น้ำซุปดาชิถือเป็นหัวใจสำคัญในการทำอาหารญี่ปุ่น
ซอสยากินิคุสูตรพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเมืองคิตะมิ เมืองที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "เมืองแห่งยากินิคุ" ของญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยการผสานความหวานละมุนจากหัวหอมและแอปเปิลแท้จากฮอกไกโดเข้ากับโชยุคุณภาพและเครื่องเทศอย่างลงตัว ให้รสชาติกลมกล่อม หอมเข้มข้น ไม่เค็มจัด มีความหวานธรรมชาติและเปรี้ยวปลายลิ้นเล็กน้อย ช่วยดึงรสชาติของเนื้อวัว เนื้อหมู ไก่ ซีฟู้ด และผักย่างให้อร่อยยิ่งขึ้น พร้อมช่วยตัดเลี่ยนได้อย่างพอดี ซอสขวดนี้ไม่ได้เป็นเพียงน้ำจิ้มสำหรับปิ้งย่างเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้หมักเนื้อก่อนย่างเพื่อเพิ่มความนุ่มและความหอม ใช้ผัดอาหารสไตล์ญี่ปุ่น ราดข้าว หรือปรุงเมนูต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย ช่วยเพิ่มความเข้มข้นและมิติของรสชาติให้ทุกจาน โดยไม่ต้องปรุงเพิ่มหลายขั้นตอน เหมาะสำหรับผู้ที่อยากสร้างสรรค์เมนูยากินิคุและอาหารญี่ปุ่นรสชาติต้นตำรับได้ง่าย ๆ ที่บ้าน เพียงมีซอสขวดนี้ ก็สัมผัสความอร่อยเหมือนนั่งรับประทานอยู่ที่ร้านดังในฮอกไกโดได้ทุกมื้อ
วิธีการใช้งาน
• เขย่าขวดก่อนเปิดใช้งานทุกครั้ง เพื่อให้ส่วนผสมของเนื้อหอมใหญ่และแอปเปิ้ลที่นอนก้นกระจายตัวเข้ากันดี
• ใช้เป็นน้ำจิ้ม: เทใส่ถ้วยพร้อมจิ้มกับเนื้อสัตว์ปิ้งย่างได้ทันที
• ใช้เป็นซอสหมัก: นำเนื้อสัตว์มาคลุกเคล้ากับซอส ทิ้งไว้ 15-30 นาที ก่อนนำไปปิ้งย่างเพื่อความนุ่มเข้มข้นเข้าเนื้อ
• ซอสหมัก: นำเนื้อสัตว์ไปหมักกับซอสประมาณ 15-30 นาที ก่อนปิ้งย่าง ช่วยให้เนื้อนุ่มและมีรสชาติหวานเค็มกลมกล่อมแทรกซึมเข้าเนื้อ
ขนมยอดฮิตนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นที่ตอบโจทย์คนรักสุขภาพและผู้ที่ชื่นชอบความสดชื่น เยลลี่พร้อมดื่ม มาพร้อมความหอมหวานของส้มแมนดารินแท้ รสชาติหวานอมเปรี้ยวกลมกล่อม ผสานกับเนื้อเยลลี่บุกนุ่มเด้ง เคี้ยวหนึบเพลิน ให้สัมผัสสไตล์ญี่ปุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ อิ่มอร่อยได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องแคลอรี เพราะให้พลังงานเพียง 82 กิโลแคลอรี พร้อมบรรจุในซองพร้อมดื่ม พกพาสะดวก เพียงบิดฝาและดูด ก็สามารถเติมความสดชื่นให้ร่างกายและสมองได้ทุกที่ทุกเวลา เหมาะสำหรับรับประทานเป็นของว่างระหว่างวัน หลังออกกำลังกาย ระหว่างเดินทาง หรือช่วงที่ต้องการเติมพลังเพื่อพร้อมลุยกิจกรรมต่อได้อย่างสดชื่นทุกวัน
วิธีรับประทานแบบแช่แข็ง
1. แช่แข็งโดยใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมงขึ้นไป (แช่แข็งไว้นานกว่านั้นก็ไม่มีปัญหา)
2. นำออกจากช่องฟรีซ วางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 10–15 นาที
3. นำฝาปิดไว้เช่นเดิม แล้วขยำจนกระทั่งนิ่มลง
4. บีบรับประทานทีละน้อยโดยไม่ต้องดูดเข้าไปแรงๆ
เมนูแนะนำ
• เยลลี่ส้มโซดาซ่าสดชื่น: บีบเยลลี่ลงในแก้ว เติมโซดาเย็นจัดและน้ำแข็ง ได้เครื่องดื่มคลายร้อนฟองฟู่เคี้ยวเพลิน
• ท็อปปิ้งโยเกิร์ต/ไอศกรีม: ใช้เยลลี่พร้อมดื่มบีบราดบนโยเกิร์ต รสธรรมชาติหรือไอศกรีมวานิลลา
เพิ่มเนื้อสัมผัสและรสชาติเปรี้ยวอมหวานให้เมนูของหวานของคุณอร่อยยิ่งขึ้น
หากแป้งขนมปังคือโครงสร้างที่แข็งแรง แป้งสาลีฮาร์ท (Heart Wheat Flour) จากแบรนด์ นิปปุ่น (Nippn) ก็คือตัวแทนของความอ่อนนุ่มและประณีต แป้งตัวนี้เป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มเชฟทำขนมว่าเป็นแป้งเค้กคุณภาพสูง (Soft Flour) ที่มีความละเอียดเป็นพิเศษ ผลิตด้วยมาตรฐานระดับพรีเมียมจากญี่ปุ่นเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่เบาและนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ความโดดเด่นที่ทำให้แตกต่างจากแบรน์อื่นๆ คือค่าโปรตีนที่ต่ำเพียง 8.1% และค่าเถ้า (Ash) ที่ต่ำมากเพียง 0.35% ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกว่าเนื้อแป้งมีความบริสุทธิ์สูงมาก ขาวสะอาด และละเอียดลออเป็นเนื้อเดียว ส่งผลให้ขนมที่ได้มีสีสวยสม่ำเสมอและมีเนื้อสัมผัสที่เบาราวกับปุยเมฆ (Fluffy) แป้งชนิดนี้ยังมีความสามารถในการผสมเข้ากับส่วนผสมอื่นได้ง่ายมาก ลดโอกาสการเกิดก้อนแป้ง ทำให้เนื้อขนมเนียนนุ่มจนแทบละลายในปาก
สำหรับเมนูที่ต้องการความนุ่มนวลระดับสูงสุด แป้งนี้คือทางเลือกที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็น
• เค้กไข่ญี่ปุ่น (Japanese Sponge Cake): ที่ต้องการความนุ่ม ฟู และสปริงตัวสวย
• ชิฟฟอนเค้ก (Chiffon Cake): เพื่อเนื้อสัมผัสที่เบาหวิวและเนียนละเอียด
• เทมปุระ (Tempura): หากนำไปผสมสำหรับทอด จะช่วยให้แป้งบางกรอบและไม่อมน้ำมัน
• ขนมไข่ หรือ คุกกี้เนื้อนุ่ม: ที่ต้องการความละเอียดเป็นพิเศษ
เคล็ดลับที่จะช่วยให้ขนมออกมาสมบูรณ์แบบคือ การร่อนแป้งตราหัวใจก่อนนำไปผสม เพราะความละเอียดสูงของแป้งอาจทำให้เกิดการอัดตัวได้ง่าย การร่อนจะช่วยเพิ่มอากาศให้เนื้อขนมฟูยิ่งขึ้น และควรเก็บรักษาในที่แห้งสนิท หลีกเลี่ยงความชื้นเพื่อรักษาความนุ่มนวลของเนื้อแป้งให้คงที่อยู่เสมอ
เปลี่ยนมื้อขนมธรรมดาที่บ้านให้กลายเป็นความพิเศษ ด้วยวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันนี้ จะช่วยส่งต่อความสุขผ่านรสสัมผัสที่นุ่มละมุนในแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ให้ทุกคนในครอบครัว
เปิดประสบการณ์รสชาติของข้าวญี่ปุ่นแท้ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชาแห่งข้าว" ของประเทศญี่ปุ่น ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ค่ะ
ข้าวชิ้นนี้คือ ข้าวโคชิฮิคาริ (Koshihikari) ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ยอดนิยมและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวที่มาจากจังหวัด นีงาตะ (Niigata) ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงด้านคุณภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จังหวัดนีงาตะได้รับพรจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปลูกข้าวชั้นดี เช่น ดินที่อุดมสมบูรณ์จากตะกอนแม่น้ำสำคัญอย่างแม่น้ำชินาโนะ (Shinano River) และแม่น้ำอะงาโนะ (Agano River) รวมถึงมีน้ำบริสุทธิ์จากหิมะที่ละลาย (Snowmelt Water) และที่สำคัญคือ ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน ที่สูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความหวานและรสชาติของข้าว
ข้าวโคชิฮิคาริสายพันธุ์นีงาตะมีจุดเด่นหลัก ๆ ที่ทำให้เป็นที่รักของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
ความเหนียวและหนึบ (Stickiness): มีสัมผัสที่ เหนียวหนึบ (Mochimochi) และยืดหยุ่นกำลังดี ไม่แข็งกระด้าง
ความหวานและอูมามิ (Sweetness & Umami): มีรสหวานตามธรรมชาติที่ชัดเจน และมีรส อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นในทุกเม็ด
กลิ่นหอมและเงางาม: เมื่อหุงสุกแล้วจะมี กลิ่นหอมที่ละมุน และเมล็ดข้าวจะมีความ เงางามเป็นประกาย น่ารับประทาน
ด้วยรสชาติที่โดดเด่นและสมดุล ทำให้ข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะอร่อยมากแม้ว่าจะทานเปล่า ๆ โดยไม่ต้องมีกับข้าวค่ะ นอกจากนี้ยังรักษาความอร่อยไว้ได้ดีแม้จะเย็นลง จึงเหมาะมากสำหรับทำข้าวปั้น โอนิกิริ (Onigiri) หรือใส่ในกล่องข้าวเบนโตะ (Bento)
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
ข้าวโคชิฮิคาริมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่สมดุล ทำให้เข้ากันได้ดีกับอาหารหลากหลายประเภทค่ะ:
ข้าวสวย (Plain White Rice): ทานเปล่า ๆ คู่กับเครื่องเคียงง่าย ๆ อย่างซุปมิโสะ (Miso Soup) และผักดอง (Tsukemono) เพื่อสัมผัสรสชาติแท้ ๆ ของข้าว
ซูชิ (Sushi) และโอนิกิริ (Onigiri): ด้วยความเหนียวหนึบ ทำให้ปั้นได้ง่ายและคงรูปได้ดีเมื่อเย็นลง
เมนูอาหารญี่ปุ่นทั่วไป: เหมาะสำหรับทานคู่กับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด เช่น ปลาย่าง, เทมปุระ (Tempura) หรือข้าวหน้าต่าง ๆ (Donburi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
เพื่อให้ได้ข้าวที่อร่อยที่สุด ควรทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
1. ซาวข้าว (Rinsing): ซาวข้าวอย่างเบามือเพื่อล้างฝุ่นออก เปลี่ยนน้ำประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำเริ่มใส
2. แช่น้ำ (Soaking): แช่ข้าวในน้ำสะอาดทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ในฤดูร้อน หรือ 60 นาที ในฤดูหนาว เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำอย่างเต็มที่
3. หุง (Cooking): หุงตามอัตราส่วนน้ำที่ระบุบนเครื่องหุงข้าว หรือใช้อัตราส่วนข้าว 1 ส่วนต่อน้ำประมาณ 1.1 - 1.2 ส่วน
4. พักข้าว (Steaming): เมื่อหุงเสร็จแล้ว ห้ามเปิดฝา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ไอน้ำระอุและข้าวสุกทั่วถึง ก่อนจะใช้ไม้พายคลุกเบา ๆ ก่อนตักเสิร์ฟค่ะ
ลองนำข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะไปหุงดูสิคะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมข้าวญี่ปุ่นแท้ ๆ ถึงมีเสน่ห์และเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น ที่คุณก็สามารถสร้างสรรค์ความอร่อยนี้ได้ที่บ้านค่ะ
หากกำลังมองหามิโซะสำหรับทำอาหารญี่ปุ่นอยู่หรือเปล่าคะ
มิโซะขาวนิยมใช้กันมากทางภูมิภาคคันไซและภาคตะวันตกของประเทศญี่ปุ่น รสชาติจะออกหวานนำเค็ม เวลานำมาปรุงเป็นน้ำซุปต้องใช้ปริมาณที่มากเพื่อให้น้ำซุปมีรสชาติเข้มข้น ความพิเศษของมิโซะถุงนี้ คือการผสมน้ำซุปดาชิ หรือน้ำสต๊อคปลา มาเรียบร้อยแล้ว ช่วยให้คุณปรุงน้ำซุปได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะไม่ต้องเริ่มต้นจากการทำน้ำสต๊อค เมนูแนะนำ ซุปมิโซะ หรือทำซอสมิโซะสำหรับเป็นราดเมนูปลา
การทำน้ำซุปดาชิจะเป็นเรื่องง่ายๆ ใช้เวลาเพียง 5 นาที
ที่สุดแห่งความหรูหราจากญี่ปุ่น เมื่อ"เกาลัดชิบุคาวะทั้งลูก" อยู่ในแป้งโมจิเหนียวนุ่ม
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงรักขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น ขนมชิ้นนี้คือคำตอบที่คุณห้ามพลาด นี่คือโมจิไส้เกาลัดชิบุคาวะคัดพิเศษทั้งลูกระดับไฮเอนด์ นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นโดยตรง ความพิเศษเริ่มต้นตั้งแต่ชั้นนอกสุดด้วย "แป้งโมจิฮาบุทาเอะ" ที่ทำจากแป้งข้าวเหนียวญี่ปุ่นคุณภาพเลิศ ผ่านการนวดอย่างพิถีพิถันจนได้เนื้อสัมผัสที่เนียน ละเอียด เหนียวนุ่ม ยืดหยุ่น และพร้อมที่จะละลายในปากอย่างอ่อนโยน ถัดเข้าไปด้านในคือความกลมกล่อมจากเนื้อเกาลัดบดผสมถั่วกวน สูตรดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีรสชาติหวานละมุนกำลังดี รสชาติหวานมัน ละมุนลิ้น และไฮไลท์ที่ซ่อนอยู่ใจกลางก็คือ "เกาลัดชิบุคาวะคัดพิเศษทั้งลูก (Shibukawa Kuri)" เกาลัดเม็ดโตที่ผ่านกรรมวิธีการเคี่ยวกับน้ำเชื่อมอย่างพิถีพิถันทั้งเปลือกบางชั้นใน (Shibukawa) ทำให้เกาลัดยังคงความนุ่มหนึบ ชุ่มฉ่ำ ไม่แข็งกระด้าง และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่ฝาดนิดๆ ปลายลิ้นตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยตัดความหวานของครีมมงบล็องได้อย่างดี เมื่อคุณกัดลงไปพร้อมๆ กันทั้ง 3 ชั้น จะหลอมรวมกลายเป็นรสชาติที่กลมกล่อม ราวกับคุณกำลังนั่งทานขนมหวานอยู่ในร้านคาเฟ่สุดหรู ณ เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว
วิธีรับประทาน
• นำโมจิออกมาจากช่องแช่แข็งแล้ววางพักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 10-15 นาที
• หรือนำมาพักไว้ในช่องแช่เย็นธรรมดา เพื่อให้แป้งโมจิและไส้ด้านในค่อยๆ คลายตัวจนนุ่มนิ่มตามธรรมชาติ จากนั้นแกะซองทานได้ทันที
(หลีกเลี่ยงการใช้ไมโครเวฟเพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อกล้วยและไส้ช็อกโกแลตละลายจนเสียรูปทรง)
วิธีเก็บรักษา
• เก็บในช่องแช่แข็ง (Frozen Storage):
- ต้องเก็บรักษาไว้ในช่องแช่แข็งที่มีอุณหภูมิ -18 °C หรือต่ำกว่า ตลอดเวลา
- หากเก็บในอุณหภูมิตามที่กำหนด สินค้าจะคงคุณภาพและรสชาติที่ดีเยี่ยมจนถึงวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
• เมื่อละลายแล้ว (After Thawing):
- หลังจากนำออกมาละลายในช่องแช่เย็นธรรมดาจนแป้งนุ่มพร้อมทานแล้ว ควรรับประทานให้หมดโดยเร็วที่สุด
ข้อควรระวัง ไม่แนะนำให้นำโมจิที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งโมจิกระด้าง เสียความเหนียวนุ่ม และส่งผลต่อคุณภาพของไส้ครีมและผลไม้ด้านใน
เติมความสดชื่นระหว่างวันให้ร่างกายด้วยเยลลี่บุกสตรอว์เบอร์รีพรีเมียมจากญี่ปุ่น ผลิตภัณฑ์คุณภาพจากแบรนด์ทารามิ (Tarami) ที่คัดสรรความอร่อยจากน้ำผลไม้เข้มข้นและผสานเข้ากับเนื้อบุกเคี้ยวหนึบ ให้รสชาติความหวานหอมละมุนของสตรอว์เบอร์รีแบบเต็มคำ ทุกครั้งที่บีบรับประทานจะได้สัมผัสกับความนุ่มเด้ง เคี้ยวเพลินเกินห้ามใจ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการทานขนมขบเคี้ยวแต่ยังคงใส่ใจในเรื่องรูปร่างและสุขภาพ เพราะนอกจากจะช่วยแก้หิวรองท้องยามบ่ายได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีใยอาหาร (Dietary Fiber) และ กลูโคส (Glucose) พร้อมพลังงานเพียง 87 kcal ต่อซอง เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาของว่างรสผลไม้ อร่อย สดชื่น และสะดวกในทุกช่วงเวลา
วิธีรับประทานแบบแช่แข็ง
1. แช่แข็งโดยใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมงขึ้นไป (แช่แข็งไว้นานกว่านั้นก็ไม่มีปัญหา)
2. นำออกจากช่องฟรีซ วางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 10–15 นาที
3. นำฝาปิดไว้เช่นเดิม แล้วขยำจนกระทั่งนิ่มลง
4. บีบรับประทานทีละน้อยโดยไม่ต้องดูดเข้าไปแรงๆ
เมนูแนะนำ
• เยลลี่สตรอว์เบอร์รีแช่เย็นจัด: เพิ่มความสดชื่นขั้นสุด เหมาะสำหรับดับร้อนในช่วงบ่าย
• ท็อปปิ้งโยเกิร์ตหรือสมูทตี้: บีบเยลลี่ราดลงบนกรีกโยเกิร์ตหรือสมูทตี้ผลไม้สด
• ไอศกรีม: ใช้เป็นท็อปปิ้งทานคู่กับไอศกรีมรสวานิลลาหรือรสโยเกิร์ต
ใครเป็นสายชีสบอกเลยว่าต้องมีกรี๊ด! นิสชิน มินิ คัพ รสครีมมีชีส หลังเปิดฝาคือกลิ่นชีสหอมละมุนตีขึ้นจมูกเลย ตัวน้ำซุปเมื่อโดนน้ำร้อนจะกลายเป็นสีเหลืองทอง ดูมีความครีมมี่ข้นกำลังดี รสชาติออกหวานมัน เค็มปลายนิดๆ เหมือนเรากำลังทานพาสต้าซอสครีมในเวอร์ชันบะหมี่ ไฮไลท์ที่ขาดไม่ได้คือ ลูกชิ้นแผ่นลายโดราเอมอน ที่ลอยเด่นอยู่บนซุปชีส ช่วยสร้างความตื่นเต้นในทุกคำที่ตัก เป็นอะไรที่เข้ากันมาก เส้นบะหมี่ขนาดมินิเหนียวนุ่มอุ้มน้ำซุปชีสได้ดีสุดๆ ใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากรสหมูแดงแบบเดิม มาลองรสชีสนี้ดูครับ แล้วจะรู้ว่าความฟินระดับพรีเมียมในถ้วยเล็กๆ มีอยู่จริง!
วิธีต้มแบบ "เน้นความเข้มข้น"
วิธีนี้จะช่วยให้ซุปชีสไม่ใสจนเกินไป และเส้นจะนุ่มหนึบกำลังดี
• เปิดฝาและเตรียม: เปิดฝาฟอยล์ออกแค่ครึ่งเดียว หยิบซองเครื่องปรุง (ถ้ามี) ออกมาเทใส่บนเส้น
• เติมน้ำร้อน "ต่ำกว่าขีด": เคล็ดลับของรสชีสคือ อย่าใส่น้ำเยอะเกินไป ให้เติมน้ำร้อนลงไปต่ำกว่าขีดในถ้วยประมาณ 0.5 เซนติเมตร
เพื่อให้น้ำซุปมีความข้นคล้ายซอสคาโบนาร่า
• ปิดฝารอ 3 นาที: ปิดฝาให้สนิทเพื่อให้ความร้อนระอุจนเส้นนุ่มถึงใจ
"คนให้ทั่ว" คือหัวใจ: เมื่อครบ 3 นาที ให้เปิดฝาแล้วใช้ตะเกียบคนแรงๆ ประมาณ 15-20 วินาที เพื่อให้ผงชีสแตกตัวและผสมกับน้ำร้อนจนกลายเป็นเนื้อครีมข้นๆ ลูกชิ้นโดราเอมอนจะลอยขึ้นมาพร้อมทานแล้วค่ะ
ใครเป็นสายชีสบอกเลยว่าต้องมีกรี๊ด! นิสชิน มินิ คัพ รสครีมมีชีส หลังเปิดฝาคือกลิ่นชีสหอมละมุนตีขึ้นจมูกเลย ตัวน้ำซุปเมื่อโดนน้ำร้อนจะกลายเป็นสีเหลืองทอง ดูมีความครีมมี่ข้นกำลังดี รสชาติออกหวานมัน เค็มปลายนิดๆ เหมือนเรากำลังทานพาสต้าซอสครีมในเวอร์ชันบะหมี่ ไฮไลท์ที่ขาดไม่ได้คือ ลูกชิ้นแผ่นลายโดราเอมอน ที่ลอยเด่นอยู่บนซุปชีส ช่วยสร้างความตื่นเต้นในทุกคำที่ตัก เป็นอะไรที่เข้ากันมาก เส้นบะหมี่ขนาดมินิเหนียวนุ่มอุ้มน้ำซุปชีสได้ดีสุดๆ ใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากรสหมูแดงแบบเดิม มาลองรสชีสนี้ดูครับ แล้วจะรู้ว่าความฟินระดับพรีเมียมในถ้วยเล็กๆ มีอยู่จริง!
วิธีต้มแบบ "เน้นความเข้มข้น"
วิธีนี้จะช่วยให้ซุปชีสไม่ใสจนเกินไป และเส้นจะนุ่มหนึบกำลังดี
• เปิดฝาและเตรียม: เปิดฝาฟอยล์ออกแค่ครึ่งเดียว หยิบซองเครื่องปรุง (ถ้ามี) ออกมาเทใส่บนเส้น
• เติมน้ำร้อน "ต่ำกว่าขีด": เคล็ดลับของรสชีสคือ อย่าใส่น้ำเยอะเกินไป ให้เติมน้ำร้อนลงไปต่ำกว่าขีดในถ้วยประมาณ 0.5 เซนติเมตร
เพื่อให้น้ำซุปมีความข้นคล้ายซอสคาโบนาร่า
• ปิดฝารอ 3 นาที: ปิดฝาให้สนิทเพื่อให้ความร้อนระอุจนเส้นนุ่มถึงใจ
"คนให้ทั่ว" คือหัวใจ: เมื่อครบ 3 นาที ให้เปิดฝาแล้วใช้ตะเกียบคนแรงๆ ประมาณ 15-20 วินาที เพื่อให้ผงชีสแตกตัวและผสมกับน้ำร้อนจนกลายเป็นเนื้อครีมข้นๆ ลูกชิ้นโดราเอมอนจะลอยขึ้นมาพร้อมทานแล้วค่ะ
ทำไมต้องแซลมอนรมควัน Latitude 45 ? สัมผัสความต่างของแซลมอนรมควันระดับโลก
Latitude 45 คือแบรนด์แซลมอนรมควันที่โดดเด่นเรื่องคุณภาพและความพิถีพิถัน โดยคัดสรรปลาจากฟาร์มในประเทศชิลี ณ พิกัดละติจูด 45 องศาใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์และเย็นจัดที่สุดในโลก กระแสน้ำที่เย็นจัดนี้เองที่ช่วยให้แซลมอนสะสมไขมันและ Omega-3 ได้ดีกว่าปกติ ส่งผลให้เนื้อปลามีความนุ่มละมุน ลายไขมันแทรกสวยงาม และมีระบบนิเวศที่สมบูรณ์เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของ Atlantic Salmon จนได้เนื้อที่แน่น สีสีสดสวยธรรมชาติ
ความพิเศษที่เหนือกว่าคือหลักการ "รมควันสดภายใน 24 ชั่วโมง" ซึ่งแตกต่างจากแซลมอนรมควันทั่วไปที่มักใช้ปลาแช่แข็งมาแปรรูป แต่ Latitude 45 เลือกใช้ปลาที่เพิ่งขึ้นจากน้ำ (Fresh, never frozen) เข้าสู่กระบวนการรมควันทันทีภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อล็อคความสดใหม่ไว้ให้ถึงมือคุณ วิธีนี้ช่วยรักษาโครงสร้างกล้ามเนื้อปลาไม่ให้ถูกทำลายจากเกล็ดน้ำแข็ง ผลลัพธ์ที่ได้คือเนื้อสัมผัสที่ 'เด้ง' และ 'ฉ่ำ' ราวกับทานปลาสด แต่ได้ความหอมกรุ่นจากการรมควันไม้ธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
สัมผัสประสบการณ์การทานที่สะดวกและพรีเมียม
ด้วยเนื้อปลาแซลมอนรมควันชนิดพร้อมรับประทานที่ผ่านการคัดเกรดอย่างดี :
• การตัดสไลซ์ : หั่นสไลซ์บางสม่ำเสมอขนาด 2.5-3.0 มม.
• ขนาดบรรจุ : ในแพ็ค จำนวน 40-42 ชิ้นโดยประมาณ โดยจัดเรียงเป็นระเบียบบนแผ่นกระดาษรอง ทำให้หยิบใช้งานง่าย เนื้อปลาไม่ติดกันเป็นก้อน
• ความเป็นธรรมชาติ: เนื้อปลาอาจพบส่วนเนื้อสีน้ำตาล (Brown meat) เล็กน้อยตามธรรมชาติของชิ้นปลา ซึ่งเป็นส่วนที่สะสมไขมันและสารอาหารที่มีประโยชน์สูง
สารอาหารที่มากกว่าแค่ความอร่อย
แซลมอนรมควัน Latitude 45 ไม่ใช่แค่เมนูหรู แต่เป็น Superfood สำหรับคนรักสุขภาพ:
• High Protein: โปรตีนสูงถึง 12 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
• Rich in Omega-3 (DHA/EPA): มีสูงถึง 800 มก. ซึ่งช่วยในเรื่องการทำงานของสมอง
ลดการอักเสบ และบำรุงหัวใจ
• Vitamin D: เสริมสร้างกระดูกและภูมิคุ้มกัน (ซึ่งเป็นวิตามินที่หาได้ยากจากอาหารทั่วไป)
รสชาติที่ลงตัว.. พร้อมทาน
• หอมกลิ่นรมควันไม้ธรรมชาติ กลิ่นชัดแต่สุภาพ ไม่แรง ไม่กลบกลิ่นปลา
• รสนุ่มละมุน เค็มอ่อน ๆ กำลังดี ปรุงรสน้อย ดึงรสหวานธรรมชาติของเนื้อแซลมอนออกมา
• เนื้อแน่น แต่นุ่มลิ้น ไม่แห้ง ไขมันแทรกพอดี ละลายในปาก เคี้ยวแล้วไม่กระด้าง
• รสชาติกลมกล่อม ทานเปล่าอร่อย ไม่จำเป็นต้องปรุงเพิ่ม แต่เข้ากันดีกับเลมอน ครีมชีส หรือผักสด
มาตรฐาน BAP และ Halal
บนบรรจุภัณฑ์มีสัญลักษณ์สำคัญที่ช่วยการันตีความมั่นใจ:
• BAP (Best Aquaculture Practices): เป็นเครื่องหมายระดับสากลที่ยืนยันว่า ฟาร์มนี้รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สวัสดิภาพสัตว์ และมีความปลอดภัยทางอาหารสูงสุด
• Halal Certified: ผ่านการตรวจสอบตามหลักศาสนอิสลาม ทำให้เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคทุกกลุ่ม
"เพราะความสดรอไม่ได้ เราจึงรมควันใน 24 ชั่วโมง เพื่อคำที่ดีที่สุดสำหรับคุณ"
สัมผัสความอร่อยระดับพรีเมียมส่งตรงจากฮอกไกโดกับ ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ยูเมะพิริกะ จากแบรนด์โฮคุเรน (Hokuren) ข้าวที่ขึ้นชื่อว่าเป็น "ราชาแห่งข้าวฮอกไกโด" และได้รับคะแนนประเมินคุณภาพรสชาติในระดับสูงสุดมาอย่างต่อเนื่อง เอกลักษณ์ที่ทำให้ใครได้ลองก็ต้องหลงรักคือ ความนุ่มเหนียวที่พอดี เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบ มีความเงางามเคลือบเมล็ดข้าว และรสหวานละมุนตามธรรมชาติ ที่เด่นชัดกว่าข้าวสายพันธุ์อื่น ไม่ว่าจะทานตอนร้อนๆ หรือทิ้งไว้จนเย็น ข้าวก็ยังคงความนุ่มอร่อย ไม่แข็งกระด้าง เปลี่ยนมื้ออาหารธรรมดาที่บ้านให้กลายเป็นโอมากาเสะหรูได้ง่ายๆ ช้อปเลยวันนี้เพื่อเปิดประสบการณ์ความอร่อยแบบญี่ปุ่นแท้ๆ!
ลักษณะเด่น
• เมล็ดอวบอ้วน และเงางาม - เมล็ดข้าวมีขนาดปานกลางถึงใหญ่ เมื่อหุงแล้วจะเงางามและมีความหนึบที่โดดเด่น
• เนื้อนุ่มแต่ไม่เละ - ข้าวมีความเหนียวและนุ่มในระดับที่พอดี ไม่ร่วนหรือแข็งเกินไป
• รสหวานธรรมชาติ - มีรสชาติอ่อนๆ และหวานธรรมชาติ แม้ทานเปล่าๆ ก็ยังอร่อย
• กลิ่นหอมพิเศษ - มีกลิ่นหอมที่แตกต่างจากข้าวพันธุ์อื่น
• ปลูกในอากาศหนาวเย็น - อุณหภูมิที่เย็นของฮอกไกโดช่วยให้ข้าวมีคุณภาพดีขึ้นและสามารถเก็บรักษาได้นาน
รางวัลและมาตรฐานคุณภาพ
• Yumepirika ได้รับการรับรองมาตรฐาน 特A (Toku A) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของข้าวญี่ปุ่น
• เป็นข้าวที่ได้รับความนิยมในร้านอาหารระดับพรีเมียมทั่วญี่ปุ่น
• ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลฮอกไกโดให้เป็นข้าวเกรดพรีเมียมของภูมิภาค
เมนูแนะนำ
เนื่องจาก Yumepirika เป็นข้าวที่มีความเหนียวนุ่มและมีรสหวานในตัว จึงเหมาะกับอาหารที่ต้องการข้าวคุณภาพสูง เช่น
• ข้าวสวย (Cooked Rice) - เมล็ดข้าวสวย เมื่อหุงสุกจะมีความเงาสวย เหมาะสำหรับทานแบบข้าวสวย
• ซูชิ (Sushi) - เมล็ดข้าวเหนียวกำลังดี จับตัวได้ง่าย ไม่แฉะเกินไป
• ข้าวปั้น (Onigiri) - รสชาติหวานธรรมชาติทำให้กินเปล่าๆ ก็อร่อย
• ข้าวญี่ปุ่นธรรมดา (Gohan) - เหมาะสำหรับทานคู่กับปลาย่างหรืออาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
• ข้าวหน้าอาหารทะเล (Kaisendon/Donburi) - ความหนึบของข้าวช่วยเสริมรสชาติของปลาดิบได้ดี
Yumepirika ถือเป็นข้าวที่ให้รสชาติที่ดีที่สุดของฮอกไกโด ถ้าคุณต้องการข้าวที่นุ่ม หอม และมีคุณภาพสูง Yumepirika คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด
เติมความอร่อยแบบญี่ปุ่นให้ทุกมื้อด้วย ข้าวญี่ปุ่นพันธุ์นานะสึโบชิ (Nanatsuboshi) เป็นสายพันธุ์ข้าวที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่น โดยมีจุดเด่นที่เมล็ดข้าวเรียงตัวสวย หลังหุงให้เนื้อสัมผัสนุ่ม มีความเหนียวและความชุ่มฉ่ำในระดับที่เหมาะกับอาหารญี่ปุ่น จึงสามารถนำไปใช้ได้หลากหลายเมนู ตั้งแต่ข้าวสวยรับประทานคู่กับอาหารต่าง ๆ ไปจนถึงข้าวปั้น ซูชิ ข้าวหน้าเนื้อ และข้าวแกงกะหรี่ อีกหนึ่งจุดเด่นคือรูปแบบ ข้าวไม่ต้องซาว ที่ช่วยลดขั้นตอนการเตรียมข้าวก่อนหุง ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาซาวข้าวหลายรอบ ช่วยประหยัดทั้งเวลาและน้ำ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจร้านอาหารที่ต้องเตรียมข้าวจำนวนมากในแต่ละวัน เมื่อหุงสุกแล้วสามารถเสิร์ฟเป็นข้าวญี่ปุ่นเนื้อนุ่ม หรือใช้เป็นส่วนประกอบของเมนูยอดนิยมได้ทันที เหมาะสำหรับการใช้งานในครัวร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านซูชิ ร้านอาหารเดลิเวอรี โรงแรม คาเฟ่ และ ธุรกิจที่ต้องการข้าวญี่ปุ่นคุณภาพดีสำหรับเสิร์ฟลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ให้ทุกจานมีรสชาติและสัมผัสแบบญี่ปุ่นที่ลงตัว
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่น ให้เหนียวนุ่มเรียงเม็ดสวย มีขั้นตอนง่ายๆ
อัตราส่วนสัดส่วน
• ข้าว 1 ส่วน ต่อ น้ำ 1.2 ถึง 1.3 ส่วน
(เช่น ข้าว 1 ถ้วย ต่อน้ำ 1 ถ้วยครึ่งโดยประมาณ หรือเติมน้ำให้มากกว่าการหุงข้าวทั่วไปเล็กน้อย)
ขั้นตอนการหุง
• ไม่ต้องซาวน้ำ: ตวงข้าวใส่หม้อได้ทันทีโดยไม่ต้องล้างน้ำ
• ตวงน้ำตามสัดส่วน: เทน้ำสะอาดลงไปตามอัตราส่วนที่กำหนด
• แช่ข้าว: ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ในน้ำ 30 ถึง 60 นาที เพื่อให้แกนข้าวดูดซึมน้ำได้เต็มที่
• กดสวิตช์หุง: กดปุ่มหุงข้าวตามปกติ (หากมีโหมดข้าวญี่ปุ่นหรือ Musenmai ให้เลือกโหมดนั้น)
• ระอุข้าว: เมื่อหม้อดีดขัดขึ้นอุ่น ให้ ปิดฝาทิ้งไว้ต่ออีก 10 ถึง 15 นาที ห้ามเพิ่งเปิดฝา
• พลิกข้าว: เปิดฝาแล้วใช้ทัพพีคุ้ยพลิกข้าวเบาๆ จากล่างขึ้นบน เพื่อระบายความชื้นส่วนเกิน
*** หากต้องการให้นุ่มขึ้นหรือเป็นแกน สามารถ ปรับลดหรือเพิ่มปริมาณน้ำ ในการหุงครั้งต่อไปได้ตามความชอบ
เมนูแนะนำ
• ข้าวกล่องเบนโตะ (Bento): ข้าวพันธุ์นี้โดดเด่นมากเมื่อทานแบบเย็น เพราะเนื้อข้าวจะไม่แข็งกระด้าง
• ข้าวปั้นโอนิกิริ (Onigiri): ข้าวมีความเหนียวเกาะตัวกันได้ดี ปั้นง่าย เหมาะกับไส้แซลมอนหรือบ๊วยดอง
• ซูชิและข้าวหน้าปลาดิบ (Sushi & Chirashi Don): เม็ดข้าวอมน้ำส้มสายชูสำหรับทำซูชิได้ดี ไม่แฉะจนเกินไป
• ข้าวหน้าหมูทอดคัตสึด้ง (Katsudon): ข้าวเนื้อหนึบสู้ฟันเข้ากันได้ดีกับน้ำซอสชุ่มๆ และไข่ข้น
• ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น (Japanese Curry): ซอสแกงกะหรี่เข้มข้นจะเคลือบตัวเม็ดข้าวได้อย่างทั่วถึง
มิโซะรสชาติกลมกล่อม ทำเมนูไหนก็ง่าย
HonmonoNippon ได้นำเข้ามิโซะจากแบรนด์ Hikari แบรนด์ผลิตมิโซะอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น! โดยมิโซะตัวนี้ได้ผ่านการรับรองว่าเป็นสินค้าออร์แกนิค เริ่มตั้งแต่การเลือกใช้ถั่วเหลืองออร์แกนิค และข้าวที่ปลูกแบบออร์แกนิค นำมาหมักโดยใช้สัดส่วนถั่วเหลืองปริมาณมาก และใช้ระยะเวลาในการหมักที่นาน จนเกิดรสชาติอูมามิจากธรรมชาติ มีรสที่สมดุล มีกลิ่นหอมมาก และที่สำคัญมิโซะตัวนี้ยังไม่ผสมดาชิ เพื่อให้คุณได้นำไปใช้งานได้ทันที แบบไม่ต้องผสมน้ำซุปดาชิเพิ่ม ลดขั้นตอนการทำอาหารให้สั้นลง หากอยากได้มิโซะคุณภาพดีๆ ที่สำคัญยังเป็นออร์แกนิค 100% เลือกใช้ตัวนี้เลยค่ะ
โซบะชาเขียว 1 ใน เมนูขึ้นชื่อของญี่ปุ่น
ซอสเดียวจบ! หมัก จิ้ม ผัด อร่อยครบในขวดเดียว
เติมเต็มความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นได้ง่ายๆ ด้วย ซอสยากินิคุ รสมิโซะโชยุ จากแบรนด์ เอบาระ (Ebara) ซอสปิ้งย่างยอดนิยมจากประเทศญี่ปุ่น ที่ผสานความกลมกล่อมของโชยุและมิโซะ เข้ากับความหอมของกระเทียม หอมหัวใหญ่ และงาคั่ว ให้รสชาติเข้มข้นหวานเค็มกำลังดี อูมามิ ช่วยเพิ่มความอร่อยได้อย่างหลากหลายเมนู เหมาะสำหรับใช้เป็นทั้งซอสจิ้มปิ้งย่าง ซอสหมักเนื้อ ซอสผัด หรือซอสปรุงอาหาร เพียงขวดเดียวก็รังสรรค์เมนูญี่ปุ่นได้ง่ายๆที่บ้าน
วิธีรับประทาน
• ใช้หมักเนื้อก่อนย่างประมาณ 15–30 นาที
• ใช้เป็นน้ำจิ้มสำหรับปิ้งย่าง (Yakiniku)
• ใช้ผัดเนื้อ หรือผัดผัก
• ใช้เป็นซอสเพิ่มรสชาติสำหรับเมนูบาร์บีคิวและอาหารย่าง
โซบะชาเขียว 1 ใน เมนูขึ้นชื่อของญี่ปุ่น
ยกระดับมื้อปิ้งย่างของคุณให้ฟินเหมือนนั่งกินที่ร้านดังในญี่ปุ่นด้วยซอสรสโชยุย่างไฟ ซอสพรีเมียมสูตรพิเศษที่คัดสรรวัตถุดิบชั้นดี ผสมผสานซีอิ๊วญี่ปุ่นชั้นยอด กลิ่นหอมย่างอันเป็นเอกลักษณ์ และความกลมกล่อมจากเนื้อวัวกับผักเครื่องเทศ ให้รสชาติเข้มข้น หอมฟุ้งติดจมูก เคลือบเนื้อฉ่ำๆ ชวนให้อยากลิ้มลองทุกคำ ทานคู่กับเนื้อย่างร้อนๆ หรือนำไปประยุกต์ทำเมนูผัดก็อร่อยลงตัว ช่วยเปลี่ยนมื้ออาหารธรรมดาให้กลายเป็นมื้อพิเศษได้ง่ายๆที่บ้าน
วิธีรับประทาน
• ใช้เป็นซอสหมัก: หมักเนื้อสัตว์ (เนื้อวัว, หมู, ไก่) กับซอสทิ้งไว้ประมาณ 15-30 นาทีก่อนนำไปย่างหรือทอด
• ใช้เป็นน้ำจิ้ม: เทใส่ถ้วยเพื่อใช้จิ้มเนื้อย่าง บาร์บีคิว หรือชาบูตามชอบ
• ใช้ปรุงรสอาหาร: ใช้เป็นซอสผัดเนื้อสัตว์กับผัก หรือราดบนข้าวหน้าเนื้อเพื่อเพิ่มรสชาติ
เมนูแนะนำ
• เนื้อย่างกระทะร้อนราดซอสซีอิ๊วย่าง
• หมูผัดซอสญี่ปุ่น (Pork Yakiniku)
• ข้าวหน้าเนื้อย่างซอสพรีเมียม
• บาร์บีคิวเสียบไม้ย่างซอส
พบกับ 1 ใน 3 เส้นอุด้งที่อร่อยที่สุดของญี่ปุ่น!!
Sanuki Udon (ซานุกิอุด้ง) ของจังหวัด Kagawa (คากาวะ) ถือเป็นสุดยอมเมนูอุด้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่นและได้รับความนิยมไปทั่วโลก
สนุกกับการทำทาโกะยากิได้ง่ายๆ ที่บ้านคุณ
ชวนคุณมาสนุกและอิ่มอร่อยกับทาโกะยากิแบบง่ายๆ ด้วย Otafuku Takoyaki Kodawari Set ที่มีเคล็ดลับความอร่อยจาก 4 ส่วนผสมพิเศษ ได้แก่
1. แป้งทาโกะยากิสูตรพิเศษของโอตาฟุกุ กรอบนอกนุ่มใน
2. การผสมผสานกันระหว่างผงหมึกซูรุเมะ 100% และแป้งหมึกเทมปุระกรุบกรอบ ให้รสชาติที่เข้มข้นและล้ำลึก
3. สาหร่ายที่ผลิตในญี่ปุ่น 100% มีสีเขียวสดและกลิ่นหอมของทะเล เพิ่มสัมผัสให้ครบเครื่อง
4. เพิ่มสีสันด้วยขิงแดงดองให้สีสันที่น่ารับประทานและรสชาติที่เข้มข้นยิ่งขึ้น
เพียงเตรียมวัตถุดิบให้พร้อมก็มาอร่อยกันได้เลยค่ะ
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Yumepirika ถือเป็นพันธุ์ข้าวระดับไฮเอนด์ที่ใช้สุดยอดเทคโนโลยีการเพาะสายพันธุ์ข้าวในฮอกไกโด
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ยูเมะพิริกะ (Yumepirika) จากแบรนด์ โฮคุเรน (Hokuren) เป็นข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์พรีเมียมที่ปลูกในจังหวัดฮอกไกโด ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอากาศหนาวเย็นและดินที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ข้าวมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ถือเป็นข้าวเกรดสูงที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น
ลักษณะเด่นของ Yumepirika
• เมล็ดอวบอ้วน และเงางาม - เมล็ดข้าวมีขนาดปานกลางถึงใหญ่ เมื่อหุงแล้วจะเงางามและมีความหนึบที่โดดเด่น
• เนื้อนุ่มแต่ไม่เละ - ข้าวมีความเหนียวและนุ่มในระดับที่พอดี ไม่ร่วนหรือแข็งเกินไป
• รสหวานธรรมชาติ - มีรสชาติอ่อนๆ และหวานธรรมชาติ แม้ทานเปล่าๆ ก็ยังอร่อย
• กลิ่นหอมพิเศษ - มีกลิ่นหอมที่แตกต่างจากข้าวพันธุ์อื่น
• ปลูกในอากาศหนาวเย็น - อุณหภูมิที่เย็นของฮอกไกโดช่วยให้ข้าวมีคุณภาพดีขึ้นและสามารถเก็บรักษาได้นาน
รางวัลและมาตรฐานคุณภาพ
• Yumepirika ได้รับการรับรองมาตรฐาน 特A (Toku A) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของข้าวญี่ปุ่น
• เป็นข้าวที่ได้รับความนิยมในร้านอาหารระดับพรีเมียมทั่วญี่ปุ่น
• ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลฮอกไกโดให้เป็นข้าวเกรดพรีเมียมของภูมิภาค
เมนูที่เหมาะกับ Yumepirika
เนื่องจาก Yumepirika เป็นข้าวที่มีความเหนียวนุ่มและมีรสหวานในตัว จึงเหมาะกับอาหารที่ต้องการข้าวคุณภาพสูง เช่น
• ข้าวสวย (Cooked Rice) - เมล็ดข้าวสวย เมื่อหุงสุกจะมีความเงาสวย เหมาะสำหรับทานแบบข้าวสวย
• ซูชิ (Sushi) - เมล็ดข้าวเหนียวกำลังดี จับตัวได้ง่าย ไม่แฉะเกินไป
• ข้าวปั้น (Onigiri) - รสชาติหวานธรรมชาติทำให้กินเปล่าๆ ก็อร่อย
• ข้าวญี่ปุ่นธรรมดา (Gohan) - เหมาะสำหรับทานคู่กับปลาย่างหรืออาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
• ข้าวหน้าอาหารทะเล (Kaisendon/Donburi) - ความหนึบของข้าวช่วยเสริมรสชาติของปลาดิบได้ดี
Yumepirika ถือเป็นข้าวที่ให้รสชาติที่ดีที่สุดของฮอกไกโด ถ้าคุณต้องการข้าวที่นุ่ม หอม และมีคุณภาพสูง Yumepirika คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
• ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
• ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
• กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
• ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำเวลาหุงข้าวจะนุ่มไม่กระด้าง
• หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อยๆ คนให้น้ำระเหย
วิธีการเก็บรักษา
• เก็บในที่แห้งและเย็น
• ระวังการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง เพราะข้าวจะแห้งแตกเนื่องจากการระเหยของน้ำในข้าว
• หลีกเลี่ยงการเก็บรักษาใกล้ ผงซักฟอก สเปรย์ปรับอากาศ เครื่องสำอาง และอาหารที่มีกลิ่นแรง เพราะข้าวจะดูดซับกลิ่น
ข้อควรระวัง
• คุณภาพของข้าวจะเปลี่ยนหากโดนความชื้น
• ห้ามวางไว้ใกล้เปลวไฟ เนื่องจากติดไฟง่าย
• ห้ามวางสินค้าอื่นซ้อนทับผลิตภัณฑ์
สายราเมนต้องหลงรักความหอมละมุนของน้ำซุปทงคตสึแบบญี่ปุ่นแท้ ขวดนี้คือไอเทมที่ควรมีติดครัว นี่คือซุปเบสราเมนสำเร็จรูปที่ออกแบบมาเพื่อให้คุณทำราเมนสไตล์ญี่ปุ่นได้ง่ายขึ้น โดยยังคงรสชาติเข้มข้น หอมมัน และกลมกล่อมเหมือนร้านดังในญี่ปุ่นตัวซุปมีส่วนผสมของสารสกัดจากหมู ซอสถั่วเหลือง ซอสหอยนางรม และเครื่องปรุงรสต่าง ๆ ที่ช่วยสร้างมิติของรสชาติให้นัวลึก หอมละมุน ซดง่าย ไม่เลี่ยน เหมาะทั้งสำหรับใช้ในร้านอาหารและทำกินเองที่บ้าน ความพิเศษคือสามารถดัดแปลงเมนูได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นราเมนทงคตสึ อุด้ง ชาบู ซุปหม้อไฟ หรือแม้แต่ใช้เป็นเบสสำหรับผัดสไตล์ญี่ปุ่นก็อร่อยลงตัว วันไหนอยากกินราเมนแบบจริงจัง แค่มีเส้น หมูชาชู ไข่ออนเซ็น และซุปขวดนี้ ก็พร้อมเสิร์ฟความฟินได้ทันที
วิธีทาน / วิธีการใช้
• การเตรียม: เขย่าผลิตภัณฑ์ 10-11 ครั้งก่อนใช้งาน
• สำหรับราเมง: เจือจางซุปตามความจำเป็นเพื่อให้ได้รสชาติตามต้องการ
• เมนูแนะนำ: นอกจากราเมงแล้ว ยังสามารถใช้เป็นเบสสำหรับหม้อไฟ (Nabe) หรือเป็นน้ำซุปชาบูได้ โดยเจือจางประมาณ 15 ครั้ง
กรอบ อร่อย กับรสชาติช็อกโกแลตเข้มข้นแบบเต็มคำ
คาราเมล คอร์น รสช็อกโกแลต จากแบรนด์ โตฮาโตะ (Tohato) กรอบ อร่อย เต็มคำ!! ด้วยรสชาติหวานมันจากคาราเมลที่ผสานเข้ากับช็อกโกแลตเข้มข้นอย่างลงตัว ทำให้อร่อยฟินจนหยุดไม่ได้ ถูกใจสาย Chocolate Lovers แน่นอน
ฟินทุกคำกับถั่วลันเตาแท่งพอง กรุบกรอบ อูมามิแบบเต็มรสชาติ!
ขนมถั่วลันเตาอบกรอบชนิดแท่งพอง จากแบรนด์ โตฮาโตะ (Tohato) เป็นขนมขบเคี้ยวที่ทำจากถั่วลันเตาญี่ปุ่น 100% ให้คุณเคี้ยวเพลินจนหยุดไม่ได้! สัมผัสความกรอบอร่อยที่มาพร้อมกับรสชาติอูมามิเข้มข้นกลมกล่อมลงตัว ผสานกับความเค็มนิดๆ ที่จะทำให้คุณติดใจตั้งแต่คำแรกที่ได้ชิม
คุ้กกี้เนื้อนุ่ม อัดแน่นลูกเกดแบบเต็มคำ
สัมผัสความอร่อยของ Mini All Raisin ซอฟต์คุ้กกี้เนื้อนุ่มละมุน ให้สัมผัสคล้ายแป้งพาย อัดแน่นด้วยลูกเกดเต็มคำในทุกชิ้น ตัวคุ้กกี้รสหวานกำลังดี เข้ากับความหนึบหอมหวานของลูกเกดได้อย่างลงตัว จะทานเล่นระหว่างวัน หรือทานคู่กับชาร้อนและกาแฟแก้วโปรด ก็ยิ่งอร่อยฟินนน⁓
กรอบอร่อย หอม มัน ไปกับรสชาติของคาราเมลและถั่วลิสง
ข้าวโพดญี่ปุ่นสุดอร่อยมาในรูปแบบขนมจากแบรนด์ Tohato แบรนด์ขนมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของญี่ปุ่น ผลิตภัณฑ์ที่ขายดีและได้รับความนิยมมากสุด คือขนมห่อนี้!!! ข้าวโพอกรุบกรอบ เคลือบด้วยคาราเมลหอมๆ ให้รสชาติหวานแต่ไม่ได้หวานจนเกินไป เพิ่มความสนุกในการเคี้ยวอีกนิดด้วยถั่วลิสงคั่ว หากได้ลองคุณจะไม่แปลกใจว่าทำไมถึงขายดี!!
กรอบ อร่อย กับรสชาติซอลตี้ คาราเมลคอร์น แบบเต็มคำ!
ซอลตี้ คาราเมลคอร์น จากแบรนด์ โตฮาโตะ (Tohato) กรอบ อร่อย ไปกับรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของความหวานมันจากคาราเมลผสมกับความเค็ม ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมอย่างลงตัว เคี้ยวเพลินจนหมดห่อ!
ซุปไก่ไพตันรสเข้มข้น! หอมมันแบบต้นตำรับญี่ปุ่น
น้ำซุป "ไพตัน" (Paiton) หรือซุปกระดูกไก่ที่เคี่ยวจนเป็นสีขาวข้น จากแบรนด์ เอบาระ (Ebara) ความพิเศษของซุปขวดนี้คือการคัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ได้รสชาติที่เข้มข้น น้ำซุปขาวข้นสกัดจากกระดูกไก่ที่เคี่ยวจนได้ที่ ทำให้ซุปมีสีขาวนวล หอมมัน และกลมกล่อมมาก แถมยังใช้ได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาเคี่ยวซุปกระดูกไก่นานเป็นวันๆ แค่มีเอบาระขวดนี้ ก็ได้น้ำซุปไก่ไพตันรสชาติแสนอร่อยแล้วค่ะ
นอกจากทำน้ำซุปราเมนแล้ว ซุปไก่ไพตันตัวนี้ยังสามารถเอาไปทำเมนูอื่นๆ เช่น
• ข้าวต้มญี่ปุ่น (Zousui): ใช้น้ำซุปนี้ต้มข้าวสวย เติมไข่และเนื้อไก่ เป็นมื้อเช้าที่อุ่นสบายท้อง
• ซุปสำหรับหม้อไฟ (Nabe): ใช้เป็นเบสน้ำซุปชาบู-ชาบู รสไก่ขาวข้น เข้ากับผักและเนื้อสัตว์ได้ดีมาก
วิธีทาน / วิธีการใช้
• การเตรียม: เขย่าผลิตภัณฑ์ 10-11 ครั้งก่อนใช้งาน
• สำหรับราเมน: เจือจางซุปตามความจำเป็นเพื่อให้ได้รสชาติตามต้องการ
• เมนูแนะนำ: นอกจากราเมงแล้ว ยังสามารถใช้เป็นเบสสำหรับหม้อไฟ (Nabe) หรือเป็นน้ำซุปชาบูได้ โดยเจือจางประมาณ 15 ครั้ง
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบปลาแซลมอน และกำลังมองหาวัตถุดิบคุณภาพดีที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ ปลาแซลมอนโคโฮ (Coho Salmon) จากแบรนด์ไอเซน (AYSEN) คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะนี่คือปลาที่เลี้ยงในแหล่งน้ำที่สะอาดและได้รับการรับรองคุณภาพ ทำให้คุณมั่นใจในความสดใหม่และรสชาติแบบพรีเมียม
ปลาแซลมอนโคโฮ ไอเซน คืออะไร?
ปลาแซลมอนโคโฮเป็นปลาแซลมอนอีกสายพันธุ์หนึ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยปลาจากแบรนด์ไอเซน มาจากฟาร์มเลี้ยงในประเทศชิลี ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคไอเซน (Aysén) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลก ทำให้ได้ปลาที่มีคุณภาพสูง เนื้อปลามีสีส้มอมแดงเข้มคล้ายแซลมอนซ็อกอาย (Sockeye Salmon) แต่มีจุดเด่นคือ มีไขมันแทรกน้อยกว่าแซลมอนแอตแลนติก ทำให้เนื้อสัมผัสมีความแน่น ไม่เลี่ยน และเหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนักหรือรักสุขภาพ
ปลาแซลมอนโคโฮ ไอเซน ดียังไง?
• ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ: ด้วยปริมาณไขมันที่น้อยกว่า ทำให้เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีที่มีแคลอรีต่ำ และยังคงอุดมไปด้วย Omega-3 ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
• คุณภาพระดับซาชิมิ (Sashimi Quality): ปลาแซลมอนของเราได้รับการแปรรูปภายใน 8 ชั่วโมงหลังการจับ และทำทุกขั้นตอนในห้องคุมอุณหภูมิ ทำให้มั่นใจในความสดใหม่และคุณภาพที่เหมาะสำหรับการนำไปทำซาชิมิ
• Trim C: คือมาตรฐานการแล่ปลาที่มีการตัดแต่งอย่างพิถีพิถัน โดยมีการนำก้างใหญ่ออกทั้งหมด รวมถึงก้างปลาบริเวณท้อง (Belly Bone) และก้างซี่โครง (Pin Bone) ทำให้คุณสามารถนำเนื้อปลาไปทำอาหารได้ทันที โดยไม่ต้องมาเสียเวลาเลาะก้างเอง
เมนูแนะนำ
เนื้อปลาแซลมอนโคโฮ Trim C เหมาะสำหรับทำอาหารได้หลากหลายเมนู
• ซาชิมิ หรือ ซูชิ: ด้วยคุณภาพระดับซาชิมิ จึงสามารถหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ เพื่อทานแบบดิบได้อย่างปลอดภัย
• สเต๊กปลาแซลมอน: นำไปย่างหรือทอดในกระทะ จะได้เนื้อที่แน่นและหนังกรอบ
• ปลาแซลมอนอบ: นำไปอบในเตาอบพร้อมกับเครื่องเทศที่คุณชื่นชอบ
• เมนูอื่น ๆ: นำไปประกอบเมนูผัด หรือยำแบบไทย ๆ ก็อร่อยเข้ากัน
วิธีเตรียมปลา
1. นำปลาออกจากช่องแช่แข็ง และนำไปพักในตู้เย็นช่องธรรมดาเพื่อละลายน้ำแข็ง
2. เมื่อปลาละลายน้ำแข็งแล้ว สามารถนำไปล้างและซับน้ำให้แห้ง
3. หั่นเป็นชิ้นตามต้องการ แล้วนำไปประกอบอาหารได้ทันที
สัมผัสความอร่อยจากทะเลชิลีในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ปลาแซลมอนคุณภาพเยี่ยมที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพในครัวของคุณ
สัมผัสรสชาติสไตล์ญี่ปุ่นแท้กับซอสยากินิคุสูตรพิเศษ จากเมืองคิตามิ จังหวัดฮอกไกโด ที่โดดเด่นด้วยการผสมวาซาบิภูเขาพันธุ์ท้องถิ่นของฮอกไกโด ให้รสเผ็ดหอมเป็นเอกลักษณ์ แตกต่างจากวาซาบิทั่วไป ซอสมีรสชาติกลมกล่อมจากโชยุ น้ำตาล และผักผลไม้ ผสานกับความหอมของกระเทียม หัวหอม ขิง และงา ก่อนปิดท้ายด้วยความเผ็ดสดชื่นของยามะวาซาบิ ช่วยตัดเลี่ยนและเพิ่มมิติให้เนื้อย่าง หมูย่าง ไก่ย่าง หรือซีฟู้ดได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับใช้เป็นน้ำจิ้มเนื้อย่าง หมูย่าง ไก่ย่าง ซีฟู้ด หรือใช้หมักเนื้อก่อนย่าง รวมถึงใช้ปรุงอาหารผัดและเมนูญี่ปุ่นหลากหลาย เพิ่มรสชาติให้อร่อยแบบต้นตำรับได้ง่ายในทุกมื้อ เพียงเปิดขวดก็พร้อมสร้างรสชาติแบบร้านปิ้งย่างญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่บ้าน
วิธีการใช้งาน
• เขย่าขวดก่อนใช้ทุกครั้ง: เนื่องจากตัวซอสมีส่วนผสมของเนื้อหัวหอมบด กระเทียมบด และวาซาบิบดธรรมชาติที่อาจตกตะกอนอยู่ก้นขวด
• น้ำจิ้มปิ้งย่าง: เทซอสใส่ถ้วย ใช้จิ้มกับเนื้อวัวย่าง หมูสามชั้น หรือไก่ย่างร้อนๆ ได้ทันที ความเผ็ดฉุนของยามาวาซาบิจะช่วยตัดเลี่ยนมันเนื้อได้เป็นอย่างดี
• ราดหรือทาระหว่างย่าง: ใช้แปรงจุ่มซอสแล้วทาลงบนเนื้อสัตว์หรือผักในระหว่างที่กำลังย่างบนเตา เพื่อให้ซอสซึมเข้าเนื้อและส่งกลิ่นหอมของกระเทียม
• ซอสหมัก: นำเนื้อสัตว์ไปหมักกับซอสประมาณ 15-30 นาที ก่อนปิ้งย่างหรือผัด ช่วยให้เนื้อนุ่มและมีรสชาติหวานเค็มกลมกล่อมแทรกซึมเข้าเนื้อ
สำหรับคนที่ชอบทานปลาไหลญี่ปุ่นย่างซีอิ๊ว มาทางนี้ค่ะ
ที่ประเทศญี่ปุ่น จะมีเทศกาลวันทานปลาไหล ในช่วงฤดูร้อน เพราะเชื่อว่าหากทานในช่วงเวลานี้จะทำให้มีสุขภาพแข็งแรงตลอดทั้งปี เพราะปลาไหลอุดมด้วยคุณค่าทางอาหาร ช่วยให้ร่างกายไม่อ่อนเพลียจากอากาศที่ร้อน วันนี้เรามีปลาไหลน้ำจืดสายพันธุ์ญี่ปุ่น ที่เนื้อนุ่มแน่น คัดเฉพาะไซส์ใหญ่พิเศษ นำมาย่างจนมีกลิ่นหอม ทาด้วยซีอิ๊วรสชาติเค็มๆ หวานๆ ตามสูตรลับเฉพาะของทางแบรนด์ ยิ่งทาน ยิ่งอร่อย ที่สำคัญราคาไม่แพง!! เพราะราคานี้ ท่านจะได้ทานปลาไหล 1 ตัว!!! ที่สำคัญทำง่ายมาก เพียงแค่ฉีกซอง อุ่นร้อนในไมโครเวฟ เพื่อความอร่อยยิ่งขึ้น ทานคู่กับข้าวญี่ปุ่น เนื้อนุ่มเคี้ยวหนุบ ยิ่งอร่อยค่ะ
คุกกี้กรอบนุ่มชุ่มฉ่ำพร้อมความหอมอร่อยจากแครนเบอร์รี
โตฮาโตะ ออล แครนเบอร์รี เป็นซอฟต์คุกกี้ (Soft Cookies) ที่อัดแน่นไปด้วยชิ้นแครนเบอร์รีแบบเต็มๆ คำ ให้คุณเพลิดเพลินไปกับรสหวานอมเปรี้ยวและกลิ่นหอมสดชื่นเฉพาะตัวของแครนเบอร์รี ที่สอดแทรกอยู่ระหว่างแป้งคุกกี้ขนาดกำลังพอดี ใช้กรรมวิธีการอบที่เป็นเทคนิคลับเฉพาะของโตฮาโตะ ทำให้ได้เนื้อสัมผัสที่มีความนุ่มชุ่มฉ่ำอยู่ข้างใน ไม่แข็งกระด้าง มาพร้อมคุณประโยชน์จากโพลีฟีนอลซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ผลิตภัณฑ์นี้เป็นหนึ่งในซีรีส์ออล เรซิน (All Raisin) ของโตฮาโตะซึ่งได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1972 และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนเกิดเป็นออล แครนเบอร์รีขึ้นในปี 2020 ภายในซองบรรจุเป็นห่อเล็กๆ แบ่งรับประทานได้ง่าย ไม่ว่าจะรับประทานเป็นของว่างคู่กับเครื่องดื่มอย่าง ชา, กาแฟ, นมสด, หรือไอศกรีมก็อร่อยค่ะ
มาทำไก่ทอดคาราอาเกะสไตล์จีนกันเถอะ!
Weipa karaage ko ปรับสูตรจากสูตรคาราอาเกะเดิมๆ ให้ออกมาเป็นสไตล์จีน มีรสของกระเทียม ความสไปซี่จากเครื่องเทศ และกลิ่นหอมเฉพาะตัว เมื่อนำมาผสมเข้ากับเนื้อไก่แล้วนำไปทอด ก็จะได้ลิ้มรสคาราอาเกะที่กรอบอร่อยอย่างไม่จำเจ
ส่วนผสม
- แป้งคาราอาเกะ 1 ซอง
- น้ำเปล่า 80 มล.
- เนื้อไก่ 400-500กรัม
วิธีทำ
1. นำแป้ง และ น้ำ มาผสมและคนให้เข้ากัน
2. หั่นเนื้อไก่เป็นชิ้นพอดีคำ จากนั้นนำไปชุบกับแป้งที่ผสมเตรียมไว้
3. ตั้งกระทะและน้ำมัน อุณหภูมิ 165-175 องศา
4. นำไก่ที่ชุปแป้งลงไปทอด ประมาน 3-4 นาที แล้วจึงนำขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน