ถ้าพูดถึงราเมงรสมิโสะ หลายคนจะนึกถึงความหอมของถั่วหมัก ผสมความเค็มมันที่ลึกและกลมกล่อม ราเมงรุ่นนี้ถ่ายทอดรสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ได้ชัดเจน ซุปมีความเข้มข้นสไตล์ “โนโกะ” คือไม่จาง ไม่บาง แต่แน่นเต็มคำ เส้นราเมงถูกออกแบบให้มีความหนาและความหนึบเป็นพิเศษ เพื่อให้รับกับซุปมิโสะได้อย่างลงตัว ทุกครั้งที่คีบเส้นขึ้นมา จะสัมผัสได้ถึงความเด้งและเนื้อสัมผัสที่คล้ายเส้นสดในร้านราเมง จุดเด่นคือสามารถปรุงเพิ่มได้ตามสไตล์ของตัวเอง จะใส่หมูชาชู ไข่ออนเซ็น ข้าวโพด หรือเนยเพิ่มความหอมก็ได้ กลายเป็นเมนูระดับร้านดังได้ภายในไม่กี่นาที เหมาะกับคนทำงานที่อยากได้มื้ออร่อยแบบรวดเร็ว นักเรียนที่อยากกินอะไรจริงจัง หรือร้านอาหารที่ต้องการเมนูญี่ปุ่นเพิ่มยอดขายแบบต้นทุนคุมได้ พูดง่ายๆ คือ ถ้าอยากกินราเมงที่ไม่ง้อร้าน นี่คือคำตอบ
วิธีการทำ
• ต้มเส้น: ต้มน้ำ 500 มล. ให้เดือด แล้วใส่เส้นลงไปต้มนานประมาณ 4 นาที (คอยคนเบาๆ ให้เส้นกระจายตัว)
• เตรียมซุป: ระหว่างรอ ให้เทเครื่องปรุงซุปลงในชามเตรียมไว้
• ผสมน้ำ: เมื่อเส้นสุก เทน้ำร้อนจากหม้อลงในชามเครื่องปรุงก่อน แล้วคนให้ละลายเข้ากัน
• เสิร์ฟ: นำเส้นลงไปใส่ในชาม คนเบาๆ พร้อมรับประทาน
เคล็ดลับ: เติมเนื้อหมูชาชู ไข่ต้ม หน่อไม้ และต้นหอมญี่ปุ่น เพื่ออรรถรสที่สมบูรณ์แบบ
ถ้าพูดถึงราเมงสายเข้ม “โชยุผสมน้ำมันหมู” คือรสที่สายฮาร์ดคอร์ต้องลอง เพราะความหอมมันของไขมันหมูจะช่วยดึงรสเค็มหวานของโชยุให้ลึกขึ้นอีกระดับ ไม่ใช่แค่เค็ม แต่เป็นความกลมกล่อมที่เคลือบเส้นทุกเส้น ZUBAAN! สูตรนี้ออกแบบมาให้เส้นมีความเหนียวนุ่ม เคี้ยวหนึบพอดี ไม่เละง่าย ซุปเข้มข้นแบบที่เรียกว่า “กินแล้วรู้เลยว่ามีของ” ใครชอบเติมหมูชาชู ไข่ต้มยางมะตูม หรือสาหร่าย รับรองว่าซุปจะยิ่งพุ่ง แพ็กขนาด 3 ซอง เหมาะทั้งสำหรับครอบครัว หรือร้านอาหารที่อยากมีเมนูเสริมแบบทำเร็ว ขายไว กำไรชัดเจน โดยเฉพาะช่วงเร่งด่วนหรือเดลิเวอรี่ บางวันชีวิตก็ต้องการอะไรที่ง่าย แต่ไม่ธรรมดา…ราเมงถ้วยนี้ตอบโจทย์แบบไม่ต้องบินไปญี่ปุ่น
วิธีการทำ
• ต้มเส้น: ต้มน้ำ 500 มล. ให้เดือด แล้วใส่เส้นลงไปต้มนานประมาณ 4 นาที (คอยคนเบาๆ ให้เส้นกระจายตัว)
• เตรียมซุป: ระหว่างรอ ให้เทเครื่องปรุงซุปลงในชามเตรียมไว้
• ผสมน้ำ: เมื่อเส้นสุก เทน้ำร้อนจากหม้อลงในชามเครื่องปรุงก่อน แล้วคนให้ละลายเข้ากัน
• เสิร์ฟ: นำเส้นลงไปใส่ในชาม คนเบาๆ พร้อมรับประทาน
เคล็ดลับ: เติมเนื้อหมูชาชู ไข่ต้ม หน่อไม้ และต้นหอมญี่ปุ่น เพื่ออรรถรสที่สมบูรณ์แบบ
สะดวก อร่อย พร้อมทานในไม่กี่นาที
"ปลาทูน่าย่าง" เคลือบด้วยซอสเทอริยากิ รสชาติกลมกล่อม เข้มข้น อร่อย หอมหวานจากซอสเทอริยากิที่เป็นเอกลักษณ์ของอาหารญี่ปุ่น ที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินกับรสชาติอร่อยกลมกล่อมในทุกคำ และได้สัมผัสรสชาติญี่ปุ่นแท้ๆไม่ต้องออกไปไหน แค่เพียงอุ่นและก็พร้อมทานแล้วค่ะ!
♥ ไม่ต้องรอนาน แค่เพียงอุ่นหรืออบ คุณก็ได้สัมผัสความอร่อยของปลาทูน่าย่างแท้ๆ เคลือบซอสเทอริยากิหวานเข้มข้น
♥ สะดวกสุดๆ ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ก็พร้อมทานอร่อยที่บ้าน
♥ เหมือนทานที่ร้านญี่ปุ่น ไม่ต้องออกไปไหนก็ได้ลิ้มรสอาหารระดับพรีเมียม
วิธีการปรุง
1. ฉีกซองนำนำสินค้าออกจากถุง แยกถาดแต่ละชิ้นปลา ตามรอยปรุ
2. อุ่นด้วยไมโครเวฟ (ถุงผลิตภัณฑ์ไม่สามารถใช้กับไมโคเวฟได้)
• 0.50 - 1.50 นาที กำลังไฟ 500 วัตต์
• 0.40 - 1.40 นาที กำลังไฟ 600 วัตต์
3. รับประทานให้อร่อยค่ะ จะอร่อยยิ่งขึ้นเมื่อทานคู่กับ ข้าวญี่ปุ่น และซุปมิโซะ
Soba อาหารมงคลแบบดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่น!
เพลิดเพลินไปกับความสดใหม่ของเส้นอุด้งจาก Ogawa
“คางปลาบุรี” ความเรียบง่ายอย่างลงตัว
“บุรี” หรือปลา “ฮามาจิ” คือปลาในตระกูล (Yellow Tail) เป็นปลานำเข้าจากญี่ปุ่นชนิดเดียวในโลกที่มีชื่อเรียกหลากหลายไปตามช่วงอายุ จัดเป็นปลาเนื้อขาวที่มีความมันแทรกอยู่ในเนื้อ
“คางปลาบุรี” เป็นเมนูที่พบได้บ่อยในร้านอาหารญี่ปุ่น และเป็นที่นิยมในงานแต่งงานและงานเฉลิมฉลองอื่นๆ เนื่องจากมีรสชาติอร่อยและเนื้อนุ่มหอม เนื้อใต้คางมีไขมันอยู่มาก ซึ่งทำให้มีรสชาติหวานและเนื้ออร่อย การทำคางปลาบุรี จะใช้วิธีการย่างหรืออบที่ทำให้ผิวเนื้อนอกกรอบและนุ่มอยู่ภายใน มักจะปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยหรือโยชุ หรือเมนูต่างๆอีกมากมาย
วิธีทำคางปลาฮามาจิหรือปลาบุรีย่างเกลือ
1. ตั้งเตาถ่านสำหรับย่าง (ควรตั้งรอประมาณ 45 นาที ไฟจะร้อนพอดี ไม่แรงเกินไป)
2. วางคางปลาบุรีบนตะแกรงย่าง โรยเกลือเล็กน้อย ย่างประมาณ 10 นาที
3. ค่อยๆกลับด้านคางปลา โรยเกลืออีกด้าน แล้วทิ้งไว้อีก 10 นาที กลับด้านทุก 10 นาทีแบบนี้เรื่อยๆ จนสุก (ใช้เวลาทั้งหมด 20-30 นาที แล้วแต่ขนาดของคางปลา)
4. ยกคางปลาฮามาจิลงจาน นำหัวไชเท้าฝอยมาบีบน้ำออก ปั้นเป็นก้อนกลมๆ วางข้างชิ้นปลา พร้อมราดซีอิ๊วบนหัวไชเท้า ก็เสิร์ฟคางปลาบุรีย่างเกลือได้เลย
วิธีการเก็บ
• นำออกมาจากช่องแช่แข็งเฉพาะเท่าที่ต้องการจะประกอบอาหาร ไม่แนะนำให้นำออกมาละลายแล้วกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะจะทำให้คุณภาพลดลง
โมจิญี่ปุ่นแท้ๆ พร้อมเสริ์ฟแล้วค่ะ
โซบะชาเขียว 1 ใน เมนูขึ้นชื่อของญี่ปุ่น
ทาโกะยากิ หรือขนมครกญี่ปุ่น อาหารว่างติดครัวของชาวคันไซ
ทาโกะยากิมีต้นกำเนิดมาจากเมืองโอซากา หากท่านได้ไปเที่ยวแถบคันไซ ต่างต้องเคยได้ลิ้มลองอย่างแน่นอน วันนี้เราชวนคุณแก้คิดถึงญี่ปุ่น กับเมนูทำเองได้ง่ายๆ แถมรสชาติยังอร่อยมากๆ เหตุผลที่ทำให้อร่อย เพราะแป้งเราได้คิดค้นและผสมในสูตรเฉพาะของแบรนด์ Nippn คุณแค่เตรียมไส้ที่ชอบ และต้องมีกระทะหลุมสำหรับทำทาโกะยากิ เพียงแค่นี้ คุณก็อร่อยตามแบบโอซาก้าแท้ๆ แป้ง 1 ห่อ ทำได้ประมาณ 40 ลูก
วิธีทำ
1. ใส่แป้งทาโกะยากิ 100 กรัมลงในน้ำ 100 มล. แล้วผสมให้เข้ากัน ใส่กะหล่ำปลีสับ 300 กรัม ไข่ 1 ฟอง และไส้โอโคโนมิยากิที่คุณชื่นชอบ 100 กรัม (ปลาหมึก กุ้ง ปูอัด ฯลฯ)
2. วอร์มเตาด้วยไฟแรง เติมน้ำมันพืชหรือเนยเล็กน้อย แล้วค่อยใส่แป้งลงไปครึ่งหลุม ทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที ใส่ไส้ทาโกะยากิ กระหล่ำปลี ขิงซอยเล็กน้อยลงในหลุม
3. รอจนแป้งสุกจนร่อนจากกระทะ พยายามพลิกกลับ ค่อยๆ เติมแป้งจนมีลักษณ์เป็นทรงกลมสวยงาม
4. เมื่อแป้งสุกทุกด้าน ให้จัดใส่จาน ราดซอสทาโกะยากิ มายองเนส สาหร่ายผง และปลาคัตสึโอะหั่นฝอย
มาทำโอเด้งทานเองที่บ้านกันค่ะ
ซอสหมูผัดขิงสไตล์ญี่ปุ่น ทำง่ายภายใน 20 นาที
โคร็อกเกะครีมกุ้งเมนูที่ควรมีติดบ้าน
โคร็อกเกะกรอบนอกนุ่มใน สอดไส้ครีมซอส หอม มัน รสชาติกลมกล่อมนุ่มนวล พร้อมเนื้อกุ้งเน้นๆ เต็มคำ
ทสึยุสูตรเข้มข้น อร่อย กลมกล่อมยิ่งขึ้น
หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่โปรดปรานอาหารญี่ปุ่นและชอบที่จะได้ลองทำทานเองที่บ้าน สึยุถือเป็นเครื่องปรุงที่จะช่วยให้การทำอาหารญี่ปุ่นของคุณสะดวกและง่ายดายขึ้นมากเลยทีเดียวค่ะ ในสึยุจะประกอบไปด้วยโชยุ มิริน และดาชิ มักจะใช้เป็นซอสเพื่อรับประทานกับอาหารประเภทเส้นของญี่ปุ่นอย่าง โซบะ โซเมน หรืออุด้ง นอกจากนี้ยังนำไปประกอบเมนูอื่นๆ ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผัดกับผักหรือเนื้อสัตว์เพื่อทำดงบุริ ทำน้ำซุปหม้อไฟ ต้มหัวปลาแบบญี่ปุ่น ทำเป็นซอสเทมปุระก็ได้เช่นกัน
Sanbishi Awase Dashi Tsuyu สูตรนี้ เป็นดาชิสึยุเข้มข้นถึง 3 เท่า ที่เต็มไปด้วยรสอูมามิจากปลาแห้ง 3 ชนิด ได้แก่ ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล และปลาโบนิโต้ รวมถึงหอยเชลล์และสาหร่าย จนได้รสชาติที่กลมกล่อมยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพียงแค่นำไปผสมน้ำตามอัตราส่วนที่เหมาะสมก็เตรียมรับความอร่อยได้เลยค่ะ
ตัวอย่างอัตราส่วนในการทำเมนูต่างๆ
• ซอส 1: น้ำ 2 สำหรับเมนูบะหมี่เย็น น้ำจิ้มเทมปุระ หรือซอสราดหน้าข้าว (ดงบุริ)
• ซอส 1: น้ำ 4-5 สำหรับเมนูประเภทต้ม เช่น หัวปลาต้มซีอิ๊วแบบญี่ปุ่น
• ซอส 1: น้ำ 5-6 สำหรับเมนูบะหมี่ร้อน
• ซอส 1: น้ำ 7-9 สำหรับเมนูหม้อไฟหรือโอเด้ง
หมายเหตุ : เพื่อให้ได้รสชาติในแบบที่ชอบ สามารถปรับเปลี่ยนอัตราส่วนได้ตามต้องการค่ะ
หากคุณกำลังมองหา “ของกินเล่นที่ดูเฮลท์ตี้แต่กินเพลินแบบไม่รู้ตัว” นี่คือสาหร่ายโนริคุณภาพเยี่ยมที่คัดสรรจากแหล่งธรรมชาติ นำมาผ่านกระบวนการอบจนได้ความกรอบที่พอดี ไม่เหนียว และปรุงรสด้วยสูตรพิเศษสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ที่ผสมผสานซอสถั่วเหลืองเข้ากับสารสกัดจากสัตว์ทะเลนานาชนิด จนเกิดเป็นรสชาติ "อูมามิ" ที่กลมกล่อม หอมกลิ่นทะเลแบบพอดี ไม่เค็มโดดและไม่หวานจนเกินไป
จุดเด่นที่ทำให้ใครหลายคนหลงรัก
คือความ “กรอบบาง” ที่กัดเพียงคำเดียวก็สัมผัสได้ถึงเนื้อสาหร่ายที่แตกตัวเบาๆ ในปาก ตามด้วยกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่ช่วยยกระดับอรรถรสในการกิน ไม่ว่าจะหยิบทานเล่นเป็นของว่าง (Snack) ในออฟฟิศ เป็นเพื่อนคู่ใจยามดูซีรีส์เรื่องโปรด หรือจะนำไปทานคู่กับมื้อหลักอย่างข้าวสวยร้อนๆ ห่อข้าวต้ม หรือโรยหน้าบะหมี่ ก็ช่วยเพิ่มมิติความอร่อยให้มื้ออาหารธรรมดาดูพิเศษขึ้นมาทันที อร่อยได้แบบไม่รู้สึกผิด ยิ่งสายรักสุขภาพยิ่งต้องถูกใจ เพราะนอกจากรสชาติที่ยอดเยี่ยมแล้ว สาหร่ายทาคาโอกาย่ายังให้พลังงานน้อย แต่ยังคงคุณค่าสารอาหารจากธรรมชาติ ทำให้คุณสนุกกับการกินได้บ่อยเท่าที่ต้องการโดยไม่ต้องกังวลเรื่องรูปร่าง เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว ตั้งแต่เด็กๆ ที่ต้องการขนมที่มีประโยชน์ ไปจนถึงผู้ใหญ่ที่อยากหาของกินเล่นแก้เหงาปากแบบไม่รู้สึกผิด และยังพกพาสะดวกด้วยการออกแบบบรรจุภัณฑ์แบบแยกซองย่อยภายใน ทำให้ช่วยคงความกรอบและความสดใหม่ได้ยาวนาน พกพาสะดวก จะใส่กระเป๋าไปทานที่ไหนก็ง่าย ให้คุณสัมผัสความสดชื่นจากท้องทะเลได้ทุกที่ทุกเวลา
คุณสมบัติ
• รสชาติเข้มข้น: ปรุงรสด้วยซอสถั่วเหลือง สารสกัดจากกุ้ง ปลาโบนิโตะ และพริกป่น ให้รสชาติกลมกล่อม มีมิติ
• คุณภาพพรีเมียม: ผลิตจากสาหร่ายคุณภาพสูงถึง 85%
• แคลอรี่ต่ำ: ให้พลังงานเพียง 20 กิโลแคลอรีต่อซอง เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพ
• บรรจุภัณฑ์: แบ่งเป็น 6 ซองย่อย (ภายในบรรจุซองละ 4 แผ่นเล็ก) ช่วยรักษาความกรอบได้ดีเยี่ยมจนถึงมือคุณ
อร่อยกับข้าวหน้าหมูสไตล์ญี่ปุ่นได้ง่ายๆ ที่บ้านคุณ
สึยุเข้มข้นสูตรใหม่ อร่อย กลมกล่อมยิ่งขึ้น
หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่โปรดปรานอาหารญี่ปุ่นและชอบที่จะได้ลองทำทานเองที่บ้าน สึยุถือเป็นเครื่องปรุงที่จะช่วยให้การทำอาหารญี่ปุ่นของคุณสะดวกและง่ายดายขึ้นมากเลยทีเดียวค่ะ ในสึยุจะประกอบไปด้วยโชยุ มิริน และดาชิ มักจะใช้เป็นซอสเพื่อรับประทานกับอาหารประเภทเส้นของญี่ปุ่นอย่าง โซบะ โซเมน หรืออุด้ง นอกจากนี้ยังนำไปประกอบเมนูอื่นๆ ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผัดกับผักหรือเนื้อสัตว์เพื่อทำดงบุริ ทำน้ำซุปหม้อไฟ ต้มหัวปลาแบบญี่ปุ่น ทำเป็นซอสเทมปุระก็ได้เช่นกัน
โดย Sanbishi Awase Dashi Tsuyu สูตรใหม่นี้ เป็นดาชิสึยุเข้มข้นถึง 3 เท่า ที่เต็มไปด้วยรสอูมามิจากปลาแห้ง 3 ชนิด ได้แก่ ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล และปลาโบนิโต้ รวมถึงหอยเชลล์และสาหร่าย จนได้รสชาติที่กลมกล่อมยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพียงแค่นำไปผสมน้ำตามอัตราส่วนที่เหมาะสมก็เตรียมรับความอร่อยได้เลยค่ะ
ตัวอย่างอัตราส่วนในการทำเมนูต่างๆ
• ซอส 1: น้ำ 2 สำหรับเมนูบะหมี่เย็น น้ำจิ้มเทมปุระ หรือซอสราดหน้าข้าว (ดงบุริ)
• ซอส 1: น้ำ 4-5 สำหรับเมนูประเภทต้ม เช่น หัวปลาต้มซีอิ๊วแบบญี่ปุ่น
• ซอส 1: น้ำ 5-6 สำหรับเมนูบะหมี่ร้อน
• ซอส 1: น้ำ 7-9 สำหรับเมนูหม้อไฟหรือโอเด้ง
*หมายเหตุ: เพื่อให้ได้รสชาติในแบบที่ชอบ สามารถปรับเปลี่ยนอัตราส่วนได้ตามต้องการค่ะ
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Nanatsuboshi ข้าวที่เติบโตท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ของฮอกไกโด
นิยมปลูกมากในฮอกไกโด เมล็ดข้าวอวบ หุงแล้วขึ้นเงา มีความเหนียวปานกลาง และความหวานแบบพอดี ทำให้โดนใจชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก แม้ข้าวจะเย็นแต่ยังคงความนุ่ม หอม อร่อย สามารถทำอาหารได้หลากหลายประเภท แต่จะนิยมนำมาทำเบนโตะและซูชิ
• ลักษณะเมล็ด – เมล็ดข้าวอวบ ขาว หุงขึ้นหม้อ
• รสชาติ – มีรสหวานและยังคงอร่อยแม้จะเย็นแล้ว
• ความเหนียว – ความเหนียวกำลังดี
• เมนูที่เหมาะสม – เบนโตะ และซูชิ
• ความลับของสายพันธุ์ – ถือว่าเป็นข้าวที่มีความสมดุลระหว่างรสชาติกับเนื้อสัมผัสมากที่สุดในสายพันธุ์ข้าวฮอกไกโด เมื่อหุงจนสุกข้าวมีความขาว ความเงา ความหอม ให้รสชาตินุ่มนวล และเคี้ยวอร่อย
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
1. ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
2. ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
3. กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
4. ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำจนอ่อนนุ่ม
5. หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อย ๆ คนให้น้ำระเหย
เคล็ดลับการทำข้าวหน้าเนื้อให้อร่อยอยู่นี่แล้ว
กรอบนอก นุ่มใน กัดแล้วหยุดไม่ได้
อาหารทานเล่นยอดนิยมจากญี่ปุ่น ที่ผสมผสานรสชาติของเนื้อปลา ปลาหมึก และเผือกได้อย่างลงตัว กัดคำแรกสัมผัสได้ถึงความกรอบนอกนุ่มใน พร้อมรสชาติกลมกล่อม หอมขิงและซอสญี่ปุ่น สูตรเฉพาะของอาจิโนะโมะโต๊ะ เหมาะสำหรับทุกมื้ออาหาร ไม่ว่าจะเป็นกับข้าว อาหารทานเล่น ใส่ในกล่องเบนโตะเพิ่มสีสันให้อาหารกลางวัน หรือทานคู่ข้าวสวยร้อน ๆ ก็อร่อยกลมกล่อม เสิร์ฟคู่กับซอสโชยุ มายองเนสญี่ปุ่น หรือซอสพริกก็เข้ากันสุด ๆ ถูกใจทุกคนในครอบครัวแน่นอน
วิธีการปรุงอาหาร
• นำสินค้าที่แช่แข็งออกมาตัดถาดออกและวางไว้ที่ขอบจานหมุน โดยไม่ต้องห่อพลาสติก และอุ่นให้ร้อน
• หากไม่มีจานหมุน (turntable) ให้วางไว้ตรงกลางของเตาไมโครเวฟ
• หลังจากการปรุงอาหาร หากยังเย็นอยู่ ให้อุ่นเพิ่มทีละ 10 วินาทีจนกว่าจะอุ่นได้ที่
คำแนะนำสำหรับเตาไมโครเวฟ:
กำลังไฟ 500 วัตต์ 600 วัตต์
1 ชิ้น ประมาณ 40 วินาที ประมาณ 40 วินาที
2 ชิ้น ประมาณ 1 นาที ประมาณ 50 วินาที
4 ชิ้น ประมาณ 1.20 นาที ประมาณ 1.10 นาที
5 ชิ้น ประมาณ 1.50 นาที ประมาณ 1.40 นาที
โซบะชาเขียว 1 ใน เมนูขึ้นชื่อของญี่ปุ่น
ข้าวญี่ปุ่นจากเมืองฮอกไกโด เมืองแห่งความอุดมสมบูรณ์
ชวนคุณมาชิมข้าวญี่ปุ่นแท้ๆ ปลูกที่เมืองฮอกไกโด เมืองที่ธรรมชาติสวยงาม น้ำใสสะอาด ข้าวที่ได้มีรสชาติหวาน นุ่ม เหนียว เคี้ยวเพลิน เหมาะกับทำอาหารญี่ปุ่นอย่างเมนูข้าวซูชิ ข้าวปั้นโอนิกิริ มาลองชิมความแตกต่างของรสชาติข้าวญี่ปุ่นแท้ๆ กันค่ะ หากสนใจทำเมนูข้าวซูชิ เรามีน้ำส้มปรุงรสข้าว และสาหร่ายสำหรับห่อข้าว ขายด้วยนะคะ
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
1. ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
2. ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบา ๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
3. กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
4. ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำเวลาหุงข้าวจะนุ่มไม่กระด้าง
5. หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อยๆ คนให้น้ำระเหย
วิธีการเก็บรักษา
1. เก็บในที่แห้งและเย็น
2. ระวังการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง เพราะข้าวจะแห้งแตกเนื่องจากการระเหยของน้ำในข้าว
3. หลีกเลี่ยงการเก็บรักษาใกล้ ผงซักฟอก สเปรย์ปรับอากาศ เครื่องสำอาง และอาหารที่มีกลิ่นแรง เพราะข้าวจะดูดซับกลิ่น
ข้อควรระวัง
1. คุณภาพของข้าวจะเปลี่ยนหากโดนความชื้น
2. ห้ามวางไว้ใกล้เปลวไฟ เนื่องจากติดไฟง่าย
3. ห้ามวางสินค้าอื่นซ้อนทับผลิตภัณฑ์
เจลลี่ใสผสมเนื้อส้ม อร่อย สดชื่น
เจลลี่เนื้อเนียนใส ชุ่มฉ่ำ รสส้มมิคัง ผสมผสานความอร่อยของน้ำส้มและเนื้อส้มมิคังชิ้นใหญ่จุใจ รสชาติเปรี้ยวอมหวาน หอมกลิ่นผลไม้ สดชื่น ทานง่าย ทั้งอร่อยและได้ประโยชน์จากเนื้อผลไม้แบบเต็มๆ
ส้มมิคัง หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ส้มหวานญี่ปุ่น" เป็นผลไม้ยอดนิยมจากแดนอาทิตย์อุทัย ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติหวานฉ่ำ เนื้อสัมผัสชุ่มฉ่ำ ไร้เมล็ด ทานง่าย และอุดมไปด้วยสารอาหารและประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ดังนี้
1. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน: ส้มมิคังอุดมไปด้วยวิตามินซีสูง ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง
2. ต้านอนุมูลอิสระ: ส้มมิคังมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น เบต้าแคโรทีน ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ ป้องกันเซลล์ถูกทำลาย
3. ดีต่อระบบย่อยอาหาร: ส้มมิคังมีใยอาหารสูง ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี และช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล
4. บำรุงผิวพรรณ: วิตามินซีในส้มมิคังช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง ชุ่มชื้น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ชะลอริ้วรอย และช่วยให้ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์
5. บำรุงสายตา: ส้มมิคังมีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสายตา
6. บำรุงกระดูก: ส้มมิคังมีแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกพรุน
7. บำรุงระบบประสาท: ส้มมิคังมีวิตามินบีรวม ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง
8. ลดความดันโลหิต: โพแทสเซียมในส้มมิคังช่วยลดความดันโลหิต เหมาะสำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูง
9. ป้องกันนิ่วในไต: ใยอาหารในส้มมิคังช่วยชะล้างของเสียในไต ป้องกันการเกิดนิ่วในไต
10. เพิ่มพลังงาน: ส้มมิคังมีน้ำตาลธรรมชาติ ช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย คลายความอ่อนเพลีย
11. ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ: ส้มมิคังมีโพแทสเซียมสูง ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ
12. ป้องกันโรคโลหิตจาง: ส้มมิคังมีธาตุเหล็กสูง ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง
สัมผัสประสบการณ์ชาเขียวคุณภาพพรีเมียมจากแบรนด์ ฮาราดะ (Harada) ที่คัดสรรผงมัทฉะบริสุทธิ์ 100% มาจากแหล่งปลูกชาชั้นเลิศในจังหวัด ชิซูโอกะ (Shizuoka) ประเทศญี่ปุ่น ผงมัทฉะ นี้จะมอบรสชาติที่เข้มข้น มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และสามารถใช้งานได้หลากหลายในทุกเมนู
ความโดดเด่นของมัทฉะจากชิซูโอกะ
แหล่งกำเนิดคุณภาพสูง: จังหวัดชิซูโอกะตั้งอยู่ใกล้ภูเขาไฟฟูจิ ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุสำคัญ มีสภาพอากาศที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการปลูกชาเขียว จึงได้รับการขนานนามว่าเป็น "สวรรค์แห่งชา"
ผงชาเขียวแท้ 100%: ผลิตจากใบชาเขียวคุณภาพดี โดยไม่มีการผสมสารแต่งกลิ่น สี หรือน้ำตาลใดๆ ทำให้คุณได้รับรสชาติและกลิ่นหอมของชาเขียวแท้แบบเต็มที่
รสชาติเข้มข้นเป็นเอกลักษณ์: ด้วยคุณภาพของใบชาที่คัดเลือกมาอย่างดี มัทฉะนี้จึงมีรสชาติ อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นอย่างสมดุล ไม่ขมจนเกินไป และมีกลิ่นหอมสดชื่น
มัทฉะเพื่อไลฟ์สไตล์ที่ดี
มัทฉะ ถือเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมทั่วโลก เพราะนอกจากรสชาติที่อร่อยแล้ว ยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง
สารต้านอนุมูลอิสระสูง: มัทฉะเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ที่ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกาย
ช่วยเพิ่มความสดชื่นและมีสมาธิ: มีสารคาเฟอีนและ L-Theanine ทำงานร่วมกัน ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า มีสมาธิ แต่ให้ความรู้สึกสงบ
ใช้งานได้หลากหลาย: สามารถนำไปทำเครื่องดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น เช่น มัทฉะลาเต้, สมูทตี้ รวมถึงใช้เป็นส่วนผสมสำคัญในการทำเบเกอรี่ ขนมหวาน และไอศกรีม
วิธีการเตรียมมัทฉะเบื้องต้น
1. ใช้ผงมัทฉะประมาณ 1-2 กรัม (ประมาณ 1 ช้อนชา) ลงในถ้วย
2. เติมน้ำร้อน (อุณหภูมิประมาณ 80 องศาเซลเซียส) 60-70 มล.
3. ใช้ไม้ตีชา (Chasen) หรืออุปกรณ์สำหรับตีชา คนหรือตีให้เกิดฟองละเอียดจนผงมัทฉะละลายเข้ากันดี
4. สามารถเติมน้ำร้อนเพิ่ม หรือผสมนมเพื่อทำมัทฉะลาเต้ได้ตามความชอบ
ผงมัทฉะ จากแบรนด์ ฮาราดะ (Harada) จึงเป็นตัวเลือกที่มั่นใจได้ มอบ มัทฉะแท้ ที่มีคุณภาพและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับญี่ปุ่นอย่างแท้จริง
เพลิดเพลินกับแกงกะหรี่ญี่ปุ่นแท้ๆ แบบเต็มรสชาติได้ง่ายๆ แค่อุ่น
ปลดล็อกเคล็ดลับผิวสวยและสุขภาพดีจากภายใน ด้วยพลัง "สีส้ม" จากคาโกเมะ
ในยุคที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบ การจะหาเวลามานั่งทานผักให้ครบตามสัดส่วนที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย หลายคนลงเอยด้วยการทานฟาสต์ฟู้ดหรืออาหารจานด่วนที่ขาดวิตามิน ส่งผลให้ร่างกายอ่อนล้า ผิวพรรณไม่สดใส และระบบขับถ่ายติดขัด นี่คือเหตุผลที่คาโกเมะ แบรนด์น้ำผักผลไม้อันดับ 1 จากญี่ปุ่น คิดค้นสูตรน้ำผักผลไม้รวมผสมน้ำแครอทและส้ม ขึ้นมาเพื่อเป็นทางลัดสู่สุขภาพดีที่ "ดื่มง่าย" กว่าที่คุณเคยสัมผัส หัวใจสำคัญของขวดนี้คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่าง ผักและผลไม้ โดยมี "แครอท" เป็นพระเอกหลัก หลายคนอาจจะกังวลเรื่องกลิ่นเหม็นเขียวของผัก แต่ Kagome ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงจากญี่ปุ่นที่สามารถดึงเอาความหวานตามธรรมชาติของแครอทออกมา และตัดรสด้วยความเปรี้ยวสดชื่นจาก "ส้ม" ทำให้น้ำผักขวดนี้มีรสชาติที่กลมกล่อม หอมสดชื่น ดื่มแล้วรู้สึกรีเฟรชทันที โดยไม่ต้องเติมน้ำตาลทรายแม้แต่กรัมเดียว! คาโกเมะไม่ใช่แค่เครื่องดื่มทั่วไป แต่คือสัญลักษณ์ของความใส่ใจในแบบฉบับญี่ปุ่น ทุกหยดในขวดขนาด 720 มล. นี้ ผ่านกระบวนการคัดสรรวัตถุดิบอย่างเข้มงวด ไม่มีการใส่วัตถุกันเสีย ไม่แต่งกลิ่นสังเคราะห์ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณและครอบครัวจะได้ดื่มด่ำกับรสชาติของธรรมชาติแท้ๆ 100% เหมือนมีฟาร์มญี่ปุ่นมาเสิร์ฟถึงบ้าน
คุณสมบัติเด่น
• น้ำผักผลไม้ 100% จากแครอทและส้ม
• อุดมด้วยวิตามิน A และ C
• มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant)
• ไม่เติมสี ไม่ใช้วัตถุกันเสีย
• แบรนด์ KAGOME ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำผักผลไม้จากญี่ปุ่น
ประโยชน์
• ช่วยบำรุงสายตาและผิวพรรณ (วิตามิน A จากแครอท)
• เสริมภูมิคุ้มกัน (วิตามิน C จากส้ม)
• ช่วยลดความเครียดของเซลล์จากอนุมูลอิสระ
• เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพแบบง่ายๆ ทุกวัน
เหนื่อยล้ามาทั้งวัน หรือเริ่มเช้าวันใหม่แบบอึนๆ ให้ Kagome ขวดนี้ช่วยดึงความสดใสกลับมา! การันตีคุณภาพส่งตรงจากญี่ปุ่น ดื่มง่าย ไม่เหม็นเขียว ใครที่ไม่ชอบกินผักต้องลอง แล้วคุณจะลืมภาพจำแบบเดิมๆ ไปเลย!
เส้นเหนียวนุ่ม ซุปเข้มข้น อร่อยเหมือนทานที่ร้าน
เหนื่อยล้าจากงานมาทั้งวัน หรือกำลังมองหาเครื่องดื่มดับกระหายที่ไม่ใช่แค่ให้ความหวานเพียงอย่างเดียวอยู่ใช่ไหม? ลองนี่เลย! น้ำผักผลไม้รวม 100% ยอดขายอันดับ 1 จากญี่ปุ่น ที่จะมาเปลี่ยนนิยามการดื่มน้ำผักของคุณไปตลอดกาล ด้วยการผสานคุณค่าจาก ผัก 70% และผลไม้ 30% เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ให้คุณสัมผัสความหวานละมุนจากแอปเปิ้ลและความสดชื่นจากแครอทในขวดเดียว รสชาติกลมกล่อม ดื่มง่าย ไม่เหม็นเขียว และที่สำคัญคือได้ความหวานแท้จากธรรมชาติ 100% โดยไม่ต้องพึ่งน้ำตาลทราย ดื่มแล้วสดชื่นได้ทั้งครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นเด็กๆ ที่ไม่ชอบกินผัก หรือผู้ใหญ่ที่รักสุขภาพ การดื่ม Kagome เพียงขวดเดียว เหมือนคุณได้ทานผักและผลไม้หลากหลายชนิดในวันเดียว โดยไม่ต้องเสียเวลาหั่น ไม่ต้องเสียเวลาล้าง ตอบโจทย์ชีวิตที่เร่งรีบแต่ยังอยากดูแลตัวเอง ให้คาโกเมะเป็นตัวช่วยเติมความสดใสและสุขภาพที่ดีให้คุณในทุกๆวันนะคะ
คุณสมบัติเด่น
• สูตรใหม่ อัปเกรดคุณภาพ: ผสมผสานอย่างลงตัวด้วยผัก 70% และผลไม้ 30%
• น้ำตลน้อยลง แต่รสชาติยังดีเยี่ยม: ลดปริมาณน้ำตาลลง แต่ยังคงรสสัมผัสที่หอมหวานของผลไม้ไว้เต็มคำ
• รวมคุณประโยชน์จากธรรมชาติ: มีส่วนผสมของผักและผลไม้รวมกันมากกว่า 20 ชนิด
• ใส่ใจสุขภาพ: ไม่เติมสารกันเสีย, ไม่เจือสีสังเคราะห์, ไม่ใส่น้ำตาล และไม่เติมเกลือ
• วิตามินซีครบจบในขวดเดียว: ให้ปริมาณวิตามินซีเพียงพอที่ร่างกายต้องการต่อวันใน 1 หน่วยบริโภค
ประโยชน์
• ช่วยเสริมการบริโภคผักผลไม้ในแต่ละวัน
• มีใยอาหารจากธรรมชาติ
• วิตามินจากผักและผลไม้ ช่วยดูแลร่างกายโดยรวม
• เหมาะกับคนทำงาน คนไม่ค่อยทานผัก เด็กโต และผู้ใหญ่
"ยกระดับความสดชื่นอย่างเหนือระดับด้วยคาโกเมะสุนทรียภาพแห่งน้ำผักผลไม้ 100% จากญี่ปุ่น ที่ผสานคุณค่าและรสชาติอันละมุนละไมไว้ในหนึ่งเดียว"
ชาเขียวเซนฉะชนิดชงได้ทั้งร้อนและเย็น ถูกใจสำหรับคนรักชา
เส้นเหนียวนุ่ม ซุปเข้มข้น อร่อยเหมือนทานที่ร้าน
ทำไมต้อง "ผักสีม่วง" ความลับสุขภาพดีที่ดื่มได้จากคาโกเมะ
ในยุคที่ความเร่งรีบกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ประโยคที่ว่า "กินผักให้ครบ 5 สี" ดูจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากขึ้นทุกที โดยเฉพาะ "ผักสีม่วง" ที่ไม่ได้หาทานได้ง่ายๆ ในร้านอาหารตามสั่งทั่วไป หลายคนจึงละเลยการเติมสารอาหารกลุ่มนี้ไปอย่างน่าเสียดาย แต่วันนี้คาโกเมะ แบรนด์น้ำผักอันดับ 1 จากญี่ปุ่น ได้ย่อเอาคุณค่าของผักและผลไม้ถึง 26 ชนิด มาไว้ในขวดเดียวภายใต้คอนเซปต์น้ำผักผลไม้สีม่วงที่ดื่มง่ายจนคุณลืมไปเลยว่ากำลังกินผักอยู่!
พลังแห่งสีม่วง: มากกว่าแค่สีสัน แต่คือ "เกราะป้องกัน" ร่างกาย
สีม่วงเข้มที่เราเห็นในขวดนี้ ไม่ใช่สีสังเคราะห์ แต่เป็นสีธรรมชาติ 100% ที่มาจากกลุ่ม โพลีฟีนอล และ แอนโทไซยานิน สารสกัดล้ำค่าจากธรรมชาติที่มีอยู่ในแครอทม่วง, มันเทศม่วง, กะหล่ำปลีม่วง และเหล่าเบอร์รี่หลากชนิด สารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้มีหน้าที่สำคัญในการเป็น "เกราะป้องกัน" ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายจากการถูกทำลายนอกจากนี้ยังมี เบต้า-แคโรทีนจากแครอท ที่ทางคาโกเมะ เผยข้อมูลที่น่าทึ่งว่ามันมีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระ สูงกว่าวิตามินอีถึง 80 เท่า! ซึ่งส่งผลดีโดยตรงต่อการดูแลดวงตาและช่วยให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งสดใส
สูตรลับ 70:30 สมดุลที่ลงตัวระหว่าง "ประโยชน์" และ "รสชาติ"
หลายคนกลัวน้ำผักเพราะกลิ่นเหม็นเขียว แต่คาโกเมะ สูตรนี้ใช้อัตราส่วนทองคำคือ ผัก 70% และ ผลไม้ 30%
• ผัก 20 ชนิด: นำทัพโดยแครอท (สารพัดสี), กะหล่ำปลีม่วง, บร็อกโคลี, ผักโขม, และแม้แต่ผักที่หาทานยากอย่าง หน่อไม้ฝรั่ง หรือ เครส (Watercress)
• ผลไม้ 6 ชนิด: นำโดย องุ่นม่วง, แอปเปิ้ล, บลูเบอร์รี่, และเลมอน เพื่อช่วยตัดรสให้มีความเปรี้ยวหวานสดชื่น
คุณสมบัติเด่น
• สูตรใหม่ อัปเกรดความเฮลตี้: ผัก 70% + ผลไม้ 30%
• น้ำตาลน้อยลง แต่รสชาติยังคงความฟรุตตี้! (อร่อยสดชื่นเหมือนเดิม)
• รวมคุณประโยชน์จากผักและผลไม้รวมกว่า 20 ชนิด
• ไม่เติมสารกันเสีย ไม่แต่งสี ไม่เติมน้ำตาลและเกลือ
• มีโพลีฟีนอล ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
ประโยชน์
• รวมผักกว่า 30 ชนิด ในขวดเดียว
• มีใยอาหารจากธรรมชาติ
• วิตามินจากผักและผลไม้ ช่วยดูแลร่างกายโดยรวม
• อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
• เหมาะกับคนทำงาน คนไม่ค่อยทานผัก เด็กโต และผู้ใหญ่
เปลี่ยน "วันเพลียๆ" ให้เป็น "วันเฟรชๆ"
ไม่ว่าคุณจะเป็นมนุษย์ออฟฟิศที่จ้องหน้าจอนานจนตาล้า (ซึ่งวิตามินเอช่วยได้!), คนที่ชอบออกกำลังกายและต้องการการฟื้นฟูร่างกาย หรือแม้แต่คนที่ไม่ชอบทานผักสดขวดนี้คือคำตอบที่ตอบโจทย์ที่สุด
เส้นเหนียวนุ่ม น้ำซุปเข้มข้น อร่อยเหมือนทานที่ร้าน
ทำไมต้องแซลมอนรมควัน Latitude 45 ? สัมผัสความต่างของแซลมอนรมควันระดับโลก
Latitude 45 คือแบรนด์แซลมอนรมควันที่โดดเด่นเรื่องคุณภาพและความพิถีพิถัน โดยคัดสรรปลาจากฟาร์มในประเทศชิลี ณ พิกัดละติจูด 45 องศาใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์และเย็นจัดที่สุดในโลก กระแสน้ำที่เย็นจัดนี้เองที่ช่วยให้แซลมอนสะสมไขมันและ Omega-3 ได้ดีกว่าปกติ ส่งผลให้เนื้อปลามีความนุ่มละมุน ลายไขมันแทรกสวยงาม และมีระบบนิเวศที่สมบูรณ์เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของ Atlantic Salmon จนได้เนื้อที่แน่น สีสีสดสวยธรรมชาติ
ความพิเศษที่เหนือกว่าคือหลักการ "รมควันสดภายใน 24 ชั่วโมง" ซึ่งแตกต่างจากแซลมอนรมควันทั่วไปที่มักใช้ปลาแช่แข็งมาแปรรูป แต่ Latitude 45 เลือกใช้ปลาที่เพิ่งขึ้นจากน้ำ (Fresh, never frozen) เข้าสู่กระบวนการรมควันทันทีภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อล็อคความสดใหม่ไว้ให้ถึงมือคุณ วิธีนี้ช่วยรักษาโครงสร้างกล้ามเนื้อปลาไม่ให้ถูกทำลายจากเกล็ดน้ำแข็ง ผลลัพธ์ที่ได้คือเนื้อสัมผัสที่ 'เด้ง' และ 'ฉ่ำ' ราวกับทานปลาสด แต่ได้ความหอมกรุ่นจากการรมควันไม้ธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
สัมผัสประสบการณ์การทานที่สะดวกและพรีเมียม
ด้วยเนื้อปลาแซลมอนรมควันชนิดพร้อมรับประทานที่ผ่านการคัดเกรดอย่างดี :
• การตัดสไลซ์ : หั่นสไลซ์บางสม่ำเสมอขนาด 2.5-3.0 มม.
• ขนาดบรรจุ : ในแพ็ค จำนวน 40-42 ชิ้นโดยประมาณ โดยจัดเรียงเป็นระเบียบบนแผ่นกระดาษรอง ทำให้หยิบใช้งานง่าย เนื้อปลาไม่ติดกันเป็นก้อน
• ความเป็นธรรมชาติ: เนื้อปลาอาจพบส่วนเนื้อสีน้ำตาล (Brown meat) เล็กน้อยตามธรรมชาติของชิ้นปลา ซึ่งเป็นส่วนที่สะสมไขมันและสารอาหารที่มีประโยชน์สูง
สารอาหารที่มากกว่าแค่ความอร่อย
แซลมอนรมควัน Latitude 45 ไม่ใช่แค่เมนูหรู แต่เป็น Superfood สำหรับคนรักสุขภาพ:
• High Protein: โปรตีนสูงถึง 12 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
• Rich in Omega-3 (DHA/EPA): มีสูงถึง 800 มก. ซึ่งช่วยในเรื่องการทำงานของสมอง
ลดการอักเสบ และบำรุงหัวใจ
• Vitamin D: เสริมสร้างกระดูกและภูมิคุ้มกัน (ซึ่งเป็นวิตามินที่หาได้ยากจากอาหารทั่วไป)
รสชาติที่ลงตัว.. พร้อมทาน
• หอมกลิ่นรมควันไม้ธรรมชาติ กลิ่นชัดแต่สุภาพ ไม่แรง ไม่กลบกลิ่นปลา
• รสนุ่มละมุน เค็มอ่อน ๆ กำลังดี ปรุงรสน้อย ดึงรสหวานธรรมชาติของเนื้อแซลมอนออกมา
• เนื้อแน่น แต่นุ่มลิ้น ไม่แห้ง ไขมันแทรกพอดี ละลายในปาก เคี้ยวแล้วไม่กระด้าง
• รสชาติกลมกล่อม ทานเปล่าอร่อย ไม่จำเป็นต้องปรุงเพิ่ม แต่เข้ากันดีกับเลมอน ครีมชีส หรือผักสด
มาตรฐาน BAP และ Halal
บนบรรจุภัณฑ์มีสัญลักษณ์สำคัญที่ช่วยการันตีความมั่นใจ:
• BAP (Best Aquaculture Practices): เป็นเครื่องหมายระดับสากลที่ยืนยันว่า ฟาร์มนี้รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สวัสดิภาพสัตว์ และมีความปลอดภัยทางอาหารสูงสุด
• Halal Certified: ผ่านการตรวจสอบตามหลักศาสนอิสลาม ทำให้เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคทุกกลุ่ม
"เพราะความสดรอไม่ได้ เราจึงรมควันใน 24 ชั่วโมง เพื่อคำที่ดีที่สุดสำหรับคุณ"
ปลดล็อกความลับสุขภาพดีจากญี่ปุ่น... ดื่มผัก 30 ชนิด ในขวดเดียว ทำไมถึงเป็นไปได?
ในยุคที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบ การจะรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ตามหลักโภชนาการกลายเป็นเรื่องที่ท้าทาย โดยเฉพาะ "การทานผัก" เชื่อไหมครับว่า กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของประเทศญี่ปุ่น (MHLW) ได้กำหนดมาตรฐานไว้ว่า คนเราควรบริโภคผักให้ได้วันละ 350 กรัม เพื่อร่างกายที่แข็งแรงและห่างไกลจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
แต่คำถามคือ... ในหนึ่งวันเราจะทานผักสดปริมาณเกือบครึ่งกิโลกรัมไหวจริงๆ หรือ?
คาโกเมะ : คำตอบของการทานผักที่ง่ายและอร่อยที่สุด
Kagome (คาโกเมะ) แบรนด์น้ำผักผลไม้อันดับ 1 จากประเทศญี่ปุ่น เข้าใจปัญหานี้เป็นอย่างดี จึงได้คิดค้นน้ำผักเข้มข้น 100% รุ่น "Vegetables For One Day" ที่รวบรวมคุณค่าของผักหลากสีไว้มากถึง 30 ชนิด สกัดลงในขวดเดียว เพื่อให้คุณได้รับสารอาหารเทียบเท่ากับปริมาณผัก 350 กรัม ตามมาตรฐานญี่ปุ่นเป๊ะๆ โดยไม่ต้องนั่งเคี้ยวผักเป็นชามโตอีกต่อไป
ผัก 30 ชนิด" มีอะไรบ้าง?
สิ่งที่ทำให้คาโกเมะโดดเด่นกว่าน้ำผักทั่วไปคือ "ความหลากหลาย" เพราะผักแต่ละสีให้คุณประโยชน์ที่ต่างกัน:
• กลุ่มผักสีเขียว: เช่น เคล, ปวยเล้ง, อาชิตะบะ, และกิ่งเกนไซ ช่วยในเรื่องของคลอโรฟิลล์และการดีท็อกซ์
• กลุ่มผักสีส้มและเหลือง: เช่น แครอท, ฟักทอง, และข้าวโพด อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนสูงมาก (วิตามินเอสูงถึง 190%) ช่วยบำรุงสายตาและผิวพรรณ
• กลุ่มผักสีม่วงและแดง: เช่น มะเขือเทศ, กะหล่ำปลีม่วง, บีทรูท, และมะเขือม่วง ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์
• สมุนไพรและผักพื้นบ้าน: เช่น ขิง, ขึ้นฉ่าย, และรากโกโบ ที่ช่วยปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร
คุณสมบัติเด่น
• รวมผักมากถึง 30 ชนิด ในขวดเดียว
• ใช้วัตถุดิบเทียบเท่าผักสด ประมาณ 350 กรัม
• ไม่เติมน้ำตาล สี หรือวัตถุกันเสีย
• ให้พลังงานต่ำ ดื่มได้ทุกวัน ไม่รู้สึกผิด
• รสชาติกลมกล่อม ดื่มง่าย แม้คนไม่ชอบกินผัก
ประโยชน์
• มีใยอาหารจากธรรมชาติ
• วิตามินจากผักและผลไม้ ช่วยดูแลร่างกายโดยรวม
• อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
• เหมาะกับคนทำงาน คนไม่ค่อยทานผัก เด็กโต และผู้ใหญ่
การดูแลตัวเองไม่จำเป็นต้องยากเสมอไป หากคุณเป็นคนที่ไม่ชอบทานผัก หรือเป็นคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังกลุ้มใจเรื่องลูกไม่ยอมทานผัก Kagome Vegetables For One Day คือ "ทางลัด" ที่ยอดเยี่ยมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้าที่เร่งรีบ หรือดื่มหลังออกกำลังกาย เพียงแค่เปิดขวด คุณก็ได้ส่งต่อสุขภาพดีๆ ให้ร่างกายได้ทันที
"เพราะสุขภาพที่ดี ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองในทุกวัน"
อาหารเพื่อสุขภาพจากญี่ปุ่น ที่กินง่ายและอร่อยลงตัว
สำหรับใครที่อยากลองทาน นัตโตะ (Natto) แต่ยังกังวลเรื่องกลิ่นหรือเนื้อสัมผัส เราขอแนะนำ นัตโตะ ฮามานะสึ (Hamanasu) สูตรเม็ดเล็กพิเศษ เพราะนี่คือตัวเลือกที่ถูกใจคนญี่ปุ่นและเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับมือใหม่ ที่สำคัญคือมาพร้อมกับคุณประโยชน์ด้านสุขภาพแบบเต็มๆ
นัตโตะคือเคล็ดลับสุขภาพดีของคนญี่ปุ่น เป็นถั่วเหลืองหมักที่อัดแน่นไปด้วยโปรไบโอติกและเอนไซม์ นัตโตะไคเนส ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าช่วยส่งเสริมระบบย่อยอาหารให้ทำงานดีขึ้น และยังดีต่อสุขภาพหัวใจ รวมถึงเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและบำรุงกระดูกให้แข็งแรงอีกด้วย
จุดเด่น
• เม็ดเล็ก เคี้ยวง่าย: นัตโตะของฮามานะสึเป็นแบบเม็ดเล็กพิเศษ (Gokukotsubu) ทำให้เนื้อสัมผัสมีความละเอียดกว่าแบบเม็ดใหญ่ และผสมเข้ากับซอสได้ง่ายกว่า ถูกปากคนที่ไม่คุ้นเคยกับความเหนียวของนัตโตะ
• รสชาติกลมกล่อมลงตัว: นัตโตะถ้วยนี้มาพร้อมกับซอสสูตรพิเศษที่ให้รสอูมามิ ทำให้รสชาติของถั่วเหลืองหมักมีความกลมกล่อมและอร่อยยิ่งขึ้น เพียงแค่เติมซอสและมัสตาร์ดที่มาในแพ็กเกจ ก็พร้อมทานได้ทันที
• คุณภาพญี่ปุ่นแท้ๆ: สินค้านี้ถูกนำเข้าจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าให้ความสำคัญกับคุณภาพและความสะอาดในกระบวนการผลิต ทำให้คุณมั่นใจได้ว่านัตโตะที่คุณทานนั้น สดใหม่และได้มาตรฐาน
วิธีทำความอร่อยง่ายๆ สไตล์ญี่ปุ่น
ชาวญี่ปุ่นนิยมทาน นัตโตะ ในมื้อเช้า เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์ไปตลอดวัน วิธีทานก็ง่ายมากๆ
1. นำนัตโตะมาวางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที เพื่อให้นัตโตะที่แช่แข็งไว้ละลาย
2. เปิดฝาและเทซอสกับมัสตาร์ดที่แถมมาลงไป
3. ใช้ตะเกียบคน นัตโตะ อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องจนเกิดฟองและความเหนียวเป็นเส้นใย
4. ตักวางบนข้าวสวยญี่ปุ่นร้อน ๆ หรือจะทานคู่กับไข่แดงและต้นหอมซอยก็อร่อยลงตัว
คล็ดลับการคนนัตโตะให้ฟู
หัวใจสำคัญของการทาน นัตโตะ คือการคนค่ะ การคนนัตโตะไม่ได้มีแค่เรื่องความเหนียว แต่เป็นการดึงเอาสารอาหารสำคัญอย่าง เอนไซม์นัตโตะไคเนสออกมาทำงาน และยังช่วยให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้นด้วยค่ะ
ขั้นตอนที่ 1: คนก่อนปรุงรส
• ตักซอสออกก่อน: นำซอง ซอสรสบ๊วยและมัสตาร์ด (ถ้ามี) ออกจากถ้วยก่อนค่ะ
• เริ่มคนเปล่า ๆ: ใช้ตะเกียบหรือส้อม คนนัตโตะในถ้วยอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
- เน้นความเร็ว: ไม่จำเป็นต้องคนวนเป็นวงกลมแบบเป๊ะ ๆ แต่เน้นการคนแบบซิกแซ็กสลับไปมาด้วยความเร็วค่ะ
- จำนวนครั้ง: ให้คนอย่างน้อย 50 ครั้ง ค่ะ พอคนไปเรื่อย ๆ คุณจะสังเกตเห็นว่านัตโตะเริ่มมี ฟองสีขาวขุ่น และ ใยเหนียว ๆ เพิ่มขึ้นมาเยอะมาก
ขั้นตอนที่ 2: คนพร้อมปรุงรส
• เติมซอสบ๊วย: เมื่อนัตโตะเริ่มเป็นฟองได้ที่แล้ว ให้ใส่ ซอสรสบ๊วย (หรือเครื่องปรุงอื่น ๆ ตามชอบ) ลงไป
• คนต่ออีก 10-20 ครั้ง: คนผสมให้ซอสเข้ากันดีค่ะ การคนรอบสองนี้จะช่วยให้รสชาติของซอสซึมเข้าไปในถั่วและฟองนัตโตะอย่างทั่วถึง ทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นมื้อไหน นัตโตะฮามานะสึ ก็พร้อมเป็นสุดยอดอาหารสุขภาพที่ทำให้คุณรู้สึกดีได้ทุกวัน ลองสั่งไปชิม แล้วคุณจะติดใจกับความอร่อยที่มีประโยชน์ต่อร่างกายถ้วยนี้เลย!"
นัตโตะรสบ๊วยสดชื่น ที่ทำให้คุณตกหลุมรักได้ง่ายขึ้น
สำหรับใครที่อยากเริ่มต้นทาน นัตโตะ (Natto) แต่ยังกังวลกับกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ หรือผู้ที่ทานนัตโตะอยู่แล้วแต่อยากได้รสชาติใหม่ ๆ ที่ทานง่ายและอร่อยสดชื่น เราขอแนะนำ นัตโตะบ๊วย ฮามานะสึ (Hamanasu) สูตรพิเศษจากญี่ปุ่น ที่จะทำให้ประสบการณ์ทานนัตโตะของคุณเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ความลับของความอร่อยที่ลงตัว นัตโตะบ๊วยถ้วยนี้ถูกออกแบบมาเพื่อความอร่อยที่ทานง่ายที่สุด
• รสชาติไม่จำเจ: จุดเด่นคือการใช้ ซอสบ๊วย (Ume) ที่ทำจากบ๊วยบดพิเศษ ช่วยเพิ่มความเปรี้ยวอมหวานและความหอมสดชื่น (香り爽やか) เข้ามาตัดกับกลิ่นของถั่วเหลืองหมักได้อย่างลงตัว ทำให้ทานง่ายกว่านัตโตะทั่วไปมาก
• ถั่วคุณภาพดีจากฮอกไกโด: คัดสรรถั่วเหลืองเม็ดเล็ก (Kotsubu Daizu) คุณภาพเยี่ยมจาก ฮอกไกโด ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความสะอาดและคุณภาพของวัตถุดิบ ทำให้ถั่วมีความอร่อยในตัวและสัมผัสที่เนียนนุ่มกำลังดี
• สุขภาพดีเต็มถ้วย: แม้จะรสชาติดีกว่าเดิม แต่คุณค่าทางอาหารยังครบถ้วน! นัตโตะ อัดแน่นไปด้วยโปรไบโอติก วิตามิน K2 และเอนไซม์นัตโตะไคเนส ที่ช่วยเรื่องการย่อยอาหารและบำรุงหัวใจให้แข็งแรง
วิธีทำความอร่อยง่าย ๆ
นัตโตะบ๊วยฮามานะสึ พร้อมเป็นมื้ออร่อยของคุณในทุกเช้า:
1. นำนัตโตะมาวางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที เพื่อให้นัตโตะที่แช่แข็งไว้ละลาย
2. แกะซอง นัตโตะ และเทซอสบ๊วยที่แถมมาลงไป
3. ใช้ตะเกียบคน นัตโตะ อย่างรวดเร็วจนเกิดฟองและเส้นใยเหนียว ๆ
4. ทานคู่กับข้าวสวยญี่ปุ่นร้อน ๆ ได้ทันที! ความเปรี้ยวอมหวานของบ๊วยจะช่วยเปิดต่อมรับรสและทำให้ข้าวอร่อยขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
เคล็ดลับการคนนัตโตะให้ฟู
หัวใจสำคัญของการทาน นัตโตะ คือการคนค่ะ การคนนัตโตะไม่ได้มีแค่เรื่องความเหนียว แต่เป็นการดึงเอาสารอาหารสำคัญอย่าง เอนไซม์นัตโตะไคเนสออกมาทำงาน และยังช่วยให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้น
ขั้นตอนที่ 1: คนก่อนปรุงรส
• ตักซอสออกก่อน: นำซอง ซอสรสบ๊วยและมัสตาร์ด (ถ้ามี) ออกจากถ้วยก่อนค่ะ
• เริ่มคนเปล่า ๆ: ใช้ตะเกียบหรือส้อม คนนัตโตะในถ้วยอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
- เน้นความเร็ว: ไม่จำเป็นต้องคนวนเป็นวงกลมแบบเป๊ะ ๆ แต่เน้นการคนแบบซิกแซ็กสลับไปมาด้วยความเร็วค่ะ
- จำนวนครั้ง: ให้คนอย่างน้อย 50 ครั้ง ค่ะ พอคนไปเรื่อย ๆ คุณจะสังเกตเห็นว่านัตโตะเริ่มมี ฟองสีขาวขุ่น และ ใยเหนียว ๆ เพิ่มขึ้นมาเยอะมาก
ขั้นตอนที่ 2: คนพร้อมปรุงรส
• เติมซอสบ๊วย: เมื่อนัตโตะเริ่มเป็นฟองได้ที่แล้ว ให้ใส่ ซอสรสบ๊วย (หรือเครื่องปรุงอื่น ๆ ตามชอบ) ลงไป
• คนต่ออีก 10-20 ครั้ง: คนผสมให้ซอสเข้ากันดีค่ะ การคนรอบสองนี้จะช่วยให้รสชาติของซอสซึมเข้าไปในถั่วและฟองนัตโตะอย่างทั่วถึง ทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
ทำไมต้องคนเยอะขนาดนั้น?
การคนนัตโตะจะช่วยกระตุ้นการสร้างใยเมือกเหนียวๆ ซึ่งเป็นตัวการของความอร่อยและสุขภาพดี ใยเหล่านี้คือกรดกลูตามิก ซึ่งเป็นแหล่งของรสอูมามิหรือรสชาติกลมกล่อม ยิ่งคนมาก ใยยิ่งเยอะ รสชาติก็จะยิ่งนุ่มละมุนลิ้น และมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้น
ลองทำตามดูนะคะ รับรองว่า นัตโตะรสบ๊วย ถ้วยนี้จะอร่อยฟู เหนียวได้ที่ ถูกใจแน่นอนค่ะ!