Bull-Dog Sauce has a history spanning over 100 years and is considered one of Japan’s representative condiments.
Bull-Dog Sauce has a history spanning over 100 years and is considered one of Japan’s representative condiments.
ข้าวสวยของคุณจะอร่อยขึ้นกว่าที่เคย
เพียงใส่ Rice Improver หรือซอสปรุงรสสำหรับหุงข้าวขวดนี้ในปริมาณที่กำหนด ผสมเข้ากับน้ำสะอาดและข้าวสารก่อนนำไปหุง จะช่วยให้คุณภาพของข้าวสวยที่ได้ดีขึ้นทั้งในด้านปริมาณที่ดูมากขึ้นกว่าการหุงแบบปกติ, เพิ่มความมันวาว ความสว่าง และความขาวของเม็ดข้าว, ความเหนียวของข้าวลดลงทำให้สามารถนำไปใช้งานได้ง่ายขึ้น และยังช่วยให้สามารถเก็บรักษาข้าวแบบแช่เย็นได้นานขึ้นอีกด้วย
อัตราส่วนการใช้งาน: 5-6% ของน้ำหนักข้าวสาร
•การใช้งาน
1. เตรียมข้าวญี่ปุ่น 1 กก. น้ำสะอาด 1.5 ลิตร และ Rice Improver 50 มล.
2. ล้างทำความสะอาดข้าวตามคำแนะนำข้างถุง
3. ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในหม้อหุงข้าว คนให้เข้ากันแล้วแช่ทิ้งไว้ 30 นาที ก่อนกดหุง
???? น้ำหนักสุทธิ: 1 ลิตร
สึยุเข้มข้นสูตรใหม่ อร่อย กลมกล่อมยิ่งขึ้น
หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่โปรดปรานอาหารญี่ปุ่นและชอบที่จะได้ลองทำทานเองที่บ้าน สึยุถือเป็นเครื่องปรุงที่จะช่วยให้การทำอาหารญี่ปุ่นของคุณสะดวกและง่ายดายขึ้นมากเลยทีเดียวค่ะ ในสึยุจะประกอบไปด้วยโชยุ มิริน และดาชิ มักจะใช้เป็นซอสเพื่อรับประทานกับอาหารประเภทเส้นของญี่ปุ่นอย่าง โซบะ โซเมน หรืออุด้ง นอกจากนี้ยังนำไปประกอบเมนูอื่นๆ ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผัดกับผักหรือเนื้อสัตว์เพื่อทำดงบุริ ทำน้ำซุปหม้อไฟ ต้มหัวปลาแบบญี่ปุ่น ทำเป็นซอสเทมปุระก็ได้เช่นกัน
โดย Sanbishi Awase Dashi Tsuyu สูตรใหม่นี้ เป็นดาชิสึยุเข้มข้นถึง 3 เท่า ที่เต็มไปด้วยรสอูมามิจากปลาแห้ง 3 ชนิด ได้แก่ ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล และปลาโบนิโต้ รวมถึงหอยเชลล์และสาหร่าย จนได้รสชาติที่กลมกล่อมยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพียงแค่นำไปผสมน้ำตามอัตราส่วนที่เหมาะสมก็เตรียมรับความอร่อยได้เลยค่ะ
ตัวอย่างอัตราส่วนในการทำเมนูต่างๆ
• ซอส 1: น้ำ 2 สำหรับเมนูบะหมี่เย็น น้ำจิ้มเทมปุระ หรือซอสราดหน้าข้าว (ดงบุริ)
• ซอส 1: น้ำ 4-5 สำหรับเมนูประเภทต้ม เช่น หัวปลาต้มซีอิ๊วแบบญี่ปุ่น
• ซอส 1: น้ำ 5-6 สำหรับเมนูบะหมี่ร้อน
• ซอส 1: น้ำ 7-9 สำหรับเมนูหม้อไฟหรือโอเด้ง
*หมายเหตุ: เพื่อให้ได้รสชาติในแบบที่ชอบ สามารถปรับเปลี่ยนอัตราส่วนได้ตามต้องการค่ะ
ชาเขียวเซนฉะชนิดชงได้ทั้งร้อนและเย็น ถูกใจสำหรับคนรักชา
รังสรรค์ข้าวซูชิรสกลมกล่อม ด้วยน้ำส้มแดงสูตรพิเศษ จากไมโดะ
น้ำส้มสายชูแดงสำหรับปรุงข้าวซูชิ จากตรา ไมโดะ (Maido) น้ำส้มสายชูสูตรพิเศษจากญี่ปุ่น ที่ช่วยให้การปรุงข้าวซูชิเป็นเรื่องง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น เราได้เลือกใช้น้ำส้มสายชูแดงคุณภาพดี รสกลมกล่อมและมีอูมามิกว่าน้ำส้มปรุงรสข้าวทั่วไป เมื่อคลุกกับข้าวซูชิแล้ว ข้าวจะมีสีออกน้ำตาลแดงคล้ายข้าวกล้อง และให้รสชาติละมุนกลมกล่อมแบบต้นตำรับญี่ปุ่น
วิธีทำข้าวซูชิ (สำหรับข้าวญี่ปุ่นหุงสุก 10 กก.)
1. เทน้ำส้มสายชูแดง 1 ลิตรลงบนข้าวญี่ปุ่นหุงสุก
2. ใช้ทัพพีคลุกส่วนประกอบทั้งหมดให้เข้ากัน รอให้ข้าวอุ่นจึงนำไปปั้นทำซูชิ
คำแนะนำ
• เก็บรักษาในอุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส และพ้นจากแสงแดด
• หลังจากเปิดขวดแล้ว ควรเก็บแช่ในตู้เย็น
• ผลิตภัณฑ์อาจมีตะกอนจากวัตถุดิบ ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติไม่มีผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์
คิริโมจิเหนียวนุ่มหนึบหนับ อร่อยแบบต้นตำรับญี่ปุ่น
คิริโมจิ (Kirimochi) จากแบรนด์มิวาบิ (Miwabi) ทำจากข้าวเหนียวคุณภาพดีนำมานึ่งจนสุกแล้วตำให้เนื้อเนียนละเอียด ทำเป็นชิ้นทรงสี่เหลี่ยมขนาดกำลังพอดี บรรจุเป็นห่อเล็กๆ แบบแยกชิ้นแบ่งรับประทานได้ง่าย เมื่อนำไปต้มหรือย่างเนื้อโมจิด้านในจะมีความเหนียวนุ่มหนึบหนับ นิยมรับประทานคู่กับถั่วแดงญี่ปุ่น, ผงถั่วเหลืองคินาโกะ, น้ำเชื่อมคุโรมิตสึ หรือใส่ในหม้อไฟ นอกจากนี้คิริโมจิยังถือว่าเป็นขนมมงคลตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น จึงมักจะรับประทานในช่วงเทศกาลปีใหม่และพิธีมงคลต่างๆ ค่ะ
วิธีรับประทาน (สามารถเลือกทำได้ 4 วิธี)
• อบโดยใส่โมจิครั้งละ 2-3 ชิ้นในเตาอบขนาด 1,000 วัตต์ ตั้งเวลาประมาณ 3-4 นาที แล้วนำออกจากเตามาวางไว้ด้านนอก 1-2 นาที เพื่อให้โมจินุ่มขึ้น
• ย่างบนกระทะด้วยไฟอ่อนประมาณ 5-7 นาที หมั่นกลับด้านเป็นระยะจนผิวโมจิมีสีตามต้องการ
• ต้มน้ำให้ร้อนแล้วลดไฟลงเป็นไฟอ่อน ใส่โมจิลงไปต้มต่อประมาณ 3 นาที
• อุ่นในไมโครเวฟ 500 วัตต์ โดยใส่โมจิ 2 ลูกในภาชนะทรงลึกที่ใช้สำหรับไมโครเวฟ เติมน้ำลงไปเล็กน้อย ใช้เวลาประมาณ 2.30 นาที
** หมายเหตุ : กำลังไฟ ระยะเวลา และจำนวนชิ้นของโมจิเป็นข้อมูลที่แนะนำโดยประมาณ อาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่ใช้ **
วิธีการเก็บรักษา
• หลีกเลี่ยงการเก็บในที่แสงแดดส่องถึงหรือที่ร้อนชื้น
• หลังเปิดห่อแล้วควรใส่ถุงซิปล็อกและเก็บในตู้เย็น
• หยดน้ำในถุงสามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิระหว่างการจัดเก็บ
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ที่ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆมากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผา เมื่อได้รับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส
สัมผัสบรรยากาศความอบอุ่นในมื้ออาหารด้วยเสน่ห์ของความกรอบเบาในแบบฉบับญี่ปุ่นดั้งเดิมที่คุณสามารถรังสรรค์ได้ด้วยตัวเอง แป้งเทมปุระ (Tempura Flour) จากแบรนด์ บีไอเอฟ (BIF) เป็นแป้งอเนกประสงค์ที่ผ่านการคิดค้นและพัฒนาเพื่อให้เหมาะสำหรับการทำของทอดสไตล์ญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ตัวแป้งมีเนื้อละเอียดและส่วนผสมที่สมดุล ช่วยให้การทำอาหารเป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้นสำหรับทุกคนในครอบครัว
คุณลักษณะเด่นของแป้งชนิดนี้คือความสามารถในการเคลือบผิววัตถุดิบได้อย่างบางเบาและสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ผลลัพธ์ของอาหารมีความกรอบที่เป็นเอกลักษณ์และคงตัวอยู่ได้นานโดยไม่หนาจนเกินไป เนื้อแป้งที่คัดสรรมาอย่างดีจะช่วยให้สีสันของอาหารดูสวยงามนวลตา และไม่บดบังรสชาติธรรมชาติของวัตถุดิบที่อยู่ภายใน ทำให้คุณได้รับรสสัมผัสที่กลมกล่อมในทุกคำ
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่น แป้งตัวนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำ กุ้งเทมปุระ (Ebi Tempura) ที่ให้เนื้อสัมผัสกรุบกรอบ หรือจะเป็น ผักรวมทอด (Kakiage) ที่รวมความหวานจากผักหลากหลายชนิดไว้ด้วยกัน นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้กับเนื้อปลาหรืออาหารทะเลอื่นๆ เพื่อเพิ่มความน่ารับประทานให้กับมื้ออาหารของคุณได้อย่างดีเยี่ยม โดยมีวิธีการเตรียมที่เข้าใจง่ายดังนี้
1. เตรียมน้ำเย็นจัดผสมกับแป้งเทมปุระในชามผสมตามอัตราส่วนที่ระบุไว้ข้างบรรจุภัณฑ์ โดยใช้ตะเกียบคนเพียงเบาๆ ให้เข้ากันพอประมาณ (แนะนำว่าไม่ควรคนจนเนื้อเนียนเกินไปเพื่อให้แป้งมีความโปร่งและกรอบเบา)
2. นำวัตถุดิบที่ล้างสะอาดและซับน้ำจนแห้งแล้ว มาคลุกกับแป้งแห้งบางๆ ก่อนจะนำลงชุบในส่วนผสมแป้งที่เตรียมไว้
3. นำไปทอดในน้ำมันที่ร้อนได้ที่จนแป้งมีสีเหลืองทองสวยงาม แล้วพักสะเด็ดน้ำมันก่อนจัดเสิร์ฟ
เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษ ด้วยรสชาติความกรอบอร่อยตามมาตรฐานแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ที่พร้อมให้คุณได้ลองเปิดประสบการณ์และเพลิดเพลินได้ง่ายๆ ที่บ้านของคุณเอง
หากพูดถึงหัวใจสำคัญของการทำเบเกอรี่ให้ออกมาสมบูรณ์แบบ "แป้ง" คือรากฐานที่มองข้ามไม่ได้เลย และถ้าคุณเป็นสายทำขนม คงไม่มีใครไม่รู้จักแบรนด์ นิปปุ่น (Nippn) แป้งคุณภาพที่โรงเรียนสอนทำอาหารและเบเกอรี่ชั้นนำเลือกใช้ โดยเฉพาะ แป้งสาลีตราอีเกิ้ล (Eagle Wheat Flour) ที่ครองใจทั้งเชฟมืออาชีพและคนที่รักการทำอาหารมาอย่างยาวนาน ด้วยมาตรฐานจากบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านแป้งสาลีที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น
ความพิเศษของแป้งอีเกิ้ลคือการเป็นแป้งขนมปังคุณภาพสูง (Strong Flour) ที่มีค่าโปรตีน 12% และค่าเถ้า (Ash) เพียง 0.38% ซึ่งถือว่าน้อยมาก ส่งผลให้เนื้อแป้งขาวสะอาด ละเอียด และเนียนกว่าแป้งจากฝั่งยุโรปอย่างเห็นได้ชัด ด้วยเทคโนโลยีการโม่ที่ทันสมัย ทำให้แป้งมีความละเอียดสูงและดูดซึมน้ำได้ดีเยี่ยม ขนมที่ได้จึงมีเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม ละเอียด และมีความฟูเบาตามสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ โดยไม่ต้องพึ่งสารฟอกขาว ทำให้มั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัยและเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ใส่ใจในรายละเอียดของวัตถุดิบ
ด้วยคุณสมบัติที่ยืดหยุ่นและให้โครงสร้างที่สวยงาม แป้งตรานกอินทรีตัวนี้จึงเหมาะมากสำหรับเมนูที่ต้องการความเหนียวนุ่มเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น
• โชกุปัง (Shokupan): ขนมปังแผ่นสไตล์ญี่ปุ่นที่เน้นความนุ่มละเอียด
• ขนมปังต่างๆ: ที่ต้องการเนื้อสัมผัสสู้ฟันและนุ่มนาน
• พิซซ่า (Pizza): ช่วยให้ขอบแป้งกรอบนอกนุ่มใน
• ซาลาเปา และ แป้งเกี๊ยวซ่า (Gyoza Skin): ที่ต้องการความเนียนนุ่มและยืดหยุ่นดี
สำหรับใครที่อยากได้ผลลัพธ์แบบมือโปร มีเคล็ดลับง่ายๆ คือตอนตวงแป้ง แนะนำให้ใช้การตักลงในถ้วยตวงแล้วปาดหน้าให้เรียบแทนการใช้ถ้วยตักลงไปตรงๆ เพื่อไม่ให้แป้งอัดตัวแน่นเกินไป และอย่าลืมร่อนแป้งสัก 1-2 ครั้งก่อนผสม เพื่อให้อากาศแทรกซึม ช่วยให้ขนมฟูเบาขึ้นอีกระดับ ส่วนการเก็บรักษาก็แค่ปิดปากถุงให้สนิท เก็บในที่แห้งและเย็น เพื่อรักษาคุณภาพแป้งให้สดใหม่เสมอ
เปลี่ยนมื้อขนมธรรมดาที่บ้านให้กลายเป็นความพิเศษ ด้วยวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันนี้ จะช่วยส่งต่อความสุขผ่านรสสัมผัสที่นุ่มละมุนในแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ให้ทุกคนในครอบครัว
ดื่มด่ำความสดชื่นจากธรรมชาติ ด้วยน้ำแอปเปิลแท้ 100% หอม หวาน สดชื่น ทุกหยด!
น้ำแอปเปิลแท้ 100% จากเมืองอาโอโมริ (AOMORI) ได้รับรางวัลจากญี่ปุ่น 10 ปีซ้อน โดยใช้แอปเปิลแดง 3 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์โจนาโกลด์ สายพันธุ์ฟูจิ และสายพันธุ์โอริน โดยไม่ใส่ส่วนผสมอื่นๆ มีรสหวานตามธรรมชาติและรสเปรี้ยวที่เข้ากันอย่างลงตัว รสชาติจะอร่อยยิ่งขึ้นเมื่อแช่เย็น หรือเสิร์ฟพร้อมน้ำแข็ง ส่วนผสมเป็นแอปเปิล 100% ไม่แต่งสี ไม่ใส่สารกันบูด ไม่ใส่สารเคมี ไม่เติมน้ำตาล รับรองว่าอร่อย สดชื่น และมีประโยชน์ต่อสุขภาพแน่นอนค่ะ
** ไม่เติมน้ำตาล / ไม่ใส่สีผสมอาหาร **
"ชูรสชาติราเมงให้อร่อยยิ่งขึ้นด้วยหน่อไม้เมนมะ"
ช่วงฤดูฝนถือเป็นช่วงที่หน่อไม้อร่อยที่สุด เพราะมีรสชาติหวาน กรอบ อวบน้ำ เราจึงได้คัดเลือกหน่อไม้ในฤดูกาลนี้นำมาต้มจนสุกและปรุงรสโชยุเข้มข้นจนเต็มไปด้วยรสชาติอูมามิในสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ทำให้มีเนื้อนิ่มกรอบ ไม่เละหรือกระด้าง หอมกลิ่นน้ำมันงาและถั่วเหลือง เหมาะสำหรับเป็นเครื่องโรยหน้าอาหารในเมนูราเมง อุด้ง และบะหมี่ญี่ปุ่นแบบอื่นๆ, ใส่ในข้าวผัด, ใช้เป็นอาหารเรียกน้ำย่อยหรือเป็นกับแกล้มก็อร่อยไม่แพ้กัน สะดวกและประหยัดเวลามากยิ่งขึ้นเพราะมาในรูปแบบปรุงสุกสำเร็จ ทำให้การทานหน่อไม้อร่อยๆ เป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคนค่ะ
น้ำตาลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในครัวเรือนของญี่ปุ่น
น้ำตาลทรายขาว จากแบรนด์ มิทซุย คือน้ำตาลโจฮาคุโตะ (Johakuto) ซึ่งเป็นน้ำตาลทรายขาวที่มีกรรมวิธีการผลิตแบบเฉพาะตัวของญี่ปุ่น ทำให้มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากน้ำตาลทั่วไป คือมีเนื้อสัมผัสที่เนียนละเอียด และมีความหวานที่นุ่มนวลกว่า ไม่หวานแหลมจนเกินไป ทำให้เป็นน้ำตาลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในครัวเรือนของญี่ปุ่น
ความพิเศษของน้ำตาลทรายขาว มิทซุย
• ความหวานที่กลมกล่อม : ด้วยความหวานที่นุ่มนวลและรสชาติที่สะอาด ทำให้ไม่กลบรสชาติหลักของวัตถุดิบอื่นๆ ช่วยชูรสชาติอาหารให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
• คงความชุ่มชื้น : คุณสมบัติพิเศษของน้ำตาลโจฮาคุโตะคือช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดี จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำขนมอบและเบเกอรี่ เช่น เค้ก และขนมปัง ทำให้เนื้อสัมผัสมีความนุ่มละมุน
• ใช้งานได้หลากหลาย : เป็นน้ำตาลอเนกประสงค์ที่ใช้ได้กับทุกเมนู ไม่ว่าจะนำไปใช้ในการทำอาหารคาว เช่น ซอสเทริยากิ, ซุป และเมนูตุ๋น หรือใช้ในการทำขนมหวานและเครื่องดื่ม ก็ละลายเข้ากันได้ง่าย
กำลังมองหาน้ำส้มสำหรับปรุงรสชาติข้าวซูชิอยู่หรือเปล่า
น้ำส้มปรุงรสข้าวซูชิตรา Maido ขวดนี้ ช่วยให้การปรุงรสชาติข้าวซูชิได้แบบง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก เราได้เลือกใช้น้ำส้มสายชูคุณภาพดี ปรุงรสด้วย เกลือ น้ำตาล จนได้น้ำส้มปรุงสำเร็จที่มีรสชาติกลมกล่อมจนใครๆ ต้องติดใจ ไม่ต้องตวงสัดส่วนมิริน หรือสาเกเพิ่มอีก เพราะขวดนี้ขวดเดียวมีครบ
น้ำซุปดาชิถือเป็นหัวใจสำคัญในการทำอาหารญี่ปุ่น
การทำน้ำซุปดาชิจะเป็นเรื่องง่ายๆ ใช้เวลาเพียง 5 นาที
หากแป้งขนมปังคือโครงสร้างที่แข็งแรง แป้งสาลีฮาร์ท (Heart Wheat Flour) จากแบรนด์ นิปปุ่น (Nippn) ก็คือตัวแทนของความอ่อนนุ่มและประณีต แป้งตัวนี้เป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มเชฟทำขนมว่าเป็นแป้งเค้กคุณภาพสูง (Soft Flour) ที่มีความละเอียดเป็นพิเศษ ผลิตด้วยมาตรฐานระดับพรีเมียมจากญี่ปุ่นเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่เบาและนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ความโดดเด่นที่ทำให้แตกต่างจากแบรน์อื่นๆ คือค่าโปรตีนที่ต่ำเพียง 8.1% และค่าเถ้า (Ash) ที่ต่ำมากเพียง 0.35% ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกว่าเนื้อแป้งมีความบริสุทธิ์สูงมาก ขาวสะอาด และละเอียดลออเป็นเนื้อเดียว ส่งผลให้ขนมที่ได้มีสีสวยสม่ำเสมอและมีเนื้อสัมผัสที่เบาราวกับปุยเมฆ (Fluffy) แป้งชนิดนี้ยังมีความสามารถในการผสมเข้ากับส่วนผสมอื่นได้ง่ายมาก ลดโอกาสการเกิดก้อนแป้ง ทำให้เนื้อขนมเนียนนุ่มจนแทบละลายในปาก
สำหรับเมนูที่ต้องการความนุ่มนวลระดับสูงสุด แป้งนี้คือทางเลือกที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็น
• เค้กไข่ญี่ปุ่น (Japanese Sponge Cake): ที่ต้องการความนุ่ม ฟู และสปริงตัวสวย
• ชิฟฟอนเค้ก (Chiffon Cake): เพื่อเนื้อสัมผัสที่เบาหวิวและเนียนละเอียด
• เทมปุระ (Tempura): หากนำไปผสมสำหรับทอด จะช่วยให้แป้งบางกรอบและไม่อมน้ำมัน
• ขนมไข่ หรือ คุกกี้เนื้อนุ่ม: ที่ต้องการความละเอียดเป็นพิเศษ
เคล็ดลับที่จะช่วยให้ขนมออกมาสมบูรณ์แบบคือ การร่อนแป้งตราหัวใจก่อนนำไปผสม เพราะความละเอียดสูงของแป้งอาจทำให้เกิดการอัดตัวได้ง่าย การร่อนจะช่วยเพิ่มอากาศให้เนื้อขนมฟูยิ่งขึ้น และควรเก็บรักษาในที่แห้งสนิท หลีกเลี่ยงความชื้นเพื่อรักษาความนุ่มนวลของเนื้อแป้งให้คงที่อยู่เสมอ
เปลี่ยนมื้อขนมธรรมดาที่บ้านให้กลายเป็นความพิเศษ ด้วยวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันนี้ จะช่วยส่งต่อความสุขผ่านรสสัมผัสที่นุ่มละมุนในแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ให้ทุกคนในครอบครัว
โซบะชาเขียว 1 ใน เมนูขึ้นชื่อของญี่ปุ่น
โซบะชาเขียว 1 ใน เมนูขึ้นชื่อของญี่ปุ่น
พบกับ 1 ใน 3 ของเส้นอุด้งที่อร่อยที่สุดของญี่ปุ่น!!
Sanuki Udon ของจังหวัดคากาว่า ถือเป็นสุดยอมเมนูอุด้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น และได้รับความนิยมไปทั่วโลก ความพิเศษของเมนูวัดกันที่ความอร่อยของเส้นค่ะ
พบกับ 1 ใน 3 เส้นอุด้งที่อร่อยที่สุดของญี่ปุ่น!!
Sanuki Udon (ซานุกิอุด้ง) ของจังหวัด Kagawa (คากาวะ) ถือเป็นสุดยอมเมนูอุด้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่นและได้รับความนิยมไปทั่วโลก
สนุกกับการทำทาโกะยากิได้ง่ายๆ ที่บ้านคุณ
ชวนคุณมาสนุกและอิ่มอร่อยกับทาโกะยากิแบบง่ายๆ ด้วย Otafuku Takoyaki Kodawari Set ที่มีเคล็ดลับความอร่อยจาก 4 ส่วนผสมพิเศษ ได้แก่
1. แป้งทาโกะยากิสูตรพิเศษของโอตาฟุกุ กรอบนอกนุ่มใน
2. การผสมผสานกันระหว่างผงหมึกซูรุเมะ 100% และแป้งหมึกเทมปุระกรุบกรอบ ให้รสชาติที่เข้มข้นและล้ำลึก
3. สาหร่ายที่ผลิตในญี่ปุ่น 100% มีสีเขียวสดและกลิ่นหอมของทะเล เพิ่มสัมผัสให้ครบเครื่อง
4. เพิ่มสีสันด้วยขิงแดงดองให้สีสันที่น่ารับประทานและรสชาติที่เข้มข้นยิ่งขึ้น
เพียงเตรียมวัตถุดิบให้พร้อมก็มาอร่อยกันได้เลยค่ะ
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Nanatsuboshi ข้าวที่เติบโตท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ของฮอกไกโด
นิยมปลูกมากในฮอกไกโด เมล็ดข้าวอวบ หุงแล้วขึ้นเงา มีความเหนียวปานกลาง และความหวานแบบพอดี ทำให้โดนใจชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก แม้ข้าวจะเย็นแต่ยังคงความนุ่ม หอม อร่อย สามารถทำอาหารได้หลากหลายประเภท แต่จะนิยมนำมาทำเบนโตะและซูชิ
• ลักษณะเมล็ด – เมล็ดข้าวอวบ ขาว หุงขึ้นหม้อ
• รสชาติ – มีรสหวานและยังคงอร่อยแม้จะเย็นแล้ว
• ความเหนียว – ความเหนียวกำลังดี
• เมนูที่เหมาะสม – เบนโตะ และซูชิ
• ความลับของสายพันธุ์ – ถือว่าเป็นข้าวที่มีความสมดุลระหว่างรสชาติกับเนื้อสัมผัสมากที่สุดในสายพันธุ์ข้าวฮอกไกโด เมื่อหุงจนสุกข้าวมีความขาว ความเงา ความหอม ให้รสชาตินุ่มนวล และเคี้ยวอร่อย
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
1. ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
2. ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
3. กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
4. ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำจนอ่อนนุ่ม
5. หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อย ๆ คนให้น้ำระเหย
มาทำไก่ทอดคาราอาเกะสไตล์จีนกันเถอะ!
Weipa karaage ko ปรับสูตรจากสูตรคาราอาเกะเดิมๆ ให้ออกมาเป็นสไตล์จีน มีรสของกระเทียม ความสไปซี่จากเครื่องเทศ และกลิ่นหอมเฉพาะตัว เมื่อนำมาผสมเข้ากับเนื้อไก่แล้วนำไปทอด ก็จะได้ลิ้มรสคาราอาเกะที่กรอบอร่อยอย่างไม่จำเจ
ส่วนผสม
- แป้งคาราอาเกะ 1 ซอง
- น้ำเปล่า 80 มล.
- เนื้อไก่ 400-500กรัม
วิธีทำ
1. นำแป้ง และ น้ำ มาผสมและคนให้เข้ากัน
2. หั่นเนื้อไก่เป็นชิ้นพอดีคำ จากนั้นนำไปชุบกับแป้งที่ผสมเตรียมไว้
3. ตั้งกระทะและน้ำมัน อุณหภูมิ 165-175 องศา
4. นำไก่ที่ชุปแป้งลงไปทอด ประมาน 3-4 นาที แล้วจึงนำขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน
ซุปสาหร่ายแสนอร่อย อุดมไปด้วยประโยชน์จากหอยชิจิมิ
เพลิดเพลินไปกับซุปใสแสนอร่อยที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการของหอยชิจิมิ (Shijimi Clam) หอยน้ำจืดของญี่ปุ่นที่อุดมไปด้วยแอล-ออร์นิทีน (L-Ornitine) กรดอะมิโนที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย เช่น ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ, ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน, กำจัดสารพิษจากตับ, ช่วยล้างสารพิษที่เกิดจากกระบวนการเผาผลาญตามธรรมชาติของร่างกาย เป็นต้น
เพียง 1 ซอง คุณจะได้รับแอล-ออร์นิทีนสูงถึง 25 มก. เทียบเท่ากับการรับประทานหอยชิจิมิถึง 70 ตัว! มาพร้อมสาหร่ายวากาเมะและหัวหอมอบแห้งที่ช่วยเพิ่มความอูมามิให้ซุปกลมกล่อมยิ่งขึ้น ใครที่ต้องการความสดชื่น ทานง่าย สบายท้อง ต้องไม่พลาดถ้วยนี้ค่ะ
เหนื่อยล้าจากงานมาทั้งวัน หรือกำลังมองหาเครื่องดื่มดับกระหายที่ไม่ใช่แค่ให้ความหวานเพียงอย่างเดียวอยู่ใช่ไหม? ลองนี่เลย! น้ำผักผลไม้รวม 100% ยอดขายอันดับ 1 จากญี่ปุ่น ที่จะมาเปลี่ยนนิยามการดื่มน้ำผักของคุณไปตลอดกาล ด้วยการผสานคุณค่าจาก ผัก 70% และผลไม้ 30% เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ให้คุณสัมผัสความหวานละมุนจากแอปเปิ้ลและความสดชื่นจากแครอทในขวดเดียว รสชาติกลมกล่อม ดื่มง่าย ไม่เหม็นเขียว และที่สำคัญคือได้ความหวานแท้จากธรรมชาติ 100% โดยไม่ต้องพึ่งน้ำตาลทราย ดื่มแล้วสดชื่นได้ทั้งครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นเด็กๆ ที่ไม่ชอบกินผัก หรือผู้ใหญ่ที่รักสุขภาพ การดื่ม Kagome เพียงขวดเดียว เหมือนคุณได้ทานผักและผลไม้หลากหลายชนิดในวันเดียว โดยไม่ต้องเสียเวลาหั่น ไม่ต้องเสียเวลาล้าง ตอบโจทย์ชีวิตที่เร่งรีบแต่ยังอยากดูแลตัวเอง ให้คาโกเมะเป็นตัวช่วยเติมความสดใสและสุขภาพที่ดีให้คุณในทุกๆวันนะคะ
คุณสมบัติเด่น
• สูตรใหม่ อัปเกรดคุณภาพ: ผสมผสานอย่างลงตัวด้วยผัก 70% และผลไม้ 30%
• น้ำตลน้อยลง แต่รสชาติยังดีเยี่ยม: ลดปริมาณน้ำตาลลง แต่ยังคงรสสัมผัสที่หอมหวานของผลไม้ไว้เต็มคำ
• รวมคุณประโยชน์จากธรรมชาติ: มีส่วนผสมของผักและผลไม้รวมกันมากกว่า 20 ชนิด
• ใส่ใจสุขภาพ: ไม่เติมสารกันเสีย, ไม่เจือสีสังเคราะห์, ไม่ใส่น้ำตาล และไม่เติมเกลือ
• วิตามินซีครบจบในขวดเดียว: ให้ปริมาณวิตามินซีเพียงพอที่ร่างกายต้องการต่อวันใน 1 หน่วยบริโภค
ประโยชน์
• ช่วยเสริมการบริโภคผักผลไม้ในแต่ละวัน
• มีใยอาหารจากธรรมชาติ
• วิตามินจากผักและผลไม้ ช่วยดูแลร่างกายโดยรวม
• เหมาะกับคนทำงาน คนไม่ค่อยทานผัก เด็กโต และผู้ใหญ่
"ยกระดับความสดชื่นอย่างเหนือระดับด้วยคาโกเมะสุนทรียภาพแห่งน้ำผักผลไม้ 100% จากญี่ปุ่น ที่ผสานคุณค่าและรสชาติอันละมุนละไมไว้ในหนึ่งเดียว"
เพลิดเพลินกับแกงกะหรี่ญี่ปุ่นแท้ๆ แบบเต็มรสชาติได้ง่ายๆ แค่อุ่น
เคอร์รี ยะ (Curry-ya) เป็นซีรีส์แกงกะหรี่พร้อมทานจากแบรนด์ House ที่มียอดขายอันดับ 1 ในประเทศญี่ปุ่นมากว่า 19 ปี ด้วยรสชาติอันกลมกล่อมเข้มข้นจากเครื่องเทศถึง 29 ชนิด กระบวนการผลิตที่พิถีพิถันกว่า 3 ขั้นตอน ส่วนผสมและระดับความเผ็ดอันหลากหลาย ทำให้คุณสามารถอร่อยกับแกงกะหรี่แบบเต็มรสชาติเหมือนสั่งจากร้านอาหารได้ง่ายๆ ที่บ้าน
สำหรับกล่องสีส้มรสไก่นี้ มีความเผ็ดระดับ 3 (จาก 5 ระดับ) ภายในซองบรรจุมาแบบครบเครื่องทั้งเนื้อไก่ แครอท และมันฝรั่ง เพียงอุ่นด้วยไมโครเวฟหรือน้ำร้อนไม่กี่นาทีแล้วเสิร์ฟกับข้าวญี่ปุ่น หรือจะนำไปทำเมนูอื่นๆ อย่างข้าวแกงกะหรี่อบชีส, ยากิโซบะแกงกะหรี่, อุด้งแกงกะหรี่ หรือกราแตงแกงกะหรี่ก็ได้เช่นกันค่ะ
วิธีรับประทาน
• อุ่นโดยไมโครเวฟ
1. เปิดฝากล่องตรงรอยประ โดยไม่ต้องฉีกปากซองแกงกะหรี่ออก
2. นำกล่องที่บรรจุซองแกงกะหรี่เข้าไมโครเวฟ โดยให้รูที่อยู่มุมซองอยู่ด้านบน
3. อุ่นโดยใช้กำลังไฟและเวลาดังนี้
• กำลังไฟ 500 วัตต์ ใช้เวลา 1 นาที 50 วินาที
• กำลังไฟ 600 วัตต์ ใช้เวลา 1 นาที 20 วินาที
• กำลังไฟ 700 วัตต์ ใช้เวลา 1 นาที
4. นำออกจากไมโครเวฟ ฉีกซอง เทใส่ชามที่เตรียมไว้ พร้อมรับประทาน
• อุ่นโดยการต้มในน้ำร้อน
1. เปิดฝากล่องแล้วนำซองแกงกะหรี่ออกมา
2. ใส่น้ำในหม้อ โดยกะปริมาณให้ท่วมซองแกงกะหรี่ ต้มน้ำให้เดือด
3. นำซองแกงกะหรี่ลงไปแช่ในน้ำเดือด ต้มต่อประมาณ 3-5 นาที
4. นำซองแกงกะหรี่ออกจากหม้อ ฉีกซอง เทใส่ชามที่เตรียมไว้ พร้อมรับประทาน
** ควรฉีกซองด้วยความระมัดระวัง เพราะซอสแกงกะหรี่บางส่วนอาจกระเด็นหรือมีไอน้ำร้อนออกมาได้ **
เพลิดเพลินไปกับ การทำขนมหวานแสนอร่อย กับแป้ง Hot cake mix
เอาใจสำหรับคนที่ชอบทานแพนเค้ก เราขอแนะนำ แป้ง Hot cake mix จากแบรนด์ Showa เพีงแค่ห่อเดียวก็ทำให้คุณได้ทานแพนเค้กที่นุ่มฟูแสนอร่อยแล้ว นอกจากนี้ยังสามารถนำไปทำคุ๊กกี้อบกรอบ หรือขนมไทยากิสไตล์ญปุ่นได้อีกด้วยยยย
ส่วนผสม (สำหรับ 4 ชิ้น)
• ฮอตเค้กมิกซ์ 1 ซอง (200 กรัม)
• ไข่ไก่ 1 ฟอง
• นมสด หรือ น้ำ 140 มิลลิลิตร (3/4 ถ้วยตวง)
* หมายเหตุ: หากไม่ต้องการใช้ไข่ไก่ ให้ใช้นมสด 210 มิลลิลิตรแทน
วิธีทำ
• เตรียมส่วนผสม: ตอกไข่ใส่ชาม ตามด้วยนมสด (หรือน้ำ) คนให้เข้ากัน จากนั้นใส่ฮอทเค้กมิกซ์ลงไป คนให้เข้ากัน
• เตรียมกระทะ: ตั้งกระทะไฟกลาง เมื่อน้ำมันร้อนแล้วก็ลดไฟลง แล้วใช้ผ้าชุบน้ำมันทาบนกระทะให้ทั่ว
• เทแป้ง: ตักแป้งที่ผสมไว้ประมาณ 1/4 ส่วน (สำหรับทำ 1 ชิ้น) เทลงบนกระทะ ประมาณ 3 นาที หรือจนมีฟองขึ้นมาด้านบนแล้วค่อยกลับด้านอีกประมาณ 3 นาที หรือจนสุกเหลืองทั้งสองด้าน เพียงเท่านี้ก็พร้อมเสริ์ฟแล้วค่ะ
เปิดประสบการณ์รสชาติของข้าวญี่ปุ่นแท้ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชาแห่งข้าว" ของประเทศญี่ปุ่น ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ค่ะ
ข้าวชิ้นนี้คือ ข้าวโคชิฮิคาริ (Koshihikari) ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ยอดนิยมและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวที่มาจากจังหวัด นีงาตะ (Niigata) ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงด้านคุณภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จังหวัดนีงาตะได้รับพรจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปลูกข้าวชั้นดี เช่น ดินที่อุดมสมบูรณ์จากตะกอนแม่น้ำสำคัญอย่างแม่น้ำชินาโนะ (Shinano River) และแม่น้ำอะงาโนะ (Agano River) รวมถึงมีน้ำบริสุทธิ์จากหิมะที่ละลาย (Snowmelt Water) และที่สำคัญคือ ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน ที่สูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความหวานและรสชาติของข้าว
ข้าวโคชิฮิคาริสายพันธุ์นีงาตะมีจุดเด่นหลัก ๆ ที่ทำให้เป็นที่รักของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
ความเหนียวและหนึบ (Stickiness): มีสัมผัสที่ เหนียวหนึบ (Mochimochi) และยืดหยุ่นกำลังดี ไม่แข็งกระด้าง
ความหวานและอูมามิ (Sweetness & Umami): มีรสหวานตามธรรมชาติที่ชัดเจน และมีรส อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นในทุกเม็ด
กลิ่นหอมและเงางาม: เมื่อหุงสุกแล้วจะมี กลิ่นหอมที่ละมุน และเมล็ดข้าวจะมีความ เงางามเป็นประกาย น่ารับประทาน
ด้วยรสชาติที่โดดเด่นและสมดุล ทำให้ข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะอร่อยมากแม้ว่าจะทานเปล่า ๆ โดยไม่ต้องมีกับข้าวค่ะ นอกจากนี้ยังรักษาความอร่อยไว้ได้ดีแม้จะเย็นลง จึงเหมาะมากสำหรับทำข้าวปั้น โอนิกิริ (Onigiri) หรือใส่ในกล่องข้าวเบนโตะ (Bento)
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
ข้าวโคชิฮิคาริมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่สมดุล ทำให้เข้ากันได้ดีกับอาหารหลากหลายประเภทค่ะ:
ข้าวสวย (Plain White Rice): ทานเปล่า ๆ คู่กับเครื่องเคียงง่าย ๆ อย่างซุปมิโสะ (Miso Soup) และผักดอง (Tsukemono) เพื่อสัมผัสรสชาติแท้ ๆ ของข้าว
ซูชิ (Sushi) และโอนิกิริ (Onigiri): ด้วยความเหนียวหนึบ ทำให้ปั้นได้ง่ายและคงรูปได้ดีเมื่อเย็นลง
เมนูอาหารญี่ปุ่นทั่วไป: เหมาะสำหรับทานคู่กับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด เช่น ปลาย่าง, เทมปุระ (Tempura) หรือข้าวหน้าต่าง ๆ (Donburi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
เพื่อให้ได้ข้าวที่อร่อยที่สุด ควรทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
1. ซาวข้าว (Rinsing): ซาวข้าวอย่างเบามือเพื่อล้างฝุ่นออก เปลี่ยนน้ำประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำเริ่มใส
2. แช่น้ำ (Soaking): แช่ข้าวในน้ำสะอาดทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ในฤดูร้อน หรือ 60 นาที ในฤดูหนาว เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำอย่างเต็มที่
3. หุง (Cooking): หุงตามอัตราส่วนน้ำที่ระบุบนเครื่องหุงข้าว หรือใช้อัตราส่วนข้าว 1 ส่วนต่อน้ำประมาณ 1.1 - 1.2 ส่วน
4. พักข้าว (Steaming): เมื่อหุงเสร็จแล้ว ห้ามเปิดฝา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ไอน้ำระอุและข้าวสุกทั่วถึง ก่อนจะใช้ไม้พายคลุกเบา ๆ ก่อนตักเสิร์ฟค่ะ
ลองนำข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะไปหุงดูสิคะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมข้าวญี่ปุ่นแท้ ๆ ถึงมีเสน่ห์และเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น ที่คุณก็สามารถสร้างสรรค์ความอร่อยนี้ได้ที่บ้านค่ะ
มาทำราเมงสไตล์ญี่ปุ่นกันเถอะ
ราเมงรสน้ำมันงา เป็นราเมงรสชาติที่ได้รับความนิยมและขายดีติดอันดับในญี่ปุ่น เมื่อปรุงเสร็จจะได้กลิ่นหอมของงาคั่วอย่างชัดเจน น้ำซุปปรุงรสด้วยโชยุ เพื่อเพิ่มความอร่อยยิ่งขึ้น ควรเติมเนื้อสัตว์และผักตามชอบ 1 แพ็ค บรรจุ 5 ซอง วิธีทำ 1. ใส่น้ำปริมาณ 500ml. ลงหม้อ ต้มให้เดือด เมื่อน้ำเดือดให้ใส่เส้นลงไปต้มประมาณ 3 นาที 2. ใช้น้ำร้อนเล็กน้อยละลายผงซุปลงในชาม หลังจากเส้นได้ที่แล้วนำเส้นใส่ชาม เติมน้ำที่ต้มเส้นลงไปในถ้วย คนให้เข้ากัน 3. เทน้ำมันงาปรุงรสลงไป เสริ์ฟพร้อมเนื้อสัตว์ หรือผักตามชอบ
ชอบทานซุปมิโซะมั้ยคะ การทำซุปมิโซะจะไม่ยากอีกต่อไป!!
ชวนคุณมาลองชิมชาจากเมืองยาคุชิมะ
เมืองยะกุชิมะ (Yakushima) เป็นเกาะเขตร้อนนอกชายฝั่งทางตอนใต้ของคิวชู บนเกาะจะปกคลุมไปด้วยป่าสนและต้นไม้เก่าแก่ บางต้นมีอายุมากกว่า 100 ปี!! เมืองยากุชิมะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติในปี 1993 ด้วยอากาศที่บริสุทธิ์สภาพแวดล้อมเหมาะกับการปลูกชา เพราะอยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง 2,000 เมตร ใบชาที่ได้จะมีรสชาติกลมกล่อม และหอมมาก หากท่านไหนที่อยากลองรสสัมผัสใหม่ๆแนะนำค่ะ
วิธีชงชาให้ได้รสชาติแบบดั้งเดิม
1. นำชาออกจากกล่อง 1 ถุง ต่อ 1 ถ้วย
2. ต้มน้ำให้ร้อน เทน้ำลงไปในถ้วย แช่ทิ้งไว้ประมาณ 30 วินาที หรือ 1 นาที
3. แกว่งถุงชาเบาๆ และนำออกจากถ้วย
เตรียมเนื้อสัตว์และผักให้พร้อม แล้วมาอร่อยกันกับเมนูยากิโซบะ
หนึ่งในเมนูเส้นยอดนิยมของญี่ปุ่นคงจะหนีไม่พ้นยากิโซบะอย่างแน่นอน คุณสามารถอร่อยกับยากิโซบะรสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ได้ที่บ้านแค่มี "Itsuki" ห่อนี้ ภายในห่อบรรจุเส้นโซบะหนานุ่มมาพร้อมซอสที่ทำมาจากเครื่องเทศกว่า 10 ชนิดและความเข้มข้นของผักผลไม้ (วูสเตอร์ซอส) รสชาติกลมกล่อมทั้งเค็ม หวาน เผ็ดและเปรี้ยวเล็กน้อย เพียงแค่เตรียมวัตถุดิบอย่างกะหล่ำปลี, แครอท, หอมหัวใหญ่, และเนื้อสัตว์ที่ชอบแล้วนำมาผัดให้เข้ากัน ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทียากิโซบะร้อนๆ ก็พร้อมเสิร์ฟ สะดวกยิ่งขึ้นด้วยการแพ็คเส้นโซบะแบบสูญญากาศและซองซอสแยกกัน 3 ชุดต่อ 1 ห่อ
วิธีทำ (สำหรับ 1 ที่)
1. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชลงไป 1 ช้อนโต๊ะ ผัดเนื้อสัตว์และผักที่ชอบจนสุก
2. คลายเส้นโซบะออกจากกัน ใส่เส้นลงไปผัดให้เข้ากับส่วนผสมอื่นๆ
3. ใส่ซอสลงไปผัดให้เข้ากันจนกว่าเส้นจะสุกและนุ่มตามต้องการ ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟได้เลยค่ะ
อาจิทสึเกะ ชิโอะโคโช เคล็ดลับความอร่อยจากครัวญี่ปุ่น
"ชิโอะโคโช" (塩こしょう) หรือ เกลือและพริกไทยดำ เป็นเครื่องปรุงที่ขาดไม่ได้ในครัวเรือน เพราะช่วยดึงรสชาติของวัตถุดิบให้อร่อยขึ้นแบบง่ายๆ ไม่ต้องใช้เครื่องปรุงหลายชนิด อาจิทสึเกะ ชิโอะโคโช ไม่ได้เป็นแค่เครื่องปรุงทั่วไป แต่เป็น "ผู้ช่วยเชฟ" ที่ช่วยให้การทำอาหารง่ายขึ้น ไม่ว่าคุณจะทำเมนู เนื้อย่าง หมูทอด ไก่ย่าง บาร์บีคิว ซุป หรือแม้แต่อาหารตะวันตก ก็สามารถใช้ได้อย่างลงตัว แค่โรยเบาๆ ก็ได้รสชาติอร่อยแบบมืออาชีพ!
เมนูแนะนำ
♥ สเต๊กเนื้อพริกไทยเกลือ
วัตถุดิบ
- เนื้อสเต๊ก (ริบอาย, สันนอก หรือเนื้อที่ชอบ) 200 กรัม
- เฮ้าส์ อาจิซุเกะ ชิโอะโคโช 1 ช้อนชา
- น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
- เนย 10 กรัม
- กระเทียมฝานบาง 2-3 กลีบ
วิธีทำ:
1. โรย เฮ้าส์ อาจิทสึเกะ ชิโอะโคโช ให้ทั่วเนื้อทั้งสองด้าน
2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันมะกอก พอร้อน ใส่เนื้อลงไปย่างให้สุกตามต้องการ
3. ใส่เนยและกระเทียมลงไปผัดให้หอม แล้วราดบนเนื้อ
4. เสิร์ฟพร้อมผักย่างหรือมันฝรั่งทอด
♥ ข้าวผัดญี่ปุ่น (ชิโอะยากิเมชิ)
วัตถุดิบ:
- ข้าวสวย 1 ถ้วย
- หมูสับ หรือไก่สับ 50 กรัม
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- เฮ้าส์ อาจิทสึเกะ ชิโอะโคโช 1 ช้อนชา
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ:
1. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ผัดหมูสับจนสุก
2. ตอกไข่ลงไป คนให้เข้ากันแล้วใส่ข้าวสวย
3. โรย เฮ้าส์ อาจิทสึเกะ ชิโอะโคโช ผัดให้เข้ากัน
4. โรยต้นหอมซอย แล้วตักเสิร์ฟ
เมนูไหนก็อร่อยขึ้น แค่มีติดครัวไว้! ☺️
เคล็ดลับการทำข้าวหน้าเนื้อให้อร่อยอยู่นี่แล้ว
เชิญเพลิดเพลินกับข้าวผัดสไตล์จีนที่คนญี่ปุ่นชื่นชอบ
ข้าวผัดเป็นข้าวผัดสไตล์จีนอันโด่งดังซึ่งเป็นหนึ่งในอาหารที่คนญี่ปุ่นมักรับประทาน คุณสามารถทำข้าวผัดแสนอร่อยได้ คุณยังสามารถรับประทานเองที่บ้านได้อีกด้วย เพียงได้ผงปรุงรสข้าวผัดกุ้งยี่ห้อ Nagatanien นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เพียงโรยผงปรุงรสลงในถุงเดียวแล้วผสมกับไข่เพื่อลดระยะเวลาในการปรุงและได้ข้าวผัดที่มีรสชาติกลมกล่อม เพิ่มเนื้อสัตว์และผักที่คุณเลือก เท่านี้ก็พร้อมแล้ว