บะหมี่รสเล้งแซ่บ เผ็ดแบบจี๊ดจ๊าด ถึงรสชาติพริกเขียว หอมกลิ่นกระดูกหมู อร่อยแซ่บซี๊ด ตามแบบฉบับของเล้งที่คุ้นเคยความพิเศษอยู่ที่การคัดสรรวัตถุดิบที่ให้กลิ่นอายเหมือนทานเล้งที่ร้านดัง ความหอมของพริกขี้หนูเขียวลอยเตะจมูกทันทีที่ใส่น้ำร้อน ผสมผสานกับเส้นบะหมี่สีเหลืองทองที่นุ่มเด้งเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ทุกคำที่ทานเข้าไปคือประสบการณ์ความอร่อยที่หยุดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นมื้อดึก มื้อกลางวัน หรือมื้อไหนๆ แค่มีนิสซินซองเขียวติดบ้านไว้ ก็เหมือนมีเชฟมือโปรมาปรุงเล้งแซ่บให้ทานถึงที่
มาทำขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมกันค่ะ
แป้งวาราบิโมจิ จากแบรนด์ คิง ฟู้ด (King Food) คือผลิตภัณฑ์แป้งทำขนมญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับคนที่ชื่นชอบในการทำขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น เช่น วาราบิโมจิ โมจิ หรือขนมที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ โดยสามารถปรับสูตรได้ตามแบบเฉพาะของคุณ สำหรับเมนูวาราบิโมจิ หากยิ่งทานคู่กับผงคินาโกะด้วยแล้ว ยิ่งอร่อยในแบบฉบับของญี่ปุ่นแท้ๆเลยค่ะ
วิธีทำ
1. ผสมแป้งวาราบิโมจิ 1 ถุง ต่อน้ำประมาณ 700 cc
2. ตั้งไฟโดยใช้ไฟกลาง เมื่อสีของแป้งเริ่มขุ่นและจับกันเป็นก้อน ให้ลดไฟเป็นไฟอ่อน หมั่นคนให้เข้ากันจนแป้งเริ่มใส
3. เมื่อแป้งใสได้ที่แล้ว ให้เทลงบนภาชนะที่มีลักษณะแบน ค่อยๆใส่น้ำด้านบนแป้งเพื่อให้แป้งเย็นตัวลง แล้วตัดเป็นชิ้นพอดีคำ
วิธีลัด
• ตักแป้งที่เพิ่งกวนเสร็จในขนาดพอดีคำ แล้วใส่ในน้ำเย็นจัด (น้ำผสมน้ำแข็ง) นำมาสะเด็ดน้ำเรียบร้อยแล้ว เพื่อเพิ่มความอร่อยให้โรยผงคินาโกะ หรือผงชาเขียวตามชอบ
วิธีทำด้วยไมโครเวฟ
*แนะนำให้แบ่งทำทีละน้อย*
1. ใช้แป้งวาราบิโมจิ 60 กรัม (สำหรับ 2 เสิร์ฟ) ต่อน้ำ 270 CC
2. ผสมน้ำกับแป้งใส่ในภาชนะที่ใหญ่คนให้เข้ากัน จากนั้นแร็ปปิดฝาด้านบน
3. นำเข้าไมโครเวฟใช้ไฟ 500 วัตต์ ประมาณ 4 นาที นำออกมาคนให้เข้ากัน จากนั้นแร็ปปิดฝาด้านบน เข้าไมโครเวฟอีกครั้ง จนแป้งสุกและมีเนื้อใส
4. นวดให้เข้ากัน หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วทิ้งให้เย็น เพื่อเพิ่มความอร่อยให้โรยผงคินาโกะ หรือผงชาเขียวตามชอบ
(สามารถปรับสูตรได้ตามความต้องการ)
Maboharusame หรือวุ้นเส้นผัดซอสมาโบะ เป็นอาหารสไตล์ญี่ปุ่นที่ได้รับอิทธิพลจากอาหารจีน โดยนำวุ้นเส้นญี่ปุ่น (Harusame) มาผัดกับซอสมิโซะ รสเผ็ดหวานกำลังดี พร้อมวัตถุดิบ 5 สี (5-Color Ingredients) ได้แก่ หมูสับ หน่อไม้ เห็ดหูหนู แครอท และพริกหยวกแดง ที่ช่วยเพิ่มรสชาติให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น วุ้นเส้นมีเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม คนญี่ปุ่นนิยมรับประทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ หรือเพิ่มความอร่อยด้วยการเพิ่มท็อปด้วยไข่ดิบ ยิ่งเข้ากันได้อย่างลงตัว และเป็นเมนูที่สร้างความอร่อยแบบสไตล์ญี่ปุ่นได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที
วิธีปรุงเพื่อรับประทาน
• เตรียมเนื้อสัตว์หรือผักเพิ่มเติมตามความชอบ ในปริมาณที่พอดีกับซอสในซอง (ในซองมีเครื่องมาให้ระดับหนึ่งแล้ว)
• ตั้งกระทะใส่นำลงไป 350 มล. ฉีกซองวุ้นเส้นแห้งเทลงไป ค่อยๆคนให้เส้นกระจายตัว
• เมื่อเดือดแล้ว ให้เทวัตถุดิบที่เตรียมไว้ลงไปในกระทะ คนเบาๆจนทุกอย่างสุก
• จากนั้นฉีกซองซอสมาโบปรุงรสเทลงไป และคนให้เข้ากัน ประมาณ 3-5 นาที เพียงเท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ
กำลังมองหาน้ำส้มสำหรับปรุงรสชาติข้าวซูชิอยู่หรือเปล่า
น้ำส้มปรุงรสข้าวซูชิตรา Maido ขวดนี้ ช่วยให้การปรุงรสชาติข้าวซูชิได้แบบง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก เราได้เลือกใช้น้ำส้มสายชูคุณภาพดี ปรุงรสด้วย เกลือ น้ำตาล จนได้น้ำส้มปรุงสำเร็จที่มีรสชาติกลมกล่อมจนใครๆ ต้องติดใจ ไม่ต้องตวงสัดส่วนมิริน หรือสาเกเพิ่มอีก เพราะขวดนี้ขวดเดียวมีครบ
ชาที่ดื่มง่าย อร่อยลงตัว จนคนญี่ปุ่นยกให้เป็นชาชั้นเลิศ
ชาเขียวใบชนิดซอง เกียวคุโระ ของญี่ปุ่นทำไมต้อง "ยาบุกิตะ"
หากคุณเป็นผู้หลงใหลในชาเขียวญี่ปุ่นแท้ๆ "ยาบุกิตะ" คือ ราชินีแห่งชาเขียวของญี่ปุ่น เป็นระดับชาที่ปลูกด้วยเทคนิคการบังแสงแดดก่อนเก็บเกี่ยว ทำให้ใบชามีคลอโรฟิลล์สูง อูมามิที่เข้มข้น และความหวานนุ่มนวลที่โดดเด่น ผสานกับกลิ่นหอมละมุนฟุ้งที่เป็นเอกลักษณ์ ด้วยเทคโนโลยีถุงชาตาข่ายแบบใหม่ ทำให้คุณสามารถชงชาเขียวคุณภาพระดับญี่ปุ่นออกมาได้ง่ายๆในทุกแก้ว ไม่ว่าจะชงร้อนเพื่อความผ่อนคลาย หรือ ชงแบบเย็น (สกัดเย็น) เพื่อความสดชื่น เพียงเติมน้ำ ก็พร้อมเสิร์ฟ สะดวก พกพาง่าย ดื่มได้ทุกที่ ทุกเวลา เหมาะสำหรับดื่มคู่กับอาหาร ขนม หรือเครื่องดื่มอื่นๆได้ตามสไตล์คุณ
เคล็ดลับการชงแบบร้อน และ แบบเย็น(สกัดเย็น)
ชาเขียวญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องชงด้วยน้ำร้อนเสมอไป! ผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่นแนะนำให้ลองชงชาเขียวแบบ "น้ำสกัดเย็น" ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมาก การชงด้วยน้ำเย็นจะช่วยดึงรสอูมามิ และสารคาเทชิน ที่ให้รสหวานออกมาได้มาก ในขณะที่รสขมและคาเฟอีนจะละลายออกมาน้อยลง ทำให้ได้ชาที่มีรสชาติกลมกล่อม นุ่มนวล และสดชื่นเป็นพิเศษ
วิธีชงแบบร้อน :
1. ต้มน้ำให้เดือด แล้วรอให้น้ำเย็นลงเหลือประมาณ 70-80 องศาเซลเซียส (หากไม่มีเทอร์โมมิเตอร์ สามารถต้มน้ำเดือดแล้วทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที)
2. ใส่ถุงชา 1 ซอง ลงในแก้วหรือถ้วยชา
3. ค่อย ๆ รินน้ำร้อน ประมาณ 150-200 มิลลิลิตร ลงไป
4. แช่ถุงชาทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที (ไม่ควรแช่นานเกินไป เพราะจะทำให้ชามีรสขมฝาด)
5. นำถุงชาออก (อาจจะบีบเบา ๆ ก่อนนำออก) และพร้อมดื่ม
วิธีชงแบบน้ำ(สกัดเย็น) :
1. ใส่ถุงชา 1-2 ซอง ลงในขวดหรือภาชนะที่มีฝาปิดสนิท
2. เติมน้ำเย็นอุณหภูมิห้อง หรือ น้ำเย็นจัด ปริมาณประมาณ 300-500 มิลลิลิตร
3. ปิดฝาแล้วนำไปแช่ในตู้เย็น
4. รอเวลาทิ้งไว้ให้สกัดเย็นเป็นเวลา 3-6 ชั่วโมง หรืออาจจะแช่ข้ามคืน 8-12 ชั่วโมง เพื่อให้ได้รสชาติเข้มข้นยิ่งขึ้น
(หากแช่นานเกิน 12 ชั่วโมง อาจเริ่มมีรสฝาดออกมาบ้าง)
5. เมื่อได้ความเข้มข้นที่ต้องการแล้ว ให้นำถุงชาออก พร้อมดื่มได้ทันที
ข้อดีของการสกัดเย็น:
รสชาติ : รสชาตินุ่มนวล หวาน อูมามิเด่นชัด และมีรสขมฝาดน้อยมาก
คาเฟอีน : ระดับคาเฟอีนจะต่ำกว่าการชงแบบร้อน
เยลลี่รสผลไม้แสนอร่อยขวัญใจเด็กๆ
ชวนคุณมาชิมเซมเบ้ที่ติดอันดับขายดี ตั้งแต่ปี 1986
หากมีการจัดอันดับเซมเบ้ยอดนิยมของชาวญี่ปุ่น ต้องมีชื่อ Magari Senbei จากแบรนด์ Kameda ติด 1 ใน 5 อย่างแน่นอน เพราะผลิตมาตั้งแต่ปี 1986 จนถึงปัจจุบัน ความพิเศษที่ไม่เหมือนใครตรงที่ เซมเบ้มีขนาดแผ่นบางกว่าปกติ นำมาทาโชยุสูตรลับเฉพาะ จากนั้นมาย่างแบบให้โดนไฟทั้ง 2 ด้าน จนมีกลิ่นหอม และความกรอบที่ไม่เหมือนเซมเบ้ถุงไหนๆ อีกทั้งยังมีรสชาติที่เข้มข้น ไม่แปลกใจเลยค่ะทำไมถึงขายดี
“ราเมนสูตรพิเศษ Two-Night Dried Ramen” รสชาติอาซาฮิคาวะ โชยุ สัมผัสเหมือนเส้นสดจากร้าน!
นี่ไม่ใช่ราเมนกึ่งสำเร็จรูปธรรมดา แต่คือ “Two-Night Dried Ramen” (เส้นตากแห้ง 2 คืน) ที่โดดเด่นด้วยกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถัน ให้คุณอร่อยได้แบบพรีเมียมง่ายๆ ที่บ้าน
จุดเด่นที่ต้องลอง
• ความลับของเส้นตากแห้ง 2 คืน : เส้นไม่ได้ผ่านการทอด แต่ใช้วิธีตากแห้งอย่างช้าๆ นานถึง 48 ชั่วโมง ในอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่ใกล้เคียงเส้นสด (Nama-men) มากที่สุด
• วัตถุดิบพรีเมียมจากฮอกไกโด : ผลิตจากแป้งสาลีฮอกไกโด 100% ให้เส้นมีความเหนียวนุ่ม พร้อมกลิ่นหอมเฉพาะตัว
• รสชาติอาซาฮิคาวะ โชยุ : น้ำซุปโชยุญี่ปุ่นเข้มข้น หอมกลิ่นถั่วเหลืองและดาชิ ให้รสชาติกลมกล่อม เหมือนได้นั่งทานที่ฮอกไกโด
เพิ่มความอร่อยง่ายๆ : ใน 1 ซองมีซุปสำหรับ 1 ที่ เพียงลวกเส้นให้สุก แล้วเติมหมูชาชู หน่อไม้ดอง และต้นหอมญี่ปุ่นซอย ก็ยกระดับให้เป็นราเมนแสนอร่อย ที่อร่อยจนลืมไปเลยว่าทำทานเองที่บ้าน
วิธีปรุงเพื่อรับประทาน
1. ต้มน้ำ 500 มล. (2.5 ถ้วย) ให้เดือดแล้ว ให้ใส่เส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 4.5 นาที ใช้ตะเกียบคนให้เข้ากันเพื่อป้องกันไม่ให้เส้นติดกัน
2. เมื่อเส้นสุกแล้ว ให้ปิดไฟ ใส่ซุปลงไปแล้วคนให้เข้ากัน (ปริมาณน้ำและเวลาในการต้มเส้นเป็นเพียงแนวทางเท่านั้น ปรับเปลี่ยนได้ตามความชอบ)
3. ตักใส่ชามพร้อมรับประทานได้เลย
สัมผัสความสดชื่นแบบต้นตำรับแท้ๆ จากประเทศญี่ปุ่น ชาเขียวผสมมัทฉะ ชนิดซอง ผลิตภัณฑ์ชาคุณภาพเยี่ยมจากแบรนด์ใบชาเก่าแก่ที่สืบสานภูมิปัญญาและศิลปะการผลิตชาแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ตัวซองได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับใช้กับเหยือกชงชา ตอบโจทย์ความสะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการชงดื่มร้อนๆ เพื่อความผ่อนคลายในยามเช้า หรือการทำชาสกัดเย็น (Cold Brew) เพื่อดับกระหายคลายร้อนในระหว่างวัน จุดเด่นคือการผสานความสดชื่นกลมกล่อมของใบชาเขียวคุณภาพ เข้ากับความเข้มข้น หอมละมุน และมีสีเขียวสดใสของผงมัทฉะแท้จากญี่ปุ่น ช่วยให้คุณสัมผัสรสชาติและกลิ่นอายแบบฉบับโรงน้ำชาญี่ปุ่นแท้ๆ ได้ง่ายๆ ภายในเวลาไม่กี่นาที สะดวก รวดเร็ว สะอาด และยังคงคุณประโยชน์จากชาไว้ได้อย่างครบถ้วน
ประโยชน์
• อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ: ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ และบำรุงสุขภาพผิวพรรณ
• ช่วยให้ร่างกายตื่นตัวและผ่อนคลาย: มีคาเฟอีนธรรมชาติและกรดอะมิโนแอล-ธี ช่วยเพิ่มสมาธิ ความสดชื่น
• ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ: มีส่วนช่วยในการเผาผลาญไขมันและพลังงานเมื่อดื่มเป็นประจำควบคู่กับการออกกำลังกาย
• ดูแลระบบย่อยอาหาร: ช่วยปรับสมดุลและช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้ดียิ่งขึ้นหลังมื้ออาหาร
วิธีการชง "สามารถชงได้ทั้งแบบร้อนและแบบเย็น"
• ชงแบบร้อน : นำซองชา 1 ซองใส่ลงในกาน้ำชาหรือแก้ว เทน้ำร้อนปริมาณพอเหมาะ
(ประมาณ 200-300 มล.) ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที (สามารถปรับลดหรือเพิ่มเวลาได้
ตามความเข้มที่ชอบ) แล้วจึงรินดื่ม
• ชงแบบเย็น : นำซองชา 1-2 ซอง ใส่ลงในเหยือกน้ำที่ใส่น้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง
ประมาณ 500-1,000 มล. แช่ตู้เย็นทิ้งไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง หรือจนได้สีและรสชาติที่ต้องการ
สามารถหยิบซองชาออกแล้วรินดื่มเพื่อความสดชื่นเย็นสะใจ
• ชงด้วยขวดพกพา : ขวดน้ำเปล่า ขนาด 500 มล. ใส่ซองชา 1 ซอง ลงในขวด
ปิดฝาแล้วเขย่าขวดเพื่อให้ได้ความเข้มข้นที่ชอบ พร้อมดื่มได้ทันที
ปลาเทราต์รมควัน...วัตถุดิบพรีเมียมที่ครองใจคนรักอาหารทั่วโลก
ปลาเทราต์ (Trout) เป็นปลาน้ำเย็นที่อยู่ในตระกูลเดียวกับปลาแซลมอน มีเนื้อสีส้มอมชมพู เนื้อนุ่มละเอียด ไขมันแทรกกำลังดี และมีรสชาติหวานธรรมชาติ จึงเป็นปลาที่ได้รับความนิยมในอาหารยุโรปและอาหารฟิวชัน เมื่อผ่านกระบวนการ รมควัน (Smoking Process) ด้วยไม้ธรรมชาติที่คัดสรรเป็นพิเศษ เนื้อปลาจะค่อยๆ ดูดซับกลิ่นหอมอ่อนๆจากควัน ทำให้ได้รสชาติที่เข้มข้นแต่ไม่กลบรสหวานของเนื้อปลา พร้อมช่วยรักษาความชุ่มฉ่ำของเนื้อปลาไว้ได้เป็นอย่างดี
ปลาเทราต์รมควันสไลด์เป็นวัตถุดิบที่ใช้งานสะดวก เพราะผ่านการสไลด์พร้อมรับประทาน เพียงละลายในตู้เย็นก็สามารถนำไปจัดจานหรือประกอบอาหารได้ทันที เหมาะสำหรับทั้งร้านอาหาร โรงแรม คาเฟ่ และผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารที่บ้าน นอกจากรสชาติที่โดดเด่นแล้ว ปลาเทราต์ยังเป็นแหล่งของ โปรตีนคุณภาพสูง และ กรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งเป็นไขมันดีที่มีบทบาทในการดูแลสุขภาพหัวใจ สมอง และระบบต่างๆของร่างกาย จึงเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคสายสุขภาพได้เป็นอย่างดี ด้วยรสชาติที่หอมละมุน เนื้อสัมผัสนุ่มแน่น และความอเนกประสงค์ในการนำไปประกอบอาหาร ปลาเทราต์รมควันจึงสามารถเข้ากันได้กับหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นสลัด แซนด์วิช เบเกิล ซูชิ พาสต้า พิซซ่า หรือจัดเสิร์ฟบนชีสบอร์ด ก็ช่วยเพิ่มความพรีเมียมและสร้างความประทับใจได้ในทุกมื้ออาหาร
จุดเด่นของปลาเทราต์รมควัน
• เนื้อปลาสีส้มสวย เนื้อนุ่มแน่น ไขมันแทรกกำลังดี
• หอมกลิ่นรมควันธรรมชาติ รสชาติกลมกล่อม
• สไลด์พร้อมใช้งาน สะดวก ประหยัดเวลา
• อุดมด้วยโปรตีนและโอเมก้า-3
• เหมาะสำหรับทั้งอาหารญี่ปุ่น อาหารยุโรป และเมนูฟิวชัน
เพิ่มความสดชื่นแบบไร้คาเฟอีน ด้วยชาข้าวบาร์เลย์จากญี่ปุ่น
สำหรับคนที่ต้องการความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า แต่ไม่อยากรับประทานเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน เราขอแนะนำมูกิฉะหรือชาข้าวบาร์เลย์ค่ะ ชาชนิดนี้แท้จริงแล้วไม่มีส่วนผสมของใบชา แต่ผลิตขึ้นจากเมล็ดข้าวบาร์เลย์ที่นำมาคั่วบดแล้วบรรจุใส่ซองชา เพื่อนำมาชงกับน้ำร้อนหรือน้ำเย็น
ฮอนมะ มอน มูกิฉะห่อนี้ โดดเด่นด้วยการใช้ข้าวบาร์เลย์ชนิดเปลือกล่อน อิจิบังโบชิ (Ichibanbochi) จากจังหวัดคางาวะ 100% จึงทำให้มีรสชาติกลมกล่อม ไม่ขมฝาดเหมือนชาอื่นๆ และมาพร้อมกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ น้ำชามีสีเหลืองทอง ให้ความรู้สึกสดชื่น ชุ่มคอ ชาวญี่ปุ่นจึงนิยมดื่มมูกิฉะในฤดูร้อน เรียกได้ว่าเป็นเครื่องดื่มแก้วโปรดของทั้งเด็กและผู้ใหญ่เลยทีเดียวค่ะ
วิธีการชงแบบร้อน
• ต้มน้ำ 1.5 ลิตรให้เดือด ใส่ฮอนมะ มอน มูกิฉะ 1 ซอง แล้วต้มต่อไปอีกประมาณ 3-5 นาที จากนั้นยกลงจากเตา สามารถดื่มแบบร้อนหรือนำไปแช่เย็นก่อนดื่มก็ได้ค่ะ
วิธีการชงแบบเย็น
• ใส่ฮอนมะ มอน มูกิฉะ 1 ซอง ลงในน้ำเย็น 1 ลิตร แล้วนำไปแช่เย็นประมาณ 2 ชั่วโมง พร้อมดื่มค่ะ
เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้มีกลิ่นอายญี่ปุ่นด้วย เต้าหู้ทอดเนื้อนุ่มฟูที่ผ่านการปรุงรสอย่างกลมกล่อม ให้รสชาติหวานเค็มหอมละมุนแบบสไตล์ญี่ปุ่น พร้อมผิวสัมผัสที่สามารถซึมซับน้ำปรุงรสได้ดี เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนำมาห่อข้าวซูชิเป็น " อินาริซูชิ " เมนูยอดนิยมที่ทำได้ง่ายและอร่อยลงตัว หรือจะนำไปใส่ในอุด้ง ข้าวหน้า เมนูต้ม ผัด หรือหั่นเป็นชิ้นเพิ่มลงในเมนูต่างๆ ก็ช่วยเติมทั้งรสชาติและเนื้อสัมผัสให้อาหารน่าสนใจยิ่งขึ้น เปิดซองก็พร้อมนำไปใช้ ช่วยประหยัดเวลา ไม่ต้องทอดหรือปรุงรสเต้าหู้เอง เหมาะทั้งสำหรับทำอาหารรับประทานที่บ้านและใช้เป็นวัตถุดิบในร้านอาหารญี่ปุ่น ให้ทุกมื้ออร่อยง่าย สะดวก และได้รสชาติแบบญี่ปุ่น
วิธีการรับประทาน:
• นำสินค้าออกจากช่องแช่แข็ง มาพักไว้ในอุณหภูมิปกติเพื่อให้คลายความเย็น จากนั้นสามารถเปิดถุงและนำไปใช้งานได้ทันที เช่น นำมาใส่ข้าวญี่ปุ่นปรุงรสเป็นซูชิหน้าอินาริ หรือใช้ประกอบในเมนูเส้นและเมนูซุปต่างๆ
เมนูยอดนิยมจากอินาริเต้าหู้ทอดปรุงรส
• อินาริซูชิ – เมนูยอดฮิต นำเต้าหู้ทอดรสกลมกล่อม ยัดไส้ด้วยข้าวญี่ปุ่นปรุงรสเปรี้ยวหวานกำลังดี
• อุด้งหน้าเต้าหู้ทอด(คิสึเนะอุด้ง) – เสิร์ฟเต้าหู้ทอดชิ้นโตนุ่มฉ่ำน้ำซุป บนเส้นอุด้งเหนียวนุ่มในน้ำซุปดาชิร้อนๆ
• บะหมี่เย็นหรือโซบะ – เพิ่มความสดชื่นด้วยเมนูเส้นเย็น ทานคู่กับเต้าหู้หวานรสชาติเข้ากันอย่างลงตัว
• เต้าหู้ทอดสอดไส้ข้าวปั้นปูอัดมายองเนส – ความอร่อยด้วยการยัดไส้ข้าวคลุกปูอัดและน้ำสลัดครีมมี่เพิ่มความฟิน
• ราเมงซุปโชยุ – เติมเต้าหู้ทอดปรุงรสลงในชามราเม็งร้อนๆ เพื่อให้น้ำซุปซึมเข้าเนื้อเต้าหู้ เพิ่มความอร่อยในทุกคำ
อาหารจะอร่อยต้องเริ่มต้นจากส่วนผสมที่ดี
เจลลี่ใสผสมเนื้อส้ม อร่อย สดชื่น
เจลลี่เนื้อเนียนใส ชุ่มฉ่ำ รสส้มมิคัง ผสมผสานความอร่อยของน้ำส้มและเนื้อส้มมิคังชิ้นใหญ่จุใจ รสชาติเปรี้ยวอมหวาน หอมกลิ่นผลไม้ สดชื่น ทานง่าย ทั้งอร่อยและได้ประโยชน์จากเนื้อผลไม้แบบเต็มๆ
ส้มมิคัง หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ส้มหวานญี่ปุ่น" เป็นผลไม้ยอดนิยมจากแดนอาทิตย์อุทัย ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติหวานฉ่ำ เนื้อสัมผัสชุ่มฉ่ำ ไร้เมล็ด ทานง่าย และอุดมไปด้วยสารอาหารและประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ดังนี้
1. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน: ส้มมิคังอุดมไปด้วยวิตามินซีสูง ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง
2. ต้านอนุมูลอิสระ: ส้มมิคังมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น เบต้าแคโรทีน ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ ป้องกันเซลล์ถูกทำลาย
3. ดีต่อระบบย่อยอาหาร: ส้มมิคังมีใยอาหารสูง ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี และช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล
4. บำรุงผิวพรรณ: วิตามินซีในส้มมิคังช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง ชุ่มชื้น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ชะลอริ้วรอย และช่วยให้ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์
5. บำรุงสายตา: ส้มมิคังมีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสายตา
6. บำรุงกระดูก: ส้มมิคังมีแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกพรุน
7. บำรุงระบบประสาท: ส้มมิคังมีวิตามินบีรวม ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง
8. ลดความดันโลหิต: โพแทสเซียมในส้มมิคังช่วยลดความดันโลหิต เหมาะสำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูง
9. ป้องกันนิ่วในไต: ใยอาหารในส้มมิคังช่วยชะล้างของเสียในไต ป้องกันการเกิดนิ่วในไต
10. เพิ่มพลังงาน: ส้มมิคังมีน้ำตาลธรรมชาติ ช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย คลายความอ่อนเพลีย
11. ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ: ส้มมิคังมีโพแทสเซียมสูง ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ
12. ป้องกันโรคโลหิตจาง: ส้มมิคังมีธาตุเหล็กสูง ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง
สัมผัสรสชาติของเส้นฮิยามุกิสีชมพูจาก "เบนิบานะ" แห่งยามากาตะ
เส้นฮิยามุกิที่โดดเด่นด้วยสีชมพูอ่อนละมุนจาก "เบนิบานะ" (Benibana) หรือดอกคำฝอย ราชินีแห่งพืชพรรณจากเมืองยามากาตะ ประเทศญี่ปุ่น สีชมพูที่เห็นไม่ใช่สีสังเคราะห์ แต่สกัดจากดอกคำฝอยคุณภาพ ที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน จนได้สีสันสดใส ชวนให้น่ารับประทานตั้งแต่แรกเห็น ไม่เพียงแค่สีสันที่โดดเด่น แต่ตัวเส้นยังมีรสสัมผัสนุ่มละมุนลิ้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับรับประทานคู่กับซอสสึยุสไตล์หมี่เย็น หรือจะจับคู่กับซุปสไตล์ราเมน ก็อร่อยลงตัวได้ในทุกเมนูค่ะ
วิธีทำ
1. ต้มน้ำให้เดือด (ใช้น้ำอย่างน้อย 2 ลิตรสำหรับเส้น 200 กรัม) ใส่เส้นลงไปต้มประมาณ 4-5 นาที เมื่อเส้นสุกแล้ว ให้รีบตักออกล้างกับน้ำเปล่าทันที (โปรดระวังอย่าให้น้ำเดือดล้นหม้อ)
2. เตรียมเส้นลงในชามพร้อมน้ำซุป ผักและเนื้อสัตว์ต่างๆ ปรุงรสตามชอบ หรือโรยหน้าด้วยต้นหอมซอย เพียงเท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ
โมจิญี่ปุ่นแท้ๆ พร้อมเสริ์ฟแล้วค่ะ
ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าโมจิเป็นขนมมงคล จะรับประทานเพื่อเฉลิมฉลอง หรือประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ผู้ที่ได้รับประทานโมจิจะได้รับความมงคล มีกินมีใช้ตลอดปี วันนี้เรามีโมจิแบบกึ่งสำเร็จรูปมาให้คุณได้ทำทานเองที่บ้าน แบบไม่ต้องออกแรงทุบข้าวเหนียว เพียงแค่นำไปย่าง หรือต้มแล้วทานคู่กับถั่วแดงญี่ปุ่นบด หรือโรยผงถั่วเหลืองคินาโกะ หรือจะนำมาใส่น้ำซุปชาบู รับประกันว่าฟิน ไม่ต่างจากไปกินที่ญี่ปุ่นค่ะ 1 ห่อมีโมจิประมาณ 5 ชิ้น
ข้อแนะนำ : เมื่อเปิดห่อแล้วควรใส่ถุงซิปล็อคปิดให้สนิท หลีกเลี่ยงความชื้น และเก็บเข้าตู้เย็น
วิธีอุ่น
• ใส่เตาย่างขนาด 1000W ประมาณ 3-4 นาที
• ต้มในน้ำเดือด 3 นาที
• ใส่ไมโครเวฟ 500W ประมาณ 2 นาที
สาหร่ายวากะเมะได้รับการยกย่องในญี่ปุ่นว่าเป็น "ผักแห่งท้องทะเล" เนื่องจากอุดมไปด้วยแร่ธาตุและเติบโตในกระแสน้ำทะเลอันบริสุทธิ์ แบรนด์ คาเนตะ (Kaneta) ตั้งใจพัฒนาผลิตภัณฑ์นี้ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เร่งรีบ แต่ยังคงต้องการอาหารที่มีคุณภาพและรสชาติดี โดยการนำสาหร่ายสดมาตัดแต่งให้ได้ขนาดมาตรฐานที่คนญี่ปุ่นนิยมรับประทาน จากนั้นนำไปอบแห้งอย่างพิถีพิถัน ทำให้ได้สาหร่ายที่สะอาด ปลอดภัย และคืนตัวได้อย่างรวดเร็วเหมือนพึ่งเก็บมาจากทะเล
ความพิเศษของสาหร่ายซองนี้คือความสะดวกสบายขั้นสุด เพียงแค่หยิบออกมาแช่น้ำธรรมดา 4-5 นาที หรือนำไปผ่านน้ำร้อนเพียงครู่เดียว สาหร่ายแห้งจะค่อยๆ แผ่ขยายตัวคืนรูปกลับมาเป็นสาหร่ายวากะเมะสีเขียวสดใสที่มีความนุ่มแต่แฝงไปด้วยความกรุบเด้งเคี้ยวสนุก พร้อมเสิร์ฟลงในถ้วยซุปหรือจานสลัดของคุณได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลามานั่งหั่นอีกต่อไป ตอบโจทย์แม่บ้านยุคใหม่และผู้ที่รักสุขภาพอย่างแท้จริง
วิธีใช้ / วิธีรับประทาน
• หยิบสาหร่ายอบแห้งในปริมาณที่ต้องการใส่ลงในถ้วย
• เติมน้ำสะอาด ทิ้งไว้ประมาณ 4-5 นาที เพื่อให้สาหร่ายขยายตัวและคืนรูปเต็มที่
• บีบน้ำออกเบาๆ ให้แห้งหมาด พร้อมนำไปประกอบอาหารหรือเสิร์ฟได้ทันที
ข้อควรระวัง: สาหร่ายจะขยายตัวขึ้นอีกหลายเท่าหลังจากแช่น้ำ ควรใส่ในปริมาณที่พอเหมาะ
เมนูแนะนำ
• ซุปมิโซะ : ใส่สาหร่ายวากะเมะลงในซุปมิโซะร้อนๆ ตอนสุดท้ายก่อนยกลง เพื่อความกลมกล่อม
• ท็อปปิ้งบะหมี่สำเร็จรูป/อุด้ง/ราเมน: โรยใส่ในชามเส้นเพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารและสีสันให้น่ารับประทานยิ่งขึ้น
• สลัดสาหร่ายวากะเมะ: ผสมกับแตงกวาญี่ปุ่นสไลด์ ราดด้วยน้ำสลัดงาญี่ปุ่นหรือน้ำส้มสายชูหมัก ได้รสเปรี้ยวหวานสดชื่น
วิธีการเก็บรักษา
• ปิดซิปให้แน่น: ปิดถุงซิปล็อกให้สนิททันทีหลังใช้งาน ป้องกันลมและความชื้นเข้า
• เก็บที่แห้งและเย็น: วางในที่แห้ง พ้นแสงแดด และห่างจากความร้อนหรือเตาไฟ
• แยกจากของกลิ่นแรง: หลีกเลี่ยงการวางใกล้ของกลิ่นฉุน เพราะสาหร่ายดูดกลิ่นง่ายมาก
• แช่น้ำแล้วใช้ไม่หมด: บีบน้ำให้หมาด ใส่กล่องปิดสนิท แช่ตู้เย็นช่องธรรมดา และควรทานให้หมดภายใน 1-2 วัน
เพลิดเพลินกับแกงกะหรี่ญี่ปุ่นแท้ๆ แบบเต็มรสชาติได้ง่ายๆ แค่อุ่น
ปลาฮอกเกะชุปแป้งทอด เมนูทานง่ายๆได้ที่บ้าน
ปลาฮอกเกะชุปแป้งทอด จากฮอกไกโด เนื้อแน่น จุ๊ยซี่ อร่อยเพลินตั้งแต่คำแรก อร่อยแบบไม่ต้องจิ้มอะไรก็ได้ หรือสามารถจิ้มซอสได้ตามที่ชอบเลยค่ะ
หากคุณเป็นคนชอบทานเส้นเล็กแบบโซเมน แต่อยากได้ความเหนียว นุ่มแบบเส้นอุด้ง ขอแนะนำเส้นฮิยามุกิค่ะ!!
“น้ำส้มสายชูแดง” หรือ Akazu (อากาสึ) เป็นวัตถุดิบชั้นสูงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานในประเทศญี่ปุ่น กำเนิดขึ้นในสมัยเอโดะ จากการนำกากสาเกมาหมักบ่มนานถึง 3 ปี จนได้น้ำส้มสายชูสีแดงเข้มที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์และรสชาติกลมกล่อม ซึ่งเชฟซูชินิยมนำมาปรุงรสข้าวเพื่อช่วยถนอมอาหารและขับรสชาติของวัตถุดิบสดให้อร่อยยิ่งขึ้น
ปัจจุบันภูมิปัญญาดั้งเดิมนี้ถูกนำมาต่อยอดเป็น ซอสปรุงรสผสมน้ำส้มสายชูแดง สูตร 2 ที่พัฒนาปรับรสชาติให้นุ่มนวลและกลมกล่อมยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่ม Fiber (ไฟเบอร์) ที่ช่วยให้เมล็ดข้าวเรียงตัวสวย กระจายตัวได้ดีในปาก และนุ่มละมุน ให้เนื้อสัมผัสราวกับเชฟระดับมืออาชีพมาปั้นเองกับมือ ใช้งานง่ายเหมาะสำหรับทั้งครัวเรือนและร้านอาหาร เพียงนำไปผสมกับข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ ก็พร้อมเสิร์ฟทันทีโดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม ช่วยให้เม็ดข้าวนุ่ม เงางาม หอมละมุน พร้อมมอบรสชาติหวานอมเปรี้ยวและกลมกล่อมด้วยอูมามิที่เป็นเอกลักษณ์ของ Akazu ช่วยชูรสชาติของปลาสดและวัตถุดิบพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นแซลมอน ทูน่า หรือโฮตาเตะ ได้อย่างโดดเด่น ให้คุณสร้างสรรค์เมนูซูชิคุณภาพระดับร้านโอมากาเสะได้ง่าย ๆ สะดวก รวดเร็ว และอร่อยเป๊ะแบบมืออาชีพ!
คุณสมบัติและประโยชน์
• ช่วยให้ข้าวแตกตัวและกระจายตัวในปาก
• น้ำส้มซูชิช่วยควบคุมโครงสร้างข้าว ไม่ใช่แค่รสชาติ (ชะลอการแข็งตัวของข้าว)
• รักษาความอร่อยของข้าวได้นานขึ้น
• ช่วยให้คุณภาพซูชิสม่ำเสมอ แม้เก็บเย็น
• ยกระดับประสบการณ์การกิน
• สนับสนุนซูชิมืออาชีพ
• คุณภาพสม่ำเสมอและเป็นพันธมิตรของคุณภาพข้าว
ขั้นตอนการทำข้าวซูชิ
• หุงข้าวญี่ปุ่นให้สุกตามปกติ
• ขณะที่ข้าวสุกยังร้อนๆ ให้ตักข้าวใส่ชาม(หากเป็นอ่างไม้สำหรับผสมข้าวซูชิจะดียิ่งขึ้น)
• เท ซอสปรุงรสผสมน้ำส้มสายชูแดง ลงบนข้าวร้อนๆ
(สัดส่วนแนะนำ: ซอสประมาณ 10-15% ของน้ำหนักข้าวสุก หรือปรับตามความชอบ)
• ใช้ทัพพีพัด/ตัดข้าวเบาๆ ในแนวเฉียง เพื่อให้ซอสซึมเข้าเนื้อข้าวอย่างทั่วถึงโดยไม่ทำให้เม็ดข้าวบดขยี้
• พัดให้ข้าวเย็นลงจนถึงอุณหภูมิห้อง ก่อนนำไปปั้นซูชิ หรือทำข้าวหน้าต่างๆ
คำแนะนำ
• เก็บรักษาในอุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส และพ้นจากแสงแดด
• หลังจากเปิดขวดแล้ว ควรเก็บแช่ในตู้เย็น
• ผลิตภัณฑ์อาจมีตะกอนจากวัตถุดิบ ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติไม่มีผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์
มิโซะรสชาติกลมกล่อม ทำเมนูไหนก็ง่าย
HonmonoNippon ได้นำเข้ามิโซะจากแบรนด์ Hikari แบรนด์ผลิตมิโซะอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น! โดยมิโซะตัวนี้ได้ผ่านการรับรองว่าเป็นสินค้าออร์แกนิค เริ่มตั้งแต่การเลือกใช้ถั่วเหลืองออร์แกนิค และข้าวที่ปลูกแบบออร์แกนิค นำมาหมักโดยใช้สัดส่วนถั่วเหลืองปริมาณมาก และใช้ระยะเวลาในการหมักที่นาน จนเกิดรสชาติอูมามิจากธรรมชาติ มีรสที่สมดุล มีกลิ่นหอมมาก และที่สำคัญมิโซะตัวนี้ยังไม่ผสมดาชิ เพื่อให้คุณได้นำไปใช้งานได้ทันที แบบไม่ต้องผสมน้ำซุปดาชิเพิ่ม ลดขั้นตอนการทำอาหารให้สั้นลง หากอยากได้มิโซะคุณภาพดีๆ ที่สำคัญยังเป็นออร์แกนิค 100% เลือกใช้ตัวนี้เลยค่ะ
อุด้งหนานุ่ม น้ำซุปเข้มข้น อร่อยเต็มคำ
พบกับ 1 ใน 3 ของเส้นอุด้งที่อร่อยที่สุดของญี่ปุ่น!!
Sanuki Udon ของจังหวัดคากาว่า ถือเป็นสุดยอมเมนูอุด้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น และได้รับความนิยมไปทั่วโลก ความพิเศษของเมนูวัดกันที่ความอร่อยของเส้นค่ะ
อร่อยจุใจ ไปกับชูครีมชิ้นพอดีคำ สอดไส้ครีมสตรอว์เบอร์รี่
ใส้ครีมสตรอว์เบอร์รี่ เป็นสูตรพิเศษที่ผสมกันระหว่าคัสตาร์ดแบบโฮมเมดผสมกับแยมสตรอว์เบอร์รี่สูตรเข้มข้น อร่อยเข้ากันกับเนื้อชูครีมสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีความนุ่มฟูเข้ากันได้ลงตัวสุดๆ มาพร้อมกับปริมาณจุใจ 12 ชิ้นเลยทีเดียว จะทานเป็นขนมทานเล่น หรือทานคู่กับของหวานอื่นๆเช่นไอสกรีมรสโปรดก็เข้ากั๊นเข้ากัน
อร่อยจุใจ ไปกับชูครีมชิ้นพอดีคำ สอดไส้คัสตาร์ดครีม
ไส้คัสตาร์ดผสมวิปครีมที่ผสมกันในสัดส่วนที่บาลานซ์ลงตัว ความหอมหวานจากคัสตาร์ดและความนุ่มนวลของวิปครีม เข้ากับเนื้อชูครีมสไตล์ญี่ปุ่นที่มีความนุ่มฟู เข้ากันได้ลงตัวสุดๆ มาพร้อมกับปริมานจุใจ 12 ชิ้นเลยทีเดียว
อร่อยจุใจ ไปกับชูครีมชิ้นพอดีคำ ที่อัดแน่นไปด้วยไส้คัสตาร์ดครีมและครีมช็อคโกแลต
ไส้ข้างในเป็นส่วนผสมของโฮมเมดคัสตาร์ดเข้ากับครีมช็อกโกแลตสดสูตรเข้มข้น พร้อมกับโกโก้รวมกันมาในเนื้อชูครีมสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีความนุ่มฟู เข้ากันได้ลงตัวสุดๆ มาพร้อมกับปริมานจุใจ 12 ชิ้นเลยทีเดียว
อร่อยจุใจ ไปกับชูครีมชิ้นพอดีคำ สอดไส้ครีมสตรอว์เบอร์รี่
ใส้ครีมสตรอว์เบอร์รี่ เป็นสูตรพิเศษที่ผสมกันระหว่าคัสตาร์ดแบบโฮมเมดผสมกับแยมสตรอว์เบอร์รี่สูตรเข้มข้น อร่อยเข้ากันกับเนื้อชูครีมสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีความนุ่มฟูเข้ากันได้ลงตัวสุดๆ มาพร้อมกับปริมาณจุใจ 12 ชิ้นเลยทีเดียว จะทานเป็นขนมทานเล่น หรือทานคู่กับของหวานอื่นๆเช่นไอสกรีมรสโปรดก็เข้ากั๊นเข้ากัน
ปลาอาจิชุบเกล็ดขนมปังเมนูปลาทอดยอดนิยมของญี่ปุ่น
ปลาอาจิ นำมาหั่นเป็นชิ้นชุบด้วยเกล็ดขนมปัง เพียงแค่นำไปทอดก็จะได้เมนูแสนอร่อย ทอดจนได้สีเหลืองอร่าม ได้สัมผัสของความกรอบนอกนุ่มในของปลาอาจิ ราดด้วยซอสทงคัตสึ หรือซอสที่คุณชื่นชอบ ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ รับรองฟินแน่นอนค่ะ
วิธีทอด
• นำไปทอดที่อุณหภูมิ 150ํ-160 ํC เวลาประมาณ 5 นาที หรือจนกระทั่งสุก
สัมผัสความอร่อยระดับพรีเมียม ส่งตรงถึงบ้านคุณ กับเส้นราเมนสดสูตรต้นตำรับแท้จากประเทศญี่ปุ่น ผลิตจากแป้งสาลีและไข่ไก่คุณภาพดี ให้เส้นสีเหลืองนวลสวย เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม หนึบหนับ เคี้ยวเพลินทุกคำ ผลิตด้วยกรรมวิธีที่พิถีพิถัน โดยไม่เติมสารกันบูด เพื่อคงความสดใหม่และให้คุณมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยทุกครั้งที่รับประทาน ไม่ว่าจะทำรับประทานเองที่บ้าน หรือใช้ประกอบอาหารสำหรับร้าน ก็ให้รสชาติอร่อยเหมือนเชฟญี่ปุ่นปรุงสดใหม่ สามารถนำไปสร้างสรรค์เมนูได้หลากหลาย ทั้งราเมนน้ำ ราเมนแห้ง ราเมนเย็น ยากิโซบะ หรือเมนูผัดเส้นต่างๆ ใช้งานสะดวก ต้มสุกง่ายภายในไม่กี่นาที ก็พร้อมเสิร์ฟความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นได้ทันที
วิธีเตรียมเส้น
ขั้นเตรียมเส้นก่อนลวก : ต้มน้ำให้เดือด จากนั้นให้สางเส้นให้ไม่ติดกันก่อนลวก (ไม่ควรนำเส้นไปจุ่มน้ำเพื่อล้างแป้งก่อนลวก จะทำให้เส้นเหนียวติดกัน) และให้ใช้ตะเกียบกวนเส้นให้กระจายตัวในน้ำเล็กน้อยขณะลวกเส้น
เวลาในการลวกตามแต่ละเมนู:
- เมนูราเมน ใช้เวลาลวกเส้นประมาณ 2-3 นาที
- เมนูบะหมี่เย็น ใช้เวลาลวกเส้นประมาณ 2:45-3:15 นาที แล้วนำเส้นไปจุ่มในนำเย็นก่อนเสิร์ฟ
- เมนูยากิโซบะ ใช้เวลาลวกเส้นประมาณ 1:30-1:45 นาที
การเก็บรักษา: เก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0-5 °C หลังจากเปิดซองแล้วควรทานให้หมดภายใน 7 วัน (จุดน้ำตาลในเนื้อแป้งเป็นส่วนของรำข้าวสาลี ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค)
เมนูแนะนำ
• ทงคัตสึราเมน / โชยุราเมน: เส้นราเมนเหนียวนุ่มในน้ำซุปกระดูกหมูเข้มข้นหรือซุปโชยุหอมกรุ่น
• ซารุ ราเมน (บะหมี่เย็นญี่ปุ่น): เส้นราเมนลวกสุกจุ่มน้ำเย็น ทานคู่กับซอสซารุโชยุเย็นๆ โรยต้นหอมและวาซาบิ
• ยากิโซบะ: นำเส้นไปผัดกับซอสยากิโซบะรสเข้มข้น ใส่กะหล่ำปลี หมูสามชั้น และโรยสาหร่าย
เหนียวนุ่ม นุ่มหนึบ สูตรต้นตำหรับจากญี่ปุ่น แบบเดียวกับที่ใช้ตามร้านราเมนชื่อดัง
สัมผัสความอร่อยระดับพรีเมียม ส่งตรงถึงบ้านคุณ กับเส้นราเมนสดสูตรต้นตำรับแท้จากประเทศญี่ปุ่น ผลิตจากแป้งสาลีและไข่ไก่คุณภาพดี ให้เส้นสีเหลืองนวลสวย เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม หนึบหนับ เคี้ยวเพลินทุกคำ ผลิตด้วยกรรมวิธีที่พิถีพิถัน โดยไม่เติมสารกันบูด เพื่อคงความสดใหม่และให้คุณมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยทุกครั้งที่รับประทาน ไม่ว่าจะทำรับประทานเองที่บ้าน หรือใช้ประกอบอาหารสำหรับร้าน ก็ให้รสชาติอร่อยเหมือนเชฟญี่ปุ่นปรุงสดใหม่ สามารถนำไปสร้างสรรค์เมนูได้หลากหลาย ทั้งราเมนน้ำ ราเมนแห้ง ราเมนเย็น ยากิโซบะ หรือเมนูผัดเส้นต่างๆ ใช้งานสะดวก ต้มสุกง่ายภายในไม่กี่นาที ก็พร้อมเสิร์ฟความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นได้ทันที
วิธีเตรียมเส้น
ขั้นเตรียมเส้นก่อนลวก : ต้มน้ำให้เดือด จากนั้นให้สางเส้นให้ไม่ติดกันก่อนลวก (ไม่ควรนำเส้นไปจุ่มน้ำเพื่อล้างแป้งก่อนลวก จะทำให้เส้นเหนียวติดกัน) และให้ใช้ตะเกียบกวนเส้นให้กระจายตัวในน้ำเล็กน้อยขณะลวกเส้น
เวลาในการลวกตามแต่ละเมนู:
- เมนูราเมน ใช้เวลาลวกเส้นประมาณ 2-3 นาที
- เมนูบะหมี่เย็น ใช้เวลาลวกเส้นประมาณ 2:45-3:15 นาที แล้วนำเส้นไปจุ่มในนำเย็นก่อนเสิร์ฟ
- เมนูยากิโซบะ ใช้เวลาลวกเส้นประมาณ 1:30-1:45 นาที
การเก็บรักษา: เก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0-5 °C หลังจากเปิดซองแล้วควรทานให้หมดภายใน 7 วัน (จุดน้ำตาลในเนื้อแป้งเป็นส่วนของรำข้าวสาลี ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค)
เมนูแนะนำ
• ทงคัตสึราเมน / โชยุราเมน: เส้นราเมนเหนียวนุ่มในน้ำซุปกระดูกหมูเข้มข้นหรือซุปโชยุหอมกรุ่น
• ซารุ ราเมน (บะหมี่เย็นญี่ปุ่น): เส้นราเมนลวกสุกจุ่มน้ำเย็น ทานคู่กับซอสซารุโชยุเย็นๆ โรยต้นหอมและวาซาบิ
• ยากิโซบะ: นำเส้นไปผัดกับซอสยากิโซบะรสเข้มข้น ใส่กะหล่ำปลี หมูสามชั้น และโรยสาหร่าย
เยลลี่ใสผสมเนื้อผลไม้แท้ อร่อย สดชื่น
เยลลี่เนื้อเนียนใส ชุ่มฉ่ำ รสผลไม้รวม ผสมผสานความอร่อยของน้ำผลไม้และเนื้อผลไม้ชิ้นใหญ่จุใจถึง 5 ชนิด ได้แก่ ส้มแมนดาริน, พีชเหลือง, พีชขาว, สับปะรด และแอปเปิล รสชาติหวานอมเปรี้ยว หอมกลิ่นผลไม้ สดชื่น ทานง่าย ทั้งอร่อยและได้ประโยชน์จากเนื้อผลไม้แบบเต็มๆ
เติมความอร่อยให้มื้ออาหารด้วย ปลาไหลย่างปรุงรสสไตล์ญี่ปุ่นที่ให้กลิ่นหอมชวนรับประทาน พร้อมรสชาติหวานเค็มกลมกล่อมจากซอสซีอิ๊ว เนื้อปลานุ่มเข้มข้น หอมซอส และเข้ากันได้ดีกับข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ เพียงนำออกจากบรรจุภัณฑ์ วางบนภาชนะที่ใช้กับไมโครเวฟได้ คลุมด้วยกระดาษหรือพลาสติกสำหรับอาหาร แล้วอุ่นด้วยกำลังไฟสูงประมาณ 2–3 นาที หรือจนร้อนทั่วถึง ก็พร้อมเสิร์ฟทันที จะรับประทานคู่กับข้าวญี่ปุ่น ทำเป็นข้าวหน้าปลาไหล หรือเพิ่มในเมนูซูชิก็อร่อยลงตัว เหมาะสำหรับทำรับประทานเองที่บ้านหรือใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับร้านอาหารญี่ปุ่น สะดวก รวดเร็ว และประหยัดเวลา ไม่ต้องเสียเวลาเตรียมปลาไหลเองให้วุ่นวาย
วิธีอุ่นด้วยไมโครเวฟ
1. นำปลาไหลออกจากบรรจุภัณฑ์
2. วางบนภาชนะที่สามารถใช้กับไมโครเวฟได้
3. คลุมด้วยพลาสติกแรปที่ใช้กับไมโครเวฟหรือฝาครอบได้
4. อุ่นด้วยกำลังไฟสูงประมาณ 2–3 นาที หรือจนกว่าปลาไหลจะร้อนทั่วถึง
5. นำออกและเสิร์ฟทันที
***** การเก็บรักษา: เก็บในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิต่ำกว่า -18°C
เมนูแนะนำ
- ข้าวหน้าปลาไหลย่างซีอิ๊ว (Unadon / Unaju)
- ข้าวปั้นหน้าปลาไหลย่าง (Unagi Nigiri)
- ซูชิโรลหน้าปลาไหลย่าง
- สลัดปลาไหลย่างซอสญี่ปุ่น
พบกับ 1 ใน 3 เส้นอุด้งที่อร่อยที่สุดของญี่ปุ่น!!
Sanuki Udon (ซานุกิอุด้ง) ของจังหวัด Kagawa (คากาวะ) ถือเป็นสุดยอมเมนูอุด้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่นและได้รับความนิยมไปทั่วโลก
เคยกินขนมพันสาหร่ายทั่วไปแล้วรู้สึกว่าขาดอะไรไปไหมคะ? ต้องลองตัวนี้เลยค่ะ Ume Norimaki จากแบรนด์ยอดฮิตตลอดกาลอย่าง Kameda Seika ที่หยิบเอาเสน่ห์ของ "บ๊วยนันโค" ของดีขึ้นชื่อจากจังหวัดวากายามะ มาผสมผสานกับข้าวอบกรอบสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ
ทำไมต้องมีติดบ้าน?
• รสชาติครบรส: สัมผัสแรกคือความกรอบของข้าวอบที่เคลือบซอสโชยุสูตรพิเศษ ตามด้วยรสเปรี้ยวอมหวานนิดๆ และกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์จากผงบ๊วยแท้ๆ (Kishū Nankō-ume)
• สาหร่ายคุณภาพเยี่ยม: ใช้สาหร่ายแผ่นหนา กรอบ หอมกลิ่นอายทะเล พันรอบตัวขนมมาแบบเน้นๆ
• ความกรอบที่เป็นเอกลักษณ์: ข้าวอบกรอบสไตล์ Okaki ที่เคี้ยวเพลินจนชิ้นเดียวไม่เคยพอ
• ไซส์พอเหมาะ: ขนาด 25 กรัม พกพาง่าย จะใส่กระเป๋าไว้กินเล่นระหว่างวัน หรือแบ่งให้เด็กๆ ทานตอนดูการ์ตูนก็สะดวกค่ะ
ทานคู่กับอะไรก็อร่อย!
• จิบชาร้อน: เข้ากันได้ดีที่สุดกับชาเขียวร้อนๆ ช่วยชูรสบ๊วยให้เด่นขึ้น
• เครื่องดื่มเย็น: เป็นกับแกล้มชั้นเลิศที่เคี้ยวเพลินจนลืมเวลา
• ของว่างยามบ่าย: แก้เซ็งช่วง Work from home ได้ดีเยี่ยม
มารุจัง อุด้งถ้วยใหญ่ อิ่มอร่อยคูณสอง!
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในตำนานที่ครองใจคนญี่ปุ่นมายาวนาน จากแบรนด์มารุจัง (Maruchan) ด้วยรสชาติที่อร่อยลงตัวและเส้นอุด้งที่เหนียวนุ่ม มาพร้อมกับน้ำซุปสไตล์คันโต (Kanto-style) น้ำซุปปรุงจากปลาคัตสึโอะบุชิและสาหร่ายคอมบุ ให้รสชาติเข้มข้นสไตล์ญี่ปุ่นแท้ มาในถ้วยขนาดใหญ่พิเศษ พร้อมแผ่นเต้าหู้ทอดเต็มคำถึง 2 ชิ้น เพียงเปิดฝาเติมน้ำร้อนทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที ก็อิ่มอร่อยได้อย่างจุใจ