หากคุณกำลังมองหาตัวช่วยสำหรับทำอาหารให้อร่อยง่ายขึ้น ซอสปรุงรสสำหรับเนื้อหมูผัดผักสไตล์จีนจากญี่ปุ่นซองนี้ คือไอเทมที่ควรมีติดครัว จุดเด่นของซอสอยู่ที่รสชาติที่เข้มข้น กลมกล่อม และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวจากเต้าเจี้ยว กระเทียม และเครื่องเทศสไตล์จีนญี่ปุ่น เมื่อผัดรวมกับเนื้อหมูและผักต่าง ๆ จะได้รสชาติที่หอมละมุน กินกับข้าวสวยร้อน ๆ แล้วหยุดไม่ได้เลย วิธีทำก็ง่ายมาก เหมาะกับคนยุคเร่งรีบ หรือคนที่อยากทำอาหารญี่ปุ่นกินเองที่บ้านโดยไม่ต้องเตรียมเครื่องปรุงหลายอย่าง เพียงแค่ฉีกซอสลงผัด ก็ได้เมนูฟีลร้านอาหารทันที จะทำกินเองในครอบครัว หรือใช้เป็นตัวช่วยเพิ่มความรวดเร็วในร้านอาหารก็สะดวกสุด ๆ เพราะซอสถูกปรุงมาอย่างลงตัวแล้ว ช่วยให้ทุกจานรสชาติคงที่ อร่อยง่ายทุกครั้ง
วิธีทำเบื้องต้น
1. ตั้งกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อย ใส่เนื้อหมูลงผัดจนเริ่มสุก
2. เติมผัก เช่น กะหล่ำปลี ต้นหอม พริกหวาน หรือหอมหัวใหญ่
3. เทซอสลงไปผัดให้เข้ากัน ผัดจนสุกหอม พร้อมเสิร์ฟทันที
เมนูแนะนำ
• หมูผัดกะหล่ำปลีสไตล์ญี่ปุ่น
• หมูผัดพริกหวาน
• ผัดหมูต้นหอมญี่ปุ่น
• ผัดเนื้อวัวสไตล์จีน
• ผัดไก่ซอสเข้มข้น
• ผัดเส้นอุด้งสไตล์ญี่ปุ่น
• ผัดผักรวมราดข้าว
ซอสเกี๊ยวซ่า (Gyoza Sauce) แบรนด์ เบลฟู้ดส์ (Bell Foods) เป็นเครื่องปรุงรสสำเร็จรูปที่คิดค้นขึ้นเพื่อใช้เป็นน้ำจิ้มสำหรับเกี๊ยวซ่าโดยเฉพาะ เป็นที่ทราบกันดีว่า เกี๊ยวซ่าในประเทศญี่ปุ่นมักจะรับประทานคู่กับน้ำจิ้มที่มีส่วนผสมหลักของโชยุ (Shoyu) หรือซีอิ๊วญี่ปุ่น น้ำส้มสายชู (Vinegar) และน้ำมันพริกเผาญี่ปุ่นที่เรียกว่ารายุ (Rāyu) แต่สำหรับซอสเกี๊ยวซ่าของเบลฟู้ดส์นี้ ได้ถูกปรุงรสชาติมาอย่างพิถีพิถันจากส่วนผสมที่ลงตัว เพื่อให้ได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์
จุดเด่นของซอสเกี๊ยวซ่าเบลฟู้ดส์คือการผสมผสานรสชาติที่สมดุลระหว่างความเค็ม อมเปรี้ยว และเผ็ดเล็กน้อย โดยรสชาติที่โดดเด่นมาจากโชยุญี่ปุ่นที่มีคุณภาพ ผสมกับความเปรี้ยวจากน้ำส้มสายชูหมัก และความเผ็ดหอมของน้ำมันรายุ ซึ่งช่วยเติมเต็มรสอูมามิของเกี๊ยวซ่าได้อย่างเป็นธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์นี้จึงมีความสะดวกอย่างยิ่ง เพราะไม่ต้องเสียเวลาผสมโชยุ น้ำส้มสายชู และรายุเอง ทำให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับเกี๊ยวซ่ารสชาติดีได้ทันที
แม้ซอสนี้จะถูกออกแบบมาสำหรับเกี๊ยวซ่า แต่ด้วยรสชาติที่เข้มข้นกลมกล่อม ก็สามารถนำไปใช้เป็นน้ำจิ้มหรือน้ำราดสำหรับอาหารประเภทอื่น ๆ ได้อย่างลงตัว เช่น น้ำจิ้มสำหรับสเต็กแฮมเบิร์ก (Hamburg Steak) หรือใช้เป็นซอสสำหรับราดเต้าหู้เย็น (Hiyayakko) เพื่อเพิ่มรสชาติที่สดชื่น
วิธีใช้ซอสเกี๊ยวซ่า
1. จัดเรียงเกี๊ยวซ่าที่ทอดหรือนึ่งเสร็จแล้วลงในจาน
2. เทซอสเกี๊ยวซ่าลงในถ้วยเล็ก ๆ
3. จิ้มเกี๊ยวซ่ากับซอส และรับประทานได้ทันที
ลองเปิดประสบการณ์รสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ ด้วยซอสเกี๊ยวซ่าสำเร็จรูปขวดนี้ ที่จะช่วยให้การทำเกี๊ยวซ่าที่บ้านของคุณสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ราเมนรสไก่ ต้นตำรับดั้งเดิมของนิสชิน
เปลี่ยนผักธรรมดาให้กลายเป็นเมนูอร่อยแบบญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ด้วย Otafuku Rakkyozu น้ำส้มสายชูปรุงรสสูตรสำเร็จจากประเทศญี่ปุ่น ที่ผสานรสชาติหวาน กลมกล่อม และอมเปรี้ยว มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ต้องปรุงเพิ่มก็สามารถนำไปดองผักได้ทันที เหมาะสำหรับดองหัวหอม หัวไชเท้า แตงกวา กะหล่ำปลี แครอท หรือผักนานาชนิด ง่ายและประหยัดเวลา โดยไม่ต้องต้มหรือผสมน้ำตาลและเกลือเพิ่ม ให้ได้รสชาติสดชื่น กรอบ อร่อย และช่วยเพิ่มมิติให้กับทุกมื้ออาหาร นอกจากนี้ยังสามารถนำไปทำน้ำสลัด ซอส หรือเมนูหมักต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย ผลิตโดย Otafuku แบรนด์เครื่องปรุงชื่อดังของญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์ยาวนานในการผลิตซอสและเครื่องปรุงคุณภาพ รสชาติสไตล์ต้นตำรับที่ครัวญี่ปุ่นไว้วางใจ หมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นหรือเมนูเพื่อสุขภาพ
วิธีรับประทาน
• สำหรับเมนูดอง: หั่นผักที่ต้องการ (แตงกวา หัวหอม แครอท) ใส่ภาชนะ จากนั้นเทน้ำส้มสายชูโอตาฟุกุให้ท่วมผัก
ปิดฝาแล้วนำไปแช่ตู้เย็น ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงขึ้นไป (หรือข้ามคืนเพื่อความเข้มข้น) ก็พร้อมรับประทาน
• สำหรับเมนูราด/น้ำสลัด: สามารถเทราดบนผักสด หรือเนื้อสัตว์ลวกพ่นเพื่อเพิ่มรสชาติกลมกล่อมได้ทันที
ข้อแนะนำ: หลังจากเปิดใช้งานแล้ว ควรปิดฝาให้สนิทและเก็บไว้ในตู้เย็น
ชีสเน้นๆ เข้มข้นเต็มคำ หอมกลิ่นพริกไทยดำสไตล์ญี่ปุ่น เคี้ยวเพลินจนหยุดไม่ได้
ขนมสุดฮิตส่งตรงจากญี่ปุ่น สัมผัสชีสเนื้อนุ่มเข้มข้น ผสานความหอมเผ็ดร้อนเบาๆ จากพริกไทยดำและพริกไทยขาวได้อย่างกลมกล่อมลงตัว อร่อยเต็มคำ ห่อใหญ่สุดคุ้ม ไม่ว่าจะทานเล่นเพลินๆ ระหว่างทำงาน ดูซีรีส์ หรือนำมาเป็นแกล้มเครื่องดื่มเย็นๆ และไวน์ก็เข้ากันได้เป็นอย่างดี แนะนำให้นำเข้าไมโครเวฟสั้นๆ เพื่อให้ชีสละลาย ยิ่งเพิ่มความหอมนุ่มฟินขึ้นอีกเท่าตัว แถมยังได้ประโยชน์เต็มๆ ทั้งโปรตีนสูงจากเนื้อปลาและชีส มีแคลเซียมช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ถือเป็นของว่างเคี้ยวเพลินที่ช่วยแก้หิวยามว่างได้อย่างอิ่มท้องกำลังดี
วิธีทานให้อร่อยฟินยิ่งขึ้น
• ไมโครเวฟชีสยืด (ชีสละลายนุ่ม):
- แกะออกจากซอง วางเรียงลงในจานที่เข้าไมโครเวฟได้
- เวฟด้วยไฟกลางประมาณ 10–15 วินาที
- ชีสจะละลาย นุ่ม ยืดเยิ้ม และชูความหอมของพริกไทยดำออกมาแบบเน้นๆ
• อบหม้อทอดไร้น้ำมัน / ไมโครเวฟชีสพองกรอบ
- อบหม้อทอดไร้น้ำมัน: อบด้วยอุณหภูมิประมาณ 160°C เป็นเวลา 1–2 นาที
- ไมโครเวฟ: เวฟต่อประมาณ 30–45 วินาที (สังเกตให้ชีสเริ่มพองตัวเป็นสีเหลืองทอง)
แล้วนำออกมาพักให้เย็นสักครู่ จะได้ปลาเส้นชีสอบกรอบ กรอบนอก นุ่มใน เคี้ยวเพลิน
เติมความอร่อยให้มื้ออาหารด้วย ปลาไหลย่างปรุงรสสไตล์ญี่ปุ่นที่ให้กลิ่นหอมชวนรับประทาน พร้อมรสชาติหวานเค็มกลมกล่อมจากซอสซีอิ๊ว เนื้อปลานุ่มเข้มข้น หอมซอส และเข้ากันได้ดีกับข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ เพียงนำออกจากบรรจุภัณฑ์ วางบนภาชนะที่ใช้กับไมโครเวฟได้ คลุมด้วยกระดาษหรือพลาสติกสำหรับอาหาร แล้วอุ่นด้วยกำลังไฟสูงประมาณ 2–3 นาที หรือจนร้อนทั่วถึง ก็พร้อมเสิร์ฟทันที จะรับประทานคู่กับข้าวญี่ปุ่น ทำเป็นข้าวหน้าปลาไหล หรือเพิ่มในเมนูซูชิก็อร่อยลงตัว เหมาะสำหรับทำรับประทานเองที่บ้านหรือใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับร้านอาหารญี่ปุ่น สะดวก รวดเร็ว และประหยัดเวลา ไม่ต้องเสียเวลาเตรียมปลาไหลเองให้วุ่นวาย
วิธีอุ่นด้วยไมโครเวฟ
1. นำปลาไหลออกจากบรรจุภัณฑ์
2. วางบนภาชนะที่สามารถใช้กับไมโครเวฟได้
3. คลุมด้วยพลาสติกแรปที่ใช้กับไมโครเวฟหรือฝาครอบได้
4. อุ่นด้วยกำลังไฟสูงประมาณ 2–3 นาที หรือจนกว่าปลาไหลจะร้อนทั่วถึง
5. นำออกและเสิร์ฟทันที
***** การเก็บรักษา: เก็บในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิต่ำกว่า -18°C
เมนูแนะนำ
- ข้าวหน้าปลาไหลย่างซีอิ๊ว (Unadon / Unaju)
- ข้าวปั้นหน้าปลาไหลย่าง (Unagi Nigiri)
- ซูชิโรลหน้าปลาไหลย่าง
- สลัดปลาไหลย่างซอสญี่ปุ่น
อุด้งหนานุ่ม น้ำซุปเข้มข้น อร่อยเต็มคำ
นัตโตะรสบ๊วยสดชื่น ที่ทำให้คุณตกหลุมรักได้ง่ายขึ้น
สำหรับใครที่อยากเริ่มต้นทาน นัตโตะ (Natto) แต่ยังกังวลกับกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ หรือผู้ที่ทานนัตโตะอยู่แล้วแต่อยากได้รสชาติใหม่ ๆ ที่ทานง่ายและอร่อยสดชื่น เราขอแนะนำ นัตโตะบ๊วย ฮามานะสึ (Hamanasu) สูตรพิเศษจากญี่ปุ่น ที่จะทำให้ประสบการณ์ทานนัตโตะของคุณเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ความลับของความอร่อยที่ลงตัว นัตโตะบ๊วยถ้วยนี้ถูกออกแบบมาเพื่อความอร่อยที่ทานง่ายที่สุด
• รสชาติไม่จำเจ: จุดเด่นคือการใช้ ซอสบ๊วย (Ume) ที่ทำจากบ๊วยบดพิเศษ ช่วยเพิ่มความเปรี้ยวอมหวานและความหอมสดชื่น (香り爽やか) เข้ามาตัดกับกลิ่นของถั่วเหลืองหมักได้อย่างลงตัว ทำให้ทานง่ายกว่านัตโตะทั่วไปมาก
• ถั่วคุณภาพดีจากฮอกไกโด: คัดสรรถั่วเหลืองเม็ดเล็ก (Kotsubu Daizu) คุณภาพเยี่ยมจาก ฮอกไกโด ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความสะอาดและคุณภาพของวัตถุดิบ ทำให้ถั่วมีความอร่อยในตัวและสัมผัสที่เนียนนุ่มกำลังดี
• สุขภาพดีเต็มถ้วย: แม้จะรสชาติดีกว่าเดิม แต่คุณค่าทางอาหารยังครบถ้วน! นัตโตะ อัดแน่นไปด้วยโปรไบโอติก วิตามิน K2 และเอนไซม์นัตโตะไคเนส ที่ช่วยเรื่องการย่อยอาหารและบำรุงหัวใจให้แข็งแรง
วิธีทำความอร่อยง่าย ๆ
นัตโตะบ๊วยฮามานะสึ พร้อมเป็นมื้ออร่อยของคุณในทุกเช้า:
1. นำนัตโตะมาวางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที เพื่อให้นัตโตะที่แช่แข็งไว้ละลาย
2. แกะซอง นัตโตะ และเทซอสบ๊วยที่แถมมาลงไป
3. ใช้ตะเกียบคน นัตโตะ อย่างรวดเร็วจนเกิดฟองและเส้นใยเหนียว ๆ
4. ทานคู่กับข้าวสวยญี่ปุ่นร้อน ๆ ได้ทันที! ความเปรี้ยวอมหวานของบ๊วยจะช่วยเปิดต่อมรับรสและทำให้ข้าวอร่อยขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
เคล็ดลับการคนนัตโตะให้ฟู
หัวใจสำคัญของการทาน นัตโตะ คือการคนค่ะ การคนนัตโตะไม่ได้มีแค่เรื่องความเหนียว แต่เป็นการดึงเอาสารอาหารสำคัญอย่าง เอนไซม์นัตโตะไคเนสออกมาทำงาน และยังช่วยให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้น
ขั้นตอนที่ 1: คนก่อนปรุงรส
• ตักซอสออกก่อน: นำซอง ซอสรสบ๊วยและมัสตาร์ด (ถ้ามี) ออกจากถ้วยก่อนค่ะ
• เริ่มคนเปล่า ๆ: ใช้ตะเกียบหรือส้อม คนนัตโตะในถ้วยอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
- เน้นความเร็ว: ไม่จำเป็นต้องคนวนเป็นวงกลมแบบเป๊ะ ๆ แต่เน้นการคนแบบซิกแซ็กสลับไปมาด้วยความเร็วค่ะ
- จำนวนครั้ง: ให้คนอย่างน้อย 50 ครั้ง ค่ะ พอคนไปเรื่อย ๆ คุณจะสังเกตเห็นว่านัตโตะเริ่มมี ฟองสีขาวขุ่น และ ใยเหนียว ๆ เพิ่มขึ้นมาเยอะมาก
ขั้นตอนที่ 2: คนพร้อมปรุงรส
• เติมซอสบ๊วย: เมื่อนัตโตะเริ่มเป็นฟองได้ที่แล้ว ให้ใส่ ซอสรสบ๊วย (หรือเครื่องปรุงอื่น ๆ ตามชอบ) ลงไป
• คนต่ออีก 10-20 ครั้ง: คนผสมให้ซอสเข้ากันดีค่ะ การคนรอบสองนี้จะช่วยให้รสชาติของซอสซึมเข้าไปในถั่วและฟองนัตโตะอย่างทั่วถึง ทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
ทำไมต้องคนเยอะขนาดนั้น?
การคนนัตโตะจะช่วยกระตุ้นการสร้างใยเมือกเหนียวๆ ซึ่งเป็นตัวการของความอร่อยและสุขภาพดี ใยเหล่านี้คือกรดกลูตามิก ซึ่งเป็นแหล่งของรสอูมามิหรือรสชาติกลมกล่อม ยิ่งคนมาก ใยยิ่งเยอะ รสชาติก็จะยิ่งนุ่มละมุนลิ้น และมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้น
ลองทำตามดูนะคะ รับรองว่า นัตโตะรสบ๊วย ถ้วยนี้จะอร่อยฟู เหนียวได้ที่ ถูกใจแน่นอนค่ะ!
มารุ อุมะ ราเมงสไตล์จีน พร้อมเกี๊ยวน้ำ สุดยอดความอร่อยจากซุปสูตรพิเศษ!
สาหร่ายเกรดพรีเมี่ยม ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นหลายร้านเลือกใช้
เพลิดเพลินกับราเมนรสโชยุในสไตล์โตเกียว
เพลิดเพลินไปกับเนื้อสัมผัสของซุปกระดูกหมูเข้มข้นสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม
อร่อยจุใจ ไปกับชูครีมชิ้นพอดีคำ สอดไส้คัสตาร์ดครีม
ไส้คัสตาร์ดผสมวิปครีมที่ผสมกันในสัดส่วนที่บาลานซ์ลงตัว ความหอมหวานจากคัสตาร์ดและความนุ่มนวลของวิปครีม เข้ากับเนื้อชูครีมสไตล์ญี่ปุ่นที่มีความนุ่มฟู เข้ากันได้ลงตัวสุดๆ มาพร้อมกับปริมานจุใจ 12 ชิ้นเลยทีเดียว
อร่อยจุใจ ไปกับชูครีมชิ้นพอดีคำ สอดไส้ครีมสตรอว์เบอร์รี่
ใส้ครีมสตรอว์เบอร์รี่ เป็นสูตรพิเศษที่ผสมกันระหว่าคัสตาร์ดแบบโฮมเมดผสมกับแยมสตรอว์เบอร์รี่สูตรเข้มข้น อร่อยเข้ากันกับเนื้อชูครีมสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีความนุ่มฟูเข้ากันได้ลงตัวสุดๆ มาพร้อมกับปริมาณจุใจ 12 ชิ้นเลยทีเดียว จะทานเป็นขนมทานเล่น หรือทานคู่กับของหวานอื่นๆเช่นไอสกรีมรสโปรดก็เข้ากั๊นเข้ากัน
อร่อยจุใจ ไปกับชูครีมชิ้นพอดีคำ สอดไส้ครีมสตรอว์เบอร์รี่
ใส้ครีมสตรอว์เบอร์รี่ เป็นสูตรพิเศษที่ผสมกันระหว่าคัสตาร์ดแบบโฮมเมดผสมกับแยมสตรอว์เบอร์รี่สูตรเข้มข้น อร่อยเข้ากันกับเนื้อชูครีมสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีความนุ่มฟูเข้ากันได้ลงตัวสุดๆ มาพร้อมกับปริมาณจุใจ 12 ชิ้นเลยทีเดียว จะทานเป็นขนมทานเล่น หรือทานคู่กับของหวานอื่นๆเช่นไอสกรีมรสโปรดก็เข้ากั๊นเข้ากัน
เบื่อไหมกับการอยากกินเมนูผัดผักสไตล์จีนรสชาติเข้มข้น แต่ต้องมานั่งตวงซอสหอยนางรม โชยุ เหล้าจีน และน้ำมันงาให้วุ่นวาย แถมปรุงกี่ครั้งรสชาติก็ไม่เคยเหมือนเดิม?
เปลี่ยนครัวที่บ้านให้กลายเป็นเหลาอาหารจีนสไตล์ญี่ปุ่นได้ง่ายๆ ด้วยซอสปรุงรสสำเร็จรูปสำหรับเมนู “ชินเจาโรสุ” หรือเนื้อผัดพริกหวานยอดฮิตจากญี่ปุ่น เพียงแค่ผัดเนื้อสัตว์กับพริกหวานและหน่อไม้ แล้วเติมซอสลงไป ก็ได้กลิ่นหอมเข้มข้นของน้ำมันหอย โชยุ และเครื่องเทศสไตล์จีนที่เคลือบทุกชิ้นอย่างลงตัว รสชาติกลมกล่อม เค็มหวานพอดี อร่อยเหมือนเชฟภัตตาคารทำเอง ไม่ว่าจะทำมื้อเย็นง่ายๆ ให้ครอบครัว หรือเตรียมข้าวกล่อง Bento ไปทำงาน ซอสขวดนี้ก็ช่วยเปลี่ยนวัตถุดิบธรรมดาให้กลายเป็นเมนูสุดพิเศษได้ในไม่กี่นาที ✨
วิธีการทำ
ส่วนผสมสำหรับ 3 ท่าน (ใช้ซอสประมาณครึ่งขวด หรือ 115 กรัม)
• เนื้อวัวหรือเนื้อหมูเส้น 200 กรัม
• พริกหวานหั่นเส้น 180 กรัม (ประมาณ 6 ลูกกลาง)
• หน่อไม้ต้มหั่นเส้น 200 กรัม
• น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
ขั้นตอนการทำ
• หั่นเนื้อสัตว์ พริกหวาน และหน่อไม้ต้ม ให้เป็นเส้นๆ เตรียมไว้
• ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชให้ร้อน นำเนื้อสัตว์ลงไปผัดจนสุก ตามด้วยพริกหวานและหน่อไม้ ผัดให้เข้ากัน
• เมื่อผักเริ่มนิ่มและสุกได้ที่ ให้เทซอสลงไปประมาณครึ่งขวด (115 กรัม)
• ผัดคลุกเคล้าให้ซอสเคลือบจนทั่วและเดือดเล็กน้อย พร้อมตักเสิร์ฟร้อนๆ
ยกระดับเมนูเส้นที่บ้านคุณให้พิเศษยิ่งขึ้นด้วย เส้นอุด้ง ที่ผ่านนวัตกรรมการผลิตสไตล์ดั้งเดิมที่คัดสรรวัตถุดิบแป้งสาลีและเกลือจากญี่ปุ่น 100% ให้สัมผัสเส้นที่เหนียวนุ่ม นุ่มลื่น ไม่อืดง่าย ซึมซับรสชาติของน้ำซุปได้อย่างเข้าเนื้อ ไม่ว่าจะนำไปทำเมนูอุด้งร้อนซุปรสกลมกล่อม หรือซารุอุด้งเย็นสดชื่น ก็รังสรรค์ความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ได้ง่ายๆ ในเวลาเพียงไม่กี่นาที
วิธีรับประทาน
• เตรียมน้ำต้ม: ต้มน้ำให้เดือดจัดในหม้อ โดยใช้น้ำมากกว่า 1 ลิตร ต่อเส้นอุด้ง 100 กรัม
• ต้มเส้น: ใส่เส้นอุด้งลงในน้ำเดือด ค่อยๆ คนให้เส้นกระจายตัว ไม่ติดกัน ต้มนานประมาณ 7–8 นาที
• น็อกน้ำเย็น: เมื่อเส้นสุกได้ที่แล้ว ให้รีบตักขึ้นใส่กระชอน แล้วนำไปล้างผ่านน้ำเย็นหรือน้ำน้ำแข็งทันที พร้อมขยี้เบาๆ เพื่อล้างแป้งออก วิธีนี้จะช่วยให้เส้นเหนียวนุ่มและนุ่มลื่นยิ่งขึ้น (กรณีทำเมนูอุด้งร้อนแบบคามะอาเกะ ไม่ต้องนำไปล้างน้ำเย็น สามารถนำขึ้นใส่ชามน้ำซุปร้อนได้เลย)
เมนูแนะนำ
• เทมปุระอุด้ง : เส้นอุด้งเหนียวนุ่มในน้ำซุปโชยุร้อนๆ รสกลมกล่อม ท็อปด้วยกุ้งเทมปุระทอดกรอบๆ ผักทอด และโรยด้วยต้นหอมซอย
• ซารุอุด้ง / อุด้งเย็น : นำเส้นอุด้งที่ล้างน้ำเย็นแล้ว จัดวางบนตะแกรง เสิร์ฟคู่กับซอสซึยุเย็นๆ เติมเครื่องเคียงอย่างขิงบด ต้นหอมซอย และวาซาบิ
• อุด้งไข่ออนเซ็น : ราดซอสเมนทสึยุแบบข้นเล็กน้อย ทานคู่กับไข่ออนเซ็นเยิ้มๆ โรยสาหร่าย และกุ้ง หรือกระเจี๊ยบเขียวหั่นแว่น
หากคุณชอบทานราเมนของนิสชิน นี่คือรสชาติที่คุณห้ามพลาด
อร่อยกับข้าวหน้าหมูสไตล์ญี่ปุ่นได้ง่ายๆ ที่บ้านคุณ
ราเมนรสชาติ signature จากแบรนด์นิสชิน
กรอบนอก นุ่มใน อร่อยง่าย แค่ทอดหรืออบก็พร้อมเสิร์ฟ
หมูสับชุบเกล็ดขนมปัง เป็นหนึ่งในเมนูยอดนิยมของอาหารญี่ปุ่นสายโฮมคุกกิ้ง ด้วยเนื้อสัมผัสที่กรอบนอกแต่นุ่มฉ่ำด้านใน ชิ้นพอดีคำ ชุบเกล็ดขนมปังกรอบฟูสไตล์ญี่ปุ่น ผสานรสชาติหมูที่ปรุงมาอย่างพอดี ทำให้เป็นเมนูที่กินง่าย เด็กก็ชอบ ผู้ใหญ่ก็โดน เวอร์ชันแช่แข็งนี้ช่วยลดขั้นตอนยุ่งยาก แค่หยิบออกจากช่องฟรีซก็พร้อมปรุงทันที เหมาะกับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่อยากได้ “ความอร่อยแบบไม่เสียเวลา”
วิธีการทำ : ทอด
• นำหมูชุบแป้งทอดออกจากช่องแช่แข็ง ไม่ต้องละลาย
• ตั้งน้ำมันให้ร้อนประมาณ 170–180°C
• ใส่หมูลงทอด ใช้เวลาประมาณ 3–4 นาที
• กลับด้านจนสีเหลืองทอง กรอบสวย
• ตักขึ้น พักให้สะเด็ดน้ำมัน พร้อมเสิร์ฟ
วิธีการทำ : อบลมร้อน / หม้อทอดไร้น้ำมัน
• วางหมูชุบแป้งทอดลงบนตะแกรงหรือถาด
• ตั้งอุณหภูมิ 180°C อบประมาณ 10–12 นาที
• กลับด้านระหว่างอบ 1 ครั้ง เพื่อความกรอบทั่วถึง
• นำออก เสิร์ฟร้อนๆ กรอบนอก นุ่มใน
แนะนำอาหาร
• ข้าวหมูชุบแป้งทอด (Minced Pork Cutlet Rice)
• ข้าวกล่องหมูชุบแป้งทอดสไตล์ญี่ปุ่น
• เบอร์เกอร์หมูชุบแป้งทอด
• หมูชุบแป้งทอดกับสลัดงา
• แกงกะหรี่ญี่ปุ่นหมูชุบแป้งทอด
• หมูชุบแป้งทอด หั่นชิ้น เสิร์ฟเป็นกับแกล้ม
• หมูชุบแป้งทอด + เบียร์เย็นๆ (เมนูอิซากายะขายดี)
อากาศแบบนี้ ชวนมาคลายร้อนด้วยเมนูสไตล์ญี่ปุ่นกับเส้นโซเมนอบแห้งคุณภาพพรีเมียมจากประเทศญี่ปุ่น ผลิตด้วยความใส่ใจในทุกขั้นตอน โดยคัดสรรแป้งสาลีและเกลือทะเลคุณภาพดีจากแหล่งผลิตในญี่ปุ่น ผ่านกรรมวิธีการผลิตแบบดั้งเดิม จนได้เส้นโซเมนสีขาวนวลสะอาดตา เหนียวนุ่ม เนียนลื่น และไม่เละง่าย เมื่อลวกสุกแล้วให้สัมผัสนุ่มกำลังดี ลวกง่าย ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว โดยเฉพาะผู้ที่มองหามื้ออาหารที่รับประทานง่ายและสบายท้อง อร่อยสดชื่นได้ง่าย ๆ เพียงเสิร์ฟคู่กับซอสซึยุเย็น ๆ เติมเครื่องเคียงตามชอบก็ได้เมนูโซเมนเย็น ที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นในวันที่อากาศร้อน หรือจะนำไปประยุกต์เป็นเมนูร้อนก็ให้รสชาติกลมกล่อมไม่แพ้กัน ให้คุณสนุกกับการสร้างสรรค์เมนูอาหารญี่ปุ่นได้หลากหลาย ยกระดับมื้ออาหารธรรมดาให้พิเศษยิ่งขึ้น พร้อมสัมผัสรสชาติและเสน่ห์ของโซเมนสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆได้ง่ายๆที่บ้าน
วิธีต้มและลวกเส้นโซเมน มีขั้นตอนดังนี้
1. ต้มน้ำเปล่าในหม้อปริมาณที่เหมาะสมด้วยไฟแรงจนเดือดจัด
2. นำเส้นโซเมนลงไปต้ม โดยใช้ตะเกียบคนเบาๆ ไม่ให้เส้นติดก้นหม้อ
3. จับเวลาต้มประมาณ 2 - 3 นาที
4. น็อกน้ำเย็น: เมื่อครบเวลาให้รีบตักเส้นขึ้นแล้วนำไป ล้างผ่านน้ำเย็นจัดทันที หรือแช่ในน้ำแข็ง
เพื่อหยุดความร้อนและช่วยให้เส้นมีความเหนียวนุ่ม เด้งสู้ลิ้นยิ่งขึ้น
5. เทน้ำออกให้หมด สะเด็ดน้ำให้แห้ง พร้อมนำเสิร์ฟคู่กับน้ำซอสหรือเครื่องเคียงได้ทันที
เมนูแนะนำ
• ซารุ โซเมน: โซเมนเย็นทานคู่กับน้ำซอสซึยุเย็นจัด ต้นหอมซอย วาซาบิ และขิงซอย เพิ่มความสดชื่นคลายร้อนได้ดีเยี่ยม
• โซเมนผัดซอสญี่ปุ่น: นำเส้นโซเมนลวกสุกมาผัดกับผักและเนื้อสัตว์ปรุงรสด้วยซอสสูตรพิเศษ หอมอร่อยแปลกใหม่
• บะหมี่เย็นโซเมนทรงเครื่อง: เสิร์ฟโซเมนเย็นพร้อมไข่ชิ้นฝอย แตงกวาญี่ปุ่นปั่นฝอย และปูอัด ราดน้ำซอสงาขาวหรือซอสพอนสุ
วาราบิโมจิ...ความนุ่มหนึบที่ละลายในปาก สัมผัสรสชาติญี่ปุ่นดั้งเดิมแท้ๆ ที่คุณต้องหลงรัก
หากคุณกำลังมองหาขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น ขอแนะนำ "วาราบิโมจิ โรยผงถั่วเหลือง" ขนมดั้งเดิมที่โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์ เป็นแป้งที่สกัดจากรากของต้นวาราบิ (เฟิร์นชนิดหนึ่ง) ผสมกับน้ำและน้ำตาล แล้วนำไปกวนจนได้เนื้อสัมผัสใส เงา และ นุ่มเด้ง แต่ยังคงความยืดหยุ่นและความหนึบหนับแบบโมจิ ทำให้เป็นขนมที่ละลายในปาก ขนมนี้ถูกคลุกเคล้าอย่างพิถีพิถันด้วย ผงถั่วเหลืองคินาโกะ (Kinako) ที่ผ่านการคั่วจนหอมกรุ่น ให้รสชาติถั่วอันเข้มข้นที่เข้ากันได้ดีกับความหวานอ่อนๆ และราดด้วย คุโรมิสึ หรือน้ำเชื่อมน้ำตาลทรายดำ(จากน้ำตาลทรายดำโอกินาวา) เพื่อเพิ่มรสชาติอันกลมกล่อม เหมาะสำหรับเป็นของว่างยามบ่าย ทานคู่กับชาเขียวร้อนๆ หรือจะเสิร์ฟเป็นของหวานปิดท้ายมื้ออาหาร ก็อร่อยได้ทุกเวลา
วิธีเตรียมก่อนรับประทาน
• นำออกจากช่องแช่แข็ง
- นำวาราบิโมจิออกจากช่องแช่แข็ง โดยยังไม่แกะห่อ ปล่อยให้น้ำแข็งคลายตัวเองตามธรรมชาติ
• รอให้ละลายที่อุณหภูมิห้อง
ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30–60 นาที (ขึ้นอยู่กับขนาดและอุณหภูมิห้อง)
- เนื้อโมจิควรนุ่ม เด้ง และเย็นกำลังดี
- ไม่ควรเร่งโดยการนำเข้าไมโครเวฟ เพราะจะทำให้เนื้อเสียสัมผัส
• จัดเสิร์ฟ
- เมื่อละลายแล้ว สามารถแกะห่อ จัดลงจาน และ โรยผงคินาโกะ (Kinako) หรือราดซอสคุโระมิตสึ (Kuromitsu) ตามชอบ
เคล็ดลับการรับประทาน
• เสิร์ฟตอนเย็น ๆ จะให้รสสัมผัสสดชื่น เหมาะกับอากาศร้อน
• รับประทานคู่กับชาเขียวร้อน จะช่วยตัดรสหวานได้ดี
• หากเหลือ อย่าแช่แข็งซ้ำ ให้เก็บในตู้เย็นและรับประทานภายใน 1 วัน เพื่อคงคุณภาพ
เอาใจสายแซ่บ ด้วยซุปทงคตสึกลมกล่อมผสานความเผ็ดร้อนจากเครื่องเทศ
อิ่มอร่อยกับราเมนรสเนื้อสไตล์ฮ่องกง ง่ายๆ ใน 3 นาที
ใครกำลังมองหาเมนูเส้นอร่อยๆ ทานแล้วสดชื่น ดับร้อน ต้องไม่พลาด เส้นฮิยามูกิคุณภาพเยี่ยมที่พิถีพิถันคัดสรรแป้งสาลีและเกลือธรรมชาติจากประเทศญี่ปุ่น 100% ผ่านกรรมวิธีการผลิตตามมาตรฐานญี่ปุ่นแท้ ให้สัมผัสเส้นเหนียวนุ่ม นุ่มลื่นกลืนง่าย อิ่มท้องกำลังดี ปลอดภัยไร้สารปรุงแต่งสังเคราะห์ แถมยังปรุงง่าย รวดเร็ว ใช้เวลาต้มเพียงไม่กี่นาที พร้อมตอบโจทย์ทุกมื้ออร่อย ไม่ว่าจะทำเป็นเมนูเส้นเย็นทานคู่กับซึยุซอสเพิ่มความสดชื่น หรือจะนำไปผัดและทำซุปร้อนก็อร่อยเข้ากันได้อย่างลงตัว
วิธีรับประทาน
• ต้มเส้น: ต้มน้ำสะอาดให้เดือดจัด (ใช้น้ำอย่างน้อย 1 ลิตร ต่อเส้น 80 กรัม) แล้วใส่เส้นฮิยามูกิลงไป คลอยเส้นเบาๆ
ต้มประมาณ 4–5 นาที
• น็อคน้ำเย็น: เมื่อเส้นสุกได้ที่ ให้รีบตักขึ้นสะเด็ดน้ำร้อน แล้วนำไปล้างผ่านน้ำเย็น หรือแช่ในน้ำใส่น้ำแข็งทันที
เพื่อหยุดความร้อนและเพิ่มความเหนียวนุ่มลื่น
• จัดเสิร์ฟ: สะเด็ดน้ำให้แห้ง จัดใส่จานหรือชาม พร้อมรับประทานคู่กับซอสซึยุเย็น เครื่องเคียงอย่างต้นหอม ขิงบด
วาซาบิ หรือนำไปปรุงเป็นเมนูอื่นๆ
เมนูแนะนำ
• ฮิยามูกิเย็น : เสิร์ฟเส้นเย็นบนน้ำแข็ง ทานคู่กับซอสซึยุเย็นๆ โรยด้วยต้นหอมซอย ขิงบด และวาซาบิ
เพิ่มความสดชื่นดับร้อน
• สลัดเส้นฮิยามูกิ : เส้นฮิยามูกินุ่มลื่น ท็อปด้วยไข่เส้น แตงกวา ชิคุวะ ฮัม/โบโลน่า และบ๊วยเค็ม ราดด้วย
น้ำสลัดงาญี่ปุ่น
• ฮิยามูกิผัดสไตล์แชมปูรู : นำเส้นไปผัดกับไข่ เนื้อสัตว์ และผักตามชอบ ปรุงรสด้วยโชยุ ให้รสชาติ
กลมกล่อม หอมอร่อย
สัมผัสความอร่อยแซ่บซี้ดถึงใจในขนาดกะทัดรัดกับ นิสชิน มินิคัพ รสต้มยำกุ้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถ้วยมินิที่จัดเต็มรสชาติต้มยำกุ้งแบบไทยแท้ เส้นบะหมี่เหนียวนุ่มอุ้มน้ำซุปได้เป็นอย่างดี รวมเข้ากับน้ำซุปต้มยำรสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นเครื่องต้มยำ ทั้งตะไคร้ ใบมะกรูด และมะนาว ให้รสชาติเปรี้ยว เผ็ด กลมกล่อมกำลังดี มาพร้อมเครื่องแต่งหน้าผักและเนื้อสัตว์ชิ้นเล็กภายในถ้วย เหมาะสำหรับรับประทานเป็นอาหารว่าง แก้หิวยามบ่าย หรือพกพาไปอิ่มอร่อยได้ทุกที่ทุกเวลา ถ้วยขนาดมินิพอดีคำ อร่อยง่าย สะดวก รวดเร็ว เพียงเติมน้ำร้อนไม่กี่นาที ก็พร้อมฟินกับความแซ่บสไตล์นิสชินได้ทันที
วิธีทำง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน
• เปิดฝา เปิดฝาออกเพียงครึ่งเดียว แล้วแกะซองเครื่องปรุงเทลงในคัพ
• เติมน้ำร้อน เติมน้ำร้อนจนถึงเส้นระดับด้านในคัพ รอ 3 นาที ปิดฝากลับ แล้วรอประมาณ 3 นาที
• พร้อมทาน คนให้เครื่องปรุงเข้ากันดี แล้วรับประทานได้ทันที
สายกินห้ามพลาดกับเมนูสุดฟิน ที่จะเปลี่ยนมื้อธรรมดาของคุณให้พิเศษขึ้น สัมผัสความอร่อยเต็มๆคำกับรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยความกรอบนอกจากเกล็ดขนมปังสีทอง และความนุ่มในของครีมซอสสูตรเข้มข้น รสชาติหวานมัน กลมกล่อม ละมุนลิ้น ผสานเนื้อกุ้งเด้งๆ ด้านในที่เข้ากันได้อย่างลงตัว กินกี่ทีก็ไม่เบื่อ แถมสะดวกสุดๆ เพียงหยิบออกจากตู้เย็นแล้วนำทอดด้วยกระทะ หรือถ้าอยากได้ความกรอบฟูขั้นสุด เพียงอุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมันแปบเดียว ก็จะได้โคร็อกเกะร้อนๆ เหมือนเพิ่งทอดเสร็จใหม่ๆ จะทานเล่นเป็นของว่างยามบ่ายจิ้มซอสทงคัตสึหรือมายองเนสก็เคี้ยวเพลิน หรือจะนำไปวางท็อปบนข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นร้อนๆ ทำเป็นมื้อหลักก็อร่อยฟินอิ่มท้อง ยิ่งทานตอนร้อนๆ ครีมซอสข้างในเยิ้มๆ บอกเลยว่าฟินมากๆ แค่มีโคร็อกเกะกล่องนี้ติดตู้เย็นไว้ก็อุ่นใจ อร่อยได้ทุกเวลา
วิธีอร่อยกับ "โคร็อกเกะครีมกุ้ง" (ทำง่าย สะดวก รวดเร็ว)
เนื่องจากเป็นสินค้าอาหารพร้อมทานแช่แข็ง สามารถเลือกอุ่นร้อนได้ตามความสะดวก 2 รูปแบบ
แบบทอดด้วยกระทะ
• ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ท่วม ใช้ไฟปานกลางจนน้ำมันร้อน
• นำโคร็อกเกะลงไปทอดซ้ำสั้น ๆ ประมาณ 1 - 2 นาที จนเกล็ดขนมปังฟูเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองสม่ำเสมอ
• ตักขึ้นมาพักสะเด็ดน้ำมัน พร้อมเสิร์ฟ จะได้รสสัมผัสที่กรอบฟูฉ่ำ ตามแบบฉบับโคร็อกเกะดั้งเดิมในร้านอาหารญี่ปุ่น
แบบหม้อทอดไร้น้ำมัน
• นำโคร็อกเกะครีมกุ้งออกจากช่องแช่แข็ง (ไม่ต้องทำละลาย)
• ใส่ในหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้ไฟ 180°C เป็นเวลาประมาณ 8 - 10 นาที
• พลิกกลับด้านในนาทีที่ 5 เพื่อให้เกล็ดขนมปังกรอบสีเหลืองทองเท่ากันทั้งสองด้าน แป้งด้านนอกจะกรอบกรุบเหมือนทอดใหม่ ๆ แต่ไร้น้ำมันส่วนเกิน ส่วนครีมซอสด้านในละมุนเยิ้มสะใจ
หากพูดถึงเมนูเส้นที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่น หนึ่งในเมนูที่หลายคนรู้จักคือ วุ้นเส้นผัดซอส เมนูนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากอาหารจีน แต่ถูกปรับรสชาติให้กลมกล่อมและเข้ากับสไตล์การกินของชาวญี่ปุ่น จึงมีรสเผ็ดกำลังดี หอมเครื่องเทศ และมีความกลมกล่อมมากขึ้น วุ้นเส้นที่ใช้มีความเหนียวนุ่ม ดูดซับซอสได้ดี ทำให้ทุกคำเต็มไปด้วยรสชาติของซอสหมาล่าที่เข้มข้น ภายในซองมีทั้งวุ้นเส้นและซอสปรุงรสพร้อมเครื่องปรุงต่าง ๆ ทำให้สะดวกในการทำ เพียงเติมน้ำแล้วเคี่ยวไม่กี่นาที ก็ได้เมนูวุ้นเส้นผัดซอสหอม ๆ ที่อร่อยเหมือนทำจากร้านอาหาร เมนูนี้ยังสามารถปรับแต่งได้หลากหลาย เช่น ใส่หมูสับ เต้าหู้ เห็ด หรือผักต่าง ๆ เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการและทำให้มื้ออาหารสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับทั้งคนที่ชอบอาหารญี่ปุ่น คนรักเมนูเส้น และคนที่ต้องการเมนูง่าย ๆ แต่รสชาติอร่อยระดับพรีเมียม 1 ซองสามารถทำทานได้ถึง 3 ที่ สามารถเพิ่มคุณค่าทางอาหารและรสชาติให้ดียิ่งขึ้น โดยการเติม ผักสด (เช่น ต้นหอมญี่ปุ่น), เนื้อสัตว์เพิ่มเติม (เช่น หมูสับหรือกุ้ง) หรือเสิร์ฟคู่กับข้าวสวยร้อนๆ จะเข้ากันดี
วิธีปรุงเพื่อรับประทาน
วิธีทำด้วยกระทะ :
• เตรียมเห็ดหูหนู, หน่อไม้, หมูสับ, แครอทและพริก ในปริมาณที่พอดีกับซอสในซอง
• เตรียมน้ำสะอาด 400 มล. ฉีกซองวุ้นเส้นแห้งเทลงไป คนเฉยๆ จนเดือด
• ใส่ วุ้นเส้น ลงไป ต้มประมาณ 2 นาทีจนวุ้นเส้นเริ่มคลายตัว
• ให้ใส่วัตถุดิบที่เตรียมไว้ลงในกระทะ คนเบา จนทุกอย่างสุกจากนั้นฉีกซองซอสมาโบะ ปรุงรสชนิดเผ็ดเข้มข้นเทลงไป คนให้เข้ากัน จากนั้นเคี่ยวต่อประมาณ 3-5 นาที ตักใส่จานพร้อมรับประทาน
Ohgon No Aji หรือ "รสชาติแห่งทองคำ" คือนิยามของซอสปิ้งย่างที่ครองใจชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ถ้าคุณชอบฟีลร้านปิ้งย่างญี่ปุ่นที่มีกลิ่นหอมเตะจมูกตั้งแต่เนื้อลงเตา ซอสขวดนี้คือไอเทมที่ควรมีติดครัว เป็นซอสปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นรสเผ็ดกลาง ที่โดดเด่นด้วยความกลมกล่อมจากผลไม้บด ผสานโชยุคุณภาพดี กระเทียม งา และเครื่องเทศ ทำให้ได้รสชาติหวานเค็มเผ็ดแบบพอดี กินง่ายแต่เข้มข้น จุดเด่นของซอสตัวนี้คือความอเนกประสงค์ ใช้ได้ทั้งหมักเนื้อก่อนย่าง ใช้เป็นน้ำจิ้ม หรือเอาไปผัดก็ช่วยให้อาหารหอมขึ้นทันที เหมาะมากสำหรับคนที่อยากทำเมนูญี่ปุ่นกินเองที่บ้านแบบง่าย ๆ แต่ได้รสชาติระดับร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นหมูย่าง เนื้อย่าง ไก่ทอด กระทะร้อน ข้าวผัดญี่ปุ่น หรือผัดผัก ซอสขวดนี้ก็ช่วยเพิ่มมิติความอร่อยได้แบบไม่ต้องปรุงหลายขั้นตอน เมื่อนำไปโดนความร้อนจะส่งกลิ่นหอมยั่วยวนใจ ช่วยลดความเลี่ยนของไขมันเนื้อและชูรสชาติของวัตถุดิบให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรสชาติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อก่อนย่างประมาณ 15–30 นาที
• ใช้เป็นน้ำจิ้มปิ้งย่าง ชาบู หรือของทอด
• ใช้ผัดเนื้อ ผัดผัก หรือข้าวผัดญี่ปุ่น
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าไก่ หรือเบอร์เกอร์ญี่ปุ่น
• ใช้เคลือบไก่ย่าง หมูย่าง หรือซี่โครงบาร์บีคิว
อัตราส่วนแนะนำ
• เนื้อสัตว์ 300 กรัม ต่อซอสประมาณ 3–4 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วนำไปย่างหรือผัดได้เลย
เคล็ดลับความอร่อย
• เติมซอสช่วงท้ายก่อนอาหารสุก จะช่วยให้ซอสเคลือบเนื้อสวย หอมเข้มข้น และได้กลิ่นสไตล์ร้านยากินิกุญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูแนะนำ
• หมูย่างซอสญี่ปุ่น, เนื้อย่างยากินิกุ, ไก่ผัดซอสญี่ปุ่น, ข้าวหน้าเนื้อสไตล์ญี่ปุ่น, เบคอนพันเห็ดเข็มทอง, ไก่ทอดคลุกซอสญี่ปุ่น
Ohgon No Aji หรือ "รสชาติแห่งทองคำ" คือนิยามของซอสปิ้งย่างที่ครองใจชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ถ้าคุณชอบฟีลร้านปิ้งย่างญี่ปุ่นที่มีกลิ่นหอมเตะจมูกตั้งแต่เนื้อลงเตา ซอสขวดนี้คือไอเทมที่ควรมีติดครัว เป็นซอสปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นรสเผ็ดกลาง ที่โดดเด่นด้วยความกลมกล่อมจากผลไม้บด ผสานโชยุคุณภาพดี กระเทียม งา และเครื่องเทศ ทำให้ได้รสชาติหวานเค็มเผ็ดแบบพอดี กินง่ายแต่เข้มข้น จุดเด่นของซอสตัวนี้คือความอเนกประสงค์ ใช้ได้ทั้งหมักเนื้อก่อนย่าง ใช้เป็นน้ำจิ้ม หรือเอาไปผัดก็ช่วยให้อาหารหอมขึ้นทันที เหมาะมากสำหรับคนที่อยากทำเมนูญี่ปุ่นกินเองที่บ้านแบบง่าย ๆ แต่ได้รสชาติระดับร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นหมูย่าง เนื้อย่าง ไก่ทอด กระทะร้อน ข้าวผัดญี่ปุ่น หรือผัดผัก ซอสขวดนี้ก็ช่วยเพิ่มมิติความอร่อยได้แบบไม่ต้องปรุงหลายขั้นตอน เมื่อนำไปโดนความร้อนจะส่งกลิ่นหอมยั่วยวนใจ ช่วยลดความเลี่ยนของไขมันเนื้อและชูรสชาติของวัตถุดิบให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรสชาติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อก่อนย่างประมาณ 15–30 นาที
• ใช้เป็นน้ำจิ้มปิ้งย่าง ชาบู หรือของทอด
• ใช้ผัดเนื้อ ผัดผัก หรือข้าวผัดญี่ปุ่น
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าไก่ หรือเบอร์เกอร์ญี่ปุ่น
• ใช้เคลือบไก่ย่าง หมูย่าง หรือซี่โครงบาร์บีคิว
อัตราส่วนแนะนำ
• เนื้อสัตว์ 300 กรัม ต่อซอสประมาณ 3–4 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วนำไปย่างหรือผัดได้เลย
เคล็ดลับความอร่อย
• เติมซอสช่วงท้ายก่อนอาหารสุก จะช่วยให้ซอสเคลือบเนื้อสวย หอมเข้มข้น และได้กลิ่นสไตล์ร้านยากินิกุญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูแนะนำ
• หมูย่างซอสญี่ปุ่น, เนื้อย่างยากินิกุ, ไก่ผัดซอสญี่ปุ่น, ข้าวหน้าเนื้อสไตล์ญี่ปุ่น,
เบคอนพันเห็ดเข็มทอง, ไก่ทอดคลุกซอสญี่ปุ่น
"ไข่กุ้ง" ที่เรากินกัน จริงๆแล้วทำมาจากอะไรกันแน่นะ?
หลายคนอาจคิดว่าเม็ดสีส้มกรุบๆ ที่อยู่บนซูชิคือ ไข่ของกุ้ง แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ สิ่งที่เราเรียกกันติดปากว่า "ไข่กุ้ง" แท้จริงคือไข่ปลาแคปลิน (Capelin Roe) หรือที่ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า เอบิโกะ (Ebiko) ซึ่งเป็นปลาทะเลขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในน่านน้ำเย็น เช่น แถบมหาสมุทรอาร์กติก แอตแลนติกเหนือ และบริเวณรอบประเทศญี่ปุ่น ไข่ปลาแคปลินตามธรรมชาติจะมีสีเหลืองอ่อน เม็ดเล็กละเอียด และมีเอกลักษณ์คือ เนื้อสัมผัสกรุบกรอบเมื่อรับประทาน ก่อนนำมาขายหรือใช้ในร้านอาหารญี่ปุ่น จะผ่านการปรุงรสด้วยโชยุ มิริน และเกลือ เพื่อเพิ่มความกลมกล่อม พร้อมแต่งสีให้เป็นสีส้มสดใส จนกลายเป็น "ไข่กุ้ง" ที่เราคุ้นเคย เหมาะสำหรับโรยหน้าซูชิ ข้าวปั้น หรือเมนูต่างๆ ให้ดูน่ากินยิ่งขึ้น
ประโยชน์และสารอาหารดีๆใน "ไข่กุ้ง" (Ebiko)
เห็นเม็ดเล็กๆแบบนี้ แต่คุณประโยชน์ไม่เล็ก เพราะเป็นไข่ปลาที่มาจากทะเลน้ำลึก จึงอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง
• โปรตีนสูง: ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย
• กรดไขมันโอเมก้า 3 (Omega-3): ดีต่อการทำงานของสมองและช่วยบำรุงหัวใจ
• วิตามินและแร่ธาตุ: มีวิตามินบี 12 และฟอสฟอรัส ที่ช่วยส่งเสริมระบบประสาทและกระดูกให้แข็งแรง
ขั้นตอนการละลายอย่างถูกวิธี
• นำกล่องไข่กุ้ง ออกจากช่องแช่แข็ง แล้วย้ายมาใส่ในช่องแช่เย็นธรรมดา ล่วงหน้าประมาณ 8–12 ชั่วโมง หรือ 1 คืนก่อนใช้งาน วิธีนี้จะช่วยให้เนื้อสัมผัสยังคงความกรุบกรอบ เม็ดไข่ปลาไม่แตกเลอะ และไม่เสียรสชาติ (ไม่ควรนำเข้าไมโครเวฟโดยตรงเพื่อละลาย เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสเสีย)
เพียง 3 นาที ก็อร่อยกับเทมปุระโซบะได้ง่ายๆ ที่บ้านคุณ
เปลี่ยนความเหนื่อยล้า เป็นความซ่าสดชื่นด้วย น้ำแร่สปาร์คกลิ้ง กลิ่นเลมอน น้ำแร่ธรรมชาติอัดก๊าซจากญี่ปุ่น เคยไหม? ที่รู้สึกเพลียระหว่างวันจนอยากหาอะไรดื่มให้ชื่นใจ แต่ก็กังวลเรื่องน้ำตาลและแคลอรี ขอแนะนำ น้ำแร่สปาร์คกลิ้ง กลิ่นเลมอน น้ำแร่ธรรมชาติอัดก๊าซ (Sparkling Water) ภายใต้แบรนด์ Iris Ohyama ที่ไม่ได้มีดีแค่ความซ่า แต่คือการส่งมอบความบริสุทธิ์จากประเทศญี่ปุ่นมาไว้ในมือคุณ
ทำไมต้อง น้ำแร่สปาร์คกลิ้ง กลิ่นเลมอน?
• แหล่งน้ำที่บริสุทธิ์: หัวใจสำคัญของขวดนี้คือ "น้ำแร่ธรรมชาติ" สูงถึง 98.9% ที่ผลิตจากโรงงานในญี่ปุ่น (Tosu Daiichi) มั่นใจได้ในมาตรฐานการผลิตที่สะอาดและปลอดภัยระดับสากล
• ความสดชื่นที่แตกต่าง: ด้วยการผสมผสานกลิ่นเลมอนที่หอมละมุนเข้ากับความซ่าของก๊าซบริสุทธิ์ ทำให้ทุกคำที่ดื่มช่วยปลุกประสาทสัมผัสให้ตื่นตัว ทิ้งความสดชื่นไว้ในลำคอโดยไม่ทิ้งคราบน้ำตาล
• ทางเลือกที่ดีที่สุดของคนรักสุขภาพ:
- 0 Sugar: ไม่มีน้ำตาล
- 0 Calories: ไม่ให้พลังงาน
- 0 Fat: ไม่มีไขมัน
- ดื่มได้บ่อยเท่าที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นช่วงลดน้ำหนัก หรือผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
ความซ่าที่ "มิกซ์" ได้กับทุกไลฟ์สไตล์
ไม่ใช่แค่การดื่มเปล่าๆ เพื่อดับกระหาย แต่น้ำแร่สปาร์คกลิ้ง กลิ่นเลมอน คือไอเทมติดบ้านที่ทำหน้าที่ได้หลากหลาย:
1. สาย Fresh: แช่เย็นจัดๆ แล้วเปิดดื่มทันทีหลังออกกำลังกาย หรือหลังมื้ออาหารหนักๆ ช่วยให้รู้สึกเบาสบายท้อง
2. สาย Creative: ใช้เป็น Mixer ผสมกับน้ำผลไม้สด หรือไซรัปผลไม้เพื่อทำอิตาเลียนโซดาแบบโฮมเมด ที่ให้กลิ่นเลมอนหอม
3. สาย Work from Home: วางไว้ข้างคอมพิวเตอร์ จิบระหว่างทำงานช่วยให้สมองสดชื่น แทนการดื่มกาแฟหรือน้ำหวานได้เป็นอย่างดี
สัมผัสประสบการณ์ความซ่าระดับพรีเมียมจากญี่ปุ่นได้แล้ววันนี้ ในขนาด 500 มล. ที่พกพาไปได้ทุกที่
อร่อยกับ ชิโอะ ยากิโซบะ แบบง่ายๆ ใน 3 นาที
ราเมงถ้วยใหญ่จุใจ พร้อมเกี๊ยวแสนอร่อย