ทำไมต้อง สึบูไก? เปิดความลับ "หอยสังข์ญี่ปุ่น" วัตถุดิบตัวลับที่นักรีวิวทั่วโลกยกนิ้วให้
หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับหอยเชลล์หรือหอยแมลงภู่ แต่ถ้าพูดถึง "หอยสังข์ญี่ปุ่น" คือความลับความอร่อยของเมนูอาหารทะเลสไตล์เอเชียตะวันออก โดยเฉพาะในญี่ปุ่นและเกาหลี ด้วยเนื้อสัมผัสที่มีความ "กรุบเด้ง" เป็นพิเศษและรสชาติที่หวานอ่อนๆ ทำให้มันกลายเป็นวัตถุดิบยอดนิยมที่มักจะถูกถามหาเสมอในร้านซูชิและร้านอาหารญี่ปุ่นระดับสูง เสน่ห์ที่ทำให้ใครหลายคนติดใจคือเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างจากเนื้อสัมผัสที่นุ่มนิ่มของหอยชนิดอื่น สึบูไกของเราผ่านกระบวนการล้างทำความสะอาดและสไลด์มาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้ชิ้นที่สวยงามและรับประทานง่าย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารทะเลที่เน้นสัมผัสการเคี้ยว ไม่ว่าจะทานแบบสดเป็นซาซิมิเพื่อให้ได้รสหวานดั้งเดิม หรือจะนำไปผ่านความร้อนเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความหอม ก็อร่อยจนหยุดไม่ได้
ถ้าคุณกำลังมองหาวัตถุดิบซีฟู้ดที่ “แตกต่างแต่เข้าถึงง่าย” นื้อหอยสังข์ญี่ปุ่นคือคำตอบที่ไม่ควรมองข้าม! เราคัดสรรและแช่แข็งอย่างรวดเร็วเพื่อคงคุณภาพสูงสุด ทำให้คุณสามารถนำไปใช้ได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาเตรียมเยอะ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารหรือทำกินเองที่บ้านก็สะดวกสุดๆ จุดเด่นอีกอย่างคือความ “อเนกประสงค์” จะทำเมนูญี่ปุ่นอย่างซูชิ ซาชิมิ หรือจะเอาไปดัดแปลงทำเมนูผัด ต้ม ยำ ก็ยังคงความอร่อยได้ครบ รสชาติไม่กลบเครื่องปรุง แถมยังช่วยเพิ่มมิติให้จานอาหารดูพรีเมียมขึ้นทันที พูดง่ายๆ คือ วัตถุดิบเดียว แต่อัปเกรดเมนูได้ทั้งร้าน
เมนูแนะนำ :
การเตรียม: ควรละลายในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือแช่น้ำทั้งถุงพลาสติกก่อนนำไปปรุงอาหาร
• สายลวกจิ้ม: ลวกในน้ำเดือดเพียง 10-20 วินาที ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน
• สายญี่ปุ่น: วางบนข้าวซูชิ หรือทานเป็นซาซิมิ (หากละลายแล้วทานทันที) จิ้มโชยุและวาซาบิ
• สายผัด: นำไปทำผัดฉ่า, ผัดกะเพรา หรือผัดน้ำมันหอย เนื้อหอยจะดูดซับรสชาติเครื่องปรุงได้ดีมาก
• สายยำ: ใส่ในยำรวมมิตร หรือพล่า เพิ่มเนื้อสัมผัสที่เคี้ยวสนุกให้กับจานยำ
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ หรืออยากลองสัมผัสรสชาติอันลุ่มลึกของวัตถุดิบระดับพรีเมียม “ตับปลาอังกิโมะ” คือหนึ่งในเมนูที่ห้ามพลาด!
อังกิโมะคืออะไร?
อังกิโมะ (Ankimo) คือตับของปลาอังโกะ (Anko Fish) หรือ มังค์ฟิช (Monkfish) ซึ่งเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในทะเลลึก ถือเป็นหนึ่งในอาหารชินมิ (Chinmi) หรืออาหารเลิศรสที่หาทานได้ยากของญี่ปุ่น ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ฟัวกราส์แห่งท้องทะเล" เพราะมีเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มคล้ายตับห่าน มีรสชาติเค็มอ่อน ๆ และมีความหอมมันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ทำไมถึงอร่อยและพิเศษ?
ตับปลาอังกิโมะของเรา เป็นสินค้าที่ผ่านกระบวนการปรุงรสและต้มมาอย่างพิถีพิถันจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน จึงมีรสชาติที่กลมกล่อมและพร้อมรับประทานทันที ไม่ต้องนำมาปรุงเพิ่มให้ยุ่งยาก ทำให้คุณได้สัมผัสกับรสชาติแบบดั้งเดิมของอังกิโมะได้อย่างง่ายดาย นอกจากความอร่อยแล้ว อังกิโมะยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เช่น วิตามิน A, วิตามิน D และไขมันดีในปริมาณที่สูงอีกด้วย
เมนูที่ทำได้ง่ายๆ
เมนูจากตับปลาอังกิโมะสามารถทำได้หลากหลาย และแต่ละเมนูล้วนช่วยดึงรสชาติความอร่อยออกมาได้อย่างเต็มที่
- ทานเป็นกับแกล้ม: เสิร์ฟอังกิโมะแช่เย็นคู่กับต้นหอมซอย, โมมิจิโอโรชิ (หัวไชเท้าขูดผสมพริก) และซอสพอนสึ (Ponzu Sauce) เพื่อเพิ่มความสดชื่นและตัดความมัน
- ทำเป็นนิกิริซูชิ: วางชิ้นอังกิโมะบนข้าวปั้นซูชิ เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมในร้านซูชิระดับพรีเมียม
- ทำเป็นสลัด: หั่นอังกิโมะเป็นชิ้นพอดีคำ วางบนสลัดผัก ราดด้วยน้ำสลัดงา หรือซอสพอนสึ
วิธีเตรียมตับปลา
1. นำอังกิโมะออกจากตู้เย็น วางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-40 นาที เพื่อทำการละลาย
2. แกะซองและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
3. จัดวางบนจาน และนำไปใช้ประกอบเมนูได้ตามต้องการ
*สินค้าบรรจุมาในซองสุญญากาศแบบพร้อมทาน
เปิดประสบการณ์ความอร่อยสุดพิเศษจากท้องทะเลลึกได้แล้ววันนี้! ตับปลาอังกิโมะ พร้อมให้คุณได้ลิ้มลองความอร่อยแบบต้นตำรับญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่บ้านของคุณ
หากพูดถึงเมนูทานเล่นยอดฮิตที่ต้องมีติดโต๊ะเมื่อไปร้านอาหารญี่ปุ่นหรือร้านอิซากายะ เชื่อว่าหลายคนต้องนึกถึง “ทาโกะวาซาบิ” เมนูเคี้ยวเพลินที่โดดเด่นด้วยเนื้อปลาหมึกยักษ์หั่นพอดีคำ เนื้อหนึบเด้งและกรุบกรับ คลุกเคล้ากับซอสปรุงรสและวาซาบิแท้ๆ ให้รสชาติเผ็ดหอมขึ้นจมูกเล็กน้อยอย่างเป็นเอกลักษณ์ พร้อมความกลมกล่อมที่ยิ่งเคี้ยวยิ่งอร่อย เติมบรรยากาศอิซากายะให้มื้ออาหารที่บ้านได้ง่ายๆ เพียงละลายน้ำแข็งก็พร้อมรับประทานทันที เหมาะสำหรับเป็นเมนูทานเล่น กับแกล้มคู่เครื่องดื่ม หรือเสิร์ฟในปาร์ตี้กับครอบครัวและเพื่อนฝูง ให้คุณสัมผัสความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องรอไปร้าน
วิธีละลายที่ถูกต้อง (เพื่อเนื้อสัมผัสที่ดีที่สุด)
เนื่องจากสินค้ามีขนาด 1 กก. ไม่แนะนำให้ละลายพร้อมกันทั้งถุง หากทานไม่หมดในครั้งเดียว
• ตัดแบ่งขณะยังแข็ง: ใช้มีดสะอาดตัดแบ่งถุงทาโกะวาซาบิออกมาเฉพาะปริมาณที่จะทานในมื้อนั้น
• ใส่ช่องธรรมดา: แบ่งใส่ถ้วยมีฝาปิด แช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาข้ามคืน เพื่อให้ละลายช้าๆ เนื้อหมึกจะไม่เสียความเด้ง
• ละลายด่วน: นำใส่ถุงซิปล็อกปิดให้สนิท แช่ในน้ำอุณหภูมิห้อง 15-20 นาที (ห้ามนำเข้าไมโครเวฟเด็ดขาด)
• การเก็บส่วนที่เหลือ: รีบนำส่วนที่เหลือเก็บเข้าช่องแช่แข็งทันที (-18°C) ห้ามปล่อยให้ละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งซ้ำ
เพราะจะทำให้หมึกเหนียวและคาวครับ
สัมผัสความหอมละมุนของชาเขียวอูจิแท้จากเกียวโต... ในรูปแบบไดฟุกุครีมสุดพรีเมียมจากญี่ปุ่น
คนรักชาเขียวและหลงใหลในขนมญี่ปุ่นแท้ ต้องไม่พลาด โมจิสอดไส้ครีมรสชาเขียวอูจิ ที่คัดสรรชาเขียวคุณภาพจากเมืองอูจิ จังหวัดเกียวโต แหล่งผลิตมัทฉะที่มีชื่อเสียงระดับโลก ให้กลิ่นหอมอ่อนๆ รสชาติกลมกล่อม มีความขมนิดๆตามเอกลักษณ์ของมัทฉะแท้ ตัดกับความหวานกำลังดี จึงให้รสชาติที่ลงตัว ไม่หวานจนเกินไป
แป้งโมจิผลิตด้วยกรรมวิธีแบบญี่ปุ่น ให้เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม ยืดหยุ่น เคี้ยวเพลิน ห่อหุ้มไส้ถั่วกวนผสมชาเขียวที่หอมเข้มข้น ก่อนจะซ่อนครีมนมสดเนียนนุ่มไว้ตรงกลาง เพิ่มความละมุนทุกคำที่รับประทาน พร้อมเมล็ดถั่วแดงเม็ดเล็กที่ช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสและความอร่อยในทุกคำ การแช่แข็งทันทีหลังการผลิต จึงช่วยรักษาความสดใหม่ เนื้อสัมผัส และรสชาติของโมจิไว้ได้อย่างสมบูรณ์ เพียงนำออกจากช่องแช่แข็งพักไว้ประมาณ 10–15 นาที ก็พร้อมอร่อยได้ทันที ให้สัมผัสนุ่มละมุนเหมือนเพิ่งทำสดใหม่ เหมาะสำหรับรับประทานเป็นของหวานหลังอาหาร ของว่างระหว่างวัน หรือเสิร์ฟคู่ชาเขียว ชาร้อน กาแฟ และเครื่องดื่มต่าง ๆ เพิ่มความพิเศษให้ทุกช่วงเวลาของการพักผ่อน เหมือนได้ลิ้มรสขนมจากร้านดังในญี่ปุ่นโดยไม่ต้องเดินทางไกล
วิธีรับประทาน
เนื่องจากเป็นสินค้าแช่เยือกแข็ง เพื่อรสชาติที่ดีที่สุดควรปฏิบัติดังนี้:
• นำไดฟุกุออกจากช่องแช่แข็ง
• วางพักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 15 - 20 นาที หรือนำมาไว้ในช่องแช่เย็นธรรมดาประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง เพื่อให้ตัวแป้งและครีมสดคลายตัวนุ่มนิ่มพอดี
• รับประทานทันทีขณะที่ยังมีความเย็นอยู่เล็กน้อย เพื่อสัมผัสไอศกรีมครีมสดและมัทฉะสุดละมุน
วิธีเก็บรักษา
• เก็บในช่องแช่แข็ง (Frozen Storage):
- ต้องเก็บรักษาไว้ในช่องแช่แข็งที่มีอุณหภูมิ -18 °C หรือต่ำกว่า ตลอดเวลา
- หากเก็บในอุณหภูมิตามที่กำหนด สินค้าจะคงคุณภาพและรสชาติที่ดีเยี่ยมจนถึงวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
• เมื่อละลายแล้ว (After Thawing):
- หลังจากนำออกมาละลายในช่องแช่เย็นธรรมดาจนแป้งนุ่มพร้อมทานแล้ว ควรรับประทานให้หมดโดยเร็วที่สุด
ข้อควรระวัง: ไม่แนะนำให้นำโมจิที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งโมจิกระด้าง เสียความเหนียวนุ่ม และส่งผลต่อคุณภาพของไส้ครีมและผลไม้ด้านใน
เครื่องแกงฮายาชิกึ่งสำเร็จรูป สูตรพิเศษจากโยโกฮามะ
"Yokohama Hakuraitei Hayashi" เครื่องแกงฮายาชิสำเร็จรูปชนิดเกล็ด รสหวาน สูตรพิเศษ ที่ผ่านการคัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอน แกงกะหรี่แบบฟลัคส์ ผสานความละมุนจากพิวเร่แอปเปิล รวมกับหัวหอมผัด เพิ่มความเข้มข้นด้วยน้ำสต๊อกเนื้อ และสมุนไพรหลากชนิด รสชาติกลมกล่อม หวานหอมละมุนลิ้น
เครื่องแกงกะหรี่สำเร็จรูปมาในรูปแบบชนิดเกล็ดทำให้ละลายในน้ำได้ง่ายและรวดเร็ว ไม่ต้องกังวลเรื่องการจับตัวเป็นก้อน ทำง่าย จบได้ในขั้นตอนเดียว แม้จะเป็นมือใหม่ก็สามารถรังสรรค์แกงกะหรี่ญี่ปุ่นหอมอร่อยได้ภายในไม่กี่ขั้นตอน ประหยัดเวลาแต่ได้รสชาติอร่อย เข้มข้น มาในปริมาณคุ้มค่า 1 ห่อ บรรจุ 180 กรัม สามารถทำแกงกะหรี่ได้มากถึง 6 ที่ อิ่มอร่อยได้ทั้งบ้าน!
เครื่องแกงกะหรี่กึ่งสำเร็จรูป รสหวาน เผ็ดน้อย สูตรพิเศษจากโยโกฮามะ
"Yokohama Hakuraitei Curry Amakuchi" เครื่องแกงกะหรี่สำเร็จรูปชนิดเกล็ด รสหวาน เผ็ดน้อย สูตรพิเศษ ที่ผ่านการคัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอน แกงกะหรี่แบบฟลัคส์ รสหวานหอม ผสานความละมุนจากพิวเร่แอปเปิลและลูกพีช รวมกับหัวหอมผัด เพิ่มความเข้มข้นด้วยน้ำสต๊อกเนื้อ และสมุนไพรหลากชนิด รสหวานหอมละมุน
เครื่องแกงกะหรี่สำเร็จรูปมาในรูปแบบชนิดเกล็ดทำให้ละลายในน้ำได้ง่ายและรวดเร็ว ไม่ต้องกังวลเรื่องการจับตัวเป็นก้อน ทำง่าย จบได้ในขั้นตอนเดียว แม้จะเป็นมือใหม่ก็สามารถรังสรรค์แกงกะหรี่ญี่ปุ่นหอมอร่อยได้ภายในไม่กี่ขั้นตอน ประหยัดเวลาแต่ได้รสชาติอร่อย เข้มข้น มาในปริมาณคุ้มค่า 1 ห่อ บรรจุ 180 กรัม สามารถทำแกงกะหรี่ได้มากถึง 6 ที่ อิ่มอร่อยได้ทั้งบ้าน!
เติมความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นแบบง่ายๆ ด้วย “ซอสโอโรชิ โนะ ทาเระ” จาก Ebara (เอบาระ)
ถ้าคุณชอบอาหารญี่ปุ่นสไตล์ร้านปิ้งย่างหรือร้านอิซากายะ ซอสขวดนี้คือไอเท็มที่ควรมีติดบ้าน ซอสปรุงรสผสมหัวไชเท้าญี่ปุ่น ที่โดดเด่นด้วยรสชาติหอมกลมกล่อมจากโชยุ ผสานกับหัวไชเท้าขูดละเอียด ให้รสสดชื่น ตัดเลี่ยนได้ดี กินแล้วไม่หนักปาก
เหมาะมากสำหรับราดบนเนื้อย่าง หมูย่าง ปลาแซลมอนย่าง หรือแม้แต่ไก่ทอดคาราอาเกะ ก็ช่วยเพิ่มมิติความอร่อยแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ได้ทันที อีกทั้งยังสามารถใช้เป็นซอสหมัก ซอสจิ้ม หรือคลุกกับเส้นและผักต่างๆ ได้แบบสารพัดเมนู ใช้ง่าย อร่อยไว เหมือนมีเชฟญี่ปุ่นมาทำให้กินที่บ้าน
วิธีการใช้ / วิธีการทำ
• ซอสขวดนี้ใช้งานง่ายมาก "แค่ราดก็อร่อย" ไม่ต้องปรุงเพิ่ม (ควรเขย่าขวดก่อนใช้เพื่อให้เนื้อหัวไชเท้ากระจายตัว)
• วิธีใช้เป็นน้ำราด/น้ำจิ้ม: ใช้ราดบนสเต็กหมู, สเต็กเนื้อ, หมูทอดทงคัตสึ, หรือใช้เป็นน้ำจิ้มปิ้งย่าง (Yakiniku) เมนูชาบูและหมูกระทะ
แนะนำเมนูทำง่าย "หมูผัดซอสไชเท้าขูด" (สำหรับ 2 ที่):
• หั่นเนื้อสัตว์เป็นชิ้นพอดีคำ และหั่นหัวหอมใหญ่ขนาดประมาณ 3 มม.
• ตั้งน้ำมันในกระทะให้ร้อน ใส่หมู 150 กรัม และหัวหอมใหญ่ 200 กรัม ลงไปผัดจนสุก
• เทซอส Ebara Oroshi no tare ลงไปประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ ผัดให้เข้ากันอย่างรวดเร็วพร้อมเสิร์ฟ
แนะนำเมนูอร่อย
• ข้าวหน้าเนื้อย่างซอสโอโรชิ
• ปลาแซลมอนย่างซีอิ๊วญี่ปุ่น
• สเต๊กหมูซอสหัวไชเท้า
• เห็ดผัดซอสญี่ปุ่น
• อุด้งเย็นราดซอสโอโรชิ
เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นร้านข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นระดับพรีเมียมด้วย เครื่องแกงกะหรี่ก้อนสำหรับงานร้านอาหารและธุรกิจอาหารจากประเทศญี่ปุ่น ให้รสชาติกลมกล่อม เข้มข้น หอมเครื่องเทศ พร้อมความละมุนจากการผสานรสชาติของเครื่องเทศและความหวานจากผักอย่างลงตัว มาพร้อมกับความเผ็ดระดับ 3 (เผ็ดน้อย-ปานกลาง) จึงเหมาะกับผู้บริโภคส่วนใหญ่ สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย ทั้งแกงกะหรี่เนื้อ หมู ไก่ ซีฟู้ด หรือประยุกต์เป็นซอสสำหรับเมนูทอดต่าง ๆ ได้อย่างมืออาชีพ บรรจุภัณฑ์ขนาด 1 กิโลกรัม คุ้มค่า เหมาะสำหรับ ครอบครัวใหญ่ ร้านอาหาร โรงแรม ร้านอาหารญี่ปุ่น อร่อยทานง่าย ถูกปากทุกคนในแน่นอน
วิธีทำ (สำหรับ 50 ที่)
• ผัดวัตถุดิบ: เตรียมเนื้อสัตว์และผักตามต้องการ นำไปผัดกับน้ำมันพร้อมกระเทียมและหอม ประมาณ 3-5 นาที
• เติมน้ำ : ประมาณ 6-7 ลิตร ต้มให้เดือด จากนั้นเคี่ยวต่อด้วยไฟกลาง ประมาณ 20-30 นาที จนส่วนผสมนุ่มได้ที่
• ใส่ก้อนแกงกะหรี่: ปิดไฟชั่วคราว นำก้อนแกงกะหรี่ (หันชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ละลายง่าย) ใส่ลงไปในหม้อ คนให้ละลายจนหมด
• เคี่ยวจนข้น: เปิดไฟอ่อน เคี่ยวต่อประมาณ 10-15 นาที จนน้ำแกงงวดและข้นเหนียวตามต้องการ พร้อมตักราดข้าวสวยร้อนๆ
เมนูแนะนำจากแกงกะหรี่กล่องนี้
• ข้าวแกงกะหรี่หมูทอดคัตสึ: เมนูคลาสสิก ข้าวสวยร้อนๆ ท็อปด้วยหมูชุบแป้งทอดกรอบๆ ราดซสแกงกะหรี่เข้มข้น
• อุด้งแกงกะหรี่: นำซุปแกงกะหรี่ไปเจือจางด้วยน้ำซุปดาชิเล็กน้อย ราดบนเส้นอุด้งเหนียวนุ่ม
• ข้าวห่อไข่ราดซอสแกงกะหรี่: เพิ่มความหรูหราละมุนละไมด้วยไข่ข้นลาวา
• ขนมปังไส้แกงกะหรี่: นำซอสแกงกะหรี่ที่เหลือไปทำเป็นไส้ขนมปังแล้วนำไปชุบเกล็ดขนมปังทอด
ความอร่อยสดชื่นแบบญี่ปุ่น ที่ลงตัวด้วยซอสยูสุพอนซึ
ถ้าคุณชอบรสชาติเปรี้ยวอมหวาน หอมกลิ่นเลม่อนญี่ปุ่นอย่างยูซุ ต้องไม่พลาด นัตโตะรสชาติใหม่จากแบรนด์ฮามานะสึ เพราะนี่คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างถั่วเหลืองหมักเพื่อสุขภาพ กับซอสยูสุพอนซึที่ให้ความรู้สึกสดชื่นไม่เหมือนใคร ทำให้ทานง่ายและอร่อยจนหยุดไม่ได้
นัตโตะถ้วยนี้ถูกยกระดับความอร่อยขึ้นไปอีกขั้นด้วยซอสยูสุพอนซึสูตรพิเศษ :
• ความสดชื่นของยูซุ: จุดเด่นคือ ซอสปอนซุรสยูซุ ที่มีรสเปรี้ยวอมหวานและกลิ่นหอมของยูซุที่สดชื่นมากๆ ทำให้ความรู้สึกหนัก ๆ ของนัตโตะเปลี่ยนไป กลายเป็นรสชาติที่สว่างและเบา ทานได้เรื่อย ๆ
• ถั่วเหลืองเม็ดเล็กคุณภาพ: นัตโตะใช้ถั่วเหลืองเม็ดเล็ก (Kotsubu Daizu) คุณภาพดีจาก ฮอกไกโด ซึ่งเป็นแหล่งผลิตถั่วชั้นเยี่ยม ทำให้ถั่วมีความเนียนนุ่มและคลุกเคล้ากับซอสได้อย่างง่ายดาย
• ทานง่ายแม้เป็นมือใหม่: รสเปรี้ยวหอมของยูซุช่วยตัดกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของนัตโตะได้เป็นอย่างดี ทำให้เป็นอีกตัวเลือกที่เหมาะมากสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นลองทาน
• ประโยชน์เต็มถ้วย: นัตโตะ เป็นแหล่งโปรตีนที่ดีเยี่ยม และเต็มไปด้วยสารอาหารสำคัญอย่างโปรไบโอติก วิตามิน K2 และเอนไซม์นัตโตะไคเนส ที่ช่วยดูแลสุขภาพลำไส้และระบบไหลเวียนโลหิต
วิธีเตรียมและอร่อยกับนัตโตะ
สินค้าจัดส่งแบบแช่แข็ง เพื่อรักษาความสดใหม่ ดังนั้นควรเตรียมสินค้าตามขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนการเตรียม:
1. นำนัตโตะ ออกจากช่องฟรีซ (ช่องแข็ง)
2. พักไว้ที่อุณหภูมิห้องสักครู่ เพื่อให้คลายความเย็นจนนิ่มลง หรือนำไปพักในตู้เย็นช่องธรรมดา
3. เมื่อถั่วละลายและนิ่มแล้ว จึงนำมาทาน
เคล็ดลับการคนนัตโตะให้ฟู
หัวใจสำคัญของการทาน นัตโตะ คือการคนค่ะ การคนนัตโตะไม่ได้มีแค่เรื่องความเหนียว แต่เป็นการดึงเอาสารอาหารสำคัญอย่าง เอนไซม์นัตโตะไคเนสออกมาทำงาน และยังช่วยให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้นด้วยค่ะ
ขั้นตอนที่ 1: คนก่อนปรุงรส
• ตักซอสออกก่อน: นำซอง ซอสรสบ๊วยและมัสตาร์ด (ถ้ามี) ออกจากถ้วยก่อนค่ะ
• เริ่มคนเปล่า ๆ: ใช้ตะเกียบหรือส้อม คนนัตโตะในถ้วยอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
- เน้นความเร็ว: ไม่จำเป็นต้องคนวนเป็นวงกลมแบบเป๊ะ ๆ แต่เน้นการคนแบบซิกแซ็กสลับไปมาด้วยความเร็วค่ะ
- จำนวนครั้ง: ให้คนอย่างน้อย 50 ครั้ง ค่ะ พอคนไปเรื่อย ๆ คุณจะสังเกตเห็นว่านัตโตะเริ่มมี ฟองสีขาวขุ่น และ ใยเหนียว ๆ เพิ่มขึ้นมาเยอะมาก
ขั้นตอนที่ 2: คนพร้อมปรุงรส
• เติมซอสบ๊วย: เมื่อนัตโตะเริ่มเป็นฟองได้ที่แล้ว ให้ใส่ ซอสรสบ๊วย (หรือเครื่องปรุงอื่น ๆ ตามชอบ) ลงไป
• คนต่ออีก 10-20 ครั้ง: คนผสมให้ซอสเข้ากันดีค่ะ การคนรอบสองนี้จะช่วยให้รสชาติของซอสซึมเข้าไปในถั่วและฟองนัตโตะอย่างทั่วถึง ทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
ถ้าคุณพร้อมที่จะเปิดรับความอร่อยใหม่ที่ทั้งสดชื่นและดีต่อสุขภาพ ลองให้ นัตโตะซอสยูซุ เป็นตัวเลือกในมื้อต่อไป รับรองว่าถูกใจสายเฮลตี้ที่ชอบรสชาติเปรี้ยวอมหวานอย่างแน่นอน"
อาหารเพื่อสุขภาพจากญี่ปุ่น ที่กินง่ายและอร่อยลงตัว
สำหรับใครที่อยากลองทาน นัตโตะ (Natto) แต่ยังกังวลเรื่องกลิ่นหรือเนื้อสัมผัส เราขอแนะนำ นัตโตะ ฮามานะสึ (Hamanasu) สูตรเม็ดเล็กพิเศษ เพราะนี่คือตัวเลือกที่ถูกใจคนญี่ปุ่นและเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับมือใหม่ ที่สำคัญคือมาพร้อมกับคุณประโยชน์ด้านสุขภาพแบบเต็มๆ
นัตโตะคือเคล็ดลับสุขภาพดีของคนญี่ปุ่น เป็นถั่วเหลืองหมักที่อัดแน่นไปด้วยโปรไบโอติกและเอนไซม์ นัตโตะไคเนส ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าช่วยส่งเสริมระบบย่อยอาหารให้ทำงานดีขึ้น และยังดีต่อสุขภาพหัวใจ รวมถึงเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและบำรุงกระดูกให้แข็งแรงอีกด้วย
จุดเด่น
• เม็ดเล็ก เคี้ยวง่าย: นัตโตะของฮามานะสึเป็นแบบเม็ดเล็กพิเศษ (Gokukotsubu) ทำให้เนื้อสัมผัสมีความละเอียดกว่าแบบเม็ดใหญ่ และผสมเข้ากับซอสได้ง่ายกว่า ถูกปากคนที่ไม่คุ้นเคยกับความเหนียวของนัตโตะ
• รสชาติกลมกล่อมลงตัว: นัตโตะถ้วยนี้มาพร้อมกับซอสสูตรพิเศษที่ให้รสอูมามิ ทำให้รสชาติของถั่วเหลืองหมักมีความกลมกล่อมและอร่อยยิ่งขึ้น เพียงแค่เติมซอสและมัสตาร์ดที่มาในแพ็กเกจ ก็พร้อมทานได้ทันที
• คุณภาพญี่ปุ่นแท้ๆ: สินค้านี้ถูกนำเข้าจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าให้ความสำคัญกับคุณภาพและความสะอาดในกระบวนการผลิต ทำให้คุณมั่นใจได้ว่านัตโตะที่คุณทานนั้น สดใหม่และได้มาตรฐาน
วิธีทำความอร่อยง่ายๆ สไตล์ญี่ปุ่น
ชาวญี่ปุ่นนิยมทาน นัตโตะ ในมื้อเช้า เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์ไปตลอดวัน วิธีทานก็ง่ายมากๆ
1. นำนัตโตะมาวางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที เพื่อให้นัตโตะที่แช่แข็งไว้ละลาย
2. เปิดฝาและเทซอสกับมัสตาร์ดที่แถมมาลงไป
3. ใช้ตะเกียบคน นัตโตะ อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องจนเกิดฟองและความเหนียวเป็นเส้นใย
4. ตักวางบนข้าวสวยญี่ปุ่นร้อน ๆ หรือจะทานคู่กับไข่แดงและต้นหอมซอยก็อร่อยลงตัว
คล็ดลับการคนนัตโตะให้ฟู
หัวใจสำคัญของการทาน นัตโตะ คือการคนค่ะ การคนนัตโตะไม่ได้มีแค่เรื่องความเหนียว แต่เป็นการดึงเอาสารอาหารสำคัญอย่าง เอนไซม์นัตโตะไคเนสออกมาทำงาน และยังช่วยให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้นด้วยค่ะ
ขั้นตอนที่ 1: คนก่อนปรุงรส
• ตักซอสออกก่อน: นำซอง ซอสรสบ๊วยและมัสตาร์ด (ถ้ามี) ออกจากถ้วยก่อนค่ะ
• เริ่มคนเปล่า ๆ: ใช้ตะเกียบหรือส้อม คนนัตโตะในถ้วยอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
- เน้นความเร็ว: ไม่จำเป็นต้องคนวนเป็นวงกลมแบบเป๊ะ ๆ แต่เน้นการคนแบบซิกแซ็กสลับไปมาด้วยความเร็วค่ะ
- จำนวนครั้ง: ให้คนอย่างน้อย 50 ครั้ง ค่ะ พอคนไปเรื่อย ๆ คุณจะสังเกตเห็นว่านัตโตะเริ่มมี ฟองสีขาวขุ่น และ ใยเหนียว ๆ เพิ่มขึ้นมาเยอะมาก
ขั้นตอนที่ 2: คนพร้อมปรุงรส
• เติมซอสบ๊วย: เมื่อนัตโตะเริ่มเป็นฟองได้ที่แล้ว ให้ใส่ ซอสรสบ๊วย (หรือเครื่องปรุงอื่น ๆ ตามชอบ) ลงไป
• คนต่ออีก 10-20 ครั้ง: คนผสมให้ซอสเข้ากันดีค่ะ การคนรอบสองนี้จะช่วยให้รสชาติของซอสซึมเข้าไปในถั่วและฟองนัตโตะอย่างทั่วถึง ทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นมื้อไหน นัตโตะฮามานะสึ ก็พร้อมเป็นสุดยอดอาหารสุขภาพที่ทำให้คุณรู้สึกดีได้ทุกวัน ลองสั่งไปชิม แล้วคุณจะติดใจกับความอร่อยที่มีประโยชน์ต่อร่างกายถ้วยนี้เลย!"
สุดยอดนัตโตะจากถั่วเหลืองซุซึมารุ คุณภาพระดับพรีเมียม
สำหรับคนรักสุขภาพและผู้ที่อยากลิ้มลองรสชาติ นัตโตะ (Natto) แบบต้นตำรับแท้ ๆ เราขอแนะนำ นัตโตะ จากแบรนด์ ฮามานะสึ (Hamanasu) สูตรพิเศษจาก ฮอกไกโด เพราะนี่คือสุดยอดถั่วเหลืองหมักที่มาพร้อมความอร่อยแบบธรรมชาติและคุณค่าที่ล้ำเลิศ
ความลับของนัตโตะฮอกไกโด
ความพิเศษของนัตโตะถ้วยนี้อยู่ที่การคัดสรร ถั่วเหลืองเม็ดเล็ก สายพันธุ์ ""ซูซูมารุ"" (Suzumaru) ซึ่งเป็นถั่วเหลืองคุณภาพสูงที่ปลูกในเมืองมุคาวะ จังหวัดฮอกไกโด ถั่วที่เติบโตในสภาพอากาศที่บริสุทธิ์ของฮอกไกโดนี้ ทำให้ได้รสชาติที่นุ่มนวลและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เมื่อนำมาผ่านกระบวนการหมักแบบดั้งเดิม จึงได้นัตโตะที่มีเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มกำลังดี
ทำไมต้องนัตโตะสูตรนี้?
ถั่วเหลืองซูซูมารุ: การเลือกใช้ถั่วเหลืองสายพันธุ์นี้ เป็นการการันตีคุณภาพและความใส่ใจในวัตถุดิบ ทำให้ได้รสอูมามิที่เข้มข้น และเนื้อสัมผัสที่เนียนกว่า
เม็ดเล็ก ทานง่าย: ถั่วแบบเม็ดเล็กทำให้ง่ายต่อการคลุกเคล้ากับซอส และทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ ได้อย่างลงตัว เป็นรูปแบบที่คนญี่ปุ่นนิยมทานมากที่สุด
ประโยชน์เต็มถ้วย: นัตโตะยังเป็นซูเปอร์ฟู้ดที่อุดมไปด้วยโปรไบโอติกที่ดีต่อลำไส้ และเอนไซม์นัตโตะไคเนสที่ช่วยเรื่องระบบไหลเวียนโลหิต ทำให้คุณได้ทั้งความอร่อยและสุขภาพดีในทุก ๆ คำ
พร้อมทาน สะดวกสุด ๆ: ในแพ็กเกจมีทั้งซอส (Tare) และมัสตาร์ด (Karashi) มาให้พร้อมสรรพ คุณไม่ต้องหาเครื่องปรุงเพิ่ม ก็อร่อยได้ทันที
วิธีเตรียมและอร่อยกับนัตโตะ
สินค้าจัดส่งแบบแช่แข็ง เพื่อรักษาความสดใหม่ ดังนั้นควรเตรียมสินค้าตามขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนการเตรียม:
1. นำ นัตโตะ ออกจากช่องฟรีซ (ช่องแข็ง)
2. พักไว้ที่อุณหภูมิห้องสักครู่ เพื่อให้คลายความเย็นจนนิ่มลง หรือนำไปพักในตู้เย็นช่องธรรมดา
3. เมื่อถั่วละลายและนิ่มแล้ว จึงนำมาทาน
เคล็ดลับการคนนัตโตะให้ฟู
หัวใจสำคัญของการทาน นัตโตะ คือการคนค่ะ การคนนัตโตะไม่ได้มีแค่เรื่องความเหนียว แต่เป็นการดึงเอาสารอาหารสำคัญอย่าง เอนไซม์นัตโตะไคเนสออกมาทำงาน และยังช่วยให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้นด้วยค่ะ
ขั้นตอนที่ 1: คนก่อนปรุงรส
• ตักซอสออกก่อน: นำซอง ซอสและมัสตาร์ด (ถ้ามี) ออกจากถ้วยก่อนค่ะ
• เริ่มคนเปล่า ๆ: ใช้ตะเกียบหรือส้อม คนนัตโตะในถ้วยอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
- เน้นความเร็ว: ไม่จำเป็นต้องคนวนเป็นวงกลมแบบเป๊ะ ๆ แต่เน้นการคนแบบซิกแซ็กสลับไปมาด้วยความเร็วค่ะ
- จำนวนครั้ง: ให้คนอย่างน้อย 50 ครั้ง ค่ะ พอคนไปเรื่อย ๆ คุณจะสังเกตเห็นว่านัตโตะเริ่มมี ฟองสีขาวขุ่น และ ใยเหนียว ๆ เพิ่มขึ้นมาเยอะมาก
ขั้นตอนที่ 2: คนพร้อมปรุงรส
• เติมซอสบ๊วย: เมื่อนัตโตะเริ่มเป็นฟองได้ที่แล้ว ให้ใส่ ซอสรสบ๊วย (หรือเครื่องปรุงอื่น ๆ ตามชอบ) ลงไป
• คนต่ออีก 10-20 ครั้ง: คนผสมให้ซอสเข้ากันดีค่ะ การคนรอบสองนี้จะช่วยให้รสชาติของซอสซึมเข้าไปในถั่วและฟองนัตโตะอย่างทั่วถึง ทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
ให้นัตโตะฮอกไกโดเป็นอาหารเช้าหรือมื้อเสริมเพื่อสุขภาพของคุณ แล้วคุณจะค้นพบความลับของการมีสุขภาพดีสไตล์คนญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่บ้านเลย
อร่อยเข้มข้นถึงเครื่องเทศ! ชาชูสูตรลับที่ร้านอาหารญี่ปุ่นเลือกใช้
หมูชาชูสไลซ์ คือหัวใจของเมนูญี่ปุ่นสายอบอุ่น ไม่ว่าจะเป็นราเมง ดงบุริหรือข้าวหน้าหมู สูตรดั้งเดิมจะนำหมูสามชั้นหรือหมูส่วนสันคอไปตุ๋นช้า ๆ ในน้ำซอสโชยุ มิริน และน้ำตาล จนได้เนื้อหมูนุ่ม ฉ่ำ แทรกด้วยมันที่ละลายในปาก ผ่านการปรุงรสและสไลซ์มาเรียบร้อย ชิ้นสวยสม่ำเสมอ แช่แข็งทันทีเพื่อคงรสชาติและความชุ่มฉ่ำ เหมาะทั้งร้านอาหารญี่ปุ่น คาเฟ่ฟิวชัน ไปจนถึงร้านเดลิเวอรีที่ต้องการความเร็วแต่ไม่ลดคุณภาพ เป็นทางเลือกที่สะดวกสบายสำหรับผู้ที่ต้องการรังสรรค์เมนูอาหารสไตล์ญี่ปุ่นที่บ้านได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องเสียเวลาตุ๋นหมูเป็นชั่วโมง แต่ได้ฟีลเหมือนเคี่ยวเองหลังร้าน
ข้อมูลจำเพาะของสินค้า
• ขนาด 1 กิโลกรัม (ประมาณ 60 แผ่น) : (เส้นผ่านศูนย์กลาง 7.5–8.5 ซม. / ความหนา 2.5–3.5 มม.)
วิธีการใช้งานและการเก็บรักษา
• การเตรียมและอุ่นร้อน
- การละลาย : ควรนำชาชูออกมาละลายน้ำแข็งในปริมาณที่ต้องการรับประทานแต่ละครั้ง
• การอุ่นร้อน:
- วิธีง่ายที่สุด: เพียงแค่นำออกมาละลายและอุ่นร้อนก็พร้อมเสิร์ฟได้ทันที (การอุ่นในไมโครเวฟ 1-2 นาที) เพื่อเพิ่มความหอม สามารถนำไปจี่บนกระทะหรือใช้เบิร์นเนอร์เผาผิวเล็กน้อยหลังการละลาย เพื่อให้ได้กลิ่นหอมของการย่าง เหมือนที่ร้านราเมง
• การเก็บรักษา
- ต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิต่ำกว่า -18 องศาเซลเซียส ตลอดเวลา มักมีอายุประมาณ 6 เดือน ถึง 10 เดือนนับจากวันผลิต เมื่อเก็บในช่องแช่แข็งตามกำหนด
คำแนะนำ : เมื่อนำออกมาละลายแล้วควรรับประทานให้หมดโดยเร็ว ไม่ควรนำไปแช่แข็งซ้ำ
เมนูแนะนำ
ชาชูสไลซ์แช่แข็งเป็นวัตถุดิบอเนกประสงค์ที่สามารถใช้ได้หลากหลาย :
• ราเมง : วางบนเส้นร้อน ๆ เป็นท็อปปิ้งหลักที่ขาดไม่ได้สำหรับราเมงทุกประเภท
• ข้าวหน้าชาชู : วางบนข้าวสวยร้อน ๆ แล้วราดด้วยราดซอส เพิ่มไข่ออนเซ็น
• เครื่องเคียง : หั่นพอดีคำ เสิร์ฟกับต้นหอมและงาขาว ทานคู่กับสาเกหรือเบียร์
เคล็ดลับความอร่อยของ "ชาชูสไตล์ญี่ปุ่น"
• หัวใจของชาชูที่อร่อยตามแบบฉบับญี่ปุ่นอยู่ที่การปรุงรสชาติที่ลุ่มลึกและเนื้อสัมผัสที่นุ่มชุ่มฉ่ำ
• ส่วนผสมหลักของน้ำซอส : ประกอบด้วย ซีอิ๊วญี่ปุ่น (โชยุ), สาเก, มิริน, และน้ำตาลเล็กน้อย รสชาติที่ได้จะมีความเค็มหวานกลมกล่อม มีกลิ่นหอมของสาเกและมิริน
• เทคนิคการม้วน: การม้วนเนื้อหมูก่อนนำไปตุ๋น ทำให้ไขมันแทรกตัวอยู่ทั่วชิ้นเนื้อ เมื่อสไลซ์ออกมาจะได้เนื้อที่มีลายสวยงามและสัดส่วนของเนื้อ/ไขมันที่พอดีในแต่ละชิ้น
• การย่าง/จี่ก่อนตุ๋น : การนำไปจี่บนกระทะหรือย่างก่อนนำไปตุ๋น ช่วยให้เกิดปฏิกิริยา Maillard ซึ่งสร้างกลิ่นหอมและรสอูมามิที่เข้มข้นขึ้นในเนื้อหมู และช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ภายใน
นัตโตะรสบ๊วยสดชื่น ที่ทำให้คุณตกหลุมรักได้ง่ายขึ้น
สำหรับใครที่อยากเริ่มต้นทาน นัตโตะ (Natto) แต่ยังกังวลกับกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ หรือผู้ที่ทานนัตโตะอยู่แล้วแต่อยากได้รสชาติใหม่ ๆ ที่ทานง่ายและอร่อยสดชื่น เราขอแนะนำ นัตโตะบ๊วย ฮามานะสึ (Hamanasu) สูตรพิเศษจากญี่ปุ่น ที่จะทำให้ประสบการณ์ทานนัตโตะของคุณเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ความลับของความอร่อยที่ลงตัว นัตโตะบ๊วยถ้วยนี้ถูกออกแบบมาเพื่อความอร่อยที่ทานง่ายที่สุด
• รสชาติไม่จำเจ: จุดเด่นคือการใช้ ซอสบ๊วย (Ume) ที่ทำจากบ๊วยบดพิเศษ ช่วยเพิ่มความเปรี้ยวอมหวานและความหอมสดชื่น (香り爽やか) เข้ามาตัดกับกลิ่นของถั่วเหลืองหมักได้อย่างลงตัว ทำให้ทานง่ายกว่านัตโตะทั่วไปมาก
• ถั่วคุณภาพดีจากฮอกไกโด: คัดสรรถั่วเหลืองเม็ดเล็ก (Kotsubu Daizu) คุณภาพเยี่ยมจาก ฮอกไกโด ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความสะอาดและคุณภาพของวัตถุดิบ ทำให้ถั่วมีความอร่อยในตัวและสัมผัสที่เนียนนุ่มกำลังดี
• สุขภาพดีเต็มถ้วย: แม้จะรสชาติดีกว่าเดิม แต่คุณค่าทางอาหารยังครบถ้วน! นัตโตะ อัดแน่นไปด้วยโปรไบโอติก วิตามิน K2 และเอนไซม์นัตโตะไคเนส ที่ช่วยเรื่องการย่อยอาหารและบำรุงหัวใจให้แข็งแรง
วิธีทำความอร่อยง่าย ๆ
นัตโตะบ๊วยฮามานะสึ พร้อมเป็นมื้ออร่อยของคุณในทุกเช้า:
1. นำนัตโตะมาวางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที เพื่อให้นัตโตะที่แช่แข็งไว้ละลาย
2. แกะซอง นัตโตะ และเทซอสบ๊วยที่แถมมาลงไป
3. ใช้ตะเกียบคน นัตโตะ อย่างรวดเร็วจนเกิดฟองและเส้นใยเหนียว ๆ
4. ทานคู่กับข้าวสวยญี่ปุ่นร้อน ๆ ได้ทันที! ความเปรี้ยวอมหวานของบ๊วยจะช่วยเปิดต่อมรับรสและทำให้ข้าวอร่อยขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
เคล็ดลับการคนนัตโตะให้ฟู
หัวใจสำคัญของการทาน นัตโตะ คือการคนค่ะ การคนนัตโตะไม่ได้มีแค่เรื่องความเหนียว แต่เป็นการดึงเอาสารอาหารสำคัญอย่าง เอนไซม์นัตโตะไคเนสออกมาทำงาน และยังช่วยให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้น
ขั้นตอนที่ 1: คนก่อนปรุงรส
• ตักซอสออกก่อน: นำซอง ซอสรสบ๊วยและมัสตาร์ด (ถ้ามี) ออกจากถ้วยก่อนค่ะ
• เริ่มคนเปล่า ๆ: ใช้ตะเกียบหรือส้อม คนนัตโตะในถ้วยอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
- เน้นความเร็ว: ไม่จำเป็นต้องคนวนเป็นวงกลมแบบเป๊ะ ๆ แต่เน้นการคนแบบซิกแซ็กสลับไปมาด้วยความเร็วค่ะ
- จำนวนครั้ง: ให้คนอย่างน้อย 50 ครั้ง ค่ะ พอคนไปเรื่อย ๆ คุณจะสังเกตเห็นว่านัตโตะเริ่มมี ฟองสีขาวขุ่น และ ใยเหนียว ๆ เพิ่มขึ้นมาเยอะมาก
ขั้นตอนที่ 2: คนพร้อมปรุงรส
• เติมซอสบ๊วย: เมื่อนัตโตะเริ่มเป็นฟองได้ที่แล้ว ให้ใส่ ซอสรสบ๊วย (หรือเครื่องปรุงอื่น ๆ ตามชอบ) ลงไป
• คนต่ออีก 10-20 ครั้ง: คนผสมให้ซอสเข้ากันดีค่ะ การคนรอบสองนี้จะช่วยให้รสชาติของซอสซึมเข้าไปในถั่วและฟองนัตโตะอย่างทั่วถึง ทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
ทำไมต้องคนเยอะขนาดนั้น?
การคนนัตโตะจะช่วยกระตุ้นการสร้างใยเมือกเหนียวๆ ซึ่งเป็นตัวการของความอร่อยและสุขภาพดี ใยเหล่านี้คือกรดกลูตามิก ซึ่งเป็นแหล่งของรสอูมามิหรือรสชาติกลมกล่อม ยิ่งคนมาก ใยยิ่งเยอะ รสชาติก็จะยิ่งนุ่มละมุนลิ้น และมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้น
ลองทำตามดูนะคะ รับรองว่า นัตโตะรสบ๊วย ถ้วยนี้จะอร่อยฟู เหนียวได้ที่ ถูกใจแน่นอนค่ะ!
เครื่องแกงกะหรี่ รสชาติกลมกล่อมสไตล์ญี่ปุ่น อร่อยง่ายได้ที่บ้าน
เครื่องแกงกะหรี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดก้อน ระดับความเผ็ด 3 (เผ็ดปานกลาง) โดดเด่นด้วยการผสานกลิ่นหอมของเครื่องเทศนานาชนิดอย่างลงตัว ให้รสชาติกลมกล่อมสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารก็สามารถรังสรรค์เมนูแกงกะหรี่ญี่ปุ่นได้ง่ายๆที่บ้าน ในหนึ่งกล่องปรุงได้ประมาณ 8 ที่ (แบ่งเป็น 2 ก้อน ก้อนละประมาณ 4 ที่)
วิธีทำสำหรับ 8 ที่
• ตั้งไฟใส่น้ำมันพืชและส่วนผสมต่างๆ ที่หั่นเป็นชิ้นๆ ลงในหม้อ ผัดจนสุกและมีกลิ่นหอม
• เติมน้ำ 1 ลิตร และต้มที่ไฟปานกลาง เคี่ยวต่อประมาณ 15 นาที หากเกิดฟองให้ช้อนฟองออก
• ใส่เครื่องแกงกะหรี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดก้อน ลงไป 1 ก้อน (140 กรัม)
• คนให้เครื่องแกงละลาย จากนั้นปิดฝาแล้วเคี่ยวต่ออีกประมาณ 10 นาที เปิดฝาแล้วคน หากแกงกะหรี่น้ำเข้มข้นแล้วให้ปิดไฟ พร้อมรับประทาน
ขอเชิญคุณมาสัมผัส "รสชาติใหม่" ของวาซาบิ ที่แตกต่างจากวาซาบิบดแบบเดิม ๆ ค่ะ นี่คือประสบการณ์ของความเผ็ดซ่าที่มาพร้อมกับเนื้อสัมผัสกรุบกรอบในสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ ที่คุณไม่ควรพลาดเลยนะคะ
คิซามิ วาซาบิ (Kizami Wasabi) แปลตรงตัวว่า วาซาบิสับ (Chopped Wasabi) เป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเอา ก้านและหัววาซาบิแท้ (Hon Wasabi) มาสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ หยาบ ๆ แทนการนำไปบดละเอียดแบบที่เราคุ้นเคยกันค่ะ จากนั้นจึงนำไปปรุงรสด้วย โชยุ (Shoyu) และเครื่องปรุงอื่น ๆ ในสไตล์ญี่ปุ่น เพื่อให้ได้วาซาบิที่มีรสชาติกลมกล่อม มีความเผ็ดซ่าที่ลงตัว และมีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของวาซาบิแท้ Kinjirushi เป็นแบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านวาซาบิที่ได้รับความไว้วางใจมาอย่างยาวนานในประเทศญี่ปุ่น โดยผลิตภัณฑ์ "คิซามิ วาซาบิ รสโชยุ" นี้ เป็นหนึ่งในสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างสูงและมีชื่อเสียงในเรื่องรสชาติที่เข้มข้นจัดจ้าน ทำให้สามารถนำไปใช้ร่วมกับอาหารได้หลากหลายประเภทมากขึ้น
จุดเด่นสำคัญของ คิซามิ วาซาบิ คือ เนื้อสัมผัสแบบ "กรุบกรอบ" (Shakishaki) จากชิ้นส่วนของก้านวาซาบิที่ถูกสับหยาบ ๆ ซึ่งให้ความสนุกและมิติใหม่ในการรับประทาน ไม่เหมือนวาซาบิแบบบดที่เป็นเนื้อครีม และด้วยการปรุงรสด้วยโชยุ ทำให้วาซาบิชนิดนี้มีรส อูมามิ (Umami) แทรกอยู่ จึงสามารถใช้เป็นเครื่องปรุงรสหรือเครื่องเคียงได้ทันทีโดยไม่ต้องผสมโชยุเพิ่ม ความเผ็ดซ่าของวาซาบิถูกปรุงให้อยู่ในระดับที่กำลังดี สามารถคงความเผ็ดซ่า (Tsuun) ที่ตีขึ้นจมูกได้ยาวนาน และยังให้กลิ่นหอมที่สดชื่นของวาซาบิแท้อีกด้วยค่ะ
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
1.ทานคู่กับเนื้อวัว: เหมาะสำหรับทานคู่กับสเต็กหรือเนื้อย่างวากิว (Wagyu) เพียงแค่แตะวาซาบิเล็กน้อยบนชิ้นเนื้อ ก็จะได้รสชาติที่ลงตัวและเพิ่มความหอมสดชื่น
2.สำหรับเมนูซูชิ/ซาชิมิ: ใช้แทนวาซาบิแบบบด เพื่อเพิ่มความจัดจ้านและรสสัมผัสกรุบ ๆ
3.ท็อปปิ้งอาหาร: โรยบนข้าวหน้าปลาดิบ (Chirashi-don), ข้าวหน้าเนื้อ (Gyudon), เต้าหู้เย็น (Hiyayakko), หรือไข่ตุ๋นแบบญี่ปุ่น (Chawanmushi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
1.นำสินค้าออกมาจากช่องแช่แข็งในปริมาณที่ต้องการใช้
2.ปล่อยให้ละลายน้ำแข็งตามธรรมชาติในอุณหภูมิห้อง หรือในตู้เย็น (ใช้เวลา 10-20 นาที)
3.เมื่อละลายแล้ว สามารถเปิดซองและตักวาซาบิพร้อมปรุงรสแล้วมาใช้เป็นเครื่องเคียงได้ทันทีค่ะ
หลังเปิดซองแล้ว ควรกดซิปล็อกปิดปากถุงให้แน่น และเก็บในช่องแช่แข็งตามเดิมเพื่อรักษาคุณภาพและความสดใหม่ของวาซาบิค่ะ
***ข้อควรระวัง: ไม่ควรนำสินค้าที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ
ลองเพิ่ม คิซามิ วาซาบิ เข้าไปในมื้ออาหารของคุณดูสิคะ แล้วคุณจะได้เพลิดเพลินกับรสชาติและเนื้อสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์แบบญี่ปุ่นแท้ ที่จะช่วยยกระดับเมนูโปรดของคุณให้พิเศษยิ่งขึ้นได้ที่บ้านค่ะ
ถ้าคุณเป็นสายปิ้งย่างญี่ปุ่น บอกเลยว่าซอสขวดนี้คือไอเท็มที่ควรมีติดครัว! ซอสบาร์บีคิวญี่ปุ่น สูตรหวานเผ็ดกลาง ที่โดดเด่นด้วยรสชาติกลมกล่อม หอมเข้มข้น และมีมิติแบบซอสยากินิกุร้านดังในญี่ปุ่น ความพิเศษอยู่ที่การผสมผสานของผลไม้บดมากถึง 35% ทั้งความหวานธรรมชาติและความหอมสดชื่น เข้ากับโชยุญี่ปุ่น น้ำผึ้ง กระเทียม และเครื่องเทศอย่างลงตัว ทำให้ได้ซอสที่ไม่หวานเลี่ยน ไม่เค็มจัด แต่มีความนัว กินแล้วหยุดยาก จะใช้หมักเนื้อก่อนย่างก็ช่วยให้เนื้อนุ่มหอม ราดบนข้าวก็อร่อย หรือจะใช้ผัดเนื้อ ผัดหมู ทำข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือเมนูสไตล์ญี่ปุ่นต่างๆ ก็เข้ากันสุดๆ ยิ่งเวลานำไปย่างบนกระทะร้อน กลิ่นหอมของซอสจะเคลือบเนื้อจนชวนหิว เหมือนยกบรรยากาศร้านยากินิกุมาไว้ที่บ้าน เหมาะทั้งสำหรับคนทำอาหารกินเอง ร้านอาหาร หรือสายทำคอนเทนต์อาหาร เพราะแค่ราดซอสลงไป หน้าตาอาหารก็ดูน่ากินขึ้นทันที
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อหมู เนื้อวัว ไก่ หรือซีฟู้ดก่อนย่าง
• ใช้เป็นซอสจิ้มปิ้งย่างและชาบู
• ใช้ผัดเนื้อ ผัดผัก หรือข้าวผัดสไตล์ญี่ปุ่น
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือเบอร์เกอร์
• ใช้ทาระหว่างย่าง เพื่อเพิ่มความหอมและความเงาน่ากิน
อัตราส่วนแนะนำ
• เนื้อสัตว์ 300 กรัม ต่อซอสประมาณ 3–4 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วนำไปย่างหรือผัดได้เลย
เคล็ดลับความอร่อย
• เติมซอสช่วงท้ายก่อนอาหารสุก จะช่วยให้ซอสเคลือบเนื้อสวย หอมเข้มข้น และได้กลิ่นสไตล์ร้านยากินิกุญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูแนะนำ
• หมูย่างยากินิกุ
• ข้าวหน้าเนื้อ
• ข้าวหน้าหมูญี่ปุ่น
• ไก่ย่างซอสญี่ปุ่น
• ผัดเนื้อซอสญี่ปุ่น
• บอร์เกอร์สไตล์ญี่ปุ่น
• แซลมอนย่างซอสญี่ปุ่น
• ข้าวผัดยากินิกุ
ถ้าคุณเป็นสายปิ้งย่างญี่ปุ่น บอกเลยว่าซอสขวดนี้คือไอเท็มที่ควรมีติดครัว! ซอสบาร์บีคิวญี่ปุ่น สูตรหวานเผ็ดกลาง ที่โดดเด่นด้วยรสชาติกลมกล่อม หอมเข้มข้น และมีมิติแบบซอสยากินิกุร้านดังในญี่ปุ่น ความพิเศษอยู่ที่การผสมผสานของผลไม้บดมากถึง 35% ทั้งความหวานธรรมชาติและความหอมสดชื่น เข้ากับโชยุญี่ปุ่น น้ำผึ้ง กระเทียม และเครื่องเทศอย่างลงตัว ทำให้ได้ซอสที่ไม่หวานเลี่ยน ไม่เค็มจัด แต่มีความนัว กินแล้วหยุดยาก จะใช้หมักเนื้อก่อนย่างก็ช่วยให้เนื้อนุ่มหอม ราดบนข้าวก็อร่อย หรือจะใช้ผัดเนื้อ ผัดหมู ทำข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือเมนูสไตล์ญี่ปุ่นต่างๆ ก็เข้ากันสุดๆ ยิ่งเวลานำไปย่างบนกระทะร้อน กลิ่นหอมของซอสจะเคลือบเนื้อจนชวนหิว เหมือนยกบรรยากาศร้านยากินิกุมาไว้ที่บ้าน เหมาะทั้งสำหรับคนทำอาหารกินเอง ร้านอาหาร หรือสายทำคอนเทนต์อาหาร เพราะแค่ราดซอสลงไป หน้าตาอาหารก็ดูน่ากินขึ้นทันที
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อหมู เนื้อวัว ไก่ หรือซีฟู้ดก่อนย่าง
• ใช้เป็นซอสจิ้มปิ้งย่างและชาบู
• ใช้ผัดเนื้อ ผัดผัก หรือข้าวผัดสไตล์ญี่ปุ่น
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือเบอร์เกอร์
• ใช้ทาระหว่างย่าง เพื่อเพิ่มความหอมและความเงาน่ากิน
อัตราส่วนแนะนำ
• เนื้อสัตว์ 300 กรัม ต่อซอสประมาณ 3–4 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วนำไปย่างหรือผัดได้เลย
เคล็ดลับความอร่อย
• เติมซอสช่วงท้ายก่อนอาหารสุก จะช่วยให้ซอสเคลือบเนื้อสวย หอมเข้มข้น และได้กลิ่นสไตล์ร้านยากินิกุญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูแนะนำ
• หมูย่างยากินิกุ
• ข้าวหน้าเนื้อ
• ข้าวหน้าหมูญี่ปุ่น
• ไก่ย่างซอสญี่ปุ่น
• ผัดเนื้อซอสญี่ปุ่น
• บอร์เกอร์สไตล์ญี่ปุ่น
• แซลมอนย่างซอสญี่ปุ่น
• ข้าวผัดยากินิกุ
Ohgon No Aji หรือ "รสชาติแห่งทองคำ" คือนิยามของซอสปิ้งย่างที่ครองใจชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ถ้าคุณชอบฟีลร้านปิ้งย่างญี่ปุ่นที่มีกลิ่นหอมเตะจมูกตั้งแต่เนื้อลงเตา ซอสขวดนี้คือไอเทมที่ควรมีติดครัว เป็นซอสปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นรสเผ็ดกลาง ที่โดดเด่นด้วยความกลมกล่อมจากผลไม้บด ผสานโชยุคุณภาพดี กระเทียม งา และเครื่องเทศ ทำให้ได้รสชาติหวานเค็มเผ็ดแบบพอดี กินง่ายแต่เข้มข้น จุดเด่นของซอสตัวนี้คือความอเนกประสงค์ ใช้ได้ทั้งหมักเนื้อก่อนย่าง ใช้เป็นน้ำจิ้ม หรือเอาไปผัดก็ช่วยให้อาหารหอมขึ้นทันที เหมาะมากสำหรับคนที่อยากทำเมนูญี่ปุ่นกินเองที่บ้านแบบง่าย ๆ แต่ได้รสชาติระดับร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นหมูย่าง เนื้อย่าง ไก่ทอด กระทะร้อน ข้าวผัดญี่ปุ่น หรือผัดผัก ซอสขวดนี้ก็ช่วยเพิ่มมิติความอร่อยได้แบบไม่ต้องปรุงหลายขั้นตอน เมื่อนำไปโดนความร้อนจะส่งกลิ่นหอมยั่วยวนใจ ช่วยลดความเลี่ยนของไขมันเนื้อและชูรสชาติของวัตถุดิบให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรสชาติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อก่อนย่างประมาณ 15–30 นาที
• ใช้เป็นน้ำจิ้มปิ้งย่าง ชาบู หรือของทอด
• ใช้ผัดเนื้อ ผัดผัก หรือข้าวผัดญี่ปุ่น
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าไก่ หรือเบอร์เกอร์ญี่ปุ่น
• ใช้เคลือบไก่ย่าง หมูย่าง หรือซี่โครงบาร์บีคิว
อัตราส่วนแนะนำ
• เนื้อสัตว์ 300 กรัม ต่อซอสประมาณ 3–4 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วนำไปย่างหรือผัดได้เลย
เคล็ดลับความอร่อย
• เติมซอสช่วงท้ายก่อนอาหารสุก จะช่วยให้ซอสเคลือบเนื้อสวย หอมเข้มข้น และได้กลิ่นสไตล์ร้านยากินิกุญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูแนะนำ
• หมูย่างซอสญี่ปุ่น, เนื้อย่างยากินิกุ, ไก่ผัดซอสญี่ปุ่น, ข้าวหน้าเนื้อสไตล์ญี่ปุ่น,
เบคอนพันเห็ดเข็มทอง, ไก่ทอดคลุกซอสญี่ปุ่น
Ohgon No Aji หรือ "รสชาติแห่งทองคำ" คือนิยามของซอสปิ้งย่างที่ครองใจชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ถ้าคุณชอบฟีลร้านปิ้งย่างญี่ปุ่นที่มีกลิ่นหอมเตะจมูกตั้งแต่เนื้อลงเตา ซอสขวดนี้คือไอเทมที่ควรมีติดครัว เป็นซอสปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นรสเผ็ดกลาง ที่โดดเด่นด้วยความกลมกล่อมจากผลไม้บด ผสานโชยุคุณภาพดี กระเทียม งา และเครื่องเทศ ทำให้ได้รสชาติหวานเค็มเผ็ดแบบพอดี กินง่ายแต่เข้มข้น จุดเด่นของซอสตัวนี้คือความอเนกประสงค์ ใช้ได้ทั้งหมักเนื้อก่อนย่าง ใช้เป็นน้ำจิ้ม หรือเอาไปผัดก็ช่วยให้อาหารหอมขึ้นทันที เหมาะมากสำหรับคนที่อยากทำเมนูญี่ปุ่นกินเองที่บ้านแบบง่าย ๆ แต่ได้รสชาติระดับร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นหมูย่าง เนื้อย่าง ไก่ทอด กระทะร้อน ข้าวผัดญี่ปุ่น หรือผัดผัก ซอสขวดนี้ก็ช่วยเพิ่มมิติความอร่อยได้แบบไม่ต้องปรุงหลายขั้นตอน เมื่อนำไปโดนความร้อนจะส่งกลิ่นหอมยั่วยวนใจ ช่วยลดความเลี่ยนของไขมันเนื้อและชูรสชาติของวัตถุดิบให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรสชาติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อก่อนย่างประมาณ 15–30 นาที
• ใช้เป็นน้ำจิ้มปิ้งย่าง ชาบู หรือของทอด
• ใช้ผัดเนื้อ ผัดผัก หรือข้าวผัดญี่ปุ่น
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าไก่ หรือเบอร์เกอร์ญี่ปุ่น
• ใช้เคลือบไก่ย่าง หมูย่าง หรือซี่โครงบาร์บีคิว
อัตราส่วนแนะนำ
• เนื้อสัตว์ 300 กรัม ต่อซอสประมาณ 3–4 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วนำไปย่างหรือผัดได้เลย
เคล็ดลับความอร่อย
• เติมซอสช่วงท้ายก่อนอาหารสุก จะช่วยให้ซอสเคลือบเนื้อสวย หอมเข้มข้น และได้กลิ่นสไตล์ร้านยากินิกุญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูแนะนำ
• หมูย่างซอสญี่ปุ่น, เนื้อย่างยากินิกุ, ไก่ผัดซอสญี่ปุ่น, ข้าวหน้าเนื้อสไตล์ญี่ปุ่น, เบคอนพันเห็ดเข็มทอง, ไก่ทอดคลุกซอสญี่ปุ่น
สัมผัสประสบการณ์ชาเขียวคุณภาพพรีเมียมจากแบรนด์ ฮาราดะ (Harada) ที่คัดสรรผงมัทฉะบริสุทธิ์ 100% มาจากแหล่งปลูกชาชั้นเลิศในจังหวัด ชิซูโอกะ (Shizuoka) ประเทศญี่ปุ่น ผงมัทฉะ นี้จะมอบรสชาติที่เข้มข้น มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และสามารถใช้งานได้หลากหลายในทุกเมนู
ความโดดเด่นของมัทฉะจากชิซูโอกะ
แหล่งกำเนิดคุณภาพสูง: จังหวัดชิซูโอกะตั้งอยู่ใกล้ภูเขาไฟฟูจิ ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุสำคัญ มีสภาพอากาศที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการปลูกชาเขียว จึงได้รับการขนานนามว่าเป็น "สวรรค์แห่งชา"
ผงชาเขียวแท้ 100%: ผลิตจากใบชาเขียวคุณภาพดี โดยไม่มีการผสมสารแต่งกลิ่น สี หรือน้ำตาลใดๆ ทำให้คุณได้รับรสชาติและกลิ่นหอมของชาเขียวแท้แบบเต็มที่
รสชาติเข้มข้นเป็นเอกลักษณ์: ด้วยคุณภาพของใบชาที่คัดเลือกมาอย่างดี มัทฉะนี้จึงมีรสชาติ อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นอย่างสมดุล ไม่ขมจนเกินไป และมีกลิ่นหอมสดชื่น
มัทฉะเพื่อไลฟ์สไตล์ที่ดี
มัทฉะ ถือเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมทั่วโลก เพราะนอกจากรสชาติที่อร่อยแล้ว ยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง
สารต้านอนุมูลอิสระสูง: มัทฉะเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ที่ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกาย
ช่วยเพิ่มความสดชื่นและมีสมาธิ: มีสารคาเฟอีนและ L-Theanine ทำงานร่วมกัน ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า มีสมาธิ แต่ให้ความรู้สึกสงบ
ใช้งานได้หลากหลาย: สามารถนำไปทำเครื่องดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น เช่น มัทฉะลาเต้, สมูทตี้ รวมถึงใช้เป็นส่วนผสมสำคัญในการทำเบเกอรี่ ขนมหวาน และไอศกรีม
วิธีการเตรียมมัทฉะเบื้องต้น
1. ใช้ผงมัทฉะประมาณ 1-2 กรัม (ประมาณ 1 ช้อนชา) ลงในถ้วย
2. เติมน้ำร้อน (อุณหภูมิประมาณ 80 องศาเซลเซียส) 60-70 มล.
3. ใช้ไม้ตีชา (Chasen) หรืออุปกรณ์สำหรับตีชา คนหรือตีให้เกิดฟองละเอียดจนผงมัทฉะละลายเข้ากันดี
4. สามารถเติมน้ำร้อนเพิ่ม หรือผสมนมเพื่อทำมัทฉะลาเต้ได้ตามความชอบ
ผงมัทฉะ จากแบรนด์ ฮาราดะ (Harada) จึงเป็นตัวเลือกที่มั่นใจได้ มอบ มัทฉะแท้ ที่มีคุณภาพและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับญี่ปุ่นอย่างแท้จริง
ดองผักให้อร่อยในพริบตา! ด้วย Asazuke no Moto จาก Ebara
Asazuke no Moto จากแบรนด์ เอบาระ (Ebara) เป็นน้ำปรุงรสสำเร็จรูปสำหรับการทำผักดองสไตล์ญี่ปุ่นแบบง่ายๆ และรวดเร็ว หรือที่เรียกว่า “อาซาซึเกะ” (Asazuke) ด้วยรสชาติที่เค็มเล็กน้อย หวานนิดๆ และกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ น้ำปรุงนี้ช่วยเสริมรสชาติให้ผักดองอร่อยอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้เวลานานหรือขั้นตอนยุ่งยาก ผักดองที่ได้จะมีความกรอบ สดชื่น และยังคงรสชาติของผักไว้ได้อย่างดี
Asazuke no Moto จึงกลายเป็นตัวช่วยคู่ครัวที่ได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น เพราะสามารถใช้ดองผักได้หลากหลายชนิดตามใจชอบ แค่มีผักกับน้ำปรุง ก็ได้เมนูเครื่องเคียงแบบญี่ปุ่นที่ทั้งอร่อยและสดใหม่ในไม่กี่นาที!
วิธีใช้
• หั่นผักที่ต้องการหมักเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วใส่ลงในถุงซิปล็อก
• เทน้ำปรุงรส "Asazuke no Moto" ลงไปให้ทั่วผัก (ปริมาณการใช้ 100 มล. ต่อผัก 200 กรัม)
• ไล่อากาศออกจากถุงให้มากที่สุด ปิดปากถุงให้แน่น แล้วขยำเบาๆให้ส่วนผสมเข้ากัน
• นำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 30 หรือนานกว่านั้นตามความชอบ
• จากนั้นนำผักออกมา บีบน้ำส่วนเกินออก (โดยไม่ต้องล้างน้ำเปล่า)เพียงเท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟทันที
หากคุณกำลังมองหาเคล็ดลับในการทำอาหารญี่ปุ่นให้อร่อยเหมือนเชฟมาทำเอง ต้องไม่พลาด ซอสบาร์บีคิว โทวาดะ บาระยากิ จากแบรนด์เอบาระ ผู้นำด้านซอสปรุงรสอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น คำว่า "บาระยากิ" (Barayaki) คือเมนูพื้นเมืองอันเป็นความภาคภูมิใจของจังหวัดอาโอโมริ โดยดั้งเดิมจะนำเนื้อส่วนท้อง(เนื้อสามชั้น) มาผัดกับหอมหัวใหญ่ปริมาณเต็มคำ บนกระทะเหล็กแบน ความพิเศษของเมนูนี้อยู่ที่ "ซอส" ซึ่งซอสขวดนี้ สามารถจำลองรสชาติต้นตำรับออกมาได้อย่างไร้ที่ติ ด้วยส่วนผสมที่ลงตัวจากซอสถั่วเหลืองหมักชั้นดี เพิ่มความหวานละมุนจากธรรมชาติด้วยน้ำแอปเปิ้ลแท้เข้มข้นถึง 7% ตัดรสด้วยความหอมของกระเทียม ขิง และมิริน ทำให้ได้ซอสที่เหนียวข้นกำลังดี เมื่อนำไปผัด ตัวซอสจะเคลือบเนื้อสัตว์และหอมหัวใหญ่อย่างทั่วถึง เกิดเป็นกลิ่นหอมกระทะรสชาติหวานเค็ม กลมกล่อมลงตัว นอกจากนี้ สินค้ายังนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่นโดยตรง มั่นใจได้ในเรื่องคุณภาพการผลิต เหมาะสำหรับมีติดบ้านไว้เป็นซอสสามัญประจำครัว คิดอะไรไม่ออก แค่หั่นหอมหัวใหญ่ เทซอสขวดนี้ลงไปผัด ก็ได้มื้ออร่อยระดับภัตตาคารแล้ว
วิธีการใช้ / วิธีการทำ (สูตรสำหรับ 3-4 คนทาน)
• เตรียมวัตถุดิบ: หั่นหอมหัวใหญ่ ขนาดกลาง 2 หัว ให้เป็นแว่นกว้างประมาณ 1 ซม. และเตรียมเนื้อสัตว์ (เนื้อวัว หรือเนื้อหมูส่วนสามชั้น/สไลด์) ปริมาณ 240 กรัม
• ผัดหอมหัวใหญ่: ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ร้อน นำหอมหัวใหญ่ลงไปผัดจนเริ่มนิ่มและส่งกลิ่นหอม
• ใส่เนื้อสัตว์: ใส่เนื้อสัตว์ที่เตรียมไว้ลงไปผัดคลุกเคล้าให้เข้ากันจนเนื้อเริ่มสุก
• ใส่ซอสเคล็ดลับ: เทซอสโทวาดะ บาระยากิ ลงไปประมาณ 5-6 ช้อนโต๊ะ เร่งไฟผัดเร็วๆ ให้ซอสเคลือบเนื้อและหอมหัวใหญ่จนงวดและเข้าเนื้อดี พร้อมตักเสิร์ฟ
คำแนะนำ : ก่อนใช้ควรเขย่าขวดให้เข้ากัน และหลังจากเปิดขวดแล้ว ต้องเก็บรักษาในตู้เย็น
แนะนำอาหาร
• โทวาดะ บาระยากิเนื้อ/หมู (เมนูหลัก): ผัดเนื้อสไลด์กับหอมหัวใหญ่เน้นๆ ราดบนข้าวสวย
• ข้าวหน้าหมูผัดซีอิ๊วญี่ปุ่น (Butadon): ใช้ซอสนี้ผัดกับหมูสไลด์โปะบนข้าวญี่ปุ่น
• ผัดผักสไตล์ญี่ปุ่น: นำไปผัดกับกะหล่ำปลี ถั่วงอก และหมูสามชั้น
• ซอสหมักปิ้งย่าง (Yakiniku): ใช้เป็นน้ำจิ้มหรือซอสสำหรับทาเนื้อย่างบาร์บีคิว
หากพูดถึงเมนูโปรดในร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม หลายคนคงนึกถึง "เนกิโทโร่" นื้อปลาทูน่าคุณภาพจากญี่ปุ่น สับละเอียดเนียนนุ่ม ปรุงรสกลมกล่อม พร้อมเสิร์ฟหลังละลาย เหมาะทั้งทำข้าวหน้าปลาดิบ ซูชิ โรล หรือห่อด้วยสาหร่ายกรอบๆ ความลับของความอร่อยที่ทำให้คนรักอาหารญี่ปุ่นหลงใหล ไม่ใช่แค่ความสดของปลาเท่านั้น แต่คือเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มจนแทบละลายในปาก ซึ่งวันนี้เราได้ยกเอาวัตถุดิบระดับเชฟเลือกใช้ ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่นมาถึงมือคุณแล้ว
ความใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิต
เนื้อปลาทูน่าสับปรุงรสแพ็คนี้ผลิตโดยบริษัท Seiki จากจังหวัดคาโกชิม่า ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องมาตรฐานการจัดการอาหารทะเลที่เข้มงวดที่สุดในโลก ทุกแพ็คผ่านการควบคุมอุณหภูมิที่ -18 องศาเซลเซียส ตั้งแต่โรงงานจนถึงมือคุณ เพื่อหยุดเวลาของความสดเอาไว้ให้ดีที่สุด นอกจากนี้ยังมีการเสริมวิตามิน C และ E เพื่อช่วยคงสภาพสีของเนื้อปลาให้ดูน่ารับประทานอยู่เสมอ โดยไม่ต้องพึ่งสารเคมีที่เป็นอันตราย
มากกว่าแค่ความอร่อย คือ "ความสะดวก" ที่ตอบโจทย์
จุดเด่นที่ทำให้ทูน่าสับแพ็คนี้ต่างจากเนื้อปลาแล่ชิ้นทั่วไป คือ "รูปแบบถุงบีบ (Piping Bag)" ที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวกสูงสุด:
• ไม่ต้องใช้มีด: ลดการปนเปื้อนจากอุปกรณ์ในครัว
• บีบง่าย: เพียงตัดปลายถุงเล็กน้อย ก็สามารถบีบลงบนหน้าซูชิหรือข้าวได้ทันที
• คุมปริมาณได้: บีบใช้เท่าที่ต้องการแล้วพับปิดเก็บได้ง่ายขึ้น (แนะนำให้ทานให้หมดหลังจากละลายเพื่อรสชาติที่ดีที่สุด)
เปลี่ยนบ้านให้เป็นร้านโอมากาเสะ
ด้วยปริมาณ 300 กรัม คุณสามารถรังสรรค์เมนูได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้าที่เร่งรีบอย่าง ทูน่าดงบุริ หรือปาร์ตี้ซูชิทำเองกับครอบครัว ความนุ่มละมุนของเนื้อปลาทูน่าจะช่วยยกระดับมื้ออาหารธรรมดาให้กลายเป็นมื้อพิเศษที่ทุกคนต้องประทับใจไม่ต้องบินไปไกลถึงญี่ปุ่น ไม่ต้องต่อคิวรอร้านดัง แค่มีเนื้อปลาทูน่าสับปรุงรสติดช่องฟรีซไว้ ความอร่อยระดับพรีเมียมก็พร้อมเสิร์ฟในบ้านคุณได้ทุกเมื่อ
เมนูแนะนำยอดนิยม :
• เนกิโทโร่ดง (Negitoro Don)
• เทะมากิซูชิ (Temaki Sushi)
• ทูน่าทาร์ทาร์สไตล์ฝรั่งเศส (Tuna Tartare)
• ยุกเกะทูน่า (Maguro Yukke)
• ขนมปังหน้าทูน่าสด (Open-Faced Tuna Sandwich)
เคยไหม... ที่อยากกินแซลมอนดง(ข้าวหน้าปลาแซลมอน)
แบบเนื้อนุ่มๆ ละมุนลิ้นเหมือนไปนั่งกินที่ร้านญี่ปุ่นระดับหรู แต่ไม่อยากฝ่ารถติด ไม่อยากรอคิวนาน และที่สำคัญ... ไม่อยากจ่ายแพง! ความฝันของคนรักแซลมอนเป็นจริงแล้วค่ะ กับ แซลมอนสับปรุงรส ขนาดจุใจ 300 กรัม ที่จะเปลี่ยนครัวในบ้านของคุณให้กลายเป็นบาร์ซูชิชั้นเลิศได้ภายในเวลาไม่กี่นาที
ทำไมต้องเป็นแซลมอนสับถุงนี้ ?
ความลับของความอร่อยที่แตกต่างอยู่ที่การเลือกสรร"วัตถุดิบสายพันธุ์พรีเมียม" เราไม่ได้ใช้ปลาเพียงชนิดเดียว แต่เราผสมผสานระหว่าง:
- ปลาแซลมอนโคโฮ จากชิลี : ที่ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อสัมผัสที่แน่นและรสชาติที่เข้มข้นเป็นเอกลักษณ์
- ปลาแซลมนเทร้าต์ จากนอร์เวย์ : ที่มอบความมันวาว ละลายในปาก และสีสันส้มสดใสชวนรับประทาน
เมื่อเนื้อปลาทั้งสองชนิดมาเจอกัน ผ่านการสับในอุณหภูมิที่ควบคุมอย่างแม่นยำเพื่อรักษาความสด และปรุงรสเพียงเล็กน้อยด้วยสูตรลับฉบับญี่ปุ่น ผลลัพธ์ที่ได้คือเนื้อแซลมอนที่ "เนียน นุ่ม และกลมกล่อม" จนแทบไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่ม มื้ออาหารสุดพิเศษที่ใครก็ทำ ลองจินตนาการถึงข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ สักชาม บีบแซลมอนสับนุ่มๆ ลงไปจนเต็มหน้าปลา วางไข่แดงสดไว้ตรงกลาง โรยต้นหอมซอยและสาหร่ายฉีก เหยาะโชยุญี่ปุ่นสูตรพิเศษลงไปนิดหน่อย... เพียงเท่านี้ "ความสุขที่กินได้" ก็พร้อมเสิร์ฟให้ตัวคุณและคนที่คุณรักแล้วค่ะ
ความสะดวกที่มาพร้อมกับคุณภาพ ในถุงรูปแบบทรงกรวย ที่ออกแบบมาเพื่อคนยุคใหม่โดยเฉพาะ :
• ไม่ต้องสับเอง: ไม่ต้องเลอะมือ ไม่ต้องล้างเขียง ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นคาวติดมือ
• ควบคุมปริมาณง่าย : อยากทานแค่ไหน ก็บีบออกมาแค่นั้น ส่วนที่เหลือปิดปากถุงแช่ฟรีซต่อได้
• สร้างสรรค์ได้ไม่รู้จบ : จะบีบลงบนข้าวสวยร้อนๆ ทำเป็นมินิซูชิ หรือจะวางบนแครกเกอร์เป็นคานาเป้ในงานปาร์ตี้ ก็สวยงามเหมือนมืออาชีพทำเอง
มาตรฐานที่คุณไว้วางใจได้
สินค้าตัวนี้ผลิตและบรรจุโดยบริษัทเซอิกิ จากจังหวัดคาโกชิมะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องความละเอียดอ่อนในการทำอาหารทะเล ผ่านกระบวนการแช่แข็งแบบเยือกแข็ง (Quick Frozen) ที่อุณหภูมิต่ำกว่า -18 องศาเซลเซียส เพื่อล็อคความสดใหม่และสารอาหารไว้ให้ครบถ้วนจนถึงมือคุณ
เมนูแนะนำ
• ข้าวหน้าแซลมอนสับ (Salmon Don)
• แซลมอนกุนกันซูชิ
• โรลไส้แซลมอนสับ
• แซลมอนสับคลุกสไปซี่
• แซลมอนสับโปะบนอโวคาโด
แนะนำอาหารที่เข้ากัน เมนูธรรมดาจะดูโปรขึ้นทันที
• ข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ, สาหร่ายโนริ, ไข่กุ้ง, อโวคาโด, วาซาบิ และ โชยุพรีเมียม
จับคู่ดี ๆ เมนูธรรมดาจะดูโปรขึ้นทันที
"เพราะเราเชื่อว่า อาหารที่ดี ไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติ แต่คือเรื่องของความสะดวกและความสุขในทุกคำที่ทาน"
เพิ่มความสดชื่นแบบไร้คาเฟอีน ด้วยชาข้าวบาร์เลย์จากญี่ปุ่น
สำหรับคนที่ต้องการความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า แต่ไม่อยากรับประทานเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน เราขอแนะนำมูกิฉะหรือชาข้าวบาร์เลย์ค่ะ ชาชนิดนี้แท้จริงแล้วไม่มีส่วนผสมของใบชา แต่ผลิตขึ้นจากเมล็ดข้าวบาร์เลย์ที่นำมาคั่วบดแล้วบรรจุใส่ซองชา เพื่อนำมาชงกับน้ำร้อนหรือน้ำเย็น
ฮอนมะ มอน มูกิฉะห่อนี้ โดดเด่นด้วยการใช้ข้าวบาร์เลย์ชนิดเปลือกล่อน อิจิบังโบชิ (Ichibanbochi) จากจังหวัดคางาวะ 100% จึงทำให้มีรสชาติกลมกล่อม ไม่ขมฝาดเหมือนชาอื่นๆ และมาพร้อมกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ น้ำชามีสีเหลืองทอง ให้ความรู้สึกสดชื่น ชุ่มคอ ชาวญี่ปุ่นจึงนิยมดื่มมูกิฉะในฤดูร้อน เรียกได้ว่าเป็นเครื่องดื่มแก้วโปรดของทั้งเด็กและผู้ใหญ่เลยทีเดียวค่ะ
วิธีการชงแบบร้อน
• ต้มน้ำ 1.5 ลิตรให้เดือด ใส่ฮอนมะ มอน มูกิฉะ 1 ซอง แล้วต้มต่อไปอีกประมาณ 3-5 นาที จากนั้นยกลงจากเตา สามารถดื่มแบบร้อนหรือนำไปแช่เย็นก่อนดื่มก็ได้ค่ะ
วิธีการชงแบบเย็น
• ใส่ฮอนมะ มอน มูกิฉะ 1 ซอง ลงในน้ำเย็น 1 ลิตร แล้วนำไปแช่เย็นประมาณ 2 ชั่วโมง พร้อมดื่มค่ะ
โคสึบุกโกะ เซมเบ้ รสน้ำผึ้ง หวาน หอม อร่อยมากกก
ลิ้มรสความหวาน หอม อร่อย จากน้ำผึ้ง ที่เคลือบบนเซมเบ้ทอดกรอบ สำหรับใครที่ชอบขนมอบกรอบ รสชาติออกไปทางหวานนิดๆ หอมกลิ่นน้ำผึ้ง ขอแนะนำ Kotsubukko ไม่ควรพลาดค่ะ
ข้าวโพดหวานฮอกไกโด เพิ่มความอร่อยแบบง่ายๆ ให้เมนูโปรดของคุณ
แค่มีห่อนี้การทำเมนูโปรดของคุณก็ง่ายและประหยัดเวลาขึ้นอีกเท่าตัว ผู้ผลิตเลือกใช้ข้าวโพดหวานพันธุ์ดีที่ปลูกในฮอกไกโด ซึ่งถือเป็นแหล่งปลูกข้าวโพดที่อร่อยที่สุดของญี่ปุ่น นำมาแกะเมล็ด ต้มจนสุกแล้วแช่แข็งทันทีเพื่อคงความหวานอร่อยของข้าวโพดไว้ให้ได้มากที่สุด เพียงนำออกมาละลายก็พร้อมให้คุณนำไปใส่เมนูที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็น สลัด ซุปข้าวโพด ข้าวโพดทอด ส้มตำ และเมนูของหวานอร่อยๆ อย่างข้าวโพดหวานคลุกเนยฮอกไกโดที่เป็นของโปรดของเด็กๆ นอกจากจะอร่อยแล้ว ข้าวโพดยังเป็นธัญพืชที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินบี แร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระ และมีไฟเบอร์สูง จึงช่วยปรับปรุงระบบการขับถ่ายให้ดีขึ้น ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ และมีส่วนช่วยบำรุงสายตาได้อีกด้วยค่ะ
แค่นำมาละลายก็พร้อมปรุงเมนูฟักทองได้ง่ายๆ ที่บ้านคุณ
HonmonoNippon นำเข้าฟักทองจากเมืองฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ นำไปต้มจนสุกแล้วแช่แข็งทันที เพื่อคงความหวาน มัน อร่อย ตามธรรมชาติของฟักทองเอาไว้ให้ได้มากที่สุด เพียงนำออกมาละลายก็พร้อมให้คุณนำไปใส่ในเมนูที่ต้องการได้เลย ไม่ว่าจะเป็น ฟักทองผัดไข่ ฟักทองนึ่งซีอิ๊วสไตล์ญี่ปุ่น สลัดฟักทอง ซุปฟักทอง หรือจะนำมาอุ่นร้อนแล้วรับประทานแบบฟักทองนึ่งก็สะดวกและอร่อย ด้วยเนื้อฟักทองที่ละเอียด แน่น และเนียนนุ่ม พร้อมคุณค่าทางโภชนาการมากมาย ไม่ว่าคุณจะเป็นสาย enjoy eating หรือสายรักสุขภาพ ก็ควรมีติดตู้เย็นไว้เลยค่ะ
อร่อยกับเมนูยอดฮิต “แมงกะพรุนน้ำมันงา” ได้ง่ายๆ ที่บ้าน
หลายๆ คนคงจะติดใจความกรุบกรอบเคี้ยวเพลินของเจ้าแมงกะพรุนน้ำมันงากันใช่ไหมคะ เราสามารถอร่อยกับเมนูนี้ได้ที่บ้านแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะทำเป็นยำแมงกะพรุนน้ำมันงารสแซ่บ ทานคู่กับข้าวญี่ปุ่น ทำเป็นหน้าซูชิ จัดเป็นเครื่องเคียงในเบนโตะ หรือนำมาเป็นกับแกล้มทานคู่กับเครื่องดื่มแก้วโปรด ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูยอดฮิตของร้านอิซากายะเลยทีเดียวค่ะ เราคัดแมงกะพรุนเกรดส่งออก นำมาหั่นบางๆ ปรุงรสด้วยน้ำมันงาหอมๆ ใส่พริกแดงเพื่อเพิ่มสีสัน รสชาติเค็มๆ หวานๆ กลมกล่อม มาคู่กับสัมผัสแบบกรึบๆ เวลาเคี้ยว บอกเลยว่ายิ่งทานยิ่งเพลินจนหยุดไม่ได้เลยล่ะค่ะ
วิธีอร่อยกับแมงกะพรุนน้ำมันงา
• สะดวกและง่ายดาย เพียงแค่นำแมงกะพรุนออกมาละลายก็พร้อมเสิร์ฟได้เลยค่ะ
• แนะนำให้นำออกมาละลายตามปริมาณที่ต้องการรับประทานในแต่ละครั้ง และเก็บส่วนที่เหลือในช่องแช่แข็งเพื่อคงคุณภาพของแมงกะพรุน
ยกระดับรสชาติให้กับเมนูของคุณด้วย ไข่ปลาเมนไทโกะ
เมนไทโกะ (Mentaiko) คือไข่ของปลาคอด หรือชื่อในภาษาญี่ปุ่นคือปลาทาระ (Tara) มีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ สีส้มอัดติดกันเป็นก้อน เมนไทโกะมักจะนิยมนำไปหมักกับพริกเพื่อปรุงรสเผ็ด และเป็นวัตถุดิบที่นิยมใช้ในอาหารญี่ปุ่น เช่น ซูชิ บะหมี่ และอาหารประเภทข้าว หรือเมนูสุดฮิตอีกหนึ่งอย่างก็คือพาสต้าครีมเมนไทโกะ
ดื่มด่ำไปกับรสชาติอันเข้มข้นและหอมกรุ่นของ Nissin Demae Iccho รสเนื้อ!
สัมผัสความลงตัวของซุปสุดกลมกล่อม ที่ได้จากการผสมผสาน เครื่องเทศห้าอย่างสุดพิเศษ เพิ่มมิติความหอมล้ำลึกในทุกคำ บวกกับเส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม ที่เข้ากับน้ำซุปได้อย่างสมบูรณ์แบบ อร่อยเต็มรส จนหยุดไม่ได้!
วิธีปรุงรับประทาน
• ตั้งไฟ เทน้ำใส่หม้อ 500 มล. ต้มจนน้ำเดือดจากนั้นใส่เส้นราเมนลงไปต้มอีกประมาณ 3 นาที เติมเครื่องปรุงใส่ลงไป
• เทเส้นราเมนใส่ถ้วย และคนให้เข้ากัน เพียงเท่านี้ก็พร้อมรับประทานแล้วค่ะ
อาเกะอิจิบัง กรอบกร่อยจนหยุดไม่ได้
ขนมเซมเบ้ข้าวอบกรอบ จาก kameda แบรนด์ดังของญี่ปุ่น ตัวขนมทำมาจากข้าวญี่ปุ่นปรุงรสด้วยโชยุผสมน้ำผึ้ง และเครื่องเทศ รสชาติกรอบอร่อยหอมกลิ่นน้ำผึ้ง รับรองอร่อยถูกใจจนทานหมดห่อแบบไม่รู้ตัวแน่นอน!
Natto เคล็ดลับสุขภาพดีของคนญี่ปุ่น
นัตโตะเป็นอาหารที่อัดแน่นไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพ ช่วยในเรื่องของกระดูก ดีต่อสุขภาพหัวใจ ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน และยังมีโปรไบโอติกที่ช่วยในการย่อย ทำให้กระเพาะและลำไส้ของเราทำงานได้ดีขึ้น ชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานนัตโตะเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในมื้อเช้า เพียงแค่มีข้าวสวยร้อนๆ โปะด้วยนัตโตะและราดด้วยโชยุสักหน่อยก็พร้อมอร่อยได้ทันที ถือเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่คุณไม่ควรพลาด
ปลาอาจิชุบเกล็ดขนมปังเมนูปลาทอดยอดนิยมของญี่ปุ่น
ปลาอาจิ นำมาหั่นเป็นชิ้นชุบด้วยเกล็ดขนมปัง เพียงแค่นำไปทอดก็จะได้เมนูแสนอร่อย ทอดจนได้สีเหลืองอร่าม ได้สัมผัสของความกรอบนอกนุ่มในของปลาอาจิ ราดด้วยซอสทงคัตสึ หรือซอสที่คุณชื่นชอบ ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ รับรองฟินแน่นอนค่ะ
วิธีทอด
• นำไปทอดที่อุณหภูมิ 150ํ-160 ํC เวลาประมาณ 5 นาที หรือจนกระทั่งสุก
พบกับ 1 ใน 3 เส้นอุด้งที่อร่อยที่สุดของญี่ปุ่น!!
Sanuki Udon (ซานุกิอุด้ง) ของจังหวัด Kagawa (คากาวะ) ถือเป็นสุดยอมเมนูอุด้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่นและได้รับความนิยมไปทั่วโลก
มาทำราเมงสไตล์ญี่ปุ่นกันเถอะ
ราเมงรสน้ำมันงา เป็นราเมงรสชาติที่ได้รับความนิยมและขายดีติดอันดับในญี่ปุ่น เมื่อปรุงเสร็จจะได้กลิ่นหอมของงาคั่วอย่างชัดเจน น้ำซุปปรุงรสด้วยโชยุ เพื่อเพิ่มความอร่อยยิ่งขึ้น ควรเติมเนื้อสัตว์และผักตามชอบ 1 แพ็ค บรรจุ 5 ซอง วิธีทำ 1. ใส่น้ำปริมาณ 500ml. ลงหม้อ ต้มให้เดือด เมื่อน้ำเดือดให้ใส่เส้นลงไปต้มประมาณ 3 นาที 2. ใช้น้ำร้อนเล็กน้อยละลายผงซุปลงในชาม หลังจากเส้นได้ที่แล้วนำเส้นใส่ชาม เติมน้ำที่ต้มเส้นลงไปในถ้วย คนให้เข้ากัน 3. เทน้ำมันงาปรุงรสลงไป เสริ์ฟพร้อมเนื้อสัตว์ หรือผักตามชอบ