น้ำตาลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในครัวเรือนของญี่ปุ่น
น้ำตาลทรายขาว จากแบรนด์ มิทซุย คือน้ำตาลโจฮาคุโตะ (Johakuto) ซึ่งเป็นน้ำตาลทรายขาวที่มีกรรมวิธีการผลิตแบบเฉพาะตัวของญี่ปุ่น ทำให้มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากน้ำตาลทั่วไป คือมีเนื้อสัมผัสที่เนียนละเอียด และมีความหวานที่นุ่มนวลกว่า ไม่หวานแหลมจนเกินไป ทำให้เป็นน้ำตาลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในครัวเรือนของญี่ปุ่น
ความพิเศษของน้ำตาลทรายขาว มิทซุย
• ความหวานที่กลมกล่อม : ด้วยความหวานที่นุ่มนวลและรสชาติที่สะอาด ทำให้ไม่กลบรสชาติหลักของวัตถุดิบอื่นๆ ช่วยชูรสชาติอาหารให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
• คงความชุ่มชื้น : คุณสมบัติพิเศษของน้ำตาลโจฮาคุโตะคือช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดี จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำขนมอบและเบเกอรี่ เช่น เค้ก และขนมปัง ทำให้เนื้อสัมผัสมีความนุ่มละมุน
• ใช้งานได้หลากหลาย : เป็นน้ำตาลอเนกประสงค์ที่ใช้ได้กับทุกเมนู ไม่ว่าจะนำไปใช้ในการทำอาหารคาว เช่น ซอสเทริยากิ, ซุป และเมนูตุ๋น หรือใช้ในการทำขนมหวานและเครื่องดื่ม ก็ละลายเข้ากันได้ง่าย
คิริโมจิเหนียวนุ่มหนึบหนับ อร่อยแบบต้นตำรับญี่ปุ่น
คิริโมจิ (Kirimochi) จากแบรนด์มิวาบิ (Miwabi) ทำจากข้าวเหนียวคุณภาพดีนำมานึ่งจนสุกแล้วตำให้เนื้อเนียนละเอียด ทำเป็นชิ้นทรงสี่เหลี่ยมขนาดกำลังพอดี บรรจุเป็นห่อเล็กๆ แบบแยกชิ้นแบ่งรับประทานได้ง่าย เมื่อนำไปต้มหรือย่างเนื้อโมจิด้านในจะมีความเหนียวนุ่มหนึบหนับ นิยมรับประทานคู่กับถั่วแดงญี่ปุ่น, ผงถั่วเหลืองคินาโกะ, น้ำเชื่อมคุโรมิตสึ หรือใส่ในหม้อไฟ นอกจากนี้คิริโมจิยังถือว่าเป็นขนมมงคลตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น จึงมักจะรับประทานในช่วงเทศกาลปีใหม่และพิธีมงคลต่างๆ ค่ะ
วิธีรับประทาน (สามารถเลือกทำได้ 4 วิธี)
• อบโดยใส่โมจิครั้งละ 2-3 ชิ้นในเตาอบขนาด 1,000 วัตต์ ตั้งเวลาประมาณ 3-4 นาที แล้วนำออกจากเตามาวางไว้ด้านนอก 1-2 นาที เพื่อให้โมจินุ่มขึ้น
• ย่างบนกระทะด้วยไฟอ่อนประมาณ 5-7 นาที หมั่นกลับด้านเป็นระยะจนผิวโมจิมีสีตามต้องการ
• ต้มน้ำให้ร้อนแล้วลดไฟลงเป็นไฟอ่อน ใส่โมจิลงไปต้มต่อประมาณ 3 นาที
• อุ่นในไมโครเวฟ 500 วัตต์ โดยใส่โมจิ 2 ลูกในภาชนะทรงลึกที่ใช้สำหรับไมโครเวฟ เติมน้ำลงไปเล็กน้อย ใช้เวลาประมาณ 2.30 นาที
** หมายเหตุ : กำลังไฟ ระยะเวลา และจำนวนชิ้นของโมจิเป็นข้อมูลที่แนะนำโดยประมาณ อาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่ใช้ **
วิธีการเก็บรักษา
• หลีกเลี่ยงการเก็บในที่แสงแดดส่องถึงหรือที่ร้อนชื้น
• หลังเปิดห่อแล้วควรใส่ถุงซิปล็อกและเก็บในตู้เย็น
• หยดน้ำในถุงสามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิระหว่างการจัดเก็บ
สัมผัสบรรยากาศความอบอุ่นในมื้ออาหารด้วยเสน่ห์ของความกรอบเบาในแบบฉบับญี่ปุ่นดั้งเดิมที่คุณสามารถรังสรรค์ได้ด้วยตัวเอง แป้งเทมปุระ (Tempura Flour) จากแบรนด์ บีไอเอฟ (BIF) เป็นแป้งอเนกประสงค์ที่ผ่านการคิดค้นและพัฒนาเพื่อให้เหมาะสำหรับการทำของทอดสไตล์ญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ตัวแป้งมีเนื้อละเอียดและส่วนผสมที่สมดุล ช่วยให้การทำอาหารเป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้นสำหรับทุกคนในครอบครัว
คุณลักษณะเด่นของแป้งชนิดนี้คือความสามารถในการเคลือบผิววัตถุดิบได้อย่างบางเบาและสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ผลลัพธ์ของอาหารมีความกรอบที่เป็นเอกลักษณ์และคงตัวอยู่ได้นานโดยไม่หนาจนเกินไป เนื้อแป้งที่คัดสรรมาอย่างดีจะช่วยให้สีสันของอาหารดูสวยงามนวลตา และไม่บดบังรสชาติธรรมชาติของวัตถุดิบที่อยู่ภายใน ทำให้คุณได้รับรสสัมผัสที่กลมกล่อมในทุกคำ
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่น แป้งตัวนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำ กุ้งเทมปุระ (Ebi Tempura) ที่ให้เนื้อสัมผัสกรุบกรอบ หรือจะเป็น ผักรวมทอด (Kakiage) ที่รวมความหวานจากผักหลากหลายชนิดไว้ด้วยกัน นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้กับเนื้อปลาหรืออาหารทะเลอื่นๆ เพื่อเพิ่มความน่ารับประทานให้กับมื้ออาหารของคุณได้อย่างดีเยี่ยม โดยมีวิธีการเตรียมที่เข้าใจง่ายดังนี้
1. เตรียมน้ำเย็นจัดผสมกับแป้งเทมปุระในชามผสมตามอัตราส่วนที่ระบุไว้ข้างบรรจุภัณฑ์ โดยใช้ตะเกียบคนเพียงเบาๆ ให้เข้ากันพอประมาณ (แนะนำว่าไม่ควรคนจนเนื้อเนียนเกินไปเพื่อให้แป้งมีความโปร่งและกรอบเบา)
2. นำวัตถุดิบที่ล้างสะอาดและซับน้ำจนแห้งแล้ว มาคลุกกับแป้งแห้งบางๆ ก่อนจะนำลงชุบในส่วนผสมแป้งที่เตรียมไว้
3. นำไปทอดในน้ำมันที่ร้อนได้ที่จนแป้งมีสีเหลืองทองสวยงาม แล้วพักสะเด็ดน้ำมันก่อนจัดเสิร์ฟ
เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษ ด้วยรสชาติความกรอบอร่อยตามมาตรฐานแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ที่พร้อมให้คุณได้ลองเปิดประสบการณ์และเพลิดเพลินได้ง่ายๆ ที่บ้านของคุณเอง
แป้งสาลีญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยม และบอกต่อมากที่สุด!
สายเบเกอรี่คงไม่มีใครไม่รู้จักแป้งญี่ปุ่นแบรนด์นิปปุ่น (Nippn) แป้งคุณภาพที่โรงเรียนสอนทำอาหารและเบเกอรี่หลายแห่งเลือกใช้ แป้งตัวนี้เป็น Strong Flour มีค่าโปรตีน 12% และค่า Ash 0.38% เนื้อแป้งขาว ละเอียด และเนียนกว่าแป้งจากฝั่งยุโรป แป้งมีความละเอียดสูง ดูดซึมน้ำได้ดีมาก ทำให้ขนมปังที่ได้มีเนื้อสัมผัส เหนียวนุ่ม ละเอียด และมีความฟูตามสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำขนมปังที่ต้องการความเหนียวนุ่มเป็นพิเศษ
แป้งอีเกิ้ลเหมาะสำหรับเมนู ?
• โชกุปัง
• ขนมปัง
• พิซซ่า
• ซาลาเปา
• แป้งเกี๋ยวซ่า
วาราบิโมจิ หอมมัทฉะเข้มข้น นุ่มหนึบสไตล์ญี่ปุ่น
วาราบิโมจิ รสชาเขียวมัทฉะ (Matcha Warabi Mochi) จากแบรนด์ GFC (Geefcee) จากประเทศญี่ปุ่น เนื้อโมจิมีความเหนียวนุ่มหนึบ คลุกเคล้าด้วยผงมัทฉะเข้มข้นเขาสุดๆ ตัวขนมถูกตัดเป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ แยกชิ้นออกจากกันได้ง่าย ทำให้สามารถแบ่งละลายตามปริมาณที่ต้องการใช้ได้สะดวก จะทานเป็นของว่างก็อร่อย หรือเพิ่มความพิเศษให้เมนูของหวานด้วยการนำไปท็อปปิ้งบนไอศกรีม น้ำแข็งไส หรือขนมหวานต่างๆ ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว
วิธีรับประทาน :
• นำออกมาละลายที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที (ขึ้นอยู่กับปริมาณและอุณหภูมิห้อง)
• เมื่อวาราบิโมโจคลายความเย็นแล้ว เนื้อมสัมผัสจะมีความนุ่มหนึบ เพียงเท่านี้ก็สามารถรับประทานได้เลยค่ะ
การเก็บรักษา :
• ควรเก็บแช่งแข็งในอุณหภูมิ -18°C
• หลังจากแบ่งสินค้าแล้ว ควรรีบนำกลับเข้าช่องแช่แข็งทันที
• ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันอากาศเข้า
• ไม่ควรวางสินค้าไว้นอกตู้แช่แข็งเป็นเวลานาน
กรณีสินค้าละลายแล้ว (Defrost) :
• หากมีการนำสินค้าออกมาละลายแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 3 วัน
• ควรเก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0–4°C และปิดภาชนะให้สนิท
ข้อควรระวัง :
• ไม่ควรละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะอาจทำให้เนื้อสัมผัสและคุณภาพสินค้าเปลี่ยนจากเดิม
• หลีกเลี่ยงการเก็บใกล้สินค้าที่มีกลิ่นแรง เนื่องจากวาราบิโมจิสามารถดูดซับกลิ่นได้ง่าย
• ควรรักษาความสะอาดของภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้แบ่งสินค้า
เส้นราเมงแช่แข็งพร้อมทาน จากซุปเปอร์ญี่ปุ่นยอดฮิต
หากไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น แล้วต้องการซื้อของกิน ยอดฮิตในราคาประหยัด คนญี่ปุ่นต่างแนะนำให้ไปที่ Gyomu Super ห้างที่รวบรวมของกิน ของใช้ ของยอดฮิตในราคาแสนถูก เส้นราเมงแช่แข็งห่อนี้ทางห้างได้ผลิตเป็น house brand เป็นของตัวเอง แตกต่างจากทั่วๆ ไปตรงที่เป็นเส้นทำสด ไม่ผ่านการทอด หรืออบ ให้มีรสชาติของน้ำมันมากวนใจ หลังจากผลิตจนได้เป็นเส้น ทางแบรนด์ได้นำเข้ากระบวนการแช่แข็ง เพื่อคงความสดใหม่ของเส้น หากต้องการนำมาประกอบอาหารเพียงนำออกมาคลายความเย็น หรือนำมาล้างน้ำจนเส้นคลายตัว เพียงเท่านี้คุณก็ได้ทานราเมงสไตล์ญี่ปุ่นแล้วค่ะ
วาราบิโมจิ หอมคินาโกะ นุ่มหนึบสไตล์ญี่ปุ่น
วาราบิโมจิ รสคินาโกะ จากแบรนด์ GFC (Geefcee) จากประเทศญี่ปุ่น เนื้อโมจิมีความเหนียวนุ่มหนึบ คลุกเคล้าด้วยผงคินาโกะหอมๆ ตัวขนมถูกตัดเป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ แยกชิ้นออกจากกันได้ง่าย ทำให้สามารถแบ่งละลายตามปริมาณที่ต้องการใช้ได้สะดวก จะทานเป็นของว่างก็อร่อย หรือเพิ่มความพิเศษให้เมนูของหวานด้วยการนำไปท็อปปิ้งบนไอศกรีม น้ำแข็งไส หรือขนมหวานต่างๆ ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว
วิธีรับประทาน :
• นำออกมาละลายที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที (ขึ้นอยู่กับปริมาณและอุณหภูมิห้อง)
• เมื่อวาราบิโมโจคลายความเย็นแล้ว เนื้อมสัมผัสจะมีความนุ่มหนึบ เพียงเท่านี้ก็สามารถรับประทานได้เลยค่ะ
การเก็บรักษา :
• ควรเก็บแช่งแข็งในอุณหภูมิ -18°C
• หลังจากแบ่งสินค้าแล้ว ควรรีบนำกลับเข้าช่องแช่แข็งทันที
• ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันอากาศเข้า
• ไม่ควรวางสินค้าไว้นอกตู้แช่แข็งเป็นเวลานาน
กรณีสินค้าละลายแล้ว (Defrost) :
• หากมีการนำสินค้าออกมาละลายแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 3 วัน
• ควรเก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0–4°C และปิดภาชนะให้สนิท
ข้อควรระวัง :
• ไม่ควรละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะอาจทำให้เนื้อสัมผัสและคุณภาพสินค้าเปลี่ยนจากเดิม
• หลีกเลี่ยงการเก็บใกล้สินค้าที่มีกลิ่นแรง เนื่องจากวาราบิโมจิสามารถดูดซับกลิ่นได้ง่าย
• ควรรักษาความสะอาดของภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้แบ่งสินค้า
หมูชาชูสไลซ์แช่แข็ง ความอร่อยง่ายๆ ที่ควรมีติดบ้านคุณ
เติมความอร่อยให้อาหารจานโปรดของคุณด้วยหมูชาชูสไลซ์สไตล์ญี่ปุ่น เราคัดสรรมาเฉพาะเนื้อส่วนท้อง (Belly) ที่มีความมันกำลังดี นำมาผ่านกรรมวิธีการหมักอย่างพิถีพิถันจนรสชาติกลมกล่อมเข้าเนื้อตามสไตล์ญี่ปุ่น
สามารถนำไปทำได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นราเมง, ข้าวหน้าหมูชาชู, ข้าวหน้าแกงกะหรี่, หรือเมนูไทยๆ อย่างผัดผัก, ผัดกะเพรา, ต้มยำ ก็อร่อยได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังสามารถนำมาทานคู่กับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบง่ายๆ ช่วยเพิ่มความครบเครื่องในมื้อเร่งรีบของคุณได้เป็นอย่างดีค่ะ
เส้นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในคนญี่ปุ่น
อุด้ง ถือเป็นเมนูเส้นยอดนิยมชนิดหนึ่งของชาวญี่ปุ่น ทำมาจากแป้งสาลี มีลักษณะเป็นเส้นหนา ยาว มีสีขาว สามารถทานได้ทั้งร้อนและเย็น มีรสชาติเหนียว นุ่ม เวลาเคี้ยวเส้นจะเด้ง ทำให้เป็นที่นิยมทั้งในเด็กและผู้ใหญ่
วาราบิโมจิ บราวน์ ชูก้า ขนมหวานญี่ปุ่นที่หลายๆคนต่างติดใจ
วาราบิโมจิ บราวน์ ชูก้า เนื้อโมจิมีความเหนียวนุ่มหนึบ มีส่วนผสมของน้ำตาลทรายแดง (Kokuto) และคลุกเคล้าผงคินาโกะ รสชาติมีความหวานละมุนลิ้น ตัวขนมถูกตัดเป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ ทำให้แบ่งทานได้สะดวก ไม่ว่าจะทานเป็นของว่างคู่กับชาร้อนๆ หรือเพิ่มความพิเศษให้เมนูของหวานด้วยการนำไปท็อปปิ้งบนไอศกรีม น้ำแข็งไส หรือขนมหวานต่างๆ ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว
วิธีรับประทาน :
• นำออกมาละลายที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที (ขึ้นอยู่กับปริมาณและอุณหภูมิห้อง)
• เมื่อวาราบิโมโจคลายความเย็นแล้ว เนื้อมสัมผัสจะมีความนุ่มหนึบ เพียงเท่านี้ก็สามารถรับประทานได้เลยค่ะ
การเก็บรักษา :
• ควรเก็บแช่งแข็งในอุณหภูมิ -18°C
• หลังจากแบ่งสินค้าแล้ว ควรรีบนำกลับเข้าช่องแช่แข็งทันที
• ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันอากาศเข้า
• ไม่ควรวางสินค้าไว้นอกตู้แช่แข็งเป็นเวลานาน
กรณีสินค้าละลายแล้ว (Defrost) :
• หากมีการนำสินค้าออกมาละลายแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 3 วัน
• ควรเก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0–4°C และปิดภาชนะให้สนิท
ข้อควรระวัง :
• ไม่ควรละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะอาจทำให้เนื้อสัมผัสและคุณภาพสินค้าเปลี่ยนจากเดิม
• หลีกเลี่ยงการเก็บใกล้สินค้าที่มีกลิ่นแรง เนื่องจากวาราบิโมจิสามารถดูดซับกลิ่นได้ง่าย
• ควรรักษาความสะอาดของภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้แบ่งสินค้า
อร่อยเข้มข้นถึงเครื่องเทศ! ชาชูสูตรลับที่ร้านอาหารญี่ปุ่นเลือกใช้
หมูชาชูสไลซ์ คือหัวใจของเมนูญี่ปุ่นสายอบอุ่น ไม่ว่าจะเป็นราเมง ดงบุริหรือข้าวหน้าหมู สูตรดั้งเดิมจะนำหมูสามชั้นหรือหมูส่วนสันคอไปตุ๋นช้า ๆ ในน้ำซอสโชยุ มิริน และน้ำตาล จนได้เนื้อหมูนุ่ม ฉ่ำ แทรกด้วยมันที่ละลายในปาก ผ่านการปรุงรสและสไลซ์มาเรียบร้อย ชิ้นสวยสม่ำเสมอ แช่แข็งทันทีเพื่อคงรสชาติและความชุ่มฉ่ำ เหมาะทั้งร้านอาหารญี่ปุ่น คาเฟ่ฟิวชัน ไปจนถึงร้านเดลิเวอรีที่ต้องการความเร็วแต่ไม่ลดคุณภาพ เป็นทางเลือกที่สะดวกสบายสำหรับผู้ที่ต้องการรังสรรค์เมนูอาหารสไตล์ญี่ปุ่นที่บ้านได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องเสียเวลาตุ๋นหมูเป็นชั่วโมง แต่ได้ฟีลเหมือนเคี่ยวเองหลังร้าน
ข้อมูลจำเพาะของสินค้า
• ขนาด 1 กิโลกรัม (ประมาณ 60 แผ่น) : (เส้นผ่านศูนย์กลาง 7.5–8.5 ซม. / ความหนา 2.5–3.5 มม.)
วิธีการใช้งานและการเก็บรักษา
• การเตรียมและอุ่นร้อน
- การละลาย : ควรนำชาชูออกมาละลายน้ำแข็งในปริมาณที่ต้องการรับประทานแต่ละครั้ง
• การอุ่นร้อน:
- วิธีง่ายที่สุด: เพียงแค่นำออกมาละลายและอุ่นร้อนก็พร้อมเสิร์ฟได้ทันที (การอุ่นในไมโครเวฟ 1-2 นาที) เพื่อเพิ่มความหอม สามารถนำไปจี่บนกระทะหรือใช้เบิร์นเนอร์เผาผิวเล็กน้อยหลังการละลาย เพื่อให้ได้กลิ่นหอมของการย่าง เหมือนที่ร้านราเมง
• การเก็บรักษา
- ต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิต่ำกว่า -18 องศาเซลเซียส ตลอดเวลา มักมีอายุประมาณ 6 เดือน ถึง 10 เดือนนับจากวันผลิต เมื่อเก็บในช่องแช่แข็งตามกำหนด
คำแนะนำ : เมื่อนำออกมาละลายแล้วควรรับประทานให้หมดโดยเร็ว ไม่ควรนำไปแช่แข็งซ้ำ
เมนูแนะนำ
ชาชูสไลซ์แช่แข็งเป็นวัตถุดิบอเนกประสงค์ที่สามารถใช้ได้หลากหลาย :
• ราเมง : วางบนเส้นร้อน ๆ เป็นท็อปปิ้งหลักที่ขาดไม่ได้สำหรับราเมงทุกประเภท
• ข้าวหน้าชาชู : วางบนข้าวสวยร้อน ๆ แล้วราดด้วยราดซอส เพิ่มไข่ออนเซ็น
• เครื่องเคียง : หั่นพอดีคำ เสิร์ฟกับต้นหอมและงาขาว ทานคู่กับสาเกหรือเบียร์
เคล็ดลับความอร่อยของ "ชาชูสไตล์ญี่ปุ่น"
• หัวใจของชาชูที่อร่อยตามแบบฉบับญี่ปุ่นอยู่ที่การปรุงรสชาติที่ลุ่มลึกและเนื้อสัมผัสที่นุ่มชุ่มฉ่ำ
• ส่วนผสมหลักของน้ำซอส : ประกอบด้วย ซีอิ๊วญี่ปุ่น (โชยุ), สาเก, มิริน, และน้ำตาลเล็กน้อย รสชาติที่ได้จะมีความเค็มหวานกลมกล่อม มีกลิ่นหอมของสาเกและมิริน
• เทคนิคการม้วน: การม้วนเนื้อหมูก่อนนำไปตุ๋น ทำให้ไขมันแทรกตัวอยู่ทั่วชิ้นเนื้อ เมื่อสไลซ์ออกมาจะได้เนื้อที่มีลายสวยงามและสัดส่วนของเนื้อ/ไขมันที่พอดีในแต่ละชิ้น
• การย่าง/จี่ก่อนตุ๋น : การนำไปจี่บนกระทะหรือย่างก่อนนำไปตุ๋น ช่วยให้เกิดปฏิกิริยา Maillard ซึ่งสร้างกลิ่นหอมและรสอูมามิที่เข้มข้นขึ้นในเนื้อหมู และช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ภายใน
หากแป้งขนมปังคือโครงสร้างที่แข็งแรง แป้งสาลีฮาร์ท (Heart Wheat Flour) จากแบรนด์ นิปปุ่น (Nippn) ก็คือตัวแทนของความอ่อนนุ่มและประณีต แป้งตัวนี้เป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มเชฟทำขนมว่าเป็นแป้งเค้กคุณภาพสูง (Soft Flour) ที่มีความละเอียดเป็นพิเศษ ผลิตด้วยมาตรฐานระดับพรีเมียมจากญี่ปุ่นเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่เบาและนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ความโดดเด่นที่ทำให้แตกต่างจากแบรน์อื่นๆ คือค่าโปรตีนที่ต่ำเพียง 8.1% และค่าเถ้า (Ash) ที่ต่ำมากเพียง 0.35% ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกว่าเนื้อแป้งมีความบริสุทธิ์สูงมาก ขาวสะอาด และละเอียดลออเป็นเนื้อเดียว ส่งผลให้ขนมที่ได้มีสีสวยสม่ำเสมอและมีเนื้อสัมผัสที่เบาราวกับปุยเมฆ (Fluffy) แป้งชนิดนี้ยังมีความสามารถในการผสมเข้ากับส่วนผสมอื่นได้ง่ายมาก ลดโอกาสการเกิดก้อนแป้ง ทำให้เนื้อขนมเนียนนุ่มจนแทบละลายในปาก
สำหรับเมนูที่ต้องการความนุ่มนวลระดับสูงสุด แป้งนี้คือทางเลือกที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็น
• เค้กไข่ญี่ปุ่น (Japanese Sponge Cake): ที่ต้องการความนุ่ม ฟู และสปริงตัวสวย
• ชิฟฟอนเค้ก (Chiffon Cake): เพื่อเนื้อสัมผัสที่เบาหวิวและเนียนละเอียด
• เทมปุระ (Tempura): หากนำไปผสมสำหรับทอด จะช่วยให้แป้งบางกรอบและไม่อมน้ำมัน
• ขนมไข่ หรือ คุกกี้เนื้อนุ่ม: ที่ต้องการความละเอียดเป็นพิเศษ
เคล็ดลับที่จะช่วยให้ขนมออกมาสมบูรณ์แบบคือ การร่อนแป้งตราหัวใจก่อนนำไปผสม เพราะความละเอียดสูงของแป้งอาจทำให้เกิดการอัดตัวได้ง่าย การร่อนจะช่วยเพิ่มอากาศให้เนื้อขนมฟูยิ่งขึ้น และควรเก็บรักษาในที่แห้งสนิท หลีกเลี่ยงความชื้นเพื่อรักษาความนุ่มนวลของเนื้อแป้งให้คงที่อยู่เสมอ
เปลี่ยนมื้อขนมธรรมดาที่บ้านให้กลายเป็นความพิเศษ ด้วยวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันนี้ จะช่วยส่งต่อความสุขผ่านรสสัมผัสที่นุ่มละมุนในแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ให้ทุกคนในครอบครัว
มิโซะแดงรสเข้มข้น อุดมด้วยอูมามิ
มิโซะแดงนิยมบริโภคกันมากในภูมิภาคคันโต โทฮกกุ และฮอกไกโด เป็นมิโซะที่ผ่านการหมักเป็นระยะเวลานานจนเนื้อของเต้าเจี้ยวกลายเป็นสีแดงหรือสีนํ้าตาลเข้ม มีกลิ่นฉุน รสชาติออกเค็ม ความพิเศษของมิโซะถุงนี้ คือการผสมน้ำซุปดาชิ หรือน้ำสต๊อคปลา มาเรียบร้อยแล้ว ช่วยให้คุณปรุงน้ำซุปได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะไม่ต้องเริ่มต้นจากการทำน้ำสต๊อค เมนูแนะนำ นิยมใส่เพื่อให้น้ำซุปมีรสจัดๆ อาหารเมนูตุ๋น หม้อไฟ ทำเป็นดิปปิ้งซอส หรือนำมาผัดกับผัก หรือเนื้อสัตว์
"ชูรสชาติราเมงให้อร่อยยิ่งขึ้นด้วยหน่อไม้เมนมะ"
ช่วงฤดูฝนถือเป็นช่วงที่หน่อไม้อร่อยที่สุด เพราะมีรสชาติหวาน กรอบ อวบน้ำ เราจึงได้คัดเลือกหน่อไม้ในฤดูกาลนี้นำมาต้มจนสุกและปรุงรสโชยุเข้มข้นจนเต็มไปด้วยรสชาติอูมามิในสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ทำให้มีเนื้อนิ่มกรอบ ไม่เละหรือกระด้าง หอมกลิ่นน้ำมันงาและถั่วเหลือง เหมาะสำหรับเป็นเครื่องโรยหน้าอาหารในเมนูราเมง อุด้ง และบะหมี่ญี่ปุ่นแบบอื่นๆ, ใส่ในข้าวผัด, ใช้เป็นอาหารเรียกน้ำย่อยหรือเป็นกับแกล้มก็อร่อยไม่แพ้กัน สะดวกและประหยัดเวลามากยิ่งขึ้นเพราะมาในรูปแบบปรุงสุกสำเร็จ ทำให้การทานหน่อไม้อร่อยๆ เป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคนค่ะ
หากพูดถึงเมนูทานเล่นยอดฮิตที่ต้องมีติดโต๊ะเมื่อไปร้านอาหารญี่ปุ่นหรือร้านอิซากายะ เชื่อว่าหลายคนต้องนึกถึง “ทาโกะวาซาบิ” เมนูเคี้ยวเพลินที่โดดเด่นด้วยเนื้อปลาหมึกยักษ์หั่นพอดีคำ เนื้อหนึบเด้งและกรุบกรับ คลุกเคล้ากับซอสปรุงรสและวาซาบิแท้ๆ ให้รสชาติเผ็ดหอมขึ้นจมูกเล็กน้อยอย่างเป็นเอกลักษณ์ พร้อมความกลมกล่อมที่ยิ่งเคี้ยวยิ่งอร่อย เติมบรรยากาศอิซากายะให้มื้ออาหารที่บ้านได้ง่ายๆ เพียงละลายน้ำแข็งก็พร้อมรับประทานทันที เหมาะสำหรับเป็นเมนูทานเล่น กับแกล้มคู่เครื่องดื่ม หรือเสิร์ฟในปาร์ตี้กับครอบครัวและเพื่อนฝูง ให้คุณสัมผัสความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องรอไปร้าน
วิธีละลายที่ถูกต้อง (เพื่อเนื้อสัมผัสที่ดีที่สุด)
เนื่องจากสินค้ามีขนาด 1 กก. ไม่แนะนำให้ละลายพร้อมกันทั้งถุง หากทานไม่หมดในครั้งเดียว
• ตัดแบ่งขณะยังแข็ง: ใช้มีดสะอาดตัดแบ่งถุงทาโกะวาซาบิออกมาเฉพาะปริมาณที่จะทานในมื้อนั้น
• ใส่ช่องธรรมดา: แบ่งใส่ถ้วยมีฝาปิด แช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาข้ามคืน เพื่อให้ละลายช้าๆ เนื้อหมึกจะไม่เสียความเด้ง
• ละลายด่วน: นำใส่ถุงซิปล็อกปิดให้สนิท แช่ในน้ำอุณหภูมิห้อง 15-20 นาที (ห้ามนำเข้าไมโครเวฟเด็ดขาด)
• การเก็บส่วนที่เหลือ: รีบนำส่วนที่เหลือเก็บเข้าช่องแช่แข็งทันที (-18°C) ห้ามปล่อยให้ละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งซ้ำ
เพราะจะทำให้หมึกเหนียวและคาวครับ
หากพูดถึงเมนูอาหารญี่ปุ่นที่ครองใจคนทั่วโลกมาอย่างยาวนาน "แกงกะหรี่ญี่ปุ่น" คงเป็นหนึ่งในเมนูยอดนิยมที่หลายคนนึกถึง ด้วยเอกลักษณ์ของซอสแกงกะหรี่ที่มีความเข้มข้น กลมกล่อม หอมเครื่องเทศ และรับประทานง่าย ทำให้เป็นเมนูที่เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย สำหรับผู้ที่ต้องการรสชาติแกงกะหรี่ญี่ปุ่นแบบต้นตำรับ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร โรงแรม ร้านอาหารญี่ปุ่น หรือผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารญี่ปุ่นรับประทานเองที่บ้าน นี่คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่ได้รับความไว้วางใจจากเชฟมืออาชีพในญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
เครื่องแกงกะหรี่กึ่งสำเร็จรูป ชนิดเกล็ด ผลิตจากการผสมผสานของเครื่องเทศคุณภาพดี ผัก และวัตถุดิบที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน จนได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของแกงกะหรี่ญี่ปุ่นแท้ มีความหอมของเครื่องเทศที่ไม่ฉุนจนเกินไป ให้รสเผ็ดระดับกลางที่รับประทานง่าย พร้อมความกลมกล่อมที่ลงตัว เหมาะทั้งสำหรับผู้ที่เริ่มต้นรับประทานแกงกะหรี่ญี่ปุ่นและผู้ที่ชื่นชอบรสชาติแบบดั้งเดิม นอกจากการนำไปทำข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นแล้ว ยังสามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นข้าวแกงกะหรี่หมูทอดทงคัตสึ แกงกะหรี่ไก่ อุด้งแกงกะหรี่ ซอสแกงกะหรี่ราดไก่ทอด โคร็อกเกะ หรือเมนูฟิวชันต่างๆ ที่ต้องการความหอมเข้มข้นของซอสแกงกะหรี่ญี่ปุ่น จึงเหมาะสำหรับร้านอาหารที่ต้องการควบคุมต้นทุนและรักษามาตรฐานรสชาติให้คงที่ในทุกจาน ช่วยประหยัดเวลาในการเตรียมอาหาร และสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้อย่างสม่ำเสมอ
ขั้นตอนการทำ
• ตั้งกระทะหรือหม้อหนา เติมน้ำมันพืชให้ร้อน นำเนื้อสัตว์และผักที่หั่นขนาดพอดีคำลงไปผัดให้เข้ากันจนสุกได้ที่
• เติมน้ำเปล่าลงไป ต้มให้เดือด คอยช้อนฟองออก และเคี่ยวต่อด้วยไฟอ่อน-ปานกลางจนผักและเนื้อสัตว์นุ่ม
• ปิดไฟชั่วคราว แล้วค่อยๆ โรยเครื่องแกงกะหรี่ชนิดเกล็ดลงไป คนให้ละลายจนเข้ากันดี
• เปิดไฟอ่อนอีกครั้ง เคี่ยวต่อหมั่นคนเรื่อยๆ จนน้ำแกงกะหรี่มีความเหนียวข้นหนืดตามต้องการ พร้อมตักราดข้าวสวยร้อนๆ
การทำน้ำซุปดาชิจะเป็นเรื่องง่ายๆ ใช้เวลาเพียง 5 นาที
ทำไมต้องแซลมอนรมควัน Latitude 45 ? สัมผัสความต่างของแซลมอนรมควันระดับโลก
Latitude 45 คือแบรนด์แซลมอนรมควันที่โดดเด่นเรื่องคุณภาพและความพิถีพิถัน โดยคัดสรรปลาจากฟาร์มในประเทศชิลี ณ พิกัดละติจูด 45 องศาใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์และเย็นจัดที่สุดในโลก กระแสน้ำที่เย็นจัดนี้เองที่ช่วยให้แซลมอนสะสมไขมันและ Omega-3 ได้ดีกว่าปกติ ส่งผลให้เนื้อปลามีความนุ่มละมุน ลายไขมันแทรกสวยงาม และมีระบบนิเวศที่สมบูรณ์เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของ Atlantic Salmon จนได้เนื้อที่แน่น สีสีสดสวยธรรมชาติ
ความพิเศษที่เหนือกว่าคือหลักการ "รมควันสดภายใน 24 ชั่วโมง" ซึ่งแตกต่างจากแซลมอนรมควันทั่วไปที่มักใช้ปลาแช่แข็งมาแปรรูป แต่ Latitude 45 เลือกใช้ปลาที่เพิ่งขึ้นจากน้ำ (Fresh, never frozen) เข้าสู่กระบวนการรมควันทันทีภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อล็อคความสดใหม่ไว้ให้ถึงมือคุณ วิธีนี้ช่วยรักษาโครงสร้างกล้ามเนื้อปลาไม่ให้ถูกทำลายจากเกล็ดน้ำแข็ง ผลลัพธ์ที่ได้คือเนื้อสัมผัสที่ 'เด้ง' และ 'ฉ่ำ' ราวกับทานปลาสด แต่ได้ความหอมกรุ่นจากการรมควันไม้ธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
สัมผัสประสบการณ์การทานที่สะดวกและพรีเมียม
ด้วยเนื้อปลาแซลมอนรมควันชนิดพร้อมรับประทานที่ผ่านการคัดเกรดอย่างดี :
• การตัดสไลซ์ : หั่นสไลซ์บางสม่ำเสมอขนาด 2.5-3.0 มม.
• ขนาดบรรจุ : ในแพ็ค จำนวน 40-42 ชิ้นโดยประมาณ โดยจัดเรียงเป็นระเบียบบนแผ่นกระดาษรอง ทำให้หยิบใช้งานง่าย เนื้อปลาไม่ติดกันเป็นก้อน
• ความเป็นธรรมชาติ: เนื้อปลาอาจพบส่วนเนื้อสีน้ำตาล (Brown meat) เล็กน้อยตามธรรมชาติของชิ้นปลา ซึ่งเป็นส่วนที่สะสมไขมันและสารอาหารที่มีประโยชน์สูง
สารอาหารที่มากกว่าแค่ความอร่อย
แซลมอนรมควัน Latitude 45 ไม่ใช่แค่เมนูหรู แต่เป็น Superfood สำหรับคนรักสุขภาพ:
• High Protein: โปรตีนสูงถึง 12 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
• Rich in Omega-3 (DHA/EPA): มีสูงถึง 800 มก. ซึ่งช่วยในเรื่องการทำงานของสมอง
ลดการอักเสบ และบำรุงหัวใจ
• Vitamin D: เสริมสร้างกระดูกและภูมิคุ้มกัน (ซึ่งเป็นวิตามินที่หาได้ยากจากอาหารทั่วไป)
รสชาติที่ลงตัว.. พร้อมทาน
• หอมกลิ่นรมควันไม้ธรรมชาติ กลิ่นชัดแต่สุภาพ ไม่แรง ไม่กลบกลิ่นปลา
• รสนุ่มละมุน เค็มอ่อน ๆ กำลังดี ปรุงรสน้อย ดึงรสหวานธรรมชาติของเนื้อแซลมอนออกมา
• เนื้อแน่น แต่นุ่มลิ้น ไม่แห้ง ไขมันแทรกพอดี ละลายในปาก เคี้ยวแล้วไม่กระด้าง
• รสชาติกลมกล่อม ทานเปล่าอร่อย ไม่จำเป็นต้องปรุงเพิ่ม แต่เข้ากันดีกับเลมอน ครีมชีส หรือผักสด
มาตรฐาน BAP และ Halal
บนบรรจุภัณฑ์มีสัญลักษณ์สำคัญที่ช่วยการันตีความมั่นใจ:
• BAP (Best Aquaculture Practices): เป็นเครื่องหมายระดับสากลที่ยืนยันว่า ฟาร์มนี้รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สวัสดิภาพสัตว์ และมีความปลอดภัยทางอาหารสูงสุด
• Halal Certified: ผ่านการตรวจสอบตามหลักศาสนอิสลาม ทำให้เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคทุกกลุ่ม
"เพราะความสดรอไม่ได้ เราจึงรมควันใน 24 ชั่วโมง เพื่อคำที่ดีที่สุดสำหรับคุณ"
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Yumepirika ถือเป็นพันธุ์ข้าวระดับไฮเอนด์ที่ใช้สุดยอดเทคโนโลยีการเพาะสายพันธุ์ข้าวในฮอกไกโด
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ยูเมะพิริกะ (Yumepirika) จากแบรนด์ โฮคุเรน (Hokuren) เป็นข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์พรีเมียมที่ปลูกในจังหวัดฮอกไกโด ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอากาศหนาวเย็นและดินที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ข้าวมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ถือเป็นข้าวเกรดสูงที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น
ลักษณะเด่นของ Yumepirika
• เมล็ดอวบอ้วน และเงางาม - เมล็ดข้าวมีขนาดปานกลางถึงใหญ่ เมื่อหุงแล้วจะเงางามและมีความหนึบที่โดดเด่น
• เนื้อนุ่มแต่ไม่เละ - ข้าวมีความเหนียวและนุ่มในระดับที่พอดี ไม่ร่วนหรือแข็งเกินไป
• รสหวานธรรมชาติ - มีรสชาติอ่อนๆ และหวานธรรมชาติ แม้ทานเปล่าๆ ก็ยังอร่อย
• กลิ่นหอมพิเศษ - มีกลิ่นหอมที่แตกต่างจากข้าวพันธุ์อื่น
• ปลูกในอากาศหนาวเย็น - อุณหภูมิที่เย็นของฮอกไกโดช่วยให้ข้าวมีคุณภาพดีขึ้นและสามารถเก็บรักษาได้นาน
รางวัลและมาตรฐานคุณภาพ
• Yumepirika ได้รับการรับรองมาตรฐาน 特A (Toku A) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของข้าวญี่ปุ่น
• เป็นข้าวที่ได้รับความนิยมในร้านอาหารระดับพรีเมียมทั่วญี่ปุ่น
• ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลฮอกไกโดให้เป็นข้าวเกรดพรีเมียมของภูมิภาค
เมนูที่เหมาะกับ Yumepirika
เนื่องจาก Yumepirika เป็นข้าวที่มีความเหนียวนุ่มและมีรสหวานในตัว จึงเหมาะกับอาหารที่ต้องการข้าวคุณภาพสูง เช่น
• ข้าวสวย (Cooked Rice) - เมล็ดข้าวสวย เมื่อหุงสุกจะมีความเงาสวย เหมาะสำหรับทานแบบข้าวสวย
• ซูชิ (Sushi) - เมล็ดข้าวเหนียวกำลังดี จับตัวได้ง่าย ไม่แฉะเกินไป
• ข้าวปั้น (Onigiri) - รสชาติหวานธรรมชาติทำให้กินเปล่าๆ ก็อร่อย
• ข้าวญี่ปุ่นธรรมดา (Gohan) - เหมาะสำหรับทานคู่กับปลาย่างหรืออาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
• ข้าวหน้าอาหารทะเล (Kaisendon/Donburi) - ความหนึบของข้าวช่วยเสริมรสชาติของปลาดิบได้ดี
Yumepirika ถือเป็นข้าวที่ให้รสชาติที่ดีที่สุดของฮอกไกโด ถ้าคุณต้องการข้าวที่นุ่ม หอม และมีคุณภาพสูง Yumepirika คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
• ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
• ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
• กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
• ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำเวลาหุงข้าวจะนุ่มไม่กระด้าง
• หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อยๆ คนให้น้ำระเหย
วิธีการเก็บรักษา
• เก็บในที่แห้งและเย็น
• ระวังการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง เพราะข้าวจะแห้งแตกเนื่องจากการระเหยของน้ำในข้าว
• หลีกเลี่ยงการเก็บรักษาใกล้ ผงซักฟอก สเปรย์ปรับอากาศ เครื่องสำอาง และอาหารที่มีกลิ่นแรง เพราะข้าวจะดูดซับกลิ่น
ข้อควรระวัง
• คุณภาพของข้าวจะเปลี่ยนหากโดนความชื้น
• ห้ามวางไว้ใกล้เปลวไฟ เนื่องจากติดไฟง่าย
• ห้ามวางสินค้าอื่นซ้อนทับผลิตภัณฑ์
เปิดประสบการณ์รสชาติของข้าวญี่ปุ่นแท้ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชาแห่งข้าว" ของประเทศญี่ปุ่น ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ค่ะ
ข้าวชิ้นนี้คือ ข้าวโคชิฮิคาริ (Koshihikari) ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ยอดนิยมและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวที่มาจากจังหวัด นีงาตะ (Niigata) ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงด้านคุณภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จังหวัดนีงาตะได้รับพรจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปลูกข้าวชั้นดี เช่น ดินที่อุดมสมบูรณ์จากตะกอนแม่น้ำสำคัญอย่างแม่น้ำชินาโนะ (Shinano River) และแม่น้ำอะงาโนะ (Agano River) รวมถึงมีน้ำบริสุทธิ์จากหิมะที่ละลาย (Snowmelt Water) และที่สำคัญคือ ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน ที่สูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความหวานและรสชาติของข้าว
ข้าวโคชิฮิคาริสายพันธุ์นีงาตะมีจุดเด่นหลัก ๆ ที่ทำให้เป็นที่รักของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
ความเหนียวและหนึบ (Stickiness): มีสัมผัสที่ เหนียวหนึบ (Mochimochi) และยืดหยุ่นกำลังดี ไม่แข็งกระด้าง
ความหวานและอูมามิ (Sweetness & Umami): มีรสหวานตามธรรมชาติที่ชัดเจน และมีรส อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นในทุกเม็ด
กลิ่นหอมและเงางาม: เมื่อหุงสุกแล้วจะมี กลิ่นหอมที่ละมุน และเมล็ดข้าวจะมีความ เงางามเป็นประกาย น่ารับประทาน
ด้วยรสชาติที่โดดเด่นและสมดุล ทำให้ข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะอร่อยมากแม้ว่าจะทานเปล่า ๆ โดยไม่ต้องมีกับข้าวค่ะ นอกจากนี้ยังรักษาความอร่อยไว้ได้ดีแม้จะเย็นลง จึงเหมาะมากสำหรับทำข้าวปั้น โอนิกิริ (Onigiri) หรือใส่ในกล่องข้าวเบนโตะ (Bento)
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
ข้าวโคชิฮิคาริมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่สมดุล ทำให้เข้ากันได้ดีกับอาหารหลากหลายประเภทค่ะ:
ข้าวสวย (Plain White Rice): ทานเปล่า ๆ คู่กับเครื่องเคียงง่าย ๆ อย่างซุปมิโสะ (Miso Soup) และผักดอง (Tsukemono) เพื่อสัมผัสรสชาติแท้ ๆ ของข้าว
ซูชิ (Sushi) และโอนิกิริ (Onigiri): ด้วยความเหนียวหนึบ ทำให้ปั้นได้ง่ายและคงรูปได้ดีเมื่อเย็นลง
เมนูอาหารญี่ปุ่นทั่วไป: เหมาะสำหรับทานคู่กับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด เช่น ปลาย่าง, เทมปุระ (Tempura) หรือข้าวหน้าต่าง ๆ (Donburi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
เพื่อให้ได้ข้าวที่อร่อยที่สุด ควรทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
1. ซาวข้าว (Rinsing): ซาวข้าวอย่างเบามือเพื่อล้างฝุ่นออก เปลี่ยนน้ำประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำเริ่มใส
2. แช่น้ำ (Soaking): แช่ข้าวในน้ำสะอาดทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ในฤดูร้อน หรือ 60 นาที ในฤดูหนาว เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำอย่างเต็มที่
3. หุง (Cooking): หุงตามอัตราส่วนน้ำที่ระบุบนเครื่องหุงข้าว หรือใช้อัตราส่วนข้าว 1 ส่วนต่อน้ำประมาณ 1.1 - 1.2 ส่วน
4. พักข้าว (Steaming): เมื่อหุงเสร็จแล้ว ห้ามเปิดฝา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ไอน้ำระอุและข้าวสุกทั่วถึง ก่อนจะใช้ไม้พายคลุกเบา ๆ ก่อนตักเสิร์ฟค่ะ
ลองนำข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะไปหุงดูสิคะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมข้าวญี่ปุ่นแท้ ๆ ถึงมีเสน่ห์และเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น ที่คุณก็สามารถสร้างสรรค์ความอร่อยนี้ได้ที่บ้านค่ะ
ไส้กรอกอาราบิกิ เนื้อแน่น ฉ่ำ เด้ง สไตล์ญี่ปุ่นแท้
ไส้กรอกอาราบิกิ ไส้กรอกยอดนิยมของญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสด้านในที่ทำจากเนื้อหมูบดหยาบ ทำให้ยังคงความชุ่มฉ่ำและรสชาติของเนื้อหมูได้อย่างเต็มที่ ทุกคำที่เคี้ยวให้ความรู้สึกเนื้อแน่น เต็มคำ ขณะที่หนังด้านนอกกรอบเล็กน้อยและหอมกลิ่นรมควันชวนกิน ไส้กรอกอาราบิกิห่อนี้ผลิตจาก หมูอนามัย ปราศจากสารเร่งเนื้อแดง ปรุงรสด้วยซอสจากแบรนด์ Nihon Shokken แบรนด์ผู้ผลิตซอสอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น ช่วยดึงรสชาติของเนื้อหมูให้อร่อย กลมกล่อมแบบต้นตำรับ เหมาะสำหรับเสิร์ฟเป็นเมนูหลัก เครื่องเคียง หรือของทานเล่น ที่ใครได้ลองก็มักเผลอสั่งซ้ำโดยไม่รู้ตัว
วิธีก่อนปรุง
• นำไส้กรอกออกจากช่องแช่แข็ง
• ละลายน้ำแข็ง โดยแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือวางในอุณหภูมิห้องจนคลายตัว ไม่จำเป็นต้องล้างน้ำ เพียงซับให้แห้งก่อนนำไปปรุง
• สามารถนำไป ย่าง ทอด อบ หรือ ต้ม ได้ทันที
วิธีรับประทาน
ไส้กรอกอาราบิกิ พร้อมอร่อยได้หลายสไตล์ :
• ย่าง : ย่างบนกระทะหรือเตาถ่าน ไฟกลาง กลิ้งไปมาให้ผิวตึง หอมฉ่ำ กรอบนอกนุ่มใน
• ทอด : ทอดด้วยไฟกลาง ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมันเพิ่ม ไขมันจากไส้กรอกจะออกมาเอง หอมแบบไม่ง้อซอส
• อบลมร้อน / อบเตาอบ : อุณหภูมิประมาณ 170–180°C ประมาณ 8–10 นาที เหมาะกับทำหลายชิ้นพร้อมกัน
• ต้ม / ลวก : ต้มในน้ำร้อน (ไม่เดือดจัด) 3–5 นาที แล้วนำไปย่างหรือทอดต่อ เพิ่มความฉ่ำแบบขั้นสุด
แนะนำ: เสิร์ฟคู่มัสตาร์ด ซอสมะเขือเทศ หรือซอสญี่ปุ่น จะยิ่งดึงรสชาติให้อร่อยขึ้นอีกระดับ
เมนูแนะนำ
• อาราบิกิย่างเนยเสียบไม้
• ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น + ไส้กรอกอาราบิกิ
• ไส้กรอกอาราบิกิผัดเนยกระเทียม
• สปาเก็ตตี้ผัดพริกแห้งอาราบิกิ
• สลัดไส้กรอกอาราบิกิย่าง
หากกำลังมองหามิโซะสำหรับทำอาหารญี่ปุ่นอยู่หรือเปล่าคะ
มิโซะขาวนิยมใช้กันมากทางภูมิภาคคันไซและภาคตะวันตกของประเทศญี่ปุ่น รสชาติจะออกหวานนำเค็ม เวลานำมาปรุงเป็นน้ำซุปต้องใช้ปริมาณที่มากเพื่อให้น้ำซุปมีรสชาติเข้มข้น ความพิเศษของมิโซะถุงนี้ คือการผสมน้ำซุปดาชิ หรือน้ำสต๊อคปลา มาเรียบร้อยแล้ว ช่วยให้คุณปรุงน้ำซุปได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะไม่ต้องเริ่มต้นจากการทำน้ำสต๊อค เมนูแนะนำ ซุปมิโซะ หรือทำซอสมิโซะสำหรับเป็นราดเมนูปลา
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Nanatsuboshi ข้าวที่เติบโตท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ของฮอกไกโด
นิยมปลูกมากในฮอกไกโด เมล็ดข้าวอวบ หุงแล้วขึ้นเงา มีความเหนียวปานกลาง และความหวานแบบพอดี ทำให้โดนใจชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก แม้ข้าวจะเย็นแต่ยังคงความนุ่ม หอม อร่อย สามารถทำอาหารได้หลากหลายประเภท แต่จะนิยมนำมาทำเบนโตะและซูชิ
• ลักษณะเมล็ด – เมล็ดข้าวอวบ ขาว หุงขึ้นหม้อ
• รสชาติ – มีรสหวานและยังคงอร่อยแม้จะเย็นแล้ว
• ความเหนียว – ความเหนียวกำลังดี
• เมนูที่เหมาะสม – เบนโตะ และซูชิ
• ความลับของสายพันธุ์ – ถือว่าเป็นข้าวที่มีความสมดุลระหว่างรสชาติกับเนื้อสัมผัสมากที่สุดในสายพันธุ์ข้าวฮอกไกโด เมื่อหุงจนสุกข้าวมีความขาว ความเงา ความหอม ให้รสชาตินุ่มนวล และเคี้ยวอร่อย
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
1. ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
2. ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
3. กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
4. ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำจนอ่อนนุ่ม
5. หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อย ๆ คนให้น้ำระเหย
สัมผัสความอร่อยระดับตำนานส่งตรงจากญี่ปุ่นกับ แกงกะหรี่ก้อนสูตรต้นตำรับที่ครองใจคนทุกเพศทุกวัย ด้วยเอกลักษณ์ความกลมกล่อมที่ไม่เหมือนใครจากการผสานคุณค่าของ "แอปเปิ้ลและน้ำผึ้งธรรมชาติ" ให้รสชาติที่หวานละมุน นุ่มนวล เผ็ดน้อย (ระดับ 1) เหมาะอย่างยิ่งสำหรับทุกคนในครอบครัว ตั้งแต่เด็กๆ ไปจนถึงผู้ใหญ่ที่ชอบรสชาติกลมกล่อมไม่จัดจ้าน มาในขนาดจุใจสูตรพิเศษสำหรับร้านค้าหรือครอบครัวใหญ่ ช่วยให้การรังสรรค์เมนูแกงกะหรี่ญี่ปุ่นจานโปรดของคุณเป็นเรื่องง่ายและอร่อยคงที่ในทุกๆจาน
บรรจุขนาด 1 กิโลกรัม โดยแบ่งเป็น 2 แพ็ก แพ็กละ 500 กรัม สูตรพิเศษสำหรับพ่อบ้านแม่บ้านครอบครัวใหญ่ หรือผู้ประกอบการร้านอาหารและคาเฟ่ แกะใช้สะดวก เก็บรักษาง่าย ช่วยให้การรังสรรค์เมนูโปรดของคุณเป็นเรื่องง่าย ไม่ว่าจะทำทานกี่ครั้ง รสชาติก็เข้มข้น หอม อร่อยคงที่เหมือนมีเชฟญี่ปุ่นมาปรุงให้ถึงบ้าน
วิธีทำ (สำหรับ 50 ที่)
• ผัดวัตถุดิบ: เตรียมเนื้อสัตว์และผักตามต้องการ นำไปผัดกับน้ำมันพร้อมกระเทียมและหอม ประมาณ 3-5 นาที
• เติมน้ำ : ประมาณ 6-7 ลิตร ต้มให้เดือด จากนั้นเคี่ยวต่อด้วยไฟกลาง ประมาณ 20-30 นาที จนส่วนผสมนุ่มได้ที่
• ใส่ก้อนแกงกะหรี่: ปิดไฟชั่วคราว นำก้อนแกงกะหรี่ (หันชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ละลายง่าย) ใส่ลงหม้อ คนให้ละลายจนหมด
• เคี่ยวจนข้น: เปิดไฟอ่อน เคี่ยวต่อประมาณ 10-15 นาที จนน้ำแกงงวดและข้นเหนียวตามต้องการ พร้อมตักราดข้าวสวยร้อนๆ
ไอเดียสร้างสรรค์เมนูจากแกงกะหรี่กล่องนี้
นอกจากจะราดข้าวสวยทานคู่กับหมูทอดทงคัตสึแล้ว แกงกะหรี่สูตรนี้ยังสามารถนำไปดัดแปลงทำเมนูอื่นๆ เช่น:
• อุด้งแกงกะหรี่ญี่ปุ่น: ซดน้ำร้อนๆ เส้นหนึบหนับ
• ข้าวโตเกียวชีสแกงกะหรี่อบ: โรยชีสเยิ้มๆ แล้วนำเข้าเตาอบ
• พายแกงกะหรี่: เมนูทานเล่นสไตล์คาเฟ่
สึยุเข้มข้นสูตรใหม่ อร่อย กลมกล่อมยิ่งขึ้น
หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่โปรดปรานอาหารญี่ปุ่นและชอบที่จะได้ลองทำทานเองที่บ้าน สึยุถือเป็นเครื่องปรุงที่จะช่วยให้การทำอาหารญี่ปุ่นของคุณสะดวกและง่ายดายขึ้นมากเลยทีเดียวค่ะ ในสึยุจะประกอบไปด้วยโชยุ มิริน และดาชิ มักจะใช้เป็นซอสเพื่อรับประทานกับอาหารประเภทเส้นของญี่ปุ่นอย่าง โซบะ โซเมน หรืออุด้ง นอกจากนี้ยังนำไปประกอบเมนูอื่นๆ ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผัดกับผักหรือเนื้อสัตว์เพื่อทำดงบุริ ทำน้ำซุปหม้อไฟ ต้มหัวปลาแบบญี่ปุ่น ทำเป็นซอสเทมปุระก็ได้เช่นกัน
โดย Sanbishi Awase Dashi Tsuyu สูตรใหม่นี้ เป็นดาชิสึยุเข้มข้นถึง 3 เท่า ที่เต็มไปด้วยรสอูมามิจากปลาแห้ง 3 ชนิด ได้แก่ ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล และปลาโบนิโต้ รวมถึงหอยเชลล์และสาหร่าย จนได้รสชาติที่กลมกล่อมยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพียงแค่นำไปผสมน้ำตามอัตราส่วนที่เหมาะสมก็เตรียมรับความอร่อยได้เลยค่ะ
ตัวอย่างอัตราส่วนในการทำเมนูต่างๆ
• ซอส 1: น้ำ 2 สำหรับเมนูบะหมี่เย็น น้ำจิ้มเทมปุระ หรือซอสราดหน้าข้าว (ดงบุริ)
• ซอส 1: น้ำ 4-5 สำหรับเมนูประเภทต้ม เช่น หัวปลาต้มซีอิ๊วแบบญี่ปุ่น
• ซอส 1: น้ำ 5-6 สำหรับเมนูบะหมี่ร้อน
• ซอส 1: น้ำ 7-9 สำหรับเมนูหม้อไฟหรือโอเด้ง
*หมายเหตุ: เพื่อให้ได้รสชาติในแบบที่ชอบ สามารถปรับเปลี่ยนอัตราส่วนได้ตามต้องการค่ะ
ความสดจากทะเล สู่เมนูอาหารจานเด็ดของคุณ
หอยเชลล์แช่แข็ง 2S จากโคบายาชิ เป็นตัวแทนของความสดจากทะเลสู่จานของคุณ แต่ละชิ้นมีขนาด 2S (ประมาณ 20–30 กรัมต่อชิ้น) พอดีคำ ทำให้ปรุงง่ายและทานสะดวก ทำให้ทุกเมนูดูพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นเมนูซาชิมิสดๆ ย่างเนยบนกระทะร้อน หรือผัดกับผักและซอสสไตล์ฟิวชัน หอยเชลล์ทุกชิ้นถูก แช่แข็งทันทีหลังจับจากทะเล รักษาความสดใหม่และรสชาติอร่อยตามธรรมชาติ ได้คุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมด้วยโปรตีน ไขมันต่ำ ดีต่อสุขภาพหัวใจและกล้ามเนื้อ เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่และเชฟมือโปร อยากทำอาหารญี่ปุ่นพรีเมียม หรือเมนูยุโรปฟิวชันก็ง่าย เพียงละลายน้ำแข็ง ปรุงรส แล้วเพลิดเพลินกับรสหวานจากทะเลได้ทันที
วิธีทาน
• ซาชิมิ: ละลายน้ำแข็ง ทานสดพร้อมซอสโชย
• ย่างเนย: โรยเกลือ พริกไทย ย่างบนกระทะร้อน ๆ
• ผัดกับผัก / พาสต้า: ใช้หอยเชลล์ผัดกับกระเทียมและผัก หรือใส่พาสต้าซีฟู้ด
• เมนูฟิวชัน: สลัดซีฟู้ด, ซุปครีมหอยเชลล์
แนะนำอาหาร
• จับคู่กับไวน์ขาว, ซอสเนยกระเทียม หรือสลัดสด
• ใช้ในอาหารญี่ปุ่น เช่น ซูชิ, ซาชิมิ, ย่างบนเตาถ่าน
• ทำเป็นอาหารฝรั่ง: พาสต้า, สตูว์, หรือสลัดซีฟู้ด
ดื่มด่ำความสดชื่นจากธรรมชาติ ด้วยน้ำแอปเปิลแท้ 100% หอม หวาน สดชื่น ทุกหยด!
น้ำแอปเปิลแท้ 100% จากเมืองอาโอโมริ (AOMORI) ได้รับรางวัลจากญี่ปุ่น 10 ปีซ้อน โดยใช้แอปเปิลแดง 3 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์โจนาโกลด์ สายพันธุ์ฟูจิ และสายพันธุ์โอริน โดยไม่ใส่ส่วนผสมอื่นๆ มีรสหวานตามธรรมชาติและรสเปรี้ยวที่เข้ากันอย่างลงตัว รสชาติจะอร่อยยิ่งขึ้นเมื่อแช่เย็น หรือเสิร์ฟพร้อมน้ำแข็ง ส่วนผสมเป็นแอปเปิล 100% ไม่แต่งสี ไม่ใส่สารกันบูด ไม่ใส่สารเคมี ไม่เติมน้ำตาล รับรองว่าอร่อย สดชื่น และมีประโยชน์ต่อสุขภาพแน่นอนค่ะ
** ไม่เติมน้ำตาล / ไม่ใส่สีผสมอาหาร **
เส้นโซบะแช่แข็งคุณภาพจากประเทศญี่ปุ่น ผลิตจากแป้งบัควีทผสมแป้งสาลี คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพและผลิตด้วยกรรมวิธีแบบญี่ปุ่น เพื่อให้ได้เส้นโซบะที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวของบัควีท สีเส้นน้ำตาลธรรมชาติ และเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มกำลังดี จากนั้นจึงแช่แข็งทันทีหลังการผลิตเพื่อคงความสดใหม่ รสชาติ และคุณภาพของเส้นไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพียงนำไปลวกในน้ำเดือดประมาณ 1–2 นาที ก็พร้อมรับประทาน เหมาะสำหรับทั้งเมนูโซบะเย็น โซบะน้ำซุปร้อน รวมถึงเมนูฟิวชันต่าง ๆ สามารถรับประทานคู่กับเทมปุระ เนื้อย่าง หรือผักนานาชนิดได้อย่างลงตัว ให้คุณสัมผัสรสชาติของโซบะต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ได้ง่าย ๆ ที่บ้านในทุกมื้ออาหาร
วิธีรับประทาน / วิธีใช้ :
สามารถปรุงได้ทั้งแบบร้อนและแบบเย็น โดยไม่ต้องละลายน้ำแข็งล่วงหน้า
แบบร้อน (Kake Soba):
• ต้มน้ำในหม้อใบใหญ่ให้เดือดจัด ใส่เส้นโซบะแช่แข็งลงไปทั้งก้อน
• ใช้ไฟแรงต้มประมาณ 30 วินาที พร้อมใช้ตะเกียบคลี่เส้นให้กระจายตัวเบาๆ จากนั้นตักขึ้นสะเด็ดน้ำ
• นำเส้นใส่ชาม ราดด้วยน้ำซุปร้อนๆ เติมท็อปปิ้งตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ
แบบเย็น (Zaru Soba):
• ต้มน้ำให้เดือดจัด ใส่เส้นโซบะแช่แข็งลงไป
• ใช้ไฟแรงต้มประมาณ 1 นาที จากนั้นตักเส้นขึ้นแช่ในน้ำเย็นจัดทันที (ประมาณ 1-2 นาที) เพื่อให้เส้นรัดตัวและเหนียวนุ่ม
• สะเด็ดน้ำให้แห้ง จัดใส่จาน ทานคู่กับซอสซึยุเย็น ต้นหอมซอย และวาซาบิ
เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นร้านข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นระดับพรีเมียมด้วย เครื่องแกงกะหรี่ก้อนสำหรับงานร้านอาหารและธุรกิจอาหารจากประเทศญี่ปุ่น ให้รสชาติกลมกล่อม เข้มข้น หอมเครื่องเทศ พร้อมความละมุนจากการผสานรสชาติของเครื่องเทศและความหวานจากผักอย่างลงตัว มาพร้อมกับความเผ็ดระดับ 3 (เผ็ดน้อย-ปานกลาง) จึงเหมาะกับผู้บริโภคส่วนใหญ่ สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย ทั้งแกงกะหรี่เนื้อ หมู ไก่ ซีฟู้ด หรือประยุกต์เป็นซอสสำหรับเมนูทอดต่าง ๆ ได้อย่างมืออาชีพ บรรจุภัณฑ์ขนาด 1 กิโลกรัม คุ้มค่า เหมาะสำหรับ ครอบครัวใหญ่ ร้านอาหาร โรงแรม ร้านอาหารญี่ปุ่น อร่อยทานง่าย ถูกปากทุกคนในแน่นอน
วิธีทำ (สำหรับ 50 ที่)
• ผัดวัตถุดิบ: เตรียมเนื้อสัตว์และผักตามต้องการ นำไปผัดกับน้ำมันพร้อมกระเทียมและหอม ประมาณ 3-5 นาที
• เติมน้ำ : ประมาณ 6-7 ลิตร ต้มให้เดือด จากนั้นเคี่ยวต่อด้วยไฟกลาง ประมาณ 20-30 นาที จนส่วนผสมนุ่มได้ที่
• ใส่ก้อนแกงกะหรี่: ปิดไฟชั่วคราว นำก้อนแกงกะหรี่ (หันชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ละลายง่าย) ใส่ลงไปในหม้อ คนให้ละลายจนหมด
• เคี่ยวจนข้น: เปิดไฟอ่อน เคี่ยวต่อประมาณ 10-15 นาที จนน้ำแกงงวดและข้นเหนียวตามต้องการ พร้อมตักราดข้าวสวยร้อนๆ
เมนูแนะนำจากแกงกะหรี่กล่องนี้
• ข้าวแกงกะหรี่หมูทอดคัตสึ: เมนูคลาสสิก ข้าวสวยร้อนๆ ท็อปด้วยหมูชุบแป้งทอดกรอบๆ ราดซสแกงกะหรี่เข้มข้น
• อุด้งแกงกะหรี่: นำซุปแกงกะหรี่ไปเจือจางด้วยน้ำซุปดาชิเล็กน้อย ราดบนเส้นอุด้งเหนียวนุ่ม
• ข้าวห่อไข่ราดซอสแกงกะหรี่: เพิ่มความหรูหราละมุนละไมด้วยไข่ข้นลาวา
• ขนมปังไส้แกงกะหรี่: นำซอสแกงกะหรี่ที่เหลือไปทำเป็นไส้ขนมปังแล้วนำไปชุบเกล็ดขนมปังทอด
เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้มีกลิ่นอายญี่ปุ่นด้วย เต้าหู้ทอดเนื้อนุ่มฟูที่ผ่านการปรุงรสอย่างกลมกล่อม ให้รสชาติหวานเค็มหอมละมุนแบบสไตล์ญี่ปุ่น พร้อมผิวสัมผัสที่สามารถซึมซับน้ำปรุงรสได้ดี เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนำมาห่อข้าวซูชิเป็น " อินาริซูชิ " เมนูยอดนิยมที่ทำได้ง่ายและอร่อยลงตัว หรือจะนำไปใส่ในอุด้ง ข้าวหน้า เมนูต้ม ผัด หรือหั่นเป็นชิ้นเพิ่มลงในเมนูต่างๆ ก็ช่วยเติมทั้งรสชาติและเนื้อสัมผัสให้อาหารน่าสนใจยิ่งขึ้น เปิดซองก็พร้อมนำไปใช้ ช่วยประหยัดเวลา ไม่ต้องทอดหรือปรุงรสเต้าหู้เอง เหมาะทั้งสำหรับทำอาหารรับประทานที่บ้านและใช้เป็นวัตถุดิบในร้านอาหารญี่ปุ่น ให้ทุกมื้ออร่อยง่าย สะดวก และได้รสชาติแบบญี่ปุ่น
วิธีการรับประทาน:
• นำสินค้าออกจากช่องแช่แข็ง มาพักไว้ในอุณหภูมิปกติเพื่อให้คลายความเย็น จากนั้นสามารถเปิดถุงและนำไปใช้งานได้ทันที เช่น นำมาใส่ข้าวญี่ปุ่นปรุงรสเป็นซูชิหน้าอินาริ หรือใช้ประกอบในเมนูเส้นและเมนูซุปต่างๆ
เมนูยอดนิยมจากอินาริเต้าหู้ทอดปรุงรส
• อินาริซูชิ – เมนูยอดฮิต นำเต้าหู้ทอดรสกลมกล่อม ยัดไส้ด้วยข้าวญี่ปุ่นปรุงรสเปรี้ยวหวานกำลังดี
• อุด้งหน้าเต้าหู้ทอด(คิสึเนะอุด้ง) – เสิร์ฟเต้าหู้ทอดชิ้นโตนุ่มฉ่ำน้ำซุป บนเส้นอุด้งเหนียวนุ่มในน้ำซุปดาชิร้อนๆ
• บะหมี่เย็นหรือโซบะ – เพิ่มความสดชื่นด้วยเมนูเส้นเย็น ทานคู่กับเต้าหู้หวานรสชาติเข้ากันอย่างลงตัว
• เต้าหู้ทอดสอดไส้ข้าวปั้นปูอัดมายองเนส – ความอร่อยด้วยการยัดไส้ข้าวคลุกปูอัดและน้ำสลัดครีมมี่เพิ่มความฟิน
• ราเมงซุปโชยุ – เติมเต้าหู้ทอดปรุงรสลงในชามราเม็งร้อนๆ เพื่อให้น้ำซุปซึมเข้าเนื้อเต้าหู้ เพิ่มความอร่อยในทุกคำ
สัมผัสตำนานความอร่อยจากญี่ปุ่น... ซุปหูฉลามเข้มข้นสไตล์เสฉวน
เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นมื้อสุดหรูระดับภัตตาคารง่ายๆ ที่บ้านคุณ! ด้วยซุปหูฉลามแท้ที่คัดสรรวัตถุดิบจาก เมืองเคเซนนุมะ จังหวัดมิยางิ แหล่งหูฉลามอันดับ 1 ของญี่ปุ่นที่ทั่วโลกยอมรับ มาในสูตรสไตล์เสฉวน ที่โดดเด่นด้วยรสชาติกลมกล่อม หอมน้ำมันงา และมีความเผ็ดปลายลิ้นเบาๆ จากโต้วปั้นเจี้ยว (เต้าเจี้ยวพริก) ช่วยชูรสให้ทานสนุกและไม่เลี่ยน
จุดเด่นที่คุณต้องลอง:
• จุดเด่น : หูฉลามแท้จากเมืองเคะเซนนุมะ จังหวัดมิยางิ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตหูฉลามที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น
• รสชาติ : สูตรเสฉวน ที่มีความหอมของเครื่องเทศและโต้วปั้นเจี้ยว ให้รสชาติเผ็ดนิดๆ กลมกล่อมลุ่มลึก
• คอลลาเจน : มีคอลลาเจนสูงถึง 2,800 มิลลิกรัม ช่วยบำรุงผิวพรรณและข้อต่อในชามเดียว
• คุณภาพพรีเมียม : ใช้เทคโนโลยี Retort Pouch คงความสดและสารอาหารครบถ้วนโดยไม่ใส่วัตถุกันเสีย
• ความคุ้มค่า : 1 ซอง ขนาด 200 กรัม เป็นสูตรเข้มข้น สามารถทำทานได้ถึง 3-4 คน
วิธีทำง่ายๆ ใน 5 นาที :
• ฉีกซองแล้วเทเนื้อซุปเข้มข้นทั้งหมดลงในหม้อ
• เติมน้ำสะอาดหรือน้ำร้อนปริมาณ 400 มล. (หรือประมาณ 2 ถ้วยตวง) หรือน้ำร้อน (ปรับปริมาณตามความชอบ)
• คนให้ส่วนผสมเข้ากันดี เร่งไฟให้แรงขึ้น ตั้งหม้อจนน้ำซุปเริ่มเดือด
• ตอกไข่ไก่ 1 ฟอง ตีพอแตก (เหมือนทำไข่เจียว) เมื่อซุปเดือดพล่าน ให้ค่อยๆ เทไข่ลงไปเป็นสายเล็กๆ
• ใช้ตะเกียบหรือทัพพีคนเบาๆ วนไปทางเดียวกัน เพื่อให้ไข่กระจายตัวเป็นเส้นฝอยสวยงาม ไม่จับตัวเป็นก้อน
• พอไข่สุกได้ที่แล้ว ให้ปิดไฟทันที ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟขณะร้อนๆ
เคล็ดลับความอร่อย
• จิ๊กโฉ่ว (Black Vinegar): เหยาะจิ๊กโฉ่วลงไปเล็กน้อยตอนจะทาน ความเปรี้ยวของมันจะไปตัดเลี่ยนและดึงรสหวานของหูฉลามให้เด่นชัดขึ้น
• พริกไทยขาวป่น: แนะนำให้ใช้พริกไทยขาวแท้ป่นละเอียด โรยหน้าก่อนเสิร์ฟเพื่อเพิ่มความร้อนแรงแบบนุ่มนวล
• น้ำมันพริกรายู (Layu): เนื่องจากเป็นซุปสไตล์เสฉวน การหยดน้ำมันพริกญี่ปุ่นลงไปสัก 2-3 หยดจะช่วยเพิ่มสีสันและกลิ่นหอมที่เย้ายวนใจ
• โรยหน้าด้วยผักชีหรือต้นหอมซอย: ความสดของผักสีเขียวจะช่วยตัดรสเข้มข้นของซุปทำให้ทานได้คล่องคอขึ้น
• ทานคู่กับข้าวกรอบ: ลองทานคู่กับข้าวตังหรือข้าวพอง(Okaki) จะได้มิติการทานที่สนุกขึ้นจากความกรอบที่ชุ่มไปด้วยน้ำซุป
"ความอร่อยระดับเชฟญี่ปุ่น ในราคาที่ใครก็เอื้อมถึง... อิ่ม อร่อย และได้ผิวสวยไปพร้อมกัน!"
“น้ำส้มสายชูแดง” หรือ Akazu (อากาสึ) เป็นวัตถุดิบชั้นสูงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานในประเทศญี่ปุ่น กำเนิดขึ้นในสมัยเอโดะ จากการนำกากสาเกมาหมักบ่มนานถึง 3 ปี จนได้น้ำส้มสายชูสีแดงเข้มที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์และรสชาติกลมกล่อม ซึ่งเชฟซูชินิยมนำมาปรุงรสข้าวเพื่อช่วยถนอมอาหารและขับรสชาติของวัตถุดิบสดให้อร่อยยิ่งขึ้น
ปัจจุบันภูมิปัญญาดั้งเดิมนี้ถูกนำมาต่อยอดเป็น ซอสปรุงรสผสมน้ำส้มสายชูแดง สูตร 2 ที่พัฒนาปรับรสชาติให้นุ่มนวลและกลมกล่อมยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่ม Fiber (ไฟเบอร์) ที่ช่วยให้เมล็ดข้าวเรียงตัวสวย กระจายตัวได้ดีในปาก และนุ่มละมุน ให้เนื้อสัมผัสราวกับเชฟระดับมืออาชีพมาปั้นเองกับมือ ใช้งานง่ายเหมาะสำหรับทั้งครัวเรือนและร้านอาหาร เพียงนำไปผสมกับข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ ก็พร้อมเสิร์ฟทันทีโดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม ช่วยให้เม็ดข้าวนุ่ม เงางาม หอมละมุน พร้อมมอบรสชาติหวานอมเปรี้ยวและกลมกล่อมด้วยอูมามิที่เป็นเอกลักษณ์ของ Akazu ช่วยชูรสชาติของปลาสดและวัตถุดิบพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นแซลมอน ทูน่า หรือโฮตาเตะ ได้อย่างโดดเด่น ให้คุณสร้างสรรค์เมนูซูชิคุณภาพระดับร้านโอมากาเสะได้ง่าย ๆ สะดวก รวดเร็ว และอร่อยเป๊ะแบบมืออาชีพ!
คุณสมบัติและประโยชน์
• ช่วยให้ข้าวแตกตัวและกระจายตัวในปาก
• น้ำส้มซูชิช่วยควบคุมโครงสร้างข้าว ไม่ใช่แค่รสชาติ (ชะลอการแข็งตัวของข้าว)
• รักษาความอร่อยของข้าวได้นานขึ้น
• ช่วยให้คุณภาพซูชิสม่ำเสมอ แม้เก็บเย็น
• ยกระดับประสบการณ์การกิน
• สนับสนุนซูชิมืออาชีพ
• คุณภาพสม่ำเสมอและเป็นพันธมิตรของคุณภาพข้าว
ขั้นตอนการทำข้าวซูชิ
• หุงข้าวญี่ปุ่นให้สุกตามปกติ
• ขณะที่ข้าวสุกยังร้อนๆ ให้ตักข้าวใส่ชาม(หากเป็นอ่างไม้สำหรับผสมข้าวซูชิจะดียิ่งขึ้น)
• เท ซอสปรุงรสผสมน้ำส้มสายชูแดง ลงบนข้าวร้อนๆ
(สัดส่วนแนะนำ: ซอสประมาณ 10-15% ของน้ำหนักข้าวสุก หรือปรับตามความชอบ)
• ใช้ทัพพีพัด/ตัดข้าวเบาๆ ในแนวเฉียง เพื่อให้ซอสซึมเข้าเนื้อข้าวอย่างทั่วถึงโดยไม่ทำให้เม็ดข้าวบดขยี้
• พัดให้ข้าวเย็นลงจนถึงอุณหภูมิห้อง ก่อนนำไปปั้นซูชิ หรือทำข้าวหน้าต่างๆ
คำแนะนำ
• เก็บรักษาในอุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส และพ้นจากแสงแดด
• หลังจากเปิดขวดแล้ว ควรเก็บแช่ในตู้เย็น
• ผลิตภัณฑ์อาจมีตะกอนจากวัตถุดิบ ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติไม่มีผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์
มิโซะรสชาติกลมกล่อม ทำเมนูไหนก็ง่าย
HonmonoNippon ได้นำเข้ามิโซะจากแบรนด์ Hikari แบรนด์ผลิตมิโซะอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น! โดยมิโซะตัวนี้ได้ผ่านการรับรองว่าเป็นสินค้าออร์แกนิค เริ่มตั้งแต่การเลือกใช้ถั่วเหลืองออร์แกนิค และข้าวที่ปลูกแบบออร์แกนิค นำมาหมักโดยใช้สัดส่วนถั่วเหลืองปริมาณมาก และใช้ระยะเวลาในการหมักที่นาน จนเกิดรสชาติอูมามิจากธรรมชาติ มีรสที่สมดุล มีกลิ่นหอมมาก และที่สำคัญมิโซะตัวนี้ยังไม่ผสมดาชิ เพื่อให้คุณได้นำไปใช้งานได้ทันที แบบไม่ต้องผสมน้ำซุปดาชิเพิ่ม ลดขั้นตอนการทำอาหารให้สั้นลง หากอยากได้มิโซะคุณภาพดีๆ ที่สำคัญยังเป็นออร์แกนิค 100% เลือกใช้ตัวนี้เลยค่ะ
เคยกินขนมพันสาหร่ายทั่วไปแล้วรู้สึกว่าขาดอะไรไปไหมคะ? ต้องลองตัวนี้เลยค่ะ Ume Norimaki จากแบรนด์ยอดฮิตตลอดกาลอย่าง Kameda Seika ที่หยิบเอาเสน่ห์ของ "บ๊วยนันโค" ของดีขึ้นชื่อจากจังหวัดวากายามะ มาผสมผสานกับข้าวอบกรอบสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ
ทำไมต้องมีติดบ้าน?
• รสชาติครบรส: สัมผัสแรกคือความกรอบของข้าวอบที่เคลือบซอสโชยุสูตรพิเศษ ตามด้วยรสเปรี้ยวอมหวานนิดๆ และกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์จากผงบ๊วยแท้ๆ (Kishū Nankō-ume)
• สาหร่ายคุณภาพเยี่ยม: ใช้สาหร่ายแผ่นหนา กรอบ หอมกลิ่นอายทะเล พันรอบตัวขนมมาแบบเน้นๆ
• ความกรอบที่เป็นเอกลักษณ์: ข้าวอบกรอบสไตล์ Okaki ที่เคี้ยวเพลินจนชิ้นเดียวไม่เคยพอ
• ไซส์พอเหมาะ: ขนาด 25 กรัม พกพาง่าย จะใส่กระเป๋าไว้กินเล่นระหว่างวัน หรือแบ่งให้เด็กๆ ทานตอนดูการ์ตูนก็สะดวกค่ะ
ทานคู่กับอะไรก็อร่อย!
• จิบชาร้อน: เข้ากันได้ดีที่สุดกับชาเขียวร้อนๆ ช่วยชูรสบ๊วยให้เด่นขึ้น
• เครื่องดื่มเย็น: เป็นกับแกล้มชั้นเลิศที่เคี้ยวเพลินจนลืมเวลา
• ของว่างยามบ่าย: แก้เซ็งช่วง Work from home ได้ดีเยี่ยม
พบกับ 1 ใน 3 เส้นอุด้งที่อร่อยที่สุดของญี่ปุ่น!!
Sanuki Udon (ซานุกิอุด้ง) ของจังหวัด Kagawa (คากาวะ) ถือเป็นสุดยอมเมนูอุด้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่นและได้รับความนิยมไปทั่วโลก