เปลี่ยนข้าวสวยธรรมดาให้เป็นข้าวผัดแสนอร่อย ด้วยผงปรุงรสข้าวผัดจาก Nagatanien
สัมผัสความอร่อยง่ายๆ ด้วยผงปรุงรสข้าวผัดรสหมูย่าง จากแบรนด์นากาทานิเอ็น (Nagatanien) ตัวช่วยยอดนิยมที่ทำให้การทำข้าวผัดสไตล์ญี่ปุ่น (Chahan) ของคุณไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ด้วยรสชาติหมูย่างที่ผสานอย่างลงตัวจากเนื้อหมูอบแห้งแผ่นบาง และเครื่องปรุงสูตรพิเศษ มอบกลิ่นหอมกรุ่นสไตล์กระทะร้อนแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ชวนให้น่ารับประทาน เพียงมีข้าวสวยและไข่ไก่ ก็สามารถรังสรรค์ข้าวผัดเมล็ดร่วนสวย รสชาติกลมกล่อมได้อย่างง่ายดาย ภายในเวลาเพียง 3 นาที เหมาะสำหรับมื้อเร่งรีบที่ยังคงอยากอร่อยแบบจัดเต็ม
ขั้นตอนการทำ (Cooking Instructions)
1. ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย จากนั้นใส่ไข่ไก่ 1 ฟองลงไปผัดให้พอสุก
2. ใส่ข้าวสวยประมาณ 250 กรัม ลงไปผัดให้เข้ากับไข่
3. โรยผงปรุงรสข้าวผัดหมูย่าง 1 ซอง ลงไปให้ทั่ว
4. เร่งไฟแรง ผัดให้เข้ากันประมาณ 1-2 นาที จนเมล็ดข้าวร่วนสวยและหอมกรุ่น พร้อมเสิร์ฟ!
เคล็ดลับเพิ่มเติม: เพื่อเพิ่มอรรถรสและสารอาหาร คุณสามารถเติมต้นหอมซอย หรือลูกชิ้นปลาญี่ปุ่น (Narutomaki) หั่นเต๋าลงไปผัดพร้อมกัน จะช่วยให้ข้าวผัดจานนี้ดูน่ารับประทานยิ่งขึ้น
ปลาเทราต์รมควัน...วัตถุดิบพรีเมียมที่ครองใจคนรักอาหารทั่วโลก
ปลาเทราต์ (Trout) เป็นปลาน้ำเย็นที่อยู่ในตระกูลเดียวกับปลาแซลมอน มีเนื้อสีส้มอมชมพู เนื้อนุ่มละเอียด ไขมันแทรกกำลังดี และมีรสชาติหวานธรรมชาติ จึงเป็นปลาที่ได้รับความนิยมในอาหารยุโรปและอาหารฟิวชัน เมื่อผ่านกระบวนการ รมควัน (Smoking Process) ด้วยไม้ธรรมชาติที่คัดสรรเป็นพิเศษ เนื้อปลาจะค่อยๆ ดูดซับกลิ่นหอมอ่อนๆจากควัน ทำให้ได้รสชาติที่เข้มข้นแต่ไม่กลบรสหวานของเนื้อปลา พร้อมช่วยรักษาความชุ่มฉ่ำของเนื้อปลาไว้ได้เป็นอย่างดี
ปลาเทราต์รมควันสไลด์เป็นวัตถุดิบที่ใช้งานสะดวก เพราะผ่านการสไลด์พร้อมรับประทาน เพียงละลายในตู้เย็นก็สามารถนำไปจัดจานหรือประกอบอาหารได้ทันที เหมาะสำหรับทั้งร้านอาหาร โรงแรม คาเฟ่ และผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารที่บ้าน นอกจากรสชาติที่โดดเด่นแล้ว ปลาเทราต์ยังเป็นแหล่งของ โปรตีนคุณภาพสูง และ กรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งเป็นไขมันดีที่มีบทบาทในการดูแลสุขภาพหัวใจ สมอง และระบบต่างๆของร่างกาย จึงเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคสายสุขภาพได้เป็นอย่างดี ด้วยรสชาติที่หอมละมุน เนื้อสัมผัสนุ่มแน่น และความอเนกประสงค์ในการนำไปประกอบอาหาร ปลาเทราต์รมควันจึงสามารถเข้ากันได้กับหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นสลัด แซนด์วิช เบเกิล ซูชิ พาสต้า พิซซ่า หรือจัดเสิร์ฟบนชีสบอร์ด ก็ช่วยเพิ่มความพรีเมียมและสร้างความประทับใจได้ในทุกมื้ออาหาร
จุดเด่นของปลาเทราต์รมควัน
• เนื้อปลาสีส้มสวย เนื้อนุ่มแน่น ไขมันแทรกกำลังดี
• หอมกลิ่นรมควันธรรมชาติ รสชาติกลมกล่อม
• สไลด์พร้อมใช้งาน สะดวก ประหยัดเวลา
• อุดมด้วยโปรตีนและโอเมก้า-3
• เหมาะสำหรับทั้งอาหารญี่ปุ่น อาหารยุโรป และเมนูฟิวชัน
มาโบฮารุซาเมะ คือเมนูยอดฮิตที่ครองใจชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน โดยการนำเอา "วุ้นเส้น" มาผัดกับ "ซอสมาโบ" (เต้าหู้ทรงเครื่องแบบจีนที่ปรับรสชาติให้เข้ากับลิ้นคนเอเชีย) นากาตานิเอน แบรนด์อาหารชั้นนำจากญี่ปุ่น ได้รังสรรค์สูตรรสเผ็ด นี้ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์คนที่ชอบความจัดจ้าน โดยดึงจุดเด่นของเครื่องเทศอย่างฮวาเจียวมาสร้างความหอมและเผ็ดซ่านิดๆ ตัดกับความหวานกลมกล่อมของเนื้อสัตว์และผักนานาชนิด เป็นเมนูที่ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ได้อย่างลงตัว หรือจะทานเดี่ยวๆ เป็นมื้อกลางวันที่เร่งรีบก็อิ่มอร่อยได้ไม่แพ้กัน ทำง่ายในไม่กี่นาที ได้เมนูญี่ปุ่นแท้ ๆ เหมือนทานที่ร้าน
วิธีปรุงเพื่อรับประทาน
วิธีทำด้วยกระทะ :
• เตรียมเห็ดหูหนู, หน่อไม้, หมูสับ, แครอทและพริก ในปริมาณที่พอดีกับซอสในซอง
• เตรียมน้ำสะอาด 400 มล. ฉีกซองวุ้นเส้นแห้งเทลงไป คนเฉยๆ จนเดือด
• ใส่ วุ้นเส้น ลงไป ต้มประมาณ 2 นาทีจนวุ้นเส้นเริ่มคลายตัว
• ให้ใส่วัตถุดิบที่เตรียมไว้ลงในกระทะ คนเบา จนทุกอย่างสุกจากนั้นฉีกซองซอสมาโบะ
ปรุงรสชนิดเผ็ดเข้มข้นเทลงไป คนให้เข้ากัน จากนั้นเคี่ยวต่อประมาณ 3-5 นาที
ตักใส่จานพร้อมรับประทาน
วิธีทำด้วยไมโครเวฟ:
• นำวุ้นเส้นใส่ชามทนความร้อน เติมน้ำ 300 มล. และเทซอสลงไป
• ปิดฝาหรือคลุมด้วย Wrap นำเข้าไมโครเวฟ (600W) ประมาณ 6 นาที
• นำออกมาคนให้เข้ากัน พร้อมรับประทาน
???? เคล็ดลับเพิ่มความอร่อย :โรยต้นหอม หรือพริกญี่ปุ่นเล็กน้อย จะช่วยเพิ่มกลิ่นหอมและรสชาติให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น
ซุปสาหร่ายแสนอร่อย อุดมไปด้วยประโยชน์จากหอยชิจิมิ
เพลิดเพลินไปกับซุปใสแสนอร่อยที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการของหอยชิจิมิ (Shijimi Clam) หอยน้ำจืดของญี่ปุ่นที่อุดมไปด้วยแอล-ออร์นิทีน (L-Ornitine) กรดอะมิโนที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย เช่น ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ, ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน, กำจัดสารพิษจากตับ, ช่วยล้างสารพิษที่เกิดจากกระบวนการเผาผลาญตามธรรมชาติของร่างกาย เป็นต้น
เพียง 1 ซอง คุณจะได้รับแอล-ออร์นิทีนสูงถึง 25 มก. เทียบเท่ากับการรับประทานหอยชิจิมิถึง 70 ตัว! มาพร้อมสาหร่ายวากาเมะและหัวหอมอบแห้งที่ช่วยเพิ่มความอูมามิให้ซุปกลมกล่อมยิ่งขึ้น ใครที่ต้องการความสดชื่น ทานง่าย สบายท้อง ต้องไม่พลาดถ้วยนี้ค่ะ
ข้าวญี่ปุ่นจากเมืองฮอกไกโด เมืองแห่งความอุดมสมบูรณ์
ชวนคุณมาชิมข้าวญี่ปุ่นแท้ๆ ปลูกที่เมืองฮอกไกโด เมืองที่ธรรมชาติสวยงาม น้ำใสสะอาด ข้าวที่ได้มีรสชาติหวาน นุ่ม เหนียว เคี้ยวเพลิน เหมาะกับทำอาหารญี่ปุ่นอย่างเมนูข้าวซูชิ ข้าวปั้นโอนิกิริ มาลองชิมความแตกต่างของรสชาติข้าวญี่ปุ่นแท้ๆ กันค่ะ หากสนใจทำเมนูข้าวซูชิ เรามีน้ำส้มปรุงรสข้าว และสาหร่ายสำหรับห่อข้าว ขายด้วยนะคะ
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
1. ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
2. ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบา ๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
3. กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
4. ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำเวลาหุงข้าวจะนุ่มไม่กระด้าง
5. หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อยๆ คนให้น้ำระเหย
วิธีการเก็บรักษา
1. เก็บในที่แห้งและเย็น
2. ระวังการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง เพราะข้าวจะแห้งแตกเนื่องจากการระเหยของน้ำในข้าว
3. หลีกเลี่ยงการเก็บรักษาใกล้ ผงซักฟอก สเปรย์ปรับอากาศ เครื่องสำอาง และอาหารที่มีกลิ่นแรง เพราะข้าวจะดูดซับกลิ่น
ข้อควรระวัง
1. คุณภาพของข้าวจะเปลี่ยนหากโดนความชื้น
2. ห้ามวางไว้ใกล้เปลวไฟ เนื่องจากติดไฟง่าย
3. ห้ามวางสินค้าอื่นซ้อนทับผลิตภัณฑ์
Ohgon No Aji หรือ "รสชาติแห่งทองคำ" คือนิยามของซอสปิ้งย่างที่ครองใจชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ถ้าคุณชอบฟีลร้านปิ้งย่างญี่ปุ่นที่มีกลิ่นหอมเตะจมูกตั้งแต่เนื้อลงเตา ซอสขวดนี้คือไอเทมที่ควรมีติดครัว เป็นซอสปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นรสเผ็ดกลาง ที่โดดเด่นด้วยความกลมกล่อมจากผลไม้บด ผสานโชยุคุณภาพดี กระเทียม งา และเครื่องเทศ ทำให้ได้รสชาติหวานเค็มเผ็ดแบบพอดี กินง่ายแต่เข้มข้น จุดเด่นของซอสตัวนี้คือความอเนกประสงค์ ใช้ได้ทั้งหมักเนื้อก่อนย่าง ใช้เป็นน้ำจิ้ม หรือเอาไปผัดก็ช่วยให้อาหารหอมขึ้นทันที เหมาะมากสำหรับคนที่อยากทำเมนูญี่ปุ่นกินเองที่บ้านแบบง่าย ๆ แต่ได้รสชาติระดับร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นหมูย่าง เนื้อย่าง ไก่ทอด กระทะร้อน ข้าวผัดญี่ปุ่น หรือผัดผัก ซอสขวดนี้ก็ช่วยเพิ่มมิติความอร่อยได้แบบไม่ต้องปรุงหลายขั้นตอน เมื่อนำไปโดนความร้อนจะส่งกลิ่นหอมยั่วยวนใจ ช่วยลดความเลี่ยนของไขมันเนื้อและชูรสชาติของวัตถุดิบให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรสชาติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อก่อนย่างประมาณ 15–30 นาที
• ใช้เป็นน้ำจิ้มปิ้งย่าง ชาบู หรือของทอด
• ใช้ผัดเนื้อ ผัดผัก หรือข้าวผัดญี่ปุ่น
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าไก่ หรือเบอร์เกอร์ญี่ปุ่น
• ใช้เคลือบไก่ย่าง หมูย่าง หรือซี่โครงบาร์บีคิว
อัตราส่วนแนะนำ
• เนื้อสัตว์ 300 กรัม ต่อซอสประมาณ 3–4 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วนำไปย่างหรือผัดได้เลย
เคล็ดลับความอร่อย
• เติมซอสช่วงท้ายก่อนอาหารสุก จะช่วยให้ซอสเคลือบเนื้อสวย หอมเข้มข้น และได้กลิ่นสไตล์ร้านยากินิกุญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูแนะนำ
• หมูย่างซอสญี่ปุ่น, เนื้อย่างยากินิกุ, ไก่ผัดซอสญี่ปุ่น, ข้าวหน้าเนื้อสไตล์ญี่ปุ่น,
เบคอนพันเห็ดเข็มทอง, ไก่ทอดคลุกซอสญี่ปุ่น
Ohgon No Aji หรือ "รสชาติแห่งทองคำ" คือนิยามของซอสปิ้งย่างที่ครองใจชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ถ้าคุณชอบฟีลร้านปิ้งย่างญี่ปุ่นที่มีกลิ่นหอมเตะจมูกตั้งแต่เนื้อลงเตา ซอสขวดนี้คือไอเทมที่ควรมีติดครัว เป็นซอสปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นรสเผ็ดกลาง ที่โดดเด่นด้วยความกลมกล่อมจากผลไม้บด ผสานโชยุคุณภาพดี กระเทียม งา และเครื่องเทศ ทำให้ได้รสชาติหวานเค็มเผ็ดแบบพอดี กินง่ายแต่เข้มข้น จุดเด่นของซอสตัวนี้คือความอเนกประสงค์ ใช้ได้ทั้งหมักเนื้อก่อนย่าง ใช้เป็นน้ำจิ้ม หรือเอาไปผัดก็ช่วยให้อาหารหอมขึ้นทันที เหมาะมากสำหรับคนที่อยากทำเมนูญี่ปุ่นกินเองที่บ้านแบบง่าย ๆ แต่ได้รสชาติระดับร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นหมูย่าง เนื้อย่าง ไก่ทอด กระทะร้อน ข้าวผัดญี่ปุ่น หรือผัดผัก ซอสขวดนี้ก็ช่วยเพิ่มมิติความอร่อยได้แบบไม่ต้องปรุงหลายขั้นตอน เมื่อนำไปโดนความร้อนจะส่งกลิ่นหอมยั่วยวนใจ ช่วยลดความเลี่ยนของไขมันเนื้อและชูรสชาติของวัตถุดิบให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรสชาติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อก่อนย่างประมาณ 15–30 นาที
• ใช้เป็นน้ำจิ้มปิ้งย่าง ชาบู หรือของทอด
• ใช้ผัดเนื้อ ผัดผัก หรือข้าวผัดญี่ปุ่น
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าไก่ หรือเบอร์เกอร์ญี่ปุ่น
• ใช้เคลือบไก่ย่าง หมูย่าง หรือซี่โครงบาร์บีคิว
อัตราส่วนแนะนำ
• เนื้อสัตว์ 300 กรัม ต่อซอสประมาณ 3–4 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วนำไปย่างหรือผัดได้เลย
เคล็ดลับความอร่อย
• เติมซอสช่วงท้ายก่อนอาหารสุก จะช่วยให้ซอสเคลือบเนื้อสวย หอมเข้มข้น และได้กลิ่นสไตล์ร้านยากินิกุญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูแนะนำ
• หมูย่างซอสญี่ปุ่น, เนื้อย่างยากินิกุ, ไก่ผัดซอสญี่ปุ่น, ข้าวหน้าเนื้อสไตล์ญี่ปุ่น, เบคอนพันเห็ดเข็มทอง, ไก่ทอดคลุกซอสญี่ปุ่น
ผสานความอร่อยของมันฝรั่งและฟักทองฮอกไกโดเนื้อเนียน เหนียวนุ่ม กรอบอร่อยกำลังพอดี
โคร็อกเกะจากแบรนด์ซันมารูโกะห่อนี้ ผลิตโดยใช้วัตถุดิบคุณภาพดีอย่างมันฝรั่งบารอน (だんしゃく, Danshaku) และฟักทองฮอกไกโด ทำให้ได้เนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม รสชาติหวานมันกลมกล่อมกำลังพอดี นำมาคลุกแป้งและเกล็ดขนมปังแล้วทอดจนเหลืองกรอบ ปราศจากสารเคมีแต่งกลิ่น สี และวัตถุกันเสีย อร่อยง่ายๆ เพียงอุ่นในไมโครเวฟ เสิร์ฟพร้อมซอสมะเขือเทศหรือมายองเนส นิยมจัดใส่เบนโตะเป็นอาหารกลางวันของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ รับประทานเป็นของว่าง หรือรับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ ก็เข้ากันได้ดีค่ะ
“ราเมนสูตรพิเศษ Two-Night Dried Ramen” ซัปโปโระ รสมิโซะ สัมผัสเหมือนเส้นสดจากร้าน!
นี่ไม่ใช่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปธรรมดา แต่คือ “Two-Night Dried Ramen” (เส้นตากแห้ง 2 คืน) ที่โดดเด่นด้วยกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถัน ให้คุณอร่อยได้แบบพรีเมียมง่ายๆ ที่บ้าน
จุดเด่นที่ต้องลอง
• ความลับของเส้นตากแห้ง 2 คืน : เส้นไม่ได้ผ่านการทอด แต่ใช้วิธีตากแห้งอย่างช้าๆ นานถึง 48 ชั่วโมง ในอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่ใกล้เคียงเส้นสด (Nama-men) มากที่สุด
• วัตถุดิบพรีเมียมจากฮอกไกโด : ผลิตจากแป้งสาลีฮอกไกโด 100% ให้เส้นมีความเหนียวนุ่ม พร้อมกลิ่นหอมเฉพาะตัว
• ซุปมิโซะสูตรเข้มข้น : ตัวซุปมีส่วนผสมของมิโซะถึง 16.66% ให้รสสัมผัสที่เข้มข้น เค็มหวานลงตัวตามสไตล์ซัปโปโรแท้ๆ
เคล็ดลับความอร่อย : ตัวซุปมิโซะซัปโปโรจะมีความเข้มข้นและหอมมัน แนะนำให้ผัดถั่วงอกกับหมูสับเบาๆ แล้ววางทับลงไปบนราเมนที่ต้มเสร็จแล้ว จะช่วยชูรสชาติให้เหมือนนั่งกินที่ย่านซูซูกิโนะเลยค่ะ
วิธีปรุงเพื่อรับประทาน
1. ต้มน้ำ 500 มล. (2.5 ถ้วย) ให้เดือดแล้ว ให้ใส่เส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 4.5 นาที ใช้ตะเกียบคนให้เข้ากันเพื่อป้องกันไม่ให้เส้นติดกัน
2. เมื่อเส้นสุกแล้ว ให้ปิดไฟ ใส่ซุปลงไปแล้วคนให้เข้ากัน (ปริมาณน้ำและเวลาในการต้มเส้นเป็นเพียงแนวทางเท่านั้น ปรับเปลี่ยนได้ตามความชอบ)
3. ตักใส่ชามพร้อมรับประทานได้เลย
“ราเมนสูตรพิเศษ Two-Night Dried Ramen” รสชาติฮาโกดาเตะ ชิโอะ สัมผัสเหมือนเส้นสดจากร้าน!
นี่ไม่ใช่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปธรรมดา แต่คือ “Two-Night Dried Ramen” (เส้นตากแห้ง 2 คืน) ที่โดดเด่นด้วยกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถัน ให้คุณอร่อยได้แบบพรีเมียมง่ายๆ ที่บ้าน
จุดเด่นที่ต้องลอง
• ความลับของเส้นตากแห้ง 2 คืน : เส้นไม่ได้ผ่านการทอด แต่ใช้วิธีตากแห้งอย่างช้าๆ นานถึง 48 ชั่วโมง ในอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่ใกล้เคียงเส้นสด (Nama-men) มากที่สุด
• วัตถุดิบพรีเมียมจากฮอกไกโด : ผลิตจากแป้งสาลีฮอกไกโด 100% ให้เส้นมีความเหนียวนุ่ม พร้อมกลิ่นหอมเฉพาะตัว
• ซุปเกลือสไตล์ฮาโกดาเตะ : น้ำซุปจะมีความใส สีเหลืองทองสวยงาม รสชาติเค็มแบบกลมกล่อม หอมกลิ่นน้ำมันหมูและเครื่องเทศ
เคล็ดลับความอร่อย : แนะนำให้เติมสาหร่ายวากาเมะ หรือไข่ต้มยางมะตูม จะช่วยเพิ่มมิติของรสชาติให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นค่ะ
วิธีปรุงเพื่อรับประทาน
1. ต้มน้ำ 500 มล. (2.5 ถ้วย) ให้เดือดแล้ว ให้ใส่เส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 4.5 นาที ใช้ตะเกียบคนให้เข้ากันเพื่อป้องกันไม่ให้เส้นติดกัน
2. เมื่อเส้นสุกแล้ว ให้ปิดไฟ ใส่ซุปลงไปแล้วคนให้เข้ากัน (ปริมาณน้ำและเวลาในการต้มเส้นเป็นเพียงแนวทางเท่านั้น ปรับเปลี่ยนได้ตามความชอบ)
3. ตักใส่ชามพร้อมรับประทานได้เลย
“ราเมนสูตรพิเศษ Two-Night Dried Ramen” รสชาติคุชิโระ โชยุ สัมผัสเหมือนเส้นสดจากร้าน!
นี่ไม่ใช่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปธรรมดา แต่คือ “Two-Night Dried Ramen” (เส้นตากแห้ง 2 คืน) ที่โดดเด่นด้วยกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถัน ให้คุณอร่อยได้แบบพรีเมียมง่ายๆ ที่บ้าน
จุดเด่นที่ต้องลอง
• ความลับของเส้นตากแห้ง 2 คืน : เส้นไม่ได้ผ่านการทอด แต่ใช้วิธีตากแห้งอย่างช้าๆ นานถึง 48 ชั่วโมง ในอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่ใกล้เคียงเส้นสด (Nama-men) มากที่สุด
• วัตถุดิบพรีเมียมจากฮอกไกโด : ผลิตจากแป้งสาลีฮอกไกโด 100% ให้เส้นมีความเหนียวนุ่ม พร้อมกลิ่นหอมเฉพาะตัว
• ซุปโชยุสูตรคุชิโระ : เป็นซุปโชยุที่มีความหอมจากส่วนผสมของปลาโอแห้งและเครื่องเทศ ให้รสชาติที่เค็มหวานอย่างลงตัว
เคล็ดลับความอร่อย : ราเมนคุชิโระมักจะเข้ากันได้ดีกับเครื่องเคียงง่ายๆ อย่างเช่น แผ่นสาหร่ายย่าง และต้นหอมญี่ปุ่นซอย รสสัมผัสของสาหร่ายจะยิ่งช่วยชูความหอมของซุปโชยุให้ชัดเจนขึ้น เหมือนได้ไปนั่งกินอยู่ที่ริมอ่าวคุชิโระเลยค่ะ
วิธีปรุงเพื่อรับประทาน
1. ต้มน้ำ 500 มล. (2.5 ถ้วย) ให้เดือดแล้ว ให้ใส่เส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 4.5 นาที ใช้ตะเกียบคนให้เข้ากันเพื่อป้องกันไม่ให้เส้นติดกัน
2. เมื่อเส้นสุกแล้ว ให้ปิดไฟ ใส่ซุปลงไปแล้วคนให้เข้ากัน (ปริมาณน้ำและเวลาในการต้มเส้นเป็นเพียงแนวทางเท่านั้น ปรับเปลี่ยนได้ตามความชอบ)
3. ตักใส่ชามพร้อมรับประทานได้เลย
สัมผัสความหอมละมุนของชาโฮจิฉะสายพันธุ์ยาบุกิตะ
ชาโฮจิฉะ (ชาเขียวคั่ว) จากแบรนด์ ฮาราดะ (Harada) รสละมุน ดื่มง่าย ผลิตจากใบชาคุณภาพดีสายพันธุ์ “ยาบุกิตะ” (Yabukita) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ของต้นชา Camellia ที่มีถิ่นกำเนิดในจังหวัดชิซูโอกะ ขึ้นชื่อว่าเป็นชาคุณภาพสูงที่ให้รสชาติและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนเสน่ห์ของชาเขียวญี่ปุ่นอย่างแท้จริง จึงได้ชาโฮจิฉะที่หอมละมุน ดื่มง่าย เหมาะสำหรับดื่มคู่กับอาหารว่างจานโปรด หรือจิบเพื่อเติมความผ่อนคลาย
วิธีชงดื่ม
• ใส่ชา 1 ซองลงในถ้วย เทน้ำเดือด 120 มล. ลงไป แช่ไว้ประมาณ 30 วินาที (หรือปรับตามชอบ) เขย่าซองชาเล็กน้อยแล้วนำออก จากนั้นเทใส่แก้วพร้อมดื่ม
มาลองชิมไก่ทอดทัตสึตะอาเกะสไตล์ญี่ปุ่นกันค่ะ
เมนูไก่ทอดเป็นอาหารจานโปรดของใครหลายๆ คน เนื้อไก่นุ่มๆ ชุ่มฉ่ำ ที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้แป้งกรอบๆ แค่คิดก็ฟินแล้วใช่ไหมล่ะคะ ยิ่งเมนูไก่ชุบแป้งทอดสไตล์ญี่ปุ่นนี่บอกเลยว่าพลาดไม่ได้ ไม่ว่าจะรับประทานเป็นมื้อหลักหรือเอาไว้เป็นของทานเล่นก็เคี้ยวเพลินไม่ต่างกัน
เราขอแนะนำไก่ทอดทัตสึตะอาเกะรสชาติเยี่ยมเกรดส่งออก ทำจากสะโพกไก่เนื้อนุ่ม นำมาปรุงรสด้วยซอสถั่วเหลืองสูตรพิเศษให้อร่อยกลมกล่อม เพิ่มความสมบูรณ์แบบด้วยกลิ่นหอมจากกระเทียมและขิงที่ผสานเข้ากันเป็นอย่างดี เคลือบด้วยแป้งที่ไม่หนาจนเกินไป ให้สัมผัสกรอบนอกนุ่มใน ไม่เลี่ยน ไม่ว่าจะอุ่นร้อนด้วยไมโครเวฟ นำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน หรือทอดในน้ำมันร้อนๆ ก็อิ่มอร่อยได้ง่ายๆ ค่ะ
ลิ้มรสขนมสไตล์ดั้งเดิมของญี่ปปุ่น
ไดฟุกุสอดไส้ครีมถั่วแดงกวน เป็นการผสมผสานที่ลงตัวของแป้งโมจิ ซื่งผลิตจากข้าวที่ปลูกในญี่ปุ่นนำมานวดจนออกมาเป็นแป้งไดฟุกุที่มีความหนานุ่มเหนียวกำลังดี ส่วนตัวไส้อังโกะได้มาจากถั่วแดงนำมากวนให้เนื้อมีความเหนียวนิดๆ และเพิ่มไส้ครีมที่มีความหวานมันกลมกล่อม เข้ากันดีกับความนุ่มของตัวแป้งไดฟุกุชั้นนอก ให้คุณได้ลิ้มรสของขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมง่ายๆ ได้ที่บ้าน
วิธีอร่อยกับ Daifuku
แนะนำให้นำออกมาละลายตามปริมาณที่ต้องการรับประทานในแต่ละครั้ง และเก็บส่วนที่เหลือไว้ในช่องแช่แข็งเพื่อคงคุณภาพของสินค้า
• รับประทานแบบอุณหภูมิปกติ:
นำไดฟุกุออกจากช่องแช่แข็ง วางทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 40-50 นาที ก็พร้อมรับประทานค่ะ
• รับประทานแบบอุ่น:
แกะซองของสินค้าออก และฉีกถาดของขนมแยกออกเป็นชิ้นๆ วางกระจายให้ห่างกันในไมโครเวฟ ใช้ความร้อน 500W หรือ 600W ใช้เวลาประมาณ 20 – 30 วินาที (ไม่ควรใช้ความร้อนเกิน 700W)
ซอสเดียวจบ! หมัก จิ้ม ผัด อร่อยครบในขวดเดียว
เติมเต็มความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นได้ง่ายๆ ด้วย ซอสยากินิคุ รสมิโซะโชยุ จากแบรนด์ เอบาระ (Ebara) ซอสปิ้งย่างยอดนิยมจากประเทศญี่ปุ่น ที่ผสานความกลมกล่อมของโชยุและมิโซะ เข้ากับความหอมของกระเทียม หอมหัวใหญ่ และงาคั่ว ให้รสชาติเข้มข้นหวานเค็มกำลังดี อูมามิ ช่วยเพิ่มความอร่อยได้อย่างหลากหลายเมนู เหมาะสำหรับใช้เป็นทั้งซอสจิ้มปิ้งย่าง ซอสหมักเนื้อ ซอสผัด หรือซอสปรุงอาหาร เพียงขวดเดียวก็รังสรรค์เมนูญี่ปุ่นได้ง่ายๆที่บ้าน
วิธีรับประทาน
• ใช้หมักเนื้อก่อนย่างประมาณ 15–30 นาที
• ใช้เป็นน้ำจิ้มสำหรับปิ้งย่าง (Yakiniku)
• ใช้ผัดเนื้อ หรือผัดผัก
• ใช้เป็นซอสเพิ่มรสชาติสำหรับเมนูบาร์บีคิวและอาหารย่าง
บอกลาเช้าที่น่าเบื่อของคุณด้วยแพนเค้กแสนอร่อย
เชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยมีวันที่เร่งรีบจนไม่มีเวลาทำอาหารเช้ากันใช่ไหมคะ ปัญหานี้จะหมดไปเพียงแค่มีมินิแพนเค้กห่อนี้ติดช่องแช่แข็งเอาไว้ คุณก็จะได้ทานแพนเค้กเนื้อเนียนนุ่มพร้อมกลิ่นเนยหอมกรุ่น และรสชาติหวานนิดๆ โดยไม่ต้องมานั่งผสมแป้งเองให้เสียเวลา มาในขนาดมินิ น้ำหนักชิ้นละประมาณ 20 กรัม อิ่มพอดีๆ ไม่ว่าจะทานคู่กับวิปครีม ผลไม้สด ราดน้ำผึ้ง ทาแยม หรือจะประยุกต์เป็นเมนูอื่นๆ ก็ง่าย สะดวก อร่อยได้ทั้งครอบครัวค่ะ
วิธีอร่อยกับมินิแพนเค้ก
• รับประทานแบบอุณหภูมิปกติ: นำแพนเค้กออกจากช่องแช่แข็ง ตั้งไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 30-40 นาที
• รับประทานแบบอุ่น: นำแพนเค้กออกมาใส่ภาชนะสำหรับนำเข้าไมโครเวฟ ใช้เวลาอุ่นประมาณ 1-2 นาที (ขึ้นอยู่กับกำลังไฟของไมโครเวฟ)
“ราเมนสูตรพิเศษ Two-Night Dried Ramen” รสชาติอาซาฮิคาวะ โชยุ สัมผัสเหมือนเส้นสดจากร้าน!
นี่ไม่ใช่ราเมนกึ่งสำเร็จรูปธรรมดา แต่คือ “Two-Night Dried Ramen” (เส้นตากแห้ง 2 คืน) ที่โดดเด่นด้วยกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถัน ให้คุณอร่อยได้แบบพรีเมียมง่ายๆ ที่บ้าน
จุดเด่นที่ต้องลอง
• ความลับของเส้นตากแห้ง 2 คืน : เส้นไม่ได้ผ่านการทอด แต่ใช้วิธีตากแห้งอย่างช้าๆ นานถึง 48 ชั่วโมง ในอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่ใกล้เคียงเส้นสด (Nama-men) มากที่สุด
• วัตถุดิบพรีเมียมจากฮอกไกโด : ผลิตจากแป้งสาลีฮอกไกโด 100% ให้เส้นมีความเหนียวนุ่ม พร้อมกลิ่นหอมเฉพาะตัว
• รสชาติอาซาฮิคาวะ โชยุ : น้ำซุปโชยุญี่ปุ่นเข้มข้น หอมกลิ่นถั่วเหลืองและดาชิ ให้รสชาติกลมกล่อม เหมือนได้นั่งทานที่ฮอกไกโด
เพิ่มความอร่อยง่ายๆ : ใน 1 ซองมีซุปสำหรับ 1 ที่ เพียงลวกเส้นให้สุก แล้วเติมหมูชาชู หน่อไม้ดอง และต้นหอมญี่ปุ่นซอย ก็ยกระดับให้เป็นราเมนแสนอร่อย ที่อร่อยจนลืมไปเลยว่าทำทานเองที่บ้าน
วิธีปรุงเพื่อรับประทาน
1. ต้มน้ำ 500 มล. (2.5 ถ้วย) ให้เดือดแล้ว ให้ใส่เส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 4.5 นาที ใช้ตะเกียบคนให้เข้ากันเพื่อป้องกันไม่ให้เส้นติดกัน
2. เมื่อเส้นสุกแล้ว ให้ปิดไฟ ใส่ซุปลงไปแล้วคนให้เข้ากัน (ปริมาณน้ำและเวลาในการต้มเส้นเป็นเพียงแนวทางเท่านั้น ปรับเปลี่ยนได้ตามความชอบ)
3. ตักใส่ชามพร้อมรับประทานได้เลย
ลิ้มรสขนมสไตล์ดั้งเดิมของญี่ปปุ่น
ขนมวาราบิโมจิผสมน้ำตาลทายแดงจากโอกินาวะ เพื่อเพิ่มความหวานนวลลิ้น พร้อมสอดไส้ด้วย โคชิอัง ถั่วแดงกวนบดละเอียดจนกลายเป็นเนื้อครีม และปิดท้ายโรยด้วยผงคินาโกะ ผงถั่วเหลืองสไตล์ญี่ปุ่น ให้คุณได้ลิ้มรสของขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ง่ายๆได้ที่บ้านค่ะ
วิธีอร่อยกับ Warabimochi
แนะนำให้นำออกมาละลายตามปริมาณที่ต้องการรับประทานในแต่ละครั้ง และเก็บส่วนที่เหลือไว้ในช่องแช่แข็งเพื่อคงคุณภาพของสินค้า
• รับประทานแบอุณหภูมิปกติ :
นำวาราบิโมจิออกจากช่องแช่แข็ง วางทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 40-50 นาที ก็พร้อมรับประทานค่ะ
• รับประทานแบบอุ่น :
แกะซองของสินค้าออก และฉีกถาดของขนมแยกออกเป็นชิ้นๆ วางกระจายให้ห่างกันในไมโครเวฟ ใช้ความร้อน 500W หรือ 600W ใช้เวลาประมาณ 20 – 30 วินาที (ไม่ควรใช้ความร้อนเกิน 700W)
ลิ้มรสขนมสไตล์ดั้งเดิมของญี่ปปุ่น
ขนมโอฮากิเคลือบด้วยผงคินาโกะ สอดใส้ถั่งแดงกวน แป้งโอฮากิจากข้าวที่ปลูกในญี่ปุ่น นำมาปั้นสอดใส้ด้วยอังโกะจากถั่วแดงที่คัดสรรค์มาอย่างดี นำมากวนให้เนื้อมีความเหนียวนิดๆ และเคลือบด้วยผงคินาโกะ ผงถั่วเหลือง จนออกมาเป็นคินาโกะ โอฮากิชิ้นนี้ ให้คุณได้ลิ้มรสชาติของขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมง่ายๆได้ที่บ้านค่ะ
วิธีอร่อยกับ โอฮากิ
แนะนำให้นำออกมาละลายตามปริมาณที่ต้องการรับประทานในแต่ละครั้ง และเก็บส่วนที่เหลือไว้ในช่องแช่แข็งเพื่อคงคุณภาพของสินค้า
• รับประทานแบบอุณหภูมิปกติ:
นำโอฮากิออกจากช่องแช่แข็ง วางทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 40-50 นาที ก็พร้อมรับประทานค่ะ
• รับประทานแบบอุ่น:
แกะซองของสินค้าออก และฉีกถาดของขนมแยกออกเป็นชิ้นๆ วางกระจายให้ห่างกันในไมโครเวฟ ใช้ความร้อน 500W หรือ 600W ใช้เวลาประมาณ 20 - 30 วินาที (ไม่ควรใช้ความร้อนเกิน 700W)
ชวนคุณมาลองชิมชาจากเมืองยาคุชิมะ
เมืองยะกุชิมะ (Yakushima) เป็นเกาะเขตร้อนนอกชายฝั่งทางตอนใต้ของคิวชู บนเกาะจะปกคลุมไปด้วยป่าสนและต้นไม้เก่าแก่ บางต้นมีอายุมากกว่า 100 ปี!! เมืองยากุชิมะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติในปี 1993 ด้วยอากาศที่บริสุทธิ์สภาพแวดล้อมเหมาะกับการปลูกชา เพราะอยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง 2,000 เมตร ใบชาที่ได้จะมีรสชาติกลมกล่อม และหอมมาก หากท่านไหนที่อยากลองรสสัมผัสใหม่ๆแนะนำค่ะ
วิธีชงชาให้ได้รสชาติแบบดั้งเดิม
1. นำชาออกจากกล่อง 1 ถุง ต่อ 1 ถ้วย
2. ต้มน้ำให้ร้อน เทน้ำลงไปในถ้วย แช่ทิ้งไว้ประมาณ 30 วินาที หรือ 1 นาที
3. แกว่งถุงชาเบาๆ และนำออกจากถ้วย
ไก่คาราอาเกะ กระเทียมพริกไทยทำง่ายแค่เขย่าแล้วเอาเข้าไมโครเวฟ!
มาทำไก่ทอดในไมโครเวฟกันเถอะ! มีใครอยากลองทำไก่ทอดที่บ้านบ้างไหม? แต่ฉันไม่อยากหมักมัน นอกจากนี้การทอดยังใช้เวลานานและเปลืองน้ำมันอีกด้วย ลองแพ็คนี้สิ! เพียงหั่นไก่เป็นชิ้นขนาดพอดีคำ ผสมหรือเขย่ากับแป้งปรุงรสชุดนี้ จากนั้นเมื่อนำเข้าไมโครเวฟแล้วให้นำออกมาพักไว้สักครู่ ตอนนี้คุณสามารถทำเมนูไก่ทอดแสนอร่อยที่บ้านได้แล้ว。
วิธีการทำ
1. หั่นไก่ (1 ชิ้นมีขนาดประมาณ 4 x 4 ซม. หรือชิ้นละ 30 กรัม)
2. หั่นไก่แล้วเขย่า โรยแป้งให้ทั่ว
3. วางกระดาษรองจาน เอาลงบนจาน ไว้สำหรับวางไก่ วางแยกกันเพื่อไม่ให้ติด
4.ทำความร้อนด้วยไฟฟ้า 600w แล้วตั้งเวลาผ่านหน้าซองด้านหลัง จากนั้นปล่อยให้นั่งสักพัก ขอเพียงแค่สนุกกับเรื่องนี้
ชาเขียวเซนฉะชนิดชงได้ทั้งร้อนและเย็น ความแตกต่างจากชาเขียวทั่วไปที่คุณไม่ควรมองข้าม!!
หากพูดถึงเมนูเส้นที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่น หนึ่งในเมนูที่หลายคนรู้จักคือ วุ้นเส้นผัดซอส เมนูนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากอาหารจีน แต่ถูกปรับรสชาติให้กลมกล่อมและเข้ากับสไตล์การกินของชาวญี่ปุ่น จึงมีรสเผ็ดกำลังดี หอมเครื่องเทศ และมีความกลมกล่อมมากขึ้น วุ้นเส้นที่ใช้มีความเหนียวนุ่ม ดูดซับซอสได้ดี ทำให้ทุกคำเต็มไปด้วยรสชาติของซอสหมาล่าที่เข้มข้น ภายในซองมีทั้งวุ้นเส้นและซอสปรุงรสพร้อมเครื่องปรุงต่าง ๆ ทำให้สะดวกในการทำ เพียงเติมน้ำแล้วเคี่ยวไม่กี่นาที ก็ได้เมนูวุ้นเส้นผัดซอสหอม ๆ ที่อร่อยเหมือนทำจากร้านอาหาร เมนูนี้ยังสามารถปรับแต่งได้หลากหลาย เช่น ใส่หมูสับ เต้าหู้ เห็ด หรือผักต่าง ๆ เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการและทำให้มื้ออาหารสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับทั้งคนที่ชอบอาหารญี่ปุ่น คนรักเมนูเส้น และคนที่ต้องการเมนูง่าย ๆ แต่รสชาติอร่อยระดับพรีเมียม 1 ซองสามารถทำทานได้ถึง 3 ที่ สามารถเพิ่มคุณค่าทางอาหารและรสชาติให้ดียิ่งขึ้น โดยการเติม ผักสด (เช่น ต้นหอมญี่ปุ่น), เนื้อสัตว์เพิ่มเติม (เช่น หมูสับหรือกุ้ง) หรือเสิร์ฟคู่กับข้าวสวยร้อนๆ จะเข้ากันดี
วิธีปรุงเพื่อรับประทาน
วิธีทำด้วยกระทะ :
• เตรียมเห็ดหูหนู, หน่อไม้, หมูสับ, แครอทและพริก ในปริมาณที่พอดีกับซอสในซอง
• เตรียมน้ำสะอาด 400 มล. ฉีกซองวุ้นเส้นแห้งเทลงไป คนเฉยๆ จนเดือด
• ใส่ วุ้นเส้น ลงไป ต้มประมาณ 2 นาทีจนวุ้นเส้นเริ่มคลายตัว
• ให้ใส่วัตถุดิบที่เตรียมไว้ลงในกระทะ คนเบา จนทุกอย่างสุกจากนั้นฉีกซองซอสมาโบะ ปรุงรสชนิดเผ็ดเข้มข้นเทลงไป คนให้เข้ากัน จากนั้นเคี่ยวต่อประมาณ 3-5 นาที ตักใส่จานพร้อมรับประทาน
หอม ละมุน เอกลักษณ์แบบชาญี่ปุ่นแท้ด้วย "ยาบูกิตะ เบลนด์"
ยาบูกิตะ (Yabukita) เป็นสายพันธุ์ของต้นชา หรือที่ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “ชะโนะกิ” (Chanoki) ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในจังหวัดชิซูโอกะ ขึ้นชื่อว่าเป็นสายพันธุ์ชาคุณภาพสูง ให้รสชาติและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนเสน่ห์ของชาเขียวญี่ปุ่นอย่างแท้จริง จนได้รับการยกย่องว่าเป็นมาตรฐานของชาเขียวญี่ปุ่นทั้งในด้านรสชาติและความหอม
ทางแบรนด์ ฮาราดะ (Harada) ได้นำใบชายาบุกิตะมาพัฒนาให้เข้ากับรสนิยมของผู้บริโภคยุคใหม่ จนเกิดเป็น “ยาบูกิตะ เบลนด์” (Yabukita Blend) ชารสหอมละมุน ดื่มง่าย เหมาะทั้งสำหรับจิบคู่กับของว่างจานโปรด หรือดื่มเพื่อเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความผ่อนคลายได้อย่างลงตัว
วิธีชงดื่ม
• ใส่ชา 1 ซองลงในถ้วย เทน้ำเดือด 120 มล. ลงไป แช่ไว้ประมาณ 30 วินาที (หรือปรับตามชอบ) เขย่าซองชาเล็กน้อยแล้วนำออก จากนั้นเทใส่แก้วพร้อมดื่ม
สัมผัสรสชาติชาเขียวแบบดั้งเดิมจากเมืองชิซูโอกะได้แล้ววันนี้
สัมผัสความหอมละมุนอย่างลงตัวไปกับ "ชาเก็นไมฉะผสานมัทฉะ" จากแบรนด์ ฮาราดะ
ดื่มด่ำไปกับความหอมละมุนของ ‘เก็นไมฉะ ผสานมัทฉะ’ ชาเขียวเบลนด์พิเศษจากแบรนด์ ฮาราดะ (Harada) ที่ผสมผสานความสดชื่นของมัทฉะพรีเมียมเข้ากับความหอมกรุ่นของข้าวคั่วอย่างลงตัว พร้อมทั้งรังสรรค์ความกลมกล่อมจากใบชายาบุกิตะ (Yabukita) สายพันธุ์ยอดนิยมของญี่ปุ่น เกิดเป็นชาเขียวกลิ่นละมุนทำให้รู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่ได้ดื่ม
ยาบูกิตะ (Yabukita) เป็นชาสายพันธุ์ยอดนิยมและปลูกมากที่สุดในญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมอ่อนละมุนและรสชาติที่สมดุล จนได้รับการยกย่องให้เป็น “มาตรฐานแห่งชาเขียวญี่ปุ่น”
วิธีชงแบบร้อน:
• ใส่ชา 1 ซองลงในถ้วย เทน้ำเดือด 120 มล. ลงไป แช่ไว้ประมาณ 30 วินาที (หรือปรับตามชอบ) เขย่าซองชาเล็กน้อยแล้วนำออก จากนั้นเทใส่แก้วพร้อมดื่ม
วิธีชงแบบเย็น:
• ใส่ชา 1 ซองลงในถ้วย เติมน้ำเย็น 120 มล. แช่ไว้ประมาณ 3 นาที (หรือปรับตามชอบ) เขย่าซองชาเล็กน้อยแล้วนำออก จากนั้นเทใส่แก้วพร้อมดื่ม
เบื่อกับเมนูเดิมๆหรือยัง ชวนมาสัมผัสความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นกับ แมงกะพรุนปรุงรส ที่คัดสรรวัตถุดิบชั้นดีมาให้คุณอิ่มอร่อยได้ทันทีโดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม
• รสชาติและสัมผัส : แมงกะพรุนเนื้อแน่นคุณภาพดี คลุกเคล้าด้วยน้ำมันงาหอมกรุ่นและเครื่องปรุงรสกลมกล่อม
ให้รสชาติเค็มหวานกำลังดี หอมกลิ่นน้ำมันงาชัดเจน พร้อมเพิ่มสีสันและความจัดจ้านด้วยพริกซอยละเอียด
ตัวเนื้อแมงกะพรุนมีความกรุบกรอบ เคี้ยวเพลิน ทานแล้วต้องติดใจ
• สะดวกและคุ้มค่า: สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องผ่านความร้อนหรือปรุงเพิ่ม ช่วยประหยัดเวลาในการเตรียมอาหาร
• ประโยชน์เน้นๆ: ทานเล่นเป็นกับแกล้มหรือเครื่องเคียงช่วยเพิ่มความเจริญอาหาร พร้อมสัมผัสกรุบกรอบ
ที่ช่วยกระตุ้นการเคี้ยว เพิ่มความสนุกในการทานอาหาร
• ปรับประยุกต์ได้หลากหลาย: จะทานเป็นเครื่องเคียง ทานเล่น หรือนำไปยำรวมกับผักและเนื้อสัตว์
เพื่อเป็นวัตถุดิบเสริมในเมนูต่างๆ ก็เข้ากันสุดๆ ช่วยเพิ่มคุณค่าทางอาหารและทำให้มื้ออาหารของคุณน่ารับประทานยิ่งขึ้น
วิธีรับประทาน
• วิธีละลาย: ย้ายจากช่องแช่แข็งมาไว้ที่ช่องตู้เย็นปกติเพื่อ,ปล่อยให้ละลายช้าๆ หรือสามารถนำมารับประทานได้ทันทีหลังจากสินค้าคลายความเย็น
• ควรระวัง: เมื่อละลายแล้วควรเก็บไว้ในตู้เย็น (อุณหภูมิต่ำกว่า 10°C) และควรรับประทานให้หมดภายใน 30 วัน และห้ามนำกลับไปแช่แข็งซ้ำอีกครั้ง
• การปรุง: ไม่จำเป็นต้องผ่านความร้อน สามารถเปิดซองแล้วทานได้ทันที
สัมผัสรสชาติสไตล์ญี่ปุ่นแท้กับซอสยากินิคุสูตรพิเศษ จากเมืองคิตามิ จังหวัดฮอกไกโด ที่โดดเด่นด้วยการผสมวาซาบิภูเขาพันธุ์ท้องถิ่นของฮอกไกโด ให้รสเผ็ดหอมเป็นเอกลักษณ์ แตกต่างจากวาซาบิทั่วไป ซอสมีรสชาติกลมกล่อมจากโชยุ น้ำตาล และผักผลไม้ ผสานกับความหอมของกระเทียม หัวหอม ขิง และงา ก่อนปิดท้ายด้วยความเผ็ดสดชื่นของยามะวาซาบิ ช่วยตัดเลี่ยนและเพิ่มมิติให้เนื้อย่าง หมูย่าง ไก่ย่าง หรือซีฟู้ดได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับใช้เป็นน้ำจิ้มเนื้อย่าง หมูย่าง ไก่ย่าง ซีฟู้ด หรือใช้หมักเนื้อก่อนย่าง รวมถึงใช้ปรุงอาหารผัดและเมนูญี่ปุ่นหลากหลาย เพิ่มรสชาติให้อร่อยแบบต้นตำรับได้ง่ายในทุกมื้อ เพียงเปิดขวดก็พร้อมสร้างรสชาติแบบร้านปิ้งย่างญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่บ้าน
วิธีการใช้งาน
• เขย่าขวดก่อนใช้ทุกครั้ง: เนื่องจากตัวซอสมีส่วนผสมของเนื้อหัวหอมบด กระเทียมบด และวาซาบิบดธรรมชาติที่อาจตกตะกอนอยู่ก้นขวด
• น้ำจิ้มปิ้งย่าง: เทซอสใส่ถ้วย ใช้จิ้มกับเนื้อวัวย่าง หมูสามชั้น หรือไก่ย่างร้อนๆ ได้ทันที ความเผ็ดฉุนของยามาวาซาบิจะช่วยตัดเลี่ยนมันเนื้อได้เป็นอย่างดี
• ราดหรือทาระหว่างย่าง: ใช้แปรงจุ่มซอสแล้วทาลงบนเนื้อสัตว์หรือผักในระหว่างที่กำลังย่างบนเตา เพื่อให้ซอสซึมเข้าเนื้อและส่งกลิ่นหอมของกระเทียม
• ซอสหมัก: นำเนื้อสัตว์ไปหมักกับซอสประมาณ 15-30 นาที ก่อนปิ้งย่างหรือผัด ช่วยให้เนื้อนุ่มและมีรสชาติหวานเค็มกลมกล่อมแทรกซึมเข้าเนื้อ
ชาเขียวเซนฉะชนิดชงได้ทั้งร้อนและเย็น ถูกใจสำหรับคนรักชา
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Yumepirika ถือเป็นพันธุ์ข้าวระดับไฮเอนด์ที่ใช้สุดยอดเทคโนโลยีการเพาะสายพันธุ์ข้าวในฮอกไกโด
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ยูเมะพิริกะ (Yumepirika) จากแบรนด์ โฮคุเรน (Hokuren) เป็นข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์พรีเมียมที่ปลูกในจังหวัดฮอกไกโด ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอากาศหนาวเย็นและดินที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ข้าวมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ถือเป็นข้าวเกรดสูงที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น
ลักษณะเด่นของ Yumepirika
• เมล็ดอวบอ้วน และเงางาม - เมล็ดข้าวมีขนาดปานกลางถึงใหญ่ เมื่อหุงแล้วจะเงางามและมีความหนึบที่โดดเด่น
• เนื้อนุ่มแต่ไม่เละ - ข้าวมีความเหนียวและนุ่มในระดับที่พอดี ไม่ร่วนหรือแข็งเกินไป
• รสหวานธรรมชาติ - มีรสชาติอ่อนๆ และหวานธรรมชาติ แม้ทานเปล่าๆ ก็ยังอร่อย
• กลิ่นหอมพิเศษ - มีกลิ่นหอมที่แตกต่างจากข้าวพันธุ์อื่น
• ปลูกในอากาศหนาวเย็น - อุณหภูมิที่เย็นของฮอกไกโดช่วยให้ข้าวมีคุณภาพดีขึ้นและสามารถเก็บรักษาได้นาน
รางวัลและมาตรฐานคุณภาพ
• Yumepirika ได้รับการรับรองมาตรฐาน 特A (Toku A) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของข้าวญี่ปุ่น
• เป็นข้าวที่ได้รับความนิยมในร้านอาหารระดับพรีเมียมทั่วญี่ปุ่น
• ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลฮอกไกโดให้เป็นข้าวเกรดพรีเมียมของภูมิภาค
เมนูที่เหมาะกับ Yumepirika
เนื่องจาก Yumepirika เป็นข้าวที่มีความเหนียวนุ่มและมีรสหวานในตัว จึงเหมาะกับอาหารที่ต้องการข้าวคุณภาพสูง เช่น
• ข้าวสวย (Cooked Rice) - เมล็ดข้าวสวย เมื่อหุงสุกจะมีความเงาสวย เหมาะสำหรับทานแบบข้าวสวย
• ซูชิ (Sushi) - เมล็ดข้าวเหนียวกำลังดี จับตัวได้ง่าย ไม่แฉะเกินไป
• ข้าวปั้น (Onigiri) - รสชาติหวานธรรมชาติทำให้กินเปล่าๆ ก็อร่อย
• ข้าวญี่ปุ่นธรรมดา (Gohan) - เหมาะสำหรับทานคู่กับปลาย่างหรืออาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
• ข้าวหน้าอาหารทะเล (Kaisendon/Donburi) - ความหนึบของข้าวช่วยเสริมรสชาติของปลาดิบได้ดี
Yumepirika ถือเป็นข้าวที่ให้รสชาติที่ดีที่สุดของฮอกไกโด ถ้าคุณต้องการข้าวที่นุ่ม หอม และมีคุณภาพสูง Yumepirika คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
• ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
• ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
• กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
• ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำเวลาหุงข้าวจะนุ่มไม่กระด้าง
• หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อยๆ คนให้น้ำระเหย
วิธีการเก็บรักษา
• เก็บในที่แห้งและเย็น
• ระวังการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง เพราะข้าวจะแห้งแตกเนื่องจากการระเหยของน้ำในข้าว
• หลีกเลี่ยงการเก็บรักษาใกล้ ผงซักฟอก สเปรย์ปรับอากาศ เครื่องสำอาง และอาหารที่มีกลิ่นแรง เพราะข้าวจะดูดซับกลิ่น
ข้อควรระวัง
• คุณภาพของข้าวจะเปลี่ยนหากโดนความชื้น
• ห้ามวางไว้ใกล้เปลวไฟ เนื่องจากติดไฟง่าย
• ห้ามวางสินค้าอื่นซ้อนทับผลิตภัณฑ์
วาราบิโมจิ หอมคินาโกะ นุ่มหนึบสไตล์ญี่ปุ่น
วาราบิโมจิ รสคินาโกะ จากแบรนด์ GFC (Geefcee) จากประเทศญี่ปุ่น เนื้อโมจิมีความเหนียวนุ่มหนึบ คลุกเคล้าด้วยผงคินาโกะหอมๆ ตัวขนมถูกตัดเป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ แยกชิ้นออกจากกันได้ง่าย ทำให้สามารถแบ่งละลายตามปริมาณที่ต้องการใช้ได้สะดวก จะทานเป็นของว่างก็อร่อย หรือเพิ่มความพิเศษให้เมนูของหวานด้วยการนำไปท็อปปิ้งบนไอศกรีม น้ำแข็งไส หรือขนมหวานต่างๆ ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว
วิธีรับประทาน :
• นำออกมาละลายที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที (ขึ้นอยู่กับปริมาณและอุณหภูมิห้อง)
• เมื่อวาราบิโมโจคลายความเย็นแล้ว เนื้อมสัมผัสจะมีความนุ่มหนึบ เพียงเท่านี้ก็สามารถรับประทานได้เลยค่ะ
การเก็บรักษา :
• ควรเก็บแช่งแข็งในอุณหภูมิ -18°C
• หลังจากแบ่งสินค้าแล้ว ควรรีบนำกลับเข้าช่องแช่แข็งทันที
• ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันอากาศเข้า
• ไม่ควรวางสินค้าไว้นอกตู้แช่แข็งเป็นเวลานาน
กรณีสินค้าละลายแล้ว (Defrost) :
• หากมีการนำสินค้าออกมาละลายแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 3 วัน
• ควรเก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0–4°C และปิดภาชนะให้สนิท
ข้อควรระวัง :
• ไม่ควรละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะอาจทำให้เนื้อสัมผัสและคุณภาพสินค้าเปลี่ยนจากเดิม
• หลีกเลี่ยงการเก็บใกล้สินค้าที่มีกลิ่นแรง เนื่องจากวาราบิโมจิสามารถดูดซับกลิ่นได้ง่าย
• ควรรักษาความสะอาดของภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้แบ่งสินค้า
วาราบิโมจิ บราวน์ ชูก้า ขนมหวานญี่ปุ่นที่หลายๆคนต่างติดใจ
วาราบิโมจิ บราวน์ ชูก้า เนื้อโมจิมีความเหนียวนุ่มหนึบ มีส่วนผสมของน้ำตาลทรายแดง (Kokuto) และคลุกเคล้าผงคินาโกะ รสชาติมีความหวานละมุนลิ้น ตัวขนมถูกตัดเป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ ทำให้แบ่งทานได้สะดวก ไม่ว่าจะทานเป็นของว่างคู่กับชาร้อนๆ หรือเพิ่มความพิเศษให้เมนูของหวานด้วยการนำไปท็อปปิ้งบนไอศกรีม น้ำแข็งไส หรือขนมหวานต่างๆ ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว
วิธีรับประทาน :
• นำออกมาละลายที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที (ขึ้นอยู่กับปริมาณและอุณหภูมิห้อง)
• เมื่อวาราบิโมโจคลายความเย็นแล้ว เนื้อมสัมผัสจะมีความนุ่มหนึบ เพียงเท่านี้ก็สามารถรับประทานได้เลยค่ะ
การเก็บรักษา :
• ควรเก็บแช่งแข็งในอุณหภูมิ -18°C
• หลังจากแบ่งสินค้าแล้ว ควรรีบนำกลับเข้าช่องแช่แข็งทันที
• ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันอากาศเข้า
• ไม่ควรวางสินค้าไว้นอกตู้แช่แข็งเป็นเวลานาน
กรณีสินค้าละลายแล้ว (Defrost) :
• หากมีการนำสินค้าออกมาละลายแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 3 วัน
• ควรเก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 0–4°C และปิดภาชนะให้สนิท
ข้อควรระวัง :
• ไม่ควรละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะอาจทำให้เนื้อสัมผัสและคุณภาพสินค้าเปลี่ยนจากเดิม
• หลีกเลี่ยงการเก็บใกล้สินค้าที่มีกลิ่นแรง เนื่องจากวาราบิโมจิสามารถดูดซับกลิ่นได้ง่าย
• ควรรักษาความสะอาดของภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้แบ่งสินค้า
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ที่ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆมากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผา เมื่อได้รับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น
ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผาเพื่อรับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส
ดองผักให้อร่อยในพริบตา! ด้วย Asazuke no Moto จาก Ebara
Asazuke no Moto จากแบรนด์ เอบาระ (Ebara) เป็นน้ำปรุงรสสำเร็จรูปสำหรับการทำผักดองสไตล์ญี่ปุ่นแบบง่ายๆ และรวดเร็ว หรือที่เรียกว่า “อาซาซึเกะ” (Asazuke) ด้วยรสชาติที่เค็มเล็กน้อย หวานนิดๆ และกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ น้ำปรุงนี้ช่วยเสริมรสชาติให้ผักดองอร่อยอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้เวลานานหรือขั้นตอนยุ่งยาก ผักดองที่ได้จะมีความกรอบ สดชื่น และยังคงรสชาติของผักไว้ได้อย่างดี
Asazuke no Moto จึงกลายเป็นตัวช่วยคู่ครัวที่ได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น เพราะสามารถใช้ดองผักได้หลากหลายชนิดตามใจชอบ แค่มีผักกับน้ำปรุง ก็ได้เมนูเครื่องเคียงแบบญี่ปุ่นที่ทั้งอร่อยและสดใหม่ในไม่กี่นาที!
วิธีใช้
• หั่นผักที่ต้องการหมักเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วใส่ลงในถุงซิปล็อก
• เทน้ำปรุงรส "Asazuke no Moto" ลงไปให้ทั่วผัก (ปริมาณการใช้ 100 มล. ต่อผัก 200 กรัม)
• ไล่อากาศออกจากถุงให้มากที่สุด ปิดปากถุงให้แน่น แล้วขยำเบาๆให้ส่วนผสมเข้ากัน
• นำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 30 หรือนานกว่านั้นตามความชอบ
• จากนั้นนำผักออกมา บีบน้ำส่วนเกินออก (โดยไม่ต้องล้างน้ำเปล่า)เพียงเท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟทันที
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ Size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น
ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผาเพื่อรับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส