ลิ้มรสขนมสไตล์ดั้งเดิมของญี่ปปุ่น
ไดฟุกุสอดไส้ครีมถั่วแดงกวน เป็นการผสมผสานที่ลงตัวของแป้งโมจิ ซื่งผลิตจากข้าวที่ปลูกในญี่ปุ่นนำมานวดจนออกมาเป็นแป้งไดฟุกุที่มีความหนานุ่มเหนียวกำลังดี ส่วนตัวไส้อังโกะได้มาจากถั่วแดงนำมากวนให้เนื้อมีความเหนียวนิดๆ และเพิ่มไส้ครีมที่มีความหวานมันกลมกล่อม เข้ากันดีกับความนุ่มของตัวแป้งไดฟุกุชั้นนอก ให้คุณได้ลิ้มรสของขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมง่ายๆ ได้ที่บ้าน
วิธีอร่อยกับ Daifuku
แนะนำให้นำออกมาละลายตามปริมาณที่ต้องการรับประทานในแต่ละครั้ง และเก็บส่วนที่เหลือไว้ในช่องแช่แข็งเพื่อคงคุณภาพของสินค้า
• รับประทานแบบอุณหภูมิปกติ:
นำไดฟุกุออกจากช่องแช่แข็ง วางทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 40-50 นาที ก็พร้อมรับประทานค่ะ
• รับประทานแบบอุ่น:
แกะซองของสินค้าออก และฉีกถาดของขนมแยกออกเป็นชิ้นๆ วางกระจายให้ห่างกันในไมโครเวฟ ใช้ความร้อน 500W หรือ 600W ใช้เวลาประมาณ 20 – 30 วินาที (ไม่ควรใช้ความร้อนเกิน 700W)
นัตโตะวีแกนจากญี่ปุ่น อร่อยง่าย ได้สุขภาพ
ทำไมต้องถั่วเหลือง จากฮอกไกโด ?
หัวใจสำคัญของนัตโตะกล่องนี้คือ การเลือกใช้ถั่วเหลืองสายพันธุ์ "Yukishizuka" (ゆきしずか) ซึ่งเป็นถั่วเหลืองเมล็ดเล็ก ชื่อดังจากฮอกไกโด จากข้อมูลทางการเกษตรของญี่ปุ่นระบุว่า ถั่วสายพันธุ์นี้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อการทำนัตโตะโดยเฉพาะ เพราะเมล็ดที่เล็กจะช่วยให้จุลินทรีย์สามารถย่อยสลายและสร้างความหนืดได้ทั่วถึงทุกอณูเมล็ด ส่งผลให้ได้รสสัมผัสที่นุ่มนวลและมีความหวานของถั่วตามธรรมชาติที่ชัดเจนกว่าถั่วเมล็ดใหญ่
"ยามะวาซาบิ" มนต์เสน่ห์ความเผ็ดฉุนสีขาว
ความพิเศษที่ไม่เหมือนใครของผลิตภัณฑ์นี้คือซอสปรุงรสที่ใช้ "ยามะวาซาบิ"หรือ ฮอร์สแรดิช สีขาวที่เป็นของขึ้นชื่อแห่งฤดูหนาวในฮอกไกโด
• ความต่าง: ยามะวาซาบิจะมีความเผ็ดร้อนที่พุ่งขึ้นจมูกและจางหายไปอย่างรวดเร็ว ต่างจากวาซาบิสีเขียวทั่วไป
• รสชาติ: เมื่อนำมาผสมกับนัตโตะ ความฉุนนี้จะช่วยตัดกลิ่นเฉพาะตัวของถั่วเน่าได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ทานง่ายและให้ความรู้สึกสดชื่นในทุกคำ
มาตรฐาน "นัตโตะวีแกน" ที่ทั่วโลกยอมรับ
โดยปกติแล้ว ซอสนัตโตะทั่วไปมักจะมีส่วนผสมของ "โบนิโตะดาชิ" (สารสกัดจากปลาโอแห้ง) แต่ มารุคิน ฟู้ด ได้พัฒนาสูตรที่ปราศจากเนื้อสัตว์ 100% โดยได้รับตราสัญลักษณ์ Vegan Certified จาก VegeProject Japan ซึ่งเป็นองค์กรรับรองมาตรฐานมังสวิรัติที่เข้มงวดที่สุดในญี่ปุ่น เพื่อให้มั่นใจว่าทั้งตัวถั่วและซอสปรุงรสทำจากพืชและวัตถุดิบธรรมชาติเท่านั้น
วิธีทานนัตโตะแบบง่ายๆ (สไตล์ญี่ปุ่น):
• เตรียม: นำนัตโตะออกจากตู้เย็น พักไว้ให้อุณหภูมิห้องสักครู่
• ใส่เครื่องปรุง: ฉีกซองซอสและมัสตาร์ดที่ให้มาในกล่อง ใส่ลงในนัตโตะ (ถ้าไม่ชอบกลิ่นแรงแนะนำต้องใส่ซอสเยอะ).
• คน: ใช้ตะเกียบหรือช้อนคนนัตโตะไปทางเดียวกัน 50-100 ครั้ง เพื่อให้เกิดใยเหนียวๆ และรสชาติอูมามิ.
• ทานคู่: ตักราดบนข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมปังปิ้งคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ท็อปปิ้งเสริมที่แนะนำ (สำหรับคนไทยเพิ่มความอร่อย):
• เพิ่มรสชาติ/ลดกลิ่น: ต้นหอมซอย, ไข่ดิบ/ไข่แดง, คัตสึโอะบุชิ, กิมจิ, วาซาบิ, ซอสพริกศรีราชา, มายองเนส
• ทานกับ: ข้าวญี่ปุ่น, ขนมปังปิ้ง, พาสต้า, เส้นอูด้ง, หรือแม้แต่กระเจี๊ยบเขียวลวก.
• เมนูประยุกต์: ลองคลุกกับข้าวหน้ากะเพรา, กินกับไข่ออนเซ็น
เซ็น
บอกลาเช้าที่น่าเบื่อของคุณด้วยแพนเค้กแสนอร่อย
เชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยมีวันที่เร่งรีบจนไม่มีเวลาทำอาหารเช้ากันใช่ไหมคะ ปัญหานี้จะหมดไปเพียงแค่มีมินิแพนเค้กห่อนี้ติดช่องแช่แข็งเอาไว้ คุณก็จะได้ทานแพนเค้กเนื้อเนียนนุ่มพร้อมกลิ่นเนยหอมกรุ่น และรสชาติหวานนิดๆ โดยไม่ต้องมานั่งผสมแป้งเองให้เสียเวลา มาในขนาดมินิ น้ำหนักชิ้นละประมาณ 20 กรัม อิ่มพอดีๆ ไม่ว่าจะทานคู่กับวิปครีม ผลไม้สด ราดน้ำผึ้ง ทาแยม หรือจะประยุกต์เป็นเมนูอื่นๆ ก็ง่าย สะดวก อร่อยได้ทั้งครอบครัวค่ะ
วิธีอร่อยกับมินิแพนเค้ก
• รับประทานแบบอุณหภูมิปกติ: นำแพนเค้กออกจากช่องแช่แข็ง ตั้งไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 30-40 นาที
• รับประทานแบบอุ่น: นำแพนเค้กออกมาใส่ภาชนะสำหรับนำเข้าไมโครเวฟ ใช้เวลาอุ่นประมาณ 1-2 นาที (ขึ้นอยู่กับกำลังไฟของไมโครเวฟ)
ลิ้มรสขนมสไตล์ดั้งเดิมของญี่ปปุ่น
ขนมวาราบิโมจิผสมน้ำตาลทายแดงจากโอกินาวะ เพื่อเพิ่มความหวานนวลลิ้น พร้อมสอดไส้ด้วย โคชิอัง ถั่วแดงกวนบดละเอียดจนกลายเป็นเนื้อครีม และปิดท้ายโรยด้วยผงคินาโกะ ผงถั่วเหลืองสไตล์ญี่ปุ่น ให้คุณได้ลิ้มรสของขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ง่ายๆได้ที่บ้านค่ะ
วิธีอร่อยกับ Warabimochi
แนะนำให้นำออกมาละลายตามปริมาณที่ต้องการรับประทานในแต่ละครั้ง และเก็บส่วนที่เหลือไว้ในช่องแช่แข็งเพื่อคงคุณภาพของสินค้า
• รับประทานแบอุณหภูมิปกติ :
นำวาราบิโมจิออกจากช่องแช่แข็ง วางทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 40-50 นาที ก็พร้อมรับประทานค่ะ
• รับประทานแบบอุ่น :
แกะซองของสินค้าออก และฉีกถาดของขนมแยกออกเป็นชิ้นๆ วางกระจายให้ห่างกันในไมโครเวฟ ใช้ความร้อน 500W หรือ 600W ใช้เวลาประมาณ 20 – 30 วินาที (ไม่ควรใช้ความร้อนเกิน 700W)
ลิ้มรสขนมสไตล์ดั้งเดิมของญี่ปปุ่น
ขนมโอฮากิเคลือบด้วยผงคินาโกะ สอดใส้ถั่งแดงกวน แป้งโอฮากิจากข้าวที่ปลูกในญี่ปุ่น นำมาปั้นสอดใส้ด้วยอังโกะจากถั่วแดงที่คัดสรรค์มาอย่างดี นำมากวนให้เนื้อมีความเหนียวนิดๆ และเคลือบด้วยผงคินาโกะ ผงถั่วเหลือง จนออกมาเป็นคินาโกะ โอฮากิชิ้นนี้ ให้คุณได้ลิ้มรสชาติของขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมง่ายๆได้ที่บ้านค่ะ
วิธีอร่อยกับ โอฮากิ
แนะนำให้นำออกมาละลายตามปริมาณที่ต้องการรับประทานในแต่ละครั้ง และเก็บส่วนที่เหลือไว้ในช่องแช่แข็งเพื่อคงคุณภาพของสินค้า
• รับประทานแบบอุณหภูมิปกติ:
นำโอฮากิออกจากช่องแช่แข็ง วางทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 40-50 นาที ก็พร้อมรับประทานค่ะ
• รับประทานแบบอุ่น:
แกะซองของสินค้าออก และฉีกถาดของขนมแยกออกเป็นชิ้นๆ วางกระจายให้ห่างกันในไมโครเวฟ ใช้ความร้อน 500W หรือ 600W ใช้เวลาประมาณ 20 - 30 วินาที (ไม่ควรใช้ความร้อนเกิน 700W)
เปลี่ยนมื้ออาหารธรรมดาให้กลายเป็นมื้อสุขภาพสุดพิเศษด้วย น้ำสลัดสไตล์ญี่ปุ่นเข้มข้นที่เกิดจากความตั้งใจในการสร้างสรรค์แนวคิด "ทานผักไปพร้อมกับผัก"
น้ำสลัดขวดนี้อัดแน่นด้วยส่วนผสมของผักสดคุณภาพสูงจากประเทศญี่ปุ่นถึง 40% ให้คุณได้สัมผัสรสชาติความอร่อยจากธรรมชาติแท้ๆ โดดเด่นด้วยการผสมผสานแครอทสด หัวหอม และรากโกโบชั้นดี เข้ากับกลิ่นหอมเปรี้ยวสดชื่นเป็นเอกลักษณ์ของน้ำส้มยูซุจากจังหวัดโคจิ รังสรรค์ออกมาเป็นน้ำสลัดเนื้อครีมรสชาติหวานเค็มกลมกล่อม มีความเปรี้ยวอมหวานลงตัว
นอกจากรสชาติแล้ว คุณภาพและความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญ Grazie Mille จึงพิถีพิถันในทุกขั้นตอนการผลิต ปราศจากเครื่องปรุงรสเคมีและสารปรุงแต่งสังเคราะห์ พร้อมทั้งปรับลดความเปรี้ยวแหลมลง เพื่อดึงความหวานธรรมชาติของผักให้ออกมาอย่างนุ่มนวลที่สุด เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว ตั้งแต่เด็กเล็กที่เริ่มทานผักไปจนถึงผู้ใหญ่ที่รักสุขภาพ ให้การทานผักกลายเป็นเรื่องง่ายและอร่อยในทุกๆ วัน
ประโยชน์
• ได้คุณค่าจากผักแท้: มีส่วนผสมของผักสูงถึง 40% ช่วยเพิ่มปริมาณการทานผักในแต่ละวันได้ง่ายขึ้น
• ปลอดภัยต่อร่างกาย: ปราศจากเครื่องปรุงรสเคมี สารปรุงแต่ง และสารกันเสียสังเคราะห์
• ทานง่าย เหมาะกับเด็ก: ปรับลดความเปรี้ยวแหลมมีรสหวานธรรมชาติ ทำให้เด็กๆ เจริญอาหารและทานผักได้ง่ายขึ้น
• กระตุ้นความอยากอาหาร: กลิ่นหอมเปรี้ยวสดชื่นจากน้ำส้มยูซุธรรมชาติ ช่วยเพิ่มความสดชื่นในมื้ออาหาร
วิธีรับประทาน / วิธีใช้
• เขย่าขวดก่อนใช้งานทุกครั้ง เพื่อให้เนื้อผักและน้ำสลัดเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน
• เขย่าเสร็จแล้วสามารถเขย่าราดลงบนผักสด ผักนึ่ง หรือเมนูที่ต้องการได้ทันที
• หลังเปิดใช้ ควรเก็บไว้ในตู้เย็นและควรบริโภคให้หมดตามระยะเวลาที่แนะนำบนฉลาก
เคยกินขนมพันสาหร่ายทั่วไปแล้วรู้สึกว่าขาดอะไรไปไหมคะ? ต้องลองตัวนี้เลยค่ะ Ume Norimaki จากแบรนด์ยอดฮิตตลอดกาลอย่าง Kameda Seika ที่หยิบเอาเสน่ห์ของ "บ๊วยนันโค" ของดีขึ้นชื่อจากจังหวัดวากายามะ มาผสมผสานกับข้าวอบกรอบสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ
ทำไมต้องมีติดบ้าน?
• รสชาติครบรส: สัมผัสแรกคือความกรอบของข้าวอบที่เคลือบซอสโชยุสูตรพิเศษ ตามด้วยรสเปรี้ยวอมหวานนิดๆ และกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์จากผงบ๊วยแท้ๆ (Kishū Nankō-ume)
• สาหร่ายคุณภาพเยี่ยม: ใช้สาหร่ายแผ่นหนา กรอบ หอมกลิ่นอายทะเล พันรอบตัวขนมมาแบบเน้นๆ
• ความกรอบที่เป็นเอกลักษณ์: ข้าวอบกรอบสไตล์ Okaki ที่เคี้ยวเพลินจนชิ้นเดียวไม่เคยพอ
• ไซส์พอเหมาะ: ขนาด 25 กรัม พกพาง่าย จะใส่กระเป๋าไว้กินเล่นระหว่างวัน หรือแบ่งให้เด็กๆ ทานตอนดูการ์ตูนก็สะดวกค่ะ
ทานคู่กับอะไรก็อร่อย!
• จิบชาร้อน: เข้ากันได้ดีที่สุดกับชาเขียวร้อนๆ ช่วยชูรสบ๊วยให้เด่นขึ้น
• เครื่องดื่มเย็น: เป็นกับแกล้มชั้นเลิศที่เคี้ยวเพลินจนลืมเวลา
• ของว่างยามบ่าย: แก้เซ็งช่วง Work from home ได้ดีเยี่ยม
ซอสยากินิคุสูตรพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเมืองคิตะมิ เมืองที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "เมืองแห่งยากินิคุ" ของญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยการผสานความหวานละมุนจากหัวหอมและแอปเปิลแท้จากฮอกไกโดเข้ากับโชยุคุณภาพและเครื่องเทศอย่างลงตัว ให้รสชาติกลมกล่อม หอมเข้มข้น ไม่เค็มจัด มีความหวานธรรมชาติและเปรี้ยวปลายลิ้นเล็กน้อย ช่วยดึงรสชาติของเนื้อวัว เนื้อหมู ไก่ ซีฟู้ด และผักย่างให้อร่อยยิ่งขึ้น พร้อมช่วยตัดเลี่ยนได้อย่างพอดี ซอสขวดนี้ไม่ได้เป็นเพียงน้ำจิ้มสำหรับปิ้งย่างเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้หมักเนื้อก่อนย่างเพื่อเพิ่มความนุ่มและความหอม ใช้ผัดอาหารสไตล์ญี่ปุ่น ราดข้าว หรือปรุงเมนูต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย ช่วยเพิ่มความเข้มข้นและมิติของรสชาติให้ทุกจาน โดยไม่ต้องปรุงเพิ่มหลายขั้นตอน เหมาะสำหรับผู้ที่อยากสร้างสรรค์เมนูยากินิคุและอาหารญี่ปุ่นรสชาติต้นตำรับได้ง่าย ๆ ที่บ้าน เพียงมีซอสขวดนี้ ก็สัมผัสความอร่อยเหมือนนั่งรับประทานอยู่ที่ร้านดังในฮอกไกโดได้ทุกมื้อ
วิธีการใช้งาน
• เขย่าขวดก่อนเปิดใช้งานทุกครั้ง เพื่อให้ส่วนผสมของเนื้อหอมใหญ่และแอปเปิ้ลที่นอนก้นกระจายตัวเข้ากันดี
• ใช้เป็นน้ำจิ้ม: เทใส่ถ้วยพร้อมจิ้มกับเนื้อสัตว์ปิ้งย่างได้ทันที
• ใช้เป็นซอสหมัก: นำเนื้อสัตว์มาคลุกเคล้ากับซอส ทิ้งไว้ 15-30 นาที ก่อนนำไปปิ้งย่างเพื่อความนุ่มเข้มข้นเข้าเนื้อ
• ซอสหมัก: นำเนื้อสัตว์ไปหมักกับซอสประมาณ 15-30 นาที ก่อนปิ้งย่าง ช่วยให้เนื้อนุ่มและมีรสชาติหวานเค็มกลมกล่อมแทรกซึมเข้าเนื้อ
หากตามหาซอส หรือน้ำจิ้มเมนูปิ้งย่าง แนะนำค่ะ เพราะอร่อยมากกกกก
Ohgon No Aji หรือ "รสชาติแห่งทองคำ" คือนิยามของซอสปิ้งย่างที่ครองใจชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ถ้าคุณชอบฟีลร้านปิ้งย่างญี่ปุ่นที่มีกลิ่นหอมเตะจมูกตั้งแต่เนื้อลงเตา ซอสขวดนี้คือไอเทมที่ควรมีติดครัว เป็นซอสปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นรสเผ็ดกลาง ที่โดดเด่นด้วยความกลมกล่อมจากผลไม้บด ผสานโชยุคุณภาพดี กระเทียม งา และเครื่องเทศ ทำให้ได้รสชาติหวานเค็มเผ็ดแบบพอดี กินง่ายแต่เข้มข้น จุดเด่นของซอสตัวนี้คือความอเนกประสงค์ ใช้ได้ทั้งหมักเนื้อก่อนย่าง ใช้เป็นน้ำจิ้ม หรือเอาไปผัดก็ช่วยให้อาหารหอมขึ้นทันที เหมาะมากสำหรับคนที่อยากทำเมนูญี่ปุ่นกินเองที่บ้านแบบง่าย ๆ แต่ได้รสชาติระดับร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นหมูย่าง เนื้อย่าง ไก่ทอด กระทะร้อน ข้าวผัดญี่ปุ่น หรือผัดผัก ซอสขวดนี้ก็ช่วยเพิ่มมิติความอร่อยได้แบบไม่ต้องปรุงหลายขั้นตอน เมื่อนำไปโดนความร้อนจะส่งกลิ่นหอมยั่วยวนใจ ช่วยลดความเลี่ยนของไขมันเนื้อและชูรสชาติของวัตถุดิบให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรสชาติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อก่อนย่างประมาณ 15–30 นาที
• ใช้เป็นน้ำจิ้มปิ้งย่าง ชาบู หรือของทอด
• ใช้ผัดเนื้อ ผัดผัก หรือข้าวผัดญี่ปุ่น
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าไก่ หรือเบอร์เกอร์ญี่ปุ่น
• ใช้เคลือบไก่ย่าง หมูย่าง หรือซี่โครงบาร์บีคิว
อัตราส่วนแนะนำ
• เนื้อสัตว์ 300 กรัม ต่อซอสประมาณ 3–4 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วนำไปย่างหรือผัดได้เลย
เคล็ดลับความอร่อย
• เติมซอสช่วงท้ายก่อนอาหารสุก จะช่วยให้ซอสเคลือบเนื้อสวย หอมเข้มข้น และได้กลิ่นสไตล์ร้านยากินิกุญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูแนะนำ
• หมูย่างซอสญี่ปุ่น, เนื้อย่างยากินิกุ, ไก่ผัดซอสญี่ปุ่น, ข้าวหน้าเนื้อสไตล์ญี่ปุ่น,
เบคอนพันเห็ดเข็มทอง, ไก่ทอดคลุกซอสญี่ปุ่น
Ohgon No Aji หรือ "รสชาติแห่งทองคำ" คือนิยามของซอสปิ้งย่างที่ครองใจชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ถ้าคุณชอบฟีลร้านปิ้งย่างญี่ปุ่นที่มีกลิ่นหอมเตะจมูกตั้งแต่เนื้อลงเตา ซอสขวดนี้คือไอเทมที่ควรมีติดครัว เป็นซอสปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นรสเผ็ดกลาง ที่โดดเด่นด้วยความกลมกล่อมจากผลไม้บด ผสานโชยุคุณภาพดี กระเทียม งา และเครื่องเทศ ทำให้ได้รสชาติหวานเค็มเผ็ดแบบพอดี กินง่ายแต่เข้มข้น จุดเด่นของซอสตัวนี้คือความอเนกประสงค์ ใช้ได้ทั้งหมักเนื้อก่อนย่าง ใช้เป็นน้ำจิ้ม หรือเอาไปผัดก็ช่วยให้อาหารหอมขึ้นทันที เหมาะมากสำหรับคนที่อยากทำเมนูญี่ปุ่นกินเองที่บ้านแบบง่าย ๆ แต่ได้รสชาติระดับร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นหมูย่าง เนื้อย่าง ไก่ทอด กระทะร้อน ข้าวผัดญี่ปุ่น หรือผัดผัก ซอสขวดนี้ก็ช่วยเพิ่มมิติความอร่อยได้แบบไม่ต้องปรุงหลายขั้นตอน เมื่อนำไปโดนความร้อนจะส่งกลิ่นหอมยั่วยวนใจ ช่วยลดความเลี่ยนของไขมันเนื้อและชูรสชาติของวัตถุดิบให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรสชาติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อก่อนย่างประมาณ 15–30 นาที
• ใช้เป็นน้ำจิ้มปิ้งย่าง ชาบู หรือของทอด
• ใช้ผัดเนื้อ ผัดผัก หรือข้าวผัดญี่ปุ่น
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าไก่ หรือเบอร์เกอร์ญี่ปุ่น
• ใช้เคลือบไก่ย่าง หมูย่าง หรือซี่โครงบาร์บีคิว
อัตราส่วนแนะนำ
• เนื้อสัตว์ 300 กรัม ต่อซอสประมาณ 3–4 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วนำไปย่างหรือผัดได้เลย
เคล็ดลับความอร่อย
• เติมซอสช่วงท้ายก่อนอาหารสุก จะช่วยให้ซอสเคลือบเนื้อสวย หอมเข้มข้น และได้กลิ่นสไตล์ร้านยากินิกุญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูแนะนำ
• หมูย่างซอสญี่ปุ่น, เนื้อย่างยากินิกุ, ไก่ผัดซอสญี่ปุ่น, ข้าวหน้าเนื้อสไตล์ญี่ปุ่น, เบคอนพันเห็ดเข็มทอง, ไก่ทอดคลุกซอสญี่ปุ่น
หากคุณกำลังมองหาเมนูที่ตอบโจทย์ชีวิตที่เร่งรีบ แต่ยังไม่ยอมละทิ้งคุณภาพและรสชาติที่ยอดเยี่ยม “ไรซ์ เบอร์เกอร์ ไส้หัวหอมผสมถั่วเหลือง ปรุงรสยากี้สุกี้” จากอายิโนะโมะโต๊ะ ไรซ์ คือคำตอบที่ใช่ที่สุด นี่ไม่ใช่เบอร์เกอร์ขนมปังแบบทั่วไป แต่เราใช้ "ข้าวญี่ปุ่นแท้" นำมาขึ้นรูปและย่างจนหอมกรุ่น ความพิเศษอยู่ที่ซอสสุกี้ยากิที่ให้รสหวานเค็มกลมกล่อมแบบญี่ปุ่น สอดไส้ด้วยสุกี้ยากี้รสเข้มข้น ผสมผสานถั่วเหลืองและหัวหอมที่เคี่ยวจนเข้าเนื้อแบบญี่ปุ่นแท้ๆ
ทำไมต้องคุณต้องลองชิ้นนี้ :
• ข้าวญี่ปุ่นแท้: ไม่ใช้ขนมปัง แต่ใช้ข้าวญี่ปุ่นคัดเกรด ย่างจนหอมกรุ่น ได้สัมผัสเหนียวนุ่มที่เป็นเอกลักษณ์
• ไส้สุกี้ยากี้เข้มข้น: ไส้แน่นๆ ที่ผัดกับซอสถั่วเหลืองและหัวหอมใหญ่จนเข้าเนื้อ ให้รสชาติ "หวานเค็ม" กลมกล่อม
• ความอร่อย: ถึงจะแช่แข็ง แต่เมื่อผ่านไมโครเวฟ ข้าวจะกลับมานุ่มหนึบเหมือนเพิ่งปรุงเสร็จใหม่ๆ พร้อมกลิ่นหอมฟุ้งที่ชวนหิว
วิธีอุ่นด้วยไมโครเวฟ
ไม่ต้องละลายน้ำแข็ง เพียงแกะซองเล็กน้อยหรือเจาะรู วางเข้าไมโครเวฟได้เลย
เวลาอุ่น
• 600 W : 2 นาที 30 วินาที
• 800 W : 2 นาที 10 วินาที
• 1100 W : 1 นาที 40 วินาที
แนะนำ : อุ่นเสร็จ พักไว้ 30–60 วินาที แล้วค่อยทาน จะนุ่มฉ่ำกำลังดี
ทริคเพิ่มความอร่อย: เอาไปจี่กระทะต่อ 1 นาที ข้าวจะหอมกรอบขึ้นอีกระดับ! ????
มาลองชิมไก่ทอดทัตสึตะอาเกะสไตล์ญี่ปุ่นกันค่ะ
เมนูไก่ทอดเป็นอาหารจานโปรดของใครหลายๆ คน เนื้อไก่นุ่มๆ ชุ่มฉ่ำ ที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้แป้งกรอบๆ แค่คิดก็ฟินแล้วใช่ไหมล่ะคะ ยิ่งเมนูไก่ชุบแป้งทอดสไตล์ญี่ปุ่นนี่บอกเลยว่าพลาดไม่ได้ ไม่ว่าจะรับประทานเป็นมื้อหลักหรือเอาไว้เป็นของทานเล่นก็เคี้ยวเพลินไม่ต่างกัน
เราขอแนะนำไก่ทอดทัตสึตะอาเกะรสชาติเยี่ยมเกรดส่งออก ทำจากสะโพกไก่เนื้อนุ่ม นำมาปรุงรสด้วยซอสถั่วเหลืองสูตรพิเศษให้อร่อยกลมกล่อม เพิ่มความสมบูรณ์แบบด้วยกลิ่นหอมจากกระเทียมและขิงที่ผสานเข้ากันเป็นอย่างดี เคลือบด้วยแป้งที่ไม่หนาจนเกินไป ให้สัมผัสกรอบนอกนุ่มใน ไม่เลี่ยน ไม่ว่าจะอุ่นร้อนด้วยไมโครเวฟ นำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน หรือทอดในน้ำมันร้อนๆ ก็อิ่มอร่อยได้ง่ายๆ ค่ะ
ทำไมต้องถั่วหมัก "ทสึยุดาคุ นัตโตะ"ต้นตำรับความอร่อยจากคุมาโมโตะที่อยากให้คุณได้ลอง!!!
คำว่า "ทสึยุดาคุ" ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึง "ซอสชุ่มฉ่ำ" ซึ่งเป็นจุดเด่นที่สุดของสินค้าตัวนี้ ต่างจากนัตโตะทั่วไปที่มีซอสเพียงเล็กน้อย แต่มารุคินจัดเต็มด้วยซอสปรุงรสรสคาชิปริมาณถึง 12 กรัมต่อหนึ่งถ้วย เพื่อมอบสัมผัสที่นุ่มละมุน ลื่นคอ และรสชาติที่กลมกล่อมมากกว่าเดิม หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รักสุขภาพและหลงรักในเสน่ห์ของอาหารญี่ปุ่น ถั่วเหลืองหมัก คือหนึ่งในสุดยอดอาหาร (Superfood) ที่ชาวญี่ปุ่นรับประทานกันมาอย่างยาวนาน แต่สำหรับใครที่ยังกังวลเรื่องกลิ่นหรือรสสัมผัสที่ทานยาก ขอแนะนำ "ทสึยุดาคุ นัตโตะ" ตรามารุคิน ฟู้ดส์ นัตโตะที่จะมาเปลี่ยนความคิดเดิมๆ ของคุณให้กลายเป็นความประทับใจ
ความพิถีพิถันจากวัตถุดิบทางธรรมชาติ
หัวใจสำคัญที่ทำให้รสชาติของนัตโตะกล่องนี้โดดเด่น คือส่วนประกอบของซอสปรุงรสที่มีความซับซ้อนและลุ่มลึก:
• สารสกัดจากทะเลและขุนเขา: ผสมผสานน้ำซุปจากปลาบินย่าง (Yaki-Ago), ปลาโบนิโตะ, สาหร่ายคอมบุ, หอยเชลล์ และเห็ดชิทาเกะ
• ถั่วเหลืองพรีเมียม: เลือกใช้ถั่วเหลืองคุณภาพที่ผ่านการจัดการควบคุมกระบวนการผลิตอย่างดี (IP Handling) หมักจนได้เส้นใยที่ยืดและนัวที่สุด
คุณค่าทางโภชนาการที่มากกว่าแค่ความอร่อย
ในทุกๆ คำที่คุณทาน คือการเติมสารอาหารที่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกาย:
• โปรตีนสูง: ใน 1 ถ้วย (52 กรัม) ให้โปรตีนสูงถึง 7.2 กรัม แต่ให้พลังงานเพียง 83 กิโลแคลอรีเท่านั้น
• เอนไซม์นัตโตะไคเนส (Nattokinase): ช่วยในเรื่องการไหลเวียนโลหิตและสุขภาพของหัวใจ
• โปรไบโอติกส์: ช่วยปรับสมดุลระบบขับถ่ายให้ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม
วิธีทานนัตโตะแบบง่ายๆ (สไตล์ญี่ปุ่น):
• เตรียม: นำนัตโตะออกจากตู้เย็น พักไว้ให้อุณหภูมิห้องสักครู่
• ใส่เครื่องปรุง: ฉีกซองซอสและมัสตาร์ดที่ให้มาในกล่อง ใส่ลงในนัตโตะ (ถ้าไม่ชอบกลิ่นแรงแนะนำต้องใส่ซอสเยอะ).
• คน: ใช้ตะเกียบหรือช้อนคนนัตโตะไปทางเดียวกัน 50-100 ครั้ง เพื่อให้เกิดใยเหนียวๆ และรสชาติอูมามิ.
• ทานคู่: ตักราดบนข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมปังปิ้งคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ท็อปปิ้งเสริมที่แนะนำ (สำหรับคนไทยเพิ่มความอร่อย):
• เพิ่มรสชาติ/ลดกลิ่น: ต้นหอมซอย, ไข่ดิบ/ไข่แดง, คัตสึโอะบุชิ, กิมจิ, วาซาบิ, ซอสพริกศรีราชา, มายองเนส
• ทานกับ: ข้าวญี่ปุ่น, ขนมปังปิ้ง, พาสต้า, เส้นอูด้ง, หรือแม้แต่กระเจี๊ยบเขียวลวก.
• เมนูประยุกต์: ลองคลุกกับข้าวหน้ากะเพรา, กินกับไข่ออนเซ็น
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ที่ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆมากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผา เมื่อได้รับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น
ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผาเพื่อรับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส
หมูชาชูสไลซ์แช่แข็ง ความอร่อยง่ายๆ ที่ควรมีติดบ้านคุณ
เติมความอร่อยให้อาหารจานโปรดของคุณด้วยหมูชาชูสไลซ์สไตล์ญี่ปุ่น เราคัดสรรมาเฉพาะเนื้อส่วนท้อง (Belly) ที่มีความมันกำลังดี นำมาผ่านกรรมวิธีการหมักอย่างพิถีพิถันจนรสชาติกลมกล่อมเข้าเนื้อตามสไตล์ญี่ปุ่น
สามารถนำไปทำได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นราเมง, ข้าวหน้าหมูชาชู, ข้าวหน้าแกงกะหรี่, หรือเมนูไทยๆ อย่างผัดผัก, ผัดกะเพรา, ต้มยำ ก็อร่อยได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังสามารถนำมาทานคู่กับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบง่ายๆ ช่วยเพิ่มความครบเครื่องในมื้อเร่งรีบของคุณได้เป็นอย่างดีค่ะ
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ Size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น
ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผาเพื่อรับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส
ไอเทมลับดับร้อน! ไอซ์ป๊อปรสลิ้นจี่สไตล์ญี่ปุ่น เย็นฉ่ำสะใจ
เปลี่ยนหน้าร้อนให้กลายเป็นสวรรค์ด้วย “ไอซ์ป๊อปลิ้นจี่” เมื่ออากาศร้อนมาเยือน ไม่มีอะไรจะช่วยเติมความสดชื่นได้ดีเท่าของหวานเย็นฉ่ำ ไอซ์ป๊อปรสลิ้นจี่จึงเป็นตัวเลือกที่ลงตัว ด้วยนวัตกรรมความอร่อยในรูปแบบซอง ที่คัดสรรเนื้อลิ้นจี่คุณภาพดีเข้มข้นถึง 38% ออกแบบมาเพื่อแช่แข็งโดยเฉพาะ ให้รสหวานหอมสดชื่น กินง่าย อร่อยได้ทุกคำ
เพียงนำไปแช่ในช่องฟรีซประมาณ 8 ชั่วโมง ก็พร้อมเสิร์ฟเป็นไอซ์ป๊อปเย็นชื่นใจทันที หรือจะนำไปต่อยอดความอร่อย เช่น เติมโซดา ปั่นเป็นสมูทตี้ หรือสร้างสรรค์เป็นเมนูของหวานสไตล์คาเฟ่ ก็ยิ่งเพิ่มความพิเศษได้อีกขั้น ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็สามารถเพลิดเพลินกับไอซ์ป๊อปลิ้นจี่ได้ทุกเวลา
วิธีรับประทาน แค่ "แช่ บิด ชิม"
เพียงนำซองไปแช่ในช่องฟรีซประมาณ 8 ชั่วโมง คุณจะได้ไอศกรีมเกล็ดหิมะเนื้อนุ่ม พร้อมทานทันที หรือ
จะนำไปครีเอทเมนูใหม่ๆ ก็ทำได้หลากหลาย:
• แบบไอซ์ป๊อบ นำไปแช่ในช่องแช่แข็ง จนแข็งตัว แล้วทานจากซองได้เลย
• แบบคำเล็กน่ารัก เปิดซองแล้วเทของลงในถาดน้ำแข็ง เพื่อทำเป็นรูปทรงต่างๆ ตามใจชอบ แล้วนำไปแช่แข็ง
ให้เป็นก้อนขนาดพอดีคำ
• แบบผสมเครื่องดื่ม นำ"ไอซ์ป๊อปแบบคำเล็ก" ที่แช่แข็งแล้ว(จากข้อ 2) ใส่ลงในแก้ว จากนั้นเติมไซเดอร์
หรือโซดาลงไป เพื่อเพิ่มความสดชื่นซ่าถึงใจ
คำเตือน : โปรดระวังอย่าให้ขอบซองบาดมือหรือปากขณะเปิด
ถ้าพูดถึงอาหารสุขภาพยอดฮิตของญี่ปุ่น “นัตโตะ” คือตัวท็อปที่คนรักสุขภาพทั่วโลกยอมใจ ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งกลิ่นและสัมผัสเหนียวนุ่ม ไม่ใช่แค่ของกินเล่นธรรมดา แต่เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงจากถั่วเหลืองหมัก อัดแน่นด้วยจุลินทรีย์ดีที่ช่วยปรับสมดุลลำไส้ และยังมีวิตามินสำคัญอย่างวิตามิน K2 สำหรับรุ่นนี้เป็นแบบ “เม็ดเล็กพิเศษ (Gokukotsubu)” ทำให้เคี้ยวง่าย เนื้อเนียน คลุกซอสได้เข้ากันมากขึ้น เหมาะทั้งมือใหม่ที่อยากลองและสายกินตัวจริง มาพร้อมซอสปรุงรสและมัสตาร์ดในชุด แค่ฉีก เท คลุก ก็ได้รสชาติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นทันที จะกินกับข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ หรือดัดแปลงเมนูก็อร่อยลงตัว
นัตโตะโอฮาโย่ จากจังหวัดอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น ใช้ถั่วเหลืองคุณภาพดี ผ่านการนึ่งจนได้ความนุ่มพอดี ก่อนนำไปหมักด้วยจุลินทรีย์ Bacillus subtilis จนเกิดเป็นเส้นใยเหนียวนุ่มอันเป็นเอกลักษณ์ และเป็นแหล่งของสารอาหารสำคัญอย่างเอนไซม์นัตโตะไคเนส (Nattokinase) ที่ช่วยสนับสนุนระบบไหลเวียนโลหิต รวมถึงโพรไบโอติกส์ที่ดีต่อระบบขับถ่าย จุดเด่นอีกอย่างคือรสชาติที่กลมกล่อม ด้วยซอสโชยุผสมสารสกัดจากปลาโบนิโตะและหอยเชลล์ รวมถึงวัตถุดิบจากธรรมชาติอย่างเห็ดหอม ช่วยเพิ่มความอูมามิ (Umami) และลดกลิ่นเฉพาะตัวของนัตโตะ ทำให้ทานง่ายขึ้น แม้สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มลอง พูดง่าย ๆ คือนี่คือซูเปอร์ฟู้ดญี่ปุ่นที่ทั้งอร่อย กินง่าย และดูแลสุขภาพได้ในคำเดียว
วิธีทานนัตโตะแบบง่ายๆ (สไตล์ญี่ปุ่น):
• เตรียม: นำนัตโตะออกจากตู้เย็น พักไว้ให้อุณหภูมิห้องสักครู่
• ใส่เครื่องปรุง: ฉีกซองซอสและมัสตาร์ดที่ให้มาในกล่อง ใส่ลงในนัตโตะ (ถ้าไม่ชอบกลิ่นแรงแนะนำต้องใส่ซอสเยอะ).
• คน: ใช้ตะเกียบหรือช้อนคนนัตโตะไปทางเดียวกัน 50-100 ครั้ง เพื่อให้เกิดใยเหนียวๆ และรสชาติอูมามิ.
• ทานคู่: ตักราดบนข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมปังปิ้งคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ท็อปปิ้งเสริมที่แนะนำ (สำหรับคนไทยเพิ่มความอร่อย):
• เพิ่มรสชาติ/ลดกลิ่น: ต้นหอมซอย, ไข่ดิบ/ไข่แดง, คัตสึโอะบุชิ, กิมจิ, วาซาบิ, ซอสพริกศรีราชา, มายองเนส
• ทานกับ: ข้าวญี่ปุ่น, ขนมปังปิ้ง, พาสต้า, เส้นอูด้ง, หรือแม้แต่กระเจี๊ยบเขียวลวก.
• เมนูประยุกต์: ลองคลุกกับข้าวหน้ากะเพรา, กินกับไข่ออนเซ็น
สัมผัสรสชาติสไตล์ญี่ปุ่นแท้กับซอสยากินิคุสูตรพิเศษ จากเมืองคิตามิ จังหวัดฮอกไกโด ที่โดดเด่นด้วยการผสมวาซาบิภูเขาพันธุ์ท้องถิ่นของฮอกไกโด ให้รสเผ็ดหอมเป็นเอกลักษณ์ แตกต่างจากวาซาบิทั่วไป ซอสมีรสชาติกลมกล่อมจากโชยุ น้ำตาล และผักผลไม้ ผสานกับความหอมของกระเทียม หัวหอม ขิง และงา ก่อนปิดท้ายด้วยความเผ็ดสดชื่นของยามะวาซาบิ ช่วยตัดเลี่ยนและเพิ่มมิติให้เนื้อย่าง หมูย่าง ไก่ย่าง หรือซีฟู้ดได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับใช้เป็นน้ำจิ้มเนื้อย่าง หมูย่าง ไก่ย่าง ซีฟู้ด หรือใช้หมักเนื้อก่อนย่าง รวมถึงใช้ปรุงอาหารผัดและเมนูญี่ปุ่นหลากหลาย เพิ่มรสชาติให้อร่อยแบบต้นตำรับได้ง่ายในทุกมื้อ เพียงเปิดขวดก็พร้อมสร้างรสชาติแบบร้านปิ้งย่างญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่บ้าน
วิธีการใช้งาน
• เขย่าขวดก่อนใช้ทุกครั้ง: เนื่องจากตัวซอสมีส่วนผสมของเนื้อหัวหอมบด กระเทียมบด และวาซาบิบดธรรมชาติที่อาจตกตะกอนอยู่ก้นขวด
• น้ำจิ้มปิ้งย่าง: เทซอสใส่ถ้วย ใช้จิ้มกับเนื้อวัวย่าง หมูสามชั้น หรือไก่ย่างร้อนๆ ได้ทันที ความเผ็ดฉุนของยามาวาซาบิจะช่วยตัดเลี่ยนมันเนื้อได้เป็นอย่างดี
• ราดหรือทาระหว่างย่าง: ใช้แปรงจุ่มซอสแล้วทาลงบนเนื้อสัตว์หรือผักในระหว่างที่กำลังย่างบนเตา เพื่อให้ซอสซึมเข้าเนื้อและส่งกลิ่นหอมของกระเทียม
• ซอสหมัก: นำเนื้อสัตว์ไปหมักกับซอสประมาณ 15-30 นาที ก่อนปิ้งย่างหรือผัด ช่วยให้เนื้อนุ่มและมีรสชาติหวานเค็มกลมกล่อมแทรกซึมเข้าเนื้อ
ของทานเล่นเพื่อสุขภาพ ที่อร่อยและได้รับความนิยมมากที่สุด!!
หากเอ่ยถึงถั่วแระญี่ปุ่น หรือ Edamame เชื่อว่าสายอาหารญี่ปุ่นต้องรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะมักจะถูกเสริ์ฟมาเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย หรือ กับแกล้มตามร้าน Izakaya ด้วยรสชาติมันๆ หวานๆ เพิ่มเกลือให้เค็มอีกนิด อีกทั้งยังอุดมด้วยวิตามิน เกลือแร่ ใยอาหาร แคลอรี่ต่ำ และปราศจากคลอเรสเตอรอล เรียกว่าเป็นของทานเล่นที่เต็มไปด้วยประโยชน์นานาชนิด
ถ้าคุณเป็นสายปิ้งย่างที่หลงรักกลิ่นหอมแบบร้านยากินิกุญี่ปุ่น ซอสบาร์บีคิวรสเผ็ดขวดนี้คือไอเทมที่ควรมีติดครัวไว้ จุดเด่นของซอสตัวนี้คือความเข้มข้นที่ผสมผสานระหว่างรสหวาน เค็ม และเผ็ดอย่างลงตัว พร้อมความหอมจากงา กระเทียม และเครื่องเทศที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับอาหารทุกจาน ยิ่งเวลานำไปย่างหรือผัด กลิ่นจะยิ่งหอมฟุ้ง ด้วยส่วนผสมจากผลไม้และซอสถั่วเหลืองสไตล์ญี่ปุ่น ทำให้รสชาติออกมากลมกล่อม ไม่เผ็ดแสบ แต่เป็นความเผ็ดนัวที่กินได้เรื่อยๆ ยิ่งกินกับเนื้อย่าง หมูสามชั้น ไก่ หรือซีฟู้ด ยิ่งเข้ากัน ข้อดีอีกอย่างคือใช้งานง่ายมาก จะใช้หมักเนื้อก่อนย่าง ราดบนข้าว ผัดกับเส้น หรือใช้เป็นน้ำจิ้มก็อร่อยครบจบในขวดเดียว เหมาะทั้งสำหรับทำอาหารกินเองในบ้าน หรือร้านอาหารที่ต้องการเพิ่มฟีลญี่ปุ่นแบบมืออาชีพ
ใครอยากเปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นมื้อฟีลญี่ปุ่นแบบจัดเต็ม ขวดนี้ตอบโจทย์แน่นอนค่ะ!
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อ หมู ไก่ หรือซีฟู้ด ก่อนย่างประมาณ 15–30 นาที เพื่อเพิ่มความนุ่มและความหอม
• ใช้เป็นน้ำจิ้มสำหรับปิ้งย่าง ชาบู หรือยากินิกุ
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือข้าวผัดญี่ปุ่น
• ใช้ผัดกับเส้นอุด้ง ยากิโซบะ หรือผัดผักสไตล์ญี่ปุ่น
• ทาซอสระหว่างย่าง เพื่อเพิ่มสีสวยและกลิ่นหอมเข้มข้น
• ใช้ทำเมนูสไปซี่ เช่น ไก่ทอดซอสเผ็ด หรือซี่โครงย่าง
เคล็ดลับความอร่อย
• อุ่นซอสเล็กน้อยก่อนราดหรือจิ้ม จะช่วยให้กลิ่นหอมชัดขึ้นและรสชาติเข้มข้นยิ่งขึ้น
แนะนำอาหาร
• ยากินิกุ: เนื้อวากิวหรือหมูสามชั้นย่าง เคลือบซอสฉ่ำๆ
• ข้าวหน้าเนื้อ: ผัดเนื้อสไลด์กับหอมใหญ่และซอส Ebara ราดบนข้าวสวยร้อนๆ
• บาร์บีคิวเสียบไม้: ทาซอสระหว่างย่างเพื่อเพิ่มความหอมและสีสันที่น่ากิน
• ผัดผักรวมมิตร: เพิ่มรสชาติให้ผักกรอบๆ ด้วยความหวานหอมจากผลไม้ในซอส
ถ้าคุณเป็นสายปิ้งย่างญี่ปุ่น บอกเลยว่าซอสขวดนี้คือไอเท็มที่ควรมีติดครัว! ซอสบาร์บีคิวญี่ปุ่น สูตรหวานเผ็ดกลาง ที่โดดเด่นด้วยรสชาติกลมกล่อม หอมเข้มข้น และมีมิติแบบซอสยากินิกุร้านดังในญี่ปุ่น ความพิเศษอยู่ที่การผสมผสานของผลไม้บดมากถึง 35% ทั้งความหวานธรรมชาติและความหอมสดชื่น เข้ากับโชยุญี่ปุ่น น้ำผึ้ง กระเทียม และเครื่องเทศอย่างลงตัว ทำให้ได้ซอสที่ไม่หวานเลี่ยน ไม่เค็มจัด แต่มีความนัว กินแล้วหยุดยาก จะใช้หมักเนื้อก่อนย่างก็ช่วยให้เนื้อนุ่มหอม ราดบนข้าวก็อร่อย หรือจะใช้ผัดเนื้อ ผัดหมู ทำข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือเมนูสไตล์ญี่ปุ่นต่างๆ ก็เข้ากันสุดๆ ยิ่งเวลานำไปย่างบนกระทะร้อน กลิ่นหอมของซอสจะเคลือบเนื้อจนชวนหิว เหมือนยกบรรยากาศร้านยากินิกุมาไว้ที่บ้าน เหมาะทั้งสำหรับคนทำอาหารกินเอง ร้านอาหาร หรือสายทำคอนเทนต์อาหาร เพราะแค่ราดซอสลงไป หน้าตาอาหารก็ดูน่ากินขึ้นทันที
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อหมู เนื้อวัว ไก่ หรือซีฟู้ดก่อนย่าง
• ใช้เป็นซอสจิ้มปิ้งย่างและชาบู
• ใช้ผัดเนื้อ ผัดผัก หรือข้าวผัดสไตล์ญี่ปุ่น
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือเบอร์เกอร์
• ใช้ทาระหว่างย่าง เพื่อเพิ่มความหอมและความเงาน่ากิน
อัตราส่วนแนะนำ
• เนื้อสัตว์ 300 กรัม ต่อซอสประมาณ 3–4 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วนำไปย่างหรือผัดได้เลย
เคล็ดลับความอร่อย
• เติมซอสช่วงท้ายก่อนอาหารสุก จะช่วยให้ซอสเคลือบเนื้อสวย หอมเข้มข้น และได้กลิ่นสไตล์ร้านยากินิกุญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูแนะนำ
• หมูย่างยากินิกุ
• ข้าวหน้าเนื้อ
• ข้าวหน้าหมูญี่ปุ่น
• ไก่ย่างซอสญี่ปุ่น
• ผัดเนื้อซอสญี่ปุ่น
• บอร์เกอร์สไตล์ญี่ปุ่น
• แซลมอนย่างซอสญี่ปุ่น
• ข้าวผัดยากินิกุ
ถ้าคุณเป็นสายปิ้งย่างญี่ปุ่น บอกเลยว่าซอสขวดนี้คือไอเท็มที่ควรมีติดครัว! ซอสบาร์บีคิวญี่ปุ่น สูตรหวานเผ็ดกลาง ที่โดดเด่นด้วยรสชาติกลมกล่อม หอมเข้มข้น และมีมิติแบบซอสยากินิกุร้านดังในญี่ปุ่น ความพิเศษอยู่ที่การผสมผสานของผลไม้บดมากถึง 35% ทั้งความหวานธรรมชาติและความหอมสดชื่น เข้ากับโชยุญี่ปุ่น น้ำผึ้ง กระเทียม และเครื่องเทศอย่างลงตัว ทำให้ได้ซอสที่ไม่หวานเลี่ยน ไม่เค็มจัด แต่มีความนัว กินแล้วหยุดยาก จะใช้หมักเนื้อก่อนย่างก็ช่วยให้เนื้อนุ่มหอม ราดบนข้าวก็อร่อย หรือจะใช้ผัดเนื้อ ผัดหมู ทำข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือเมนูสไตล์ญี่ปุ่นต่างๆ ก็เข้ากันสุดๆ ยิ่งเวลานำไปย่างบนกระทะร้อน กลิ่นหอมของซอสจะเคลือบเนื้อจนชวนหิว เหมือนยกบรรยากาศร้านยากินิกุมาไว้ที่บ้าน เหมาะทั้งสำหรับคนทำอาหารกินเอง ร้านอาหาร หรือสายทำคอนเทนต์อาหาร เพราะแค่ราดซอสลงไป หน้าตาอาหารก็ดูน่ากินขึ้นทันที
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อหมู เนื้อวัว ไก่ หรือซีฟู้ดก่อนย่าง
• ใช้เป็นซอสจิ้มปิ้งย่างและชาบู
• ใช้ผัดเนื้อ ผัดผัก หรือข้าวผัดสไตล์ญี่ปุ่น
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือเบอร์เกอร์
• ใช้ทาระหว่างย่าง เพื่อเพิ่มความหอมและความเงาน่ากิน
อัตราส่วนแนะนำ
• เนื้อสัตว์ 300 กรัม ต่อซอสประมาณ 3–4 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วนำไปย่างหรือผัดได้เลย
เคล็ดลับความอร่อย
• เติมซอสช่วงท้ายก่อนอาหารสุก จะช่วยให้ซอสเคลือบเนื้อสวย หอมเข้มข้น และได้กลิ่นสไตล์ร้านยากินิกุญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูแนะนำ
• หมูย่างยากินิกุ
• ข้าวหน้าเนื้อ
• ข้าวหน้าหมูญี่ปุ่น
• ไก่ย่างซอสญี่ปุ่น
• ผัดเนื้อซอสญี่ปุ่น
• บอร์เกอร์สไตล์ญี่ปุ่น
• แซลมอนย่างซอสญี่ปุ่น
• ข้าวผัดยากินิกุ
หอยเชลล์ต้มเนื้อแน่น ทำเมนูอะไรก็อร่อย
หอยเชลล์สายพันธุ์ญี่ปุ่นถือว่าเป็นหอยเชลล์ที่มีคุณภาพดีระดับโลก เพราะมีเนื้อนุ่มแน่น รสชาติหวานตามธรรมชาติ จะนำไปทำเมนูอะไรก็อร่อยถูกใจ ไม่ว่าจะเป็นหอยเชลล์ย่างซอสเทริยากิ ซอสยากินิคุ หรือประยุกต์เข้ากับเมนูไทยๆ อย่างผัดฉ่า ผัดกะเพรา ก็เข้ากันได้เป็นอย่างดีค่ะ
ซอสปรุงรสเมนูผัดและย่าง บูลโกกิ รสหวานเผ็ด หอม อร่อย ครบรส ในขวดเดียว!
ซอสสูตรพิเศษที่ใช้ซอสถั่วเหลืองหมักธรรมชาติเป็นเบสหลัก ผสานกลิ่นหอมจากกระเทียม ขิง และต้นหอมอย่างลงตัว เติมความสดชื่นด้วยรสผลไม้จากแอปเปิ้ลและลูกแพร์ จนได้รสชาติหวาน เผ็ดเล็กน้อย และมีกลิ่นหอมละมุน ที่ชวนให้อยากลิ้มลองทุกครั้งที่ได้กลิ่น
วิธีทานนัตโตะแบบง่ายๆ (สไตล์ญี่ปุ่น):
• เตรียม: นำนัตโตะออกจากตู้เย็น พักไว้ให้อุณหภูมิห้องสักครู่
• ใส่เครื่องปรุง: ฉีกซองซอสและมัสตาร์ดที่ให้มาในกล่อง ใส่ลงในนัตโตะ (ถ้าไม่ชอบกลิ่นแรงแนะนำต้องใส่ซอสเยอะ).
• คน: ใช้ตะเกียบหรือช้อนคนนัตโตะไปทางเดียวกัน 50-100 ครั้ง เพื่อให้เกิดใยเหนียวๆ และรสชาติอูมามิ.
• ทานคู่: ตักราดบนข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมปังปิ้งคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ท็อปปิ้งเสริมที่แนะนำ (สำหรับคนไทยเพิ่มความอร่อย):
• เพิ่มรสชาติ/ลดกลิ่น: ต้นหอมซอย, ไข่ดิบ/ไข่แดง, คัตสึโอะบุชิ, กิมจิ, วาซาบิ, ซอสพริกศรีราชา, มายองเนส
• ทานกับ: ข้าวญี่ปุ่น, ขนมปังปิ้ง, พาสต้า, เส้นอูด้ง, หรือแม้แต่กระเจี๊ยบเขียวลวก.
• เมนูประยุกต์: ลองคลุกกับข้าวหน้ากะเพรา, กินกับไข่ออนเซ็น
ผสานความอร่อยของมันฝรั่งและฟักทองฮอกไกโดเนื้อเนียน เหนียวนุ่ม กรอบอร่อยกำลังพอดี
โคร็อกเกะจากแบรนด์ซันมารูโกะห่อนี้ ผลิตโดยใช้วัตถุดิบคุณภาพดีอย่างมันฝรั่งบารอน (だんしゃく, Danshaku) และฟักทองฮอกไกโด ทำให้ได้เนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม รสชาติหวานมันกลมกล่อมกำลังพอดี นำมาคลุกแป้งและเกล็ดขนมปังแล้วทอดจนเหลืองกรอบ ปราศจากสารเคมีแต่งกลิ่น สี และวัตถุกันเสีย อร่อยง่ายๆ เพียงอุ่นในไมโครเวฟ เสิร์ฟพร้อมซอสมะเขือเทศหรือมายองเนส นิยมจัดใส่เบนโตะเป็นอาหารกลางวันของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ รับประทานเป็นของว่าง หรือรับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ ก็เข้ากันได้ดีค่ะ
ทำไมสเต็กในร้านญี่ปุ่นถึงหอมเย้ายวนจนหยุดกินไม่ได้ ความลับอยู่ที่ “ซอส” ซอสสเต็กกระเทียมสูตรนี้โดดเด่นด้วยความหอมของกระเทียม ผสานความเค็มกลมกล่อมของโชยุ ให้รสชาติที่ลึกและมีมิติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อย่างฉ่ำๆ หรือหมูสเต็กนุ่มๆ เพียงราดซอสลงไปก็ช่วยดึงรสชาติให้โดดเด่นขึ้นทันที เหมาะทั้งสำหรับทำกินเองที่บ้าน หรือเพิ่มมูลค่าให้เมนูในร้านของคุณแบบง่ายๆ พูดง่ายๆ คือมีซองนี้ติดครัวไว้ ชีวิตการทำอาหารจะง่ายขึ้นเยอะและอร่อยขึ้นแบบไม่ต้องพยายามมาก
หากคุณกำลังมองหาเคล็ดลับที่จะทำให้สเต็กจานพิเศษของคุณสมบูรณ์แบบ ซอสสเต็ก รสกระเทียมนี้ คือคำตอบ ด้วยส่วนผสมที่ลงตัวของโชยุชั้นดีและกระเทียมคั่วที่ให้กลิ่นหอมเย้ายวนใจ พร้อมจุดเด่นเรื่อง “ความสะดวก” ใน 1 ซองใหญ่ที่บรรจุซอสแบบถ้วยย่อย 4 ถ้วย ช่วยให้คุมรสชาติได้เป๊ะทุกครั้ง ไม่ว่าจะทำกินเองหรือเสิร์ฟลูกค้า ก็อร่อยได้มาตรฐานเดียวกับร้านอาหารญี่ปุ่น โดยไม่ต้องเตรียมเครื่องปรุงให้วุ่นวาย
วิธีปรุงสเต็กให้อร่อย
1. เตรียมเนื้อ: นำเนื้อออกจากตู้เย็นพักไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 30 นาที เพื่อให้ความร้อนเข้าถึงเนื้อได้สม่ำเสมอเวลาทอด
2. การทอด: ตั้งกระทะให้ร้อนจัดด้วยไฟแรง นำเนื้อลงจี่ เมื่อเริ่มเห็นน้ำเนื้อซึมขึ้นมาที่ด้านบน ให้พลิกกลับด้านแล้วย่างต่อจนได้ความสุกที่ต้องการ
3. การใช้ซอส: จัดเนื้อใส่จาน "ก่อนรับประทาน" ให้หักถ้วยซอสราดลงบนเนื้อโดยตรง (ไม่ต้องนำซอสไปผัดในกระทะ เพื่อรักษาความหอมของกระเทียม)
วิธีเปิดใช้ถ้วยซอส (Puchitto)
• หันด้านฝาฟอยล์ขึ้นด้านบน
• พับตามรอยประจนได้ยินเสียง "ปุจิ"
• ค่อยๆ บีบซอสราดลงบนอาหาร
แนะนำเมนูอาหาร
นอกจากสเต็กเนื้อวัวแล้ว ยังสามารถนำไปปรับใช้กับเมนูอื่นๆ ได้หลากหลาย:
• สเต็กหมูหรือไก่: เพิ่มความหอมกรุ่นให้เนื้อขาว
• ข้าวหน้าเนื้อ (Gyudon): ราดบนเนื้อผัดหัวหอมทานกับข้าวสวยร้อนๆ
• แฮมเบิร์ก (Hamburger Steak): เพิ่มความชุ่มฉ่ำให้เนื้อบดปั้นก้อน
• ผัดผักรวมมิตรกระเทียมโชยุ: ใช้เป็นซอสปรุงรสจานด่วน
แมงกะพรุนยำในซอสกิมจิในสไตล์ญี่ปุ่น
แมงกะพรุนยำในซอสกิมจิหนึ่งในเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เหมาะสำหรับเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย, อาหารทานเล่น หรือเป็นหน้าซูชิ
ข้าวสวยของคุณจะอร่อยขึ้นกว่าที่เคย
เพียงใส่ Rice Improver หรือซอสปรุงรสสำหรับหุงข้าวขวดนี้ในปริมาณที่กำหนด ผสมเข้ากับน้ำสะอาดและข้าวสารก่อนนำไปหุง จะช่วยให้คุณภาพของข้าวสวยที่ได้ดีขึ้นทั้งในด้านปริมาณที่ดูมากขึ้นกว่าการหุงแบบปกติ, เพิ่มความมันวาว ความสว่าง และความขาวของเม็ดข้าว, ความเหนียวของข้าวลดลงทำให้สามารถนำไปใช้งานได้ง่ายขึ้น และยังช่วยให้สามารถเก็บรักษาข้าวแบบแช่เย็นได้นานขึ้นอีกด้วย
อัตราส่วนการใช้งาน: 5-6% ของน้ำหนักข้าวสาร
•การใช้งาน
1. เตรียมข้าวญี่ปุ่น 1 กก. น้ำสะอาด 1.5 ลิตร และ Rice Improver 50 มล.
2. ล้างทำความสะอาดข้าวตามคำแนะนำข้างถุง
3. ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในหม้อหุงข้าว คนให้เข้ากันแล้วแช่ทิ้งไว้ 30 นาที ก่อนกดหุง
???? น้ำหนักสุทธิ: 1 ลิตร
นัตโตะ พร้อมซอสสูตรพิเศษจากซากุระ
ฮามานะสึ นัตโตะ ได้คัดสรรเมล็ดถั่วเหลืองที่มีคุณภาพจากฮอกไกโด เป็นแบบเม็ดเล็กมาพร้อมกับซอสสูตรพิเศษที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆของซากุระ ทำให้การทานนัตโตะง่ายขึ้น
นัตโตะเป็นอาหารที่อัดแน่นไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพ ช่วยในเรื่องของกระดูก ดีต่อสุขภาพหัวใจ ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน และยังมีโปรไบโอติกที่ช่วยในการย่อย ทำให้กระเพาะและลำไส้ของเราทำงานได้ดีขึ้น ชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานนัตโตะเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในมื้อเช้า เพียงแค่มีข้าวสวยร้อนๆ โปะด้วยนัตโตะและราดด้วยโชยุสักหน่อยก็พร้อมอร่อยได้ทันที ถือเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่คุณไม่ควรพลาด
สะดวก อร่อย พร้อมทานในไม่กี่นาที
"ปลาทูน่าย่าง" เคลือบด้วยซอสเทอริยากิ รสชาติกลมกล่อม เข้มข้น อร่อย หอมหวานจากซอสเทอริยากิที่เป็นเอกลักษณ์ของอาหารญี่ปุ่น ที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินกับรสชาติอร่อยกลมกล่อมในทุกคำ และได้สัมผัสรสชาติญี่ปุ่นแท้ๆไม่ต้องออกไปไหน แค่เพียงอุ่นและก็พร้อมทานแล้วค่ะ!
♥ ไม่ต้องรอนาน แค่เพียงอุ่นหรืออบ คุณก็ได้สัมผัสความอร่อยของปลาทูน่าย่างแท้ๆ เคลือบซอสเทอริยากิหวานเข้มข้น
♥ สะดวกสุดๆ ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ก็พร้อมทานอร่อยที่บ้าน
♥ เหมือนทานที่ร้านญี่ปุ่น ไม่ต้องออกไปไหนก็ได้ลิ้มรสอาหารระดับพรีเมียม
วิธีการปรุง
1. ฉีกซองนำนำสินค้าออกจากถุง แยกถาดแต่ละชิ้นปลา ตามรอยปรุ
2. อุ่นด้วยไมโครเวฟ (ถุงผลิตภัณฑ์ไม่สามารถใช้กับไมโคเวฟได้)
• 0.50 - 1.50 นาที กำลังไฟ 500 วัตต์
• 0.40 - 1.40 นาที กำลังไฟ 600 วัตต์
3. รับประทานให้อร่อยค่ะ จะอร่อยยิ่งขึ้นเมื่อทานคู่กับ ข้าวญี่ปุ่น และซุปมิโซะ
ซอสสเต็กหัวหอมจากเอบาระ คือหนึ่งในเคล็ดลับที่ร้านอาหารญี่ปุ่นนิยมใช้ เพราะรสชาติไม่ได้แค่เค็มหรือหวาน แต่มีความกลมกล่อม จากการผสมผสานของหัวหอมที่ผ่านการปรุงจนหอมละมุน กับโชยุสูตรเฉพาะ ทำให้ซอสมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ช่วยขับรสชาติของเนื้อให้โดดเด่นขึ้น สิ่งที่ทำให้ซอสตัวนี้แตกต่างคือ มันไม่ได้กลบรสเนื้อ แต่กลับช่วยดึงรส ของวัตถุดิบออกมาให้ชัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัวที่มีความฉ่ำ หมูที่นุ่ม หรือไก่ที่หอม ซอสจะเคลือบทุกคำให้มีมิติของรสชาติแบบพอดีๆ ไม่หนักจนเลี่ยน และไม่จางจนรู้สึกขาดอะไรไป สำหรับคนที่ทำอาหารทานเองที่บ้าน ซอสนี้เหมือนเป็นตัวช่วยลัดที่เปลี่ยนเมนูธรรมดาให้ดูโปรขึ้นทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาปรุงซอสเองหลายขั้นตอน แค่ย่างเนื้อให้ได้ระดับความสุกที่ชอบ แล้วราดซอสลงไป ความหอมจะลอยขึ้นทันทีเหมือนยืนอยู่หน้าเตาในร้านอาหารญี่ปุ่น ยิ่งถ้าใครทำร้านอาหารหรือขายเดลิเวอรี่ ซอสแบบซองยังช่วยควบคุมปริมาณได้ง่าย ทำให้รสชาติแต่ละจานคงที่ ลูกค้ากินครั้งไหนก็ได้มาตรฐานเดียวกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับธุรกิจอาหาร และความดีงามไม่ได้หยุดแค่สเต็ก เพราะซอสตัวนี้ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเมนูอื่นได้อีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นแฮมเบิร์ก ข้าวผัด หรือเนื้อย่างกระทะร้อน เรียกได้ว่าซองเดียวแต่ใช้งานได้หลากหลาย ซอสตัวนี้คือคำตอบที่ทั้งง่ายและคุ้มค่า…แบบที่ลองครั้งเดียวแล้วมักจะมีติดบ้านยาวๆ
วิธีใช้ง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน:
1. เตรียมเนื้อ: นำเนื้อออกมาพักให้อยู่ในอุณหภูมิห้องก่อนย่างประมาณ 30 นาที
2. ย่างให้เป๊ะ: ตั้งกระทะให้ร้อน ย่างเนื้อจนได้ความสุกที่ต้องการ
3. ราดความอร่อย: จัดเนื้อใส่จาน แล้วหยิบซอสปรุงรสสเต็ก รสหัวหอมใหญ่ มาหักถ้วยแล้วราดลงบนเนื้อได้ทันที
(ตัวซอสสามารถทานได้เลยโดยไม่ต้องนำไปอุ่นร้อน เพื่อคงรสชาติสดใหม่)
วิธีเปิดใช้ถ้วยซอส (Puchitto)
• หันด้านฝาฟอยล์ขึ้นด้านบน
• พับตามรอยประจนได้ยินเสียง "ปุจิ"
• ค่อยๆ บีบซอสราดลงบนอาหาร
แนะนำเมนูอาหาร
• สเต็กเนื้อ/หมู/ไก่: ย่างเนื้อสัตว์ที่ชอบจนสุก พักเนื้อไว้ แล้วราดซอสจากถ้วยได้ทันที
• แฮมเบิร์ก: เนื้อบดปั้นก้อนย่างฉ่ำๆ ราดซอสนี้จะช่วยตัดเลี่ยนมันเนื้อได้ดีมาก
• ปลาแซลมอนย่าง: ราดซอสนี้บนแซลมอนย่างเกลือ จะได้รสชาติสไตล์ญี่ปุ่น
• ข้าวหน้าเนื้อ: ผัดเนื้อสไลด์กับหอมหัวใหญ่ในกระทะ พอสุกแล้วเทซอส ลงไปคลุกให้เข้ากัน วางบนข้าวสวยร้อนๆ
• ข้าวหน้าหมูทอด: ใช้ราดแทนซสทงคัตสึแบบเดิมๆ สำหรับคนที่ชอบรสชาติที่หอมสดชื่นจากหอมหัวใหญ่
• หมูผัดหอมหัวใหญ่: ใช้ซอสนี้เป็นเบสในการผัดหมูสไลด์ เพิ่มต้นหอมญี่ปุ่นหรือพริกหยวก อร่อยแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม
แค่ปั้นและวาง ซูชิกุ้งแสนอร่อยก็พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ
กุ้งแดงอาร์เจนตินาเป็นกุ้งที่พบได้มากในทะเลแถบอเมริกาใต้ มีเนื้อกรอบ แน่น หวานอร่อยตามธรรมชาติ จึงนิยมนำมาใช้ทำเมนูซาชิมิหรือซูชิ วันนี้คุณสามารถอร่อยกับกุ้งแดงอาร์เจนตินาได้ง่ายๆ ที่เราจัดมาให้ในรูปแบบแช่แข็ง สะดวกและง่ายดายเพียงแค่นำมาละลายก็พร้อมปรุงเมนูโปรดของคุณได้ทันที โดยไม่ต้องแกะและผ่าเองให้ยุ่งยากค่ะ
วิธีรับประทาน
• นำสินค้าตามปริมาณที่ต้องการรับประทานมาไว้ที่ช่องละลายน้ำแข็งในตู้เย็นประมาณ 8-9 ชั่วโมง หรือวางไว้ที่อุณหภูมิปกติประมาณ 40-50 นาที เมื่อน้ำแข็งละลายแล้วสามารถนำไปปรุงเมนูที่ต้องการได้เลยค่ะ
• แนะนำให้นำออกมาละลายตามปริมาณที่ต้องการรับประทานในแต่ละครั้ง และเก็บส่วนที่เหลือในช่องแช่แข็งเพื่อคงคุณภาพของสินค้า
• ไม่แนะนำให้นำสินค้าที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะจะทำให้คุณภาพลดลง