ขอเชิญคุณมาสัมผัส "รสชาติใหม่" ของวาซาบิ ที่แตกต่างจากวาซาบิบดแบบเดิม ๆ ค่ะ นี่คือประสบการณ์ของความเผ็ดซ่าที่มาพร้อมกับเนื้อสัมผัสกรุบกรอบในสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ ที่คุณไม่ควรพลาดเลยนะคะ
คิซามิ วาซาบิ (Kizami Wasabi) แปลตรงตัวว่า วาซาบิสับ (Chopped Wasabi) เป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเอา ก้านและหัววาซาบิแท้ (Hon Wasabi) มาสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ หยาบ ๆ แทนการนำไปบดละเอียดแบบที่เราคุ้นเคยกันค่ะ จากนั้นจึงนำไปปรุงรสด้วย โชยุ (Shoyu) และเครื่องปรุงอื่น ๆ ในสไตล์ญี่ปุ่น เพื่อให้ได้วาซาบิที่มีรสชาติกลมกล่อม มีความเผ็ดซ่าที่ลงตัว และมีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของวาซาบิแท้ Kinjirushi เป็นแบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านวาซาบิที่ได้รับความไว้วางใจมาอย่างยาวนานในประเทศญี่ปุ่น โดยผลิตภัณฑ์ "คิซามิ วาซาบิ รสโชยุ" นี้ เป็นหนึ่งในสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างสูงและมีชื่อเสียงในเรื่องรสชาติที่เข้มข้นจัดจ้าน ทำให้สามารถนำไปใช้ร่วมกับอาหารได้หลากหลายประเภทมากขึ้น
จุดเด่นสำคัญของ คิซามิ วาซาบิ คือ เนื้อสัมผัสแบบ "กรุบกรอบ" (Shakishaki) จากชิ้นส่วนของก้านวาซาบิที่ถูกสับหยาบ ๆ ซึ่งให้ความสนุกและมิติใหม่ในการรับประทาน ไม่เหมือนวาซาบิแบบบดที่เป็นเนื้อครีม และด้วยการปรุงรสด้วยโชยุ ทำให้วาซาบิชนิดนี้มีรส อูมามิ (Umami) แทรกอยู่ จึงสามารถใช้เป็นเครื่องปรุงรสหรือเครื่องเคียงได้ทันทีโดยไม่ต้องผสมโชยุเพิ่ม ความเผ็ดซ่าของวาซาบิถูกปรุงให้อยู่ในระดับที่กำลังดี สามารถคงความเผ็ดซ่า (Tsuun) ที่ตีขึ้นจมูกได้ยาวนาน และยังให้กลิ่นหอมที่สดชื่นของวาซาบิแท้อีกด้วยค่ะ
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
1.ทานคู่กับเนื้อวัว: เหมาะสำหรับทานคู่กับสเต็กหรือเนื้อย่างวากิว (Wagyu) เพียงแค่แตะวาซาบิเล็กน้อยบนชิ้นเนื้อ ก็จะได้รสชาติที่ลงตัวและเพิ่มความหอมสดชื่น
2.สำหรับเมนูซูชิ/ซาชิมิ: ใช้แทนวาซาบิแบบบด เพื่อเพิ่มความจัดจ้านและรสสัมผัสกรุบ ๆ
3.ท็อปปิ้งอาหาร: โรยบนข้าวหน้าปลาดิบ (Chirashi-don), ข้าวหน้าเนื้อ (Gyudon), เต้าหู้เย็น (Hiyayakko), หรือไข่ตุ๋นแบบญี่ปุ่น (Chawanmushi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
1.นำสินค้าออกมาจากช่องแช่แข็งในปริมาณที่ต้องการใช้
2.ปล่อยให้ละลายน้ำแข็งตามธรรมชาติในอุณหภูมิห้อง หรือในตู้เย็น (ใช้เวลา 10-20 นาที)
3.เมื่อละลายแล้ว สามารถเปิดซองและตักวาซาบิพร้อมปรุงรสแล้วมาใช้เป็นเครื่องเคียงได้ทันทีค่ะ
หลังเปิดซองแล้ว ควรกดซิปล็อกปิดปากถุงให้แน่น และเก็บในช่องแช่แข็งตามเดิมเพื่อรักษาคุณภาพและความสดใหม่ของวาซาบิค่ะ
***ข้อควรระวัง: ไม่ควรนำสินค้าที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ
ลองเพิ่ม คิซามิ วาซาบิ เข้าไปในมื้ออาหารของคุณดูสิคะ แล้วคุณจะได้เพลิดเพลินกับรสชาติและเนื้อสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์แบบญี่ปุ่นแท้ ที่จะช่วยยกระดับเมนูโปรดของคุณให้พิเศษยิ่งขึ้นได้ที่บ้านค่ะ
หมูชาชูสไลซ์แช่แข็ง ความอร่อยง่ายๆ ที่ควรมีติดบ้านคุณ
เติมความอร่อยให้อาหารจานโปรดของคุณด้วยหมูชาชูสไลซ์สไตล์ญี่ปุ่น เราคัดสรรมาเฉพาะเนื้อส่วนท้อง (Belly) ที่มีความมันกำลังดี นำมาผ่านกรรมวิธีการหมักอย่างพิถีพิถันจนรสชาติกลมกล่อมเข้าเนื้อตามสไตล์ญี่ปุ่น
สามารถนำไปทำได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นราเมง, ข้าวหน้าหมูชาชู, ข้าวหน้าแกงกะหรี่, หรือเมนูไทยๆ อย่างผัดผัก, ผัดกะเพรา, ต้มยำ ก็อร่อยได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังสามารถนำมาทานคู่กับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบง่ายๆ ช่วยเพิ่มความครบเครื่องในมื้อเร่งรีบของคุณได้เป็นอย่างดีค่ะ
ดื่มด่ำความสดชื่นจากธรรมชาติ ด้วยน้ำแอปเปิลแท้ 100% หอม หวาน สดชื่น ทุกหยด!
น้ำแอปเปิลแท้ 100% จากเมืองอาโอโมริ (AOMORI) ได้รับรางวัลจากญี่ปุ่น 10 ปีซ้อน โดยใช้แอปเปิลแดง 3 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์โจนาโกลด์ สายพันธุ์ฟูจิ และสายพันธุ์โอริน โดยไม่ใส่ส่วนผสมอื่นๆ มีรสหวานตามธรรมชาติและรสเปรี้ยวที่เข้ากันอย่างลงตัว รสชาติจะอร่อยยิ่งขึ้นเมื่อแช่เย็น หรือเสิร์ฟพร้อมน้ำแข็ง ส่วนผสมเป็นแอปเปิล 100% ไม่แต่งสี ไม่ใส่สารกันบูด ไม่ใส่สารเคมี ไม่เติมน้ำตาล รับรองว่าอร่อย สดชื่น และมีประโยชน์ต่อสุขภาพแน่นอนค่ะ
** ไม่เติมน้ำตาล / ไม่ใส่สีผสมอาหาร **
อาหารเพื่อสุขภาพจากญี่ปุ่น ที่กินง่ายและอร่อยลงตัว
สำหรับใครที่อยากลองทาน นัตโตะ (Natto) แต่ยังกังวลเรื่องกลิ่นหรือเนื้อสัมผัส เราขอแนะนำ นัตโตะ ฮามานะสึ (Hamanasu) สูตรเม็ดเล็กพิเศษ เพราะนี่คือตัวเลือกที่ถูกใจคนญี่ปุ่นและเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับมือใหม่ ที่สำคัญคือมาพร้อมกับคุณประโยชน์ด้านสุขภาพแบบเต็มๆ
นัตโตะคือเคล็ดลับสุขภาพดีของคนญี่ปุ่น เป็นถั่วเหลืองหมักที่อัดแน่นไปด้วยโปรไบโอติกและเอนไซม์ นัตโตะไคเนส ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าช่วยส่งเสริมระบบย่อยอาหารให้ทำงานดีขึ้น และยังดีต่อสุขภาพหัวใจ รวมถึงเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและบำรุงกระดูกให้แข็งแรงอีกด้วย
จุดเด่น
• เม็ดเล็ก เคี้ยวง่าย: นัตโตะของฮามานะสึเป็นแบบเม็ดเล็กพิเศษ (Gokukotsubu) ทำให้เนื้อสัมผัสมีความละเอียดกว่าแบบเม็ดใหญ่ และผสมเข้ากับซอสได้ง่ายกว่า ถูกปากคนที่ไม่คุ้นเคยกับความเหนียวของนัตโตะ
• รสชาติกลมกล่อมลงตัว: นัตโตะถ้วยนี้มาพร้อมกับซอสสูตรพิเศษที่ให้รสอูมามิ ทำให้รสชาติของถั่วเหลืองหมักมีความกลมกล่อมและอร่อยยิ่งขึ้น เพียงแค่เติมซอสและมัสตาร์ดที่มาในแพ็กเกจ ก็พร้อมทานได้ทันที
• คุณภาพญี่ปุ่นแท้ๆ: สินค้านี้ถูกนำเข้าจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าให้ความสำคัญกับคุณภาพและความสะอาดในกระบวนการผลิต ทำให้คุณมั่นใจได้ว่านัตโตะที่คุณทานนั้น สดใหม่และได้มาตรฐาน
วิธีทำความอร่อยง่ายๆ สไตล์ญี่ปุ่น
ชาวญี่ปุ่นนิยมทาน นัตโตะ ในมื้อเช้า เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์ไปตลอดวัน วิธีทานก็ง่ายมากๆ
1. นำนัตโตะมาวางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที เพื่อให้นัตโตะที่แช่แข็งไว้ละลาย
2. เปิดฝาและเทซอสกับมัสตาร์ดที่แถมมาลงไป
3. ใช้ตะเกียบคน นัตโตะ อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องจนเกิดฟองและความเหนียวเป็นเส้นใย
4. ตักวางบนข้าวสวยญี่ปุ่นร้อน ๆ หรือจะทานคู่กับไข่แดงและต้นหอมซอยก็อร่อยลงตัว
คล็ดลับการคนนัตโตะให้ฟู
หัวใจสำคัญของการทาน นัตโตะ คือการคนค่ะ การคนนัตโตะไม่ได้มีแค่เรื่องความเหนียว แต่เป็นการดึงเอาสารอาหารสำคัญอย่าง เอนไซม์นัตโตะไคเนสออกมาทำงาน และยังช่วยให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้นด้วยค่ะ
ขั้นตอนที่ 1: คนก่อนปรุงรส
• ตักซอสออกก่อน: นำซอง ซอสรสบ๊วยและมัสตาร์ด (ถ้ามี) ออกจากถ้วยก่อนค่ะ
• เริ่มคนเปล่า ๆ: ใช้ตะเกียบหรือส้อม คนนัตโตะในถ้วยอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
- เน้นความเร็ว: ไม่จำเป็นต้องคนวนเป็นวงกลมแบบเป๊ะ ๆ แต่เน้นการคนแบบซิกแซ็กสลับไปมาด้วยความเร็วค่ะ
- จำนวนครั้ง: ให้คนอย่างน้อย 50 ครั้ง ค่ะ พอคนไปเรื่อย ๆ คุณจะสังเกตเห็นว่านัตโตะเริ่มมี ฟองสีขาวขุ่น และ ใยเหนียว ๆ เพิ่มขึ้นมาเยอะมาก
ขั้นตอนที่ 2: คนพร้อมปรุงรส
• เติมซอสบ๊วย: เมื่อนัตโตะเริ่มเป็นฟองได้ที่แล้ว ให้ใส่ ซอสรสบ๊วย (หรือเครื่องปรุงอื่น ๆ ตามชอบ) ลงไป
• คนต่ออีก 10-20 ครั้ง: คนผสมให้ซอสเข้ากันดีค่ะ การคนรอบสองนี้จะช่วยให้รสชาติของซอสซึมเข้าไปในถั่วและฟองนัตโตะอย่างทั่วถึง ทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นมื้อไหน นัตโตะฮามานะสึ ก็พร้อมเป็นสุดยอดอาหารสุขภาพที่ทำให้คุณรู้สึกดีได้ทุกวัน ลองสั่งไปชิม แล้วคุณจะติดใจกับความอร่อยที่มีประโยชน์ต่อร่างกายถ้วยนี้เลย!"
ความอร่อยสดชื่นแบบญี่ปุ่น ที่ลงตัวด้วยซอสยูสุพอนซึ
ถ้าคุณชอบรสชาติเปรี้ยวอมหวาน หอมกลิ่นเลม่อนญี่ปุ่นอย่างยูซุ ต้องไม่พลาด นัตโตะรสชาติใหม่จากแบรนด์ฮามานะสึ เพราะนี่คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างถั่วเหลืองหมักเพื่อสุขภาพ กับซอสยูสุพอนซึที่ให้ความรู้สึกสดชื่นไม่เหมือนใคร ทำให้ทานง่ายและอร่อยจนหยุดไม่ได้
นัตโตะถ้วยนี้ถูกยกระดับความอร่อยขึ้นไปอีกขั้นด้วยซอสยูสุพอนซึสูตรพิเศษ :
• ความสดชื่นของยูซุ: จุดเด่นคือ ซอสปอนซุรสยูซุ ที่มีรสเปรี้ยวอมหวานและกลิ่นหอมของยูซุที่สดชื่นมากๆ ทำให้ความรู้สึกหนัก ๆ ของนัตโตะเปลี่ยนไป กลายเป็นรสชาติที่สว่างและเบา ทานได้เรื่อย ๆ
• ถั่วเหลืองเม็ดเล็กคุณภาพ: นัตโตะใช้ถั่วเหลืองเม็ดเล็ก (Kotsubu Daizu) คุณภาพดีจาก ฮอกไกโด ซึ่งเป็นแหล่งผลิตถั่วชั้นเยี่ยม ทำให้ถั่วมีความเนียนนุ่มและคลุกเคล้ากับซอสได้อย่างง่ายดาย
• ทานง่ายแม้เป็นมือใหม่: รสเปรี้ยวหอมของยูซุช่วยตัดกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของนัตโตะได้เป็นอย่างดี ทำให้เป็นอีกตัวเลือกที่เหมาะมากสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นลองทาน
• ประโยชน์เต็มถ้วย: นัตโตะ เป็นแหล่งโปรตีนที่ดีเยี่ยม และเต็มไปด้วยสารอาหารสำคัญอย่างโปรไบโอติก วิตามิน K2 และเอนไซม์นัตโตะไคเนส ที่ช่วยดูแลสุขภาพลำไส้และระบบไหลเวียนโลหิต
วิธีเตรียมและอร่อยกับนัตโตะ
สินค้าจัดส่งแบบแช่แข็ง เพื่อรักษาความสดใหม่ ดังนั้นควรเตรียมสินค้าตามขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนการเตรียม:
1. นำนัตโตะ ออกจากช่องฟรีซ (ช่องแข็ง)
2. พักไว้ที่อุณหภูมิห้องสักครู่ เพื่อให้คลายความเย็นจนนิ่มลง หรือนำไปพักในตู้เย็นช่องธรรมดา
3. เมื่อถั่วละลายและนิ่มแล้ว จึงนำมาทาน
เคล็ดลับการคนนัตโตะให้ฟู
หัวใจสำคัญของการทาน นัตโตะ คือการคนค่ะ การคนนัตโตะไม่ได้มีแค่เรื่องความเหนียว แต่เป็นการดึงเอาสารอาหารสำคัญอย่าง เอนไซม์นัตโตะไคเนสออกมาทำงาน และยังช่วยให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้นด้วยค่ะ
ขั้นตอนที่ 1: คนก่อนปรุงรส
• ตักซอสออกก่อน: นำซอง ซอสรสบ๊วยและมัสตาร์ด (ถ้ามี) ออกจากถ้วยก่อนค่ะ
• เริ่มคนเปล่า ๆ: ใช้ตะเกียบหรือส้อม คนนัตโตะในถ้วยอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
- เน้นความเร็ว: ไม่จำเป็นต้องคนวนเป็นวงกลมแบบเป๊ะ ๆ แต่เน้นการคนแบบซิกแซ็กสลับไปมาด้วยความเร็วค่ะ
- จำนวนครั้ง: ให้คนอย่างน้อย 50 ครั้ง ค่ะ พอคนไปเรื่อย ๆ คุณจะสังเกตเห็นว่านัตโตะเริ่มมี ฟองสีขาวขุ่น และ ใยเหนียว ๆ เพิ่มขึ้นมาเยอะมาก
ขั้นตอนที่ 2: คนพร้อมปรุงรส
• เติมซอสบ๊วย: เมื่อนัตโตะเริ่มเป็นฟองได้ที่แล้ว ให้ใส่ ซอสรสบ๊วย (หรือเครื่องปรุงอื่น ๆ ตามชอบ) ลงไป
• คนต่ออีก 10-20 ครั้ง: คนผสมให้ซอสเข้ากันดีค่ะ การคนรอบสองนี้จะช่วยให้รสชาติของซอสซึมเข้าไปในถั่วและฟองนัตโตะอย่างทั่วถึง ทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
ถ้าคุณพร้อมที่จะเปิดรับความอร่อยใหม่ที่ทั้งสดชื่นและดีต่อสุขภาพ ลองให้ นัตโตะซอสยูซุ เป็นตัวเลือกในมื้อต่อไป รับรองว่าถูกใจสายเฮลตี้ที่ชอบรสชาติเปรี้ยวอมหวานอย่างแน่นอน"
น้ำตาลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในครัวเรือนของญี่ปุ่น
น้ำตาลทรายขาว จากแบรนด์ มิทซุย คือน้ำตาลโจฮาคุโตะ (Johakuto) ซึ่งเป็นน้ำตาลทรายขาวที่มีกรรมวิธีการผลิตแบบเฉพาะตัวของญี่ปุ่น ทำให้มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากน้ำตาลทั่วไป คือมีเนื้อสัมผัสที่เนียนละเอียด และมีความหวานที่นุ่มนวลกว่า ไม่หวานแหลมจนเกินไป ทำให้เป็นน้ำตาลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในครัวเรือนของญี่ปุ่น
ความพิเศษของน้ำตาลทรายขาว มิทซุย
• ความหวานที่กลมกล่อม : ด้วยความหวานที่นุ่มนวลและรสชาติที่สะอาด ทำให้ไม่กลบรสชาติหลักของวัตถุดิบอื่นๆ ช่วยชูรสชาติอาหารให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
• คงความชุ่มชื้น : คุณสมบัติพิเศษของน้ำตาลโจฮาคุโตะคือช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดี จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำขนมอบและเบเกอรี่ เช่น เค้ก และขนมปัง ทำให้เนื้อสัมผัสมีความนุ่มละมุน
• ใช้งานได้หลากหลาย : เป็นน้ำตาลอเนกประสงค์ที่ใช้ได้กับทุกเมนู ไม่ว่าจะนำไปใช้ในการทำอาหารคาว เช่น ซอสเทริยากิ, ซุป และเมนูตุ๋น หรือใช้ในการทำขนมหวานและเครื่องดื่ม ก็ละลายเข้ากันได้ง่าย
"ชูรสชาติราเมงให้อร่อยยิ่งขึ้นด้วยหน่อไม้เมนมะ"
ช่วงฤดูฝนถือเป็นช่วงที่หน่อไม้อร่อยที่สุด เพราะมีรสชาติหวาน กรอบ อวบน้ำ เราจึงได้คัดเลือกหน่อไม้ในฤดูกาลนี้นำมาต้มจนสุกและปรุงรสโชยุเข้มข้นจนเต็มไปด้วยรสชาติอูมามิในสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ทำให้มีเนื้อนิ่มกรอบ ไม่เละหรือกระด้าง หอมกลิ่นน้ำมันงาและถั่วเหลือง เหมาะสำหรับเป็นเครื่องโรยหน้าอาหารในเมนูราเมง อุด้ง และบะหมี่ญี่ปุ่นแบบอื่นๆ, ใส่ในข้าวผัด, ใช้เป็นอาหารเรียกน้ำย่อยหรือเป็นกับแกล้มก็อร่อยไม่แพ้กัน สะดวกและประหยัดเวลามากยิ่งขึ้นเพราะมาในรูปแบบปรุงสุกสำเร็จ ทำให้การทานหน่อไม้อร่อยๆ เป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคนค่ะ
วาราบิโมจิ (warabi mochi) หนึ่งในขนมพื้นเมืองของญี่ปุ่นที่อยากให้คุณได้ลอง
Honmono Nippon ชวนคุณมาลิ้มลองขนมพื้นเมืองของญี่ปุ่นอย่าง “วาราบิโมจิ” ที่มีเนื้อเนียนนุ่มละมุน มีความยืดหยุ่นมากกว่าโมจิทั่วไป มาพร้อมกับความหอมมันจากผงถั่วคินาโกะที่ทำมาจากถั่วเหลืองญี่ปุ่นคุณภาพดี นำมาบดและคลุกเคล้าด้านนอก ให้รสชาติที่หวานละมุน ไม่ว่าจะรับประทานคู่กับชาร้อนๆ หรือนำมาราดด้วยน้ำเชื่อมคุโรมิตสึก็อร่อยลงตัวค่ะ
วาราบิโมจิ (warabi mochi) หนึ่งในขนมพื้นเมืองของญี่ปุ่นที่อยากให้คุณได้ลอง
วาราบิโมจิ เป็นขนมโบราณดั้งเดิมของประเทศญี่ปุ่น ในยุคเฮอัน วาราบิถือเป็นขนมของชนชั้นสูง ขนมวาราบิโมจิจะมีลักษณะเป็นวุ้นเนื้อเนียนใส ให้สัมผัสเหนียว นุ่ม มีรสชาติหวานอ่อนๆ นำมาคลุกมับผงมัทฉะชั้นดี ที่มีความขมฝาด และให้กลิ่นหอม ตามแบบต้นฉบับญี่ปุ่นแท้ๆ นิยมทานคู่กับชาร้อน
สุดยอดนัตโตะจากถั่วเหลืองซุซึมารุ คุณภาพระดับพรีเมียม
สำหรับคนรักสุขภาพและผู้ที่อยากลิ้มลองรสชาติ นัตโตะ (Natto) แบบต้นตำรับแท้ ๆ เราขอแนะนำ นัตโตะ จากแบรนด์ ฮามานะสึ (Hamanasu) สูตรพิเศษจาก ฮอกไกโด เพราะนี่คือสุดยอดถั่วเหลืองหมักที่มาพร้อมความอร่อยแบบธรรมชาติและคุณค่าที่ล้ำเลิศ
ความลับของนัตโตะฮอกไกโด
ความพิเศษของนัตโตะถ้วยนี้อยู่ที่การคัดสรร ถั่วเหลืองเม็ดเล็ก สายพันธุ์ ""ซูซูมารุ"" (Suzumaru) ซึ่งเป็นถั่วเหลืองคุณภาพสูงที่ปลูกในเมืองมุคาวะ จังหวัดฮอกไกโด ถั่วที่เติบโตในสภาพอากาศที่บริสุทธิ์ของฮอกไกโดนี้ ทำให้ได้รสชาติที่นุ่มนวลและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เมื่อนำมาผ่านกระบวนการหมักแบบดั้งเดิม จึงได้นัตโตะที่มีเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มกำลังดี
ทำไมต้องนัตโตะสูตรนี้?
ถั่วเหลืองซูซูมารุ: การเลือกใช้ถั่วเหลืองสายพันธุ์นี้ เป็นการการันตีคุณภาพและความใส่ใจในวัตถุดิบ ทำให้ได้รสอูมามิที่เข้มข้น และเนื้อสัมผัสที่เนียนกว่า
เม็ดเล็ก ทานง่าย: ถั่วแบบเม็ดเล็กทำให้ง่ายต่อการคลุกเคล้ากับซอส และทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ ได้อย่างลงตัว เป็นรูปแบบที่คนญี่ปุ่นนิยมทานมากที่สุด
ประโยชน์เต็มถ้วย: นัตโตะยังเป็นซูเปอร์ฟู้ดที่อุดมไปด้วยโปรไบโอติกที่ดีต่อลำไส้ และเอนไซม์นัตโตะไคเนสที่ช่วยเรื่องระบบไหลเวียนโลหิต ทำให้คุณได้ทั้งความอร่อยและสุขภาพดีในทุก ๆ คำ
พร้อมทาน สะดวกสุด ๆ: ในแพ็กเกจมีทั้งซอส (Tare) และมัสตาร์ด (Karashi) มาให้พร้อมสรรพ คุณไม่ต้องหาเครื่องปรุงเพิ่ม ก็อร่อยได้ทันที
วิธีเตรียมและอร่อยกับนัตโตะ
สินค้าจัดส่งแบบแช่แข็ง เพื่อรักษาความสดใหม่ ดังนั้นควรเตรียมสินค้าตามขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนการเตรียม:
1. นำ นัตโตะ ออกจากช่องฟรีซ (ช่องแข็ง)
2. พักไว้ที่อุณหภูมิห้องสักครู่ เพื่อให้คลายความเย็นจนนิ่มลง หรือนำไปพักในตู้เย็นช่องธรรมดา
3. เมื่อถั่วละลายและนิ่มแล้ว จึงนำมาทาน
เคล็ดลับการคนนัตโตะให้ฟู
หัวใจสำคัญของการทาน นัตโตะ คือการคนค่ะ การคนนัตโตะไม่ได้มีแค่เรื่องความเหนียว แต่เป็นการดึงเอาสารอาหารสำคัญอย่าง เอนไซม์นัตโตะไคเนสออกมาทำงาน และยังช่วยให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้นด้วยค่ะ
ขั้นตอนที่ 1: คนก่อนปรุงรส
• ตักซอสออกก่อน: นำซอง ซอสและมัสตาร์ด (ถ้ามี) ออกจากถ้วยก่อนค่ะ
• เริ่มคนเปล่า ๆ: ใช้ตะเกียบหรือส้อม คนนัตโตะในถ้วยอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
- เน้นความเร็ว: ไม่จำเป็นต้องคนวนเป็นวงกลมแบบเป๊ะ ๆ แต่เน้นการคนแบบซิกแซ็กสลับไปมาด้วยความเร็วค่ะ
- จำนวนครั้ง: ให้คนอย่างน้อย 50 ครั้ง ค่ะ พอคนไปเรื่อย ๆ คุณจะสังเกตเห็นว่านัตโตะเริ่มมี ฟองสีขาวขุ่น และ ใยเหนียว ๆ เพิ่มขึ้นมาเยอะมาก
ขั้นตอนที่ 2: คนพร้อมปรุงรส
• เติมซอสบ๊วย: เมื่อนัตโตะเริ่มเป็นฟองได้ที่แล้ว ให้ใส่ ซอสรสบ๊วย (หรือเครื่องปรุงอื่น ๆ ตามชอบ) ลงไป
• คนต่ออีก 10-20 ครั้ง: คนผสมให้ซอสเข้ากันดีค่ะ การคนรอบสองนี้จะช่วยให้รสชาติของซอสซึมเข้าไปในถั่วและฟองนัตโตะอย่างทั่วถึง ทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
ให้นัตโตะฮอกไกโดเป็นอาหารเช้าหรือมื้อเสริมเพื่อสุขภาพของคุณ แล้วคุณจะค้นพบความลับของการมีสุขภาพดีสไตล์คนญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่บ้านเลย
ไส้กรอกอาราบิกิ เนื้อแน่น ฉ่ำ เด้ง สไตล์ญี่ปุ่นแท้
ไส้กรอกอาราบิกิ ไส้กรอกยอดนิยมของญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสด้านในที่ทำจากเนื้อหมูบดหยาบ ทำให้ยังคงความชุ่มฉ่ำและรสชาติของเนื้อหมูได้อย่างเต็มที่ ทุกคำที่เคี้ยวให้ความรู้สึกเนื้อแน่น เต็มคำ ขณะที่หนังด้านนอกกรอบเล็กน้อยและหอมกลิ่นรมควันชวนกิน ไส้กรอกอาราบิกิห่อนี้ผลิตจาก หมูอนามัย ปราศจากสารเร่งเนื้อแดง ปรุงรสด้วยซอสจากแบรนด์ Nihon Shokken แบรนด์ผู้ผลิตซอสอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น ช่วยดึงรสชาติของเนื้อหมูให้อร่อย กลมกล่อมแบบต้นตำรับ เหมาะสำหรับเสิร์ฟเป็นเมนูหลัก เครื่องเคียง หรือของทานเล่น ที่ใครได้ลองก็มักเผลอสั่งซ้ำโดยไม่รู้ตัว
วิธีก่อนปรุง
• นำไส้กรอกออกจากช่องแช่แข็ง
• ละลายน้ำแข็ง โดยแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือวางในอุณหภูมิห้องจนคลายตัว ไม่จำเป็นต้องล้างน้ำ เพียงซับให้แห้งก่อนนำไปปรุง
• สามารถนำไป ย่าง ทอด อบ หรือ ต้ม ได้ทันที
วิธีรับประทาน
ไส้กรอกอาราบิกิ พร้อมอร่อยได้หลายสไตล์ :
• ย่าง : ย่างบนกระทะหรือเตาถ่าน ไฟกลาง กลิ้งไปมาให้ผิวตึง หอมฉ่ำ กรอบนอกนุ่มใน
• ทอด : ทอดด้วยไฟกลาง ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมันเพิ่ม ไขมันจากไส้กรอกจะออกมาเอง หอมแบบไม่ง้อซอส
• อบลมร้อน / อบเตาอบ : อุณหภูมิประมาณ 170–180°C ประมาณ 8–10 นาที เหมาะกับทำหลายชิ้นพร้อมกัน
• ต้ม / ลวก : ต้มในน้ำร้อน (ไม่เดือดจัด) 3–5 นาที แล้วนำไปย่างหรือทอดต่อ เพิ่มความฉ่ำแบบขั้นสุด
แนะนำ: เสิร์ฟคู่มัสตาร์ด ซอสมะเขือเทศ หรือซอสญี่ปุ่น จะยิ่งดึงรสชาติให้อร่อยขึ้นอีกระดับ
เมนูแนะนำ
• อาราบิกิย่างเนยเสียบไม้
• ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น + ไส้กรอกอาราบิกิ
• ไส้กรอกอาราบิกิผัดเนยกระเทียม
• สปาเก็ตตี้ผัดพริกแห้งอาราบิกิ
• สลัดไส้กรอกอาราบิกิย่าง
นัตโตะรสบ๊วยสดชื่น ที่ทำให้คุณตกหลุมรักได้ง่ายขึ้น
สำหรับใครที่อยากเริ่มต้นทาน นัตโตะ (Natto) แต่ยังกังวลกับกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ หรือผู้ที่ทานนัตโตะอยู่แล้วแต่อยากได้รสชาติใหม่ ๆ ที่ทานง่ายและอร่อยสดชื่น เราขอแนะนำ นัตโตะบ๊วย ฮามานะสึ (Hamanasu) สูตรพิเศษจากญี่ปุ่น ที่จะทำให้ประสบการณ์ทานนัตโตะของคุณเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ความลับของความอร่อยที่ลงตัว นัตโตะบ๊วยถ้วยนี้ถูกออกแบบมาเพื่อความอร่อยที่ทานง่ายที่สุด
• รสชาติไม่จำเจ: จุดเด่นคือการใช้ ซอสบ๊วย (Ume) ที่ทำจากบ๊วยบดพิเศษ ช่วยเพิ่มความเปรี้ยวอมหวานและความหอมสดชื่น (香り爽やか) เข้ามาตัดกับกลิ่นของถั่วเหลืองหมักได้อย่างลงตัว ทำให้ทานง่ายกว่านัตโตะทั่วไปมาก
• ถั่วคุณภาพดีจากฮอกไกโด: คัดสรรถั่วเหลืองเม็ดเล็ก (Kotsubu Daizu) คุณภาพเยี่ยมจาก ฮอกไกโด ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความสะอาดและคุณภาพของวัตถุดิบ ทำให้ถั่วมีความอร่อยในตัวและสัมผัสที่เนียนนุ่มกำลังดี
• สุขภาพดีเต็มถ้วย: แม้จะรสชาติดีกว่าเดิม แต่คุณค่าทางอาหารยังครบถ้วน! นัตโตะ อัดแน่นไปด้วยโปรไบโอติก วิตามิน K2 และเอนไซม์นัตโตะไคเนส ที่ช่วยเรื่องการย่อยอาหารและบำรุงหัวใจให้แข็งแรง
วิธีทำความอร่อยง่าย ๆ
นัตโตะบ๊วยฮามานะสึ พร้อมเป็นมื้ออร่อยของคุณในทุกเช้า:
1. นำนัตโตะมาวางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที เพื่อให้นัตโตะที่แช่แข็งไว้ละลาย
2. แกะซอง นัตโตะ และเทซอสบ๊วยที่แถมมาลงไป
3. ใช้ตะเกียบคน นัตโตะ อย่างรวดเร็วจนเกิดฟองและเส้นใยเหนียว ๆ
4. ทานคู่กับข้าวสวยญี่ปุ่นร้อน ๆ ได้ทันที! ความเปรี้ยวอมหวานของบ๊วยจะช่วยเปิดต่อมรับรสและทำให้ข้าวอร่อยขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
เคล็ดลับการคนนัตโตะให้ฟู
หัวใจสำคัญของการทาน นัตโตะ คือการคนค่ะ การคนนัตโตะไม่ได้มีแค่เรื่องความเหนียว แต่เป็นการดึงเอาสารอาหารสำคัญอย่าง เอนไซม์นัตโตะไคเนสออกมาทำงาน และยังช่วยให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้น
ขั้นตอนที่ 1: คนก่อนปรุงรส
• ตักซอสออกก่อน: นำซอง ซอสรสบ๊วยและมัสตาร์ด (ถ้ามี) ออกจากถ้วยก่อนค่ะ
• เริ่มคนเปล่า ๆ: ใช้ตะเกียบหรือส้อม คนนัตโตะในถ้วยอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
- เน้นความเร็ว: ไม่จำเป็นต้องคนวนเป็นวงกลมแบบเป๊ะ ๆ แต่เน้นการคนแบบซิกแซ็กสลับไปมาด้วยความเร็วค่ะ
- จำนวนครั้ง: ให้คนอย่างน้อย 50 ครั้ง ค่ะ พอคนไปเรื่อย ๆ คุณจะสังเกตเห็นว่านัตโตะเริ่มมี ฟองสีขาวขุ่น และ ใยเหนียว ๆ เพิ่มขึ้นมาเยอะมาก
ขั้นตอนที่ 2: คนพร้อมปรุงรส
• เติมซอสบ๊วย: เมื่อนัตโตะเริ่มเป็นฟองได้ที่แล้ว ให้ใส่ ซอสรสบ๊วย (หรือเครื่องปรุงอื่น ๆ ตามชอบ) ลงไป
• คนต่ออีก 10-20 ครั้ง: คนผสมให้ซอสเข้ากันดีค่ะ การคนรอบสองนี้จะช่วยให้รสชาติของซอสซึมเข้าไปในถั่วและฟองนัตโตะอย่างทั่วถึง ทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
ทำไมต้องคนเยอะขนาดนั้น?
การคนนัตโตะจะช่วยกระตุ้นการสร้างใยเมือกเหนียวๆ ซึ่งเป็นตัวการของความอร่อยและสุขภาพดี ใยเหล่านี้คือกรดกลูตามิก ซึ่งเป็นแหล่งของรสอูมามิหรือรสชาติกลมกล่อม ยิ่งคนมาก ใยยิ่งเยอะ รสชาติก็จะยิ่งนุ่มละมุนลิ้น และมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้น
ลองทำตามดูนะคะ รับรองว่า นัตโตะรสบ๊วย ถ้วยนี้จะอร่อยฟู เหนียวได้ที่ ถูกใจแน่นอนค่ะ!
เส้นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในคนญี่ปุ่น
อุด้ง ถือเป็นเมนูเส้นยอดนิยมชนิดหนึ่งของชาวญี่ปุ่น ทำมาจากแป้งสาลี มีลักษณะเป็นเส้นหนา ยาว มีสีขาว สามารถทานได้ทั้งร้อนและเย็น มีรสชาติเหนียว นุ่ม เวลาเคี้ยวเส้นจะเด้ง ทำให้เป็นที่นิยมทั้งในเด็กและผู้ใหญ่
เพลิดเพลินกับหนึ่งในขนมพื้นเมืองของญี่ปุ่นที่หลายๆ ต่างก็คนติดใจ
วาราบิ โมจิ (warabi mochi) บราวน์ ชูก้า มาในชิ้นที่พอดีคำ คลุกเคล้าด้วยผงคินาโกะ (ผงถั่วเหลลือง) ทำให้รสชาติที่ได้มีความหวาน หอม ละมุนลิ้น และสัมผัสเหนียวนุ่มที่ยืดหยุ่นมากกว่าโมจิทั่วไป ไม่ว่าจะรับประทานคู่กับชาร้อนๆ หรือนำมาราดด้วยน้ำเชื่อมคุโรมิตสึก็อร่อยลงตัว หรือจะใช้เป็นท็อปปิ้งกับไอศครีมแสนอร่อยก็เข้ากันสุดๆเลยค่ะ
แป้งสาลีญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยม และบอกต่อมากที่สุด!
สายเบเกอรี่คงไม่มีใครไม่รู้จักแป้งญี่ปุ่นแบรนด์นิปปุ่น (Nippn) แป้งคุณภาพที่โรงเรียนสอนทำอาหารและเบเกอรี่หลายแห่งเลือกใช้ แป้งตัวนี้เป็น Strong Flour มีค่าโปรตีน 12% และค่า Ash 0.38% เนื้อแป้งขาว ละเอียด และเนียนกว่าแป้งจากฝั่งยุโรป แป้งมีความละเอียดสูง ดูดซึมน้ำได้ดีมาก ทำให้ขนมปังที่ได้มีเนื้อสัมผัส เหนียวนุ่ม ละเอียด และมีความฟูตามสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำขนมปังที่ต้องการความเหนียวนุ่มเป็นพิเศษ
แป้งอีเกิ้ลเหมาะสำหรับเมนู ?
• โชกุปัง
• ขนมปัง
• พิซซ่า
• ซาลาเปา
• แป้งเกี๋ยวซ่า
เต้าหู้ทอดอินาริ (Inari) ความอร่อยในแบบฉบับญี่ปุ่น
อินาริ (Inari) หรือเต้าหู้ทอดปรุงรส มีรสชาติหวานเค็มกำลังดี เต้าหู้จะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมเหมือนกระเป๋า เมนูยอดนิยมคือ อินาริซูชิ ซึ่งจะใส่ข้าวซูชิเข้าไปข้างในตัวของแผ่นเต้าหู้และท็อปปิ้งด้วยหน้าต่างๆ หรือเมนูคิทซึเนะอูด้ง อูด้งมีที่วัตถุดิบหลักเป็นเต้าหู้ทอด วางอยู่ด้านบน เพราะรสชาติของเต้าหู้ทอดที่ออกหวานเค็มจะเข้ากันได้อย่างลงตัวกับน้ำซุป หรือจะหั่นเต้าหู้เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วทานเป็นชาบูหรือสุกี้ ก็ได้เช่นกันค่ะ
เส้นราเมงแช่แข็งพร้อมทาน จากซุปเปอร์ญี่ปุ่นยอดฮิต
หากไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น แล้วต้องการซื้อของกิน ยอดฮิตในราคาประหยัด คนญี่ปุ่นต่างแนะนำให้ไปที่ Gyomu Super ห้างที่รวบรวมของกิน ของใช้ ของยอดฮิตในราคาแสนถูก เส้นราเมงแช่แข็งห่อนี้ทางห้างได้ผลิตเป็น house brand เป็นของตัวเอง แตกต่างจากทั่วๆ ไปตรงที่เป็นเส้นทำสด ไม่ผ่านการทอด หรืออบ ให้มีรสชาติของน้ำมันมากวนใจ หลังจากผลิตจนได้เป็นเส้น ทางแบรนด์ได้นำเข้ากระบวนการแช่แข็ง เพื่อคงความสดใหม่ของเส้น หากต้องการนำมาประกอบอาหารเพียงนำออกมาคลายความเย็น หรือนำมาล้างน้ำจนเส้นคลายตัว เพียงเท่านี้คุณก็ได้ทานราเมงสไตล์ญี่ปุ่นแล้วค่ะ
หากพูดถึงเมนูอาหารญี่ปุ่นที่ครองใจคนทั่วโลกมาอย่างยาวนาน "แกงกะหรี่ญี่ปุ่น" คงเป็นหนึ่งในเมนูยอดนิยมที่หลายคนนึกถึง ด้วยเอกลักษณ์ของซอสแกงกะหรี่ที่มีความเข้มข้น กลมกล่อม หอมเครื่องเทศ และรับประทานง่าย ทำให้เป็นเมนูที่เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย สำหรับผู้ที่ต้องการรสชาติแกงกะหรี่ญี่ปุ่นแบบต้นตำรับ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร โรงแรม ร้านอาหารญี่ปุ่น หรือผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารญี่ปุ่นรับประทานเองที่บ้าน นี่คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่ได้รับความไว้วางใจจากเชฟมืออาชีพในญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
เครื่องแกงกะหรี่กึ่งสำเร็จรูป ชนิดเกล็ด ผลิตจากการผสมผสานของเครื่องเทศคุณภาพดี ผัก และวัตถุดิบที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน จนได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของแกงกะหรี่ญี่ปุ่นแท้ มีความหอมของเครื่องเทศที่ไม่ฉุนจนเกินไป ให้รสเผ็ดระดับกลางที่รับประทานง่าย พร้อมความกลมกล่อมที่ลงตัว เหมาะทั้งสำหรับผู้ที่เริ่มต้นรับประทานแกงกะหรี่ญี่ปุ่นและผู้ที่ชื่นชอบรสชาติแบบดั้งเดิม นอกจากการนำไปทำข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นแล้ว ยังสามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นข้าวแกงกะหรี่หมูทอดทงคัตสึ แกงกะหรี่ไก่ อุด้งแกงกะหรี่ ซอสแกงกะหรี่ราดไก่ทอด โคร็อกเกะ หรือเมนูฟิวชันต่างๆ ที่ต้องการความหอมเข้มข้นของซอสแกงกะหรี่ญี่ปุ่น จึงเหมาะสำหรับร้านอาหารที่ต้องการควบคุมต้นทุนและรักษามาตรฐานรสชาติให้คงที่ในทุกจาน ช่วยประหยัดเวลาในการเตรียมอาหาร และสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้อย่างสม่ำเสมอ
ขั้นตอนการทำ
• ตั้งกระทะหรือหม้อหนา เติมน้ำมันพืชให้ร้อน นำเนื้อสัตว์และผักที่หั่นขนาดพอดีคำลงไปผัดให้เข้ากันจนสุกได้ที่
• เติมน้ำเปล่าลงไป ต้มให้เดือด คอยช้อนฟองออก และเคี่ยวต่อด้วยไฟอ่อน-ปานกลางจนผักและเนื้อสัตว์นุ่ม
• ปิดไฟชั่วคราว แล้วค่อยๆ โรยเครื่องแกงกะหรี่ชนิดเกล็ดลงไป คนให้ละลายจนเข้ากันดี
• เปิดไฟอ่อนอีกครั้ง เคี่ยวต่อหมั่นคนเรื่อยๆ จนน้ำแกงกะหรี่มีความเหนียวข้นหนืดตามต้องการ พร้อมตักราดข้าวสวยร้อนๆ
หากแป้งขนมปังคือโครงสร้างที่แข็งแรง แป้งสาลีฮาร์ท (Heart Wheat Flour) จากแบรนด์ นิปปุ่น (Nippn) ก็คือตัวแทนของความอ่อนนุ่มและประณีต แป้งตัวนี้เป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มเชฟทำขนมว่าเป็นแป้งเค้กคุณภาพสูง (Soft Flour) ที่มีความละเอียดเป็นพิเศษ ผลิตด้วยมาตรฐานระดับพรีเมียมจากญี่ปุ่นเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่เบาและนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ความโดดเด่นที่ทำให้แตกต่างจากแบรน์อื่นๆ คือค่าโปรตีนที่ต่ำเพียง 8.1% และค่าเถ้า (Ash) ที่ต่ำมากเพียง 0.35% ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกว่าเนื้อแป้งมีความบริสุทธิ์สูงมาก ขาวสะอาด และละเอียดลออเป็นเนื้อเดียว ส่งผลให้ขนมที่ได้มีสีสวยสม่ำเสมอและมีเนื้อสัมผัสที่เบาราวกับปุยเมฆ (Fluffy) แป้งชนิดนี้ยังมีความสามารถในการผสมเข้ากับส่วนผสมอื่นได้ง่ายมาก ลดโอกาสการเกิดก้อนแป้ง ทำให้เนื้อขนมเนียนนุ่มจนแทบละลายในปาก
สำหรับเมนูที่ต้องการความนุ่มนวลระดับสูงสุด แป้งนี้คือทางเลือกที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็น
• เค้กไข่ญี่ปุ่น (Japanese Sponge Cake): ที่ต้องการความนุ่ม ฟู และสปริงตัวสวย
• ชิฟฟอนเค้ก (Chiffon Cake): เพื่อเนื้อสัมผัสที่เบาหวิวและเนียนละเอียด
• เทมปุระ (Tempura): หากนำไปผสมสำหรับทอด จะช่วยให้แป้งบางกรอบและไม่อมน้ำมัน
• ขนมไข่ หรือ คุกกี้เนื้อนุ่ม: ที่ต้องการความละเอียดเป็นพิเศษ
เคล็ดลับที่จะช่วยให้ขนมออกมาสมบูรณ์แบบคือ การร่อนแป้งตราหัวใจก่อนนำไปผสม เพราะความละเอียดสูงของแป้งอาจทำให้เกิดการอัดตัวได้ง่าย การร่อนจะช่วยเพิ่มอากาศให้เนื้อขนมฟูยิ่งขึ้น และควรเก็บรักษาในที่แห้งสนิท หลีกเลี่ยงความชื้นเพื่อรักษาความนุ่มนวลของเนื้อแป้งให้คงที่อยู่เสมอ
เปลี่ยนมื้อขนมธรรมดาที่บ้านให้กลายเป็นความพิเศษ ด้วยวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันนี้ จะช่วยส่งต่อความสุขผ่านรสสัมผัสที่นุ่มละมุนในแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ให้ทุกคนในครอบครัว
หากกำลังมองหามิโซะสำหรับทำอาหารญี่ปุ่นอยู่หรือเปล่าคะ
มิโซะขาวนิยมใช้กันมากทางภูมิภาคคันไซและภาคตะวันตกของประเทศญี่ปุ่น รสชาติจะออกหวานนำเค็ม เวลานำมาปรุงเป็นน้ำซุปต้องใช้ปริมาณที่มากเพื่อให้น้ำซุปมีรสชาติเข้มข้น ความพิเศษของมิโซะถุงนี้ คือการผสมน้ำซุปดาชิ หรือน้ำสต๊อคปลา มาเรียบร้อยแล้ว ช่วยให้คุณปรุงน้ำซุปได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะไม่ต้องเริ่มต้นจากการทำน้ำสต๊อค เมนูแนะนำ ซุปมิโซะ หรือทำซอสมิโซะสำหรับเป็นราดเมนูปลา
การทำน้ำซุปดาชิจะเป็นเรื่องง่ายๆ ใช้เวลาเพียง 5 นาที
ทำไมต้องแซลมอนรมควัน Latitude 45 ? สัมผัสความต่างของแซลมอนรมควันระดับโลก
Latitude 45 คือแบรนด์แซลมอนรมควันที่โดดเด่นเรื่องคุณภาพและความพิถีพิถัน โดยคัดสรรปลาจากฟาร์มในประเทศชิลี ณ พิกัดละติจูด 45 องศาใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์และเย็นจัดที่สุดในโลก กระแสน้ำที่เย็นจัดนี้เองที่ช่วยให้แซลมอนสะสมไขมันและ Omega-3 ได้ดีกว่าปกติ ส่งผลให้เนื้อปลามีความนุ่มละมุน ลายไขมันแทรกสวยงาม และมีระบบนิเวศที่สมบูรณ์เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของ Atlantic Salmon จนได้เนื้อที่แน่น สีสีสดสวยธรรมชาติ
ความพิเศษที่เหนือกว่าคือหลักการ "รมควันสดภายใน 24 ชั่วโมง" ซึ่งแตกต่างจากแซลมอนรมควันทั่วไปที่มักใช้ปลาแช่แข็งมาแปรรูป แต่ Latitude 45 เลือกใช้ปลาที่เพิ่งขึ้นจากน้ำ (Fresh, never frozen) เข้าสู่กระบวนการรมควันทันทีภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อล็อคความสดใหม่ไว้ให้ถึงมือคุณ วิธีนี้ช่วยรักษาโครงสร้างกล้ามเนื้อปลาไม่ให้ถูกทำลายจากเกล็ดน้ำแข็ง ผลลัพธ์ที่ได้คือเนื้อสัมผัสที่ 'เด้ง' และ 'ฉ่ำ' ราวกับทานปลาสด แต่ได้ความหอมกรุ่นจากการรมควันไม้ธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
สัมผัสประสบการณ์การทานที่สะดวกและพรีเมียม
ด้วยเนื้อปลาแซลมอนรมควันชนิดพร้อมรับประทานที่ผ่านการคัดเกรดอย่างดี :
• การตัดสไลซ์ : หั่นสไลซ์บางสม่ำเสมอขนาด 2.5-3.0 มม.
• ขนาดบรรจุ : ในแพ็ค จำนวน 40-42 ชิ้นโดยประมาณ โดยจัดเรียงเป็นระเบียบบนแผ่นกระดาษรอง ทำให้หยิบใช้งานง่าย เนื้อปลาไม่ติดกันเป็นก้อน
• ความเป็นธรรมชาติ: เนื้อปลาอาจพบส่วนเนื้อสีน้ำตาล (Brown meat) เล็กน้อยตามธรรมชาติของชิ้นปลา ซึ่งเป็นส่วนที่สะสมไขมันและสารอาหารที่มีประโยชน์สูง
สารอาหารที่มากกว่าแค่ความอร่อย
แซลมอนรมควัน Latitude 45 ไม่ใช่แค่เมนูหรู แต่เป็น Superfood สำหรับคนรักสุขภาพ:
• High Protein: โปรตีนสูงถึง 12 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
• Rich in Omega-3 (DHA/EPA): มีสูงถึง 800 มก. ซึ่งช่วยในเรื่องการทำงานของสมอง
ลดการอักเสบ และบำรุงหัวใจ
• Vitamin D: เสริมสร้างกระดูกและภูมิคุ้มกัน (ซึ่งเป็นวิตามินที่หาได้ยากจากอาหารทั่วไป)
รสชาติที่ลงตัว.. พร้อมทาน
• หอมกลิ่นรมควันไม้ธรรมชาติ กลิ่นชัดแต่สุภาพ ไม่แรง ไม่กลบกลิ่นปลา
• รสนุ่มละมุน เค็มอ่อน ๆ กำลังดี ปรุงรสน้อย ดึงรสหวานธรรมชาติของเนื้อแซลมอนออกมา
• เนื้อแน่น แต่นุ่มลิ้น ไม่แห้ง ไขมันแทรกพอดี ละลายในปาก เคี้ยวแล้วไม่กระด้าง
• รสชาติกลมกล่อม ทานเปล่าอร่อย ไม่จำเป็นต้องปรุงเพิ่ม แต่เข้ากันดีกับเลมอน ครีมชีส หรือผักสด
มาตรฐาน BAP และ Halal
บนบรรจุภัณฑ์มีสัญลักษณ์สำคัญที่ช่วยการันตีความมั่นใจ:
• BAP (Best Aquaculture Practices): เป็นเครื่องหมายระดับสากลที่ยืนยันว่า ฟาร์มนี้รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สวัสดิภาพสัตว์ และมีความปลอดภัยทางอาหารสูงสุด
• Halal Certified: ผ่านการตรวจสอบตามหลักศาสนอิสลาม ทำให้เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคทุกกลุ่ม
"เพราะความสดรอไม่ได้ เราจึงรมควันใน 24 ชั่วโมง เพื่อคำที่ดีที่สุดสำหรับคุณ"
“น้ำส้มสายชูแดง” หรือ Akazu (อากาสึ) เป็นวัตถุดิบชั้นสูงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานในประเทศญี่ปุ่น กำเนิดขึ้นในสมัยเอโดะ จากการนำกากสาเกมาหมักบ่มนานถึง 3 ปี จนได้น้ำส้มสายชูสีแดงเข้มที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์และรสชาติกลมกล่อม ซึ่งเชฟซูชินิยมนำมาปรุงรสข้าวเพื่อช่วยถนอมอาหารและขับรสชาติของวัตถุดิบสดให้อร่อยยิ่งขึ้น
ปัจจุบันภูมิปัญญาดั้งเดิมนี้ถูกนำมาต่อยอดเป็น ซอสปรุงรสผสมน้ำส้มสายชูแดง สูตร 2 ที่พัฒนาปรับรสชาติให้นุ่มนวลและกลมกล่อมยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่ม Fiber (ไฟเบอร์) ที่ช่วยให้เมล็ดข้าวเรียงตัวสวย กระจายตัวได้ดีในปาก และนุ่มละมุน ให้เนื้อสัมผัสราวกับเชฟระดับมืออาชีพมาปั้นเองกับมือ ใช้งานง่ายเหมาะสำหรับทั้งครัวเรือนและร้านอาหาร เพียงนำไปผสมกับข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ ก็พร้อมเสิร์ฟทันทีโดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม ช่วยให้เม็ดข้าวนุ่ม เงางาม หอมละมุน พร้อมมอบรสชาติหวานอมเปรี้ยวและกลมกล่อมด้วยอูมามิที่เป็นเอกลักษณ์ของ Akazu ช่วยชูรสชาติของปลาสดและวัตถุดิบพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นแซลมอน ทูน่า หรือโฮตาเตะ ได้อย่างโดดเด่น ให้คุณสร้างสรรค์เมนูซูชิคุณภาพระดับร้านโอมากาเสะได้ง่าย ๆ สะดวก รวดเร็ว และอร่อยเป๊ะแบบมืออาชีพ!
คุณสมบัติและประโยชน์
• ช่วยให้ข้าวแตกตัวและกระจายตัวในปาก
• น้ำส้มซูชิช่วยควบคุมโครงสร้างข้าว ไม่ใช่แค่รสชาติ (ชะลอการแข็งตัวของข้าว)
• รักษาความอร่อยของข้าวได้นานขึ้น
• ช่วยให้คุณภาพซูชิสม่ำเสมอ แม้เก็บเย็น
• ยกระดับประสบการณ์การกิน
• สนับสนุนซูชิมืออาชีพ
• คุณภาพสม่ำเสมอและเป็นพันธมิตรของคุณภาพข้าว
ขั้นตอนการทำข้าวซูชิ
• หุงข้าวญี่ปุ่นให้สุกตามปกติ
• ขณะที่ข้าวสุกยังร้อนๆ ให้ตักข้าวใส่ชาม(หากเป็นอ่างไม้สำหรับผสมข้าวซูชิจะดียิ่งขึ้น)
• เท ซอสปรุงรสผสมน้ำส้มสายชูแดง ลงบนข้าวร้อนๆ
(สัดส่วนแนะนำ: ซอสประมาณ 10-15% ของน้ำหนักข้าวสุก หรือปรับตามความชอบ)
• ใช้ทัพพีพัด/ตัดข้าวเบาๆ ในแนวเฉียง เพื่อให้ซอสซึมเข้าเนื้อข้าวอย่างทั่วถึงโดยไม่ทำให้เม็ดข้าวบดขยี้
• พัดให้ข้าวเย็นลงจนถึงอุณหภูมิห้อง ก่อนนำไปปั้นซูชิ หรือทำข้าวหน้าต่างๆ
คำแนะนำ
• เก็บรักษาในอุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส และพ้นจากแสงแดด
• หลังจากเปิดขวดแล้ว ควรเก็บแช่ในตู้เย็น
• ผลิตภัณฑ์อาจมีตะกอนจากวัตถุดิบ ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติไม่มีผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์
มิโซะรสชาติกลมกล่อม ทำเมนูไหนก็ง่าย
HonmonoNippon ได้นำเข้ามิโซะจากแบรนด์ Hikari แบรนด์ผลิตมิโซะอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น! โดยมิโซะตัวนี้ได้ผ่านการรับรองว่าเป็นสินค้าออร์แกนิค เริ่มตั้งแต่การเลือกใช้ถั่วเหลืองออร์แกนิค และข้าวที่ปลูกแบบออร์แกนิค นำมาหมักโดยใช้สัดส่วนถั่วเหลืองปริมาณมาก และใช้ระยะเวลาในการหมักที่นาน จนเกิดรสชาติอูมามิจากธรรมชาติ มีรสที่สมดุล มีกลิ่นหอมมาก และที่สำคัญมิโซะตัวนี้ยังไม่ผสมดาชิ เพื่อให้คุณได้นำไปใช้งานได้ทันที แบบไม่ต้องผสมน้ำซุปดาชิเพิ่ม ลดขั้นตอนการทำอาหารให้สั้นลง หากอยากได้มิโซะคุณภาพดีๆ ที่สำคัญยังเป็นออร์แกนิค 100% เลือกใช้ตัวนี้เลยค่ะ
พบกับ 1 ใน 3 เส้นอุด้งที่อร่อยที่สุดของญี่ปุ่น!!
Sanuki Udon (ซานุกิอุด้ง) ของจังหวัด Kagawa (คากาวะ) ถือเป็นสุดยอมเมนูอุด้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่นและได้รับความนิยมไปทั่วโลก
สนุกกับการทำทาโกะยากิได้ง่ายๆ ที่บ้านคุณ
ชวนคุณมาสนุกและอิ่มอร่อยกับทาโกะยากิแบบง่ายๆ ด้วย Otafuku Takoyaki Kodawari Set ที่มีเคล็ดลับความอร่อยจาก 4 ส่วนผสมพิเศษ ได้แก่
1. แป้งทาโกะยากิสูตรพิเศษของโอตาฟุกุ กรอบนอกนุ่มใน
2. การผสมผสานกันระหว่างผงหมึกซูรุเมะ 100% และแป้งหมึกเทมปุระกรุบกรอบ ให้รสชาติที่เข้มข้นและล้ำลึก
3. สาหร่ายที่ผลิตในญี่ปุ่น 100% มีสีเขียวสดและกลิ่นหอมของทะเล เพิ่มสัมผัสให้ครบเครื่อง
4. เพิ่มสีสันด้วยขิงแดงดองให้สีสันที่น่ารับประทานและรสชาติที่เข้มข้นยิ่งขึ้น
เพียงเตรียมวัตถุดิบให้พร้อมก็มาอร่อยกันได้เลยค่ะ
สุดยอดแป้งเทมปุระสูตรพิเศษ !!
สำหรับคนที่ชอบทานปลาไหลญี่ปุ่นย่างซีอิ๊ว มาทางนี้ค่ะ
ที่ประเทศญี่ปุ่น จะมีเทศกาลวันทานปลาไหล ในช่วงฤดูร้อน เพราะเชื่อว่าหากทานในช่วงเวลานี้จะทำให้มีสุขภาพแข็งแรงตลอดทั้งปี เพราะปลาไหลอุดมด้วยคุณค่าทางอาหาร ช่วยให้ร่างกายไม่อ่อนเพลียจากอากาศที่ร้อน วันนี้เรามีปลาไหลน้ำจืดสายพันธุ์ญี่ปุ่น ที่เนื้อนุ่มแน่น คัดเฉพาะไซส์ใหญ่พิเศษ นำมาย่างจนมีกลิ่นหอม ทาด้วยซีอิ๊วรสชาติเค็มๆ หวานๆ ตามสูตรลับเฉพาะของทางแบรนด์ ยิ่งทาน ยิ่งอร่อย ที่สำคัญราคาไม่แพง!! เพราะราคานี้ ท่านจะได้ทานปลาไหล 1 ตัว!!! ที่สำคัญทำง่ายมาก เพียงแค่ฉีกซอง อุ่นร้อนในไมโครเวฟ เพื่อความอร่อยยิ่งขึ้น ทานคู่กับข้าวญี่ปุ่น เนื้อนุ่มเคี้ยวหนุบ ยิ่งอร่อยค่ะ
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Nanatsuboshi ข้าวที่เติบโตท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ของฮอกไกโด
นิยมปลูกมากในฮอกไกโด เมล็ดข้าวอวบ หุงแล้วขึ้นเงา มีความเหนียวปานกลาง และความหวานแบบพอดี ทำให้โดนใจชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก แม้ข้าวจะเย็นแต่ยังคงความนุ่ม หอม อร่อย สามารถทำอาหารได้หลากหลายประเภท แต่จะนิยมนำมาทำเบนโตะและซูชิ
• ลักษณะเมล็ด – เมล็ดข้าวอวบ ขาว หุงขึ้นหม้อ
• รสชาติ – มีรสหวานและยังคงอร่อยแม้จะเย็นแล้ว
• ความเหนียว – ความเหนียวกำลังดี
• เมนูที่เหมาะสม – เบนโตะ และซูชิ
• ความลับของสายพันธุ์ – ถือว่าเป็นข้าวที่มีความสมดุลระหว่างรสชาติกับเนื้อสัมผัสมากที่สุดในสายพันธุ์ข้าวฮอกไกโด เมื่อหุงจนสุกข้าวมีความขาว ความเงา ความหอม ให้รสชาตินุ่มนวล และเคี้ยวอร่อย
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
1. ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
2. ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
3. กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
4. ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำจนอ่อนนุ่ม
5. หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อย ๆ คนให้น้ำระเหย
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบปลาแซลมอน และกำลังมองหาวัตถุดิบคุณภาพดีที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ ปลาแซลมอนโคโฮ (Coho Salmon) จากแบรนด์ไอเซน (AYSEN) คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะนี่คือปลาที่เลี้ยงในแหล่งน้ำที่สะอาดและได้รับการรับรองคุณภาพ ทำให้คุณมั่นใจในความสดใหม่และรสชาติแบบพรีเมียม
ปลาแซลมอนโคโฮ ไอเซน คืออะไร?
ปลาแซลมอนโคโฮเป็นปลาแซลมอนอีกสายพันธุ์หนึ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยปลาจากแบรนด์ไอเซน มาจากฟาร์มเลี้ยงในประเทศชิลี ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคไอเซน (Aysén) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลก ทำให้ได้ปลาที่มีคุณภาพสูง เนื้อปลามีสีส้มอมแดงเข้มคล้ายแซลมอนซ็อกอาย (Sockeye Salmon) แต่มีจุดเด่นคือ มีไขมันแทรกน้อยกว่าแซลมอนแอตแลนติก ทำให้เนื้อสัมผัสมีความแน่น ไม่เลี่ยน และเหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนักหรือรักสุขภาพ
ปลาแซลมอนโคโฮ ไอเซน ดียังไง?
• ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ: ด้วยปริมาณไขมันที่น้อยกว่า ทำให้เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีที่มีแคลอรีต่ำ และยังคงอุดมไปด้วย Omega-3 ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
• คุณภาพระดับซาชิมิ (Sashimi Quality): ปลาแซลมอนของเราได้รับการแปรรูปภายใน 8 ชั่วโมงหลังการจับ และทำทุกขั้นตอนในห้องคุมอุณหภูมิ ทำให้มั่นใจในความสดใหม่และคุณภาพที่เหมาะสำหรับการนำไปทำซาชิมิ
• Trim C: คือมาตรฐานการแล่ปลาที่มีการตัดแต่งอย่างพิถีพิถัน โดยมีการนำก้างใหญ่ออกทั้งหมด รวมถึงก้างปลาบริเวณท้อง (Belly Bone) และก้างซี่โครง (Pin Bone) ทำให้คุณสามารถนำเนื้อปลาไปทำอาหารได้ทันที โดยไม่ต้องมาเสียเวลาเลาะก้างเอง
เมนูแนะนำ
เนื้อปลาแซลมอนโคโฮ Trim C เหมาะสำหรับทำอาหารได้หลากหลายเมนู
• ซาชิมิ หรือ ซูชิ: ด้วยคุณภาพระดับซาชิมิ จึงสามารถหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ เพื่อทานแบบดิบได้อย่างปลอดภัย
• สเต๊กปลาแซลมอน: นำไปย่างหรือทอดในกระทะ จะได้เนื้อที่แน่นและหนังกรอบ
• ปลาแซลมอนอบ: นำไปอบในเตาอบพร้อมกับเครื่องเทศที่คุณชื่นชอบ
• เมนูอื่น ๆ: นำไปประกอบเมนูผัด หรือยำแบบไทย ๆ ก็อร่อยเข้ากัน
วิธีเตรียมปลา
1. นำปลาออกจากช่องแช่แข็ง และนำไปพักในตู้เย็นช่องธรรมดาเพื่อละลายน้ำแข็ง
2. เมื่อปลาละลายน้ำแข็งแล้ว สามารถนำไปล้างและซับน้ำให้แห้ง
3. หั่นเป็นชิ้นตามต้องการ แล้วนำไปประกอบอาหารได้ทันที
สัมผัสความอร่อยจากทะเลชิลีในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ปลาแซลมอนคุณภาพเยี่ยมที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพในครัวของคุณ
เปิดประสบการณ์รสชาติของข้าวญี่ปุ่นแท้ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชาแห่งข้าว" ของประเทศญี่ปุ่น ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ค่ะ
ข้าวชิ้นนี้คือ ข้าวโคชิฮิคาริ (Koshihikari) ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ยอดนิยมและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวที่มาจากจังหวัด นีงาตะ (Niigata) ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงด้านคุณภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จังหวัดนีงาตะได้รับพรจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปลูกข้าวชั้นดี เช่น ดินที่อุดมสมบูรณ์จากตะกอนแม่น้ำสำคัญอย่างแม่น้ำชินาโนะ (Shinano River) และแม่น้ำอะงาโนะ (Agano River) รวมถึงมีน้ำบริสุทธิ์จากหิมะที่ละลาย (Snowmelt Water) และที่สำคัญคือ ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน ที่สูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความหวานและรสชาติของข้าว
ข้าวโคชิฮิคาริสายพันธุ์นีงาตะมีจุดเด่นหลัก ๆ ที่ทำให้เป็นที่รักของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
ความเหนียวและหนึบ (Stickiness): มีสัมผัสที่ เหนียวหนึบ (Mochimochi) และยืดหยุ่นกำลังดี ไม่แข็งกระด้าง
ความหวานและอูมามิ (Sweetness & Umami): มีรสหวานตามธรรมชาติที่ชัดเจน และมีรส อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นในทุกเม็ด
กลิ่นหอมและเงางาม: เมื่อหุงสุกแล้วจะมี กลิ่นหอมที่ละมุน และเมล็ดข้าวจะมีความ เงางามเป็นประกาย น่ารับประทาน
ด้วยรสชาติที่โดดเด่นและสมดุล ทำให้ข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะอร่อยมากแม้ว่าจะทานเปล่า ๆ โดยไม่ต้องมีกับข้าวค่ะ นอกจากนี้ยังรักษาความอร่อยไว้ได้ดีแม้จะเย็นลง จึงเหมาะมากสำหรับทำข้าวปั้น โอนิกิริ (Onigiri) หรือใส่ในกล่องข้าวเบนโตะ (Bento)
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
ข้าวโคชิฮิคาริมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่สมดุล ทำให้เข้ากันได้ดีกับอาหารหลากหลายประเภทค่ะ:
ข้าวสวย (Plain White Rice): ทานเปล่า ๆ คู่กับเครื่องเคียงง่าย ๆ อย่างซุปมิโสะ (Miso Soup) และผักดอง (Tsukemono) เพื่อสัมผัสรสชาติแท้ ๆ ของข้าว
ซูชิ (Sushi) และโอนิกิริ (Onigiri): ด้วยความเหนียวหนึบ ทำให้ปั้นได้ง่ายและคงรูปได้ดีเมื่อเย็นลง
เมนูอาหารญี่ปุ่นทั่วไป: เหมาะสำหรับทานคู่กับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด เช่น ปลาย่าง, เทมปุระ (Tempura) หรือข้าวหน้าต่าง ๆ (Donburi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
เพื่อให้ได้ข้าวที่อร่อยที่สุด ควรทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
1. ซาวข้าว (Rinsing): ซาวข้าวอย่างเบามือเพื่อล้างฝุ่นออก เปลี่ยนน้ำประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำเริ่มใส
2. แช่น้ำ (Soaking): แช่ข้าวในน้ำสะอาดทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ในฤดูร้อน หรือ 60 นาที ในฤดูหนาว เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำอย่างเต็มที่
3. หุง (Cooking): หุงตามอัตราส่วนน้ำที่ระบุบนเครื่องหุงข้าว หรือใช้อัตราส่วนข้าว 1 ส่วนต่อน้ำประมาณ 1.1 - 1.2 ส่วน
4. พักข้าว (Steaming): เมื่อหุงเสร็จแล้ว ห้ามเปิดฝา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ไอน้ำระอุและข้าวสุกทั่วถึง ก่อนจะใช้ไม้พายคลุกเบา ๆ ก่อนตักเสิร์ฟค่ะ
ลองนำข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะไปหุงดูสิคะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมข้าวญี่ปุ่นแท้ ๆ ถึงมีเสน่ห์และเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น ที่คุณก็สามารถสร้างสรรค์ความอร่อยนี้ได้ที่บ้านค่ะ
มิโซะออร์แกนิค รสกลมกล่อม เข้มข้น
Maru-Yu Mutenka Miso จากแบรนด์ฮิคาริ-มิโซะ เป็นมิโซะที่ผลิตโดยใช้ถั่วเหลืองและข้าวออร์แกนิค 100% และเนื่องจากมีการใช้เมล็ดถั่วเหลืองปริมาณมากร่วมกับระยะเวลาการหมักอันยาวนาน จึงทำให้ได้รสเค็มและอูมามิที่สมดุล ผสานความเผ็ดร้อนฝาดลิ้นเล็กน้อยพร้อมกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังเป็นสูตรวีแกนและปราศจากกลูเตน ผู้ที่ทานมังสวิรัติจึงสามารถรับประทานได้อย่างสบายใจ สามารถนำไปประกอบอาหารได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นซุปมิโซะ แกงกะหรี่ญี่ปุ่น หมักเนื้อสเต๊ก หรือมิโซะราเมนก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ
เคล็ดลับการทำข้าวหน้าเนื้อให้อร่อยอยู่นี่แล้ว
มาลองชิมไก่ทอดทัตสึตะอาเกะสไตล์ญี่ปุ่นกันค่ะ
เมนูไก่ทอดเป็นอาหารจานโปรดของใครหลายๆ คน เนื้อไก่นุ่มๆ ชุ่มฉ่ำ ที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้แป้งกรอบๆ แค่คิดก็ฟินแล้วใช่ไหมล่ะคะ ยิ่งเมนูไก่ชุบแป้งทอดสไตล์ญี่ปุ่นนี่บอกเลยว่าพลาดไม่ได้ ไม่ว่าจะรับประทานเป็นมื้อหลักหรือเอาไว้เป็นของทานเล่นก็เคี้ยวเพลินไม่ต่างกัน
เราขอแนะนำไก่ทอดทัตสึตะอาเกะรสชาติเยี่ยมเกรดส่งออก ทำจากสะโพกไก่เนื้อนุ่ม นำมาปรุงรสด้วยซอสถั่วเหลืองสูตรพิเศษให้อร่อยกลมกล่อม เพิ่มความสมบูรณ์แบบด้วยกลิ่นหอมจากกระเทียมและขิงที่ผสานเข้ากันเป็นอย่างดี เคลือบด้วยแป้งที่ไม่หนาจนเกินไป ให้สัมผัสกรอบนอกนุ่มใน ไม่เลี่ยน ไม่ว่าจะอุ่นร้อนด้วยไมโครเวฟ นำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน หรือทอดในน้ำมันร้อนๆ ก็อิ่มอร่อยได้ง่ายๆ ค่ะ
ชาเขียวเซนฉะชนิดชงได้ทั้งร้อนและเย็น ความแตกต่างจากชาเขียวทั่วไปที่คุณไม่ควรมองข้าม!!