ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Yukinkomai จากเมืองนีงาตะ เมืองแห่งข้าว
ถั่วหมัก (นัตโตะ) หนึ่งในเคล็ดลับสุขภาพดีของคนญี่ปุ่น
นัตโตะหรือถั่วหมักสไตล์ญี่ปุ่นได้รับการยอมรับว่าเป็น Superfood เพราะอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการมากมายที่ดีต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นวิตามินบี 12 วิตามิน K สารต้านอนุมูลอิสระ และโปรไบโอติกที่ช่วยในการย่อย ทำให้กระเพาะและลำไส้ของเราทำงานได้ดีขึ้น ชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานนัตโตะเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในมื้อเช้า เพียงแค่มีข้าวสวยร้อนๆ โปะด้วยนัตโตะและราดด้วยโชยุสักหน่อยก็พร้อมอร่อยได้ทันที ถือเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่คุณไม่ควรพลาด
Daruma เป็นแบรนด์นัตโตะที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานในญี่ปุ่น Hakodate Chutsubu Natto กล่องนี้ทำมาจากถั่วเหลืองเม็ดใหญ่ที่ปลูกในเมืองฮาโกดาเตะ ฮอกไกโด นำมาหมักด้วยกรรมวิธีแบบดั้งเดิมซึ่งจะดึงรสชาติตามธรรมชาติของถั่วเหลืองออกมา เป็นนัตโตะที่อร่อย กลมกล่อม เข้มข้น มาพร้อมซอสและมัสตาร์ดในกล่องค่ะ
ถั่วหมัก (นัตโตะ) หนึ่งในเคล็ดลับสุขภาพดีของคนญี่ปุ่น
นัตโตะหรือถั่วหมักสไตล์ญี่ปุ่นได้รับการยอมรับว่าเป็น Superfood เพราะอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการมากมายที่ดีต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นวิตามินบี 12 วิตามิน K สารต้านอนุมูลอิสระ และโปรไบโอติกที่ช่วยในการย่อย ทำให้กระเพาะและลำไส้ของเราทำงานได้ดีขึ้น ชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานนัตโตะเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในมื้อเช้า เพียงแค่มีข้าวสวยร้อนๆ โปะด้วยนัตโตะและราดด้วยโชยุสักหน่อยก็พร้อมอร่อยได้ทันที ถือเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่คุณไม่ควรพลาด
Daruma เป็นแบรนด์นัตโตะที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานในญี่ปุ่น Hakodate Gokukotsubu Natto กล่องนี้ทำมาจากถั่วเหลืองเม็ดเล็กที่ปลูกในเมืองฮาโกดาเตะ ฮอกไกโด นำมาหมักด้วยกรรมวิธีแบบดั้งเดิมซึ่งจะดึงรสชาติตามธรรมชาติของถั่วเหลืองออกมา เป็นนัตโตะที่อร่อย กลมกล่อม เข้มข้น มาพร้อมซอสและมัสตาร์ดในกล่องค่ะ
• เอาใจคุณหนู ๆ ด้วยรสชาติทานง่าย กลมกล่อมจากสาหร่ายอบแห้ง พร้อมไข่อบแห้ง ต้นหอมอบแห้ง และแผ่นปลาโดราเอมอนแสนอร่อย
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Nanatsuboshi ข้าวที่เติบโตท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ของฮอกไกโด
นิยมปลูกมากในฮอกไกโด เมล็ดข้าวอวบ หุงแล้วขึ้นเงา มีความเหนียวปานกลาง และความหวานแบบพอดี ทำให้โดนใจชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก แม้ข้าวจะเย็นแต่ยังคงความนุ่ม หอม อร่อย สามารถทำอาหารได้หลากหลายประเภท แต่จะนิยมนำมาทำเบนโตะและซูชิ
• ลักษณะเมล็ด – เมล็ดข้าวอวบ ขาว หุงขึ้นหม้อ
• รสชาติ – มีรสหวานและยังคงอร่อยแม้จะเย็นแล้ว
• ความเหนียว – ความเหนียวกำลังดี
• เมนูที่เหมาะสม – เบนโตะ และซูชิ
• ความลับของสายพันธุ์ – ถือว่าเป็นข้าวที่มีความสมดุลระหว่างรสชาติกับเนื้อสัมผัสมากที่สุดในสายพันธุ์ข้าวฮอกไกโด เมื่อหุงจนสุกข้าวมีความขาว ความเงา ความหอม ให้รสชาตินุ่มนวล และเคี้ยวอร่อย
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
1. ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
2. ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
3. กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
4. ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำจนอ่อนนุ่ม
5. หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อย ๆ คนให้น้ำระเหย
ข้าวญี่ปุ่นจากเมืองฮอกไกโด เมืองแห่งความอุดมสมบูรณ์
ชวนคุณมาชิมข้าวญี่ปุ่นแท้ๆ ปลูกที่เมืองฮอกไกโด เมืองที่ธรรมชาติสวยงาม น้ำใสสะอาด ข้าวที่ได้มีรสชาติหวาน นุ่ม เหนียว เคี้ยวเพลิน เหมาะกับทำอาหารญี่ปุ่นอย่างเมนูข้าวซูชิ ข้าวปั้นโอนิกิริ มาลองชิมความแตกต่างของรสชาติข้าวญี่ปุ่นแท้ๆ กันค่ะ หากสนใจทำเมนูข้าวซูชิ เรามีน้ำส้มปรุงรสข้าว และสาหร่ายสำหรับห่อข้าว ขายด้วยนะคะ
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
1. ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
2. ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบา ๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
3. กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
4. ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำเวลาหุงข้าวจะนุ่มไม่กระด้าง
5. หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อยๆ คนให้น้ำระเหย
วิธีการเก็บรักษา
1. เก็บในที่แห้งและเย็น
2. ระวังการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง เพราะข้าวจะแห้งแตกเนื่องจากการระเหยของน้ำในข้าว
3. หลีกเลี่ยงการเก็บรักษาใกล้ ผงซักฟอก สเปรย์ปรับอากาศ เครื่องสำอาง และอาหารที่มีกลิ่นแรง เพราะข้าวจะดูดซับกลิ่น
ข้อควรระวัง
1. คุณภาพของข้าวจะเปลี่ยนหากโดนความชื้น
2. ห้ามวางไว้ใกล้เปลวไฟ เนื่องจากติดไฟง่าย
3. ห้ามวางสินค้าอื่นซ้อนทับผลิตภัณฑ์
Bull-Dog Sauce has a history spanning over 100 years and is considered one of Japan’s representative condiments.
Bull-Dog Sauce has a history spanning over 100 years and is considered one of Japan’s representative condiments.
ถั่วหมัก (นัตโตะ) หนึ่งในเคล็ดลับสุขภาพดีของคนญี่ปุ่น
นัตโตะหรือถั่วหมักสไตล์ญี่ปุ่นได้รับการยอมรับว่าเป็น Superfood เพราะอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการมากมายที่ดีต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นวิตามินบี 12 วิตามิน K สารต้านอนุมูลอิสระ และโปรไบโอติกที่ช่วยในการย่อย ทำให้กระเพาะและลำไส้ของเราทำงานได้ดีขึ้น ชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานนัตโตะเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในมื้อเช้า เพียงแค่มีข้าวสวยร้อนๆ โปะด้วยนัตโตะและราดด้วยโชยุสักหน่อยก็พร้อมอร่อยได้ทันที ถือเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่คุณไม่ควรพลาด
Daruma เป็นแบรนด์นัตโตะที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานในญี่ปุ่น Hakodate Hikiwari Natto กล่องนี้ทำมาจากถั่วเหลืองที่ปลูกในเมืองฮาโกดาเตะ ฮอกไกโด นำมาสับหยาบๆ และหมักด้วยกรรมวิธีแบบดั้งเดิมซึ่งจะดึงรสชาติตามธรรมชาติของถั่วเหลืองออกมา เป็นนัตโตะที่เหมาะสำหรับทุกคนแม้กระทั่งมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มรับประทาน มาพร้อมซอสและมัสตาร์ดในกล่องค่ะ
วิธีอร่อยกับดารุมะนัตโตะ
1. นำนัตโตะออกจากช่องแช่แข็ง ตั้งทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องจนคลายความเย็น ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
2. เทซอสและมัสตาร์ดลงไปบนนัตโตะแล้วคนให้เข้ากัน
3. รับประทานได้ทันทีค่
ไส้กรอกอาราบิกิ เนื้อแน่น ฉ่ำ เด้ง สไตล์ญี่ปุ่นแท้
ไส้กรอกอาราบิกิ ไส้กรอกยอดนิยมของญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสด้านในที่ทำจากเนื้อหมูบดหยาบ ทำให้ยังคงความชุ่มฉ่ำและรสชาติของเนื้อหมูได้อย่างเต็มที่ ทุกคำที่เคี้ยวให้ความรู้สึกเนื้อแน่น เต็มคำ ขณะที่หนังด้านนอกกรอบเล็กน้อยและหอมกลิ่นรมควันชวนกิน ไส้กรอกอาราบิกิห่อนี้ผลิตจาก หมูอนามัย ปราศจากสารเร่งเนื้อแดง ปรุงรสด้วยซอสจากแบรนด์ Nihon Shokken แบรนด์ผู้ผลิตซอสอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น ช่วยดึงรสชาติของเนื้อหมูให้อร่อย กลมกล่อมแบบต้นตำรับ เหมาะสำหรับเสิร์ฟเป็นเมนูหลัก เครื่องเคียง หรือของทานเล่น ที่ใครได้ลองก็มักเผลอสั่งซ้ำโดยไม่รู้ตัว
วิธีก่อนปรุง
• นำไส้กรอกออกจากช่องแช่แข็ง
• ละลายน้ำแข็ง โดยแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดา หรือวางในอุณหภูมิห้องจนคลายตัว ไม่จำเป็นต้องล้างน้ำ เพียงซับให้แห้งก่อนนำไปปรุง
• สามารถนำไป ย่าง ทอด อบ หรือ ต้ม ได้ทันที
วิธีรับประทาน
ไส้กรอกอาราบิกิ พร้อมอร่อยได้หลายสไตล์ :
• ย่าง : ย่างบนกระทะหรือเตาถ่าน ไฟกลาง กลิ้งไปมาให้ผิวตึง หอมฉ่ำ กรอบนอกนุ่มใน
• ทอด : ทอดด้วยไฟกลาง ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมันเพิ่ม ไขมันจากไส้กรอกจะออกมาเอง หอมแบบไม่ง้อซอส
• อบลมร้อน / อบเตาอบ : อุณหภูมิประมาณ 170–180°C ประมาณ 8–10 นาที เหมาะกับทำหลายชิ้นพร้อมกัน
• ต้ม / ลวก : ต้มในน้ำร้อน (ไม่เดือดจัด) 3–5 นาที แล้วนำไปย่างหรือทอดต่อ เพิ่มความฉ่ำแบบขั้นสุด
แนะนำ: เสิร์ฟคู่มัสตาร์ด ซอสมะเขือเทศ หรือซอสญี่ปุ่น จะยิ่งดึงรสชาติให้อร่อยขึ้นอีกระดับ
เมนูแนะนำ
• อาราบิกิย่างเนยเสียบไม้
• ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น + ไส้กรอกอาราบิกิ
• ไส้กรอกอาราบิกิผัดเนยกระเทียม
• สปาเก็ตตี้ผัดพริกแห้งอาราบิกิ
• สลัดไส้กรอกอาราบิกิย่าง
ชาที่ดื่มง่าย อร่อยลงตัว จนคนญี่ปุ่นยกให้เป็นชาชั้นเลิศ
ชาเขียวใบชนิดซอง เกียวคุโระ ของญี่ปุ่นทำไมต้อง "ยาบุกิตะ"
หากคุณเป็นผู้หลงใหลในชาเขียวญี่ปุ่นแท้ๆ "ยาบุกิตะ" คือ ราชินีแห่งชาเขียวของญี่ปุ่น เป็นระดับชาที่ปลูกด้วยเทคนิคการบังแสงแดดก่อนเก็บเกี่ยว ทำให้ใบชามีคลอโรฟิลล์สูง อูมามิที่เข้มข้น และความหวานนุ่มนวลที่โดดเด่น ผสานกับกลิ่นหอมละมุนฟุ้งที่เป็นเอกลักษณ์ ด้วยเทคโนโลยีถุงชาตาข่ายแบบใหม่ ทำให้คุณสามารถชงชาเขียวคุณภาพระดับญี่ปุ่นออกมาได้ง่ายๆในทุกแก้ว ไม่ว่าจะชงร้อนเพื่อความผ่อนคลาย หรือ ชงแบบเย็น (สกัดเย็น) เพื่อความสดชื่น เพียงเติมน้ำ ก็พร้อมเสิร์ฟ สะดวก พกพาง่าย ดื่มได้ทุกที่ ทุกเวลา เหมาะสำหรับดื่มคู่กับอาหาร ขนม หรือเครื่องดื่มอื่นๆได้ตามสไตล์คุณ
เคล็ดลับการชงแบบร้อน และ แบบเย็น(สกัดเย็น)
ชาเขียวญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องชงด้วยน้ำร้อนเสมอไป! ผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่นแนะนำให้ลองชงชาเขียวแบบ "น้ำสกัดเย็น" ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมาก การชงด้วยน้ำเย็นจะช่วยดึงรสอูมามิ และสารคาเทชิน ที่ให้รสหวานออกมาได้มาก ในขณะที่รสขมและคาเฟอีนจะละลายออกมาน้อยลง ทำให้ได้ชาที่มีรสชาติกลมกล่อม นุ่มนวล และสดชื่นเป็นพิเศษ
วิธีชงแบบร้อน :
1. ต้มน้ำให้เดือด แล้วรอให้น้ำเย็นลงเหลือประมาณ 70-80 องศาเซลเซียส (หากไม่มีเทอร์โมมิเตอร์ สามารถต้มน้ำเดือดแล้วทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที)
2. ใส่ถุงชา 1 ซอง ลงในแก้วหรือถ้วยชา
3. ค่อย ๆ รินน้ำร้อน ประมาณ 150-200 มิลลิลิตร ลงไป
4. แช่ถุงชาทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที (ไม่ควรแช่นานเกินไป เพราะจะทำให้ชามีรสขมฝาด)
5. นำถุงชาออก (อาจจะบีบเบา ๆ ก่อนนำออก) และพร้อมดื่ม
วิธีชงแบบน้ำ(สกัดเย็น) :
1. ใส่ถุงชา 1-2 ซอง ลงในขวดหรือภาชนะที่มีฝาปิดสนิท
2. เติมน้ำเย็นอุณหภูมิห้อง หรือ น้ำเย็นจัด ปริมาณประมาณ 300-500 มิลลิลิตร
3. ปิดฝาแล้วนำไปแช่ในตู้เย็น
4. รอเวลาทิ้งไว้ให้สกัดเย็นเป็นเวลา 3-6 ชั่วโมง หรืออาจจะแช่ข้ามคืน 8-12 ชั่วโมง เพื่อให้ได้รสชาติเข้มข้นยิ่งขึ้น
(หากแช่นานเกิน 12 ชั่วโมง อาจเริ่มมีรสฝาดออกมาบ้าง)
5. เมื่อได้ความเข้มข้นที่ต้องการแล้ว ให้นำถุงชาออก พร้อมดื่มได้ทันที
ข้อดีของการสกัดเย็น:
รสชาติ : รสชาตินุ่มนวล หวาน อูมามิเด่นชัด และมีรสขมฝาดน้อยมาก
คาเฟอีน : ระดับคาเฟอีนจะต่ำกว่าการชงแบบร้อน
ปลดล็อกเคล็ดลับผิวสวยและสุขภาพดีจากภายใน ด้วยพลัง "สีส้ม" จากคาโกเมะ
ในยุคที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบ การจะหาเวลามานั่งทานผักให้ครบตามสัดส่วนที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย หลายคนลงเอยด้วยการทานฟาสต์ฟู้ดหรืออาหารจานด่วนที่ขาดวิตามิน ส่งผลให้ร่างกายอ่อนล้า ผิวพรรณไม่สดใส และระบบขับถ่ายติดขัด นี่คือเหตุผลที่คาโกเมะ แบรนด์น้ำผักผลไม้อันดับ 1 จากญี่ปุ่น คิดค้นสูตรน้ำผักผลไม้รวมผสมน้ำแครอทและส้ม ขึ้นมาเพื่อเป็นทางลัดสู่สุขภาพดีที่ "ดื่มง่าย" กว่าที่คุณเคยสัมผัส หัวใจสำคัญของขวดนี้คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่าง ผักและผลไม้ โดยมี "แครอท" เป็นพระเอกหลัก หลายคนอาจจะกังวลเรื่องกลิ่นเหม็นเขียวของผัก แต่ Kagome ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงจากญี่ปุ่นที่สามารถดึงเอาความหวานตามธรรมชาติของแครอทออกมา และตัดรสด้วยความเปรี้ยวสดชื่นจาก "ส้ม" ทำให้น้ำผักขวดนี้มีรสชาติที่กลมกล่อม หอมสดชื่น ดื่มแล้วรู้สึกรีเฟรชทันที โดยไม่ต้องเติมน้ำตาลทรายแม้แต่กรัมเดียว! คาโกเมะไม่ใช่แค่เครื่องดื่มทั่วไป แต่คือสัญลักษณ์ของความใส่ใจในแบบฉบับญี่ปุ่น ทุกหยดในขวดขนาด 720 มล. นี้ ผ่านกระบวนการคัดสรรวัตถุดิบอย่างเข้มงวด ไม่มีการใส่วัตถุกันเสีย ไม่แต่งกลิ่นสังเคราะห์ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณและครอบครัวจะได้ดื่มด่ำกับรสชาติของธรรมชาติแท้ๆ 100% เหมือนมีฟาร์มญี่ปุ่นมาเสิร์ฟถึงบ้าน
คุณสมบัติเด่น
• น้ำผักผลไม้ 100% จากแครอทและส้ม
• อุดมด้วยวิตามิน A และ C
• มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant)
• ไม่เติมสี ไม่ใช้วัตถุกันเสีย
• แบรนด์ KAGOME ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำผักผลไม้จากญี่ปุ่น
ประโยชน์
• ช่วยบำรุงสายตาและผิวพรรณ (วิตามิน A จากแครอท)
• เสริมภูมิคุ้มกัน (วิตามิน C จากส้ม)
• ช่วยลดความเครียดของเซลล์จากอนุมูลอิสระ
• เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพแบบง่ายๆ ทุกวัน
เหนื่อยล้ามาทั้งวัน หรือเริ่มเช้าวันใหม่แบบอึนๆ ให้ Kagome ขวดนี้ช่วยดึงความสดใสกลับมา! การันตีคุณภาพส่งตรงจากญี่ปุ่น ดื่มง่าย ไม่เหม็นเขียว ใครที่ไม่ชอบกินผักต้องลอง แล้วคุณจะลืมภาพจำแบบเดิมๆ ไปเลย!
เหนื่อยล้าจากงานมาทั้งวัน หรือกำลังมองหาเครื่องดื่มดับกระหายที่ไม่ใช่แค่ให้ความหวานเพียงอย่างเดียวอยู่ใช่ไหม? ลองนี่เลย! น้ำผักผลไม้รวม 100% ยอดขายอันดับ 1 จากญี่ปุ่น ที่จะมาเปลี่ยนนิยามการดื่มน้ำผักของคุณไปตลอดกาล ด้วยการผสานคุณค่าจาก ผัก 70% และผลไม้ 30% เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ให้คุณสัมผัสความหวานละมุนจากแอปเปิ้ลและความสดชื่นจากแครอทในขวดเดียว รสชาติกลมกล่อม ดื่มง่าย ไม่เหม็นเขียว และที่สำคัญคือได้ความหวานแท้จากธรรมชาติ 100% โดยไม่ต้องพึ่งน้ำตาลทราย ดื่มแล้วสดชื่นได้ทั้งครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นเด็กๆ ที่ไม่ชอบกินผัก หรือผู้ใหญ่ที่รักสุขภาพ การดื่ม Kagome เพียงขวดเดียว เหมือนคุณได้ทานผักและผลไม้หลากหลายชนิดในวันเดียว โดยไม่ต้องเสียเวลาหั่น ไม่ต้องเสียเวลาล้าง ตอบโจทย์ชีวิตที่เร่งรีบแต่ยังอยากดูแลตัวเอง ให้คาโกเมะเป็นตัวช่วยเติมความสดใสและสุขภาพที่ดีให้คุณในทุกๆวันนะคะ
คุณสมบัติเด่น
• สูตรใหม่ อัปเกรดคุณภาพ: ผสมผสานอย่างลงตัวด้วยผัก 70% และผลไม้ 30%
• น้ำตลน้อยลง แต่รสชาติยังดีเยี่ยม: ลดปริมาณน้ำตาลลง แต่ยังคงรสสัมผัสที่หอมหวานของผลไม้ไว้เต็มคำ
• รวมคุณประโยชน์จากธรรมชาติ: มีส่วนผสมของผักและผลไม้รวมกันมากกว่า 20 ชนิด
• ใส่ใจสุขภาพ: ไม่เติมสารกันเสีย, ไม่เจือสีสังเคราะห์, ไม่ใส่น้ำตาล และไม่เติมเกลือ
• วิตามินซีครบจบในขวดเดียว: ให้ปริมาณวิตามินซีเพียงพอที่ร่างกายต้องการต่อวันใน 1 หน่วยบริโภค
ประโยชน์
• ช่วยเสริมการบริโภคผักผลไม้ในแต่ละวัน
• มีใยอาหารจากธรรมชาติ
• วิตามินจากผักและผลไม้ ช่วยดูแลร่างกายโดยรวม
• เหมาะกับคนทำงาน คนไม่ค่อยทานผัก เด็กโต และผู้ใหญ่
"ยกระดับความสดชื่นอย่างเหนือระดับด้วยคาโกเมะสุนทรียภาพแห่งน้ำผักผลไม้ 100% จากญี่ปุ่น ที่ผสานคุณค่าและรสชาติอันละมุนละไมไว้ในหนึ่งเดียว"
หากพูดถึงหัวใจสำคัญของการทำเบเกอรี่ให้ออกมาสมบูรณ์แบบ "แป้ง" คือรากฐานที่มองข้ามไม่ได้เลย และถ้าคุณเป็นสายทำขนม คงไม่มีใครไม่รู้จักแบรนด์ นิปปุ่น (Nippn) แป้งคุณภาพที่โรงเรียนสอนทำอาหารและเบเกอรี่ชั้นนำเลือกใช้ โดยเฉพาะ แป้งสาลีตราอีเกิ้ล (Eagle Wheat Flour) ที่ครองใจทั้งเชฟมืออาชีพและคนที่รักการทำอาหารมาอย่างยาวนาน ด้วยมาตรฐานจากบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านแป้งสาลีที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น
ความพิเศษของแป้งอีเกิ้ลคือการเป็นแป้งขนมปังคุณภาพสูง (Strong Flour) ที่มีค่าโปรตีน 12% และค่าเถ้า (Ash) เพียง 0.38% ซึ่งถือว่าน้อยมาก ส่งผลให้เนื้อแป้งขาวสะอาด ละเอียด และเนียนกว่าแป้งจากฝั่งยุโรปอย่างเห็นได้ชัด ด้วยเทคโนโลยีการโม่ที่ทันสมัย ทำให้แป้งมีความละเอียดสูงและดูดซึมน้ำได้ดีเยี่ยม ขนมที่ได้จึงมีเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม ละเอียด และมีความฟูเบาตามสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ โดยไม่ต้องพึ่งสารฟอกขาว ทำให้มั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัยและเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ใส่ใจในรายละเอียดของวัตถุดิบ
ด้วยคุณสมบัติที่ยืดหยุ่นและให้โครงสร้างที่สวยงาม แป้งตรานกอินทรีตัวนี้จึงเหมาะมากสำหรับเมนูที่ต้องการความเหนียวนุ่มเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น
• โชกุปัง (Shokupan): ขนมปังแผ่นสไตล์ญี่ปุ่นที่เน้นความนุ่มละเอียด
• ขนมปังต่างๆ: ที่ต้องการเนื้อสัมผัสสู้ฟันและนุ่มนาน
• พิซซ่า (Pizza): ช่วยให้ขอบแป้งกรอบนอกนุ่มใน
• ซาลาเปา และ แป้งเกี๊ยวซ่า (Gyoza Skin): ที่ต้องการความเนียนนุ่มและยืดหยุ่นดี
สำหรับใครที่อยากได้ผลลัพธ์แบบมือโปร มีเคล็ดลับง่ายๆ คือตอนตวงแป้ง แนะนำให้ใช้การตักลงในถ้วยตวงแล้วปาดหน้าให้เรียบแทนการใช้ถ้วยตักลงไปตรงๆ เพื่อไม่ให้แป้งอัดตัวแน่นเกินไป และอย่าลืมร่อนแป้งสัก 1-2 ครั้งก่อนผสม เพื่อให้อากาศแทรกซึม ช่วยให้ขนมฟูเบาขึ้นอีกระดับ ส่วนการเก็บรักษาก็แค่ปิดปากถุงให้สนิท เก็บในที่แห้งและเย็น เพื่อรักษาคุณภาพแป้งให้สดใหม่เสมอ
เปลี่ยนมื้อขนมธรรมดาที่บ้านให้กลายเป็นความพิเศษ ด้วยวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันนี้ จะช่วยส่งต่อความสุขผ่านรสสัมผัสที่นุ่มละมุนในแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ให้ทุกคนในครอบครัว
ทำไมต้อง "ผักสีม่วง" ความลับสุขภาพดีที่ดื่มได้จากคาโกเมะ
ในยุคที่ความเร่งรีบกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ประโยคที่ว่า "กินผักให้ครบ 5 สี" ดูจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากขึ้นทุกที โดยเฉพาะ "ผักสีม่วง" ที่ไม่ได้หาทานได้ง่ายๆ ในร้านอาหารตามสั่งทั่วไป หลายคนจึงละเลยการเติมสารอาหารกลุ่มนี้ไปอย่างน่าเสียดาย แต่วันนี้คาโกเมะ แบรนด์น้ำผักอันดับ 1 จากญี่ปุ่น ได้ย่อเอาคุณค่าของผักและผลไม้ถึง 26 ชนิด มาไว้ในขวดเดียวภายใต้คอนเซปต์น้ำผักผลไม้สีม่วงที่ดื่มง่ายจนคุณลืมไปเลยว่ากำลังกินผักอยู่!
พลังแห่งสีม่วง: มากกว่าแค่สีสัน แต่คือ "เกราะป้องกัน" ร่างกาย
สีม่วงเข้มที่เราเห็นในขวดนี้ ไม่ใช่สีสังเคราะห์ แต่เป็นสีธรรมชาติ 100% ที่มาจากกลุ่ม โพลีฟีนอล และ แอนโทไซยานิน สารสกัดล้ำค่าจากธรรมชาติที่มีอยู่ในแครอทม่วง, มันเทศม่วง, กะหล่ำปลีม่วง และเหล่าเบอร์รี่หลากชนิด สารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้มีหน้าที่สำคัญในการเป็น "เกราะป้องกัน" ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายจากการถูกทำลายนอกจากนี้ยังมี เบต้า-แคโรทีนจากแครอท ที่ทางคาโกเมะ เผยข้อมูลที่น่าทึ่งว่ามันมีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระ สูงกว่าวิตามินอีถึง 80 เท่า! ซึ่งส่งผลดีโดยตรงต่อการดูแลดวงตาและช่วยให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งสดใส
สูตรลับ 70:30 สมดุลที่ลงตัวระหว่าง "ประโยชน์" และ "รสชาติ"
หลายคนกลัวน้ำผักเพราะกลิ่นเหม็นเขียว แต่คาโกเมะ สูตรนี้ใช้อัตราส่วนทองคำคือ ผัก 70% และ ผลไม้ 30%
• ผัก 20 ชนิด: นำทัพโดยแครอท (สารพัดสี), กะหล่ำปลีม่วง, บร็อกโคลี, ผักโขม, และแม้แต่ผักที่หาทานยากอย่าง หน่อไม้ฝรั่ง หรือ เครส (Watercress)
• ผลไม้ 6 ชนิด: นำโดย องุ่นม่วง, แอปเปิ้ล, บลูเบอร์รี่, และเลมอน เพื่อช่วยตัดรสให้มีความเปรี้ยวหวานสดชื่น
คุณสมบัติเด่น
• สูตรใหม่ อัปเกรดความเฮลตี้: ผัก 70% + ผลไม้ 30%
• น้ำตาลน้อยลง แต่รสชาติยังคงความฟรุตตี้! (อร่อยสดชื่นเหมือนเดิม)
• รวมคุณประโยชน์จากผักและผลไม้รวมกว่า 20 ชนิด
• ไม่เติมสารกันเสีย ไม่แต่งสี ไม่เติมน้ำตาลและเกลือ
• มีโพลีฟีนอล ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
ประโยชน์
• รวมผักกว่า 30 ชนิด ในขวดเดียว
• มีใยอาหารจากธรรมชาติ
• วิตามินจากผักและผลไม้ ช่วยดูแลร่างกายโดยรวม
• อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
• เหมาะกับคนทำงาน คนไม่ค่อยทานผัก เด็กโต และผู้ใหญ่
เปลี่ยน "วันเพลียๆ" ให้เป็น "วันเฟรชๆ"
ไม่ว่าคุณจะเป็นมนุษย์ออฟฟิศที่จ้องหน้าจอนานจนตาล้า (ซึ่งวิตามินเอช่วยได้!), คนที่ชอบออกกำลังกายและต้องการการฟื้นฟูร่างกาย หรือแม้แต่คนที่ไม่ชอบทานผักสดขวดนี้คือคำตอบที่ตอบโจทย์ที่สุด
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Yumepirika ถือเป็นพันธุ์ข้าวระดับไฮเอนด์ที่ใช้สุดยอดเทคโนโลยีการเพาะสายพันธุ์ข้าวในฮอกไกโด
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ยูเมะพิริกะ (Yumepirika) จากแบรนด์ โฮคุเรน (Hokuren) เป็นข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์พรีเมียมที่ปลูกในจังหวัดฮอกไกโด ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอากาศหนาวเย็นและดินที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ข้าวมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ถือเป็นข้าวเกรดสูงที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น
ลักษณะเด่นของ Yumepirika
• เมล็ดอวบอ้วน และเงางาม - เมล็ดข้าวมีขนาดปานกลางถึงใหญ่ เมื่อหุงแล้วจะเงางามและมีความหนึบที่โดดเด่น
• เนื้อนุ่มแต่ไม่เละ - ข้าวมีความเหนียวและนุ่มในระดับที่พอดี ไม่ร่วนหรือแข็งเกินไป
• รสหวานธรรมชาติ - มีรสชาติอ่อนๆ และหวานธรรมชาติ แม้ทานเปล่าๆ ก็ยังอร่อย
• กลิ่นหอมพิเศษ - มีกลิ่นหอมที่แตกต่างจากข้าวพันธุ์อื่น
• ปลูกในอากาศหนาวเย็น - อุณหภูมิที่เย็นของฮอกไกโดช่วยให้ข้าวมีคุณภาพดีขึ้นและสามารถเก็บรักษาได้นาน
รางวัลและมาตรฐานคุณภาพ
• Yumepirika ได้รับการรับรองมาตรฐาน 特A (Toku A) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของข้าวญี่ปุ่น
• เป็นข้าวที่ได้รับความนิยมในร้านอาหารระดับพรีเมียมทั่วญี่ปุ่น
• ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลฮอกไกโดให้เป็นข้าวเกรดพรีเมียมของภูมิภาค
เมนูที่เหมาะกับ Yumepirika
เนื่องจาก Yumepirika เป็นข้าวที่มีความเหนียวนุ่มและมีรสหวานในตัว จึงเหมาะกับอาหารที่ต้องการข้าวคุณภาพสูง เช่น
• ข้าวสวย (Cooked Rice) - เมล็ดข้าวสวย เมื่อหุงสุกจะมีความเงาสวย เหมาะสำหรับทานแบบข้าวสวย
• ซูชิ (Sushi) - เมล็ดข้าวเหนียวกำลังดี จับตัวได้ง่าย ไม่แฉะเกินไป
• ข้าวปั้น (Onigiri) - รสชาติหวานธรรมชาติทำให้กินเปล่าๆ ก็อร่อย
• ข้าวญี่ปุ่นธรรมดา (Gohan) - เหมาะสำหรับทานคู่กับปลาย่างหรืออาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
• ข้าวหน้าอาหารทะเล (Kaisendon/Donburi) - ความหนึบของข้าวช่วยเสริมรสชาติของปลาดิบได้ดี
Yumepirika ถือเป็นข้าวที่ให้รสชาติที่ดีที่สุดของฮอกไกโด ถ้าคุณต้องการข้าวที่นุ่ม หอม และมีคุณภาพสูง Yumepirika คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
• ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
• ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
• กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
• ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำเวลาหุงข้าวจะนุ่มไม่กระด้าง
• หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อยๆ คนให้น้ำระเหย
วิธีการเก็บรักษา
• เก็บในที่แห้งและเย็น
• ระวังการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง เพราะข้าวจะแห้งแตกเนื่องจากการระเหยของน้ำในข้าว
• หลีกเลี่ยงการเก็บรักษาใกล้ ผงซักฟอก สเปรย์ปรับอากาศ เครื่องสำอาง และอาหารที่มีกลิ่นแรง เพราะข้าวจะดูดซับกลิ่น
ข้อควรระวัง
• คุณภาพของข้าวจะเปลี่ยนหากโดนความชื้น
• ห้ามวางไว้ใกล้เปลวไฟ เนื่องจากติดไฟง่าย
• ห้ามวางสินค้าอื่นซ้อนทับผลิตภัณฑ์
ปลดล็อกความลับสุขภาพดีจากญี่ปุ่น... ดื่มผัก 30 ชนิด ในขวดเดียว ทำไมถึงเป็นไปได?
ในยุคที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบ การจะรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ตามหลักโภชนาการกลายเป็นเรื่องที่ท้าทาย โดยเฉพาะ "การทานผัก" เชื่อไหมครับว่า กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของประเทศญี่ปุ่น (MHLW) ได้กำหนดมาตรฐานไว้ว่า คนเราควรบริโภคผักให้ได้วันละ 350 กรัม เพื่อร่างกายที่แข็งแรงและห่างไกลจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
แต่คำถามคือ... ในหนึ่งวันเราจะทานผักสดปริมาณเกือบครึ่งกิโลกรัมไหวจริงๆ หรือ?
คาโกเมะ : คำตอบของการทานผักที่ง่ายและอร่อยที่สุด
Kagome (คาโกเมะ) แบรนด์น้ำผักผลไม้อันดับ 1 จากประเทศญี่ปุ่น เข้าใจปัญหานี้เป็นอย่างดี จึงได้คิดค้นน้ำผักเข้มข้น 100% รุ่น "Vegetables For One Day" ที่รวบรวมคุณค่าของผักหลากสีไว้มากถึง 30 ชนิด สกัดลงในขวดเดียว เพื่อให้คุณได้รับสารอาหารเทียบเท่ากับปริมาณผัก 350 กรัม ตามมาตรฐานญี่ปุ่นเป๊ะๆ โดยไม่ต้องนั่งเคี้ยวผักเป็นชามโตอีกต่อไป
ผัก 30 ชนิด" มีอะไรบ้าง?
สิ่งที่ทำให้คาโกเมะโดดเด่นกว่าน้ำผักทั่วไปคือ "ความหลากหลาย" เพราะผักแต่ละสีให้คุณประโยชน์ที่ต่างกัน:
• กลุ่มผักสีเขียว: เช่น เคล, ปวยเล้ง, อาชิตะบะ, และกิ่งเกนไซ ช่วยในเรื่องของคลอโรฟิลล์และการดีท็อกซ์
• กลุ่มผักสีส้มและเหลือง: เช่น แครอท, ฟักทอง, และข้าวโพด อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนสูงมาก (วิตามินเอสูงถึง 190%) ช่วยบำรุงสายตาและผิวพรรณ
• กลุ่มผักสีม่วงและแดง: เช่น มะเขือเทศ, กะหล่ำปลีม่วง, บีทรูท, และมะเขือม่วง ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์
• สมุนไพรและผักพื้นบ้าน: เช่น ขิง, ขึ้นฉ่าย, และรากโกโบ ที่ช่วยปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร
คุณสมบัติเด่น
• รวมผักมากถึง 30 ชนิด ในขวดเดียว
• ใช้วัตถุดิบเทียบเท่าผักสด ประมาณ 350 กรัม
• ไม่เติมน้ำตาล สี หรือวัตถุกันเสีย
• ให้พลังงานต่ำ ดื่มได้ทุกวัน ไม่รู้สึกผิด
• รสชาติกลมกล่อม ดื่มง่าย แม้คนไม่ชอบกินผัก
ประโยชน์
• มีใยอาหารจากธรรมชาติ
• วิตามินจากผักและผลไม้ ช่วยดูแลร่างกายโดยรวม
• อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
• เหมาะกับคนทำงาน คนไม่ค่อยทานผัก เด็กโต และผู้ใหญ่
การดูแลตัวเองไม่จำเป็นต้องยากเสมอไป หากคุณเป็นคนที่ไม่ชอบทานผัก หรือเป็นคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังกลุ้มใจเรื่องลูกไม่ยอมทานผัก Kagome Vegetables For One Day คือ "ทางลัด" ที่ยอดเยี่ยมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้าที่เร่งรีบ หรือดื่มหลังออกกำลังกาย เพียงแค่เปิดขวด คุณก็ได้ส่งต่อสุขภาพดีๆ ให้ร่างกายได้ทันที
"เพราะสุขภาพที่ดี ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองในทุกวัน"
ราชาปูหิมะ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยระดับภัตตาคารถึงบ้านคุณ
"เปิดประสบการณ์รสชาติทะเลลึก! ปูหิมะต้มแช่แข็งนำเข้าจากญี่ปุ่น"
ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการได้ลิ้มรสชาติหวานละมุนของปูหิมะชั้นดีจากแหล่งน้ำบริสุทธิ์ของญี่ปุ่น ปูหิมะต้มแช่แข็งของเราคัดสรรมาจากแหล่งกำเนิดที่ดีที่สุด และผ่านกระบวนการต้มสุกทันทีด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสม ก่อนจะถูกแช่แข็งอย่างรวดเร็วเพื่อ "ล็อก" ความสดหวานและเนื้อสัมผัสที่แน่นเด้งไว้ครบถ้วน ทำให้เนื้อปูหิมะสีขาวอมชมพู รสหวานละมุนและกลิ่นหอมเฉพาะตัว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลิ้มรสซีฟู้ดญี่ปุ่นแท้ๆ โดยไม่ต้องเดินทางไกล เราเข้าใจดีว่าความสะดวกสบายคือสิ่งสำคัญปูหิมะนี้จึงถูกต้มมาให้แล้วอย่างสมบูรณ์แบบ คุณจึงไม่ต้องเสียเวลาเตรียมให้ยุ่งยาก เพียงแค่นำมาละลายน้ำแข็ง คุณก็จะได้สัมผัสกับรสชาติปูหิมะที่หวานฉ่ำเหมือนเพิ่งขึ้นมาจากทะเล! ไม่ว่าจะเป็นมื้อพิเศษสำหรับครอบครัว หรือการสร้างสรรค์เมนูอาหารญี่ปุ่นสุดหรู ปูหิมะของเราคือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ความพรีเมียมและความง่ายในการทำอาหาร เหมาะสมในการมอบประสบการณ์ความอร่อยที่เต็มอิ่มในทุกคำ
วิธีทาน/ วิธีเตรียมง่ายๆ สู่ความอร่อยในพริบตา:
การละลายน้ำแข็ง :
• นำปูหิมะออกจากช่องแช่แข็งและใส่ในภาชนะ
• แนะนำให้ย้ายลงมาละลายในตู้เย็นช่องธรรมดา (Chill) เป็นเวลา 12-24 ชั่วโมง เพื่อคงคุณภาพเนื้อได้ดีที่สุด
• วิธีเร่งด่วน: สามารถละลายโดยแช่ปูในถุงพลาสติกปิดสนิทลงในน้ำเย็น (ห้ามใช้น้ำอุ่น) ประมาณ 30-60 นาที
วิธีรับประทาน :
• ทานแบบเย็น (ซาชิมิ): เมื่อละลายแล้ว สามารถแกะเนื้อทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดหรือโชยุวาซาบิได้ทันที เพื่อสัมผัสความหวานฉ่ำของเนื้อปู
อุ่นร้อน (เพื่อความหอม):
• นึ่ง: นำไปนึ่งต่อประมาณ 5-7 นาที เพื่อให้ปูอุ่นและหอมกลิ่นทะเล
• ย่าง/อบ: ทาเนยกระเทียมเล็กน้อย แล้วนำไปย่างหรืออบในเตาอบประมาณ 5-10 นาที (ไฟอ่อน) จะได้ปูหิมะเนยกระเทียมรสเลิศ
แนะนำอาหาร
• ปูหิมะนึ่ง/ย่างเนยกระเทียม : ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน
• ซุปมิโซะปูหิมะ : เพิ่มความหอมหวานและเนื้อปูพรีเมียมในซุป
• ข้าวหน้าปูหิมะ : วางเนื้อปูบนข้าวซูชิหรือข้าวญี่ปุ่นสวยงาม โรยไข่ปลา
• สปาเก็ตตี้ซอสครีมปูหิมะ : ใช้เนื้อปูเพิ่มความหรูหราให้กับพาสต้าซอสครีม
เจลลี่ใสผสมเนื้อส้ม อร่อย สดชื่น
เจลลี่เนื้อเนียนใส ชุ่มฉ่ำ รสส้มมิคัง ผสมผสานความอร่อยของน้ำส้มและเนื้อส้มมิคังชิ้นใหญ่จุใจ รสชาติเปรี้ยวอมหวาน หอมกลิ่นผลไม้ สดชื่น ทานง่าย ทั้งอร่อยและได้ประโยชน์จากเนื้อผลไม้แบบเต็มๆ
ส้มมิคัง หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ส้มหวานญี่ปุ่น" เป็นผลไม้ยอดนิยมจากแดนอาทิตย์อุทัย ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติหวานฉ่ำ เนื้อสัมผัสชุ่มฉ่ำ ไร้เมล็ด ทานง่าย และอุดมไปด้วยสารอาหารและประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ดังนี้
1. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน: ส้มมิคังอุดมไปด้วยวิตามินซีสูง ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง
2. ต้านอนุมูลอิสระ: ส้มมิคังมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น เบต้าแคโรทีน ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ ป้องกันเซลล์ถูกทำลาย
3. ดีต่อระบบย่อยอาหาร: ส้มมิคังมีใยอาหารสูง ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี และช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล
4. บำรุงผิวพรรณ: วิตามินซีในส้มมิคังช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง ชุ่มชื้น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ชะลอริ้วรอย และช่วยให้ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์
5. บำรุงสายตา: ส้มมิคังมีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสายตา
6. บำรุงกระดูก: ส้มมิคังมีแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกพรุน
7. บำรุงระบบประสาท: ส้มมิคังมีวิตามินบีรวม ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง
8. ลดความดันโลหิต: โพแทสเซียมในส้มมิคังช่วยลดความดันโลหิต เหมาะสำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูง
9. ป้องกันนิ่วในไต: ใยอาหารในส้มมิคังช่วยชะล้างของเสียในไต ป้องกันการเกิดนิ่วในไต
10. เพิ่มพลังงาน: ส้มมิคังมีน้ำตาลธรรมชาติ ช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย คลายความอ่อนเพลีย
11. ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ: ส้มมิคังมีโพแทสเซียมสูง ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ
12. ป้องกันโรคโลหิตจาง: ส้มมิคังมีธาตุเหล็กสูง ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง
วิธีทานนัตโตะแบบง่ายๆ (สไตล์ญี่ปุ่น):
• เตรียม: นำนัตโตะออกจากตู้เย็น พักไว้ให้อุณหภูมิห้องสักครู่
• ใส่เครื่องปรุง: ฉีกซองซอสและมัสตาร์ดที่ให้มาในกล่อง ใส่ลงในนัตโตะ (ถ้าไม่ชอบกลิ่นแรงแนะนำต้องใส่ซอสเยอะ).
• คน: ใช้ตะเกียบหรือช้อนคนนัตโตะไปทางเดียวกัน 50-100 ครั้ง เพื่อให้เกิดใยเหนียวๆ และรสชาติอูมามิ.
• ทานคู่: ตักราดบนข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมปังปิ้งคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ท็อปปิ้งเสริมที่แนะนำ (สำหรับคนไทยเพิ่มความอร่อย):
• เพิ่มรสชาติ/ลดกลิ่น: ต้นหอมซอย, ไข่ดิบ/ไข่แดง, คัตสึโอะบุชิ, กิมจิ, วาซาบิ, ซอสพริกศรีราชา, มายองเนส
• ทานกับ: ข้าวญี่ปุ่น, ขนมปังปิ้ง, พาสต้า, เส้นอูด้ง, หรือแม้แต่กระเจี๊ยบเขียวลวก.
• เมนูประยุกต์: ลองคลุกกับข้าวหน้ากะเพรา, กินกับไข่ออนเซ็น
เปิดประสบการณ์รสชาติของข้าวญี่ปุ่นแท้ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชาแห่งข้าว" ของประเทศญี่ปุ่น ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ค่ะ
ข้าวชิ้นนี้คือ ข้าวโคชิฮิคาริ (Koshihikari) ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ยอดนิยมและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวที่มาจากจังหวัด นีงาตะ (Niigata) ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงด้านคุณภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จังหวัดนีงาตะได้รับพรจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปลูกข้าวชั้นดี เช่น ดินที่อุดมสมบูรณ์จากตะกอนแม่น้ำสำคัญอย่างแม่น้ำชินาโนะ (Shinano River) และแม่น้ำอะงาโนะ (Agano River) รวมถึงมีน้ำบริสุทธิ์จากหิมะที่ละลาย (Snowmelt Water) และที่สำคัญคือ ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน ที่สูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความหวานและรสชาติของข้าว
ข้าวโคชิฮิคาริสายพันธุ์นีงาตะมีจุดเด่นหลัก ๆ ที่ทำให้เป็นที่รักของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
ความเหนียวและหนึบ (Stickiness): มีสัมผัสที่ เหนียวหนึบ (Mochimochi) และยืดหยุ่นกำลังดี ไม่แข็งกระด้าง
ความหวานและอูมามิ (Sweetness & Umami): มีรสหวานตามธรรมชาติที่ชัดเจน และมีรส อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นในทุกเม็ด
กลิ่นหอมและเงางาม: เมื่อหุงสุกแล้วจะมี กลิ่นหอมที่ละมุน และเมล็ดข้าวจะมีความ เงางามเป็นประกาย น่ารับประทาน
ด้วยรสชาติที่โดดเด่นและสมดุล ทำให้ข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะอร่อยมากแม้ว่าจะทานเปล่า ๆ โดยไม่ต้องมีกับข้าวค่ะ นอกจากนี้ยังรักษาความอร่อยไว้ได้ดีแม้จะเย็นลง จึงเหมาะมากสำหรับทำข้าวปั้น โอนิกิริ (Onigiri) หรือใส่ในกล่องข้าวเบนโตะ (Bento)
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
ข้าวโคชิฮิคาริมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่สมดุล ทำให้เข้ากันได้ดีกับอาหารหลากหลายประเภทค่ะ:
ข้าวสวย (Plain White Rice): ทานเปล่า ๆ คู่กับเครื่องเคียงง่าย ๆ อย่างซุปมิโสะ (Miso Soup) และผักดอง (Tsukemono) เพื่อสัมผัสรสชาติแท้ ๆ ของข้าว
ซูชิ (Sushi) และโอนิกิริ (Onigiri): ด้วยความเหนียวหนึบ ทำให้ปั้นได้ง่ายและคงรูปได้ดีเมื่อเย็นลง
เมนูอาหารญี่ปุ่นทั่วไป: เหมาะสำหรับทานคู่กับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด เช่น ปลาย่าง, เทมปุระ (Tempura) หรือข้าวหน้าต่าง ๆ (Donburi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
เพื่อให้ได้ข้าวที่อร่อยที่สุด ควรทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
1. ซาวข้าว (Rinsing): ซาวข้าวอย่างเบามือเพื่อล้างฝุ่นออก เปลี่ยนน้ำประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำเริ่มใส
2. แช่น้ำ (Soaking): แช่ข้าวในน้ำสะอาดทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ในฤดูร้อน หรือ 60 นาที ในฤดูหนาว เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำอย่างเต็มที่
3. หุง (Cooking): หุงตามอัตราส่วนน้ำที่ระบุบนเครื่องหุงข้าว หรือใช้อัตราส่วนข้าว 1 ส่วนต่อน้ำประมาณ 1.1 - 1.2 ส่วน
4. พักข้าว (Steaming): เมื่อหุงเสร็จแล้ว ห้ามเปิดฝา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ไอน้ำระอุและข้าวสุกทั่วถึง ก่อนจะใช้ไม้พายคลุกเบา ๆ ก่อนตักเสิร์ฟค่ะ
ลองนำข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะไปหุงดูสิคะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมข้าวญี่ปุ่นแท้ ๆ ถึงมีเสน่ห์และเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น ที่คุณก็สามารถสร้างสรรค์ความอร่อยนี้ได้ที่บ้านค่ะ
สำหรับคนรักแซลมอนที่มองหาวัตถุดิบคุณภาพสูงสุด พร้อมความสะดวกในการทำอาหาร ปลาแซลมอนแอตแลนติก (Atlantic Salmon) จากแบรนด์ คุก (Cooke) คือตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด เพราะนี่คือปลาแซลมอนที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุดในโลก และผ่านการแล่ตัดแต่งอย่างพิถีพิถัน
คุณภาพจากแหล่งกำเนิด: ชิลี (Chile)
ปลาแซลมอนของ Cooke ได้รับการเลี้ยงในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์และเย็นจัดของประเทศ ชิลี โดยเฉพาะในเขตไอเซน (Aysén region) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ห่างไกลและมีสภาพแวดล้อมทางทะเลที่สมบูรณ์ การเลี้ยงในสภาพธรรมชาติที่ดีเยี่ยมนี้ ทำให้ปลาแซลมอนมีเนื้อที่นุ่ม สีส้มสดใส และมีรสชาติที่สะอาด พร้อมไขมัน (Omega-3) ที่สมดุลตามธรรมชาติ
แบรนด์ Cooke ยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืน และมีการใช้มาตรฐานการเพาะเลี้ยงอย่างเข้มงวด เพื่อส่งมอบอาหารทะเลคุณภาพสูงสู่ผู้บริโภคทั่วโลก
การแล่ Trim-C เพื่อความสมบูรณ์แบบ
Trim-C คือมาตรฐานการแล่ปลาแซลมอนที่การันตีว่าเนื้อปลาของคุณถูกตัดแต่งอย่างพิถีพิถันสูงสุด
ความสะอาดสูงสุด: เนื้อปลาถูกนำก้างใหญ่ออกทั้งหมด รวมถึงก้างบริเวณท้อง (Belly Bone) และก้างซี่โครง (Pin Bone)
พร้อมใช้งานทันที: ทำให้คุณสามารถนำเนื้อปลาไปหั่นเป็นชิ้นสำหรับทำซาชิมิ ซูชิ หรือนำไปปรุงอาหารได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาเลาะก้างหรือตัดแต่งไขมันส่วนเกินเอง
เมนูอร่อยที่แนะนำ
ด้วยคุณภาพของปลาแซลมอนแอตแลนติกจากชิลี และการตัดแต่งแบบ Trim-C ที่สะอาด ทำให้เนื้อปลาชนิดนี้เหมาะสำหรับทุกเมนู:
ซาชิมิ/ซูชิ: เนื้อปลานุ่ม สีสวย สามารถนำไปหั่นเป็นชิ้นเพื่อสัมผัสความสดใหม่แบบเต็มคำ
สเต็กปลาแซลมอน: นำไปย่างหรือจี่บนกระทะเพื่อดึงรสชาติไขมันธรรมชาติออกมาให้หอมกรุ่น
อบ/เบค: อบพร้อมเครื่องเทศหรือสมุนไพร เพื่อมื้ออาหารที่ทั้งอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ
ไม่ว่าคุณจะทำอาหารในบ้านหรือต้องการวัตถุดิบคุณภาพเพื่อเสิร์ฟในร้านอาหาร ปลาแซลมอนแอตแลนติก Trim-C จาก Cooke คือทางเลือกที่จะช่วยยกระดับทุกเมนูของคุณให้เป็นมื้อพิเศษได้ง่ายดาย
วิธีละลายสินค้าแช่แข็ง
❄️ ละลายในตู้เย็น (แนะนำที่สุด)
- วางสินค้าไว้ในช่องธรรมดาของตู้เย็นประมาณ 6-12 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับขนาด)
- วิธีนี้ช่วยรักษาคุณภาพและความสดของสินค้าได้ดีที่สุด
❄️ ละลายในน้ำเย็น (สำหรับการเร่งเวลา)
- นำสินค้าทั้งถุงแช่ในน้ำเย็น
- เปลี่ยนน้ำใหม่ทุก 30 นาที จนกว่าสินค้าจะคลายตัว
❄️ ละลายในอุณหภูมิห้อง (เฉพาะบางประเภท)
- วางสินค้าไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 40 นาที
สำหรับคนรักแซลมอนที่มองหาวัตถุดิบคุณภาพสูงสุด พร้อมความสะดวกในการทำอาหาร ปลาแซลมอนแอตแลนติก (Atlantic Salmon) จากแบรนด์ คุก (Cooke) คือตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด เพราะนี่คือปลาแซลมอนที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุดในโลก และผ่านการแล่ตัดแต่งอย่างพิถีพิถัน
คุณภาพจากแหล่งกำเนิด: ชิลี (Chile)
ปลาแซลมอนของ Cooke ได้รับการเลี้ยงในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์และเย็นจัดของประเทศ ชิลี โดยเฉพาะในเขตไอเซน (Aysén region) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ห่างไกลและมีสภาพแวดล้อมทางทะเลที่สมบูรณ์ การเลี้ยงในสภาพธรรมชาติที่ดีเยี่ยมนี้ ทำให้ปลาแซลมอนมีเนื้อที่นุ่ม สีส้มสดใส และมีรสชาติที่สะอาด พร้อมไขมัน (Omega-3) ที่สมดุลตามธรรมชาติ
แบรนด์ Cooke ยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืน และมีการใช้มาตรฐานการเพาะเลี้ยงอย่างเข้มงวด เพื่อส่งมอบอาหารทะเลคุณภาพสูงสู่ผู้บริโภคทั่วโลก
การแล่ Trim-C เพื่อความสมบูรณ์แบบ
Trim-C คือมาตรฐานการแล่ปลาแซลมอนที่การันตีว่าเนื้อปลาของคุณถูกตัดแต่งอย่างพิถีพิถันสูงสุด
ความสะอาดสูงสุด: เนื้อปลาถูกนำก้างใหญ่ออกทั้งหมด รวมถึงก้างบริเวณท้อง (Belly Bone) และก้างซี่โครง (Pin Bone)
พร้อมใช้งานทันที: ทำให้คุณสามารถนำเนื้อปลาไปหั่นเป็นชิ้นสำหรับทำซาชิมิ ซูชิ หรือนำไปปรุงอาหารได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาเลาะก้างหรือตัดแต่งไขมันส่วนเกินเอง
เมนูอร่อยที่แนะนำ
ด้วยคุณภาพของปลาแซลมอนแอตแลนติกจากชิลี และการตัดแต่งแบบ Trim-C ที่สะอาด ทำให้เนื้อปลาชนิดนี้เหมาะสำหรับทุกเมนู:
ซาชิมิ/ซูชิ: เนื้อปลานุ่ม สีสวย สามารถนำไปหั่นเป็นชิ้นเพื่อสัมผัสความสดใหม่แบบเต็มคำ
สเต็กปลาแซลมอน: นำไปย่างหรือจี่บนกระทะเพื่อดึงรสชาติไขมันธรรมชาติออกมาให้หอมกรุ่น
อบ/เบค: อบพร้อมเครื่องเทศหรือสมุนไพร เพื่อมื้ออาหารที่ทั้งอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ
ไม่ว่าคุณจะทำอาหารในบ้านหรือต้องการวัตถุดิบคุณภาพเพื่อเสิร์ฟในร้านอาหาร ปลาแซลมอนแอตแลนติก Trim-C จาก Cooke คือทางเลือกที่จะช่วยยกระดับทุกเมนูของคุณให้เป็นมื้อพิเศษได้ง่ายดาย
วิธีละลายสินค้าแช่แข็ง
❄️ ละลายในตู้เย็น (แนะนำที่สุด)
- วางสินค้าไว้ในช่องธรรมดาของตู้เย็นประมาณ 6-12 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับขนาด)
- วิธีนี้ช่วยรักษาคุณภาพและความสดของสินค้าได้ดีที่สุด
❄️ ละลายในน้ำเย็น (สำหรับการเร่งเวลา)
- นำสินค้าทั้งถุงแช่ในน้ำเย็น
- เปลี่ยนน้ำใหม่ทุก 30 นาที จนกว่าสินค้าจะคลายตัว
❄️ ละลายในอุณหภูมิห้อง (เฉพาะบางประเภท)
- วางสินค้าไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 40 นาที
ทำไมต้องถั่วหมัก "ทสึยุดาคุ นัตโตะ"ต้นตำรับความอร่อยจากคุมาโมโตะที่อยากให้คุณได้ลอง!!!
คำว่า "ทสึยุดาคุ" ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึง "ซอสชุ่มฉ่ำ" ซึ่งเป็นจุดเด่นที่สุดของสินค้าตัวนี้ ต่างจากนัตโตะทั่วไปที่มีซอสเพียงเล็กน้อย แต่มารุคินจัดเต็มด้วยซอสปรุงรสรสคาชิปริมาณถึง 12 กรัมต่อหนึ่งถ้วย เพื่อมอบสัมผัสที่นุ่มละมุน ลื่นคอ และรสชาติที่กลมกล่อมมากกว่าเดิม หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รักสุขภาพและหลงรักในเสน่ห์ของอาหารญี่ปุ่น ถั่วเหลืองหมัก คือหนึ่งในสุดยอดอาหาร (Superfood) ที่ชาวญี่ปุ่นรับประทานกันมาอย่างยาวนาน แต่สำหรับใครที่ยังกังวลเรื่องกลิ่นหรือรสสัมผัสที่ทานยาก ขอแนะนำ "ทสึยุดาคุ นัตโตะ" ตรามารุคิน ฟู้ดส์ นัตโตะที่จะมาเปลี่ยนความคิดเดิมๆ ของคุณให้กลายเป็นความประทับใจ
ความพิถีพิถันจากวัตถุดิบทางธรรมชาติ
หัวใจสำคัญที่ทำให้รสชาติของนัตโตะกล่องนี้โดดเด่น คือส่วนประกอบของซอสปรุงรสที่มีความซับซ้อนและลุ่มลึก:
• สารสกัดจากทะเลและขุนเขา: ผสมผสานน้ำซุปจากปลาบินย่าง (Yaki-Ago), ปลาโบนิโตะ, สาหร่ายคอมบุ, หอยเชลล์ และเห็ดชิทาเกะ
• ถั่วเหลืองพรีเมียม: เลือกใช้ถั่วเหลืองคุณภาพที่ผ่านการจัดการควบคุมกระบวนการผลิตอย่างดี (IP Handling) หมักจนได้เส้นใยที่ยืดและนัวที่สุด
คุณค่าทางโภชนาการที่มากกว่าแค่ความอร่อย
ในทุกๆ คำที่คุณทาน คือการเติมสารอาหารที่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกาย:
• โปรตีนสูง: ใน 1 ถ้วย (52 กรัม) ให้โปรตีนสูงถึง 7.2 กรัม แต่ให้พลังงานเพียง 83 กิโลแคลอรีเท่านั้น
• เอนไซม์นัตโตะไคเนส (Nattokinase): ช่วยในเรื่องการไหลเวียนโลหิตและสุขภาพของหัวใจ
• โปรไบโอติกส์: ช่วยปรับสมดุลระบบขับถ่ายให้ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม
วิธีทานนัตโตะแบบง่ายๆ (สไตล์ญี่ปุ่น):
• เตรียม: นำนัตโตะออกจากตู้เย็น พักไว้ให้อุณหภูมิห้องสักครู่
• ใส่เครื่องปรุง: ฉีกซองซอสและมัสตาร์ดที่ให้มาในกล่อง ใส่ลงในนัตโตะ (ถ้าไม่ชอบกลิ่นแรงแนะนำต้องใส่ซอสเยอะ).
• คน: ใช้ตะเกียบหรือช้อนคนนัตโตะไปทางเดียวกัน 50-100 ครั้ง เพื่อให้เกิดใยเหนียวๆ และรสชาติอูมามิ.
• ทานคู่: ตักราดบนข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมปังปิ้งคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ท็อปปิ้งเสริมที่แนะนำ (สำหรับคนไทยเพิ่มความอร่อย):
• เพิ่มรสชาติ/ลดกลิ่น: ต้นหอมซอย, ไข่ดิบ/ไข่แดง, คัตสึโอะบุชิ, กิมจิ, วาซาบิ, ซอสพริกศรีราชา, มายองเนส
• ทานกับ: ข้าวญี่ปุ่น, ขนมปังปิ้ง, พาสต้า, เส้นอูด้ง, หรือแม้แต่กระเจี๊ยบเขียวลวก.
• เมนูประยุกต์: ลองคลุกกับข้าวหน้ากะเพรา, กินกับไข่ออนเซ็น
คุกกี้ที่เป็นความภาคภูมิใจของชาวโยโกฮามะ
Yokohama Romantic Sketch คือคุกกี้ที่ชาวโบโกฮามะภูมิใจ คุกกี้เนื้อกรอบหอมกลิ่นเนบ สอดไส้ด้วยครีมวนิลาหอมๆ รสชาติคล้ายคัสตาร์ดหวานนิดๆ แบบสดชื่นไม่หวานเลี่ยน พิมพ์ลายเมืองและวัฒนธรรมต่างๆ ประมาณ 19 สถานที่ ที่ชาวโยโกฮามะต่างภาคภูมิใจ เป็นคุกกี้ที่สวยเมื่อมอง อร่อยเมื่อทาน รับประกันว่าต้องติดใจแน่นอนค่ะ
สัมผัสความอร่อยระดับพรีเมียม ที่ชาวญี่ปุ่นหลงรัก
“อิคุระ” คือไข่ปลาแซลมอน เป็นวัตถุดิบระดับพรีเมียมที่ชาวญี่ปุ่นนิยมใช้ในอาหารมานานหลายศตวรรษ ด้วยเม็ดไข่สีส้มใสที่ระยิบระยับเหมือนอัญมณี และรสชาติกลมกล่อมเค็มนุ่มติดหวานละมุนในแบบทะเลเหนือแท้ ๆ ไข่ปลาแซลมอนถูกหมักด้วยโชยุสูตรเฉพาะ ทำให้รสชาติเข้มข้นขึ้นอีกระดับ ทั้งหอม ทั้งนัว ลักษณะเม็ดโตใส เนื้อสัมผัสเด้งดึ๋ง แตกโพละในปาก พร้อมรสชาติอูมามิจากโชยุชั้นดี แค่โรยบนข้าวสวยร้อนๆ ก็เปลี่ยนมื้ออาหารธรรมดาให้เป็นเมนูระดับภัตตาคารได้ทันที เหมาะกับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด ตั้งแต่ด้ง ซูชิ ไปจนถึงเมนูสไตล์ฟิวชัน ไข่ปลาแซลมอนกล่องนี้ ยังเหมาะกับคนรักอาหารญี่ปุ่นที่อยากสนุกกับการทำอาหารเองที่บ้าน แค่เปิดกล่อง ก็พร้อมเสิร์ฟความพรีเมียมในไม่กี่วินาที และยังเต็มไปด้วยโอเมก้า-3 ช่วยบำรุงสมองและหัวใจอีกด้วย ถ้าคุณกำลังมองหาวัตถุดิบระดับร้านอาหาร บอกเลยว่า “อิคุระ” คือคำตอบที่ใช่ อร่อย ทานง่าย พรีเมียม ทานได้ทุกโอกาส
ไข่ปลาแซลมอนหมักโชยุคืออะไร?
• คือไข่ของปลาแซลมอน (Salmon Roe) ที่ผ่านกระบวนการทำความสะอาดและนำไป หมักในน้ำซอสโชยุปรุงรสสูตรพิเศษ ของญี่ปุ่น ทำให้ไข่ปลามีรสเค็มกลมกล่อมและอูมามิ (รสชาติอร่อยล้ำลึก) โดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม
• ทำไมต้องหมักโชยุ : การหมักโชยุเป็นการถนอมอาหารและเพิ่มรสชาติแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น ทำให้ได้รสชาติที่ลงตัวที่สุด พร้อมรับประทานได้เลยทันทีที่ละลายน้ำแข็ง
• Ikura ต่างจาก Mentaiko อย่างไร : Ikura คือไข่ปลาแซลมอนเม็ดใหญ่ สีส้มแดงใส รสชาติเค็มกลมกล่อม แตกโพละในปาก ส่วน Mentaiko (เมนไทโกะ) คือไข่ปลาค็อดหรือปลา Pollock ที่มีขนาดเล็กกว่าและมักมีรสเผ็ด
การละลายน้ำแข็ง (สำคัญมาก!)
• วิธีที่ดีที่สุด: ย้ายอิกุระจากช่องแช่แข็งไปไว้ใน ช่องแช่เย็น (ตู้เย็นธรรมดา) ทิ้งไว้ข้ามคืน (ประมาณ 8-12 ชั่วโมง) เพื่อให้ละลายช้าๆ การละลายแบบนี้จะรักษาคุณภาพและเนื้อสัมผัสของไข่ปลาได้ดีที่สุด
• สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง: ห้ามแช่น้ำร้อน หรือวางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง เพราะจะทำให้ไข่ปลาเสียเนื้อสัมผัสและความสด
วิธีรับประทาน (ง่ายและอร่อย)
• เริ่มต้นง่ายๆ: Ikura Don (ข้าวหน้าอิกุระ) ตักไข่ปลาแซลมอนโรยบนข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ ที่ปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชูข้าวเล็กน้อย
• เพิ่มความพรีเมียม: ใช้เป็นท็อปปิ้งบนซูชิ (เช่น Gunkan Maki), แซลมอนซาชิมิ, หรือใช้ผสมกับสลัดญี่ปุ่น
สเต็กซอสผสมเห็ดทรัฟเฟิล จากเบลฟู้ด
ซอสรสชาติกลมกล่อม สูตรครีมมี่ทานง่าย และหอมกลิ่นทรัฟเฟิ้ล สำหรับใครที่ชื่นชอบกลิ่นหอมของทรัฟเฟิ้ล ขวดนี้น่าจะถูกใจไม่น้อยเลยค่ะ ใช้ทานคู่กับสเต็ก หรือจะใช้เป็นน้ำจิ้มทานกับเมนูแสนอร่อยอื่นๆก็ได้ อร่อยง่ายๆสไตล์ญี่ปุ่นจากเบลฟู้ด
เพิ่มรสชาติให้ชาบูของคุณด้วยซอสมิโซะผสมงา ยิ่งจิ้ม ยิ่งอร่อย
ซอสมิโซะผสมงา จากแบรนด์ Bellfoods นำเข้าจากญี่ปุ่นขวดนี้ เป็นซอสชาบูชาบูที่ผสมผสานรสชาติอูมามิอันเข้มข้นของมิโซะและกลิ่นหอมของงาได้เป็นอย่างดี เพียงแค่จุ่มเนื้อหรือผักที่สไลซ์บางๆ ในน้ำซุปร้อนๆ แล้วนำมาจิ้มกับซอสนี้ คุณก็พร้อมอร่อยกับชาบูมื้อโปรดได้เลย นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นน้ำสลัด น้ำจิ้มสำหรับเมนูทอด หมักเนื้อสัตว์ หรือปรุงรสในเมนูผัดต่างๆ ก็ได้เช่นกันค่ะ
สาหร่ายวากาเมะสดแบบแช่แข็งพร้อมนำไปปรุงอาหาร
สาหร่ายชนิดนี้เป็นที่นิยมในการทำอาหารเอเชียโดยเฉพาะในอาหารญี่ปุ่น วากาเมะมีลักษณะกรอบนุ่มและมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ
สาหร่ายวากาเมะยังอุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย อาทิเช่น โปรตีน ไอโอดีน และใยอาหารที่สูง ในขณะที่ให้พลังงานต่ำ จึงเป็นที่นิยมให้หมู่คนรักสุขภาพ
เหมาะสำหรับนำไปต้นเป็นน้ำซุป, ใส่ในซุปมิโสะ, ทำสลัด, ใช้เป็นเครื่องเคียงในเมนูอื่นๆ
ขั้นตอนในการเตรียมรับประทานใช้
• นำผลิตภัณฑ์ออกจากตู้แช่งแข็ง ทิ้งไว้ให้ละลาย
• แนะนำให้ละลายแค่ปริมานตามที่ต้องการใช้ในครั้งเดียว และเก็บส่วนที่เหลือในตู้แช่แข็งเพื่อรักษาความสดให้คงอยู่
• ไม่แนะนำให้ละลายทั้งถุง แล้วนำกลับมาเก็บไว้ในตู้แช่แข็ง เนื่องจากจะทำให้คุณภาพลดลง
เครื่องปรุงรสเผ็ดยอดนิยมจากญี่ปุ่น
หากเข้าร้านอาหารญี่ปุ่นประเภทราเมน หรือร้านที่มีอาหารประเภทเกี๊ยวซ่า ร้านอาหารจีนสไตล์ญี่ปุ่น บนโต๊ะจะต้องมีขวดน้ำมันรายุอยู่อย่างแน่นอน น้ำมันงาบริสุทธิ์แบบ 100% ผสมกับพริก และเครื่องเทศ ช่วยชูรสชาติให้อาหารมีความหอม มีรสเผ็ดนิดๆ ช่วยกระตุ้นให้ทำให้อยากอาหารมากยิ่งขึ้น บรรจุมาในขวดแก้ว เทง่าย ไม่เลอะค่ะ
ถ้าจะทำสุกี้ยากี้สไตล์ญี่ปุ่น หรือชาบูน้ำดำ ห้ามพลาดขวดนี้!!
ซอสสุกี้ยากี้ญี่ปุ่นขวดนี้ผลิตจากการผสมผสานระหว่างซอสถั่วเหลือง มิริน สาเกและเครื่องปรุงรสอื่นๆ ทำให้ได้รสชาติเค็ม หอม เหมาะกับการลงกระทะผัดเนื้อสัตว์ และการทำสุกี้ยากี้สไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม ซอสขวดนี้ไม่ต้องเจือจาง คุณสามารถใช้งานได้ทันที มาเพลินเพลินกับสุกี้ยากี้ตามต้นฉบับญี่ปุ่นกันเถอะ!!
พลาดไม่ได้เลยจริงๆสำหรับชีสเลิฟเวอร์กับซอสสเต๊กสูตรนี้ จากเบลฟู้ด
อร่อยกับสเต็กซอสรสชีส จากเบลฟู้ด ที่จะให้คุณได้ลิ้มรสความนัวจากชีส ที่เข้ากันได้ดีสุดๆกับสเต็กจานโปรดของคุณ ไม่ว่าจะใช้เป็นซอสทานกับเฟรนช์ฟรายส์ หรือเมนูทอดอื่นๆก็ยังได้ แค่นึกถึงความหอมและความหนุบหนับของชีสแสนอร่อย ก็ชวนให้ท้องร้องแล้ว~
พริกญี่ปุ่นบดละเอียด จากเฮาส์ฟู้ด
ชีสสติ๊กยืดๆ อร่อยเพลินเกินต้าน
มอสซาเรลลาชีสคุณภาพดีนำมาคลุกเกล็ดขนมปังกรุบกรอบ เพียงทอดไม่กี่นาทีก็พร้อมเสิร์ฟ ให้คุณได้ฟินกับความกรอบอร่อยพร้อมชีสยืดๆ เยิ้มๆ หอมๆ ด้านใน ติดใจแน่นอนค่ะ
วิธีรับประทาน
• นำชีสสติ๊กลงทอดในน้ำมันปริมาณมากที่ไฟปานกลางหรืออุณหภูมิประมาณ 170-175 องศาเซลเซียส จนเป็นสีเหลืองทอง จัดใส่จานพร้อมเสิร์ฟได้เลยค่ะ
• แนะนำให้นำออกมาทอดตามปริมาณที่ต้องการรับประทานในแต่ละครั้ง และเก็บส่วนที่เหลือในช่องแช่แข็งเพื่อคงคุณภาพของสินค้า
• ไม่แนะนำให้นำสินค้าที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะจะทำให้คุณภาพลดลง