สายเผ็ด สายชีส เตรียมฟินให้สุดกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่รวมความเผ็ดร้อนสไตล์เกาหลีและความหอมมันของชีสไว้ในชามเดียวอย่างลงตัว เพียงต้มเส้นแล้วคลุกกับซอส ก็ได้สัมผัสเส้นบะหมี่เหนียวนุ่มที่เคลือบด้วยซอสไก่เผ็ดรสเข้มข้น หอมกลิ่นเครื่องเทศสไตล์เกาหลี ช่วยปลุกความอยากอาหารได้ตั้งแต่คำแรกที่ได้ลิ้มลอง ก่อนจะตามมาด้วยความนัวร์ละมุนของชีสที่ช่วยเติมเต็มรสชาติให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น ยิ่งกินยิ่งเพลิน เพราะทุกคำเต็มไปด้วยความเผ็ดกำลังดี ผสานความหอมมันแบบพอดี ไม่เผ็ดจนเกินไป และไม่เลี่ยนจนเกินเหตุ กลายเป็นรสชาติที่ลงตัวจนอยากคีบต่อแบบไม่รู้ตัว เพิ่มความอร่อยได้อีกขั้นด้วยไข่ออนเซ็น ไข่ดาวเยิ้ม ๆ ชีสยืด หรือไก่ทอดกรอบสไตล์เกาหลี รับรองว่าฟินเหมือนได้นั่งกินร้านดังโดยไม่ต้องออกจากบ้าน เหมาะสำหรับมื้อกลางวัน มื้อเย็น หรือมื้อดึกยามหิวก็อร่อยสะใจทุกเวลา
วิธีทาน "บะหมี่แบบแห้ง" มีขั้นตอนง่ายๆ 3 ขั้นตอน
• เปิดฝาพับแกะซองเครื่องปรุงและซอสออก เติมน้ำร้อนให้ถึงเส้นขอบภายในถ้วย ปิดฝารอประมาณ 3-5 นาที
• เปิดช่องระบายน้ำที่ฝาเพื่อเทน้ำร้อนออกให้หมด
• ฉีกซองเครื่องปรุงรสไก่เผ็ดและผงชีสลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากับเส้นในขณะที่ยังร้อนอยู่ พร้อมรับประทานทันที
อร่อยกลมกล่อมกับซุปหม้อไฟ "โยเซนาเบะ" รสชาติสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ
น้ำซุปหม้อไฟรสปลาคัตสึโอะ จากแบรนด์ เอบาระ (Ebara) ความพิเศษของ "โยเซนาเบะ" คือน้ำซุปเบสโชยุที่ให้ความกลมกล่อม เหมาะสำหรับเครื่องหม้อไฟทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ อาหารทะเล และผักสด น้ำซุปหม้อไฟรสชาตินี้ความอร่อยไม่ได้มาจากปลาโอแห้ง (Katsuo) เพียงอย่างเดียว แต่ยังผสานความหอมอูมามิจากสาหร่ายคอมบุ จนได้รสชาติกลมกล่อมและกลิ่นหอมสไตล์ญี่ปุ่นอย่างลงตัว
มาพร้อมนวัตกรรม “ปุจิโตะ” แคปซูลน้ำซุปขนาดจิ๋ว ใช้งานสะดวก แค่ใช้ในปริมาณที่ต้องการ (1 ถุง มี 6 แคปซูล) ช่วยให้ทำหม้อไฟได้ง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำซุปเหลือทิ้งค่ะ
วิธีทำหม้อไฟ (Yose Nabe)
• เปิดแคปซูลจิ๋ว 2 ถ้วย และน้ำ 300 มล. ลงในหม้อ
• ใส่วัตถุดิบต่างๆ แล้วต้มให้สุก เมื่อวัตถุดิบสุกแล้ว พร้อมรับประทานค่ะ
บะหมี่รสเล้งแซ่บ เผ็ดแบบจี๊ดจ๊าด ถึงรสชาติพริกเขียว หอมกลิ่นกระดูกหมู อร่อยแซ่บซี๊ด ตามแบบฉบับของเล้งที่คุ้นเคยความพิเศษอยู่ที่การคัดสรรวัตถุดิบที่ให้กลิ่นอายเหมือนทานเล้งที่ร้านดัง ความหอมของพริกขี้หนูเขียวลอยเตะจมูกทันทีที่ใส่น้ำร้อน ผสมผสานกับเส้นบะหมี่สีเหลืองทองที่นุ่มเด้งเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ทุกคำที่ทานเข้าไปคือประสบการณ์ความอร่อยที่หยุดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นมื้อดึก มื้อกลางวัน หรือมื้อไหนๆ แค่มีนิสซินซองเขียวติดบ้านไว้ ก็เหมือนมีเชฟมือโปรมาปรุงเล้งแซ่บให้ทานถึงที่
บะหมี่รสเล้งแซ่บ เผ็ดแบบจี๊ดจ๊าด ถึงรสชาติพริกเขียว หอมกลิ่นกระดูกหมู อร่อยแซ่บซี๊ด ตามแบบฉบับของเล้งที่คุ้นเคยความพิเศษอยู่ที่การคัดสรรวัตถุดิบที่ให้กลิ่นอายเหมือนทานเล้งที่ร้านดัง ความหอมของพริกขี้หนูเขียวลอยเตะจมูกทันทีที่ใส่น้ำร้อน ผสมผสานกับเส้นบะหมี่สีเหลืองทองที่นุ่มเด้งเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ทุกคำที่ทานเข้าไปคือประสบการณ์ความอร่อยที่หยุดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นมื้อดึก มื้อกลางวัน หรือมื้อไหนๆ แค่มีนิสซินซองเขียวติดบ้านไว้ ก็เหมือนมีเชฟมือโปรมาปรุงเล้งแซ่บให้ทานถึงที่
อร่อยกลมกล่อมกับซุปหม้อไฟรสกิมจิ ในแบบสไตล์ญี่ปุ่น
น้ำซุปหม้อไฟรสกิมจิ จากแบรนด์ เอบาระ (Ebara) มีเบสรสชาติจากโกชูจัง กระเทียม และน้ำมันงา เสริมความกลมกล่อมด้วยสารสกัดจากอาหารทะเลและปลาโอแห้ง ทำให้ซุปมีรสเค็ม เผ็ด และอมเปรี้ยวเล็กน้อยอย่างลงตัว นอกจากทำซุปกิมจิแล้ว ยังสามารถเอาไปประยุกต์ทำเมนูอื่นๆ ได้หลากหลาย เช่น ข้าวผัดกิมจิ อุด้งผัดกิมจิ หรือจะใช้เป็นเบสทำซุปกิวด้ง (ข้าวหน้าเนื้อ) รสเผ็ดก็เข้ากันได้ดีมากค่ะ
มาพร้อมนวัตกรรม “ปุจิโตะ” แคปซูลน้ำซุปขนาดจิ๋ว ใช้งานสะดวก แค่ใช้ในปริมาณที่ต้องการ (1 ถุง มี 6 แคปซูล) ช่วยให้ทำหม้อไฟได้ง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำซุปเหลือทิ้งค่ะ
วิธีทำหม้อไฟ (สำหรับ 2 ที่)
• เปิดแคปซูลจิ๋ว 2 ถ้วย และน้ำ 300 มล. ลงในหม้อ
• ใส่วัตถุดิบต่างๆ แล้วต้มให้สุก เมื่อวัตถุดิบสุกแล้ว พร้อมรับประทานค่ะ
มารุ อุมะ ราเมงสไตล์จีน พร้อมเกี๊ยวน้ำ สุดยอดความอร่อยจากซุปสูตรพิเศษ!
ทาโกะยากิ หรือขนมครกญี่ปุ่น อาหารว่างติดครัวของชาวคันไซ
ทาโกะยากิมีต้นกำเนิดมาจากเมืองโอซากา หากท่านได้ไปเที่ยวแถบคันไซ ต่างต้องเคยได้ลิ้มลองอย่างแน่นอน วันนี้เราชวนคุณแก้คิดถึงญี่ปุ่น กับเมนูทำเองได้ง่ายๆ แถมรสชาติยังอร่อยมากๆ เหตุผลที่ทำให้อร่อย เพราะแป้งเราได้คิดค้นและผสมในสูตรเฉพาะของแบรนด์ Nippn คุณแค่เตรียมไส้ที่ชอบ และต้องมีกระทะหลุมสำหรับทำทาโกะยากิ เพียงแค่นี้ คุณก็อร่อยตามแบบโอซาก้าแท้ๆ แป้ง 1 ห่อ ทำได้ประมาณ 40 ลูก
วิธีทำ
1. ใส่แป้งทาโกะยากิ 100 กรัมลงในน้ำ 100 มล. แล้วผสมให้เข้ากัน ใส่กะหล่ำปลีสับ 300 กรัม ไข่ 1 ฟอง และไส้โอโคโนมิยากิที่คุณชื่นชอบ 100 กรัม (ปลาหมึก กุ้ง ปูอัด ฯลฯ)
2. วอร์มเตาด้วยไฟแรง เติมน้ำมันพืชหรือเนยเล็กน้อย แล้วค่อยใส่แป้งลงไปครึ่งหลุม ทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที ใส่ไส้ทาโกะยากิ กระหล่ำปลี ขิงซอยเล็กน้อยลงในหลุม
3. รอจนแป้งสุกจนร่อนจากกระทะ พยายามพลิกกลับ ค่อยๆ เติมแป้งจนมีลักษณ์เป็นทรงกลมสวยงาม
4. เมื่อแป้งสุกทุกด้าน ให้จัดใส่จาน ราดซอสทาโกะยากิ มายองเนส สาหร่ายผง และปลาคัตสึโอะหั่นฝอย
ทำพิซซ่าญี่ปุ่นใครว่ายาก
แป้งสำเร็จรูปจากแบรนด์ Nippn ห่อนี้ เรานำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้คุณสามารถทำพิซซ่าญี่ปุ่น หรือ โอโคโนมิยากิได้ง่ายๆ แถมรสชาติยังอร่อยมากๆ เหตุผลที่ทำให้อร่อย เพราะแป้งเราได้คิดค้นและผสมในสูตรเฉพาะของเรา ทำให้พิซซ่าญี่ปุ่นของคุณนุ่ม ฟู ไม่แห้งกระด้าง อร่อยในแบบต้นฉบับแท้ๆ แป้ง 1 ห่อ ทำได้ประมาณ 4 ที่
วิธีทำ
1. ใส่แป้งโอโคโนมิยากิ 100 กรัมลงในน้ำ 100 มล. แล้วผสมให้เข้ากัน ใส่กะหล่ำปลีสับ 300 กรัม ไข่ 1 ฟอง ขิงสับละเอียดนิดหน่อย และไส้โอโคโนมิยากิที่คุณชื่นชอบ 100 กรัม (ปลาหมึก กุ้ง หมู ฯลฯ)
2. นำกระทะตั้งไฟให้ร้อน (200C) เติมน้ำมันพืชหรือเนยเล็กน้อย ก่อนตักแป้งโอโคโนมิยากิครึ่งหนึ่งออกเป็นทรงกลม ทิ้งไว้ประมาณ 2 นาที ให้ใส่กระหล่ำปลี และไส้ที่ชอบ ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที
3. พลิกอีกด้านอย่างระมัดระวังและปิดฝากระทะ ทิ้งไว้อีกประมาณ 5 นาที หลังจากนั้นเปิดฝากระทะ ทิ้งไว้ 1 นาที
4. ตักใส่จาน พร้อมราดซอสโอโคโนมิยากิ มายองเนส และเกล็ดปลาโบนิโตะ
มาโบฮารุซาเมะ คือเมนูยอดฮิตที่ครองใจชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน โดยการนำเอา "วุ้นเส้น" มาผัดกับ "ซอสมาโบ" (เต้าหู้ทรงเครื่องแบบจีนที่ปรับรสชาติให้เข้ากับลิ้นคนเอเชีย) นากาตานิเอน แบรนด์อาหารชั้นนำจากญี่ปุ่น ได้รังสรรค์สูตรรสเผ็ด นี้ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์คนที่ชอบความจัดจ้าน โดยดึงจุดเด่นของเครื่องเทศอย่างฮวาเจียวมาสร้างความหอมและเผ็ดซ่านิดๆ ตัดกับความหวานกลมกล่อมของเนื้อสัตว์และผักนานาชนิด เป็นเมนูที่ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ได้อย่างลงตัว หรือจะทานเดี่ยวๆ เป็นมื้อกลางวันที่เร่งรีบก็อิ่มอร่อยได้ไม่แพ้กัน ทำง่ายในไม่กี่นาที ได้เมนูญี่ปุ่นแท้ ๆ เหมือนทานที่ร้าน
วิธีปรุงเพื่อรับประทาน
วิธีทำด้วยกระทะ :
• เตรียมเห็ดหูหนู, หน่อไม้, หมูสับ, แครอทและพริก ในปริมาณที่พอดีกับซอสในซอง
• เตรียมน้ำสะอาด 400 มล. ฉีกซองวุ้นเส้นแห้งเทลงไป คนเฉยๆ จนเดือด
• ใส่ วุ้นเส้น ลงไป ต้มประมาณ 2 นาทีจนวุ้นเส้นเริ่มคลายตัว
• ให้ใส่วัตถุดิบที่เตรียมไว้ลงในกระทะ คนเบา จนทุกอย่างสุกจากนั้นฉีกซองซอสมาโบะ
ปรุงรสชนิดเผ็ดเข้มข้นเทลงไป คนให้เข้ากัน จากนั้นเคี่ยวต่อประมาณ 3-5 นาที
ตักใส่จานพร้อมรับประทาน
วิธีทำด้วยไมโครเวฟ:
• นำวุ้นเส้นใส่ชามทนความร้อน เติมน้ำ 300 มล. และเทซอสลงไป
• ปิดฝาหรือคลุมด้วย Wrap นำเข้าไมโครเวฟ (600W) ประมาณ 6 นาที
• นำออกมาคนให้เข้ากัน พร้อมรับประทาน
???? เคล็ดลับเพิ่มความอร่อย :โรยต้นหอม หรือพริกญี่ปุ่นเล็กน้อย จะช่วยเพิ่มกลิ่นหอมและรสชาติให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น
ถ้าคุณเป็นสายปิ้งย่างญี่ปุ่น บอกเลยว่าซอสขวดนี้คือไอเท็มที่ควรมีติดครัว! ซอสบาร์บีคิวญี่ปุ่น สูตรหวานเผ็ดกลาง ที่โดดเด่นด้วยรสชาติกลมกล่อม หอมเข้มข้น และมีมิติแบบซอสยากินิกุร้านดังในญี่ปุ่น ความพิเศษอยู่ที่การผสมผสานของผลไม้บดมากถึง 35% ทั้งความหวานธรรมชาติและความหอมสดชื่น เข้ากับโชยุญี่ปุ่น น้ำผึ้ง กระเทียม และเครื่องเทศอย่างลงตัว ทำให้ได้ซอสที่ไม่หวานเลี่ยน ไม่เค็มจัด แต่มีความนัว กินแล้วหยุดยาก จะใช้หมักเนื้อก่อนย่างก็ช่วยให้เนื้อนุ่มหอม ราดบนข้าวก็อร่อย หรือจะใช้ผัดเนื้อ ผัดหมู ทำข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือเมนูสไตล์ญี่ปุ่นต่างๆ ก็เข้ากันสุดๆ ยิ่งเวลานำไปย่างบนกระทะร้อน กลิ่นหอมของซอสจะเคลือบเนื้อจนชวนหิว เหมือนยกบรรยากาศร้านยากินิกุมาไว้ที่บ้าน เหมาะทั้งสำหรับคนทำอาหารกินเอง ร้านอาหาร หรือสายทำคอนเทนต์อาหาร เพราะแค่ราดซอสลงไป หน้าตาอาหารก็ดูน่ากินขึ้นทันที
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อหมู เนื้อวัว ไก่ หรือซีฟู้ดก่อนย่าง
• ใช้เป็นซอสจิ้มปิ้งย่างและชาบู
• ใช้ผัดเนื้อ ผัดผัก หรือข้าวผัดสไตล์ญี่ปุ่น
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือเบอร์เกอร์
• ใช้ทาระหว่างย่าง เพื่อเพิ่มความหอมและความเงาน่ากิน
อัตราส่วนแนะนำ
• เนื้อสัตว์ 300 กรัม ต่อซอสประมาณ 3–4 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วนำไปย่างหรือผัดได้เลย
เคล็ดลับความอร่อย
• เติมซอสช่วงท้ายก่อนอาหารสุก จะช่วยให้ซอสเคลือบเนื้อสวย หอมเข้มข้น และได้กลิ่นสไตล์ร้านยากินิกุญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูแนะนำ
• หมูย่างยากินิกุ
• ข้าวหน้าเนื้อ
• ข้าวหน้าหมูญี่ปุ่น
• ไก่ย่างซอสญี่ปุ่น
• ผัดเนื้อซอสญี่ปุ่น
• บอร์เกอร์สไตล์ญี่ปุ่น
• แซลมอนย่างซอสญี่ปุ่น
• ข้าวผัดยากินิกุ
ถ้าคุณเป็นสายปิ้งย่างญี่ปุ่น บอกเลยว่าซอสขวดนี้คือไอเท็มที่ควรมีติดครัว! ซอสบาร์บีคิวญี่ปุ่น สูตรหวานเผ็ดกลาง ที่โดดเด่นด้วยรสชาติกลมกล่อม หอมเข้มข้น และมีมิติแบบซอสยากินิกุร้านดังในญี่ปุ่น ความพิเศษอยู่ที่การผสมผสานของผลไม้บดมากถึง 35% ทั้งความหวานธรรมชาติและความหอมสดชื่น เข้ากับโชยุญี่ปุ่น น้ำผึ้ง กระเทียม และเครื่องเทศอย่างลงตัว ทำให้ได้ซอสที่ไม่หวานเลี่ยน ไม่เค็มจัด แต่มีความนัว กินแล้วหยุดยาก จะใช้หมักเนื้อก่อนย่างก็ช่วยให้เนื้อนุ่มหอม ราดบนข้าวก็อร่อย หรือจะใช้ผัดเนื้อ ผัดหมู ทำข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือเมนูสไตล์ญี่ปุ่นต่างๆ ก็เข้ากันสุดๆ ยิ่งเวลานำไปย่างบนกระทะร้อน กลิ่นหอมของซอสจะเคลือบเนื้อจนชวนหิว เหมือนยกบรรยากาศร้านยากินิกุมาไว้ที่บ้าน เหมาะทั้งสำหรับคนทำอาหารกินเอง ร้านอาหาร หรือสายทำคอนเทนต์อาหาร เพราะแค่ราดซอสลงไป หน้าตาอาหารก็ดูน่ากินขึ้นทันที
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อหมู เนื้อวัว ไก่ หรือซีฟู้ดก่อนย่าง
• ใช้เป็นซอสจิ้มปิ้งย่างและชาบู
• ใช้ผัดเนื้อ ผัดผัก หรือข้าวผัดสไตล์ญี่ปุ่น
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือเบอร์เกอร์
• ใช้ทาระหว่างย่าง เพื่อเพิ่มความหอมและความเงาน่ากิน
อัตราส่วนแนะนำ
• เนื้อสัตว์ 300 กรัม ต่อซอสประมาณ 3–4 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วนำไปย่างหรือผัดได้เลย
เคล็ดลับความอร่อย
• เติมซอสช่วงท้ายก่อนอาหารสุก จะช่วยให้ซอสเคลือบเนื้อสวย หอมเข้มข้น และได้กลิ่นสไตล์ร้านยากินิกุญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูแนะนำ
• หมูย่างยากินิกุ
• ข้าวหน้าเนื้อ
• ข้าวหน้าหมูญี่ปุ่น
• ไก่ย่างซอสญี่ปุ่น
• ผัดเนื้อซอสญี่ปุ่น
• บอร์เกอร์สไตล์ญี่ปุ่น
• แซลมอนย่างซอสญี่ปุ่น
• ข้าวผัดยากินิกุ
Ohgon No Aji หรือ "รสชาติแห่งทองคำ" คือนิยามของซอสปิ้งย่างที่ครองใจชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ถ้าคุณชอบฟีลร้านปิ้งย่างญี่ปุ่นที่มีกลิ่นหอมเตะจมูกตั้งแต่เนื้อลงเตา ซอสขวดนี้คือไอเทมที่ควรมีติดครัว เป็นซอสปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นรสเผ็ดกลาง ที่โดดเด่นด้วยความกลมกล่อมจากผลไม้บด ผสานโชยุคุณภาพดี กระเทียม งา และเครื่องเทศ ทำให้ได้รสชาติหวานเค็มเผ็ดแบบพอดี กินง่ายแต่เข้มข้น จุดเด่นของซอสตัวนี้คือความอเนกประสงค์ ใช้ได้ทั้งหมักเนื้อก่อนย่าง ใช้เป็นน้ำจิ้ม หรือเอาไปผัดก็ช่วยให้อาหารหอมขึ้นทันที เหมาะมากสำหรับคนที่อยากทำเมนูญี่ปุ่นกินเองที่บ้านแบบง่าย ๆ แต่ได้รสชาติระดับร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นหมูย่าง เนื้อย่าง ไก่ทอด กระทะร้อน ข้าวผัดญี่ปุ่น หรือผัดผัก ซอสขวดนี้ก็ช่วยเพิ่มมิติความอร่อยได้แบบไม่ต้องปรุงหลายขั้นตอน เมื่อนำไปโดนความร้อนจะส่งกลิ่นหอมยั่วยวนใจ ช่วยลดความเลี่ยนของไขมันเนื้อและชูรสชาติของวัตถุดิบให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรสชาติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อก่อนย่างประมาณ 15–30 นาที
• ใช้เป็นน้ำจิ้มปิ้งย่าง ชาบู หรือของทอด
• ใช้ผัดเนื้อ ผัดผัก หรือข้าวผัดญี่ปุ่น
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าไก่ หรือเบอร์เกอร์ญี่ปุ่น
• ใช้เคลือบไก่ย่าง หมูย่าง หรือซี่โครงบาร์บีคิว
อัตราส่วนแนะนำ
• เนื้อสัตว์ 300 กรัม ต่อซอสประมาณ 3–4 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วนำไปย่างหรือผัดได้เลย
เคล็ดลับความอร่อย
• เติมซอสช่วงท้ายก่อนอาหารสุก จะช่วยให้ซอสเคลือบเนื้อสวย หอมเข้มข้น และได้กลิ่นสไตล์ร้านยากินิกุญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูแนะนำ
• หมูย่างซอสญี่ปุ่น, เนื้อย่างยากินิกุ, ไก่ผัดซอสญี่ปุ่น, ข้าวหน้าเนื้อสไตล์ญี่ปุ่น,
เบคอนพันเห็ดเข็มทอง, ไก่ทอดคลุกซอสญี่ปุ่น
Ohgon No Aji หรือ "รสชาติแห่งทองคำ" คือนิยามของซอสปิ้งย่างที่ครองใจชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ถ้าคุณชอบฟีลร้านปิ้งย่างญี่ปุ่นที่มีกลิ่นหอมเตะจมูกตั้งแต่เนื้อลงเตา ซอสขวดนี้คือไอเทมที่ควรมีติดครัว เป็นซอสปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นรสเผ็ดกลาง ที่โดดเด่นด้วยความกลมกล่อมจากผลไม้บด ผสานโชยุคุณภาพดี กระเทียม งา และเครื่องเทศ ทำให้ได้รสชาติหวานเค็มเผ็ดแบบพอดี กินง่ายแต่เข้มข้น จุดเด่นของซอสตัวนี้คือความอเนกประสงค์ ใช้ได้ทั้งหมักเนื้อก่อนย่าง ใช้เป็นน้ำจิ้ม หรือเอาไปผัดก็ช่วยให้อาหารหอมขึ้นทันที เหมาะมากสำหรับคนที่อยากทำเมนูญี่ปุ่นกินเองที่บ้านแบบง่าย ๆ แต่ได้รสชาติระดับร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นหมูย่าง เนื้อย่าง ไก่ทอด กระทะร้อน ข้าวผัดญี่ปุ่น หรือผัดผัก ซอสขวดนี้ก็ช่วยเพิ่มมิติความอร่อยได้แบบไม่ต้องปรุงหลายขั้นตอน เมื่อนำไปโดนความร้อนจะส่งกลิ่นหอมยั่วยวนใจ ช่วยลดความเลี่ยนของไขมันเนื้อและชูรสชาติของวัตถุดิบให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรสชาติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อก่อนย่างประมาณ 15–30 นาที
• ใช้เป็นน้ำจิ้มปิ้งย่าง ชาบู หรือของทอด
• ใช้ผัดเนื้อ ผัดผัก หรือข้าวผัดญี่ปุ่น
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าไก่ หรือเบอร์เกอร์ญี่ปุ่น
• ใช้เคลือบไก่ย่าง หมูย่าง หรือซี่โครงบาร์บีคิว
อัตราส่วนแนะนำ
• เนื้อสัตว์ 300 กรัม ต่อซอสประมาณ 3–4 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วนำไปย่างหรือผัดได้เลย
เคล็ดลับความอร่อย
• เติมซอสช่วงท้ายก่อนอาหารสุก จะช่วยให้ซอสเคลือบเนื้อสวย หอมเข้มข้น และได้กลิ่นสไตล์ร้านยากินิกุญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูแนะนำ
• หมูย่างซอสญี่ปุ่น, เนื้อย่างยากินิกุ, ไก่ผัดซอสญี่ปุ่น, ข้าวหน้าเนื้อสไตล์ญี่ปุ่น, เบคอนพันเห็ดเข็มทอง, ไก่ทอดคลุกซอสญี่ปุ่น
ชาที่ดื่มง่าย อร่อยลงตัว จนคนญี่ปุ่นยกให้เป็นชาชั้นเลิศ
ชาเขียวใบชนิดซอง เกียวคุโระ ของญี่ปุ่นทำไมต้อง "ยาบุกิตะ"
หากคุณเป็นผู้หลงใหลในชาเขียวญี่ปุ่นแท้ๆ "ยาบุกิตะ" คือ ราชินีแห่งชาเขียวของญี่ปุ่น เป็นระดับชาที่ปลูกด้วยเทคนิคการบังแสงแดดก่อนเก็บเกี่ยว ทำให้ใบชามีคลอโรฟิลล์สูง อูมามิที่เข้มข้น และความหวานนุ่มนวลที่โดดเด่น ผสานกับกลิ่นหอมละมุนฟุ้งที่เป็นเอกลักษณ์ ด้วยเทคโนโลยีถุงชาตาข่ายแบบใหม่ ทำให้คุณสามารถชงชาเขียวคุณภาพระดับญี่ปุ่นออกมาได้ง่ายๆในทุกแก้ว ไม่ว่าจะชงร้อนเพื่อความผ่อนคลาย หรือ ชงแบบเย็น (สกัดเย็น) เพื่อความสดชื่น เพียงเติมน้ำ ก็พร้อมเสิร์ฟ สะดวก พกพาง่าย ดื่มได้ทุกที่ ทุกเวลา เหมาะสำหรับดื่มคู่กับอาหาร ขนม หรือเครื่องดื่มอื่นๆได้ตามสไตล์คุณ
เคล็ดลับการชงแบบร้อน และ แบบเย็น(สกัดเย็น)
ชาเขียวญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องชงด้วยน้ำร้อนเสมอไป! ผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่นแนะนำให้ลองชงชาเขียวแบบ "น้ำสกัดเย็น" ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมาก การชงด้วยน้ำเย็นจะช่วยดึงรสอูมามิ และสารคาเทชิน ที่ให้รสหวานออกมาได้มาก ในขณะที่รสขมและคาเฟอีนจะละลายออกมาน้อยลง ทำให้ได้ชาที่มีรสชาติกลมกล่อม นุ่มนวล และสดชื่นเป็นพิเศษ
วิธีชงแบบร้อน :
1. ต้มน้ำให้เดือด แล้วรอให้น้ำเย็นลงเหลือประมาณ 70-80 องศาเซลเซียส (หากไม่มีเทอร์โมมิเตอร์ สามารถต้มน้ำเดือดแล้วทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที)
2. ใส่ถุงชา 1 ซอง ลงในแก้วหรือถ้วยชา
3. ค่อย ๆ รินน้ำร้อน ประมาณ 150-200 มิลลิลิตร ลงไป
4. แช่ถุงชาทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที (ไม่ควรแช่นานเกินไป เพราะจะทำให้ชามีรสขมฝาด)
5. นำถุงชาออก (อาจจะบีบเบา ๆ ก่อนนำออก) และพร้อมดื่ม
วิธีชงแบบน้ำ(สกัดเย็น) :
1. ใส่ถุงชา 1-2 ซอง ลงในขวดหรือภาชนะที่มีฝาปิดสนิท
2. เติมน้ำเย็นอุณหภูมิห้อง หรือ น้ำเย็นจัด ปริมาณประมาณ 300-500 มิลลิลิตร
3. ปิดฝาแล้วนำไปแช่ในตู้เย็น
4. รอเวลาทิ้งไว้ให้สกัดเย็นเป็นเวลา 3-6 ชั่วโมง หรืออาจจะแช่ข้ามคืน 8-12 ชั่วโมง เพื่อให้ได้รสชาติเข้มข้นยิ่งขึ้น
(หากแช่นานเกิน 12 ชั่วโมง อาจเริ่มมีรสฝาดออกมาบ้าง)
5. เมื่อได้ความเข้มข้นที่ต้องการแล้ว ให้นำถุงชาออก พร้อมดื่มได้ทันที
ข้อดีของการสกัดเย็น:
รสชาติ : รสชาตินุ่มนวล หวาน อูมามิเด่นชัด และมีรสขมฝาดน้อยมาก
คาเฟอีน : ระดับคาเฟอีนจะต่ำกว่าการชงแบบร้อน
สนุกกับการทำโอโคโนมิยากิได้ง่ายๆ ที่บ้านคุณ