เปิดประสบการณ์การทานปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ
แบรนด์ Nihon Shokken เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายซอสชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น แค่เห็นชื่อแบรนด์ก็การันตีได้เลยว่ารสชาติอร่อยแน่นอนค่ะ ซอสยากินิคุ หรือซอสปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นขวดนี้ ทำจากโชยุ น้ำผลไม้หมักที่ให้ความหวานตามธรรมชาติ น้ำมันงา และเครื่องเทศต่างๆ ที่เข้ากันได้ดีกับเนื้อสัตว์ ใช้ได้ทั้งสำหรับหมักหรือเป็นน้ำจิ้มก็อร่อย หากอยากทานแบบสไตล์ไทยๆ เพียงเพิ่มพริกและกระเทียมอีกนิด ก็จะได้รสชาติที่จัดจ้านถูกใจยิ่งขึ้นค่ะ
เส้นเหนียวนุ่ม ซุปจัดจ้าน อร่อยเหมือนทานที่ร้าน
พลาดไม่ได้เลยจริงๆสำหรับชีสเลิฟเวอร์กับซอสสเต๊กสูตรนี้ จากเบลฟู้ด
อร่อยกับสเต็กซอสรสชีส จากเบลฟู้ด ที่จะให้คุณได้ลิ้มรสความนัวจากชีส ที่เข้ากันได้ดีสุดๆกับสเต็กจานโปรดของคุณ ไม่ว่าจะใช้เป็นซอสทานกับเฟรนช์ฟรายส์ หรือเมนูทอดอื่นๆก็ยังได้ แค่นึกถึงความหอมและความหนุบหนับของชีสแสนอร่อย ก็ชวนให้ท้องร้องแล้ว~
ชวนคุณมาชิมปลากระป๋องสไตล์ญี่ปุ่น
ปลาแมคเคอเรลในซอสถั่วเหลืองสไตล์ญี่ปุ่น ผลิตจากปลาคุณภาพดี ชิ้นใหญ่ เนื้อแน่น ก้างน้อย หมักด้วยซีอิ้วให้รสเค็มหวาน กระป๋องเปิดง่ายพร้อมเสริฟ์ ให้คุณสามารถทานได้ทันที หรือจะนำมาดัดแปลงเป็นเมนูใหม่ๆ ในแบบของคุณ
เปรี้ยว เค็ม หอม คือนิยามรสชาติของซอสขวดนี้!!
เรามีซอสจากแบรนด์ Shibanuma ที่เป็นแบรนด์ผลิตซอสมาตั้งแต่ปี 1688 และได้รับความนิยมมากในหมู่คนญี่ปุ่น สำหรับซอสถั่วเหลืองที่รังสรรโดยเชฟผู้มีใจรักและทักษะ เพื่อให้ออกมาเข้ากับอาหารมากที่สุด โดยเริ่มจากการคัดถั่วเหลืองชั้นดี หมักในน้ำซุปที่สกัดจากปลาโบนิโตะ เพิ่มรสเปรี้ยวและหอมด้วยส้มยูสุ เพื่อให้กลายเป็นซอสปรุงรสในอาหารหลายชนิด หรือจะราดบนผักสลัด ทำเป็นน้ำจิ้ม
“ราเมนสูตรพิเศษ Two-Night Dried Ramen” รสชาติอาซาฮิคาวะ โชยุ สัมผัสเหมือนเส้นสดจากร้าน!
นี่ไม่ใช่ราเมนกึ่งสำเร็จรูปธรรมดา แต่คือ “Two-Night Dried Ramen” (เส้นตากแห้ง 2 คืน) ที่โดดเด่นด้วยกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถัน ให้คุณอร่อยได้แบบพรีเมียมง่ายๆ ที่บ้าน
จุดเด่นที่ต้องลอง
• ความลับของเส้นตากแห้ง 2 คืน : เส้นไม่ได้ผ่านการทอด แต่ใช้วิธีตากแห้งอย่างช้าๆ นานถึง 48 ชั่วโมง ในอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่ใกล้เคียงเส้นสด (Nama-men) มากที่สุด
• วัตถุดิบพรีเมียมจากฮอกไกโด : ผลิตจากแป้งสาลีฮอกไกโด 100% ให้เส้นมีความเหนียวนุ่ม พร้อมกลิ่นหอมเฉพาะตัว
• รสชาติอาซาฮิคาวะ โชยุ : น้ำซุปโชยุญี่ปุ่นเข้มข้น หอมกลิ่นถั่วเหลืองและดาชิ ให้รสชาติกลมกล่อม เหมือนได้นั่งทานที่ฮอกไกโด
เพิ่มความอร่อยง่ายๆ : ใน 1 ซองมีซุปสำหรับ 1 ที่ เพียงลวกเส้นให้สุก แล้วเติมหมูชาชู หน่อไม้ดอง และต้นหอมญี่ปุ่นซอย ก็ยกระดับให้เป็นราเมนแสนอร่อย ที่อร่อยจนลืมไปเลยว่าทำทานเองที่บ้าน
วิธีปรุงเพื่อรับประทาน
1. ต้มน้ำ 500 มล. (2.5 ถ้วย) ให้เดือดแล้ว ให้ใส่เส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 4.5 นาที ใช้ตะเกียบคนให้เข้ากันเพื่อป้องกันไม่ให้เส้นติดกัน
2. เมื่อเส้นสุกแล้ว ให้ปิดไฟ ใส่ซุปลงไปแล้วคนให้เข้ากัน (ปริมาณน้ำและเวลาในการต้มเส้นเป็นเพียงแนวทางเท่านั้น ปรับเปลี่ยนได้ตามความชอบ)
3. ตักใส่ชามพร้อมรับประทานได้เลย
ขอแนะนำน้ำแร่ธรรมชาติจากแหล่งน้ำคุณภาพของประเทศญี่ปุ่น ที่ผ่านการรังสรรค์จากธรรมชาติอย่างพิถีพิถัน ให้รสสัมผัสที่นุ่มนวลและสดชื่น เหมาะกับการดื่มในทุกวันค่ะ
ผลิตภัณฑ์น้ำแร่ธรรมชาติ (Natural Mineral Water) ชิ้นนี้มาจากแบรนด์ ไอริส โอยามะ (Iris Ohyama) ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในประเทศญี่ปุ่นในฐานะแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าคุณภาพหลากหลายประเภท แหล่งกำเนิดของน้ำแร่นี้คือบริเวณรอบ ภูเขาไฟฟูจิ (Mt. Fuji) ในจังหวัดชิซูโอกะ (Shizuoka) น้ำซึมซาบผ่านชั้นหินใต้ดินของภูเขาไฟฟูจิเป็นเวลานานหลายปี ทำให้เกิดการกรองตามธรรมชาติอย่างช้า ๆ และดูดซับแร่ธาตุต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมาด้วย
จุดเด่นของน้ำแร่จาก ไอริส โอยามะ คือการคงรสชาติดั้งเดิมของน้ำที่ผ่านการกรองจากชั้นหินใต้ดินของภูเขาไฟฟูจิไว้ให้ได้มากที่สุด น้ำแร่นี้จัดเป็น น้ำอ่อน (Soft Water) ที่มีค่าความกระด้าง (Hardness) อยู่ในระดับต่ำ (โดยทั่วไปประมาณ $50 \text{ mg/L}$) ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของน้ำดื่มในประเทศญี่ปุ่น ทำให้มีรสชาติที่ ดื่มง่าย นุ่มละมุน และไม่มีรสชาติที่รู้สึกหนักลิ้นหรือบาดคอ
นอกจากความนุ่มนวลของรสชาติแล้ว น้ำแร่จากภูเขาไฟฟูจิยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เช่น วานาเดียม (Vanadium) ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่มักพบในน้ำที่มาจากแหล่งน้ำภูเขาไฟ และเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบการดูแลสุขภาพในญี่ปุ่น การดื่มน้ำแร่นี้จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งในการเพิ่มแร่ธาตุธรรมชาติเข้าสู่ร่างกายในแต่ละวันได้อย่างง่ายดายค่ะ
ความนุ่มนวลเป็นพิเศษ: จัดเป็นน้ำอ่อน (Soft Water) ที่มีรสชาติเป็นกลาง ทำให้ดื่มง่ายและไม่ทำให้รสชาติของอาหารหรือเครื่องดื่มที่นำไปผสมเปลี่ยนไป
แร่ธาตุจากธรรมชาติ: อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่ถูกดูดซับผ่านชั้นหินของภูเขาไฟฟูจิ เช่น วานาเดียม ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติในแหล่งกำเนิด
ความบริสุทธิ์ของแหล่งน้ำ: มาจากแหล่งน้ำบาดาลธรรมชาติบริเวณภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำแร่ที่ได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพ
ลองเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความสดชื่นและบริสุทธิ์จากแหล่งน้ำธรรมชาติของญี่ปุ่นดูสิคะ น้ำแร่จากภูเขาไฟฟูจินี้ จะช่วยให้คุณได้เพลิดเพลินกับรสชาติของน้ำแบบญี่ปุ่นแท้ ที่สามารถเติมเต็มความสุขเล็ก ๆ ให้กับชีวิตประจำวันของคุณได้ค่ะ
ขอแนะนำน้ำแร่ธรรมชาติจากแหล่งน้ำคุณภาพของประเทศญี่ปุ่น ที่ผ่านการรังสรรค์จากธรรมชาติอย่างพิถีพิถัน ให้รสสัมผัสที่นุ่มนวลและสดชื่น เหมาะกับการดื่มในทุกวันค่ะ
ผลิตภัณฑ์น้ำแร่ธรรมชาติ (Natural Mineral Water) ชิ้นนี้มาจากแบรนด์ ไอริส โอยามะ (Iris Ohyama) ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในประเทศญี่ปุ่นในฐานะแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าคุณภาพหลากหลายประเภท แหล่งกำเนิดของน้ำแร่นี้คือบริเวณรอบ ภูเขาไฟฟูจิ (Mt. Fuji) ในจังหวัดชิซูโอกะ (Shizuoka) น้ำซึมซาบผ่านชั้นหินใต้ดินของภูเขาไฟฟูจิเป็นเวลานานหลายปี ทำให้เกิดการกรองตามธรรมชาติอย่างช้า ๆ และดูดซับแร่ธาตุต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมาด้วย
จุดเด่นของน้ำแร่จาก ไอริส โอยามะ คือการคงรสชาติดั้งเดิมของน้ำที่ผ่านการกรองจากชั้นหินใต้ดินของภูเขาไฟฟูจิไว้ให้ได้มากที่สุด น้ำแร่นี้จัดเป็น น้ำอ่อน (Soft Water) ที่มีค่าความกระด้าง (Hardness) อยู่ในระดับต่ำ (โดยทั่วไปประมาณ $50 \text{ mg/L}$) ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของน้ำดื่มในประเทศญี่ปุ่น ทำให้มีรสชาติที่ ดื่มง่าย นุ่มละมุน และไม่มีรสชาติที่รู้สึกหนักลิ้นหรือบาดคอ
นอกจากความนุ่มนวลของรสชาติแล้ว น้ำแร่จากภูเขาไฟฟูจิยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เช่น วานาเดียม (Vanadium) ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่มักพบในน้ำที่มาจากแหล่งน้ำภูเขาไฟ และเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบการดูแลสุขภาพในญี่ปุ่น การดื่มน้ำแร่นี้จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งในการเพิ่มแร่ธาตุธรรมชาติเข้าสู่ร่างกายในแต่ละวันได้อย่างง่ายดายค่ะ
ความนุ่มนวลเป็นพิเศษ: จัดเป็นน้ำอ่อน (Soft Water) ที่มีรสชาติเป็นกลาง ทำให้ดื่มง่ายและไม่ทำให้รสชาติของอาหารหรือเครื่องดื่มที่นำไปผสมเปลี่ยนไป
แร่ธาตุจากธรรมชาติ: อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่ถูกดูดซับผ่านชั้นหินของภูเขาไฟฟูจิ เช่น วานาเดียม ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติในแหล่งกำเนิด
ความบริสุทธิ์ของแหล่งน้ำ: มาจากแหล่งน้ำบาดาลธรรมชาติบริเวณภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำแร่ที่ได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพ
ลองเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความสดชื่นและบริสุทธิ์จากแหล่งน้ำธรรมชาติของญี่ปุ่นดูสิคะ น้ำแร่จากภูเขาไฟฟูจินี้ จะช่วยให้คุณได้เพลิดเพลินกับรสชาติของน้ำแบบญี่ปุ่นแท้ ที่สามารถเติมเต็มความสุขเล็ก ๆ ให้กับชีวิตประจำวันของคุณได้ค่ะ
กินเหมือนบรรยากาศในร้าน ซุปเข้มข้น เส้นเหนียวหนึบ
“ราเมนสูตรพิเศษ Two-Night Dried Ramen” รสชาติคุชิโระ โชยุ สัมผัสเหมือนเส้นสดจากร้าน!
นี่ไม่ใช่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปธรรมดา แต่คือ “Two-Night Dried Ramen” (เส้นตากแห้ง 2 คืน) ที่โดดเด่นด้วยกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถัน ให้คุณอร่อยได้แบบพรีเมียมง่ายๆ ที่บ้าน
จุดเด่นที่ต้องลอง
• ความลับของเส้นตากแห้ง 2 คืน : เส้นไม่ได้ผ่านการทอด แต่ใช้วิธีตากแห้งอย่างช้าๆ นานถึง 48 ชั่วโมง ในอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่ใกล้เคียงเส้นสด (Nama-men) มากที่สุด
• วัตถุดิบพรีเมียมจากฮอกไกโด : ผลิตจากแป้งสาลีฮอกไกโด 100% ให้เส้นมีความเหนียวนุ่ม พร้อมกลิ่นหอมเฉพาะตัว
• ซุปโชยุสูตรคุชิโระ : เป็นซุปโชยุที่มีความหอมจากส่วนผสมของปลาโอแห้งและเครื่องเทศ ให้รสชาติที่เค็มหวานอย่างลงตัว
เคล็ดลับความอร่อย : ราเมนคุชิโระมักจะเข้ากันได้ดีกับเครื่องเคียงง่ายๆ อย่างเช่น แผ่นสาหร่ายย่าง และต้นหอมญี่ปุ่นซอย รสสัมผัสของสาหร่ายจะยิ่งช่วยชูความหอมของซุปโชยุให้ชัดเจนขึ้น เหมือนได้ไปนั่งกินอยู่ที่ริมอ่าวคุชิโระเลยค่ะ
วิธีปรุงเพื่อรับประทาน
1. ต้มน้ำ 500 มล. (2.5 ถ้วย) ให้เดือดแล้ว ให้ใส่เส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 4.5 นาที ใช้ตะเกียบคนให้เข้ากันเพื่อป้องกันไม่ให้เส้นติดกัน
2. เมื่อเส้นสุกแล้ว ให้ปิดไฟ ใส่ซุปลงไปแล้วคนให้เข้ากัน (ปริมาณน้ำและเวลาในการต้มเส้นเป็นเพียงแนวทางเท่านั้น ปรับเปลี่ยนได้ตามความชอบ)
3. ตักใส่ชามพร้อมรับประทานได้เลย
ยูซุพอนสึ รสชาติเค็มๆ เปรี้ยวๆ แต่หอมมากๆๆ
เวลาทานชาบูชาบู หลายๆ ท่านจะชอบทานคู่กับซอสพอนสึเพื่อตัดรส วันนี้เรามียูสุพอนสึที่บอกเลยว่าหากได้ลองแล้วจะติดใจค่ะ เราเลือกใช้ซอสถั่วเหลืองหมักหรือโชยุเกรดพรีเมี่ยมจากแบรนด์ Shibanuma ที่ยังคงใช้กระบวนการหมักแบบดั้งเดิมในถังไม้ ซอสถั่วเหลืองที่ได้จะมีรสอูมามิ และมีกลิ่นหอมที่ได้จากการหมักแบบช้าๆ แบบไม่โดนความร้อนและกลิ่นหอมของถังไม้ที่ใช้ นำมาผสมกับยูสุแท้ๆ จากเมือง Miyazaki เมืองที่เป็นต้นกำเนิด และได้รับการยอมรับว่ายูสุที่ได้จากเมืองนี้ มีกลิ่นหอม และอร่อยที่สุดในโลก ทำให้ซอสที่ได้มีรสชาติที่ลงตัว ที่สำคัญเรายังไม่ใส่สารกันบูด สารเพิ่มฟอง หรือ ผงชูรส (MSG.) เพื่อให้คุณได้ทานอย่างสบายใจ เป็นซอสที่ทานคู่กับอะไรก็อร่อยค่ะ
คำแนะนำ
• สินค้าอาจเกิดฟองระหว่างขนส่งเนื่องจากเราไม่ได้ใส่สารกันฟอง ไม่มีผลต่อคุณภาพสินค้า
• เมื่อเปิดใช้งานแล้ว แนะนำให้เก็บในตู้เย็น เนื่องจากไม่มีสารกันบูด
น้ำซุปเข้มข้น ซัปโปโรโชยุราเมง อร่อย กลมกลม ในแบบของญี่ปุ่นแท้ๆ
ฟินกับเมนูราเมงได้ง่ายๆที่บ้าน ด้วยซุปซัปโปโรโชยุราเมง รสชาติอันเข้มข้นที่ได้จากโชยุหมักแบบธรรมชาติ ผสานกับกลิ่นหอมของผักเครื่องเทศที่ผัดจนหอมกรุ่น จากแบรนด์ Bellfoods เพียงผสมน้ำซุปเข้มข้นเข้ากับน้ำร้อนแล้วใส่เส้นพร้อมกับเครื่องเคียงที่ชอบลงไป เพียงเท่านี้ราเมงแสนอร่อยก็พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ
วิธีรับประทาน
• ผสมน้ำซุป 1 ซอง กับน้ำร้อน 300 มล. คนให้เข้ากัน ใส่เส้นราเมงและเครื่องเคียงตามชอบ
• หากต้องการรสชาติที่เข้มข้นยิ่งขึ้น สามารถลดปริมาณน้ำร้อนลงได้ตามต้องการ
ราเมนสไตล์อิเคอิ จากเมืองโยโกฮาม่า ซุปกลมกล่อม เส้นนุ่มอร่อย!
ราเมนรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของราเมนสไตล์อิเคอิ (Iekei)จากเมืองโยโกฮาม่า (Yokohama) ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีน้ำซุปที่ผสมผสานระหว่างน้ำซุปกระดูกหมู โชยุ และเบสซุปไก่ ทำให้ตัวซุปมีรสชาติที่กลมกล่อมอย่างเป็นเอกลักษณ์ ตัวเส้นทำจากข้าวสาลีที่มีคุณภาพ ทำให้เส้นนุ่มและเข้ากันได้อย่างลงตัวกับน้ำซุป มาพร้อมทอปปิ้ง สาหร่าย ชาชู และต้นหอม เป็นอีกหนึ่งถ้วยราเมนที่คุณไม่ควรพลาด!
ถ้าพูดถึงราเมงสายเข้ม “โชยุผสมน้ำมันหมู” คือรสที่สายฮาร์ดคอร์ต้องลอง เพราะความหอมมันของไขมันหมูจะช่วยดึงรสเค็มหวานของโชยุให้ลึกขึ้นอีกระดับ ไม่ใช่แค่เค็ม แต่เป็นความกลมกล่อมที่เคลือบเส้นทุกเส้น ZUBAAN! สูตรนี้ออกแบบมาให้เส้นมีความเหนียวนุ่ม เคี้ยวหนึบพอดี ไม่เละง่าย ซุปเข้มข้นแบบที่เรียกว่า “กินแล้วรู้เลยว่ามีของ” ใครชอบเติมหมูชาชู ไข่ต้มยางมะตูม หรือสาหร่าย รับรองว่าซุปจะยิ่งพุ่ง แพ็กขนาด 3 ซอง เหมาะทั้งสำหรับครอบครัว หรือร้านอาหารที่อยากมีเมนูเสริมแบบทำเร็ว ขายไว กำไรชัดเจน โดยเฉพาะช่วงเร่งด่วนหรือเดลิเวอรี่ บางวันชีวิตก็ต้องการอะไรที่ง่าย แต่ไม่ธรรมดา…ราเมงถ้วยนี้ตอบโจทย์แบบไม่ต้องบินไปญี่ปุ่น
วิธีการทำ
• ต้มเส้น: ต้มน้ำ 500 มล. ให้เดือด แล้วใส่เส้นลงไปต้มนานประมาณ 4 นาที (คอยคนเบาๆ ให้เส้นกระจายตัว)
• เตรียมซุป: ระหว่างรอ ให้เทเครื่องปรุงซุปลงในชามเตรียมไว้
• ผสมน้ำ: เมื่อเส้นสุก เทน้ำร้อนจากหม้อลงในชามเครื่องปรุงก่อน แล้วคนให้ละลายเข้ากัน
• เสิร์ฟ: นำเส้นลงไปใส่ในชาม คนเบาๆ พร้อมรับประทาน
เคล็ดลับ: เติมเนื้อหมูชาชู ไข่ต้ม หน่อไม้ และต้นหอมญี่ปุ่น เพื่ออรรถรสที่สมบูรณ์แบบ
นิสชิน คัพ นูดเดิล รสซอสครีมต้มยำมันกุ้ง (แบบแห้ง)
• ถึงเครื่องต้มยำพร้อมรสชาติมันกุ้งเข้มข้น รสเปรี้ยว เผ็ดจัดจ้าน ผสานเส้นคุณภาพเหนียวนุ่มของนิสชิน ในรูปแบบแห้งที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมกุ้งอบแห้ง ไข่อบแห้ง และต้นหอมอบแห้ง
ซอสปลาไหลญี่ปุ่นแท้แบรนด์ Nihon Shokken จากญี่ปุ่น ซอสสูตรต้นตำรับ รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันจากวัตถุดิบคุณภาพดี ให้รสชาติกลมกล่อม หอมหวาน และมีความเข้มข้นกำลังดี เหมาะสำหรับปรุงอาหารหลากหลายเมนู โดยเฉพาะเมนูปลาไหลย่าง (Unagi Don) ที่จะช่วยยกระดับความอร่อยให้เหมือนกับรับประทานที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูหลัก:
• ข้าวหน้าปลาไหล: ราดซอสปลาไหลลงบนปลาไหลย่างที่เตรียมไว้ แล้วเสิร์ฟพร้อมข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ และสาหร่าย
• ปลาไหลย่าง: ใช้เป็นซอสสำหรับย่างปลาไหลโดยตรง เพื่อให้ได้รสชาติและกลิ่นหอมที่เข้มข้น
เมนูอื่นๆ:
• ข้าวปั้น/ซูชิ: ใช้ราดบนข้าวปั้น หรือซูชิหน้าต่างๆ เพื่อเพิ่มรสชาติและความเงางาม
• ยากิโทริ: ทาซอสขณะย่าง เพื่อให้ได้รสชาติที่เข้มข้น หอมหวาน
• ผัดผัก/เนื้อสัตว์: ใช้เป็นส่วนผสมในการผัดผัก หรือเนื้อสัตว์ เพื่อเพิ่มรสชาติแบบญี่ปุ่น
• บาร์บีคิวญี่ปุ่น: ใช้เป็นซอสหมัก หรือซอสจิ้มสำหรับเมนูบาร์บีคิวสไตล์ญี่ปุ่น
ทงคตสึราเมงผสานรสอูมามิจากมิโซะฮอกไกโด เข้มข้น ลงตัว
นิสชิน (Nissin) ถือเป็นแบรนด์บะหมี่ชื่อดังระดับโลกที่หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดี ในซีรีส์ Demae Ramen Bar Noodle นี้ได้นำเสนอราเมงเส้นตรงที่ไม่ผ่านการทอด เมื่อนำมาต้มเพียงไม่กี่นาทีคุณจะได้สัมผัสกับเส้นราเมงเหนียวนุ่มที่เข้ากันได้ดีกับน้ำซุปรสชาติกลมกล่อม สำหรับห่อสีส้มนี้เป็นราเมงรสทงคตสึมิโซะฮอกไกโด ที่มีน้ำซุปเข้มข้นจากกระดูกหมูเคี่ยวอย่างพิถีพิถันจนได้กลิ่นหอมเข้มข้น ผสานรสอูมามิตามธรรมชาติจากมิโซะฮอกไกโดที่หมักจากถั่วเหลืองในประเทศญี่ปุ่น ให้ความเค็มและหวานแบบนุ่มนวล หอมกลิ่นถั่วเหลือง เพียงเติมเนื้อสัตว์และผักที่ชอบอีกนิด อร่อยกลมกล่อมถูกใจแน่นอนค่ะ วิธีอร่อยกับ Nissin Bar Ramen 1. ต้มน้ำ 450 มล. ให้เดือด จากนั้นใส่เส้นราเมงลงไปต้มประมาณ 3 นาที ฉีกซองซุปผง (Soup Base) ใส่ลงในถ้วย 2. เมื่อเส้นสุกได้ที่ ยกลงจากเตา เทน้ำร้อนลงในถ้วยที่เตรียมไว้เพื่อละลายผงซุป จากนั้นใส่เส้นราเมงลงไป คนให้เข้ากัน 3. ฉีกซองซอสปรุงรสมิโซะ (Seasoning Sauce) ใส่ลงในถ้วย เติมเนื้อสัตว์ ผัก หรือท้อปปิ้งอื่นๆ ตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ
สัมผัสความอร่อยระดับตำนาน ในรูปแบบที่ง่ายกว่าเดิม ซุปหูฉลามสูตรนี้เน้นความลงตัวของ "ซอสโชยุ" และน้ำซุปสกัดจากโครงไก่และหมู ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม ตามแบบฉบับอาหารกวางตุ้งแท้ๆ เนื้อซุปมีความข้นกำลังดี เมื่อทานคู่กับหูฉลามและเห็ดหูหนูจะให้สัมผัสที่กรุบกรอบและนุ่มละมุนในเวลาเดียวกัน เหมาะสำหรับเป็นเมนูบำรุงร่างกายหรืออาหารจานพิเศษสำหรับครอบครัว หากพูดถึงเมนูระดับตำนานที่ครองใจเหล่านักชิมมาอย่างยาวนาน "ซุปหูฉลาม" คือหนึ่งในลิสต์อันดับต้นๆ ที่หลายคนนึกถึง ด้วยเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์และการเคี่ยวน้ำซุปที่ต้องใช้ความพิถีพิถันขั้นสูง แต่จะดีแค่ไหน... ถ้าเราสามารถยกเอาบรรยากาศและรสชาติระดับภัตตาคารหรูจากประเทศญี่ปุ่นมาไว้ที่โต๊ะอาหารในบ้านได้ง่ายๆ ภายในไม่กี่นาที ซุปหูฉลามเข้มข้นซองนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ซุปกึ่งสำเร็จรูปทั่วไป แต่เป็นผลผลิตที่ส่งตรงมาจาก เมืองเคเซนนุมะ จังหวัดมิยากิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งที่มีการคัดสรรวัตถุดิบจากทะเลที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะหูฉลามที่ผ่านการคัดไซส์และคุณภาพอย่างละเอียด ผสมผสานกับภูมิปัญญาการปรุงอาหารสไตล์กวางตุ้งที่เน้นการดึงรสชาติจากธรรมชาติของวัตถุดิบออกมาให้ได้มากที่สุด
วิธีการปรุงอาหาร
• ฉีกซองแล้วเทเนื้อซุปเข้มข้นทั้งหมดลงในหม้อ
• เติมน้ำสะอาดหรือน้ำร้อนปริมาณ 400 มล. (หรือประมาณ 2 ถ้วยตวง) หรือน้ำร้อน (ปรับปริมาณตามความชอบ)
• คนให้ส่วนผสมเข้ากันดี เร่งไฟให้แรงขึ้น ตั้งหม้อจนน้ำซุปเริ่มเดือด
• ตอกไข่ไก่ 1 ฟอง ตีพอแตก (เหมือนทำไข่เจียว) เมื่อซุปเดือดพล่าน ให้ค่อยๆ เทไข่ลงไปเป็นสายเล็กๆ
• ใช้ตะเกียบหรือทัพพีคนเบาๆ วนไปทางเดียวกัน เพื่อให้ไข่กระจายตัวเป็นเส้นฝอยสวยงาม ไม่จับตัวเป็นก้อน
• พอไข่สุกได้ที่แล้ว ให้ปิดไฟทันที ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟขณะร้อนๆ
*** นอกจากนี้ยังสามารถใช้ประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด เช่น ข้าวต้ม ชะวันมูชิ และบะหมี่เกี๊ยว
เคล็ดลับความอร่อย
• ตัดเลี่ยน: แนะนำให้เหยาะ จิ๊กโฉ่ว (ซอสเปรี้ยว) และ พริกไทยขาว เล็กน้อย จะช่วยชูรสชาติโชยุให้เด่นชัดและกลมกล่อมยิ่งขึ้น
• เพิ่มเครื่อง: สามารถเติมเนื้อปูแกะ, กุ้งสับ หรือเห็ดหอมซอยลงไปต้มพร้อมซุป เพื่อเพิ่มความหรูหราและเนื้อสัมผัสที่แน่นขึ้นครับ
ซอสสเต็กหัวหอมจากเอบาระ คือหนึ่งในเคล็ดลับที่ร้านอาหารญี่ปุ่นนิยมใช้ เพราะรสชาติไม่ได้แค่เค็มหรือหวาน แต่มีความกลมกล่อม จากการผสมผสานของหัวหอมที่ผ่านการปรุงจนหอมละมุน กับโชยุสูตรเฉพาะ ทำให้ซอสมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ช่วยขับรสชาติของเนื้อให้โดดเด่นขึ้น สิ่งที่ทำให้ซอสตัวนี้แตกต่างคือ มันไม่ได้กลบรสเนื้อ แต่กลับช่วยดึงรส ของวัตถุดิบออกมาให้ชัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัวที่มีความฉ่ำ หมูที่นุ่ม หรือไก่ที่หอม ซอสจะเคลือบทุกคำให้มีมิติของรสชาติแบบพอดีๆ ไม่หนักจนเลี่ยน และไม่จางจนรู้สึกขาดอะไรไป สำหรับคนที่ทำอาหารทานเองที่บ้าน ซอสนี้เหมือนเป็นตัวช่วยลัดที่เปลี่ยนเมนูธรรมดาให้ดูโปรขึ้นทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาปรุงซอสเองหลายขั้นตอน แค่ย่างเนื้อให้ได้ระดับความสุกที่ชอบ แล้วราดซอสลงไป ความหอมจะลอยขึ้นทันทีเหมือนยืนอยู่หน้าเตาในร้านอาหารญี่ปุ่น ยิ่งถ้าใครทำร้านอาหารหรือขายเดลิเวอรี่ ซอสแบบซองยังช่วยควบคุมปริมาณได้ง่าย ทำให้รสชาติแต่ละจานคงที่ ลูกค้ากินครั้งไหนก็ได้มาตรฐานเดียวกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับธุรกิจอาหาร และความดีงามไม่ได้หยุดแค่สเต็ก เพราะซอสตัวนี้ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเมนูอื่นได้อีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นแฮมเบิร์ก ข้าวผัด หรือเนื้อย่างกระทะร้อน เรียกได้ว่าซองเดียวแต่ใช้งานได้หลากหลาย ซอสตัวนี้คือคำตอบที่ทั้งง่ายและคุ้มค่า…แบบที่ลองครั้งเดียวแล้วมักจะมีติดบ้านยาวๆ
วิธีใช้ง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน:
1. เตรียมเนื้อ: นำเนื้อออกมาพักให้อยู่ในอุณหภูมิห้องก่อนย่างประมาณ 30 นาที
2. ย่างให้เป๊ะ: ตั้งกระทะให้ร้อน ย่างเนื้อจนได้ความสุกที่ต้องการ
3. ราดความอร่อย: จัดเนื้อใส่จาน แล้วหยิบซอสปรุงรสสเต็ก รสหัวหอมใหญ่ มาหักถ้วยแล้วราดลงบนเนื้อได้ทันที
(ตัวซอสสามารถทานได้เลยโดยไม่ต้องนำไปอุ่นร้อน เพื่อคงรสชาติสดใหม่)
วิธีเปิดใช้ถ้วยซอส (Puchitto)
• หันด้านฝาฟอยล์ขึ้นด้านบน
• พับตามรอยประจนได้ยินเสียง "ปุจิ"
• ค่อยๆ บีบซอสราดลงบนอาหาร
แนะนำเมนูอาหาร
• สเต็กเนื้อ/หมู/ไก่: ย่างเนื้อสัตว์ที่ชอบจนสุก พักเนื้อไว้ แล้วราดซอสจากถ้วยได้ทันที
• แฮมเบิร์ก: เนื้อบดปั้นก้อนย่างฉ่ำๆ ราดซอสนี้จะช่วยตัดเลี่ยนมันเนื้อได้ดีมาก
• ปลาแซลมอนย่าง: ราดซอสนี้บนแซลมอนย่างเกลือ จะได้รสชาติสไตล์ญี่ปุ่น
• ข้าวหน้าเนื้อ: ผัดเนื้อสไลด์กับหอมหัวใหญ่ในกระทะ พอสุกแล้วเทซอส ลงไปคลุกให้เข้ากัน วางบนข้าวสวยร้อนๆ
• ข้าวหน้าหมูทอด: ใช้ราดแทนซสทงคัตสึแบบเดิมๆ สำหรับคนที่ชอบรสชาติที่หอมสดชื่นจากหอมหัวใหญ่
• หมูผัดหอมหัวใหญ่: ใช้ซอสนี้เป็นเบสในการผัดหมูสไลด์ เพิ่มต้นหอมญี่ปุ่นหรือพริกหยวก อร่อยแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม
ถ้าพูดถึงราเมงสายเข้มข้น ต้องยกให้สไตล์โยโกฮาม่า หรือที่เรียกว่า “อิเอะเค” จุดเด่นคือการรวมความหอมมันของซุปกระดูกหมูเข้ากับความเค็มกลมกล่อมของโชยุ กลายเป็นน้ำซุปที่มีมิติ รสลึก ซดแล้วหยุดยาก มารุจัง ราเมงกึ่งสำเร็จรูป รสซุปกระดูกหมู(ผสมโชยุ) สไตล์โยโกฮาม่า ถ่ายทอดเอกลักษณ์นั้นมาในรูปแบบกึ่งสำเร็จรูปที่ยังคงความหนักแน่นของรสชาติ เส้นมีความเหนียวนุ่ม เคี้ยวเพลิน เข้ากับซุปที่เคี่ยวมาอย่างเข้มข้น ความพิเศษอยู่ที่ความบาลานซ์ ไม่เค็มโดด ไม่มันเลี่ยน แต่มีความกลมกล่อมแบบราเมงร้านดังในญี่ปุ่น เพิ่มท็อปปิ้งอย่างหมูชาชู ไข่ต้มยางมะตูม สาหร่าย หรือผักโขม ก็ยกระดับเป็นเมนูพรีเมียมได้ทันที เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้ฟีล “ราเมงร้านดัง” แต่เวลาจำกัด หรืออยากสต็อกของดีติดบ้านไว้ เวลาหิวเมื่อไหร่ก็จัดได้เลย ไม่ต้องต่อคิว ไม่ต้องแต่งตัว แค่ต้มน้ำก็พร้อมฟิน
วิธีการทำ
• เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สุด ควรทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ:
• ต้มน้ำประมาณ 500 มล. ให้เดือด
• ใส่เส้นลงไปต้มประมาณ 5 นาที (หรือตามความชอบของระดับความนุ่มเส้น) ระหว่างต้มให้คอยคนเส้นเบาๆ
• เตรียมซุปโดยการเทเครื่องปรุงลงในชามรอไว้
• เมื่อเส้นได้ที่ ให้เทน้ำร้อนจากหม้อลงในชามเพื่อละลายเครื่องปรุงก่อน แล้วจึงใส่เส้นตามลงไป
Tips: เติมหมูชาชู ผักโขมลวก และสาหร่ายแผ่น เพื่อความอร่อยแบบอูมามิ
นิสชิน คัพ นูดเดิล รสซอสครีมต้มยำมันกุ้ง (แบบแห้ง)
• ถึงเครื่องต้มยำพร้อมรสชาติมันกุ้งเข้มข้น รสเปรี้ยว เผ็ดจัดจ้าน ผสานเส้นคุณภาพเหนียวนุ่มของนิสชิน ในรูปแบบแห้งที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมกุ้งอบแห้ง ไข่อบแห้ง และต้นหอมอบแห้ง
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ หรืออยากลองสัมผัสรสชาติอันลุ่มลึกของวัตถุดิบระดับพรีเมียม “ตับปลาอังกิโมะ” คือหนึ่งในเมนูที่ห้ามพลาด!
อังกิโมะคืออะไร?
อังกิโมะ (Ankimo) คือตับของปลาอังโกะ (Anko Fish) หรือ มังค์ฟิช (Monkfish) ซึ่งเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในทะเลลึก ถือเป็นหนึ่งในอาหารชินมิ (Chinmi) หรืออาหารเลิศรสที่หาทานได้ยากของญี่ปุ่น ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ฟัวกราส์แห่งท้องทะเล" เพราะมีเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มคล้ายตับห่าน มีรสชาติเค็มอ่อน ๆ และมีความหอมมันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ทำไมถึงอร่อยและพิเศษ?
ตับปลาอังกิโมะของเรา เป็นสินค้าที่ผ่านกระบวนการปรุงรสและต้มมาอย่างพิถีพิถันจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน จึงมีรสชาติที่กลมกล่อมและพร้อมรับประทานทันที ไม่ต้องนำมาปรุงเพิ่มให้ยุ่งยาก ทำให้คุณได้สัมผัสกับรสชาติแบบดั้งเดิมของอังกิโมะได้อย่างง่ายดาย นอกจากความอร่อยแล้ว อังกิโมะยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เช่น วิตามิน A, วิตามิน D และไขมันดีในปริมาณที่สูงอีกด้วย
เมนูที่ทำได้ง่ายๆ
เมนูจากตับปลาอังกิโมะสามารถทำได้หลากหลาย และแต่ละเมนูล้วนช่วยดึงรสชาติความอร่อยออกมาได้อย่างเต็มที่
- ทานเป็นกับแกล้ม: เสิร์ฟอังกิโมะแช่เย็นคู่กับต้นหอมซอย, โมมิจิโอโรชิ (หัวไชเท้าขูดผสมพริก) และซอสพอนสึ (Ponzu Sauce) เพื่อเพิ่มความสดชื่นและตัดความมัน
- ทำเป็นนิกิริซูชิ: วางชิ้นอังกิโมะบนข้าวปั้นซูชิ เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมในร้านซูชิระดับพรีเมียม
- ทำเป็นสลัด: หั่นอังกิโมะเป็นชิ้นพอดีคำ วางบนสลัดผัก ราดด้วยน้ำสลัดงา หรือซอสพอนสึ
วิธีเตรียมตับปลา
1. นำอังกิโมะออกจากตู้เย็น วางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-40 นาที เพื่อทำการละลาย
2. แกะซองและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
3. จัดวางบนจาน และนำไปใช้ประกอบเมนูได้ตามต้องการ
*สินค้าบรรจุมาในซองสุญญากาศแบบพร้อมทาน
เปิดประสบการณ์ความอร่อยสุดพิเศษจากท้องทะเลลึกได้แล้ววันนี้! ตับปลาอังกิโมะ พร้อมให้คุณได้ลิ้มลองความอร่อยแบบต้นตำรับญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่บ้านของคุณ
เปิดประสบการณ์รสชาติของข้าวญี่ปุ่นแท้ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชาแห่งข้าว" ของประเทศญี่ปุ่น ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ค่ะ
ข้าวชิ้นนี้คือ ข้าวโคชิฮิคาริ (Koshihikari) ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ยอดนิยมและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวที่มาจากจังหวัด นีงาตะ (Niigata) ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงด้านคุณภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จังหวัดนีงาตะได้รับพรจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปลูกข้าวชั้นดี เช่น ดินที่อุดมสมบูรณ์จากตะกอนแม่น้ำสำคัญอย่างแม่น้ำชินาโนะ (Shinano River) และแม่น้ำอะงาโนะ (Agano River) รวมถึงมีน้ำบริสุทธิ์จากหิมะที่ละลาย (Snowmelt Water) และที่สำคัญคือ ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน ที่สูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความหวานและรสชาติของข้าว
ข้าวโคชิฮิคาริสายพันธุ์นีงาตะมีจุดเด่นหลัก ๆ ที่ทำให้เป็นที่รักของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
ความเหนียวและหนึบ (Stickiness): มีสัมผัสที่ เหนียวหนึบ (Mochimochi) และยืดหยุ่นกำลังดี ไม่แข็งกระด้าง
ความหวานและอูมามิ (Sweetness & Umami): มีรสหวานตามธรรมชาติที่ชัดเจน และมีรส อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นในทุกเม็ด
กลิ่นหอมและเงางาม: เมื่อหุงสุกแล้วจะมี กลิ่นหอมที่ละมุน และเมล็ดข้าวจะมีความ เงางามเป็นประกาย น่ารับประทาน
ด้วยรสชาติที่โดดเด่นและสมดุล ทำให้ข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะอร่อยมากแม้ว่าจะทานเปล่า ๆ โดยไม่ต้องมีกับข้าวค่ะ นอกจากนี้ยังรักษาความอร่อยไว้ได้ดีแม้จะเย็นลง จึงเหมาะมากสำหรับทำข้าวปั้น โอนิกิริ (Onigiri) หรือใส่ในกล่องข้าวเบนโตะ (Bento)
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
ข้าวโคชิฮิคาริมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่สมดุล ทำให้เข้ากันได้ดีกับอาหารหลากหลายประเภทค่ะ:
ข้าวสวย (Plain White Rice): ทานเปล่า ๆ คู่กับเครื่องเคียงง่าย ๆ อย่างซุปมิโสะ (Miso Soup) และผักดอง (Tsukemono) เพื่อสัมผัสรสชาติแท้ ๆ ของข้าว
ซูชิ (Sushi) และโอนิกิริ (Onigiri): ด้วยความเหนียวหนึบ ทำให้ปั้นได้ง่ายและคงรูปได้ดีเมื่อเย็นลง
เมนูอาหารญี่ปุ่นทั่วไป: เหมาะสำหรับทานคู่กับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด เช่น ปลาย่าง, เทมปุระ (Tempura) หรือข้าวหน้าต่าง ๆ (Donburi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
เพื่อให้ได้ข้าวที่อร่อยที่สุด ควรทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
1. ซาวข้าว (Rinsing): ซาวข้าวอย่างเบามือเพื่อล้างฝุ่นออก เปลี่ยนน้ำประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำเริ่มใส
2. แช่น้ำ (Soaking): แช่ข้าวในน้ำสะอาดทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ในฤดูร้อน หรือ 60 นาที ในฤดูหนาว เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำอย่างเต็มที่
3. หุง (Cooking): หุงตามอัตราส่วนน้ำที่ระบุบนเครื่องหุงข้าว หรือใช้อัตราส่วนข้าว 1 ส่วนต่อน้ำประมาณ 1.1 - 1.2 ส่วน
4. พักข้าว (Steaming): เมื่อหุงเสร็จแล้ว ห้ามเปิดฝา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ไอน้ำระอุและข้าวสุกทั่วถึง ก่อนจะใช้ไม้พายคลุกเบา ๆ ก่อนตักเสิร์ฟค่ะ
ลองนำข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะไปหุงดูสิคะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมข้าวญี่ปุ่นแท้ ๆ ถึงมีเสน่ห์และเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น ที่คุณก็สามารถสร้างสรรค์ความอร่อยนี้ได้ที่บ้านค่ะ
น้ำสลัดสไตล์ญี่ปุ่น แบบไร้น้ำมัน แคลลอรี่ต่ำ เหมาะกับคนควมคุมน้ำหนัก
น้ำสลัดปราศจากน้ำมัน อร่อยง่าย ได้ประโยชน์
น้ำสลัดปราศจากน้ำมัน อร่อยง่าย ได้ประโยชน์
เอาใจคนไม่กินเผ็ดกับซอสปิ้งย่างรสเผ็ดน้อยรสหวานนวล
มาตามคำเรียกร้องสำหรับซอสปิ้งย่างรสเผ็ดกลาง
ชวนชิมซอสทงคัตสึในตำนานที่ผลิตมากว่า 100 ปี!!!
ชวนชิมซอสทงคัตสึในตำนานที่ผลิตมากว่า 100 ปี!!!
น้ำสลัดรสแครอทผสมหัวหอมและกระเทียม
น้ำสลัดที่ผ่านการนำวัตถุดิบมาผสมผสานกันอย่างลงตัว
จาก แบรนด์ Bull-Dog ที่มีความเชี่ยวชาญในการทำซอส
เบสมาจากแอปเปิ้ลวิเนการ์ และปรุงรสสไตล์ตะวันตก
เพิ่มความครีมมี่ด้วยรสชาติเข้มข้นจากหอมใหญ่ แครอท และกระเทียม