วยน้ำร้อนเสมอไป! ผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่นแนะนำให้ลองชงชาเขียวแบบ "น้ำสกัดเย็น" ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมาก การชงด้วยน้ำเย็นจะช่วยดึงรสอูมามิ และสารคาเทชิน ที่ให้รสหวานออกมาได้มาก ในขณะที่รสขมและคาเฟอีนจะละลายออกมาน้อยลง ทำให้ได้ชาที่มีรสชาติกลมกล่อม นุ่มนวล และสดชื่นเป็นพิเศษ
วิธีชงแบบร้อน :
1. ต้มน้ำให้เดือด แล้วรอให้น้ำเย็นลงเหลือประมาณ 70-80 องศาเซลเซียส (หากไม่มีเทอร์โมมิเตอร์ สามารถต้มน้ำเดือดแล้วทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที)
2. ใส่ถุงชา 1 ซอง ลงในแก้วหรือถ้วยชา
3. ค่อย ๆ รินน้ำร้อน ประมาณ 150-200 มิลลิลิตร ลงไป
4. แช่ถุงชาทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที (ไม่ควรแช่นานเกินไป เพราะจะทำให้ชามีรสขมฝาด)
5. นำถุงชาออก (อาจจะบีบเบา ๆ ก่อนนำออก) และพร้อมดื่ม
วิธีชงแบบน้ำ(สกัดเย็น) :
1. ใส่ถุงชา 1-2 ซอง ลงในขวดหรือภาชนะที่มีฝาปิดสนิท
2. เติมน้ำเย็นอุณหภูมิห้อง หรือ น้ำเย็นจัด ปริมาณประมาณ 300-500 มิลลิลิตร
3. ปิดฝาแล้วนำไปแช่ในตู้เย็น
4. รอเวลาทิ้งไว้ให้สกัดเย็นเป็นเวลา 3-6 ชั่วโมง หรืออาจจะแช่ข้ามคืน 8-12 ชั่วโมง เพื่อให้ได้รสชาติเข้มข้นยิ่งขึ้น
(หากแช่นานเกิน 12 ชั่วโมง อาจเริ่มมีรสฝาดออกมาบ้าง)
5. เมื่อได้ความเข้มข้นที่ต้องการแล้ว ให้นำถุงชาออก พร้อมดื่มได้ทันที
ข้อดีของการสกัดเย็น:
รสชาติ : รสชาตินุ่มนวล หวาน อูมามิเด่นชัด และมีรสขมฝาดน้อยมาก
คาเฟอีน : ระดับคาเฟอีนจะต่ำกว่าการชงแบบร้อน
มิโซะรสชาติกลมกล่อม ทำเมนูไหนก็ง่าย
HonmonoNippon ได้นำเข้ามิโซะจากแบรนด์ Hikari แบรนด์ผลิตมิโซะอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น! โดยมิโซะตัวนี้ได้ผ่านการรับรองว่าเป็นสินค้าออร์แกนิค เริ่มตั้งแต่การเลือกใช้ถั่วเหลืองออร์แกนิค และข้าวที่ปลูกแบบออร์แกนิค นำมาหมักโดยใช้สัดส่วนถั่วเหลืองปริมาณมาก และใช้ระยะเวลาในการหมักที่นาน จนเกิดรสชาติอูมามิจากธรรมชาติ มีรสที่สมดุล มีกลิ่นหอมมาก และที่สำคัญมิโซะตัวนี้ยังไม่ผสมดาชิ เพื่อให้คุณได้นำไปใช้งานได้ทันที แบบไม่ต้องผสมน้ำซุปดาชิเพิ่ม ลดขั้นตอนการทำอาหารให้สั้นลง หากอยากได้มิโซะคุณภาพดีๆ ที่สำคัญยังเป็นออร์แกนิค 100% เลือกใช้ตัวนี้เลยค่ะ
ปลาเทราต์รมควัน...วัตถุดิบพรีเมียมที่ครองใจคนรักอาหารทั่วโลก
ปลาเทราต์ (Trout) เป็นปลาน้ำเย็นที่อยู่ในตระกูลเดียวกับปลาแซลมอน มีเนื้อสีส้มอมชมพู เนื้อนุ่มละเอียด ไขมันแทรกกำลังดี และมีรสชาติหวานธรรมชาติ จึงเป็นปลาที่ได้รับความนิยมในอาหารยุโรปและอาหารฟิวชัน เมื่อผ่านกระบวนการ รมควัน (Smoking Process) ด้วยไม้ธรรมชาติที่คัดสรรเป็นพิเศษ เนื้อปลาจะค่อยๆ ดูดซับกลิ่นหอมอ่อนๆจากควัน ทำให้ได้รสชาติที่เข้มข้นแต่ไม่กลบรสหวานของเนื้อปลา พร้อมช่วยรักษาความชุ่มฉ่ำของเนื้อปลาไว้ได้เป็นอย่างดี
ปลาเทราต์รมควันสไลด์เป็นวัตถุดิบที่ใช้งานสะดวก เพราะผ่านการสไลด์พร้อมรับประทาน เพียงละลายในตู้เย็นก็สามารถนำไปจัดจานหรือประกอบอาหารได้ทันที เหมาะสำหรับทั้งร้านอาหาร โรงแรม คาเฟ่ และผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารที่บ้าน นอกจากรสชาติที่โดดเด่นแล้ว ปลาเทราต์ยังเป็นแหล่งของ โปรตีนคุณภาพสูง และ กรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งเป็นไขมันดีที่มีบทบาทในการดูแลสุขภาพหัวใจ สมอง และระบบต่างๆของร่างกาย จึงเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคสายสุขภาพได้เป็นอย่างดี ด้วยรสชาติที่หอมละมุน เนื้อสัมผัสนุ่มแน่น และความอเนกประสงค์ในการนำไปประกอบอาหาร ปลาเทราต์รมควันจึงสามารถเข้ากันได้กับหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นสลัด แซนด์วิช เบเกิล ซูชิ พาสต้า พิซซ่า หรือจัดเสิร์ฟบนชีสบอร์ด ก็ช่วยเพิ่มความพรีเมียมและสร้างความประทับใจได้ในทุกมื้ออาหาร
จุดเด่นของปลาเทราต์รมควัน
• เนื้อปลาสีส้มสวย เนื้อนุ่มแน่น ไขมันแทรกกำลังดี
• หอมกลิ่นรมควันธรรมชาติ รสชาติกลมกล่อม
• สไลด์พร้อมใช้งาน สะดวก ประหยัดเวลา
• อุดมด้วยโปรตีนและโอเมก้า-3
• เหมาะสำหรับทั้งอาหารญี่ปุ่น อาหารยุโรป และเมนูฟิวชัน
ขอแนะนำน้ำแร่ธรรมชาติอัดก๊าซ (Sparkling Natural Mineral Water) จากประเทศญี่ปุ่น ที่มอบความซ่าอันทรงพลัง พร้อมกับรสสัมผัสที่อ่อนนุ่ม เป็นการผสมผสานที่ลงตัวที่คุณสามารถเพลิดเพลินได้ทุกเมื่อค่ะ
ผลิตภัณฑ์นี้คือ น้ำแร่ธรรมชาติอัดก๊าซ (Sparkling Water) จากแบรนด์ Iris Ohyama (ไอริส โอฮิยามะ) ซึ่งใช้น้ำแร่ธรรมชาติ 100% จากแหล่งน้ำบาดาลบริเวณ ภูเขาไฟฟูจิ (Mt. Fuji) ในจังหวัดชิซูโอกะ (Shizuoka) น้ำแร่จากแหล่งนี้มีชื่อเสียงในเรื่องความบริสุทธิ์และรสชาติที่เป็นกลาง เนื่องจากผ่านการกรองตามธรรมชาติจากชั้นหินภูเขาไฟใต้ดินมาอย่างยาวนาน
จุดเด่นสำคัญของน้ำแร่สปาร์คกลิ้งนี้คือการอัดก๊าซคาร์บอนิก (Carbonation) ในระดับที่สูง ทำให้ได้ ความซ่าที่ "เข้มข้นและทรงพลัง" (Strong Sparkling) ซึ่งจะมอบความรู้สึกสดชื่นและซาบซ่าทันทีที่ดื่ม แต่ในขณะเดียวกันยังคงไว้ซึ่งรสชาติที่นุ่มนวลและดื่มง่ายตามแบบฉบับของ น้ำอ่อน (Soft Water) สไตล์ญี่ปุ่น นอกจากนี้ น้ำแร่ยังเป็นแบบ ไม่มีน้ำตาล ไม่มีแคลอรี่ และไม่มีสารปรุงแต่ง (Sugar-free, Zero Calories, No Preservatives) จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่นแต่ดีต่อสุขภาพค่ะ
น้ำแร่จากภูเขาไฟฟูจิยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่พบได้ตามธรรมชาติ เช่น วานาเดียม (Vanadium) ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่เป็นที่ต้องการในหมู่ผู้ที่ดูแลสุขภาพในญี่ปุ่น การดื่มน้ำแร่สปาร์คกลิ้งนี้จึงไม่เพียงแต่ให้ความสดชื่นเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกวิธีหนึ่งในการได้รับแร่ธาตุธรรมชาติจากแหล่งกำเนิดที่บริสุทธิ์อีกด้วย
ความซ่าที่โดนใจ: อัดก๊าซในระดับสูง (Strong Sparkling) เพื่อมอบความซาบซ่าและสดชื่นแบบเต็มที่
รสสัมผัสอ่อนนุ่ม: ใช้ฐานเป็นน้ำแร่ธรรมชาติแบบน้ำอ่อน (Soft Water) ที่มีรสชาติเป็นกลางและนุ่มละมุน ดื่มง่าย ไม่บาดคอ
ส่วนผสมธรรมชาติ 100%: ผลิตจากน้ำแร่จากภูเขาไฟฟูจิ ไม่มีน้ำตาล ไม่มีแคลอรี่ และไม่มีสารปรุงแต่ง
อุดมด้วยแร่ธาตุ: มีแร่ธาตุตามธรรมชาติ เช่น วานาเดียม (Vanadium) ซึ่งพบได้ในแหล่งน้ำภูเขาไฟ
ลองเปิดประสบการณ์ความสดชื่นแบบญี่ปุ่นแท้ ที่คุณก็สามารถเพลิดเพลินได้ง่าย ๆ ที่บ้านด้วยน้ำแร่สปาร์คกลิ้งนี้ดูนะคะ จะดื่มเปล่า ๆ หรือนำไปเป็นส่วนผสมก็อร่อยสดชื่นค่ะ
หากคุณเป็นคนที่หลงใหลในความหอมมันของชีสและกำลังมองหาของว่างคุณภาพดีจากญี่ปุ่น นาโตริ ชีส ทาระ ชีสสอดไส้แผ่นเนื้อปลาค็อดปรุงรส คือขนมที่ไม่ควรพลาด ด้วยการนำเนื้อปลาค็อดคุณภาพดีมาประกบกับชีสกงเต (Comté Cheese) จากฝรั่งเศส ชีสชื่อดังที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน จนเกิดเป็นรสชาติที่กลมกล่อม หอมมัน และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทุกชิ้นให้สัมผัสนุ่มหนึบจากเนื้อปลา ผสานกับความเข้มข้นของชีสอย่างลงตัว เคี้ยวเพลิน อร่อยเต็มคำ ไม่ว่าจะทานเป็นของว่างระหว่างวัน พกติดตัวไปเที่ยว ไปทำงาน หรือรับประทานคู่กับเครื่องดื่มแก้วโปรด ก็ช่วยเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพและมาตรฐานการผลิตจากประเทศญี่ปุ่น ทำให้ชีสทาระพรีเมียมชนิดนี้กลายเป็นหนึ่งในขนมยอดนิยมที่ครองใจสายชีสและคนรักอาหารญี่ปุ่นทั่วโลก เมื่อได้ลองแล้วจะเข้าใจว่าทำไมหลายคนถึงบอกว่าอร่อยจนหยุดไม่ได้
• หอมชีสเข้มข้น นุ่มหนึบกำลังดี เคี้ยวเพลินทุกคำ
• ขนมญี่ปุ่นพรีเมียมที่สายชีสต้องมีติดบ้าน
• เปิดซองพร้อมอร่อยได้ทันที อิ่มอร่อยได้ทุกเวลา
วิธีทาน
• ทานทันที : เปิดซองแล้วหยิบทานเป็นของว่างได้เลย รสชาติแบบดั้งเดิม หอมมัน
• อุ่นร้อน : นำเข้าไมโครเวฟไฟอ่อน ประมาณ 500W-600W เป็นเวลา 10-15 วินาที ชีสจะเริ่มเยิ้ม ละลาย
• อบหม้อทอดไร้น้ำมัน : อบด้วยไฟ 160°C ประมาณ 2-3 นาที แผ่นปลาจะกรอบ ตัวชีสจะเยิ้มด้านในพร้อมทาน
เมล็ดถั่วแระญี่ปุ่นพร้อมทาน อาหารว่างสารพัดประโยชน์
หลายท่านคงชื่นชอบการรับประทานถั่วแระญี่ปุ่นกันใช่ไหมคะ เพราะนอกจากจะอร่อยแล้วถั่วแระญี่ปุ่นยังอุดมไปด้วยโปรตีน, แร่ธาตุ, วิตามิน, ใยอาหาร, ไขมันดี และสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย เราคัดเลือกถั่วแระญี่ปุ่นคุณภาพดีมาแกะจนเหลือแต่เมล็ด แล้วนำไปแช่แข็งอย่างรวดเร็วเพื่อรักษารสชาติ ความสดใหม่ และคงคุณค่าของสารอาหารต่างๆ ไว้ให้ได้มากที่สุด เพียงนำมาละลายหรืออุ่นด้วยไมโครเวฟไม่กี่นาทีก็พร้อมเสิร์ฟ ไม่ว่าจะรับประทานเป็นของว่าง, เครื่องเคียง, ใส่ในสลัด หรือปรุงเมนูอื่นๆ ก็อร่อยค่ะ
เมล็ดถั่วแระญี่ปุ่นพร้อมทาน อาหารว่างสารพัดประโยชน์
หลายท่านคงชื่นชอบการรับประทานถั่วแระญี่ปุ่นกันใช่ไหมคะ เพราะนอกจากจะอร่อยแล้วถั่วแระญี่ปุ่นยังอุดมไปด้วยโปรตีน, แร่ธาตุ, วิตามิน, ใยอาหาร, ไขมันดี และสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย เราคัดเลือกถั่วแระญี่ปุ่นคุณภาพดีมาแกะจนเหลือแต่เมล็ด แล้วนำไปแช่แข็งอย่างรวดเร็วเพื่อรักษารสชาติ ความสดใหม่ และคงคุณค่าของสารอาหารต่างๆ ไว้ให้ได้มากที่สุด เพียงนำมาละลายหรืออุ่นด้วยไมโครเวฟไม่กี่นาทีก็พร้อมเสิร์ฟ ไม่ว่าจะรับประทานเป็นของว่าง, เครื่องเคียง, ใส่ในสลัด หรือปรุงเมนูอื่นๆ ก็อร่อยค่ะ
กรุบกรอบ เคี้ยวเพลิน หอมกลิ่นวาซาบิ
คาคิโนะทาเนะ (Kaki no Tane) รสวาซาบิ จากแบรนด์คาเมดะ (Kameda) เป็นขนมข้าวอบกรอบรูปเมล็ดลูกพลับหรือพระจันทร์เสี้ยว ชิ้นเล็กน่ารัก สีน้ำตาลแวววาว ทำจากแป้งข้าวเจ้านำมานวด ตัด อบ และปรุงรสด้วยซอสสูตรพิเศษ เค็มๆ มันๆ กลมกล่อม ผสมผงวาซาบิที่ทำจากวาซาบิเมืองอะซุมิโนะ (Azumino) 100% ให้คุณได้สัมผัสความเผ็ดร้อนและกลิ่นฉุนขึ้นจมูกอันเป็นเอกลักษณ์ของวาซาบิแท้ๆ
ขนมคาคิโนะทาเนะถือเป็นหนึ่งในเซมเบ้ยอดนิยมของคนญี่ปุ่น มักจะรับประทานเป็นกับแกล้มคู่กับเครื่องดื่มต่างๆ หรือทานเล่นเพลินๆ ระหว่างวัน นอกจากนี้ยังสามารถนำมาประยุกต์ทำเมนูอร่อยๆ ได้อย่างหลากหลาย เช่น ยากิโซบะ, โอโคโนมิยากิ, ข้าวปั้น, ใส่ในสลัด, โรยไอศกรีม เป็นต้น
ใครกำลังมองหาเมนูเส้นอร่อยๆ ทานแล้วสดชื่น ดับร้อน ต้องไม่พลาด เส้นฮิยามูกิคุณภาพเยี่ยมที่พิถีพิถันคัดสรรแป้งสาลีและเกลือธรรมชาติจากประเทศญี่ปุ่น 100% ผ่านกรรมวิธีการผลิตตามมาตรฐานญี่ปุ่นแท้ ให้สัมผัสเส้นเหนียวนุ่ม นุ่มลื่นกลืนง่าย อิ่มท้องกำลังดี ปลอดภัยไร้สารปรุงแต่งสังเคราะห์ แถมยังปรุงง่าย รวดเร็ว ใช้เวลาต้มเพียงไม่กี่นาที พร้อมตอบโจทย์ทุกมื้ออร่อย ไม่ว่าจะทำเป็นเมนูเส้นเย็นทานคู่กับซึยุซอสเพิ่มความสดชื่น หรือจะนำไปผัดและทำซุปร้อนก็อร่อยเข้ากันได้อย่างลงตัว
วิธีรับประทาน
• ต้มเส้น: ต้มน้ำสะอาดให้เดือดจัด (ใช้น้ำอย่างน้อย 1 ลิตร ต่อเส้น 80 กรัม) แล้วใส่เส้นฮิยามูกิลงไป คลอยเส้นเบาๆ
ต้มประมาณ 4–5 นาที
• น็อคน้ำเย็น: เมื่อเส้นสุกได้ที่ ให้รีบตักขึ้นสะเด็ดน้ำร้อน แล้วนำไปล้างผ่านน้ำเย็น หรือแช่ในน้ำใส่น้ำแข็งทันที
เพื่อหยุดความร้อนและเพิ่มความเหนียวนุ่มลื่น
• จัดเสิร์ฟ: สะเด็ดน้ำให้แห้ง จัดใส่จานหรือชาม พร้อมรับประทานคู่กับซอสซึยุเย็น เครื่องเคียงอย่างต้นหอม ขิงบด
วาซาบิ หรือนำไปปรุงเป็นเมนูอื่นๆ
เมนูแนะนำ
• ฮิยามูกิเย็น : เสิร์ฟเส้นเย็นบนน้ำแข็ง ทานคู่กับซอสซึยุเย็นๆ โรยด้วยต้นหอมซอย ขิงบด และวาซาบิ
เพิ่มความสดชื่นดับร้อน
• สลัดเส้นฮิยามูกิ : เส้นฮิยามูกินุ่มลื่น ท็อปด้วยไข่เส้น แตงกวา ชิคุวะ ฮัม/โบโลน่า และบ๊วยเค็ม ราดด้วย
น้ำสลัดงาญี่ปุ่น
• ฮิยามูกิผัดสไตล์แชมปูรู : นำเส้นไปผัดกับไข่ เนื้อสัตว์ และผักตามชอบ ปรุงรสด้วยโชยุ ให้รสชาติ
กลมกล่อม หอมอร่อย
กรอบนอก นุ่มใน อร่อยง่าย แค่ทอดหรืออบก็พร้อมเสิร์ฟ
หมูสับชุบเกล็ดขนมปัง เป็นหนึ่งในเมนูยอดนิยมของอาหารญี่ปุ่นสายโฮมคุกกิ้ง ด้วยเนื้อสัมผัสที่กรอบนอกแต่นุ่มฉ่ำด้านใน ชิ้นพอดีคำ ชุบเกล็ดขนมปังกรอบฟูสไตล์ญี่ปุ่น ผสานรสชาติหมูที่ปรุงมาอย่างพอดี ทำให้เป็นเมนูที่กินง่าย เด็กก็ชอบ ผู้ใหญ่ก็โดน เวอร์ชันแช่แข็งนี้ช่วยลดขั้นตอนยุ่งยาก แค่หยิบออกจากช่องฟรีซก็พร้อมปรุงทันที เหมาะกับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่อยากได้ “ความอร่อยแบบไม่เสียเวลา”
วิธีการทำ : ทอด
• นำหมูชุบแป้งทอดออกจากช่องแช่แข็ง ไม่ต้องละลาย
• ตั้งน้ำมันให้ร้อนประมาณ 170–180°C
• ใส่หมูลงทอด ใช้เวลาประมาณ 3–4 นาที
• กลับด้านจนสีเหลืองทอง กรอบสวย
• ตักขึ้น พักให้สะเด็ดน้ำมัน พร้อมเสิร์ฟ
วิธีการทำ : อบลมร้อน / หม้อทอดไร้น้ำมัน
• วางหมูชุบแป้งทอดลงบนตะแกรงหรือถาด
• ตั้งอุณหภูมิ 180°C อบประมาณ 10–12 นาที
• กลับด้านระหว่างอบ 1 ครั้ง เพื่อความกรอบทั่วถึง
• นำออก เสิร์ฟร้อนๆ กรอบนอก นุ่มใน
แนะนำอาหาร
• ข้าวหมูชุบแป้งทอด (Minced Pork Cutlet Rice)
• ข้าวกล่องหมูชุบแป้งทอดสไตล์ญี่ปุ่น
• เบอร์เกอร์หมูชุบแป้งทอด
• หมูชุบแป้งทอดกับสลัดงา
• แกงกะหรี่ญี่ปุ่นหมูชุบแป้งทอด
• หมูชุบแป้งทอด หั่นชิ้น เสิร์ฟเป็นกับแกล้ม
• หมูชุบแป้งทอด + เบียร์เย็นๆ (เมนูอิซากายะขายดี)
ชวนคุณมาลองชิมชาจากเมืองยาคุชิมะ
เมืองยะกุชิมะ (Yakushima) เป็นเกาะเขตร้อนนอกชายฝั่งทางตอนใต้ของคิวชู บนเกาะจะปกคลุมไปด้วยป่าสนและต้นไม้เก่าแก่ บางต้นมีอายุมากกว่า 100 ปี!! เมืองยากุชิมะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติในปี 1993 ด้วยอากาศที่บริสุทธิ์สภาพแวดล้อมเหมาะกับการปลูกชา เพราะอยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง 2,000 เมตร ใบชาที่ได้จะมีรสชาติกลมกล่อม และหอมมาก หากท่านไหนที่อยากลองรสสัมผัสใหม่ๆแนะนำค่ะ
วิธีชงชาให้ได้รสชาติแบบดั้งเดิม
1. นำชาออกจากกล่อง 1 ถุง ต่อ 1 ถ้วย
2. ต้มน้ำให้ร้อน เทน้ำลงไปในถ้วย แช่ทิ้งไว้ประมาณ 30 วินาที หรือ 1 นาที
3. แกว่งถุงชาเบาๆ และนำออกจากถ้วย
ยกระดับปาร์ตี้ปิ้งย่างของคุณด้วยซอสยากินิคุระดับตำนานจากฮอกไกโด!
เพิ่มรสชาติความอร่อยให้มื้อพิเศษของคุณด้วย "คิน โนะ ซอสยากินิคุ" จากแบรนด์ เบลฟู้ด (Bell Foods) ซอสยากินิคุยอดนิยมจากญี่ปุ่น ที่ครองตำแหน่งสินค้าขายดีมาอย่างยาวนานกว่า 70 ปี นับตั้งแต่เริ่มวางจำหน่าย!
โดดเด่นด้วยรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์จากส่วนผสมของแอปเปิ้ลและลูกพีช ผสานกับความหอมละมุนของน้ำมันงาได้อย่างลงตัว ให้รสชาติกลมกล่อม หอม อร่อย เหมาะสำหรับใช้เป็นซอสจิ้มคู่กับเนื้อย่างและเมนูปิ้งย่างหลากหลายชนิด
วิธีรับประทาน
• ใช้เป็นซอสจิ้มปิ้งย่าง ทั้งเนื้อสัตว์และผักย่าง ช่วยเพิ่มรสชาติให้อร่อยกลมกล่อมยิ่งขึ้น
• ใช้เป็นซอสหมักเนื้อก่อนย่าง โดยใช้ซอส 25 กรัม ต่อเนื้อ 100 กรัม ช่วยทำให้รสชาติของเนื้อย่างอร่่อยยิ่งขึ้น
การเก็บรักษา
• เมื่อเปิดขวดแล้ว ควรเก็บในตู้เย็นและใช้ให้หมดโดยเร็ว พร้อมเขย่าขวดก่อนใช้ทุกครั้ง
• ส่วนผสมอาจมีการแยกชั้นหรือตกตะกอนได้ ซึ่งไม่ส่งผลต่อคุณภาพของซอส
เปิดประสบการณ์ความสดชื่นส่งตรงจากทะเลโอกินาวา ด้วย "สาหร่ายโมซุกุปรุงรส ผสมน้ำส้มสายชูหมักจากเลมอน"
หากคุณกำลังมองหาเมนูทานเล่นที่ทั้งอร่อย สดชื่น และดีต่อสุขภาพในเวลาเดียวกัน สาหร่ายโมซุกุธรรมชาติแท้ๆ 100% ที่เก็บเกี่ยวจากแหล่งน้ำทะเลที่ใสสะอาดและอุดมสมบูรณ์ของเกาะโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น นำมาผ่านกรรมวิธีที่พิถีพิถัน คลุกเคล้าด้วยน้ำส้มสายชูสูตรพิเศษที่เพิ่มความหอมสดชื่นเป็นพิเศษด้วย "น้ำเลมอนแท้" วามโดดเด่นของสาหร่ายโมซุกุจากโอกินาวาคือเส้นที่หนานุ่ม มีความกรุบกรอบเฉพาะตัว เคี้ยวเพลิน ต่างจากสาหร่ายชนิดอื่น ยิ่งเมื่อผสานเข้ากับรสชาติเปรี้ยวอมหวาน กลมกล่อม และมีกลิ่นหอมซีตรัสอ่อนๆ ของเลมอน ยิ่งช่วยปลุกความสดชื่นในวันที่เหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี ทานตอนแช่เย็นจัดๆ รสชาติจะยิ่งยอดเยี่ยม
นอกจากความอร่อยที่กินเพลินแล้ว สาหร่ายโมซุกุยังขึ้นชื่อว่าเป็น "Superfood" จากใต้ท้องทะเล ของชาวโอกินาวา (ดินแดนที่ประชากรอายุยืนที่สุดในโลก) เพราะอุดมไปด้วย "ฟูคอยแดน"และใยอาหารสูง แต่ให้แคลอรีที่ต่ำมาก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่รักสุขภาพ ผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก หรือต้องการจานเคียงรสเปรี้ยวเพื่อตัดเลี่ยนในมื้ออาหารหลัก สะดวกสบายในแพ็กเกจแบ่งทาน 3 ถ้วย แกะพลาสติกแล้วพร้อมทานได้ทันที หรือนำไปดัดแปลงทำเมนูแสนอร่อยได้หลากหลาย ตอบโจทย์คนรักสุขภาพยุคใหม่ที่ไม่มีเวลา แต่อยากได้คุณค่าสารอาหารแบบเต็มๆ
ประโยชน์
• อุดมด้วยสารฟูคอยแดน (Fucoidan): มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
• ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย: มีใยอาหาร (Fiber) ชนิดละลายน้ำสูงมาก ช่วยปรับสมดุลลำไส้และระบบย่อยอาหาร
• แคลอรีต่ำและควบคุมน้ำหนัก: ให้พลังงานต่ำมาก แต่อิ่มท้อง เหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมแคลอรี
• บำรุงผิวพรรณและผม: มีแร่ธาตุและวิตามินหลากหลายชนิดที่ช่วยให้ผิวพรรณสดใสและเส้นผมแข็งแรง
เมนูแนะนำ
• เมนูทานเล่นเรียกน้ำย่อย: ทานเปล่าๆ แบบแช่เย็นจัด เพิ่มความสดชื่นก่อนมื้ออาหาร
• ยำโมซุกุแตงกวาญี่ปุ่น: ใส่แตงกวาญี่ปุ่นสไลด์บางๆ และเนื้อปูอัดลงไปคลุกเคล้า เพิ่มมิติความกรอบและสีสัน
• สลัดสาหร่ายสด: นำไปราดบนผักสลัดแก้ว หรือทานคู่กับสาหร่ายวากาเมะสด
• กับแกล้มสไตล์อิซากายะ: ทานคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ ช่วยตัดเลี่ยนรสชาติของทอดหรือเนื้อย่างได้อย่างยอดเยี่ยม
สัมผัสความอร่อยระดับพรีเมียม ส่งตรงถึงบ้านคุณ กับเส้นราเมนสดสูตรต้นตำรับแท้จากประเทศญี่ปุ่น ผลิตจากแป้งสาลีและไข่ไก่คุณภาพดี ให้เส้นสีเหลืองนวลสวย เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม หนึบหนับ เคี้ยวเพลินทุกคำ ผลิตด้วยกรรมวิธีที่พิถีพิถัน โดยไม่เติมสารกันบูด เพื่อคงความสดใหม่และให้คุณมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยทุกครั้งที่รับประทาน ไม่ว่าจะทำรับประทานเองที่บ้าน หรือใช้ประกอบอาหารสำหรับร้าน ก็ให้รสชาติอร่อยเหมือนเชฟญี่ปุ่นปรุงสดใหม่ สามารถนำไปสร้างสรรค์เมนูได้หลากหลาย ทั้งราเมนน้ำ ราเมนแห้ง ราเมนเย็น ยากิโซบะ หรือเมนูผัดเส้นต่างๆ ใช้งานสะดวก ต้มสุกง่ายภายในไม่กี่นาที ก็พร้อมเสิร์ฟความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นได้ทันที
วิธีเตรียมเส้น
ขั้นเตรียมเส้นก่อนลวก : ต้มน้ำให้เดือด จากนั้นให้สางเส้นให้ไม่ติดกันก่อนลวก (ไม่ควรนำเส้นไปจุ่มน้ำเพื่อล้างแป้งก่อนลวก จะทำให้เส้นเหนียวติดกัน) และให้ใช้ตะเกียบกวนเส้นให้กระจายตัวในน้ำเล็กน้อยขณะลวกเส้น
เวลาในการลวกตามแต่ละเมนู:
- เมนูราเมน ใช้เวลาลวกเส้นประมาณ 2-3 นาที
- เมนูบะหมี่เย็น ใช้เวลาลวกเส้นประมาณ 2:45-3:15 นาที แล้วนำเส้นไปจุ่มในนำเย็นก่อนเสิร์ฟ
- เมนูยากิโซบะ ใช้เวลาลวกเส้นประมาณ 1:30-1:45 นาที
การเก็บรักษา: เก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0-5 °C หลังจากเปิดซองแล้วควรทานให้หมดภายใน 7 วัน (จุดน้ำตาลในเนื้อแป้งเป็นส่วนของรำข้าวสาลี ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค)
เมนูแนะนำ
• ทงคัตสึราเมน / โชยุราเมน: เส้นราเมนเหนียวนุ่มในน้ำซุปกระดูกหมูเข้มข้นหรือซุปโชยุหอมกรุ่น
• ซารุ ราเมน (บะหมี่เย็นญี่ปุ่น): เส้นราเมนลวกสุกจุ่มน้ำเย็น ทานคู่กับซอสซารุโชยุเย็นๆ โรยต้นหอมและวาซาบิ
• ยากิโซบะ: นำเส้นไปผัดกับซอสยากิโซบะรสเข้มข้น ใส่กะหล่ำปลี หมูสามชั้น และโรยสาหร่าย
ราชาปูหิมะ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยระดับภัตตาคารถึงบ้านคุณ
"เปิดประสบการณ์รสชาติทะเลลึก! ปูหิมะต้มแช่แข็งนำเข้าจากญี่ปุ่น"
ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการได้ลิ้มรสชาติหวานละมุนของปูหิมะชั้นดีจากแหล่งน้ำบริสุทธิ์ของญี่ปุ่น ปูหิมะต้มแช่แข็งของเราคัดสรรมาจากแหล่งกำเนิดที่ดีที่สุด และผ่านกระบวนการต้มสุกทันทีด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสม ก่อนจะถูกแช่แข็งอย่างรวดเร็วเพื่อ "ล็อก" ความสดหวานและเนื้อสัมผัสที่แน่นเด้งไว้ครบถ้วน ทำให้เนื้อปูหิมะสีขาวอมชมพู รสหวานละมุนและกลิ่นหอมเฉพาะตัว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลิ้มรสซีฟู้ดญี่ปุ่นแท้ๆ โดยไม่ต้องเดินทางไกล เราเข้าใจดีว่าความสะดวกสบายคือสิ่งสำคัญปูหิมะนี้จึงถูกต้มมาให้แล้วอย่างสมบูรณ์แบบ คุณจึงไม่ต้องเสียเวลาเตรียมให้ยุ่งยาก เพียงแค่นำมาละลายน้ำแข็ง คุณก็จะได้สัมผัสกับรสชาติปูหิมะที่หวานฉ่ำเหมือนเพิ่งขึ้นมาจากทะเล! ไม่ว่าจะเป็นมื้อพิเศษสำหรับครอบครัว หรือการสร้างสรรค์เมนูอาหารญี่ปุ่นสุดหรู ปูหิมะของเราคือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ความพรีเมียมและความง่ายในการทำอาหาร เหมาะสมในการมอบประสบการณ์ความอร่อยที่เต็มอิ่มในทุกคำ
วิธีทาน/ วิธีเตรียมง่ายๆ สู่ความอร่อยในพริบตา:
การละลายน้ำแข็ง :
• นำปูหิมะออกจากช่องแช่แข็งและใส่ในภาชนะ
• แนะนำให้ย้ายลงมาละลายในตู้เย็นช่องธรรมดา (Chill) เป็นเวลา 12-24 ชั่วโมง เพื่อคงคุณภาพเนื้อได้ดีที่สุด
• วิธีเร่งด่วน: สามารถละลายโดยแช่ปูในถุงพลาสติกปิดสนิทลงในน้ำเย็น (ห้ามใช้น้ำอุ่น) ประมาณ 30-60 นาที
วิธีรับประทาน :
• ทานแบบเย็น (ซาชิมิ): เมื่อละลายแล้ว สามารถแกะเนื้อทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดหรือโชยุวาซาบิได้ทันที เพื่อสัมผัสความหวานฉ่ำของเนื้อปู
อุ่นร้อน (เพื่อความหอม):
• นึ่ง: นำไปนึ่งต่อประมาณ 5-7 นาที เพื่อให้ปูอุ่นและหอมกลิ่นทะเล
• ย่าง/อบ: ทาเนยกระเทียมเล็กน้อย แล้วนำไปย่างหรืออบในเตาอบประมาณ 5-10 นาที (ไฟอ่อน) จะได้ปูหิมะเนยกระเทียมรสเลิศ
แนะนำอาหาร
• ปูหิมะนึ่ง/ย่างเนยกระเทียม : ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน
• ซุปมิโซะปูหิมะ : เพิ่มความหอมหวานและเนื้อปูพรีเมียมในซุป
• ข้าวหน้าปูหิมะ : วางเนื้อปูบนข้าวซูชิหรือข้าวญี่ปุ่นสวยงาม โรยไข่ปลา
• สปาเก็ตตี้ซอสครีมปูหิมะ : ใช้เนื้อปูเพิ่มความหรูหราให้กับพาสต้าซอสครีม
แซลมอนรมควันสไตล์ดั้งเดิม พร้อมรับประทาน สัมผัสรสชาติพรีเมียมในทุกคำ
Latitude 45 Smoked Atlantic Salmon Traditional แซลมอนรมควันผลิตจากปลาแซลมอนสดคุณภาพ โดยนำเข้าสู่กระบวนการรมควันภายใน 24 ชั่วโมงหลังการจับขึ้นจากน้ำ เพื่อคงความสดและคุณภาพของเนื้อปลาไว้ได้อย่างดีที่สุด
ทุกชิ้นผ่านการ หมักแห้งด้วยเกลือ (Dry Brine) พร้อมตัดแต่งและนำส่วนเนื้อสีเข้มออกอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้เนื้อปลาแซลมอนที่สะอาด สีสวย และเนื้อสัมผัสนุ่มละมุน จากนั้นนำมารมควันด้วย ไม้โอ๊กธรรมชาติจากประเทศชิลี (Chilean Oak) และวัตถุดิบพื้นเมืองที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างสมดุลที่ลงตัวระหว่างระยะเวลาการรมควัน กลิ่นหอมของไม้ และรสชาติอันกลมกล่อม ทำให้ได้แซลมอนรมควันที่มีกลิ่นหอมละมุน เนื้อเนียนนุ่ม และรสชาติเป็นเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับรับประทานคู่กับขนมปัง เบเกิล สลัด หรือเมนูอาหารจานโปรดต่างๆ ได้อย่างลงตัว
Latitude 45 ได้รับการรับรองมาตรฐาน OU Kosher และ BAP ระดับ 4 ดาว (4-Star Certified)
คุณสมบัติเด่นของสินค้า
• แซลมอนรมควันพร้อมรับประทาน ขนาด 6 ออนซ์
• ไม่ต้องปรุงหรือเตรียมอาหารเพิ่มเติม เปิดซองพร้อมรับประทานได้ทันที
• รมควันจากปลาแซลมอนสด ไม่ใช่ปลาแช่แข็ง
• อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 และวิตามินดี
• ได้รับการรับรองมาตรฐาน OU Kosher
• ได้รับการรับรองมาตรฐาน 4-Star BAP (Best Aquaculture Practices)
• ปราศจากกลูเตน (Gluten Free)
• เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมแทน Lox (ปลาแซลมอนหมักเกลือแบบดั้งเดิม)
มาตรฐาน BAP
บนบรรจุภัณฑ์มีสัญลักษณ์สำคัญที่ช่วยการันตีความมั่นใจ:
• BAP (Best Aquaculture Practices): เป็นเครื่องหมายระดับสากลที่ยืนยันว่า ฟาร์มนี้รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สวัสดิภาพสัตว์ และมีความ
"เพราะความสดรอไม่ได้ เราจึงรมควันใน 24 ชั่วโมง เพื่อคำที่ดีที่สุดสำหรับคุณ"
มาลองค้นหาความอร่อยแบบคนรักสุขภาพกันค่ะ
สำหรับผู้ที่รักสุขภาพ เรามีน้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้แท้ๆ 100% มาให้คุณได้เลือกใช้ทำอาหารหรือผสมน้ำดื่มเพื่อสุขภาพ จากแบรนด์ Uchibori แบรนด์ผลิต Vinegar อันดับ 1 ของญี่ปุ่น ทางแบรนด์ได้เลือกใช้องุ่นและบลูเบอร์รี่ที่ปลูกแบบออร์แกนิคนำมาหมักจนกลายเป็นน้ำส้มสายชูหมักองุ่นและบลูเบอร์รี่ หากคุณเป็นสายสุขภาพ หรือรับประทานคีโตอยู่ ต้องรู้จักกับ Grape & Blueberry Vinegar แน่นอนค่ะ รสชาติเมื่อผสมกับเครื่องดื่มจะไม่เปรี้ยวบาดคอจนเกินไป แถมมีกลิ่นหอมขององุ่นและบลูเบอร์รี่ ที่สำคัญยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย
ประโยชน์ของน้ำส้มสายชูหมัก (Fruits Vinegar)
• ช่วยในการย่อยอาหาร: กรดอะซิติกในน้ำส้มสายชูช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อย ทำให้ย่อยอาหารได้ดีขึ้น
• ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด: ช่วยลดการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด
• ช่วยลดไขมันในร่างกาย: กรดอะซิติกในน้ำส้มสายชูช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมัน ลดการสะสมของไขมันหน้าท้อง
• บำรุงผิวพรรณ: มีสารต้านอนุมูลอิสระจากผลไม้ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ช่วยให้ผิวพรรณสดใส ชุ่มชื้น
(ควรดื่มในปริมาณที่เหมาะสม ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคกระเพาะ หรือโรคเบาหวาน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนดื่ม)
ยกระดับมื้ออาหารของคุณให้เหมือนยกร้านซูชิมาไว้ที่บ้านด้วย หมึกยักษ์ต้ม หั่นสไลซ์สำเร็จพร้อมทาน แล่มาอย่างสวยงามพอดีคำ ให้เนื้อสัมผัสสดเด้ง เคี้ยวสนุก นุ่มกำลังดี ไม่เหนียวและคงรสหวานตามธรรมชาติ ด้วยวิธีต้มและแล่สไลซ์อย่างประณีตเพื่อความสะดวกในการรังสรรค์เมนูสไตล์ญี่ปุ่น ไม่ต้องเสียเวลาต้มหรือหั่นเอง เพียงคลายเย็นละลายน้ำแข็ง ก็นำไปวางบนข้าวซูชิ หรือแตะวาซาบิโชยุทำเป็นซาซิมิก็ฟินได้ทันที เหมาะอย่างยิ่งสำหรับร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านซูชิ หรือผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารทานเองที่บ้าน ช่วยลดเวลาเตรียมวัตถุดิบได้อย่างยอดเยี่ยม แถมยังอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ ทั้งโปรตีนสูง ไขมันต่ำ เหมาะกับสายรักสุขภาพ มีทอรีนช่วยบำรุงระบบประสาทและสายตา พร้อมแร่ธาตุสำคัญอย่างวิตามิน B12, ธาตุเหล็ก, ซีลีเนียม และสังกะสี อร่อย สะดวก และได้ประโยชน์ครบในแพ็คเดียว
วิธีทำละลาย
• วิธีแนะนำ: นำแพ็คหมึกยักษ์ออกจากช่องแช่แข็ง ลงมาพักไว้ในช่องแช่เย็นธรรมดา ล่วงหน้าประมาณ 8–12 ชั่วโมง หรือข้ามคืน ให้เนื้อหมึกค่อยๆ คลายเย็น จะช่วยรักษาเนื้อสัมผัสความเด้งและรสชาติหวานตามธรรมชาติไว้ได้ดีที่สุด
• วิธีเร่งด่วน: นำแพ็คหมึกยักษ์ (โดยที่ยังไม่ต้องแกะถุงสุญญากาศ) ไปแช่ในน้ำอุณหภูมิห้องประมาณ 15–20 นาที จนกว่าเนื้อหมึกจะคลายเย็น (ห้ามใช้น้ำร้อน และไม่ควรแกะหมึกสัมผัสน้ำโดยตรง เพราะจะทำให้เสียรสชาติ)
*** ข้อควรระวัง: ไม่แนะนำให้ละลายด้วยไมโครเวฟ หรือนำไปต้มซ้ำ เพราะจะทำให้เนื้อหมึกสุกเกินไป (จนเหนียวและแข็งกระด้าง)
เมนูแนะนำ
• ซูชิหน้าหมึกยักษ์ (Tako Sushi): วางบนข้าวปั้นซูชิทาโชยุนิดๆ
• ซาซิมิหมึกยักษ์ (Tako Sashimi): ทานสดคู่กับวาซาบิและโชยุ
• ยำหมึกยักษ์สไตล์ญี่ปุ่น (Tako Su): ยำหมึกยักษ์ใส่น้ำส้มสายชูชูอิและแตงกวา
• ทาโกะยากิ / สลัดหมึกยักษ์: ใช้เป็นท็อปปิ้งสลัดผัดสดชื่น
สายเผ็ด สายชีส เตรียมฟินให้สุดกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่รวมความเผ็ดร้อนสไตล์เกาหลีและความหอมมันของชีสไว้ในชามเดียวอย่างลงตัว เพียงต้มเส้นแล้วคลุกกับซอส ก็ได้สัมผัสเส้นบะหมี่เหนียวนุ่มที่เคลือบด้วยซอสไก่เผ็ดรสเข้มข้น หอมกลิ่นเครื่องเทศสไตล์เกาหลี ช่วยปลุกความอยากอาหารได้ตั้งแต่คำแรกที่ได้ลิ้มลอง ก่อนจะตามมาด้วยความนัวร์ละมุนของชีสที่ช่วยเติมเต็มรสชาติให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น ยิ่งกินยิ่งเพลิน เพราะทุกคำเต็มไปด้วยความเผ็ดกำลังดี ผสานความหอมมันแบบพอดี ไม่เผ็ดจนเกินไป และไม่เลี่ยนจนเกินเหตุ กลายเป็นรสชาติที่ลงตัวจนอยากคีบต่อแบบไม่รู้ตัว เพิ่มความอร่อยได้อีกขั้นด้วยไข่ออนเซ็น ไข่ดาวเยิ้ม ๆ ชีสยืด หรือไก่ทอดกรอบสไตล์เกาหลี รับรองว่าฟินเหมือนได้นั่งกินร้านดังโดยไม่ต้องออกจากบ้าน เหมาะสำหรับมื้อกลางวัน มื้อเย็น หรือมื้อดึกยามหิวก็อร่อยสะใจทุกเวลา
วิธีทาน "บะหมี่แบบแห้ง" มีขั้นตอนง่ายๆ 3 ขั้นตอน
• เปิดฝาพับแกะซองเครื่องปรุงและซอสออก เติมน้ำร้อนให้ถึงเส้นขอบภายในถ้วย ปิดฝารอประมาณ 3-5 นาที
• เปิดช่องระบายน้ำที่ฝาเพื่อเทน้ำร้อนออกให้หมด
• ฉีกซองเครื่องปรุงรสไก่เผ็ดและผงชีสลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากับเส้นในขณะที่ยังร้อนอยู่ พร้อมรับประทานทันที
น้ำแร่บริสุทธิ์ จากเทือกเขาโคกะ เมืองกิฟุ ประเทศญี่ปุ่น
ผลิตจากน้ำแร่ธรรมชาติจากแหล่งน้ำบริสุทธิ์ที่กักเก็บอยู่ในชั้นใต้ดินกลางป่าบริสุทธิ์ ของจังหวัดกิฟุจังหวัดกิฟุขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติ มีแหล่งน้ำสะอาด ติดหนึ่งในสามแหล่งออนเซ็นที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น อุดมด้วยแร่ธาตุที่จำเป็น มีค่า pH 7.4 ใกล้เคียงกับค่าออสโมซิสในร่างกาย ช่วยรักษาความสมดุลของปริมาณน้ำในร่างกาย ด้วยวิธีการบรรจุเก็บแบบพิเศษที่ไม่ใช้ความร้อน ทำให้ประโยชน์และแร่ธาตุต่างๆ คงอยู่ครบถ้วน เมื่อดื่มจะรู้สึกถึงความหวานของน้ำแม้อยู่ในอุณหภูมิปกติเป็นน้ำแร่ชนิดเบา ทำให้สามารถดื่มได้ทุกวัน
น้ำแร่ที่ได้รับรางวัลระดับโลก
• Winner of the Monde Selection (2008 - 2017)
• 3-star award winning of the iTQi Excellent Taste Award (2010 - 2017)
เจลลี่ใสผสมเนื้อส้ม อร่อย สดชื่น
เจลลี่เนื้อเนียนใส ชุ่มฉ่ำ รสส้มมิคัง ผสมผสานความอร่อยของน้ำส้มและเนื้อส้มมิคังชิ้นใหญ่จุใจ รสชาติเปรี้ยวอมหวาน หอมกลิ่นผลไม้ สดชื่น ทานง่าย ทั้งอร่อยและได้ประโยชน์จากเนื้อผลไม้แบบเต็มๆ
ส้มมิคัง หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ส้มหวานญี่ปุ่น" เป็นผลไม้ยอดนิยมจากแดนอาทิตย์อุทัย ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติหวานฉ่ำ เนื้อสัมผัสชุ่มฉ่ำ ไร้เมล็ด ทานง่าย และอุดมไปด้วยสารอาหารและประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ดังนี้
1. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน: ส้มมิคังอุดมไปด้วยวิตามินซีสูง ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง
2. ต้านอนุมูลอิสระ: ส้มมิคังมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น เบต้าแคโรทีน ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ ป้องกันเซลล์ถูกทำลาย
3. ดีต่อระบบย่อยอาหาร: ส้มมิคังมีใยอาหารสูง ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี และช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล
4. บำรุงผิวพรรณ: วิตามินซีในส้มมิคังช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง ชุ่มชื้น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ชะลอริ้วรอย และช่วยให้ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์
5. บำรุงสายตา: ส้มมิคังมีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสายตา
6. บำรุงกระดูก: ส้มมิคังมีแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกพรุน
7. บำรุงระบบประสาท: ส้มมิคังมีวิตามินบีรวม ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง
8. ลดความดันโลหิต: โพแทสเซียมในส้มมิคังช่วยลดความดันโลหิต เหมาะสำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูง
9. ป้องกันนิ่วในไต: ใยอาหารในส้มมิคังช่วยชะล้างของเสียในไต ป้องกันการเกิดนิ่วในไต
10. เพิ่มพลังงาน: ส้มมิคังมีน้ำตาลธรรมชาติ ช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย คลายความอ่อนเพลีย
11. ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ: ส้มมิคังมีโพแทสเซียมสูง ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ
12. ป้องกันโรคโลหิตจาง: ส้มมิคังมีธาตุเหล็กสูง ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง
หวานละมุน หอมรมควัน ฟินทุกคำไปกับแซลมอนรมควัน แคนดี้ ไบต์ส
เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้พิเศษด้วยแซลมอนรมควัน แคนดี้ ไบต์ส (Smoked Salmon Candy Bites) แซลมอนแอตแลนติกหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ที่ผ่านการรมควันอย่างพิถีพิถัน พร้อมเคลือบรสหวานเล็กน้อย รสชาติกลมกล่อมสไตล์ Candy ให้ได้ทั้งความหอมของควันไม้และความนุ่มของเนื้อปลาในทุกคำ
ผลิตจากแซลมอนแอตแลนติกคุณภาพ จากแหล่งน้ำเย็นบริสุทธิ์ในแคว้นปาตาโกเนีย ประเทศชิลี รมควันจากปลาแซลมอนสดภายใน 24 ชั่วโมงหลังการจับ เพื่อคงความสดใหม่และรสชาติที่ดีที่สุด
Latitude 45 ได้รับการรับรองมาตรฐาน OU Kosher และ BAP ระดับ 4 ดาว (4-Star Certified)
จุดเด่นสินค้า
• แซลมอนรมควันรสแคนดี้ (Candy Flavored Smoked Salmon) ปรุงสุกพร้อมรับประทาน
• พร้อมรับประทาน (Ready to Eat)
• ผลิตจากปลาแซลมอนแอตแลนติกที่เลี้ยงในฟาร์ม (Farm-Raised)
• รมควันจากปลาแซลมอนสดทุกครั้ง เพื่อคงรสชาติและคุณภาพ
• อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 และวิตามินดี
• ให้โปรตีนสูง 12 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
• ไม่มีก้าง และไม่มีหนัง (Skinless & Boneless)
• ปราศจากกลูเตน (Gluten-Free)
• ได้รับการรับรองมาตรฐาน OU Kosher และ 4-Star BAP (Best Aquaculture Practices)
"เพราะความสดรอไม่ได้ เราจึงรมควันใน 24 ชั่วโมง เพื่อคำที่ดีที่สุดสำหรับคุณ"
พบกับ 1 ใน 3 ของเส้นอุด้งที่อร่อยที่สุดของญี่ปุ่น!!
Sanuki Udon ของจังหวัดคากาว่า ถือเป็นสุดยอมเมนูอุด้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น และได้รับความนิยมไปทั่วโลก ความพิเศษของเมนูวัดกันที่ความอร่อยของเส้นค่ะ
เติมความอร่อยแบบญี่ปุ่นให้ทุกมื้อด้วย ข้าวญี่ปุ่นพันธุ์นานะสึโบชิ (Nanatsuboshi) เป็นสายพันธุ์ข้าวที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่น โดยมีจุดเด่นที่เมล็ดข้าวเรียงตัวสวย หลังหุงให้เนื้อสัมผัสนุ่ม มีความเหนียวและความชุ่มฉ่ำในระดับที่เหมาะกับอาหารญี่ปุ่น จึงสามารถนำไปใช้ได้หลากหลายเมนู ตั้งแต่ข้าวสวยรับประทานคู่กับอาหารต่าง ๆ ไปจนถึงข้าวปั้น ซูชิ ข้าวหน้าเนื้อ และข้าวแกงกะหรี่ อีกหนึ่งจุดเด่นคือรูปแบบ ข้าวไม่ต้องซาว ที่ช่วยลดขั้นตอนการเตรียมข้าวก่อนหุง ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาซาวข้าวหลายรอบ ช่วยประหยัดทั้งเวลาและน้ำ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจร้านอาหารที่ต้องเตรียมข้าวจำนวนมากในแต่ละวัน เมื่อหุงสุกแล้วสามารถเสิร์ฟเป็นข้าวญี่ปุ่นเนื้อนุ่ม หรือใช้เป็นส่วนประกอบของเมนูยอดนิยมได้ทันที เหมาะสำหรับการใช้งานในครัวร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านซูชิ ร้านอาหารเดลิเวอรี โรงแรม คาเฟ่ และ ธุรกิจที่ต้องการข้าวญี่ปุ่นคุณภาพดีสำหรับเสิร์ฟลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ให้ทุกจานมีรสชาติและสัมผัสแบบญี่ปุ่นที่ลงตัว
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่น ให้เหนียวนุ่มเรียงเม็ดสวย มีขั้นตอนง่ายๆ
อัตราส่วนสัดส่วน
• ข้าว 1 ส่วน ต่อ น้ำ 1.2 ถึง 1.3 ส่วน
(เช่น ข้าว 1 ถ้วย ต่อน้ำ 1 ถ้วยครึ่งโดยประมาณ หรือเติมน้ำให้มากกว่าการหุงข้าวทั่วไปเล็กน้อย)
ขั้นตอนการหุง
• ไม่ต้องซาวน้ำ: ตวงข้าวใส่หม้อได้ทันทีโดยไม่ต้องล้างน้ำ
• ตวงน้ำตามสัดส่วน: เทน้ำสะอาดลงไปตามอัตราส่วนที่กำหนด
• แช่ข้าว: ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ในน้ำ 30 ถึง 60 นาที เพื่อให้แกนข้าวดูดซึมน้ำได้เต็มที่
• กดสวิตช์หุง: กดปุ่มหุงข้าวตามปกติ (หากมีโหมดข้าวญี่ปุ่นหรือ Musenmai ให้เลือกโหมดนั้น)
• ระอุข้าว: เมื่อหม้อดีดขัดขึ้นอุ่น ให้ ปิดฝาทิ้งไว้ต่ออีก 10 ถึง 15 นาที ห้ามเพิ่งเปิดฝา
• พลิกข้าว: เปิดฝาแล้วใช้ทัพพีคุ้ยพลิกข้าวเบาๆ จากล่างขึ้นบน เพื่อระบายความชื้นส่วนเกิน
*** หากต้องการให้นุ่มขึ้นหรือเป็นแกน สามารถ ปรับลดหรือเพิ่มปริมาณน้ำ ในการหุงครั้งต่อไปได้ตามความชอบ
เมนูแนะนำ
• ข้าวกล่องเบนโตะ (Bento): ข้าวพันธุ์นี้โดดเด่นมากเมื่อทานแบบเย็น เพราะเนื้อข้าวจะไม่แข็งกระด้าง
• ข้าวปั้นโอนิกิริ (Onigiri): ข้าวมีความเหนียวเกาะตัวกันได้ดี ปั้นง่าย เหมาะกับไส้แซลมอนหรือบ๊วยดอง
• ซูชิและข้าวหน้าปลาดิบ (Sushi & Chirashi Don): เม็ดข้าวอมน้ำส้มสายชูสำหรับทำซูชิได้ดี ไม่แฉะจนเกินไป
• ข้าวหน้าหมูทอดคัตสึด้ง (Katsudon): ข้าวเนื้อหนึบสู้ฟันเข้ากันได้ดีกับน้ำซอสชุ่มๆ และไข่ข้น
• ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น (Japanese Curry): ซอสแกงกะหรี่เข้มข้นจะเคลือบตัวเม็ดข้าวได้อย่างทั่วถึง
เพิ่มความสดชื่นแบบไร้คาเฟอีน ด้วยชาข้าวบาร์เลย์จากญี่ปุ่น
สำหรับคนที่ต้องการความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า แต่ไม่อยากรับประทานเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน เราขอแนะนำมูกิฉะหรือชาข้าวบาร์เลย์ค่ะ ชาชนิดนี้แท้จริงแล้วไม่มีส่วนผสมของใบชา แต่ผลิตขึ้นจากเมล็ดข้าวบาร์เลย์ที่นำมาคั่วบดแล้วบรรจุใส่ซองชา เพื่อนำมาชงกับน้ำร้อนหรือน้ำเย็น
ฮอนมะ มอน มูกิฉะห่อนี้ โดดเด่นด้วยการใช้ข้าวบาร์เลย์ชนิดเปลือกล่อน อิจิบังโบชิ (Ichibanbochi) จากจังหวัดคางาวะ 100% จึงทำให้มีรสชาติกลมกล่อม ไม่ขมฝาดเหมือนชาอื่นๆ และมาพร้อมกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ น้ำชามีสีเหลืองทอง ให้ความรู้สึกสดชื่น ชุ่มคอ ชาวญี่ปุ่นจึงนิยมดื่มมูกิฉะในฤดูร้อน เรียกได้ว่าเป็นเครื่องดื่มแก้วโปรดของทั้งเด็กและผู้ใหญ่เลยทีเดียวค่ะ
วิธีการชงแบบร้อน
• ต้มน้ำ 1.5 ลิตรให้เดือด ใส่ฮอนมะ มอน มูกิฉะ 1 ซอง แล้วต้มต่อไปอีกประมาณ 3-5 นาที จากนั้นยกลงจากเตา สามารถดื่มแบบร้อนหรือนำไปแช่เย็นก่อนดื่มก็ได้ค่ะ
วิธีการชงแบบเย็น
• ใส่ฮอนมะ มอน มูกิฉะ 1 ซอง ลงในน้ำเย็น 1 ลิตร แล้วนำไปแช่เย็นประมาณ 2 ชั่วโมง พร้อมดื่มค่ะ
เส้นเหนียวนุ่ม ซุปจัดจ้าน อร่อยเหมือนทานที่ร้าน
ดองผักให้อร่อยในพริบตา! ด้วย Asazuke no Moto จาก Ebara
Asazuke no Moto จากแบรนด์ เอบาระ (Ebara) เป็นน้ำปรุงรสสำเร็จรูปสำหรับการทำผักดองสไตล์ญี่ปุ่นแบบง่ายๆ และรวดเร็ว หรือที่เรียกว่า “อาซาซึเกะ” (Asazuke) ด้วยรสชาติที่เค็มเล็กน้อย หวานนิดๆ และกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ น้ำปรุงนี้ช่วยเสริมรสชาติให้ผักดองอร่อยอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้เวลานานหรือขั้นตอนยุ่งยาก ผักดองที่ได้จะมีความกรอบ สดชื่น และยังคงรสชาติของผักไว้ได้อย่างดี
Asazuke no Moto จึงกลายเป็นตัวช่วยคู่ครัวที่ได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น เพราะสามารถใช้ดองผักได้หลากหลายชนิดตามใจชอบ แค่มีผักกับน้ำปรุง ก็ได้เมนูเครื่องเคียงแบบญี่ปุ่นที่ทั้งอร่อยและสดใหม่ในไม่กี่นาที!
วิธีใช้
• หั่นผักที่ต้องการหมักเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วใส่ลงในถุงซิปล็อก
• เทน้ำปรุงรส "Asazuke no Moto" ลงไปให้ทั่วผัก (ปริมาณการใช้ 100 มล. ต่อผัก 200 กรัม)
• ไล่อากาศออกจากถุงให้มากที่สุด ปิดปากถุงให้แน่น แล้วขยำเบาๆให้ส่วนผสมเข้ากัน
• นำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 30 หรือนานกว่านั้นตามความชอบ
• จากนั้นนำผักออกมา บีบน้ำส่วนเกินออก (โดยไม่ต้องล้างน้ำเปล่า)เพียงเท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟทันที
พบกับ 1 ใน 3 เส้นอุด้งที่อร่อยที่สุดของญี่ปุ่น!!
Sanuki Udon (ซานุกิอุด้ง) ของจังหวัด Kagawa (คากาวะ) ถือเป็นสุดยอมเมนูอุด้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่นและได้รับความนิยมไปทั่วโลก
สำหรับคนรักแซลมอนที่มองหาวัตถุดิบคุณภาพสูงสุด พร้อมความสะดวกในการทำอาหาร ปลาแซลมอนแอตแลนติก (Atlantic Salmon) จากแบรนด์ คุก (Cooke) คือตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด เพราะนี่คือปลาแซลมอนที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุดในโลก และผ่านการแล่ตัดแต่งอย่างพิถีพิถัน
คุณภาพจากแหล่งกำเนิด: ชิลี (Chile)
ปลาแซลมอนของ Cooke ได้รับการเลี้ยงในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์และเย็นจัดของประเทศ ชิลี โดยเฉพาะในเขตไอเซน (Aysén region) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ห่างไกลและมีสภาพแวดล้อมทางทะเลที่สมบูรณ์ การเลี้ยงในสภาพธรรมชาติที่ดีเยี่ยมนี้ ทำให้ปลาแซลมอนมีเนื้อที่นุ่ม สีส้มสดใส และมีรสชาติที่สะอาด พร้อมไขมัน (Omega-3) ที่สมดุลตามธรรมชาติ
แบรนด์ Cooke ยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืน และมีการใช้มาตรฐานการเพาะเลี้ยงอย่างเข้มงวด เพื่อส่งมอบอาหารทะเลคุณภาพสูงสู่ผู้บริโภคทั่วโลก
การแล่ Trim-C เพื่อความสมบูรณ์แบบ
Trim-C คือมาตรฐานการแล่ปลาแซลมอนที่การันตีว่าเนื้อปลาของคุณถูกตัดแต่งอย่างพิถีพิถันสูงสุด
ความสะอาดสูงสุด: เนื้อปลาถูกนำก้างใหญ่ออกทั้งหมด รวมถึงก้างบริเวณท้อง (Belly Bone) และก้างซี่โครง (Pin Bone)
พร้อมใช้งานทันที: ทำให้คุณสามารถนำเนื้อปลาไปหั่นเป็นชิ้นสำหรับทำซาชิมิ ซูชิ หรือนำไปปรุงอาหารได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาเลาะก้างหรือตัดแต่งไขมันส่วนเกินเอง
เมนูอร่อยที่แนะนำ
ด้วยคุณภาพของปลาแซลมอนแอตแลนติกจากชิลี และการตัดแต่งแบบ Trim-C ที่สะอาด ทำให้เนื้อปลาชนิดนี้เหมาะสำหรับทุกเมนู:
ซาชิมิ/ซูชิ: เนื้อปลานุ่ม สีสวย สามารถนำไปหั่นเป็นชิ้นเพื่อสัมผัสความสดใหม่แบบเต็มคำ
สเต็กปลาแซลมอน: นำไปย่างหรือจี่บนกระทะเพื่อดึงรสชาติไขมันธรรมชาติออกมาให้หอมกรุ่น
อบ/เบค: อบพร้อมเครื่องเทศหรือสมุนไพร เพื่อมื้ออาหารที่ทั้งอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ
ไม่ว่าคุณจะทำอาหารในบ้านหรือต้องการวัตถุดิบคุณภาพเพื่อเสิร์ฟในร้านอาหาร ปลาแซลมอนแอตแลนติก Trim-C จาก Cooke คือทางเลือกที่จะช่วยยกระดับทุกเมนูของคุณให้เป็นมื้อพิเศษได้ง่ายดาย
วิธีละลายสินค้าแช่แข็ง
❄️ ละลายในตู้เย็น (แนะนำที่สุด)
- วางสินค้าไว้ในช่องธรรมดาของตู้เย็นประมาณ 6-12 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับขนาด)
- วิธีนี้ช่วยรักษาคุณภาพและความสดของสินค้าได้ดีที่สุด
❄️ ละลายในน้ำเย็น (สำหรับการเร่งเวลา)
- นำสินค้าทั้งถุงแช่ในน้ำเย็น
- เปลี่ยนน้ำใหม่ทุก 30 นาที จนกว่าสินค้าจะคลายตัว
❄️ ละลายในอุณหภูมิห้อง (เฉพาะบางประเภท)
- วางสินค้าไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 40 นาที
สัมผัสเสน่ห์ของวัตถุดิบสไตล์ญี่ปุ่นที่หลายคนหลงรัก กับไข่ปลาแซลมอนปรุงรสโชยุ หรือ อิคุระ (Ikura) ไข่ปลาสีส้มแดงสด เม็ดกลมสวย เรียงตัวแน่นอย่างน่ารับประทาน พร้อมสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ของไข่ปลา เมื่อกัดลงไปจะสัมผัสได้ถึงความ เด้ง ฉ่ำ และแตกเบา ๆในปาก ก่อนส่งต่อรสชาติกลมกล่อมจากน้ำหมักโชยุที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับไข่ปลาได้อย่างลงตัว จุดเด่นคือการนำไข่ปลาแซลมอนมาปรุงรสด้วยโชยุ ทำให้ได้รสชาติที่มีความเค็มกลมกล่อมและช่วยชูรสของไข่ปลาให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เมื่อรับประทานคู่กับข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ รสชาติของไข่ปลาจะช่วยเพิ่มความอร่อยให้กับข้าวอย่างลงตัว หรือหากนำไปจับคู่กับแซลมอนสด ทูน่า ไข่หวาน หรือวัตถุดิบทะเลชนิดอื่น ก็สามารถสร้างเป็นเมนูข้าวหน้าสไตล์ญี่ปุ่นที่ทั้งอร่อยและดูพรีเมียมได้ง่าย ๆ
อิคุระ (Ikura) ถือเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่ช่วยสร้างความโดดเด่นให้กับอาหารญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจน ด้วยสีสันที่สวยสะดุดตาและรสชาติที่มีเอกลักษณ์ จึงมักถูกนำมาใช้เป็นทั้งวัตถุดิบหลักและท็อปปิ้งในเมนูต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ซูชิ ข้าวหน้าญี่ปุ่น กุนคังซูชิ ข้าวปั้น หรือเมนูซาชิมิ เพียงเพิ่มไข่ปลาแซลมอนลงบนอาหาร ก็ช่วยทำให้จานธรรมดาดูมีสีสันและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
ประโยชน์
• โอเมก้า-3 สูง: ช่วยบำรุงสมอง หัวใจ และระบบประสาท
• โปรตีนและวิตามิน: อุดมไปด้วยวิตามิน A, D และ B12 ช่วยบำรุงสายตาและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
• สารต้านอนุมูลอิสระ: มีแอสตาแซนธิน (Astaxanthin) ช่วยบำรุงผิวพรรณ
วิธีใช้ / วิธีรับประทาน
• การละลายน้ำแข็ง (สำคัญมาก)
- วิธีที่ดีที่สุด: ย้ายอิกุระจากช่องแช่แข็งไปไว้ใน ช่องแช่เย็น (ตู้เย็นธรรมดา) ทิ้งไว้ข้ามคืน (ประมาณ 8-12 ชั่วโมง) เพื่อให้ละลายช้าๆ การละลายแบบนี้จะรักษาคุณภาพและเนื้อสัมผัสของไข่ปลาได้ดีที่สุด
- สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง: ห้ามแช่น้ำร้อน หรือวางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง เพราะจะทำให้ไข่ปลาเสียเนื้อสัมผัสและความสด
• การจัดเสิร์ฟและรับประทาน:
- ทานสดได้ทันที: เมื่อละลายแล้ว สามารถตักรับประทานได้ทันที ไม่ต้องนำไปผ่านความร้อนหรือไมโครเวฟ (เพราะความร้อนจะทำให้ไข่สุก แข็ง และเสียรสชาติ)
- รับประทานคู่กับเครื่องเคียง: ตักราดบนข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ, ทานคู่กับสาหร่ายอบกรอบ, วาซาบิ, ขิงดอง หรือเหยาะโชยุเพิ่มตามชอบ
เพลิดเพลินไปกับความสดใหม่ของเส้นอุด้งจาก Ogawa
โซบะชาเขียว 1 ใน เมนูขึ้นชื่อของญี่ปุ่น
หากคุณเบื่อสลัดที่ต้องราดด้วยน้ำสลัดรสหวานเลี่ยน หรือเปรี้ยวโดดจนกลบรสชาติของผักสด ต้องลองน้ำสลัดสไตล์ญี่ปุ่นแท้ที่ผสานความอร่อยและคุณค่าจากธรรมชาติไว้ในขวดเดียว ภายใต้แนวคิด "กินผักด้วยผัก" ด้วยการนำ "โกโบ" (รากโกโบญี่ปุ่น) ซูเปอร์ฟู้ดใต้ดินที่อุดมด้วยใยอาหารธรรมชาติ ให้เนื้อสัมผัสนุ่มนวลและรสอูมามิ มาผสานกับความหอมสดชื่นของ "ส้มยูซุจากจังหวัดโคจิ" แหล่งปลูกยูซุคุณภาพของประเทศญี่ปุ่น ที่มีเอกลักษณ์ด้วยกลิ่นหอมละมุนและรสเปรี้ยวกลมกล่อมอย่างลงตัว
หลายคนตั้งใจทานสลัดทุกวันเพื่อดูแลสุขภาพ แต่กลับไม่เห็นผลอย่างที่หวัง เพราะน้ำสลัดครีมทั่วไปมักมีไขมัน น้ำตาล และโซเดียมในปริมาณสูง ทำให้เมนูสุขภาพกลายเป็นมื้อที่ให้พลังงานเกินความจำเป็น น้ำสลัดโกโบผสมส้มยูซุจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนรักสุขภาพ ด้วยเบสจากผักแท้ ให้รสชาติหอมละมุน สดชื่น ไม่เลี่ยน และไม่จำเป็นต้องพึ่งรสหวานจัด อีกทั้งโกโบยังมี อินนูลิน (Inulin) ซึ่งเป็นใยอาหารธรรมชาติที่ช่วยสนับสนุนสมดุลของระบบทางเดินอาหาร ทำให้อิ่มนานยิ่งขึ้น ขณะที่ความหอมเปรี้ยวของยูซุแท้ช่วยเพิ่มความสดชื่นและตัดรสเลี่ยนได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะราดบนสลัดผักสด ผักนึ่ง อกไก่ ปลาแซลมอน หรือใช้เป็นดิปสำหรับผักและอาหารจานโปรด ก็ช่วยเปลี่ยนเมนูธรรมดาให้กลายเป็นมื้อพิเศษที่ทั้งอร่อย กลมกล่อม และน่ารับประทานยิ่งขึ้น เติมเต็มทุกมื้อด้วยรสชาติสไตล์ญี่ปุ่นแท้ พร้อมให้คุณเพลิดเพลินกับการทานผักได้ทุกวันแบบไม่รู้สึกจำเจ
ประโยชน์
• ไฟเบอร์สูง: รากโกโบขึ้นชื่อเรื่องอินนูลิน และใยอาหารสูง ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายและดูแลสุขภาพลำไส้
• วิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ: ส้มยูซุแท้ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และทำให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า
• ลดความเลี่ยน: ความเปรี้ยวหอมของยูซุช่วยตัดรสเลี่ยน ทำให้ทานผักสดและเนื้อสัตว์ได้อร่อยขึ้น
• ดีต่อสุขภาพ: ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ อร่อยกลมกล่อมโดยไม่ต้องพึ่งสารสังเคราะห์
วิธีรับประทาน / วิธีใช้
• เขย่าขวดก่อนใช้งานทุกครั้ง เพื่อให้เนื้อผักและน้ำสลัดเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน
• เขย่าเสร็จแล้วสามารถเขย่าราดลงบนผักสด ผักนึ่ง หรือเมนูที่ต้องการได้ทันที
• หลังเปิดใช้ ควรเก็บไว้ในตู้เย็นและควรบริโภคให้หมดตามระยะเวลาที่แนะนำบนฉลาก