ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รักการทำสเต็กกินเองที่บ้าน แต่เบื่อปัญหาซอสขวดใหญ่ที่เปิดแล้วใช้ไม่หมดจนเสียรสชาติ เอบาระ ซอสปรุงรสสเต็ก รสหัวไชเท้า คือคำตอบที่คุณตามหา ด้วยแนวคิด "Freshness in every pod" หรือความสดใหม่ในทุกถ้วย ทำให้ซอสตัวนี้โดดเด่นกว่าใคร รสชาติ ซอสโชยุสไตล์ญี่ปุ่น ที่ผสมกับหัวไชเท้าขูดละเอียด เมื่อราดลงบนเนื้อที่ร้อนๆ กลิ่นหอมของโชยุและมิรินจะพุ่งขึ้นมาทันที ความเปรี้ยวเบาๆ จากน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลและน้ำส้มโอ ช่วยชูรสหวานของเนื้อให้เด่นชัดขึ้น เป็นรสชาติแบบ "วากิวสไตล์" ที่ชาวญี่ปุ่นนิยมกันมากที่สุด นอกจากจะใช้ราดสเต็กแล้ว ยังประยุกต์เป็นน้ำจิ้มเนื้อย่าง หรือราดปลาย่างก็อร่อยไม่แพ้กัน พกพาสะดวก จะไปแคมป์ปิ้ง หรือจัดปาร์ตี้สเต็กที่คอนโด ก็สะดวกสบายไม่ต้องกลัวเลอะเทอะ นี่คือไอเทมลับที่จะเปลี่ยนมื้อธรรมดาให้เป็นมื้อพิเศษในพริบตา
วิธีใช้ง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน:
1. เตรียมเนื้อ: นำเนื้อออกมาพักให้อยู่ในอุณหภูมิห้องก่อนย่างประมาณ 30 นาที
2. ย่างให้เป๊ะ: ตั้งกระทะให้ร้อน ย่างเนื้อจนได้ความสุกที่ต้องการ
3. ราดความอร่อย: จัดเนื้อใส่จาน แล้วหยิบซอสปรุงรสสเต็ก รสหัวหอมใหญ่ มาหักถ้วยแล้วราดลงบนเนื้อได้ทันที
(ตัวซอสสามารถทานได้เลยโดยไม่ต้องนำไปอุ่นร้อน เพื่อคงรสชาติสดใหม่)
วิธีเปิดใช้ถ้วยซอส (Puchitto)
• หันด้านฝาฟอยล์ขึ้นด้านบน
• พับตามรอยประจนได้ยินเสียง "ปุจิ"
• ค่อยๆ บีบซอสราดลงบนอาหาร
แนะนำเมนูอาหาร
• แฮมเบิร์กสไตล์ญี่ปุ่น (Wafu Hambagu) วางใบชิโซะหรือวางไชเท้าขูดเพิ่มด้านบน แล้วราดด้วยซอส 1 ถ้วย ความเปรี้ยวหวานของซอสจะช่วยลดความมันของเนื้อบดได้ดีมาก
• สลัดหมูชาบู (Pork Shabu Salad) ใช้ซอสราดเป็นน้ำสลัดได้เลย รสชาติจะเบากว่าน้ำสลัดครีม เหมาะสำหรับคนที่คุมน้ำหนัก
• ปลาซาบะหรือปลาแซลมอนย่างเกลือ ราดซอสลงไปข้างๆ หรือราดบนตัวปลา รสเปรี้ยวจากน้ำส้มโอในซอสจะช่วยดับคาวปลาและชูรสหวานของเนื้อปลาได้ยอดเยี่ยม
• เต้าหู้เย็นทรงเครื่อง (Hiyayakko) ราดซอสลงไปแทนโชยุธรรมดา เนื้อไชเท้าในซอสจะเข้าไปเกาะกับตัวเต้าหู้ ทำให้ได้รสสัมผัสที่เข้มข้นกว่าเดิม
• ข้าวหน้าเนื้อย่าง (Gyudon Style) ราดซอสลงไปคลุกกับเนื้อขณะอยู่ในกระทะแป๊บเดียว หรือราดสดๆ บนข้าว รสชาติโชยุและกลิ่นหอมของหัวหอมในซอสจะซึมเข้าเนื้อ
ซอสยากินิคุสูตรพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเมืองคิตะมิ เมืองที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "เมืองแห่งยากินิคุ" ของญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยการผสานความหวานละมุนจากหัวหอมและแอปเปิลแท้จากฮอกไกโดเข้ากับโชยุคุณภาพและเครื่องเทศอย่างลงตัว ให้รสชาติกลมกล่อม หอมเข้มข้น ไม่เค็มจัด มีความหวานธรรมชาติและเปรี้ยวปลายลิ้นเล็กน้อย ช่วยดึงรสชาติของเนื้อวัว เนื้อหมู ไก่ ซีฟู้ด และผักย่างให้อร่อยยิ่งขึ้น พร้อมช่วยตัดเลี่ยนได้อย่างพอดี ซอสขวดนี้ไม่ได้เป็นเพียงน้ำจิ้มสำหรับปิ้งย่างเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้หมักเนื้อก่อนย่างเพื่อเพิ่มความนุ่มและความหอม ใช้ผัดอาหารสไตล์ญี่ปุ่น ราดข้าว หรือปรุงเมนูต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย ช่วยเพิ่มความเข้มข้นและมิติของรสชาติให้ทุกจาน โดยไม่ต้องปรุงเพิ่มหลายขั้นตอน เหมาะสำหรับผู้ที่อยากสร้างสรรค์เมนูยากินิคุและอาหารญี่ปุ่นรสชาติต้นตำรับได้ง่าย ๆ ที่บ้าน เพียงมีซอสขวดนี้ ก็สัมผัสความอร่อยเหมือนนั่งรับประทานอยู่ที่ร้านดังในฮอกไกโดได้ทุกมื้อ
วิธีการใช้งาน
• เขย่าขวดก่อนเปิดใช้งานทุกครั้ง เพื่อให้ส่วนผสมของเนื้อหอมใหญ่และแอปเปิ้ลที่นอนก้นกระจายตัวเข้ากันดี
• ใช้เป็นน้ำจิ้ม: เทใส่ถ้วยพร้อมจิ้มกับเนื้อสัตว์ปิ้งย่างได้ทันที
• ใช้เป็นซอสหมัก: นำเนื้อสัตว์มาคลุกเคล้ากับซอส ทิ้งไว้ 15-30 นาที ก่อนนำไปปิ้งย่างเพื่อความนุ่มเข้มข้นเข้าเนื้อ
• ซอสหมัก: นำเนื้อสัตว์ไปหมักกับซอสประมาณ 15-30 นาที ก่อนปิ้งย่าง ช่วยให้เนื้อนุ่มและมีรสชาติหวานเค็มกลมกล่อมแทรกซึมเข้าเนื้อ
ขอแนะนำน้ำแร่ธรรมชาติอัดก๊าซ (Sparkling Natural Mineral Water) จากประเทศญี่ปุ่น ที่มอบความซ่าอันทรงพลัง พร้อมกับรสสัมผัสที่อ่อนนุ่ม เป็นการผสมผสานที่ลงตัวที่คุณสามารถเพลิดเพลินได้ทุกเมื่อค่ะ
ผลิตภัณฑ์นี้คือ น้ำแร่ธรรมชาติอัดก๊าซ (Sparkling Water) จากแบรนด์ Iris Ohyama (ไอริส โอฮิยามะ) ซึ่งใช้น้ำแร่ธรรมชาติ 100% จากแหล่งน้ำบาดาลบริเวณ ภูเขาไฟฟูจิ (Mt. Fuji) ในจังหวัดชิซูโอกะ (Shizuoka) น้ำแร่จากแหล่งนี้มีชื่อเสียงในเรื่องความบริสุทธิ์และรสชาติที่เป็นกลาง เนื่องจากผ่านการกรองตามธรรมชาติจากชั้นหินภูเขาไฟใต้ดินมาอย่างยาวนาน
จุดเด่นสำคัญของน้ำแร่สปาร์คกลิ้งนี้คือการอัดก๊าซคาร์บอนิก (Carbonation) ในระดับที่สูง ทำให้ได้ ความซ่าที่ "เข้มข้นและทรงพลัง" (Strong Sparkling) ซึ่งจะมอบความรู้สึกสดชื่นและซาบซ่าทันทีที่ดื่ม แต่ในขณะเดียวกันยังคงไว้ซึ่งรสชาติที่นุ่มนวลและดื่มง่ายตามแบบฉบับของ น้ำอ่อน (Soft Water) สไตล์ญี่ปุ่น นอกจากนี้ น้ำแร่ยังเป็นแบบ ไม่มีน้ำตาล ไม่มีแคลอรี่ และไม่มีสารปรุงแต่ง (Sugar-free, Zero Calories, No Preservatives) จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่นแต่ดีต่อสุขภาพค่ะ
น้ำแร่จากภูเขาไฟฟูจิยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่พบได้ตามธรรมชาติ เช่น วานาเดียม (Vanadium) ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่เป็นที่ต้องการในหมู่ผู้ที่ดูแลสุขภาพในญี่ปุ่น การดื่มน้ำแร่สปาร์คกลิ้งนี้จึงไม่เพียงแต่ให้ความสดชื่นเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกวิธีหนึ่งในการได้รับแร่ธาตุธรรมชาติจากแหล่งกำเนิดที่บริสุทธิ์อีกด้วย
ความซ่าที่โดนใจ: อัดก๊าซในระดับสูง (Strong Sparkling) เพื่อมอบความซาบซ่าและสดชื่นแบบเต็มที่
รสสัมผัสอ่อนนุ่ม: ใช้ฐานเป็นน้ำแร่ธรรมชาติแบบน้ำอ่อน (Soft Water) ที่มีรสชาติเป็นกลางและนุ่มละมุน ดื่มง่าย ไม่บาดคอ
ส่วนผสมธรรมชาติ 100%: ผลิตจากน้ำแร่จากภูเขาไฟฟูจิ ไม่มีน้ำตาล ไม่มีแคลอรี่ และไม่มีสารปรุงแต่ง
อุดมด้วยแร่ธาตุ: มีแร่ธาตุตามธรรมชาติ เช่น วานาเดียม (Vanadium) ซึ่งพบได้ในแหล่งน้ำภูเขาไฟ
ลองเปิดประสบการณ์ความสดชื่นแบบญี่ปุ่นแท้ ที่คุณก็สามารถเพลิดเพลินได้ง่าย ๆ ที่บ้านด้วยน้ำแร่สปาร์คกลิ้งนี้ดูนะคะ จะดื่มเปล่า ๆ หรือนำไปเป็นส่วนผสมก็อร่อยสดชื่นค่ะ
อุด้งกึ่งสำเร็จรูปพร้อมเครื่องปรุงและเต้าหู้แผ่น ในซุปโชยุกลมกล่อม
อุด้งเส้นเหนียวนุ่ม เสิร์ฟพร้อมเต้าหู้ทอดชิ้นใหญ่ ในซุปสไตล์คันโตที่หอมเข้มข้นจากดาชิปลาคัตสึโอะและสาหร่ายคอมบุ
เยลลี่ใสผสมเนื้อองุ่น อร่อย สดชื่น
เยลลี่เนื้อเนียนใส ชุ่มฉ่ำ รสองุ่นไชน์มัสคัต (Shine Muscat) ผสมผสานความอร่อยของน้ำองุ่นและเนื้อองุ่นลูกใหญ่จุใจ รสชาติหวานอมเปรี้ยว หอมกลิ่นผลไม้ สดชื่น ทานง่าย ทั้งอร่อยและได้ประโยชน์จากเนื้อผลไม้แบบเต็มๆ
นัตโตะวีแกนจากญี่ปุ่น อร่อยง่าย ได้สุขภาพ
ทำไมต้องถั่วเหลือง จากฮอกไกโด ?
หัวใจสำคัญของนัตโตะกล่องนี้คือ การเลือกใช้ถั่วเหลืองสายพันธุ์ "Yukishizuka" (ゆきしずか) ซึ่งเป็นถั่วเหลืองเมล็ดเล็ก ชื่อดังจากฮอกไกโด จากข้อมูลทางการเกษตรของญี่ปุ่นระบุว่า ถั่วสายพันธุ์นี้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อการทำนัตโตะโดยเฉพาะ เพราะเมล็ดที่เล็กจะช่วยให้จุลินทรีย์สามารถย่อยสลายและสร้างความหนืดได้ทั่วถึงทุกอณูเมล็ด ส่งผลให้ได้รสสัมผัสที่นุ่มนวลและมีความหวานของถั่วตามธรรมชาติที่ชัดเจนกว่าถั่วเมล็ดใหญ่
"ยามะวาซาบิ" มนต์เสน่ห์ความเผ็ดฉุนสีขาว
ความพิเศษที่ไม่เหมือนใครของผลิตภัณฑ์นี้คือซอสปรุงรสที่ใช้ "ยามะวาซาบิ"หรือ ฮอร์สแรดิช สีขาวที่เป็นของขึ้นชื่อแห่งฤดูหนาวในฮอกไกโด
• ความต่าง: ยามะวาซาบิจะมีความเผ็ดร้อนที่พุ่งขึ้นจมูกและจางหายไปอย่างรวดเร็ว ต่างจากวาซาบิสีเขียวทั่วไป
• รสชาติ: เมื่อนำมาผสมกับนัตโตะ ความฉุนนี้จะช่วยตัดกลิ่นเฉพาะตัวของถั่วเน่าได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ทานง่ายและให้ความรู้สึกสดชื่นในทุกคำ
มาตรฐาน "นัตโตะวีแกน" ที่ทั่วโลกยอมรับ
โดยปกติแล้ว ซอสนัตโตะทั่วไปมักจะมีส่วนผสมของ "โบนิโตะดาชิ" (สารสกัดจากปลาโอแห้ง) แต่ มารุคิน ฟู้ด ได้พัฒนาสูตรที่ปราศจากเนื้อสัตว์ 100% โดยได้รับตราสัญลักษณ์ Vegan Certified จาก VegeProject Japan ซึ่งเป็นองค์กรรับรองมาตรฐานมังสวิรัติที่เข้มงวดที่สุดในญี่ปุ่น เพื่อให้มั่นใจว่าทั้งตัวถั่วและซอสปรุงรสทำจากพืชและวัตถุดิบธรรมชาติเท่านั้น
วิธีทานนัตโตะแบบง่ายๆ (สไตล์ญี่ปุ่น):
• เตรียม: นำนัตโตะออกจากตู้เย็น พักไว้ให้อุณหภูมิห้องสักครู่
• ใส่เครื่องปรุง: ฉีกซองซอสและมัสตาร์ดที่ให้มาในกล่อง ใส่ลงในนัตโตะ (ถ้าไม่ชอบกลิ่นแรงแนะนำต้องใส่ซอสเยอะ).
• คน: ใช้ตะเกียบหรือช้อนคนนัตโตะไปทางเดียวกัน 50-100 ครั้ง เพื่อให้เกิดใยเหนียวๆ และรสชาติอูมามิ.
• ทานคู่: ตักราดบนข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมปังปิ้งคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ท็อปปิ้งเสริมที่แนะนำ (สำหรับคนไทยเพิ่มความอร่อย):
• เพิ่มรสชาติ/ลดกลิ่น: ต้นหอมซอย, ไข่ดิบ/ไข่แดง, คัตสึโอะบุชิ, กิมจิ, วาซาบิ, ซอสพริกศรีราชา, มายองเนส
• ทานกับ: ข้าวญี่ปุ่น, ขนมปังปิ้ง, พาสต้า, เส้นอูด้ง, หรือแม้แต่กระเจี๊ยบเขียวลวก.
• เมนูประยุกต์: ลองคลุกกับข้าวหน้ากะเพรา, กินกับไข่ออนเซ็น
เซ็น
กรุบกรอบ เคี้ยวเพลิน หอมกลิ่นวาซาบิ
คาคิโนะทาเนะ (Kaki no Tane) รสวาซาบิ จากแบรนด์คาเมดะ (Kameda) เป็นขนมข้าวอบกรอบรูปเมล็ดลูกพลับหรือพระจันทร์เสี้ยว ชิ้นเล็กน่ารัก สีน้ำตาลแวววาว ทำจากแป้งข้าวเจ้านำมานวด ตัด อบ และปรุงรสด้วยซอสสูตรพิเศษ เค็มๆ มันๆ กลมกล่อม ผสมผงวาซาบิที่ทำจากวาซาบิเมืองอะซุมิโนะ (Azumino) 100% ให้คุณได้สัมผัสความเผ็ดร้อนและกลิ่นฉุนขึ้นจมูกอันเป็นเอกลักษณ์ของวาซาบิแท้ๆ
ขนมคาคิโนะทาเนะถือเป็นหนึ่งในเซมเบ้ยอดนิยมของคนญี่ปุ่น มักจะรับประทานเป็นกับแกล้มคู่กับเครื่องดื่มต่างๆ หรือทานเล่นเพลินๆ ระหว่างวัน นอกจากนี้ยังสามารถนำมาประยุกต์ทำเมนูอร่อยๆ ได้อย่างหลากหลาย เช่น ยากิโซบะ, โอโคโนมิยากิ, ข้าวปั้น, ใส่ในสลัด, โรยไอศกรีม เป็นต้น
ชวนคุณมาลองชิมชาจากเมืองยาคุชิมะ
เมืองยะกุชิมะ (Yakushima) เป็นเกาะเขตร้อนนอกชายฝั่งทางตอนใต้ของคิวชู บนเกาะจะปกคลุมไปด้วยป่าสนและต้นไม้เก่าแก่ บางต้นมีอายุมากกว่า 100 ปี!! เมืองยากุชิมะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติในปี 1993 ด้วยอากาศที่บริสุทธิ์สภาพแวดล้อมเหมาะกับการปลูกชา เพราะอยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง 2,000 เมตร ใบชาที่ได้จะมีรสชาติกลมกล่อม และหอมมาก หากท่านไหนที่อยากลองรสสัมผัสใหม่ๆแนะนำค่ะ
วิธีชงชาให้ได้รสชาติแบบดั้งเดิม
1. นำชาออกจากกล่อง 1 ถุง ต่อ 1 ถ้วย
2. ต้มน้ำให้ร้อน เทน้ำลงไปในถ้วย แช่ทิ้งไว้ประมาณ 30 วินาที หรือ 1 นาที
3. แกว่งถุงชาเบาๆ และนำออกจากถ้วย
ยกระดับปาร์ตี้ปิ้งย่างของคุณด้วยซอสยากินิคุระดับตำนานจากฮอกไกโด!
เพิ่มรสชาติความอร่อยให้มื้อพิเศษของคุณด้วย "คิน โนะ ซอสยากินิคุ" จากแบรนด์ เบลฟู้ด (Bell Foods) ซอสยากินิคุยอดนิยมจากญี่ปุ่น ที่ครองตำแหน่งสินค้าขายดีมาอย่างยาวนานกว่า 70 ปี นับตั้งแต่เริ่มวางจำหน่าย!
โดดเด่นด้วยรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์จากส่วนผสมของแอปเปิ้ลและลูกพีช ผสานกับความหอมละมุนของน้ำมันงาได้อย่างลงตัว ให้รสชาติกลมกล่อม หอม อร่อย เหมาะสำหรับใช้เป็นซอสจิ้มคู่กับเนื้อย่างและเมนูปิ้งย่างหลากหลายชนิด
วิธีรับประทาน
• ใช้เป็นซอสจิ้มปิ้งย่าง ทั้งเนื้อสัตว์และผักย่าง ช่วยเพิ่มรสชาติให้อร่อยกลมกล่อมยิ่งขึ้น
• ใช้เป็นซอสหมักเนื้อก่อนย่าง โดยใช้ซอส 25 กรัม ต่อเนื้อ 100 กรัม ช่วยทำให้รสชาติของเนื้อย่างอร่่อยยิ่งขึ้น
การเก็บรักษา
• เมื่อเปิดขวดแล้ว ควรเก็บในตู้เย็นและใช้ให้หมดโดยเร็ว พร้อมเขย่าขวดก่อนใช้ทุกครั้ง
• ส่วนผสมอาจมีการแยกชั้นหรือตกตะกอนได้ ซึ่งไม่ส่งผลต่อคุณภาพของซอส
เปิดประสบการณ์ความสดชื่นส่งตรงจากทะเลโอกินาวา ด้วย "สาหร่ายโมซุกุปรุงรส ผสมน้ำส้มสายชูหมักจากเลมอน"
หากคุณกำลังมองหาเมนูทานเล่นที่ทั้งอร่อย สดชื่น และดีต่อสุขภาพในเวลาเดียวกัน สาหร่ายโมซุกุธรรมชาติแท้ๆ 100% ที่เก็บเกี่ยวจากแหล่งน้ำทะเลที่ใสสะอาดและอุดมสมบูรณ์ของเกาะโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น นำมาผ่านกรรมวิธีที่พิถีพิถัน คลุกเคล้าด้วยน้ำส้มสายชูสูตรพิเศษที่เพิ่มความหอมสดชื่นเป็นพิเศษด้วย "น้ำเลมอนแท้" วามโดดเด่นของสาหร่ายโมซุกุจากโอกินาวาคือเส้นที่หนานุ่ม มีความกรุบกรอบเฉพาะตัว เคี้ยวเพลิน ต่างจากสาหร่ายชนิดอื่น ยิ่งเมื่อผสานเข้ากับรสชาติเปรี้ยวอมหวาน กลมกล่อม และมีกลิ่นหอมซีตรัสอ่อนๆ ของเลมอน ยิ่งช่วยปลุกความสดชื่นในวันที่เหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี ทานตอนแช่เย็นจัดๆ รสชาติจะยิ่งยอดเยี่ยม
นอกจากความอร่อยที่กินเพลินแล้ว สาหร่ายโมซุกุยังขึ้นชื่อว่าเป็น "Superfood" จากใต้ท้องทะเล ของชาวโอกินาวา (ดินแดนที่ประชากรอายุยืนที่สุดในโลก) เพราะอุดมไปด้วย "ฟูคอยแดน"และใยอาหารสูง แต่ให้แคลอรีที่ต่ำมาก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่รักสุขภาพ ผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก หรือต้องการจานเคียงรสเปรี้ยวเพื่อตัดเลี่ยนในมื้ออาหารหลัก สะดวกสบายในแพ็กเกจแบ่งทาน 3 ถ้วย แกะพลาสติกแล้วพร้อมทานได้ทันที หรือนำไปดัดแปลงทำเมนูแสนอร่อยได้หลากหลาย ตอบโจทย์คนรักสุขภาพยุคใหม่ที่ไม่มีเวลา แต่อยากได้คุณค่าสารอาหารแบบเต็มๆ
ประโยชน์
• อุดมด้วยสารฟูคอยแดน (Fucoidan): มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
• ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย: มีใยอาหาร (Fiber) ชนิดละลายน้ำสูงมาก ช่วยปรับสมดุลลำไส้และระบบย่อยอาหาร
• แคลอรีต่ำและควบคุมน้ำหนัก: ให้พลังงานต่ำมาก แต่อิ่มท้อง เหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมแคลอรี
• บำรุงผิวพรรณและผม: มีแร่ธาตุและวิตามินหลากหลายชนิดที่ช่วยให้ผิวพรรณสดใสและเส้นผมแข็งแรง
เมนูแนะนำ
• เมนูทานเล่นเรียกน้ำย่อย: ทานเปล่าๆ แบบแช่เย็นจัด เพิ่มความสดชื่นก่อนมื้ออาหาร
• ยำโมซุกุแตงกวาญี่ปุ่น: ใส่แตงกวาญี่ปุ่นสไลด์บางๆ และเนื้อปูอัดลงไปคลุกเคล้า เพิ่มมิติความกรอบและสีสัน
• สลัดสาหร่ายสด: นำไปราดบนผักสลัดแก้ว หรือทานคู่กับสาหร่ายวากาเมะสด
• กับแกล้มสไตล์อิซากายะ: ทานคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ ช่วยตัดเลี่ยนรสชาติของทอดหรือเนื้อย่างได้อย่างยอดเยี่ยม
รังสรรค์ข้าวซูชิรสกลมกล่อม ด้วยน้ำส้มแดงสูตรพิเศษ จากไมโดะ
น้ำส้มสายชูแดงสำหรับปรุงข้าวซูชิ จากตรา ไมโดะ (Maido) น้ำส้มสายชูสูตรพิเศษจากญี่ปุ่น ที่ช่วยให้การปรุงข้าวซูชิเป็นเรื่องง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น เราได้เลือกใช้น้ำส้มสายชูแดงคุณภาพดี รสกลมกล่อมและมีอูมามิกว่าน้ำส้มปรุงรสข้าวทั่วไป เมื่อคลุกกับข้าวซูชิแล้ว ข้าวจะมีสีออกน้ำตาลแดงคล้ายข้าวกล้อง และให้รสชาติละมุนกลมกล่อมแบบต้นตำรับญี่ปุ่น
วิธีทำข้าวซูชิ (สำหรับข้าวญี่ปุ่นหุงสุก 10 กก.)
1. เทน้ำส้มสายชูแดง 1 ลิตรลงบนข้าวญี่ปุ่นหุงสุก
2. ใช้ทัพพีคลุกส่วนประกอบทั้งหมดให้เข้ากัน รอให้ข้าวอุ่นจึงนำไปปั้นทำซูชิ
คำแนะนำ
• เก็บรักษาในอุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส และพ้นจากแสงแดด
• หลังจากเปิดขวดแล้ว ควรเก็บแช่ในตู้เย็น
• ผลิตภัณฑ์อาจมีตะกอนจากวัตถุดิบ ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติไม่มีผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์
เหนียวนุ่ม นุ่มหนึบ สูตรต้นตำหรับจากญี่ปุ่น แบบเดียวกับที่ใช้ตามร้านราเมนชื่อดัง
สัมผัสความอร่อยระดับพรีเมียม ส่งตรงถึงบ้านคุณ กับเส้นราเมนสดสูตรต้นตำรับแท้จากประเทศญี่ปุ่น ผลิตจากแป้งสาลีและไข่ไก่คุณภาพดี ให้เส้นสีเหลืองนวลสวย เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม หนึบหนับ เคี้ยวเพลินทุกคำ ผลิตด้วยกรรมวิธีที่พิถีพิถัน โดยไม่เติมสารกันบูด เพื่อคงความสดใหม่และให้คุณมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยทุกครั้งที่รับประทาน ไม่ว่าจะทำรับประทานเองที่บ้าน หรือใช้ประกอบอาหารสำหรับร้าน ก็ให้รสชาติอร่อยเหมือนเชฟญี่ปุ่นปรุงสดใหม่ สามารถนำไปสร้างสรรค์เมนูได้หลากหลาย ทั้งราเมนน้ำ ราเมนแห้ง ราเมนเย็น ยากิโซบะ หรือเมนูผัดเส้นต่างๆ ใช้งานสะดวก ต้มสุกง่ายภายในไม่กี่นาที ก็พร้อมเสิร์ฟความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นได้ทันที
วิธีเตรียมเส้น
ขั้นเตรียมเส้นก่อนลวก : ต้มน้ำให้เดือด จากนั้นให้สางเส้นให้ไม่ติดกันก่อนลวก (ไม่ควรนำเส้นไปจุ่มน้ำเพื่อล้างแป้งก่อนลวก จะทำให้เส้นเหนียวติดกัน) และให้ใช้ตะเกียบกวนเส้นให้กระจายตัวในน้ำเล็กน้อยขณะลวกเส้น
เวลาในการลวกตามแต่ละเมนู:
- เมนูราเมน ใช้เวลาลวกเส้นประมาณ 2-3 นาที
- เมนูบะหมี่เย็น ใช้เวลาลวกเส้นประมาณ 2:45-3:15 นาที แล้วนำเส้นไปจุ่มในนำเย็นก่อนเสิร์ฟ
- เมนูยากิโซบะ ใช้เวลาลวกเส้นประมาณ 1:30-1:45 นาที
การเก็บรักษา: เก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0-5 °C หลังจากเปิดซองแล้วควรทานให้หมดภายใน 7 วัน (จุดน้ำตาลในเนื้อแป้งเป็นส่วนของรำข้าวสาลี ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค)
เมนูแนะนำ
• ทงคัตสึราเมน / โชยุราเมน: เส้นราเมนเหนียวนุ่มในน้ำซุปกระดูกหมูเข้มข้นหรือซุปโชยุหอมกรุ่น
• ซารุ ราเมน (บะหมี่เย็นญี่ปุ่น): เส้นราเมนลวกสุกจุ่มน้ำเย็น ทานคู่กับซอสซารุโชยุเย็นๆ โรยต้นหอมและวาซาบิ
• ยากิโซบะ: นำเส้นไปผัดกับซอสยากิโซบะรสเข้มข้น ใส่กะหล่ำปลี หมูสามชั้น และโรยสาหร่าย
ทาโกะยากิสำเร็จรูป สะดวก อร่อย แบบมืออาชีพ
ทาโกะยากิสำเร็จรูปแช่แข็ง ลูกใหญ่ เนื้อแน่น น้ำหนักต่อลูกประมาณ 20 กรัม ด้านในสอดไส้ด้วยหนวดหมึกยักษ์ชิ้นใหญ่เต็มคำ เพียงนำออกมาละลายแล้วเข้าเตาไมโครเวฟ, อบในเตาอบ, ทอดในหม้อทอดไร้น้ำมัน หรือทอดบนกระทะที่ใส่น้ำมันเพียงเล็กน้อย จัดเสิร์ฟโดยโรยหน้าด้วยคัตสึโอะบุชิ (ปลาแห้งญี่ปุ่น), สาหร่ายอาโอโนริ, ราดซอสทาโกะยากิและมายองเนส เพียงเท่านี้ก็พร้อมรับประทาน ประหยัดเวลาแบบสุดๆ ค่ะ
วิธีทานนัตโตะแบบง่ายๆ (สไตล์ญี่ปุ่น):
• เตรียม: นำนัตโตะออกจากตู้เย็น พักไว้ให้อุณหภูมิห้องสักครู่
• ใส่เครื่องปรุง: ฉีกซองซอสและมัสตาร์ดที่ให้มาในกล่อง ใส่ลงในนัตโตะ (ถ้าไม่ชอบกลิ่นแรงแนะนำต้องใส่ซอสเยอะ).
• คน: ใช้ตะเกียบหรือช้อนคนนัตโตะไปทางเดียวกัน 50-100 ครั้ง เพื่อให้เกิดใยเหนียวๆ และรสชาติอูมามิ.
• ทานคู่: ตักราดบนข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมปังปิ้งคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ท็อปปิ้งเสริมที่แนะนำ (สำหรับคนไทยเพิ่มความอร่อย):
• เพิ่มรสชาติ/ลดกลิ่น: ต้นหอมซอย, ไข่ดิบ/ไข่แดง, คัตสึโอะบุชิ, กิมจิ, วาซาบิ, ซอสพริกศรีราชา, มายองเนส
• ทานกับ: ข้าวญี่ปุ่น, ขนมปังปิ้ง, พาสต้า, เส้นอูด้ง, หรือแม้แต่กระเจี๊ยบเขียวลวก.
• เมนูประยุกต์: ลองคลุกกับข้าวหน้ากะเพรา, กินกับไข่ออนเซ็น
ถ้าคุณกำลังมองหาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ให้รสชาติเข้มข้นกว่าที่เคยลองมา นี่คือเมนูที่สายเผ็ดไม่ควรพลาด! มาพร้อมความเผ็ดร้อนจัดจ้าน ผสานกลิ่นหอมและรสชาติของล็อบสเตอร์ได้อย่างลงตัว ให้ความรู้สึกเหมือนได้ลิ้มลองเมนูซีฟู้ดสุดพรีเมียมในรูปแบบที่สะดวกและรับประทานง่าย เส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม เคี้ยวเพลิน เคลือบด้วยซอสฮอตชิลลี่รสเข้มข้นทั่วทุกเส้น ให้รสชาติที่ทั้งเผ็ด หอม กลมกล่อม และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ยิ่งรับประทานตอนร้อนๆ ยิ่งอร่อยถึงใจ เหมาะทั้งสำหรับมื้อเร่งด่วน มื้อดึก หรือวันที่อยากเติมความแซ่บให้กับวันธรรมดา เพียงไม่กี่นาทีก็ได้อิ่มอร่อยกับรสชาติระดับพรีเมียมที่ทั้งเข้มข้นและสะใจ เหมาะสำหรับคนที่ชอบลองรสชาติใหม่ๆ และหลงใหลในความเผ็ดแบบจัดเต็ม
ขั้นตอนการทำ
1. ต้มเส้น: ต้มน้ำให้เดือดจัด จากนั้นนำเส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 4-5 นาที
2. รินน้ำออก: เมื่อเส้นสุกได้ที่ ให้รินน้ำออกจนแห้งสนิท แนะนำให้เหลือเนื้อน้ำไว้ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
เพื่อให้คลุกเคล้าซอสได้ง่ายขึ้น ซอสจะเคลือบเส้นได้ฉ่ำวาว ไม่แห้งติดกันเกินไป
3. คลุกเคล้าซอส: ฉีกซองเครื่องปรุงรสฮอต ชิลลี่ ล็อบสเตอร์ ใส่ลงไป แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันกับเส้นจนทั่ว
กลิ่นหอมของล็อบสเตอร์จะโชยขึ้นมาทันที
4. พร้อมเสิร์ฟ: จัดใส่จาน พร้อมฟินกับความเผ็ดซี๊ดระดับพรีเมียม
น้ำแร่บริสุทธิ์ จากเทือกเขาโคกะ เมืองกิฟุ ประเทศญี่ปุ่น
ผลิตจากน้ำแร่ธรรมชาติจากแหล่งน้ำบริสุทธิ์ที่กักเก็บอยู่ในชั้นใต้ดินกลางป่าบริสุทธิ์ ของจังหวัดกิฟุจังหวัดกิฟุขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติ มีแหล่งน้ำสะอาด ติดหนึ่งในสามแหล่งออนเซ็นที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น อุดมด้วยแร่ธาตุที่จำเป็น มีค่า pH 7.4 ใกล้เคียงกับค่าออสโมซิสในร่างกาย ช่วยรักษาความสมดุลของปริมาณน้ำในร่างกาย ด้วยวิธีการบรรจุเก็บแบบพิเศษที่ไม่ใช้ความร้อน ทำให้ประโยชน์และแร่ธาตุต่างๆ คงอยู่ครบถ้วน เมื่อดื่มจะรู้สึกถึงความหวานของน้ำแม้อยู่ในอุณหภูมิปกติเป็นน้ำแร่ชนิดเบา ทำให้สามารถดื่มได้ทุกวัน
น้ำแร่ที่ได้รับรางวัลระดับโลก
• Winner of the Monde Selection (2008 - 2017)
• 3-star award winning of the iTQi Excellent Taste Award (2010 - 2017)
เติมความอร่อยให้มื้ออาหารด้วย ปลาไหลย่างปรุงรสสไตล์ญี่ปุ่นที่ให้กลิ่นหอมชวนรับประทาน พร้อมรสชาติหวานเค็มกลมกล่อมจากซอสซีอิ๊ว เนื้อปลานุ่มเข้มข้น หอมซอส และเข้ากันได้ดีกับข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ เพียงนำออกจากบรรจุภัณฑ์ วางบนภาชนะที่ใช้กับไมโครเวฟได้ คลุมด้วยกระดาษหรือพลาสติกสำหรับอาหาร แล้วอุ่นด้วยกำลังไฟสูงประมาณ 2–3 นาที หรือจนร้อนทั่วถึง ก็พร้อมเสิร์ฟทันที จะรับประทานคู่กับข้าวญี่ปุ่น ทำเป็นข้าวหน้าปลาไหล หรือเพิ่มในเมนูซูชิก็อร่อยลงตัว เหมาะสำหรับทำรับประทานเองที่บ้านหรือใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับร้านอาหารญี่ปุ่น สะดวก รวดเร็ว และประหยัดเวลา ไม่ต้องเสียเวลาเตรียมปลาไหลเองให้วุ่นวาย
วิธีอุ่นด้วยไมโครเวฟ
1. นำปลาไหลออกจากบรรจุภัณฑ์
2. วางบนภาชนะที่สามารถใช้กับไมโครเวฟได้
3. คลุมด้วยพลาสติกแรปที่ใช้กับไมโครเวฟหรือฝาครอบได้
4. อุ่นด้วยกำลังไฟสูงประมาณ 2–3 นาที หรือจนกว่าปลาไหลจะร้อนทั่วถึง
5. นำออกและเสิร์ฟทันที
***** การเก็บรักษา: เก็บในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิต่ำกว่า -18°C
เมนูแนะนำ
- ข้าวหน้าปลาไหลย่างซีอิ๊ว (Unadon / Unaju)
- ข้าวปั้นหน้าปลาไหลย่าง (Unagi Nigiri)
- ซูชิโรลหน้าปลาไหลย่าง
- สลัดปลาไหลย่างซอสญี่ปุ่น
“เมกมิลค์ สโนว์” นมโคแท้จากฮอกไกโด หอม อร่อย เข้มข้น ต้องลอง!!
เชื่อว่าหลายท่านคงรู้จักเมืองฮอกไกโดกันใช่ไหมคะ เมืองฮอกไกโดเป็นเมืองทางภาคเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น เป็นเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งอาหาร น้ำ และมีอากาศอันบริสุทธิ์ที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี ทำให้ผลผลิตจากเมืองนี้มีความสดใหม่และอร่อยสุดๆ ซึ่งหนึ่งในสินค้าที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากของฮอกไกโดก็คือ “นมฮอกไกโด” นั่นเองค่ะ
นมฮอกไกโด เป็นนมที่มีความหอมมัน รสชาติเข้มข้น ทำให้ไม่ว่าจะดื่มแบบธรรมดาหรือนำไปทำอาหาร ขนม ผสมเครื่องดื่มอื่นๆ หรือทำไอศกรีม ก็จะช่วยชูรสชาติให้เมนูนั้นๆ มีความหอมมันกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น ทุกท่านสามารถลองชิมรสชาตินมฮอกไกโดของแท้ นำเข้าจากเมืองฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่นได้แล้ววันนี้ที่ Honmono Nippon ค่ะ
นมโคจากจังหวัด ฮอกไกโด 100% เพื่อให้คุณได้ดื่มด่ำไปกับรสชาติของนมที่มาจากหนึ่งในแหล่งผลิตนมโคที่ดีที่สุดจากประเทศญี่ปุ่น
ข้อแนะนำ
• กรุณาเขย่าก่อนดื่ม เนื่องจากตัวนมมีแคลเซียมและแร่ธาตุต่างๆ จึงอาจมีการตกตะกอนได้ ซึ่งไม่ใช่ความผิดปกติจากการผลิต
• หากยังไม่เปิดกล่อง สามารถเก็บในอุณหภูมิปกติได้
• หลังจากเปิดกล่องแล้ว หากรับประทานไม่หมดควรปิดให้สนิทและเก็บในตู้เย็น (อุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส)
• หลังจากเปิดกล่องแล้ว ควรรับประทานให้หมดภายใน 7 วัน
• ห้ามเก็บในช่องแช่แข็ง เนื่องจากเนื้อสัมผัสของนมอาจเปลี่ยนไป
เคยลองทานถั่วเน่าญี่ปุ่น (นัตโตะ) หรือยังคะ?
หลายๆ คนที่เคยเดินทางไปญี่ปุ่น เมนูอาหารเช้าเกือบทุกโรงแรมในประเทศญี่ปุ่นต้องมีเสริ์ฟนัตโตะ (Natto) หรือถั่วเหลืองญี่ปุ่นหมัก รู้หรือไม่คะ ว่านัตโตะถือเป็นอาหารสุขภาพที่ชาวญี่ปุ่นต่างยกนิ้วให้ เพราะอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพ มีวิตามินบี 12 สารต้านอนุมูลอิสระ และโปรไบโอติกที่ช่วยในการย่อย ทำให้กระเพาะและลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย ทำให้นัตโตะถูกยกย่องให้เป็น Super Food
Okina Natto Fukuoka เป็นนัตโตะที่ผลิตจากเมืองฟุกุโอกะ โดยคัดเลือกถั่วเหลืองของขึ้นชื่อของเมือง นำมาหมักในกรรมวิธีดั้งเดิม จนได้นัตโตะที่มีกลิ่นเฉพาะตัว และรสชาติเป็นเอกลักษณ์ มาพร้อมซอสและมัสตาร์ดให้ได้ทานคู่กัน ใครที่ไม่เคยลอง อยากแนะนำให้เปิดใจค่ะ
พบกับ 1 ใน 3 ของเส้นอุด้งที่อร่อยที่สุดของญี่ปุ่น!!
Sanuki Udon ของจังหวัดคากาว่า ถือเป็นสุดยอมเมนูอุด้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น และได้รับความนิยมไปทั่วโลก ความพิเศษของเมนูวัดกันที่ความอร่อยของเส้นค่ะ
ลูกพลับแห้งของดีขึ้นชื่อจากสวนโฮริอุจิ จังหวัดนารา เมืองเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงด้านการเพาะปลูกลูกพลับคุณภาพสูงมาอย่างยาวนาน พลับอัมโปะไม่ใช่แค่พลับตากแห้งธรรมดา แต่เป็นศิลปะแห่งการถนอมอาหารที่ผสานกรรมวิธีดั้งเดิมเข้ากับธรรมชาติอย่างลงตัว ความพิเศษของพลับอัมโปะอยู่ที่เนื้อสัมผัสแบบกึ่งแห้ง ที่ด้านนอกจะมีความหนึบหนับกำลังดี แต่เมื่อกัดเข้าไปด้านในจะพบกับเนื้อพลับที่เยิ้มเป็นครีมข้นคล้ายแยมธรรมชาติ สีส้มทองอมเหลืองน่ารับประทาน ที่สำคัญคือให้รสหวานฉ่ำละมุนโดยธรรมชาติ 100% ไม่มีการเติมน้ำตาลหรือสารให้ความหวานใดๆ เพิ่มเติม ทุกลูกผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถันจากเกษตรกรผู้เชี่ยวชาญ และนำไปตากแดดตากลมในอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อให้เอนไซม์ในลูกพลับเปลี่ยนความฝาดให้กลายเป็นความหวานเข้มข้นที่เป็นเอกลักษณ์ หากคุณกำลังมองหาของว่างที่ดีต่อสุขภาพ รสชาติหรูหรา และให้ความรู้สึกสดชื่นในทุกคำ พลับแห้งอัมโปะกล่องนี้คือคำตอบที่จะทำให้คุณตกหลุมรักตั้งแต่คำแรกที่ได้ลิ้มลอง
ประโยชน์
• วิตามินเอและซีสูง: ช่วยบำรุงสายตา เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย และบำรุงผิวพรรณ
• ใยอาหารสูง: ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายและการทำงานของลำไส้ให้เป็นปกติ
• พลังงานจากธรรมชาติ: มีน้ำตาลฟรุกโตสและกลูโคสที่ร่างกายดูดซึมไปใช้เป็นพลังงานได้ทันที เหมาะสำหรับทานแก้อ่อนเพลีย
• มีสารต้านอนุมูลอิสระ: ช่วยชะลอวัยและลดความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย
• ดีต่อสุขภาพ: ไม่ใส่วัตถุกันเสีย ไม่เติมน้ำตาล และไม่มีไขมัน
วิธีรับประทาน
• แบบไอศกรีมซอร์เบต์: ทานทันทีหลังจากนำออกจากช่องฟรีซ เนื้อจะเหนียวนุ่ม หนึบหนับ เย็นฉ่ำชื่นใจ
• แบบเยิ้มละลาย: วางพักไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 5-10 นาที เพื่อให้เนื้อครีมด้านในละลายเยิ้ม ได้รสหวานฉ่ำเต็มคำ
การเก็บรักษา: ควรเก็บรักษาในช่องแช่แข็ง อุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียส เพื่อคงความสดใหม่และเนื้อสัมผัสที่ดีที่สุด
ยกญี่ปุ่นมาไว้ที่บ้าน! สัมผัสความเข้มข้นฉบับออริจินัลกับ "มิโซะแดงออร์แกนิก" แบรนด์ Hikari Miso
เบื่อไหมกับซุปมิโซะรสชาติจืดชืดแบบเดิมๆ อัปเกรดความอร่อยและสัมผัสรสชาติอาหารญี่ปุ่นแท้แบบดั้งเดิมให้มื้ออาหารของคุณด้วยมิโซะแดงออร์แกนิกคุณภาพพรีเมียมนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม เต็มรสอูมามิแท้ๆ คัดสรรจากถั่วเหลืองและข้าวที่ผ่านการรับรองออร์แกนิก 100% ผ่านกระบวนการหมักบ่มตามธรรมชาติที่ยาวนานกว่า จนได้มิโซะสีแดงเข้ม เนื้อสัมผัสเนียนละเอียด และมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
รังสรรค์เมนูอร่อยได้หลากหลาย:
เหมาะมากสำหรับการปรุงซุปมิโซะ, ซอสหมักเนื้อ, น้ำซุปราเมง, ซอสผัด หรือเมนูญี่ปุ่นหลากหลายประเภท ช่วยเพิ่มมิติของรสชาติลุ่มลึกแบบอูมามิ ให้กับอาหารทุกจานได้อย่างลงตัว โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งเครื่องปรุงจำนวนมาก
สายสุขภาพต้องเลิฟ สายกินต้องฟิน:
เพราะนอกจากจะอร่อยแล้วยังได้ประโยชน์เต็มๆ คำ ใส่ใจในคุณภาพทุกขั้นตอนการผลิต การันตีด้วยมาตรฐานออร์แกนิกระดับสากล USDA และไม่มีกลูเตน สุขภาพดีได้ทุกวัน เป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบคู่ครัวที่คนรักการทำอาหารญี่ปุ่นและใส่ใจในสุขภาพห้ามพลาด
จะมื้อไหนๆก็อร่อยมั่นใจได้เสมอ
มิโซะแดงเหมาะมากสำหรับเมนูที่ต้องการรสชาติเข้มข้นชัดเจน:
• ใช้ทำซุป : เหมาะสำหรับซุปมิโซะใส่หอยลาย, ซุปหมูสามชั้น หรือ ซุปราเมนรส
• ใช้เป็นซอสหมักและผัด : นำไปผสมกับสาเก มิริน น้ำตาล เพื่อทำซอสหมักปลา หรือ ผัดกับมะเขือยาวและหมูสับ
• วิธีการใช้ที่ถูกต้อง: เพื่อรักษาคุณค่าทางอาหารและกลิ่นหอม ไม่ควรต้มมิโซะให้เดือดพล่านนานๆ
แนะนำให้ละลายมิโซะในน้ำอุ่นหรือน้ำซุปต่างหาก แล้วเทใส่หม้อในขั้นตอนสุดท้ายก่อนปิดไฟ
ดองผักให้อร่อยในพริบตา! ด้วย Asazuke no Moto จาก Ebara
Asazuke no Moto จากแบรนด์ เอบาระ (Ebara) เป็นน้ำปรุงรสสำเร็จรูปสำหรับการทำผักดองสไตล์ญี่ปุ่นแบบง่ายๆ และรวดเร็ว หรือที่เรียกว่า “อาซาซึเกะ” (Asazuke) ด้วยรสชาติที่เค็มเล็กน้อย หวานนิดๆ และกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ น้ำปรุงนี้ช่วยเสริมรสชาติให้ผักดองอร่อยอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้เวลานานหรือขั้นตอนยุ่งยาก ผักดองที่ได้จะมีความกรอบ สดชื่น และยังคงรสชาติของผักไว้ได้อย่างดี
Asazuke no Moto จึงกลายเป็นตัวช่วยคู่ครัวที่ได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น เพราะสามารถใช้ดองผักได้หลากหลายชนิดตามใจชอบ แค่มีผักกับน้ำปรุง ก็ได้เมนูเครื่องเคียงแบบญี่ปุ่นที่ทั้งอร่อยและสดใหม่ในไม่กี่นาที!
วิธีใช้
• หั่นผักที่ต้องการหมักเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วใส่ลงในถุงซิปล็อก
• เทน้ำปรุงรส "Asazuke no Moto" ลงไปให้ทั่วผัก (ปริมาณการใช้ 100 มล. ต่อผัก 200 กรัม)
• ไล่อากาศออกจากถุงให้มากที่สุด ปิดปากถุงให้แน่น แล้วขยำเบาๆให้ส่วนผสมเข้ากัน
• นำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 30 หรือนานกว่านั้นตามความชอบ
• จากนั้นนำผักออกมา บีบน้ำส่วนเกินออก (โดยไม่ต้องล้างน้ำเปล่า)เพียงเท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟทันที
เส้นเหนียวนุ่ม ซุปจัดจ้าน อร่อยเหมือนทานที่ร้าน
เติมความอร่อยแบบญี่ปุ่นให้ทุกมื้อด้วย ข้าวญี่ปุ่นพันธุ์นานะสึโบชิ (Nanatsuboshi) เป็นสายพันธุ์ข้าวที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่น โดยมีจุดเด่นที่เมล็ดข้าวเรียงตัวสวย หลังหุงให้เนื้อสัมผัสนุ่ม มีความเหนียวและความชุ่มฉ่ำในระดับที่เหมาะกับอาหารญี่ปุ่น จึงสามารถนำไปใช้ได้หลากหลายเมนู ตั้งแต่ข้าวสวยรับประทานคู่กับอาหารต่าง ๆ ไปจนถึงข้าวปั้น ซูชิ ข้าวหน้าเนื้อ และข้าวแกงกะหรี่ อีกหนึ่งจุดเด่นคือรูปแบบ ข้าวไม่ต้องซาว ที่ช่วยลดขั้นตอนการเตรียมข้าวก่อนหุง ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาซาวข้าวหลายรอบ ช่วยประหยัดทั้งเวลาและน้ำ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจร้านอาหารที่ต้องเตรียมข้าวจำนวนมากในแต่ละวัน เมื่อหุงสุกแล้วสามารถเสิร์ฟเป็นข้าวญี่ปุ่นเนื้อนุ่ม หรือใช้เป็นส่วนประกอบของเมนูยอดนิยมได้ทันที เหมาะสำหรับการใช้งานในครัวร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านซูชิ ร้านอาหารเดลิเวอรี โรงแรม คาเฟ่ และ ธุรกิจที่ต้องการข้าวญี่ปุ่นคุณภาพดีสำหรับเสิร์ฟลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ให้ทุกจานมีรสชาติและสัมผัสแบบญี่ปุ่นที่ลงตัว
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่น ให้เหนียวนุ่มเรียงเม็ดสวย มีขั้นตอนง่ายๆ
อัตราส่วนสัดส่วน
• ข้าว 1 ส่วน ต่อ น้ำ 1.2 ถึง 1.3 ส่วน
(เช่น ข้าว 1 ถ้วย ต่อน้ำ 1 ถ้วยครึ่งโดยประมาณ หรือเติมน้ำให้มากกว่าการหุงข้าวทั่วไปเล็กน้อย)
ขั้นตอนการหุง
• ไม่ต้องซาวน้ำ: ตวงข้าวใส่หม้อได้ทันทีโดยไม่ต้องล้างน้ำ
• ตวงน้ำตามสัดส่วน: เทน้ำสะอาดลงไปตามอัตราส่วนที่กำหนด
• แช่ข้าว: ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ในน้ำ 30 ถึง 60 นาที เพื่อให้แกนข้าวดูดซึมน้ำได้เต็มที่
• กดสวิตช์หุง: กดปุ่มหุงข้าวตามปกติ (หากมีโหมดข้าวญี่ปุ่นหรือ Musenmai ให้เลือกโหมดนั้น)
• ระอุข้าว: เมื่อหม้อดีดขัดขึ้นอุ่น ให้ ปิดฝาทิ้งไว้ต่ออีก 10 ถึง 15 นาที ห้ามเพิ่งเปิดฝา
• พลิกข้าว: เปิดฝาแล้วใช้ทัพพีคุ้ยพลิกข้าวเบาๆ จากล่างขึ้นบน เพื่อระบายความชื้นส่วนเกิน
*** หากต้องการให้นุ่มขึ้นหรือเป็นแกน สามารถ ปรับลดหรือเพิ่มปริมาณน้ำ ในการหุงครั้งต่อไปได้ตามความชอบ
เมนูแนะนำ
• ข้าวกล่องเบนโตะ (Bento): ข้าวพันธุ์นี้โดดเด่นมากเมื่อทานแบบเย็น เพราะเนื้อข้าวจะไม่แข็งกระด้าง
• ข้าวปั้นโอนิกิริ (Onigiri): ข้าวมีความเหนียวเกาะตัวกันได้ดี ปั้นง่าย เหมาะกับไส้แซลมอนหรือบ๊วยดอง
• ซูชิและข้าวหน้าปลาดิบ (Sushi & Chirashi Don): เม็ดข้าวอมน้ำส้มสายชูสำหรับทำซูชิได้ดี ไม่แฉะจนเกินไป
• ข้าวหน้าหมูทอดคัตสึด้ง (Katsudon): ข้าวเนื้อหนึบสู้ฟันเข้ากันได้ดีกับน้ำซอสชุ่มๆ และไข่ข้น
• ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น (Japanese Curry): ซอสแกงกะหรี่เข้มข้นจะเคลือบตัวเม็ดข้าวได้อย่างทั่วถึง
พบกับ 1 ใน 3 เส้นอุด้งที่อร่อยที่สุดของญี่ปุ่น!!
Sanuki Udon (ซานุกิอุด้ง) ของจังหวัด Kagawa (คากาวะ) ถือเป็นสุดยอมเมนูอุด้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่นและได้รับความนิยมไปทั่วโลก
อินานิวะ อุด้ง 1 ใน 3 สุดยอดอุด้งของญี่ปุ่น
เส้นอุด้ง จากอากิตะ เป็นสินค้าขึ้นชื่อประจำจังหวัด ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็น "อุด้งเส้นแห้งดึงมือ" อันดับหนึ่งของญี่ปุ่น มีลักษณะเด่นคือเส้นบางกว่าอุด้งทั่วไป และมีความเหนียวนุ่มเป็นพิเศษ เนื่องจากผ่านกระบวนการนวดและยืดเส้นด้วยมือแบบดั้งเดิม ทำให้ได้สัมผัสที่นุ่มลื่นและเคี้ยวหนึบ นิยมทานแบบเย็นจุ่มกับซุปโชยุเข้มข้น หรือ แบบร้อนในน้ำซุปดาชิหอมกลมกล่อม
วิธีรับประทาน อินานิวะ อุด้ง
1. ต้มน้ำให้เดือด เตรียมน้ำ 1 ลิตร ต่อเส้นอุด้ง 80-100 กรัม รอให้น้ำเดือด
2. ใส่เส้นลงในน้ำ ค่อยๆ วางเส้นลงในน้ำเดือด
3. ใช้ตะเกียบคนเส้นอุด้งเบาๆ เป็นรูปเลขแปด เพื่อป้องกันไม่ให้เส้นติดกันขณะต้ม
4. ตรวจสอบสีของเส้นอุด้ง ต้มจนเส้นลายเป็นสีขาวขุ่น ปรับเวลาในการต้มตามเนื้อสัมผัสที่ต้องการ
ต้มนานขึ้นเพื่อให้เส้นนิ่มขึ้น หรือลดเวลาลงเพื่อให้เส้นแข็งขึ้น < เวลาโดยประมาณ >
• อุด้ง : 3 นาที / ฮิมูกิ: 2 นาที
• โซเมน : 90 วินาที / ข้าวต้มเส้น 4-5 นาที
5. เมื่อต้มเสร็จแล้ว ให้รีบนำใส่กระชอนแล้วล้างด้วยน้ำเย็นให้สะอาดเพื่อป้องกันไม่ให้เส้นสุกเกินไป
เพลิดเพลินไปกับความสดใหม่ของเส้นอุด้งจาก Ogawa
โซบะชาเขียว 1 ใน เมนูขึ้นชื่อของญี่ปุ่น
“ราเมนสูตรพิเศษ Two-Night Dried Ramen” ซัปโปโระ รสมิโซะ สัมผัสเหมือนเส้นสดจากร้าน!
นี่ไม่ใช่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปธรรมดา แต่คือ “Two-Night Dried Ramen” (เส้นตากแห้ง 2 คืน) ที่โดดเด่นด้วยกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถัน ให้คุณอร่อยได้แบบพรีเมียมง่ายๆ ที่บ้าน
จุดเด่นที่ต้องลอง
• ความลับของเส้นตากแห้ง 2 คืน : เส้นไม่ได้ผ่านการทอด แต่ใช้วิธีตากแห้งอย่างช้าๆ นานถึง 48 ชั่วโมง ในอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่ใกล้เคียงเส้นสด (Nama-men) มากที่สุด
• วัตถุดิบพรีเมียมจากฮอกไกโด : ผลิตจากแป้งสาลีฮอกไกโด 100% ให้เส้นมีความเหนียวนุ่ม พร้อมกลิ่นหอมเฉพาะตัว
• ซุปมิโซะสูตรเข้มข้น : ตัวซุปมีส่วนผสมของมิโซะถึง 16.66% ให้รสสัมผัสที่เข้มข้น เค็มหวานลงตัวตามสไตล์ซัปโปโรแท้ๆ
เคล็ดลับความอร่อย : ตัวซุปมิโซะซัปโปโรจะมีความเข้มข้นและหอมมัน แนะนำให้ผัดถั่วงอกกับหมูสับเบาๆ แล้ววางทับลงไปบนราเมนที่ต้มเสร็จแล้ว จะช่วยชูรสชาติให้เหมือนนั่งกินที่ย่านซูซูกิโนะเลยค่ะ
วิธีปรุงเพื่อรับประทาน
1. ต้มน้ำ 500 มล. (2.5 ถ้วย) ให้เดือดแล้ว ให้ใส่เส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 4.5 นาที ใช้ตะเกียบคนให้เข้ากันเพื่อป้องกันไม่ให้เส้นติดกัน
2. เมื่อเส้นสุกแล้ว ให้ปิดไฟ ใส่ซุปลงไปแล้วคนให้เข้ากัน (ปริมาณน้ำและเวลาในการต้มเส้นเป็นเพียงแนวทางเท่านั้น ปรับเปลี่ยนได้ตามความชอบ)
3. ตักใส่ชามพร้อมรับประทานได้เลย
“ราเมนสูตรพิเศษ Two-Night Dried Ramen” รสชาติฮาโกดาเตะ ชิโอะ สัมผัสเหมือนเส้นสดจากร้าน!
นี่ไม่ใช่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปธรรมดา แต่คือ “Two-Night Dried Ramen” (เส้นตากแห้ง 2 คืน) ที่โดดเด่นด้วยกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถัน ให้คุณอร่อยได้แบบพรีเมียมง่ายๆ ที่บ้าน
จุดเด่นที่ต้องลอง
• ความลับของเส้นตากแห้ง 2 คืน : เส้นไม่ได้ผ่านการทอด แต่ใช้วิธีตากแห้งอย่างช้าๆ นานถึง 48 ชั่วโมง ในอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่ใกล้เคียงเส้นสด (Nama-men) มากที่สุด
• วัตถุดิบพรีเมียมจากฮอกไกโด : ผลิตจากแป้งสาลีฮอกไกโด 100% ให้เส้นมีความเหนียวนุ่ม พร้อมกลิ่นหอมเฉพาะตัว
• ซุปเกลือสไตล์ฮาโกดาเตะ : น้ำซุปจะมีความใส สีเหลืองทองสวยงาม รสชาติเค็มแบบกลมกล่อม หอมกลิ่นน้ำมันหมูและเครื่องเทศ
เคล็ดลับความอร่อย : แนะนำให้เติมสาหร่ายวากาเมะ หรือไข่ต้มยางมะตูม จะช่วยเพิ่มมิติของรสชาติให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นค่ะ
วิธีปรุงเพื่อรับประทาน
1. ต้มน้ำ 500 มล. (2.5 ถ้วย) ให้เดือดแล้ว ให้ใส่เส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 4.5 นาที ใช้ตะเกียบคนให้เข้ากันเพื่อป้องกันไม่ให้เส้นติดกัน
2. เมื่อเส้นสุกแล้ว ให้ปิดไฟ ใส่ซุปลงไปแล้วคนให้เข้ากัน (ปริมาณน้ำและเวลาในการต้มเส้นเป็นเพียงแนวทางเท่านั้น ปรับเปลี่ยนได้ตามความชอบ)
3. ตักใส่ชามพร้อมรับประทานได้เลย