เครื่องแกงฮายาชิกึ่งสำเร็จรูป สูตรพิเศษจากโยโกฮามะ
"Yokohama Hakuraitei Hayashi" เครื่องแกงฮายาชิสำเร็จรูปชนิดเกล็ด รสหวาน สูตรพิเศษ ที่ผ่านการคัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอน แกงกะหรี่แบบฟลัคส์ ผสานความละมุนจากพิวเร่แอปเปิล รวมกับหัวหอมผัด เพิ่มความเข้มข้นด้วยน้ำสต๊อกเนื้อ และสมุนไพรหลากชนิด รสชาติกลมกล่อม หวานหอมละมุนลิ้น
เครื่องแกงกะหรี่สำเร็จรูปมาในรูปแบบชนิดเกล็ดทำให้ละลายในน้ำได้ง่ายและรวดเร็ว ไม่ต้องกังวลเรื่องการจับตัวเป็นก้อน ทำง่าย จบได้ในขั้นตอนเดียว แม้จะเป็นมือใหม่ก็สามารถรังสรรค์แกงกะหรี่ญี่ปุ่นหอมอร่อยได้ภายในไม่กี่ขั้นตอน ประหยัดเวลาแต่ได้รสชาติอร่อย เข้มข้น มาในปริมาณคุ้มค่า 1 ห่อ บรรจุ 180 กรัม สามารถทำแกงกะหรี่ได้มากถึง 6 ที่ อิ่มอร่อยได้ทั้งบ้าน!
เครื่องแกงกะหรี่กึ่งสำเร็จรูป รสหวาน เผ็ดน้อย สูตรพิเศษจากโยโกฮามะ
"Yokohama Hakuraitei Curry Amakuchi" เครื่องแกงกะหรี่สำเร็จรูปชนิดเกล็ด รสหวาน เผ็ดน้อย สูตรพิเศษ ที่ผ่านการคัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอน แกงกะหรี่แบบฟลัคส์ รสหวานหอม ผสานความละมุนจากพิวเร่แอปเปิลและลูกพีช รวมกับหัวหอมผัด เพิ่มความเข้มข้นด้วยน้ำสต๊อกเนื้อ และสมุนไพรหลากชนิด รสหวานหอมละมุน
เครื่องแกงกะหรี่สำเร็จรูปมาในรูปแบบชนิดเกล็ดทำให้ละลายในน้ำได้ง่ายและรวดเร็ว ไม่ต้องกังวลเรื่องการจับตัวเป็นก้อน ทำง่าย จบได้ในขั้นตอนเดียว แม้จะเป็นมือใหม่ก็สามารถรังสรรค์แกงกะหรี่ญี่ปุ่นหอมอร่อยได้ภายในไม่กี่ขั้นตอน ประหยัดเวลาแต่ได้รสชาติอร่อย เข้มข้น มาในปริมาณคุ้มค่า 1 ห่อ บรรจุ 180 กรัม สามารถทำแกงกะหรี่ได้มากถึง 6 ที่ อิ่มอร่อยได้ทั้งบ้าน!
เครื่องแกงกะหรี่กึ่งสำเร็จรูป รสเผ็ดเข้มข้น สูตรพิเศษจากโยโกฮามะ
"Yokohama Hakuraitei Curry (Black Hot)" แกงกะหรี่แบบฟลัคส์ รสเผ็ดเข้มข้นพิเศษ BLACK ผ่านการคัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอน ผสานความหอมจากผักและสมุนไพรเครื่องเทศกว่า 20 ชนิด สร้างรสชาติเข้มข้น เผ็ดจัดจ้านแบบ "บิทเทอร์ สไปซี่" เป็นสูตรพิเศษจากต้นตำรับเมืองท่า จากโยโกฮามะ
เครื่องแกงกะหรี่สำเร็จรูปมาในรูปแบบชนิดเกล็ดทำให้ละลายในน้ำได้ง่ายและรวดเร็ว ไม่ต้องกังวลเรื่องการจับตัวเป็นก้อน ทำง่าย จบได้ในขั้นตอนเดียว แม้จะเป็นมือใหม่ก็สามารถรังสรรค์แกงกะหรี่ญี่ปุ่นหอมอร่อยได้ภายในไม่กี่ขั้นตอน ประหยัดเวลาแต่ได้รสชาติอร่อย เข้มข้น มาในปริมาณคุ้มค่า 1 ห่อ บรรจุ 180 กรัม สามารถทำแกงกะหรี่ได้มากถึง 6 ที่ อิ่มอร่อยได้ทั้งบ้าน!
เครื่องแกงกะหรี่กึ่งสำเร็จรูป รสเผ็ดกลาง สูตรพิเศษจากโยโกฮามะ
"Yokohama Hakuraitei" สูตรเผ็ดปานกลาง ผ่านการคัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอน ผสานความหอมหวานจากหัวหอมผัด และผลไม้หลากชนิด เข้ากับสมุนไพรและเครื่องเทศกว่า 20 ชนิด สร้างรสชาติกลมกล่อม และเผ็ดกำลังดี เป็นสูตรพิเศษจากต้นตำรับเมืองท่า จากโยโกฮามะ
เครื่องแกงกะหรี่สำเร็จรูปมาในรูปแบบชนิดเกล็ดทำให้ละลายในน้ำได้ง่ายและรวดเร็ว ไม่ต้องกังวลเรื่องการจับตัวเป็นก้อน ทำง่าย จบได้ในขั้นตอนเดียว แม้จะเป็นมือใหม่ก็สามารถรังสรรค์แกงกะหรี่ญี่ปุ่นหอมอร่อยได้ภายในไม่กี่ขั้นตอน ประหยัดเวลาแต่ได้รสชาติอร่อย เข้มข้น มาในปริมาณคุ้มค่า 1 ห่อ บรรจุ 180 กรัม สามารถทำแกงกะหรี่ได้มากถึง 6 ที่ อิ่มอร่อยได้ทั้งบ้าน!
ส่วนผสมจำเป็นที่ทำให้ขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม หอม อร่อย
คินาโกะ (Kinako) ถือเป็นสารให้ความหวานแบบดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่น ผลิตจากการคั่วถั่วเหลืองคุณภาพดี และนำมาบดเป็นผง ให้รสชาติหวานอ่อนๆ หอมกลิ่นของการคั่ว และกลิ่นถั่ว คินานโกะได้ถูกใช้ในการทำอาหาร และขนมญี่ปุ่นมานานหลายศตวรรษ สามารถประยุกต์ใช้ทำขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ขนมสมัยใหม่ หรือโรยบนไอศครีมรสวนิลา หรืชาเขียวรับรองความอร่อยค่ะ
ยกระดับความอร่อยของชาบูด้วย “ชาบู ชาบู โมจิ” โมจิแผ่นบางจากญี่ปุ่น
เติมความพิเศษให้มื้อชาบูของคุณด้วย “ชาบู ชาบู โมจิ” โมจิแบบแผ่นบาง ทำจากข้าวเหนียวญี่ปุ่นแท้ 100% โดดเด่นด้วยกระบวนการผลิตที่ใช้อุณหภูมิต่ำ เพื่อคงความหอมละมุนของข้าว และรสชาติที่อร่อยอย่างเป็นธรรมชาติ
เนื้อสัมผัสของโมจิมีความเหนียวนุ่ม หอมกลิ่นข้าวเหนียวญี่ปุ่นอ่อนๆ เพียงแค่นำไปแกว่งในหม้อน้ำซุปชาบูไม่กี่วินาที ก็จะได้โมจิที่นุ่มหนึบกำลังดี อร่อยอย่างลงตัวเมื่อรับประทานคู่กับเนื้อ ผัก และน้ำจิ้มสุดโปรด นอกจากจะใช้ในเมนูชาบูแล้ว ยังสามารถนำไปทำเป็นเมนูของหวานได้อีกด้วย เช่น ราดน้ำเชื่อมคุโรมิตสึที่โมจิแผ่น และโรยด้วยผงคินาโกะ ก็ได้รสชาติสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ หรือจะนำไปประยุกต์ในเมนูอาหารอื่นๆ ทั้งคาวและหวานก็อร่อยอย่างลงตัว
ข้าวญี่ปุ่นพร้อมทาน อร่อยง่ายๆได้ทุกเมนู
สัมผัสความอร่อยของข้าวญี่ปุ่นหุงสำเร็จ จากแบรนด์ ไอริส (IRIS) ผลิตจากข้าวคุณภาพเยี่ยมเมืองอาคิตะ (Akita) ตัวข้าวมีเอกลักษณ์ หอมนุ่ม ละมุนลิ้น พร้อมให้คุณลิ้มลองความอร่อยแท้ๆจากญี่ปุ่น
วิถีอุ่นเพื่อรับประทาน
• เปิดฝาถาดจนถึงบริเวณรอยปะ
• นำเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟ ประมาณ 2 นาที (500W / 600W) หรือ 50 วินาที (1000W)
พิถีพิถันทุกขั้นตอน ตั้งแต่การปลูกจนถึงการส่งถึงมือคุณ
• หุงทันทีหลังเก็บเกี่ยว เพื่อรักษาความหอม และรสชาติของข้าวในช่วงที่ดีที่สุด
• ใช้น้ำบริสุทธิ์จากจังหวัดมิยางิ ทำให้ข้าวหอมอร่อยแตกต่างจากข้าวหุงสำเร็จทั่วไป
• ควบคุมอุณหภูมิต่ำ และใช้เทคนิคพิเศษในการเก็บรักษา เพื่อให้ข้าวคงความสดใหม่
• เทคโนโลยีการหุงเฉพาะตัว ช่วยให้ข้าวมีความเงางาม คงความนุ่ม ไม่แข็งกระด้างแม้เปิดทิ้งไว้
**เก็บได้นานถึง 25 เดือน โดยไม่ใช้สารกันบูดหรือสารเคมีใดๆ**
ข้าวญี่ปุ่นพร้อมทาน อร่อยง่ายๆได้ทุกเมนู
สัมผัสความอร่อยของข้าวญี่ปุ่นหุงสำเร็จ จากแบรนด์ ไอริส (IRIS) ผลิตจากข้าวคุณภาพเยี่ยมเมืองอาคิตะ (Akita) ตัวข้าวมีเอกลักษณ์ หอมนุ่ม ละมุนลิ้น พร้อมให้คุณลิ้มลองความอร่อยแท้ๆจากญี่ปุ่น
วิถีอุ่นเพื่อรับประทาน
• เปิดฝาถาดจนถึงบริเวณรอยปะ
• นำเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟ ประมาณ 2 นาที (500W / 600W) หรือ 50 วินาที (1000W)
พิถีพิถันทุกขั้นตอน ตั้งแต่การปลูกจนถึงการส่งถึงมือคุณ
• หุงทันทีหลังเก็บเกี่ยว เพื่อรักษาความหอม และรสชาติของข้าวในช่วงที่ดีที่สุด
• ใช้น้ำบริสุทธิ์จากจังหวัดมิยางิ ทำให้ข้าวหอมอร่อยแตกต่างจากข้าวหุงสำเร็จทั่วไป
• ควบคุมอุณหภูมิต่ำ และใช้เทคนิคพิเศษในการเก็บรักษา เพื่อให้ข้าวคงความสดใหม่
• เทคโนโลยีการหุงเฉพาะตัว ช่วยให้ข้าวมีความเงางาม คงความนุ่ม ไม่แข็งกระด้างแม้เปิดทิ้งไว้
**เก็บได้นานถึง 25 เดือน โดยไม่ใช้สารกันบูดหรือสารเคมีใดๆ**
เมนูข้าวหน้าหมู หรือบูตะดงบุริ ใครว่าทำยาก
เพิ่มความอร่อยให้กับอาหารเมนูย่างของคุณด้วยซอสเทริยากิค่ะ
ชวนคุณมาทำยากิโทริ ในสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ
ใครที่ชอบทานสาหร่าย ห่อนี้คุ้มมากค่ะ
คร็อกเก้ครีมปู จากฮอกไกโด
คร็อกเก้ หรือชื่อภาษาญี่ปุ่นที่เราคุ้นเคยคือโคร็อกเกะ สำหรับใครที่ชอบทานคร็อกเก้ ขอแนะนำโคร็อกเกะครีมปูที่ตัวไส้ด้านในทำมาจากเนื้อปูหิมะ ปรุงรสมาได้อย่างอร่อยลงตัว ยิ่งได้ทานตอนร้อนๆ ยิ่งฟิน หากใครชอบทานคร็อกเก้แนะนำให้มีติดบ้านไว้เลยค่ะ
พบกับ 1 ใน 3 ของเส้นอุด้งที่อร่อยที่สุดของญี่ปุ่น!!
Sanuki Udon ของจังหวัดคากาว่า ถือเป็นสุดยอมเมนูอุด้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น และได้รับความนิยมไปทั่วโลก ความพิเศษของเมนูวัดกันที่ความอร่อยของเส้นค่ะ
ปลาฮอกเกะชุปแป้งทอด เมนูทานง่ายๆได้ที่บ้าน
ปลาฮอกเกะชุปแป้งทอด จากฮอกไกโด เนื้อแน่น จุ๊ยซี่ อร่อยเพลินตั้งแต่คำแรก อร่อยแบบไม่ต้องจิ้มอะไรก็ได้ หรือสามารถจิ้มซอสได้ตามที่ชอบเลยค่ะ
หากพูดถึงเมนูทานเล่นยอดฮิตที่ต้องมีติดโต๊ะเมื่อไปร้านอาหารญี่ปุ่นหรือร้านอิซากายะ เชื่อว่าหลายคนต้องนึกถึง “ทาโกะวาซาบิ” เมนูเคี้ยวเพลินที่โดดเด่นด้วยเนื้อปลาหมึกยักษ์หั่นพอดีคำ เนื้อหนึบเด้งและกรุบกรับ คลุกเคล้ากับซอสปรุงรสและวาซาบิแท้ๆ ให้รสชาติเผ็ดหอมขึ้นจมูกเล็กน้อยอย่างเป็นเอกลักษณ์ พร้อมความกลมกล่อมที่ยิ่งเคี้ยวยิ่งอร่อย เติมบรรยากาศอิซากายะให้มื้ออาหารที่บ้านได้ง่ายๆ เพียงละลายน้ำแข็งก็พร้อมรับประทานทันที เหมาะสำหรับเป็นเมนูทานเล่น กับแกล้มคู่เครื่องดื่ม หรือเสิร์ฟในปาร์ตี้กับครอบครัวและเพื่อนฝูง ให้คุณสัมผัสความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องรอไปร้าน
วิธีละลายที่ถูกต้อง (เพื่อเนื้อสัมผัสที่ดีที่สุด)
เนื่องจากสินค้ามีขนาด 1 กก. ไม่แนะนำให้ละลายพร้อมกันทั้งถุง หากทานไม่หมดในครั้งเดียว
• ตัดแบ่งขณะยังแข็ง: ใช้มีดสะอาดตัดแบ่งถุงทาโกะวาซาบิออกมาเฉพาะปริมาณที่จะทานในมื้อนั้น
• ใส่ช่องธรรมดา: แบ่งใส่ถ้วยมีฝาปิด แช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาข้ามคืน เพื่อให้ละลายช้าๆ เนื้อหมึกจะไม่เสียความเด้ง
• ละลายด่วน: นำใส่ถุงซิปล็อกปิดให้สนิท แช่ในน้ำอุณหภูมิห้อง 15-20 นาที (ห้ามนำเข้าไมโครเวฟเด็ดขาด)
• การเก็บส่วนที่เหลือ: รีบนำส่วนที่เหลือเก็บเข้าช่องแช่แข็งทันที (-18°C) ห้ามปล่อยให้ละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งซ้ำ
เพราะจะทำให้หมึกเหนียวและคาวครับ
สายกินห้ามพลาดกับเมนูสุดฟิน ที่จะเปลี่ยนมื้อธรรมดาของคุณให้พิเศษขึ้น สัมผัสความอร่อยเต็มๆคำกับรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยความกรอบนอกจากเกล็ดขนมปังสีทอง และความนุ่มในของครีมซอสสูตรเข้มข้น รสชาติหวานมัน กลมกล่อม ละมุนลิ้น ผสานเนื้อกุ้งเด้งๆ ด้านในที่เข้ากันได้อย่างลงตัว กินกี่ทีก็ไม่เบื่อ แถมสะดวกสุดๆ เพียงหยิบออกจากตู้เย็นแล้วนำทอดด้วยกระทะ หรือถ้าอยากได้ความกรอบฟูขั้นสุด เพียงอุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมันแปบเดียว ก็จะได้โคร็อกเกะร้อนๆ เหมือนเพิ่งทอดเสร็จใหม่ๆ จะทานเล่นเป็นของว่างยามบ่ายจิ้มซอสทงคัตสึหรือมายองเนสก็เคี้ยวเพลิน หรือจะนำไปวางท็อปบนข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นร้อนๆ ทำเป็นมื้อหลักก็อร่อยฟินอิ่มท้อง ยิ่งทานตอนร้อนๆ ครีมซอสข้างในเยิ้มๆ บอกเลยว่าฟินมากๆ แค่มีโคร็อกเกะกล่องนี้ติดตู้เย็นไว้ก็อุ่นใจ อร่อยได้ทุกเวลา
วิธีอร่อยกับ "โคร็อกเกะครีมกุ้ง" (ทำง่าย สะดวก รวดเร็ว)
เนื่องจากเป็นสินค้าอาหารพร้อมทานแช่แข็ง สามารถเลือกอุ่นร้อนได้ตามความสะดวก 2 รูปแบบ
แบบทอดด้วยกระทะ
• ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ท่วม ใช้ไฟปานกลางจนน้ำมันร้อน
• นำโคร็อกเกะลงไปทอดซ้ำสั้น ๆ ประมาณ 1 - 2 นาที จนเกล็ดขนมปังฟูเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองสม่ำเสมอ
• ตักขึ้นมาพักสะเด็ดน้ำมัน พร้อมเสิร์ฟ จะได้รสสัมผัสที่กรอบฟูฉ่ำ ตามแบบฉบับโคร็อกเกะดั้งเดิมในร้านอาหารญี่ปุ่น
แบบหม้อทอดไร้น้ำมัน
• นำโคร็อกเกะครีมกุ้งออกจากช่องแช่แข็ง (ไม่ต้องทำละลาย)
• ใส่ในหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้ไฟ 180°C เป็นเวลาประมาณ 8 - 10 นาที
• พลิกกลับด้านในนาทีที่ 5 เพื่อให้เกล็ดขนมปังกรอบสีเหลืองทองเท่ากันทั้งสองด้าน แป้งด้านนอกจะกรอบกรุบเหมือนทอดใหม่ ๆ แต่ไร้น้ำมันส่วนเกิน ส่วนครีมซอสด้านในละมุนเยิ้มสะใจ
ไส้กรอกอาราบิกิ เนื้อแน่น ฉ่ำ เด้ง สไตล์ญี่ปุ่นแท้
ไส้กรอกอาราบิกิ ไส้กรอกยอดนิยมของญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสด้านในที่ทำจากเนื้อหมูบดหยาบ ทำให้ยังคงความชุ่มฉ่ำและรสชาติของเนื้อหมูได้อย่างเต็มที่ ทุกคำที่เคี้ยวให้ความรู้สึกเนื้อแน่น เต็มคำ ขณะที่หนังด้านนอกกรอบเล็กน้อยและหอมกลิ่นรมควันชวนกิน ไส้กรอกอาราบิกิห่อนี้ผลิตจาก หมูอนามัย ปราศจากสารเร่งเนื้อแดง ปรุงรสด้วยซอสจากแบรนด์ Nihon Shokken แบรนด์ผู้ผลิตซอสอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น ช่วยดึงรสชาติของเนื้อหมูให้อร่อย กลมกล่อมแบบต้นตำรับ เหมาะสำหรับเสิร์ฟเป็นเมนูหลัก เครื่องเคียง หรือของทานเล่น ที่ใครได้ลองก็มักเผลอสั่งซ้ำโดยไม่รู้ตัว
วิธีก่อนปรุง
• นำไส้กรอกออกจากช่องแช่แข็ง
• ละลายน้ำแข็ง โดยแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือวางในอุณหภูมิห้องจนคลายตัว ไม่จำเป็นต้องล้างน้ำ เพียงซับให้แห้งก่อนนำไปปรุง
• สามารถนำไป ย่าง ทอด อบ หรือ ต้ม ได้ทันที
วิธีรับประทาน
ไส้กรอกอาราบิกิ พร้อมอร่อยได้หลายสไตล์ :
• ย่าง : ย่างบนกระทะหรือเตาถ่าน ไฟกลาง กลิ้งไปมาให้ผิวตึง หอมฉ่ำ กรอบนอกนุ่มใน
• ทอด : ทอดด้วยไฟกลาง ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมันเพิ่ม ไขมันจากไส้กรอกจะออกมาเอง หอมแบบไม่ง้อซอส
• อบลมร้อน / อบเตาอบ : อุณหภูมิประมาณ 170–180°C ประมาณ 8–10 นาที เหมาะกับทำหลายชิ้นพร้อมกัน
• ต้ม / ลวก : ต้มในน้ำร้อน (ไม่เดือดจัด) 3–5 นาที แล้วนำไปย่างหรือทอดต่อ เพิ่มความฉ่ำแบบขั้นสุด
แนะนำ: เสิร์ฟคู่มัสตาร์ด ซอสมะเขือเทศ หรือซอสญี่ปุ่น จะยิ่งดึงรสชาติให้อร่อยขึ้นอีกระดับ
เมนูแนะนำ
• อาราบิกิย่างเนยเสียบไม้
• ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น + ไส้กรอกอาราบิกิ
• ไส้กรอกอาราบิกิผัดเนยกระเทียม
• สปาเก็ตตี้ผัดพริกแห้งอาราบิกิ
• สลัดไส้กรอกอาราบิกิย่าง
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Yukinkomai จากเมืองนีงาตะ เมืองแห่งข้าว
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Nanatsuboshi ข้าวที่เติบโตท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ของฮอกไกโด
นิยมปลูกมากในฮอกไกโด เมล็ดข้าวอวบ หุงแล้วขึ้นเงา มีความเหนียวปานกลาง และความหวานแบบพอดี ทำให้โดนใจชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก แม้ข้าวจะเย็นแต่ยังคงความนุ่ม หอม อร่อย สามารถทำอาหารได้หลากหลายประเภท แต่จะนิยมนำมาทำเบนโตะและซูชิ
• ลักษณะเมล็ด – เมล็ดข้าวอวบ ขาว หุงขึ้นหม้อ
• รสชาติ – มีรสหวานและยังคงอร่อยแม้จะเย็นแล้ว
• ความเหนียว – ความเหนียวกำลังดี
• เมนูที่เหมาะสม – เบนโตะ และซูชิ
• ความลับของสายพันธุ์ – ถือว่าเป็นข้าวที่มีความสมดุลระหว่างรสชาติกับเนื้อสัมผัสมากที่สุดในสายพันธุ์ข้าวฮอกไกโด เมื่อหุงจนสุกข้าวมีความขาว ความเงา ความหอม ให้รสชาตินุ่มนวล และเคี้ยวอร่อย
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
1. ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
2. ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
3. กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
4. ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำจนอ่อนนุ่ม
5. หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อย ๆ คนให้น้ำระเหย
ข้าวญี่ปุ่นจากเมืองฮอกไกโด เมืองแห่งความอุดมสมบูรณ์
ชวนคุณมาชิมข้าวญี่ปุ่นแท้ๆ ปลูกที่เมืองฮอกไกโด เมืองที่ธรรมชาติสวยงาม น้ำใสสะอาด ข้าวที่ได้มีรสชาติหวาน นุ่ม เหนียว เคี้ยวเพลิน เหมาะกับทำอาหารญี่ปุ่นอย่างเมนูข้าวซูชิ ข้าวปั้นโอนิกิริ มาลองชิมความแตกต่างของรสชาติข้าวญี่ปุ่นแท้ๆ กันค่ะ หากสนใจทำเมนูข้าวซูชิ เรามีน้ำส้มปรุงรสข้าว และสาหร่ายสำหรับห่อข้าว ขายด้วยนะคะ
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
1. ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
2. ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบา ๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
3. กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
4. ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำเวลาหุงข้าวจะนุ่มไม่กระด้าง
5. หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อยๆ คนให้น้ำระเหย
วิธีการเก็บรักษา
1. เก็บในที่แห้งและเย็น
2. ระวังการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง เพราะข้าวจะแห้งแตกเนื่องจากการระเหยของน้ำในข้าว
3. หลีกเลี่ยงการเก็บรักษาใกล้ ผงซักฟอก สเปรย์ปรับอากาศ เครื่องสำอาง และอาหารที่มีกลิ่นแรง เพราะข้าวจะดูดซับกลิ่น
ข้อควรระวัง
1. คุณภาพของข้าวจะเปลี่ยนหากโดนความชื้น
2. ห้ามวางไว้ใกล้เปลวไฟ เนื่องจากติดไฟง่าย
3. ห้ามวางสินค้าอื่นซ้อนทับผลิตภัณฑ์
เหนียวนุ่ม นุ่มหนึบ สูตรต้นตำหรับจากญี่ปุ่น แบบเดียวกับที่ใช้ตามร้านราเมนชื่อดัง
สัมผัสความอร่อยระดับพรีเมียม ส่งตรงถึงบ้านคุณ กับเส้นราเมนสดสูตรต้นตำรับแท้จากประเทศญี่ปุ่น ผลิตจากแป้งสาลีและไข่ไก่คุณภาพดี ให้เส้นสีเหลืองนวลสวย เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม หนึบหนับ เคี้ยวเพลินทุกคำ ผลิตด้วยกรรมวิธีที่พิถีพิถัน โดยไม่เติมสารกันบูด เพื่อคงความสดใหม่และให้คุณมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยทุกครั้งที่รับประทาน ไม่ว่าจะทำรับประทานเองที่บ้าน หรือใช้ประกอบอาหารสำหรับร้าน ก็ให้รสชาติอร่อยเหมือนเชฟญี่ปุ่นปรุงสดใหม่ สามารถนำไปสร้างสรรค์เมนูได้หลากหลาย ทั้งราเมนน้ำ ราเมนแห้ง ราเมนเย็น ยากิโซบะ หรือเมนูผัดเส้นต่างๆ ใช้งานสะดวก ต้มสุกง่ายภายในไม่กี่นาที ก็พร้อมเสิร์ฟความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นได้ทันที
วิธีเตรียมเส้น
ขั้นเตรียมเส้นก่อนลวก : ต้มน้ำให้เดือด จากนั้นให้สางเส้นให้ไม่ติดกันก่อนลวก (ไม่ควรนำเส้นไปจุ่มน้ำเพื่อล้างแป้งก่อนลวก จะทำให้เส้นเหนียวติดกัน) และให้ใช้ตะเกียบกวนเส้นให้กระจายตัวในน้ำเล็กน้อยขณะลวกเส้น
เวลาในการลวกตามแต่ละเมนู:
- เมนูราเมน ใช้เวลาลวกเส้นประมาณ 2-3 นาที
- เมนูบะหมี่เย็น ใช้เวลาลวกเส้นประมาณ 2:45-3:15 นาที แล้วนำเส้นไปจุ่มในนำเย็นก่อนเสิร์ฟ
- เมนูยากิโซบะ ใช้เวลาลวกเส้นประมาณ 1:30-1:45 นาที
การเก็บรักษา: เก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0-5 °C หลังจากเปิดซองแล้วควรทานให้หมดภายใน 7 วัน (จุดน้ำตาลในเนื้อแป้งเป็นส่วนของรำข้าวสาลี ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค)
เมนูแนะนำ
• ทงคัตสึราเมน / โชยุราเมน: เส้นราเมนเหนียวนุ่มในน้ำซุปกระดูกหมูเข้มข้นหรือซุปโชยุหอมกรุ่น
• ซารุ ราเมน (บะหมี่เย็นญี่ปุ่น): เส้นราเมนลวกสุกจุ่มน้ำเย็น ทานคู่กับซอสซารุโชยุเย็นๆ โรยต้นหอมและวาซาบิ
• ยากิโซบะ: นำเส้นไปผัดกับซอสยากิโซบะรสเข้มข้น ใส่กะหล่ำปลี หมูสามชั้น และโรยสาหร่าย
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Yumepirika ถือเป็นพันธุ์ข้าวระดับไฮเอนด์ที่ใช้สุดยอดเทคโนโลยีการเพาะสายพันธุ์ข้าวในฮอกไกโด
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ยูเมะพิริกะ (Yumepirika) จากแบรนด์ โฮคุเรน (Hokuren) เป็นข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์พรีเมียมที่ปลูกในจังหวัดฮอกไกโด ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอากาศหนาวเย็นและดินที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ข้าวมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ถือเป็นข้าวเกรดสูงที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น
ลักษณะเด่นของ Yumepirika
• เมล็ดอวบอ้วน และเงางาม - เมล็ดข้าวมีขนาดปานกลางถึงใหญ่ เมื่อหุงแล้วจะเงางามและมีความหนึบที่โดดเด่น
• เนื้อนุ่มแต่ไม่เละ - ข้าวมีความเหนียวและนุ่มในระดับที่พอดี ไม่ร่วนหรือแข็งเกินไป
• รสหวานธรรมชาติ - มีรสชาติอ่อนๆ และหวานธรรมชาติ แม้ทานเปล่าๆ ก็ยังอร่อย
• กลิ่นหอมพิเศษ - มีกลิ่นหอมที่แตกต่างจากข้าวพันธุ์อื่น
• ปลูกในอากาศหนาวเย็น - อุณหภูมิที่เย็นของฮอกไกโดช่วยให้ข้าวมีคุณภาพดีขึ้นและสามารถเก็บรักษาได้นาน
รางวัลและมาตรฐานคุณภาพ
• Yumepirika ได้รับการรับรองมาตรฐาน 特A (Toku A) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของข้าวญี่ปุ่น
• เป็นข้าวที่ได้รับความนิยมในร้านอาหารระดับพรีเมียมทั่วญี่ปุ่น
• ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลฮอกไกโดให้เป็นข้าวเกรดพรีเมียมของภูมิภาค
เมนูที่เหมาะกับ Yumepirika
เนื่องจาก Yumepirika เป็นข้าวที่มีความเหนียวนุ่มและมีรสหวานในตัว จึงเหมาะกับอาหารที่ต้องการข้าวคุณภาพสูง เช่น
• ข้าวสวย (Cooked Rice) - เมล็ดข้าวสวย เมื่อหุงสุกจะมีความเงาสวย เหมาะสำหรับทานแบบข้าวสวย
• ซูชิ (Sushi) - เมล็ดข้าวเหนียวกำลังดี จับตัวได้ง่าย ไม่แฉะเกินไป
• ข้าวปั้น (Onigiri) - รสชาติหวานธรรมชาติทำให้กินเปล่าๆ ก็อร่อย
• ข้าวญี่ปุ่นธรรมดา (Gohan) - เหมาะสำหรับทานคู่กับปลาย่างหรืออาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
• ข้าวหน้าอาหารทะเล (Kaisendon/Donburi) - ความหนึบของข้าวช่วยเสริมรสชาติของปลาดิบได้ดี
Yumepirika ถือเป็นข้าวที่ให้รสชาติที่ดีที่สุดของฮอกไกโด ถ้าคุณต้องการข้าวที่นุ่ม หอม และมีคุณภาพสูง Yumepirika คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
• ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
• ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
• กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
• ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำเวลาหุงข้าวจะนุ่มไม่กระด้าง
• หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อยๆ คนให้น้ำระเหย
วิธีการเก็บรักษา
• เก็บในที่แห้งและเย็น
• ระวังการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง เพราะข้าวจะแห้งแตกเนื่องจากการระเหยของน้ำในข้าว
• หลีกเลี่ยงการเก็บรักษาใกล้ ผงซักฟอก สเปรย์ปรับอากาศ เครื่องสำอาง และอาหารที่มีกลิ่นแรง เพราะข้าวจะดูดซับกลิ่น
ข้อควรระวัง
• คุณภาพของข้าวจะเปลี่ยนหากโดนความชื้น
• ห้ามวางไว้ใกล้เปลวไฟ เนื่องจากติดไฟง่าย
• ห้ามวางสินค้าอื่นซ้อนทับผลิตภัณฑ์
เปิดประสบการณ์รสชาติของข้าวญี่ปุ่นแท้ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชาแห่งข้าว" ของประเทศญี่ปุ่น ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ค่ะ
ข้าวชิ้นนี้คือ ข้าวโคชิฮิคาริ (Koshihikari) ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ยอดนิยมและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวที่มาจากจังหวัด นีงาตะ (Niigata) ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงด้านคุณภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จังหวัดนีงาตะได้รับพรจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปลูกข้าวชั้นดี เช่น ดินที่อุดมสมบูรณ์จากตะกอนแม่น้ำสำคัญอย่างแม่น้ำชินาโนะ (Shinano River) และแม่น้ำอะงาโนะ (Agano River) รวมถึงมีน้ำบริสุทธิ์จากหิมะที่ละลาย (Snowmelt Water) และที่สำคัญคือ ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน ที่สูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความหวานและรสชาติของข้าว
ข้าวโคชิฮิคาริสายพันธุ์นีงาตะมีจุดเด่นหลัก ๆ ที่ทำให้เป็นที่รักของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
ความเหนียวและหนึบ (Stickiness): มีสัมผัสที่ เหนียวหนึบ (Mochimochi) และยืดหยุ่นกำลังดี ไม่แข็งกระด้าง
ความหวานและอูมามิ (Sweetness & Umami): มีรสหวานตามธรรมชาติที่ชัดเจน และมีรส อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นในทุกเม็ด
กลิ่นหอมและเงางาม: เมื่อหุงสุกแล้วจะมี กลิ่นหอมที่ละมุน และเมล็ดข้าวจะมีความ เงางามเป็นประกาย น่ารับประทาน
ด้วยรสชาติที่โดดเด่นและสมดุล ทำให้ข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะอร่อยมากแม้ว่าจะทานเปล่า ๆ โดยไม่ต้องมีกับข้าวค่ะ นอกจากนี้ยังรักษาความอร่อยไว้ได้ดีแม้จะเย็นลง จึงเหมาะมากสำหรับทำข้าวปั้น โอนิกิริ (Onigiri) หรือใส่ในกล่องข้าวเบนโตะ (Bento)
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
ข้าวโคชิฮิคาริมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่สมดุล ทำให้เข้ากันได้ดีกับอาหารหลากหลายประเภทค่ะ:
ข้าวสวย (Plain White Rice): ทานเปล่า ๆ คู่กับเครื่องเคียงง่าย ๆ อย่างซุปมิโสะ (Miso Soup) และผักดอง (Tsukemono) เพื่อสัมผัสรสชาติแท้ ๆ ของข้าว
ซูชิ (Sushi) และโอนิกิริ (Onigiri): ด้วยความเหนียวหนึบ ทำให้ปั้นได้ง่ายและคงรูปได้ดีเมื่อเย็นลง
เมนูอาหารญี่ปุ่นทั่วไป: เหมาะสำหรับทานคู่กับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด เช่น ปลาย่าง, เทมปุระ (Tempura) หรือข้าวหน้าต่าง ๆ (Donburi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
เพื่อให้ได้ข้าวที่อร่อยที่สุด ควรทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
1. ซาวข้าว (Rinsing): ซาวข้าวอย่างเบามือเพื่อล้างฝุ่นออก เปลี่ยนน้ำประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำเริ่มใส
2. แช่น้ำ (Soaking): แช่ข้าวในน้ำสะอาดทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ในฤดูร้อน หรือ 60 นาที ในฤดูหนาว เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำอย่างเต็มที่
3. หุง (Cooking): หุงตามอัตราส่วนน้ำที่ระบุบนเครื่องหุงข้าว หรือใช้อัตราส่วนข้าว 1 ส่วนต่อน้ำประมาณ 1.1 - 1.2 ส่วน
4. พักข้าว (Steaming): เมื่อหุงเสร็จแล้ว ห้ามเปิดฝา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ไอน้ำระอุและข้าวสุกทั่วถึง ก่อนจะใช้ไม้พายคลุกเบา ๆ ก่อนตักเสิร์ฟค่ะ
ลองนำข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะไปหุงดูสิคะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมข้าวญี่ปุ่นแท้ ๆ ถึงมีเสน่ห์และเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น ที่คุณก็สามารถสร้างสรรค์ความอร่อยนี้ได้ที่บ้านค่ะ