มื้อด่วนที่ไม่ธรรมดา อร่อยฟินเหมือนกินที่ร้าน!" เบื่อไหมกับบะหมี่รสหมูสับแบบเดิม ๆ? เปิดประสบการณ์ความอร่อยเข้มข้นถึงใจกับ นิสชิน รสหมูสับ ซุปหมูสับแท้ ๆ ที่หอมกรุ่นกลิ่นเครื่องเทศและน้ำมันเจียว ยิ่งซด ยิ่งฟิน มาพร้อมกับ "เส้นนิสชิน" อันเป็นเอกลักษณ์ ทั้งเหนียว คลุกเคล้าเข้าเนื้อ น้ำซุปซึมเข้าเส้นแบบเต็มคำ ไม่ว่าจะมื้อดึก มื้อรีบ หรือมื้อไหน ๆ แค่มีนิสชินรสหมูสับติดบ้านไว้ ก็เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้เป็นมื้อพิเศษได้ง่าย ๆ ใน 3 นาที
วิธีรับประทาน 2 วิธีง่าย ๆ
วิธีที่ 1: ต้มในน้ำเดือด (แนะนำ เพื่อความเหนียวนุ่มของเส้น)
• ต้มน้ำ: ต้มน้ำสะอาดประมาณ 350-400 มิลลิลิตร ให้เดือดจัด
• ต้มเส้น: ใส่บะหมี่ลงไปต้มประมาณ 3 นาที (หากชอบเส้นหนึบ ๆ สามารถลดเหลือ 2.30 นาทีได้ครับ)
• ใส่เครื่องปรุง: ปิดไฟ แล้วเทผงปรุงรสและน้ำมันเจียวลงไปในหม้อ คนให้เข้ากัน
• พร้อมเสิร์ฟ: เทใส่ชาม สามารถเพิ่มหมูสับลวก ไข่ต้ม หรือผักตามชอบเพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารได้เลยครับ
วิธีที่ 2: ชงในน้ำเดือด (วิธีด่วน สะดวก)
• เตรียมใส่ชาม: แกะบะหมี่และเครื่องปรุงทุกซองใส่ลงในชาม
• เติมน้ำร้อน: เทน้ำเดือดประมาณ 350-400 มิลลิลิตร ลงไปให้ท่วมเส้น
• รอเส้นนุ่ม: ปิดฝาชามทิ้งไว้ประมาณ 3 นาที
• คนให้เข้ากัน: เปิดฝา คนให้เครื่องปรุงละลายเข้าเนื้อ พร้อมทานครับ
ทริคเพิ่มความอร่อย: บะหมี่นิสชินรสหมูสับจะมีความหอมซุปหมูและเครื่องเทศอยู่แล้ว ถ้าเหยาะพริกไทยป่นเพิ่มอีกนิด หรือใส่ต้นหอมซอยลงไปหน่อย จะยิ่งหอมชวนทานมากยิ่งขึ้น
“ราเมนสูตรพิเศษ Two-Night Dried Ramen” รสชาติอาซาฮิคาวะ โชยุ สัมผัสเหมือนเส้นสดจากร้าน!
นี่ไม่ใช่ราเมนกึ่งสำเร็จรูปธรรมดา แต่คือ “Two-Night Dried Ramen” (เส้นตากแห้ง 2 คืน) ที่โดดเด่นด้วยกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถัน ให้คุณอร่อยได้แบบพรีเมียมง่ายๆ ที่บ้าน
จุดเด่นที่ต้องลอง
• ความลับของเส้นตากแห้ง 2 คืน : เส้นไม่ได้ผ่านการทอด แต่ใช้วิธีตากแห้งอย่างช้าๆ นานถึง 48 ชั่วโมง ในอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่ใกล้เคียงเส้นสด (Nama-men) มากที่สุด
• วัตถุดิบพรีเมียมจากฮอกไกโด : ผลิตจากแป้งสาลีฮอกไกโด 100% ให้เส้นมีความเหนียวนุ่ม พร้อมกลิ่นหอมเฉพาะตัว
• รสชาติอาซาฮิคาวะ โชยุ : น้ำซุปโชยุญี่ปุ่นเข้มข้น หอมกลิ่นถั่วเหลืองและดาชิ ให้รสชาติกลมกล่อม เหมือนได้นั่งทานที่ฮอกไกโด
เพิ่มความอร่อยง่ายๆ : ใน 1 ซองมีซุปสำหรับ 1 ที่ เพียงลวกเส้นให้สุก แล้วเติมหมูชาชู หน่อไม้ดอง และต้นหอมญี่ปุ่นซอย ก็ยกระดับให้เป็นราเมนแสนอร่อย ที่อร่อยจนลืมไปเลยว่าทำทานเองที่บ้าน
วิธีปรุงเพื่อรับประทาน
1. ต้มน้ำ 500 มล. (2.5 ถ้วย) ให้เดือดแล้ว ให้ใส่เส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 4.5 นาที ใช้ตะเกียบคนให้เข้ากันเพื่อป้องกันไม่ให้เส้นติดกัน
2. เมื่อเส้นสุกแล้ว ให้ปิดไฟ ใส่ซุปลงไปแล้วคนให้เข้ากัน (ปริมาณน้ำและเวลาในการต้มเส้นเป็นเพียงแนวทางเท่านั้น ปรับเปลี่ยนได้ตามความชอบ)
3. ตักใส่ชามพร้อมรับประทานได้เลย
ชวนคุณมาชิมปลากระป๋องสไตล์ญี่ปุ่น
ปลาแมคเคอเรลในซอสถั่วเหลืองสไตล์ญี่ปุ่น ผลิตจากปลาคุณภาพดี ชิ้นใหญ่ เนื้อแน่น ก้างน้อย หมักด้วยซีอิ้วให้รสเค็มหวาน กระป๋องเปิดง่ายพร้อมเสริฟ์ ให้คุณสามารถทานได้ทันที หรือจะนำมาดัดแปลงเป็นเมนูใหม่ๆ ในแบบของคุณ
แค่เปิดซองก็ได้กลิ่นหอมเครื่องเทศหม่าล่าลอยมาเตะจมูก เมื่อคลุกซอสเข้ากับเส้นร้อน ๆ จนทั่วทุกเส้น จะได้รสชาติเข้มข้น เผ็ดร้อนกำลังดี พร้อมความชาปลายลิ้นอันเป็นเอกลักษณ์ของหม่าล่า ยิ่งเติมหมูสไลซ์ ไข่ออนเซ็น หรือผักสดเพิ่มเข้าไป ยิ่งอร่อยเหมือนนั่งกินอยู่ในร้านดังเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นมื้อกลางวัน มื้อดึก หรือช่วงเวลาที่อยากหาอะไรแซ่บ ๆ กินสักมื้อ นิสชิน รสหม่าล่า แบบแห้ง ก็พร้อมตอบโจทย์ความอร่อยแบบรวดเร็วทันใจทุกเวลา
ขั้นตอนการปรุง (สูตรแห้งเข้มข้น)
1. ต้มเส้น: ตั้งน้ำให้เดือดจัด ใส่เส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 3 นาที
(หากชอบเส้นหนึบสู้ฟัน แนะนำต้ม 2.30 นาที เพราะเส้นจะระอุต่อตอนคลุกซอส)
2. รินน้ำออก: เทน้ำออกให้แห้งสนิท (แนะนำให้เหลือเนื้อน้ำขลุกขลิกไว้ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
เพื่อช่วยให้ผงปรุงรส) และน้ำมันซอสหม่าล่าละลายเคลือบเส้นได้เนียนฉ่ำ ไม่จับตัวเป็นก้อน
3. คลุกซอสซี้ด: ใส่ผงปรุงรสและน้ำมันหม่าล่าที่ให้มาในซอง คลุกเคล้าให้เข้ากับเส้นอย่างรวดเร็ว
ขณะที่เส้นยังร้อนๆ เพื่อให้กลิ่นเครื่องเทศเสฉวนโชยหอมเตะจมูก
เปรี้ยว เค็ม หอม คือนิยามรสชาติของซอสขวดนี้!!
เรามีซอสจากแบรนด์ Shibanuma ที่เป็นแบรนด์ผลิตซอสมาตั้งแต่ปี 1688 และได้รับความนิยมมากในหมู่คนญี่ปุ่น สำหรับซอสถั่วเหลืองที่รังสรรโดยเชฟผู้มีใจรักและทักษะ เพื่อให้ออกมาเข้ากับอาหารมากที่สุด โดยเริ่มจากการคัดถั่วเหลืองชั้นดี หมักในน้ำซุปที่สกัดจากปลาโบนิโตะ เพิ่มรสเปรี้ยวและหอมด้วยส้มยูสุ เพื่อให้กลายเป็นซอสปรุงรสในอาหารหลายชนิด หรือจะราดบนผักสลัด ทำเป็นน้ำจิ้ม
ความอร่อยสดชื่นแบบญี่ปุ่น ที่ลงตัวด้วยซอสยูสุพอนซึ
ถ้าคุณชอบรสชาติเปรี้ยวอมหวาน หอมกลิ่นเลม่อนญี่ปุ่นอย่างยูซุ ต้องไม่พลาด นัตโตะรสชาติใหม่จากแบรนด์ฮามานะสึ เพราะนี่คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างถั่วเหลืองหมักเพื่อสุขภาพ กับซอสยูสุพอนซึที่ให้ความรู้สึกสดชื่นไม่เหมือนใคร ทำให้ทานง่ายและอร่อยจนหยุดไม่ได้
นัตโตะถ้วยนี้ถูกยกระดับความอร่อยขึ้นไปอีกขั้นด้วยซอสยูสุพอนซึสูตรพิเศษ :
• ความสดชื่นของยูซุ: จุดเด่นคือ ซอสปอนซุรสยูซุ ที่มีรสเปรี้ยวอมหวานและกลิ่นหอมของยูซุที่สดชื่นมากๆ ทำให้ความรู้สึกหนัก ๆ ของนัตโตะเปลี่ยนไป กลายเป็นรสชาติที่สว่างและเบา ทานได้เรื่อย ๆ
• ถั่วเหลืองเม็ดเล็กคุณภาพ: นัตโตะใช้ถั่วเหลืองเม็ดเล็ก (Kotsubu Daizu) คุณภาพดีจาก ฮอกไกโด ซึ่งเป็นแหล่งผลิตถั่วชั้นเยี่ยม ทำให้ถั่วมีความเนียนนุ่มและคลุกเคล้ากับซอสได้อย่างง่ายดาย
• ทานง่ายแม้เป็นมือใหม่: รสเปรี้ยวหอมของยูซุช่วยตัดกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของนัตโตะได้เป็นอย่างดี ทำให้เป็นอีกตัวเลือกที่เหมาะมากสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นลองทาน
• ประโยชน์เต็มถ้วย: นัตโตะ เป็นแหล่งโปรตีนที่ดีเยี่ยม และเต็มไปด้วยสารอาหารสำคัญอย่างโปรไบโอติก วิตามิน K2 และเอนไซม์นัตโตะไคเนส ที่ช่วยดูแลสุขภาพลำไส้และระบบไหลเวียนโลหิต
วิธีเตรียมและอร่อยกับนัตโตะ
สินค้าจัดส่งแบบแช่แข็ง เพื่อรักษาความสดใหม่ ดังนั้นควรเตรียมสินค้าตามขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนการเตรียม:
1. นำนัตโตะ ออกจากช่องฟรีซ (ช่องแข็ง)
2. พักไว้ที่อุณหภูมิห้องสักครู่ เพื่อให้คลายความเย็นจนนิ่มลง หรือนำไปพักในตู้เย็นช่องธรรมดา
3. เมื่อถั่วละลายและนิ่มแล้ว จึงนำมาทาน
เคล็ดลับการคนนัตโตะให้ฟู
หัวใจสำคัญของการทาน นัตโตะ คือการคนค่ะ การคนนัตโตะไม่ได้มีแค่เรื่องความเหนียว แต่เป็นการดึงเอาสารอาหารสำคัญอย่าง เอนไซม์นัตโตะไคเนสออกมาทำงาน และยังช่วยให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้นด้วยค่ะ
ขั้นตอนที่ 1: คนก่อนปรุงรส
• ตักซอสออกก่อน: นำซอง ซอสรสบ๊วยและมัสตาร์ด (ถ้ามี) ออกจากถ้วยก่อนค่ะ
• เริ่มคนเปล่า ๆ: ใช้ตะเกียบหรือส้อม คนนัตโตะในถ้วยอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
- เน้นความเร็ว: ไม่จำเป็นต้องคนวนเป็นวงกลมแบบเป๊ะ ๆ แต่เน้นการคนแบบซิกแซ็กสลับไปมาด้วยความเร็วค่ะ
- จำนวนครั้ง: ให้คนอย่างน้อย 50 ครั้ง ค่ะ พอคนไปเรื่อย ๆ คุณจะสังเกตเห็นว่านัตโตะเริ่มมี ฟองสีขาวขุ่น และ ใยเหนียว ๆ เพิ่มขึ้นมาเยอะมาก
ขั้นตอนที่ 2: คนพร้อมปรุงรส
• เติมซอสบ๊วย: เมื่อนัตโตะเริ่มเป็นฟองได้ที่แล้ว ให้ใส่ ซอสรสบ๊วย (หรือเครื่องปรุงอื่น ๆ ตามชอบ) ลงไป
• คนต่ออีก 10-20 ครั้ง: คนผสมให้ซอสเข้ากันดีค่ะ การคนรอบสองนี้จะช่วยให้รสชาติของซอสซึมเข้าไปในถั่วและฟองนัตโตะอย่างทั่วถึง ทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
ถ้าคุณพร้อมที่จะเปิดรับความอร่อยใหม่ที่ทั้งสดชื่นและดีต่อสุขภาพ ลองให้ นัตโตะซอสยูซุ เป็นตัวเลือกในมื้อต่อไป รับรองว่าถูกใจสายเฮลตี้ที่ชอบรสชาติเปรี้ยวอมหวานอย่างแน่นอน"
อาหารเพื่อสุขภาพจากญี่ปุ่น ที่กินง่ายและอร่อยลงตัว
สำหรับใครที่อยากลองทาน นัตโตะ (Natto) แต่ยังกังวลเรื่องกลิ่นหรือเนื้อสัมผัส เราขอแนะนำ นัตโตะ ฮามานะสึ (Hamanasu) สูตรเม็ดเล็กพิเศษ เพราะนี่คือตัวเลือกที่ถูกใจคนญี่ปุ่นและเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับมือใหม่ ที่สำคัญคือมาพร้อมกับคุณประโยชน์ด้านสุขภาพแบบเต็มๆ
นัตโตะคือเคล็ดลับสุขภาพดีของคนญี่ปุ่น เป็นถั่วเหลืองหมักที่อัดแน่นไปด้วยโปรไบโอติกและเอนไซม์ นัตโตะไคเนส ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าช่วยส่งเสริมระบบย่อยอาหารให้ทำงานดีขึ้น และยังดีต่อสุขภาพหัวใจ รวมถึงเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและบำรุงกระดูกให้แข็งแรงอีกด้วย
จุดเด่น
• เม็ดเล็ก เคี้ยวง่าย: นัตโตะของฮามานะสึเป็นแบบเม็ดเล็กพิเศษ (Gokukotsubu) ทำให้เนื้อสัมผัสมีความละเอียดกว่าแบบเม็ดใหญ่ และผสมเข้ากับซอสได้ง่ายกว่า ถูกปากคนที่ไม่คุ้นเคยกับความเหนียวของนัตโตะ
• รสชาติกลมกล่อมลงตัว: นัตโตะถ้วยนี้มาพร้อมกับซอสสูตรพิเศษที่ให้รสอูมามิ ทำให้รสชาติของถั่วเหลืองหมักมีความกลมกล่อมและอร่อยยิ่งขึ้น เพียงแค่เติมซอสและมัสตาร์ดที่มาในแพ็กเกจ ก็พร้อมทานได้ทันที
• คุณภาพญี่ปุ่นแท้ๆ: สินค้านี้ถูกนำเข้าจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าให้ความสำคัญกับคุณภาพและความสะอาดในกระบวนการผลิต ทำให้คุณมั่นใจได้ว่านัตโตะที่คุณทานนั้น สดใหม่และได้มาตรฐาน
วิธีทำความอร่อยง่ายๆ สไตล์ญี่ปุ่น
ชาวญี่ปุ่นนิยมทาน นัตโตะ ในมื้อเช้า เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์ไปตลอดวัน วิธีทานก็ง่ายมากๆ
1. นำนัตโตะมาวางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที เพื่อให้นัตโตะที่แช่แข็งไว้ละลาย
2. เปิดฝาและเทซอสกับมัสตาร์ดที่แถมมาลงไป
3. ใช้ตะเกียบคน นัตโตะ อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องจนเกิดฟองและความเหนียวเป็นเส้นใย
4. ตักวางบนข้าวสวยญี่ปุ่นร้อน ๆ หรือจะทานคู่กับไข่แดงและต้นหอมซอยก็อร่อยลงตัว
คล็ดลับการคนนัตโตะให้ฟู
หัวใจสำคัญของการทาน นัตโตะ คือการคนค่ะ การคนนัตโตะไม่ได้มีแค่เรื่องความเหนียว แต่เป็นการดึงเอาสารอาหารสำคัญอย่าง เอนไซม์นัตโตะไคเนสออกมาทำงาน และยังช่วยให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้นด้วยค่ะ
ขั้นตอนที่ 1: คนก่อนปรุงรส
• ตักซอสออกก่อน: นำซอง ซอสรสบ๊วยและมัสตาร์ด (ถ้ามี) ออกจากถ้วยก่อนค่ะ
• เริ่มคนเปล่า ๆ: ใช้ตะเกียบหรือส้อม คนนัตโตะในถ้วยอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
- เน้นความเร็ว: ไม่จำเป็นต้องคนวนเป็นวงกลมแบบเป๊ะ ๆ แต่เน้นการคนแบบซิกแซ็กสลับไปมาด้วยความเร็วค่ะ
- จำนวนครั้ง: ให้คนอย่างน้อย 50 ครั้ง ค่ะ พอคนไปเรื่อย ๆ คุณจะสังเกตเห็นว่านัตโตะเริ่มมี ฟองสีขาวขุ่น และ ใยเหนียว ๆ เพิ่มขึ้นมาเยอะมาก
ขั้นตอนที่ 2: คนพร้อมปรุงรส
• เติมซอสบ๊วย: เมื่อนัตโตะเริ่มเป็นฟองได้ที่แล้ว ให้ใส่ ซอสรสบ๊วย (หรือเครื่องปรุงอื่น ๆ ตามชอบ) ลงไป
• คนต่ออีก 10-20 ครั้ง: คนผสมให้ซอสเข้ากันดีค่ะ การคนรอบสองนี้จะช่วยให้รสชาติของซอสซึมเข้าไปในถั่วและฟองนัตโตะอย่างทั่วถึง ทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นมื้อไหน นัตโตะฮามานะสึ ก็พร้อมเป็นสุดยอดอาหารสุขภาพที่ทำให้คุณรู้สึกดีได้ทุกวัน ลองสั่งไปชิม แล้วคุณจะติดใจกับความอร่อยที่มีประโยชน์ต่อร่างกายถ้วยนี้เลย!"
โคร็อกเกะครีมกุ้งเมนูที่ควรมีติดบ้าน
โคร็อกเกะกรอบนอกนุ่มใน สอดไส้ครีมซอส หอม มัน รสชาติกลมกล่อมนุ่มนวล พร้อมเนื้อกุ้งเน้นๆ เต็มคำ
เหนื่อยๆหรือหิวดึกๆ ต้องเยียวยาด้วยนิสชินรสซุปเกาหลี ฮอตแอนด์สไปซี่ ซองนี้เท่านั้น! ทันทีที่ฉีกซอง กลิ่นหอมกรุ่นของพริกเกาหลีและเครื่องเทศสูตรลับก็โชยมาแตะจมูกชวนน้ำลายสอ ทีเด็ดอยู่ที่ เส้นบะหมี่สีเหลืองทอง หนานุ่ม เหนียวหนึบหนับ สไตล์เกาหลีแท้ๆ ยิ่งตอนต้มในน้ำซุปสีแดงเข้มข้น ควันร้อนๆ โชยฟุ้ง บอกเลยว่าใจสั่น! เมื่อสูดเส้นฉ่ำซุปเข้าปาก สัมผัสแรกคือความเหนียวนุ่มสู้ฟัน ตามด้วยรสชาติซุปเผ็ดร้อนกำลังดี กลมกล่อม เข้มข้น ซดร้อนๆ โล่งคอ อยากฟินขั้นสุดลองตอกไข่เยิ้มๆ วางชีสแผ่นหนา หรือแกล้มกิมจิกรอบๆ ยกร้านหม้อไฟเกาหลีพรีเมียมมาไว้ที่บ้านคุณ อร่อยจัดเต็มจนหยดสุดท้าย แซ่บถึงใจจนหยุดกินไม่ได้จริงๆ
วิธีทำง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน
1. ต้มน้ำให้เดือด: ตั้งน้ำสะอาดประมาณ 400 มล. ให้เดือดพล่าน
2. ต้มเส้นให้หนึบ: ใส่เส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 3-4 นาที
(เคล็ดลับ: ใช้ตะเกียบคีบเส้นยกขึ้นมาสัมผัสอากาศบ่อยๆ จะช่วยให้เส้นเหนียวนุ่ม เด้งสู้ฟันยิ่งขึ้น)
3. ใส่เครื่องปรุง: เทผงซุปเกาหลีฮอตแอนด์สไปซี่ลงไป คนให้เข้ากันจนละลาย ปิดไฟพร้อมยกเสิร์ฟ
เมนไทโกะ คือไข่ของปลาคอด หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า “ปลาทาระ” มีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ สีส้มอัดแน่นรวมกันเป็นก้อน นิยมนำไปหมักและปรุงรสให้มีความเผ็ดอ่อนๆ กลายเป็นวัตถุดิบยอดฮิตที่อยู่คู่เมนูญี่ปุ่นมายาวนาน ด้วยรสชาติหอมมัน เค็มนัว และสัมผัสของไข่ปลาที่ละเอียดละมุน เมนไทโกะจึงถูกนำไปใช้ในหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นซูชิ ข้าวญี่ปุ่น บะหมี่ หรือเมนูยอดฮิตอย่าง “พาสต้าครีมเมนไทโกะ” เมนไทโกะซอส หรือซอสไข่ปลาพอลล็อคปรุงรส ถุงนี้คือทางลัดของความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นแท้สำหรับคนรักการทำอาหาร เพราะใช้งานง่ายมาก เพียงนำมาละลายก็พร้อมใช้ทันที ไม่ต้องเตรียมเครื่องปรุงหลายอย่างให้ยุ่งยาก ตัวซอสมีความเข้มข้นกำลังดี ให้กลิ่นหอมเฉพาะตัวของไข่ปลา รสชาตินัวกลมกล่อมแบบต้นตำรับญี่ปุ่น ช่วยยกระดับทุกเมนูให้อร่อยเหมือนร้านดัง ยิ่งทานคู่ชีส ข้าวร้อนๆ หรือเส้นพาสต้ายิ่งเข้ากันแบบหยุดไม่อยู่ เหมาะทั้งสำหรับร้านอาหาร คาเฟ่ บุฟเฟต์ หรือสายทำอาหารกินเองที่บ้าน เพราะช่วยประหยัดเวลา คุมรสชาติได้ง่าย และสร้างเมนูได้หลากหลายแบบมืออาชีพ
วิธีการใช้
• การเตรียมก่อนรับประทาน (การละลาย): นำซอสออกจากช่องแช่แข็ง แล้ววางละลายในตู้เย็น (ช่องธรรมดา) โดยใช้เวลาประมาณ 5-10 ชั่วโมง ก่อนนำมาปรุงอาหารหรือรับประทาน
*** ข้อควรระวัง: ควรเก็บรักษาในอุณหภูมิแช่แข็ง -18 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่า
เมนูแนะนำ:
• เมนูเส้นสุดฮิต: นำไปผัดกับเส้นสปาเก็ตตี้ เติมครีมสดและเนยเล็กน้อย กลายเป็น "สปาเก็ตตี้ซอสครีมเมนไทโกะ"
• เมนูข้าว: บีบซอสท็อปปิ้งบนข้าวสวยร้อนๆ กินคู่กับสาหร่าย หรือทำเป็นไส้ข้าวปั้นโอนิกิริ
• เมนูขนมปัง: ทาลงบนขนมปังฝรั่งเศส (Baguette) หรือขนมปังโทสต์ แล้วนำไปอบให้หอมกรอบ
• ซอสดิปสุดนัว: ผสมซอสเมนไทโกะกับมายองเนส สำหรับเป็นน้ำจิ้มของทอด เช่น เฟรนช์ฟรายส์, ไก่ทอดคาราอาเกะ หรือท็อปปิ้งบนซูชิและไข่หวาน
“ราเมนสูตรพิเศษ Two-Night Dried Ramen” รสชาติคุชิโระ โชยุ สัมผัสเหมือนเส้นสดจากร้าน!
นี่ไม่ใช่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปธรรมดา แต่คือ “Two-Night Dried Ramen” (เส้นตากแห้ง 2 คืน) ที่โดดเด่นด้วยกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถัน ให้คุณอร่อยได้แบบพรีเมียมง่ายๆ ที่บ้าน
จุดเด่นที่ต้องลอง
• ความลับของเส้นตากแห้ง 2 คืน : เส้นไม่ได้ผ่านการทอด แต่ใช้วิธีตากแห้งอย่างช้าๆ นานถึง 48 ชั่วโมง ในอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่ใกล้เคียงเส้นสด (Nama-men) มากที่สุด
• วัตถุดิบพรีเมียมจากฮอกไกโด : ผลิตจากแป้งสาลีฮอกไกโด 100% ให้เส้นมีความเหนียวนุ่ม พร้อมกลิ่นหอมเฉพาะตัว
• ซุปโชยุสูตรคุชิโระ : เป็นซุปโชยุที่มีความหอมจากส่วนผสมของปลาโอแห้งและเครื่องเทศ ให้รสชาติที่เค็มหวานอย่างลงตัว
เคล็ดลับความอร่อย : ราเมนคุชิโระมักจะเข้ากันได้ดีกับเครื่องเคียงง่ายๆ อย่างเช่น แผ่นสาหร่ายย่าง และต้นหอมญี่ปุ่นซอย รสสัมผัสของสาหร่ายจะยิ่งช่วยชูความหอมของซุปโชยุให้ชัดเจนขึ้น เหมือนได้ไปนั่งกินอยู่ที่ริมอ่าวคุชิโระเลยค่ะ
วิธีปรุงเพื่อรับประทาน
1. ต้มน้ำ 500 มล. (2.5 ถ้วย) ให้เดือดแล้ว ให้ใส่เส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 4.5 นาที ใช้ตะเกียบคนให้เข้ากันเพื่อป้องกันไม่ให้เส้นติดกัน
2. เมื่อเส้นสุกแล้ว ให้ปิดไฟ ใส่ซุปลงไปแล้วคนให้เข้ากัน (ปริมาณน้ำและเวลาในการต้มเส้นเป็นเพียงแนวทางเท่านั้น ปรับเปลี่ยนได้ตามความชอบ)
3. ตักใส่ชามพร้อมรับประทานได้เลย
ยูซุพอนสึ รสชาติเค็มๆ เปรี้ยวๆ แต่หอมมากๆๆ
เวลาทานชาบูชาบู หลายๆ ท่านจะชอบทานคู่กับซอสพอนสึเพื่อตัดรส วันนี้เรามียูสุพอนสึที่บอกเลยว่าหากได้ลองแล้วจะติดใจค่ะ เราเลือกใช้ซอสถั่วเหลืองหมักหรือโชยุเกรดพรีเมี่ยมจากแบรนด์ Shibanuma ที่ยังคงใช้กระบวนการหมักแบบดั้งเดิมในถังไม้ ซอสถั่วเหลืองที่ได้จะมีรสอูมามิ และมีกลิ่นหอมที่ได้จากการหมักแบบช้าๆ แบบไม่โดนความร้อนและกลิ่นหอมของถังไม้ที่ใช้ นำมาผสมกับยูสุแท้ๆ จากเมือง Miyazaki เมืองที่เป็นต้นกำเนิด และได้รับการยอมรับว่ายูสุที่ได้จากเมืองนี้ มีกลิ่นหอม และอร่อยที่สุดในโลก ทำให้ซอสที่ได้มีรสชาติที่ลงตัว ที่สำคัญเรายังไม่ใส่สารกันบูด สารเพิ่มฟอง หรือ ผงชูรส (MSG.) เพื่อให้คุณได้ทานอย่างสบายใจ เป็นซอสที่ทานคู่กับอะไรก็อร่อยค่ะ
คำแนะนำ
• สินค้าอาจเกิดฟองระหว่างขนส่งเนื่องจากเราไม่ได้ใส่สารกันฟอง ไม่มีผลต่อคุณภาพสินค้า
• เมื่อเปิดใช้งานแล้ว แนะนำให้เก็บในตู้เย็น เนื่องจากไม่มีสารกันบูด
สายเผ็ด สายชีส เตรียมฟินให้สุดกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่รวมความเผ็ดร้อนสไตล์เกาหลีและความหอมมันของชีสไว้ในชามเดียวอย่างลงตัว เพียงต้มเส้นแล้วคลุกกับซอส ก็ได้สัมผัสเส้นบะหมี่เหนียวนุ่มที่เคลือบด้วยซอสไก่เผ็ดรสเข้มข้น หอมกลิ่นเครื่องเทศสไตล์เกาหลี ช่วยปลุกความอยากอาหารได้ตั้งแต่คำแรกที่ได้ลิ้มลอง ก่อนจะตามมาด้วยความนัวร์ละมุนของชีสที่ช่วยเติมเต็มรสชาติให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น ยิ่งกินยิ่งเพลิน เพราะทุกคำเต็มไปด้วยความเผ็ดกำลังดี ผสานความหอมมันแบบพอดี ไม่เผ็ดจนเกินไป และไม่เลี่ยนจนเกินเหตุ กลายเป็นรสชาติที่ลงตัวจนอยากคีบต่อแบบไม่รู้ตัว เพิ่มความอร่อยได้อีกขั้นด้วยไข่ออนเซ็น ไข่ดาวเยิ้ม ๆ ชีสยืด หรือไก่ทอดกรอบสไตล์เกาหลี รับรองว่าฟินเหมือนได้นั่งกินร้านดังโดยไม่ต้องออกจากบ้าน เหมาะสำหรับมื้อกลางวัน มื้อเย็น หรือมื้อดึกยามหิวก็อร่อยสะใจทุกเวลา
ขั้นตอนการทำ (สูตรแห้งเข้มข้น)
• ต้มเส้น: ต้มน้ำสะอาดประมาณ 400-500 มล. ให้เดือดจัด จากนั้นนำเส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 4-5 นาที (สามารถปรับเวลาได้ตามความชอบว่าชอบเส้นนุ่มระดับไหน)
• รินน้ำออก: เมื่อเส้นสุกได้ที่ ให้รินน้ำออก แต่ห้ามรินออกจนแห้งสนิท แนะนำให้เหลือน้ำขลุกขลิกไว้ประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ เพื่อช่วยให้ผงปรุงรสและชีสละลายเคลือบเส้นได้เนียนนุ่ม ไม่จับตัวเป็นก้อน
• คลุกเคล้าความอร่อย: ใส่ผงปรุงรสไก่เผ็ดและผงชีสลงไป จากนั้นคนคลุกเคล้าให้เข้ากับเส้นอย่างรวดเร็วในขณะที่เส้นยังร้อน ๆ
ทริคอัปเกรดความฟิน (สูตรเด็กหอสูตรพรีเมียม)
• สายชีสเลิฟเวอร์: หลังจากคลุกซอสเสร็จแล้ว ให้วาง ชีสแผ่น หรือโรย มอสซาเรลล่าชีส ไว้ด้านบน แล้วนำเข้าไมโครเวฟไฟกลางประมาณ 30 วินาที ให้ชีสเยิ้มละลาย คลุกแล้วยืดสะใจมาก
• เพิ่มท็อปปิ้ง: แนะนำให้ทานคู่กับ ไข่ลวก/ไข่ต้มยางมะตูม, ไส้กรอก, ไก่ป็อป หรือสาหร่ายแผ่นอบกรอบ จะช่วยตัดรสเผ็ดและเพิ่มสารอาหารให้อิ่มอร่อยยิ่งขึ้น!
ทงคตสึราเมงผสานรสอูมามิจากมิโซะฮอกไกโด เข้มข้น ลงตัว
นิสชิน (Nissin) ถือเป็นแบรนด์บะหมี่ชื่อดังระดับโลกที่หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดี ในซีรีส์ Demae Ramen Bar Noodle นี้ได้นำเสนอราเมงเส้นตรงที่ไม่ผ่านการทอด เมื่อนำมาต้มเพียงไม่กี่นาทีคุณจะได้สัมผัสกับเส้นราเมงเหนียวนุ่มที่เข้ากันได้ดีกับน้ำซุปรสชาติกลมกล่อม สำหรับห่อสีส้มนี้เป็นราเมงรสทงคตสึมิโซะฮอกไกโด ที่มีน้ำซุปเข้มข้นจากกระดูกหมูเคี่ยวอย่างพิถีพิถันจนได้กลิ่นหอมเข้มข้น ผสานรสอูมามิตามธรรมชาติจากมิโซะฮอกไกโดที่หมักจากถั่วเหลืองในประเทศญี่ปุ่น ให้ความเค็มและหวานแบบนุ่มนวล หอมกลิ่นถั่วเหลือง เพียงเติมเนื้อสัตว์และผักที่ชอบอีกนิด อร่อยกลมกล่อมถูกใจแน่นอนค่ะ วิธีอร่อยกับ Nissin Bar Ramen 1. ต้มน้ำ 450 มล. ให้เดือด จากนั้นใส่เส้นราเมงลงไปต้มประมาณ 3 นาที ฉีกซองซุปผง (Soup Base) ใส่ลงในถ้วย 2. เมื่อเส้นสุกได้ที่ ยกลงจากเตา เทน้ำร้อนลงในถ้วยที่เตรียมไว้เพื่อละลายผงซุป จากนั้นใส่เส้นราเมงลงไป คนให้เข้ากัน 3. ฉีกซองซอสปรุงรสมิโซะ (Seasoning Sauce) ใส่ลงในถ้วย เติมเนื้อสัตว์ ผัก หรือท้อปปิ้งอื่นๆ ตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ
ถ้าคุณกำลังมองหาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ให้รสชาติเข้มข้นกว่าที่เคยลองมา นี่คือเมนูที่สายเผ็ดไม่ควรพลาด! มาพร้อมความเผ็ดร้อนจัดจ้าน ผสานกลิ่นหอมและรสชาติของล็อบสเตอร์ได้อย่างลงตัว ให้ความรู้สึกเหมือนได้ลิ้มลองเมนูซีฟู้ดสุดพรีเมียมในรูปแบบที่สะดวกและรับประทานง่าย เส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม เคี้ยวเพลิน เคลือบด้วยซอสฮอตชิลลี่รสเข้มข้นทั่วทุกเส้น ให้รสชาติที่ทั้งเผ็ด หอม กลมกล่อม และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ยิ่งรับประทานตอนร้อนๆ ยิ่งอร่อยถึงใจ เหมาะทั้งสำหรับมื้อเร่งด่วน มื้อดึก หรือวันที่อยากเติมความแซ่บให้กับวันธรรมดา เพียงไม่กี่นาทีก็ได้อิ่มอร่อยกับรสชาติระดับพรีเมียมที่ทั้งเข้มข้นและสะใจ เหมาะสำหรับคนที่ชอบลองรสชาติใหม่ๆ และหลงใหลในความเผ็ดแบบจัดเต็ม
ขั้นตอนการทำ
1. ต้มเส้น: ต้มน้ำให้เดือดจัด จากนั้นนำเส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 4-5 นาที
2. รินน้ำออก: เมื่อเส้นสุกได้ที่ ให้รินน้ำออกจนแห้งสนิท แนะนำให้เหลือเนื้อน้ำไว้ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
เพื่อให้คลุกเคล้าซอสได้ง่ายขึ้น ซอสจะเคลือบเส้นได้ฉ่ำวาว ไม่แห้งติดกันเกินไป
3. คลุกเคล้าซอส: ฉีกซองเครื่องปรุงรสฮอต ชิลลี่ ล็อบสเตอร์ ใส่ลงไป แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันกับเส้นจนทั่ว
กลิ่นหอมของล็อบสเตอร์จะโชยขึ้นมาทันที
4. พร้อมเสิร์ฟ: จัดใส่จาน พร้อมฟินกับความเผ็ดซี๊ดระดับพรีเมียม
นิสชิน คัพ นูดเดิล รสซอสครีมต้มยำมันกุ้ง (แบบแห้ง)
• ถึงเครื่องต้มยำพร้อมรสชาติมันกุ้งเข้มข้น รสเปรี้ยว เผ็ดจัดจ้าน ผสานเส้นคุณภาพเหนียวนุ่มของนิสชิน ในรูปแบบแห้งที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมกุ้งอบแห้ง ไข่อบแห้ง และต้นหอมอบแห้ง
บอกลาเช้าที่น่าเบื่อของคุณด้วยแพนเค้กแสนอร่อย
เชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยมีวันที่เร่งรีบจนไม่มีเวลาทำอาหารเช้ากันใช่ไหมคะ ปัญหานี้จะหมดไปเพียงแค่มีมินิแพนเค้กห่อนี้ติดช่องแช่แข็งเอาไว้ คุณก็จะได้ทานแพนเค้กเนื้อเนียนนุ่มพร้อมกลิ่นเนยหอมกรุ่น และรสชาติหวานนิดๆ โดยไม่ต้องมานั่งผสมแป้งเองให้เสียเวลา มาในขนาดมินิ น้ำหนักชิ้นละประมาณ 20 กรัม อิ่มพอดีๆ ไม่ว่าจะทานคู่กับวิปครีม ผลไม้สด ราดน้ำผึ้ง ทาแยม หรือจะประยุกต์เป็นเมนูอื่นๆ ก็ง่าย สะดวก อร่อยได้ทั้งครอบครัวค่ะ
วิธีอร่อยกับมินิแพนเค้ก
• รับประทานแบบอุณหภูมิปกติ: นำแพนเค้กออกจากช่องแช่แข็ง ตั้งไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 30-40 นาที
• รับประทานแบบอุ่น: นำแพนเค้กออกมาใส่ภาชนะสำหรับนำเข้าไมโครเวฟ ใช้เวลาอุ่นประมาณ 1-2 นาที (ขึ้นอยู่กับกำลังไฟของไมโครเวฟ)
ไส้กรอกปลาสไตล์ญี่ปุ่น อร่อย สุขภาพดี มีประโยชน์
ไส้กรอกปลาหรือเกียวนิกุ (Gyoniku, 魚肉ソーセージ) จากแบรนด์นิสซุยประเทศญี่ปุ่น ผลิตจากเนื้อปลาซูริมิคุณภาพดีที่อุดมไปด้วยโปรตีน, กรดไขมันไม่อิ่มตัว DHA, EPA และมีแคลเซียมสูงถึง 350 มก. ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ฆ่าเชื้อในอุณหภูมิสูง สะอาด ปลอดภัย ใช้บรรจุภัณฑ์แบบ “Eco-Clip” ปราศจากโลหะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพียงลอกฟิล์มด้านนอกออกก็สามารถรับประทานได้ทันที หรือใช้เป็นส่วนประกอบของเมนูต่างๆ เช่น ข้าวผัด, สลัด, ยากิโซบะ, คอร์นด็อก, หรือใส่ในซุปก็ได้เช่นกัน ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ต่อร่างกาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรักษาสุขภาพ ผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก และทุกคนในครอบครัว
ซอสปลาไหลญี่ปุ่นแท้แบรนด์ Nihon Shokken จากญี่ปุ่น ซอสสูตรต้นตำรับ รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันจากวัตถุดิบคุณภาพดี ให้รสชาติกลมกล่อม หอมหวาน และมีความเข้มข้นกำลังดี เหมาะสำหรับปรุงอาหารหลากหลายเมนู โดยเฉพาะเมนูปลาไหลย่าง (Unagi Don) ที่จะช่วยยกระดับความอร่อยให้เหมือนกับรับประทานที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูหลัก:
• ข้าวหน้าปลาไหล: ราดซอสปลาไหลลงบนปลาไหลย่างที่เตรียมไว้ แล้วเสิร์ฟพร้อมข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ และสาหร่าย
• ปลาไหลย่าง: ใช้เป็นซอสสำหรับย่างปลาไหลโดยตรง เพื่อให้ได้รสชาติและกลิ่นหอมที่เข้มข้น
เมนูอื่นๆ:
• ข้าวปั้น/ซูชิ: ใช้ราดบนข้าวปั้น หรือซูชิหน้าต่างๆ เพื่อเพิ่มรสชาติและความเงางาม
• ยากิโทริ: ทาซอสขณะย่าง เพื่อให้ได้รสชาติที่เข้มข้น หอมหวาน
• ผัดผัก/เนื้อสัตว์: ใช้เป็นส่วนผสมในการผัดผัก หรือเนื้อสัตว์ เพื่อเพิ่มรสชาติแบบญี่ปุ่น
• บาร์บีคิวญี่ปุ่น: ใช้เป็นซอสหมัก หรือซอสจิ้มสำหรับเมนูบาร์บีคิวสไตล์ญี่ปุ่น
ถ้าคุณเป็นสายปิ้งย่างที่หลงรักกลิ่นหอมแบบร้านยากินิกุญี่ปุ่น ซอสบาร์บีคิวรสเผ็ดขวดนี้คือไอเทมที่ควรมีติดครัวไว้ จุดเด่นของซอสตัวนี้คือความเข้มข้นที่ผสมผสานระหว่างรสหวาน เค็ม และเผ็ดอย่างลงตัว พร้อมความหอมจากงา กระเทียม และเครื่องเทศที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับอาหารทุกจาน ยิ่งเวลานำไปย่างหรือผัด กลิ่นจะยิ่งหอมฟุ้ง ด้วยส่วนผสมจากผลไม้และซอสถั่วเหลืองสไตล์ญี่ปุ่น ทำให้รสชาติออกมากลมกล่อม ไม่เผ็ดแสบ แต่เป็นความเผ็ดนัวที่กินได้เรื่อยๆ ยิ่งกินกับเนื้อย่าง หมูสามชั้น ไก่ หรือซีฟู้ด ยิ่งเข้ากัน ข้อดีอีกอย่างคือใช้งานง่ายมาก จะใช้หมักเนื้อก่อนย่าง ราดบนข้าว ผัดกับเส้น หรือใช้เป็นน้ำจิ้มก็อร่อยครบจบในขวดเดียว เหมาะทั้งสำหรับทำอาหารกินเองในบ้าน หรือร้านอาหารที่ต้องการเพิ่มฟีลญี่ปุ่นแบบมืออาชีพ
ใครอยากเปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นมื้อฟีลญี่ปุ่นแบบจัดเต็ม ขวดนี้ตอบโจทย์แน่นอนค่ะ!
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อ หมู ไก่ หรือซีฟู้ด ก่อนย่างประมาณ 15–30 นาที เพื่อเพิ่มความนุ่มและความหอม
• ใช้เป็นน้ำจิ้มสำหรับปิ้งย่าง ชาบู หรือยากินิกุ
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือข้าวผัดญี่ปุ่น
• ใช้ผัดกับเส้นอุด้ง ยากิโซบะ หรือผัดผักสไตล์ญี่ปุ่น
• ทาซอสระหว่างย่าง เพื่อเพิ่มสีสวยและกลิ่นหอมเข้มข้น
• ใช้ทำเมนูสไปซี่ เช่น ไก่ทอดซอสเผ็ด หรือซี่โครงย่าง
เคล็ดลับความอร่อย
• อุ่นซอสเล็กน้อยก่อนราดหรือจิ้ม จะช่วยให้กลิ่นหอมชัดขึ้นและรสชาติเข้มข้นยิ่งขึ้น
แนะนำอาหาร
• ยากินิกุ: เนื้อวากิวหรือหมูสามชั้นย่าง เคลือบซอสฉ่ำๆ
• ข้าวหน้าเนื้อ: ผัดเนื้อสไลด์กับหอมใหญ่และซอส Ebara ราดบนข้าวสวยร้อนๆ
• บาร์บีคิวเสียบไม้: ทาซอสระหว่างย่างเพื่อเพิ่มความหอมและสีสันที่น่ากิน
• ผัดผักรวมมิตร: เพิ่มรสชาติให้ผักกรอบๆ ด้วยความหวานหอมจากผลไม้ในซอส
ถ้าคุณเป็นสายปิ้งย่างญี่ปุ่น บอกเลยว่าซอสขวดนี้คือไอเท็มที่ควรมีติดครัว! ซอสบาร์บีคิวญี่ปุ่น สูตรหวานเผ็ดกลาง ที่โดดเด่นด้วยรสชาติกลมกล่อม หอมเข้มข้น และมีมิติแบบซอสยากินิกุร้านดังในญี่ปุ่น ความพิเศษอยู่ที่การผสมผสานของผลไม้บดมากถึง 35% ทั้งความหวานธรรมชาติและความหอมสดชื่น เข้ากับโชยุญี่ปุ่น น้ำผึ้ง กระเทียม และเครื่องเทศอย่างลงตัว ทำให้ได้ซอสที่ไม่หวานเลี่ยน ไม่เค็มจัด แต่มีความนัว กินแล้วหยุดยาก จะใช้หมักเนื้อก่อนย่างก็ช่วยให้เนื้อนุ่มหอม ราดบนข้าวก็อร่อย หรือจะใช้ผัดเนื้อ ผัดหมู ทำข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือเมนูสไตล์ญี่ปุ่นต่างๆ ก็เข้ากันสุดๆ ยิ่งเวลานำไปย่างบนกระทะร้อน กลิ่นหอมของซอสจะเคลือบเนื้อจนชวนหิว เหมือนยกบรรยากาศร้านยากินิกุมาไว้ที่บ้าน เหมาะทั้งสำหรับคนทำอาหารกินเอง ร้านอาหาร หรือสายทำคอนเทนต์อาหาร เพราะแค่ราดซอสลงไป หน้าตาอาหารก็ดูน่ากินขึ้นทันที
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อหมู เนื้อวัว ไก่ หรือซีฟู้ดก่อนย่าง
• ใช้เป็นซอสจิ้มปิ้งย่างและชาบู
• ใช้ผัดเนื้อ ผัดผัก หรือข้าวผัดสไตล์ญี่ปุ่น
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือเบอร์เกอร์
• ใช้ทาระหว่างย่าง เพื่อเพิ่มความหอมและความเงาน่ากิน
อัตราส่วนแนะนำ
• เนื้อสัตว์ 300 กรัม ต่อซอสประมาณ 3–4 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วนำไปย่างหรือผัดได้เลย
เคล็ดลับความอร่อย
• เติมซอสช่วงท้ายก่อนอาหารสุก จะช่วยให้ซอสเคลือบเนื้อสวย หอมเข้มข้น และได้กลิ่นสไตล์ร้านยากินิกุญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูแนะนำ
• หมูย่างยากินิกุ
• ข้าวหน้าเนื้อ
• ข้าวหน้าหมูญี่ปุ่น
• ไก่ย่างซอสญี่ปุ่น
• ผัดเนื้อซอสญี่ปุ่น
• บอร์เกอร์สไตล์ญี่ปุ่น
• แซลมอนย่างซอสญี่ปุ่น
• ข้าวผัดยากินิกุ
ถ้าคุณเป็นสายปิ้งย่างญี่ปุ่น บอกเลยว่าซอสขวดนี้คือไอเท็มที่ควรมีติดครัว! ซอสบาร์บีคิวญี่ปุ่น สูตรหวานเผ็ดกลาง ที่โดดเด่นด้วยรสชาติกลมกล่อม หอมเข้มข้น และมีมิติแบบซอสยากินิกุร้านดังในญี่ปุ่น ความพิเศษอยู่ที่การผสมผสานของผลไม้บดมากถึง 35% ทั้งความหวานธรรมชาติและความหอมสดชื่น เข้ากับโชยุญี่ปุ่น น้ำผึ้ง กระเทียม และเครื่องเทศอย่างลงตัว ทำให้ได้ซอสที่ไม่หวานเลี่ยน ไม่เค็มจัด แต่มีความนัว กินแล้วหยุดยาก จะใช้หมักเนื้อก่อนย่างก็ช่วยให้เนื้อนุ่มหอม ราดบนข้าวก็อร่อย หรือจะใช้ผัดเนื้อ ผัดหมู ทำข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือเมนูสไตล์ญี่ปุ่นต่างๆ ก็เข้ากันสุดๆ ยิ่งเวลานำไปย่างบนกระทะร้อน กลิ่นหอมของซอสจะเคลือบเนื้อจนชวนหิว เหมือนยกบรรยากาศร้านยากินิกุมาไว้ที่บ้าน เหมาะทั้งสำหรับคนทำอาหารกินเอง ร้านอาหาร หรือสายทำคอนเทนต์อาหาร เพราะแค่ราดซอสลงไป หน้าตาอาหารก็ดูน่ากินขึ้นทันที
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อหมู เนื้อวัว ไก่ หรือซีฟู้ดก่อนย่าง
• ใช้เป็นซอสจิ้มปิ้งย่างและชาบู
• ใช้ผัดเนื้อ ผัดผัก หรือข้าวผัดสไตล์ญี่ปุ่น
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือเบอร์เกอร์
• ใช้ทาระหว่างย่าง เพื่อเพิ่มความหอมและความเงาน่ากิน
อัตราส่วนแนะนำ
• เนื้อสัตว์ 300 กรัม ต่อซอสประมาณ 3–4 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วนำไปย่างหรือผัดได้เลย
เคล็ดลับความอร่อย
• เติมซอสช่วงท้ายก่อนอาหารสุก จะช่วยให้ซอสเคลือบเนื้อสวย หอมเข้มข้น และได้กลิ่นสไตล์ร้านยากินิกุญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูแนะนำ
• หมูย่างยากินิกุ
• ข้าวหน้าเนื้อ
• ข้าวหน้าหมูญี่ปุ่น
• ไก่ย่างซอสญี่ปุ่น
• ผัดเนื้อซอสญี่ปุ่น
• บอร์เกอร์สไตล์ญี่ปุ่น
• แซลมอนย่างซอสญี่ปุ่น
• ข้าวผัดยากินิกุ
Ohgon No Aji หรือ "รสชาติแห่งทองคำ" คือนิยามของซอสปิ้งย่างที่ครองใจชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ถ้าคุณชอบฟีลร้านปิ้งย่างญี่ปุ่นที่มีกลิ่นหอมเตะจมูกตั้งแต่เนื้อลงเตา ซอสขวดนี้คือไอเทมที่ควรมีติดครัว เป็นซอสปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นรสเผ็ดกลาง ที่โดดเด่นด้วยความกลมกล่อมจากผลไม้บด ผสานโชยุคุณภาพดี กระเทียม งา และเครื่องเทศ ทำให้ได้รสชาติหวานเค็มเผ็ดแบบพอดี กินง่ายแต่เข้มข้น จุดเด่นของซอสตัวนี้คือความอเนกประสงค์ ใช้ได้ทั้งหมักเนื้อก่อนย่าง ใช้เป็นน้ำจิ้ม หรือเอาไปผัดก็ช่วยให้อาหารหอมขึ้นทันที เหมาะมากสำหรับคนที่อยากทำเมนูญี่ปุ่นกินเองที่บ้านแบบง่าย ๆ แต่ได้รสชาติระดับร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นหมูย่าง เนื้อย่าง ไก่ทอด กระทะร้อน ข้าวผัดญี่ปุ่น หรือผัดผัก ซอสขวดนี้ก็ช่วยเพิ่มมิติความอร่อยได้แบบไม่ต้องปรุงหลายขั้นตอน เมื่อนำไปโดนความร้อนจะส่งกลิ่นหอมยั่วยวนใจ ช่วยลดความเลี่ยนของไขมันเนื้อและชูรสชาติของวัตถุดิบให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรสชาติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อก่อนย่างประมาณ 15–30 นาที
• ใช้เป็นน้ำจิ้มปิ้งย่าง ชาบู หรือของทอด
• ใช้ผัดเนื้อ ผัดผัก หรือข้าวผัดญี่ปุ่น
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าไก่ หรือเบอร์เกอร์ญี่ปุ่น
• ใช้เคลือบไก่ย่าง หมูย่าง หรือซี่โครงบาร์บีคิว
อัตราส่วนแนะนำ
• เนื้อสัตว์ 300 กรัม ต่อซอสประมาณ 3–4 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วนำไปย่างหรือผัดได้เลย
เคล็ดลับความอร่อย
• เติมซอสช่วงท้ายก่อนอาหารสุก จะช่วยให้ซอสเคลือบเนื้อสวย หอมเข้มข้น และได้กลิ่นสไตล์ร้านยากินิกุญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูแนะนำ
• หมูย่างซอสญี่ปุ่น, เนื้อย่างยากินิกุ, ไก่ผัดซอสญี่ปุ่น, ข้าวหน้าเนื้อสไตล์ญี่ปุ่น,
เบคอนพันเห็ดเข็มทอง, ไก่ทอดคลุกซอสญี่ปุ่น
Ohgon No Aji หรือ "รสชาติแห่งทองคำ" คือนิยามของซอสปิ้งย่างที่ครองใจชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ถ้าคุณชอบฟีลร้านปิ้งย่างญี่ปุ่นที่มีกลิ่นหอมเตะจมูกตั้งแต่เนื้อลงเตา ซอสขวดนี้คือไอเทมที่ควรมีติดครัว เป็นซอสปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นรสเผ็ดกลาง ที่โดดเด่นด้วยความกลมกล่อมจากผลไม้บด ผสานโชยุคุณภาพดี กระเทียม งา และเครื่องเทศ ทำให้ได้รสชาติหวานเค็มเผ็ดแบบพอดี กินง่ายแต่เข้มข้น จุดเด่นของซอสตัวนี้คือความอเนกประสงค์ ใช้ได้ทั้งหมักเนื้อก่อนย่าง ใช้เป็นน้ำจิ้ม หรือเอาไปผัดก็ช่วยให้อาหารหอมขึ้นทันที เหมาะมากสำหรับคนที่อยากทำเมนูญี่ปุ่นกินเองที่บ้านแบบง่าย ๆ แต่ได้รสชาติระดับร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นหมูย่าง เนื้อย่าง ไก่ทอด กระทะร้อน ข้าวผัดญี่ปุ่น หรือผัดผัก ซอสขวดนี้ก็ช่วยเพิ่มมิติความอร่อยได้แบบไม่ต้องปรุงหลายขั้นตอน เมื่อนำไปโดนความร้อนจะส่งกลิ่นหอมยั่วยวนใจ ช่วยลดความเลี่ยนของไขมันเนื้อและชูรสชาติของวัตถุดิบให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรสชาติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อก่อนย่างประมาณ 15–30 นาที
• ใช้เป็นน้ำจิ้มปิ้งย่าง ชาบู หรือของทอด
• ใช้ผัดเนื้อ ผัดผัก หรือข้าวผัดญี่ปุ่น
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าไก่ หรือเบอร์เกอร์ญี่ปุ่น
• ใช้เคลือบไก่ย่าง หมูย่าง หรือซี่โครงบาร์บีคิว
อัตราส่วนแนะนำ
• เนื้อสัตว์ 300 กรัม ต่อซอสประมาณ 3–4 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วนำไปย่างหรือผัดได้เลย
เคล็ดลับความอร่อย
• เติมซอสช่วงท้ายก่อนอาหารสุก จะช่วยให้ซอสเคลือบเนื้อสวย หอมเข้มข้น และได้กลิ่นสไตล์ร้านยากินิกุญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูแนะนำ
• หมูย่างซอสญี่ปุ่น, เนื้อย่างยากินิกุ, ไก่ผัดซอสญี่ปุ่น, ข้าวหน้าเนื้อสไตล์ญี่ปุ่น, เบคอนพันเห็ดเข็มทอง, ไก่ทอดคลุกซอสญี่ปุ่น
เติมความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นแบบง่ายๆ ด้วย “ซอสโอโรชิ โนะ ทาเระ” จาก Ebara (เอบาระ)
ถ้าคุณชอบอาหารญี่ปุ่นสไตล์ร้านปิ้งย่างหรือร้านอิซากายะ ซอสขวดนี้คือไอเท็มที่ควรมีติดบ้าน ซอสปรุงรสผสมหัวไชเท้าญี่ปุ่น ที่โดดเด่นด้วยรสชาติหอมกลมกล่อมจากโชยุ ผสานกับหัวไชเท้าขูดละเอียด ให้รสสดชื่น ตัดเลี่ยนได้ดี กินแล้วไม่หนักปาก
เหมาะมากสำหรับราดบนเนื้อย่าง หมูย่าง ปลาแซลมอนย่าง หรือแม้แต่ไก่ทอดคาราอาเกะ ก็ช่วยเพิ่มมิติความอร่อยแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ได้ทันที อีกทั้งยังสามารถใช้เป็นซอสหมัก ซอสจิ้ม หรือคลุกกับเส้นและผักต่างๆ ได้แบบสารพัดเมนู ใช้ง่าย อร่อยไว เหมือนมีเชฟญี่ปุ่นมาทำให้กินที่บ้าน
วิธีการใช้ / วิธีการทำ
• ซอสขวดนี้ใช้งานง่ายมาก "แค่ราดก็อร่อย" ไม่ต้องปรุงเพิ่ม (ควรเขย่าขวดก่อนใช้เพื่อให้เนื้อหัวไชเท้ากระจายตัว)
• วิธีใช้เป็นน้ำราด/น้ำจิ้ม: ใช้ราดบนสเต็กหมู, สเต็กเนื้อ, หมูทอดทงคัตสึ, หรือใช้เป็นน้ำจิ้มปิ้งย่าง (Yakiniku) เมนูชาบูและหมูกระทะ
แนะนำเมนูทำง่าย "หมูผัดซอสไชเท้าขูด" (สำหรับ 2 ที่):
• หั่นเนื้อสัตว์เป็นชิ้นพอดีคำ และหั่นหัวหอมใหญ่ขนาดประมาณ 3 มม.
• ตั้งน้ำมันในกระทะให้ร้อน ใส่หมู 150 กรัม และหัวหอมใหญ่ 200 กรัม ลงไปผัดจนสุก
• เทซอส Ebara Oroshi no tare ลงไปประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ ผัดให้เข้ากันอย่างรวดเร็วพร้อมเสิร์ฟ
แนะนำเมนูอร่อย
• ข้าวหน้าเนื้อย่างซอสโอโรชิ
• ปลาแซลมอนย่างซีอิ๊วญี่ปุ่น
• สเต๊กหมูซอสหัวไชเท้า
• เห็ดผัดซอสญี่ปุ่น
• อุด้งเย็นราดซอสโอโรชิ
ผสานความอร่อยของมันฝรั่งและฟักทองฮอกไกโดเนื้อเนียน เหนียวนุ่ม กรอบอร่อยกำลังพอดี
โคร็อกเกะจากแบรนด์ซันมารูโกะห่อนี้ ผลิตโดยใช้วัตถุดิบคุณภาพดีอย่างมันฝรั่งบารอน (だんしゃく, Danshaku) และฟักทองฮอกไกโด ทำให้ได้เนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม รสชาติหวานมันกลมกล่อมกำลังพอดี นำมาคลุกแป้งและเกล็ดขนมปังแล้วทอดจนเหลืองกรอบ ปราศจากสารเคมีแต่งกลิ่น สี และวัตถุกันเสีย อร่อยง่ายๆ เพียงอุ่นในไมโครเวฟ เสิร์ฟพร้อมซอสมะเขือเทศหรือมายองเนส นิยมจัดใส่เบนโตะเป็นอาหารกลางวันของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ รับประทานเป็นของว่าง หรือรับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ ก็เข้ากันได้ดีค่ะ
เบื่อไหมกับการอยากกินเมนูผัดผักสไตล์จีนรสชาติเข้มข้น แต่ต้องมานั่งตวงซอสหอยนางรม โชยุ เหล้าจีน และน้ำมันงาให้วุ่นวาย แถมปรุงกี่ครั้งรสชาติก็ไม่เคยเหมือนเดิม?
เปลี่ยนครัวที่บ้านให้กลายเป็นเหลาอาหารจีนสไตล์ญี่ปุ่นได้ง่ายๆ ด้วยซอสปรุงรสสำเร็จรูปสำหรับเมนู “ชินเจาโรสุ” หรือเนื้อผัดพริกหวานยอดฮิตจากญี่ปุ่น เพียงแค่ผัดเนื้อสัตว์กับพริกหวานและหน่อไม้ แล้วเติมซอสลงไป ก็ได้กลิ่นหอมเข้มข้นของน้ำมันหอย โชยุ และเครื่องเทศสไตล์จีนที่เคลือบทุกชิ้นอย่างลงตัว รสชาติกลมกล่อม เค็มหวานพอดี อร่อยเหมือนเชฟภัตตาคารทำเอง ไม่ว่าจะทำมื้อเย็นง่ายๆ ให้ครอบครัว หรือเตรียมข้าวกล่อง Bento ไปทำงาน ซอสขวดนี้ก็ช่วยเปลี่ยนวัตถุดิบธรรมดาให้กลายเป็นเมนูสุดพิเศษได้ในไม่กี่นาที ✨
วิธีการทำ
ส่วนผสมสำหรับ 3 ท่าน (ใช้ซอสประมาณครึ่งขวด หรือ 115 กรัม)
• เนื้อวัวหรือเนื้อหมูเส้น 200 กรัม
• พริกหวานหั่นเส้น 180 กรัม (ประมาณ 6 ลูกกลาง)
• หน่อไม้ต้มหั่นเส้น 200 กรัม
• น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
ขั้นตอนการทำ
• หั่นเนื้อสัตว์ พริกหวาน และหน่อไม้ต้ม ให้เป็นเส้นๆ เตรียมไว้
• ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชให้ร้อน นำเนื้อสัตว์ลงไปผัดจนสุก ตามด้วยพริกหวานและหน่อไม้ ผัดให้เข้ากัน
• เมื่อผักเริ่มนิ่มและสุกได้ที่ ให้เทซอสลงไปประมาณครึ่งขวด (115 กรัม)
• ผัดคลุกเคล้าให้ซอสเคลือบจนทั่วและเดือดเล็กน้อย พร้อมตักเสิร์ฟร้อนๆ
กุ้งหวานญี่ปุ่น เนื้อเด้ง ใส พร้อมเสริ์ฟแล้วค่ะ
กุ้งหวานญี่ปุ่น (Ama Ebi) เป็นกุ้งขนาดเล็กสีชมพู เปลือกนิ่ม เป็นกุ้งที่อาศัยอยู่ในน้ำเย็น และต้องเป็นแหล่งน้ำที่สะอาดมากๆ ทำให้กุ้งหวานไม่มีกลิ่นคาว มีรสชาติหวานเป็นเอกลักษณ์ เนื้อนุ่ม ให้รสสัมผัสเด้งกรอบ นิยมทานโดยไม่ปรุงเพื่อสัมผัสรสชาติความหวานของกุ้งมากที่สุด เมนูที่นิยมมากที่สุดคือการทานดิบแบบซูชิ หรือซาชิมิ
ลิ้มรสข้าวญี่ปุ่นแท้ๆ อร่อยง่าย ประหยัดเวลา !
สัมผัสความอร่อยระดับตำนาน ในรูปแบบที่ง่ายกว่าเดิม ซุปหูฉลามสูตรนี้เน้นความลงตัวของ "ซอสโชยุ" และน้ำซุปสกัดจากโครงไก่และหมู ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม ตามแบบฉบับอาหารกวางตุ้งแท้ๆ เนื้อซุปมีความข้นกำลังดี เมื่อทานคู่กับหูฉลามและเห็ดหูหนูจะให้สัมผัสที่กรุบกรอบและนุ่มละมุนในเวลาเดียวกัน เหมาะสำหรับเป็นเมนูบำรุงร่างกายหรืออาหารจานพิเศษสำหรับครอบครัว หากพูดถึงเมนูระดับตำนานที่ครองใจเหล่านักชิมมาอย่างยาวนาน "ซุปหูฉลาม" คือหนึ่งในลิสต์อันดับต้นๆ ที่หลายคนนึกถึง ด้วยเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์และการเคี่ยวน้ำซุปที่ต้องใช้ความพิถีพิถันขั้นสูง แต่จะดีแค่ไหน... ถ้าเราสามารถยกเอาบรรยากาศและรสชาติระดับภัตตาคารหรูจากประเทศญี่ปุ่นมาไว้ที่โต๊ะอาหารในบ้านได้ง่ายๆ ภายในไม่กี่นาที ซุปหูฉลามเข้มข้นซองนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ซุปกึ่งสำเร็จรูปทั่วไป แต่เป็นผลผลิตที่ส่งตรงมาจาก เมืองเคเซนนุมะ จังหวัดมิยากิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งที่มีการคัดสรรวัตถุดิบจากทะเลที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะหูฉลามที่ผ่านการคัดไซส์และคุณภาพอย่างละเอียด ผสมผสานกับภูมิปัญญาการปรุงอาหารสไตล์กวางตุ้งที่เน้นการดึงรสชาติจากธรรมชาติของวัตถุดิบออกมาให้ได้มากที่สุด
วิธีการปรุงอาหาร
• ฉีกซองแล้วเทเนื้อซุปเข้มข้นทั้งหมดลงในหม้อ
• เติมน้ำสะอาดหรือน้ำร้อนปริมาณ 400 มล. (หรือประมาณ 2 ถ้วยตวง) หรือน้ำร้อน (ปรับปริมาณตามความชอบ)
• คนให้ส่วนผสมเข้ากันดี เร่งไฟให้แรงขึ้น ตั้งหม้อจนน้ำซุปเริ่มเดือด
• ตอกไข่ไก่ 1 ฟอง ตีพอแตก (เหมือนทำไข่เจียว) เมื่อซุปเดือดพล่าน ให้ค่อยๆ เทไข่ลงไปเป็นสายเล็กๆ
• ใช้ตะเกียบหรือทัพพีคนเบาๆ วนไปทางเดียวกัน เพื่อให้ไข่กระจายตัวเป็นเส้นฝอยสวยงาม ไม่จับตัวเป็นก้อน
• พอไข่สุกได้ที่แล้ว ให้ปิดไฟทันที ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟขณะร้อนๆ
*** นอกจากนี้ยังสามารถใช้ประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด เช่น ข้าวต้ม ชะวันมูชิ และบะหมี่เกี๊ยว
เคล็ดลับความอร่อย
• ตัดเลี่ยน: แนะนำให้เหยาะ จิ๊กโฉ่ว (ซอสเปรี้ยว) และ พริกไทยขาว เล็กน้อย จะช่วยชูรสชาติโชยุให้เด่นชัดและกลมกล่อมยิ่งขึ้น
• เพิ่มเครื่อง: สามารถเติมเนื้อปูแกะ, กุ้งสับ หรือเห็ดหอมซอยลงไปต้มพร้อมซุป เพื่อเพิ่มความหรูหราและเนื้อสัมผัสที่แน่นขึ้นครับ
ใครที่ชอบทานสาหร่าย ห่อนี้คุ้มมากค่ะ
เครื่องแกงกะหรี่ รสชาติกลมกล่อมสไตล์ญี่ปุ่น อร่อยง่ายได้ที่บ้าน
เครื่องแกงกะหรี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดก้อน ระดับความเผ็ด 4 (รสเผ็ด) โดดเด่นด้วยการผสานกลิ่นหอมของเครื่องเทศนานาชนิดอย่างลงตัว ให้รสชาติกลมกล่อมสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารก็สามารถรังสรรค์เมนูแกงกะหรี่ญี่ปุ่นได้ง่ายๆที่บ้าน ในหนึ่งกล่องปรุงได้ประมาณ 8 ที่ (แบ่งเป็น 2 ก้อน ก้อนละประมาณ 4 ที่)
วิธีทำสำหรับ 8 ที่
• ตั้งไฟใส่น้ำมันพืชและส่วนผสมต่างๆ ที่หั่นเป็นชิ้นๆ ลงในหม้อ ผัดจนสุกและมีกลิ่นหอม
• เติมน้ำ 1 ลิตร และต้มที่ไฟปานกลาง เคี่ยวต่อประมาณ 15 นาที หากเกิดฟองให้ช้อนฟองออก
• ใส่เครื่องแกงกะหรี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดก้อน ลงไป 1 ก้อน (140 กรัม)
• คนให้เครื่องแกงละลาย จากนั้นปิดฝาแล้วเคี่ยวต่ออีกประมาณ 10 นาที เปิดฝาแล้วคน หากแกงกะหรี่น้ำเข้มข้นแล้วให้ปิดไฟ พร้อมรับประทาน
เยลลี่รสผลไม้แสนอร่อยขวัญใจเด็กๆ
การทำน้ำซุปดาชิจะเป็นเรื่องง่ายๆ ใช้เวลาเพียง 5 นาที
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ หรืออยากลองสัมผัสรสชาติอันลุ่มลึกของวัตถุดิบระดับพรีเมียม “ตับปลาอังกิโมะ” คือหนึ่งในเมนูที่ห้ามพลาด!
อังกิโมะคืออะไร?
อังกิโมะ (Ankimo) คือตับของปลาอังโกะ (Anko Fish) หรือ มังค์ฟิช (Monkfish) ซึ่งเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในทะเลลึก ถือเป็นหนึ่งในอาหารชินมิ (Chinmi) หรืออาหารเลิศรสที่หาทานได้ยากของญี่ปุ่น ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ฟัวกราส์แห่งท้องทะเล" เพราะมีเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มคล้ายตับห่าน มีรสชาติเค็มอ่อน ๆ และมีความหอมมันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ทำไมถึงอร่อยและพิเศษ?
ตับปลาอังกิโมะของเรา เป็นสินค้าที่ผ่านกระบวนการปรุงรสและต้มมาอย่างพิถีพิถันจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน จึงมีรสชาติที่กลมกล่อมและพร้อมรับประทานทันที ไม่ต้องนำมาปรุงเพิ่มให้ยุ่งยาก ทำให้คุณได้สัมผัสกับรสชาติแบบดั้งเดิมของอังกิโมะได้อย่างง่ายดาย นอกจากความอร่อยแล้ว อังกิโมะยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เช่น วิตามิน A, วิตามิน D และไขมันดีในปริมาณที่สูงอีกด้วย
เมนูที่ทำได้ง่ายๆ
เมนูจากตับปลาอังกิโมะสามารถทำได้หลากหลาย และแต่ละเมนูล้วนช่วยดึงรสชาติความอร่อยออกมาได้อย่างเต็มที่
- ทานเป็นกับแกล้ม: เสิร์ฟอังกิโมะแช่เย็นคู่กับต้นหอมซอย, โมมิจิโอโรชิ (หัวไชเท้าขูดผสมพริก) และซอสพอนสึ (Ponzu Sauce) เพื่อเพิ่มความสดชื่นและตัดความมัน
- ทำเป็นนิกิริซูชิ: วางชิ้นอังกิโมะบนข้าวปั้นซูชิ เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมในร้านซูชิระดับพรีเมียม
- ทำเป็นสลัด: หั่นอังกิโมะเป็นชิ้นพอดีคำ วางบนสลัดผัก ราดด้วยน้ำสลัดงา หรือซอสพอนสึ
วิธีเตรียมตับปลา
1. นำอังกิโมะออกจากตู้เย็น วางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-40 นาที เพื่อทำการละลาย
2. แกะซองและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
3. จัดวางบนจาน และนำไปใช้ประกอบเมนูได้ตามต้องการ
*สินค้าบรรจุมาในซองสุญญากาศแบบพร้อมทาน
เปิดประสบการณ์ความอร่อยสุดพิเศษจากท้องทะเลลึกได้แล้ววันนี้! ตับปลาอังกิโมะ พร้อมให้คุณได้ลิ้มลองความอร่อยแบบต้นตำรับญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่บ้านของคุณ