มิโซะรสชาติกลมกล่อม ทำเมนูไหนก็ง่าย
HonmonoNippon ได้นำเข้ามิโซะจากแบรนด์ Hikari แบรนด์ผลิตมิโซะอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น! โดยมิโซะตัวนี้ได้ผ่านการรับรองว่าเป็นสินค้าออร์แกนิค เริ่มตั้งแต่การเลือกใช้ถั่วเหลืองออร์แกนิค และข้าวที่ปลูกแบบออร์แกนิค นำมาหมักโดยใช้สัดส่วนถั่วเหลืองปริมาณมาก และใช้ระยะเวลาในการหมักที่นาน จนเกิดรสชาติอูมามิจากธรรมชาติ มีรสที่สมดุล มีกลิ่นหอมมาก และที่สำคัญมิโซะตัวนี้ยังไม่ผสมดาชิ เพื่อให้คุณได้นำไปใช้งานได้ทันที แบบไม่ต้องผสมน้ำซุปดาชิเพิ่ม ลดขั้นตอนการทำอาหารให้สั้นลง หากอยากได้มิโซะคุณภาพดีๆ ที่สำคัญยังเป็นออร์แกนิค 100% เลือกใช้ตัวนี้เลยค่ะ
พบกับ 1 ใน 3 เส้นอุด้งที่อร่อยที่สุดของญี่ปุ่น!!
Sanuki Udon (ซานุกิอุด้ง) ของจังหวัด Kagawa (คากาวะ) ถือเป็นสุดยอมเมนูอุด้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่นและได้รับความนิยมไปทั่วโลก
สนุกกับการทำทาโกะยากิได้ง่ายๆ ที่บ้านคุณ
ชวนคุณมาสนุกและอิ่มอร่อยกับทาโกะยากิแบบง่ายๆ ด้วย Otafuku Takoyaki Kodawari Set ที่มีเคล็ดลับความอร่อยจาก 4 ส่วนผสมพิเศษ ได้แก่
1. แป้งทาโกะยากิสูตรพิเศษของโอตาฟุกุ กรอบนอกนุ่มใน
2. การผสมผสานกันระหว่างผงหมึกซูรุเมะ 100% และแป้งหมึกเทมปุระกรุบกรอบ ให้รสชาติที่เข้มข้นและล้ำลึก
3. สาหร่ายที่ผลิตในญี่ปุ่น 100% มีสีเขียวสดและกลิ่นหอมของทะเล เพิ่มสัมผัสให้ครบเครื่อง
4. เพิ่มสีสันด้วยขิงแดงดองให้สีสันที่น่ารับประทานและรสชาติที่เข้มข้นยิ่งขึ้น
เพียงเตรียมวัตถุดิบให้พร้อมก็มาอร่อยกันได้เลยค่ะ
ทำไมโรงหมักวิเนการ์ที่ดีที่สุด ต้องซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขา
หนึ่งในจุดเด่นที่โดดเด่นของน้ำส้มสายชูอุจิโบริ (Uchibori Vinegar) คือความมุ่งมั่นและความพิถีพิถันในการผลิตน้ำส้มสายชู บริษัทเลือกสร้างโรงหมักน้ำส้มสายชูท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม เพราะเชื่อว่าสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่บริสุทธิ์และอุดมสมบูรณ์จะช่วยให้เกิดแบคทีเรียกรดอะซิติกที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตน้ำส้มสายชูชั้นดี ด้วยเหตุนี้โรงหมักของอุจิโบริจึงถูกสร้างขึ้นท่ามกลางหุบเขาและธรรมชาติอันเงียบสงบ แม้ว่าสถานที่จะอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองและมีความยากลำบากด้านการขนส่งก็ตาม แต่บริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพของน้ำส้มสายชูมากกว่าความสะดวกสบาย เพื่อให้ได้น้ำส้มสายชูที่มีคุณภาพสูงและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ในทุกขวด
จากความพิถีพิถันกลางขุนเขา สู่ขวดนี้ที่สายรักสุขภาพต้องมีติดบ้าน
สายรักสุขภาพที่เสพติดความสดชื่นห้ามพลาด ฟรุตส์ วิเนการ์ รสน้ำทับทิม ที่บอกเลยว่าคุ้มค่าและดีต่อร่างกายมากๆ แวบแรกที่เห็นนึกว่าเป็นน้ำส้มสายชูทั่วไป แต่พอได้อ่านฉลากและลองทานดูแล้วคือว้าวมาก เพราะขวดนี้ผสานคุณค่าจากธรรมชาติไว้แบบเต็มๆ:
• น้ำผลไม้เข้มข้นเน้นๆ: มีส่วนผสมของน้ำทับทิมเข้มข้นสูงถึง 42%
• เบสชั้นเลิศจากญี่ปุ่น: ใช้น้ำส้มสายชูหมักจากข้าวญี่ปุ่นแท้ๆ ทำให้รสชาติมีความเปรี้ยวที่นุ่มนวลอมหวานสดชื่น ไม่เปรี้ยวโดดจนแสบคอ
• 0% น้ำตาลทราย: ที่สำคัญที่สุดคือ "ไม่มีการใส่น้ำตาลเพิ่ม" ความหวานละมุนที่ได้มาจากน้ำผลไม้แท้ๆ และหญ้าหวาน (สตีวิออลไกลโคไซด์) ดีต่อคนควบคุมน้ำหนัก สายคีโต และผู้ป่วยเบาหวานสุดๆ
ดื่มตอนไหนก็เฟรช สุขภาพดีได้ทุกวัน
หลังจากที่ได้ลองดื่มช่วงบ่ายๆ ที่กำลังง่วง หรือดื่มหลังจากไปวิ่งออกกำลังกายเสร็จ จะรู้สึกได้ทันทีเลยว่าร่างกายมันเฟรชขึ้น อาการเหนื่อยล้าหายไป แถมวิเนการ์ยังมีส่วนช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ปรับสมดุลร่างกาย และช่วยให้ย่อยอาหารได้ดีขึ้นมาก ท้องไม่อืด ใครที่กำลังมองหาเครื่องดื่มสุขภาพที่อร่อย ดื่มง่าย ได้ประโยชน์เน้นๆ แนะนำให้มีติดตู้เย็นไว้เลยค่ะ เคล็ดลับความฟิน: นำไปผสมโซดาใส่น้ำแข็งเย็นฉ่ำ บอกเลยว่าอร่อยสดชื่นฟินที่สุด
ไอเดียรังสรรค์เมนูสูตรสดชื่น
ส่วนผสม : อิตาเลียนโซดา น้ำส้มสายชูผลไม้ทับทิม
• ฟรุตส์ วิเนการ์ รสน้ำทับทิม : 20 มล.
• น้ำโซดาแช่เย็นจัด : 120 - 150 มล.
• น้ำแข็ง : 1 แก้ว (แนะนำน้ำแข็งก้อนเล็กหรือน้ำแข็งบดจะช่วยให้เย็นฉ่ำยิ่งขึ้น)
ส่วนผสม : สูตรสมูทตีทับทิมมิกซ์เบอร์รีกรีกโยเกิร์ต
• น้ำส้มสายชูรสทับทิม : 150 กรัม (25.00%)
• มิกซ์เบอร์รี (ผลไม้แช่แข็ง) : 100 กรัม (16.67%)
• น้ำแข็ง : 300 กรัม (50.00%)
• กรีกโยเกิร์ต : 50 กรัม (8.33%)
วิธีทำ : ปั่นส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันจนเนียนละเอียด พร้อมเสิร์ฟเป็นเครื่องดื่มผลไม้รสเปรี้ยวหวานสดชื่น
หอมกลิ่นเบอร์รีและทับทิม พร้อมความนุ่มละมุนจากกรีกโยเกิร์ต
สัมผัสตำนานความอร่อยจากญี่ปุ่น... ซุปหูฉลามเข้มข้นสไตล์เสฉวน
เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นมื้อสุดหรูระดับภัตตาคารง่ายๆ ที่บ้านคุณ! ด้วยซุปหูฉลามแท้ที่คัดสรรวัตถุดิบจาก เมืองเคเซนนุมะ จังหวัดมิยางิ แหล่งหูฉลามอันดับ 1 ของญี่ปุ่นที่ทั่วโลกยอมรับ มาในสูตรสไตล์เสฉวน ที่โดดเด่นด้วยรสชาติกลมกล่อม หอมน้ำมันงา และมีความเผ็ดปลายลิ้นเบาๆ จากโต้วปั้นเจี้ยว (เต้าเจี้ยวพริก) ช่วยชูรสให้ทานสนุกและไม่เลี่ยน
จุดเด่นที่คุณต้องลอง:
• จุดเด่น : หูฉลามแท้จากเมืองเคะเซนนุมะ จังหวัดมิยางิ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตหูฉลามที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น
• รสชาติ : สูตรเสฉวน ที่มีความหอมของเครื่องเทศและโต้วปั้นเจี้ยว ให้รสชาติเผ็ดนิดๆ กลมกล่อมลุ่มลึก
• คอลลาเจน : มีคอลลาเจนสูงถึง 2,800 มิลลิกรัม ช่วยบำรุงผิวพรรณและข้อต่อในชามเดียว
• คุณภาพพรีเมียม : ใช้เทคโนโลยี Retort Pouch คงความสดและสารอาหารครบถ้วนโดยไม่ใส่วัตถุกันเสีย
• ความคุ้มค่า : 1 ซอง ขนาด 200 กรัม เป็นสูตรเข้มข้น สามารถทำทานได้ถึง 3-4 คน
วิธีทำง่ายๆ ใน 5 นาที :
• ฉีกซองแล้วเทเนื้อซุปเข้มข้นทั้งหมดลงในหม้อ
• เติมน้ำสะอาดหรือน้ำร้อนปริมาณ 400 มล. (หรือประมาณ 2 ถ้วยตวง) หรือน้ำร้อน (ปรับปริมาณตามความชอบ)
• คนให้ส่วนผสมเข้ากันดี เร่งไฟให้แรงขึ้น ตั้งหม้อจนน้ำซุปเริ่มเดือด
• ตอกไข่ไก่ 1 ฟอง ตีพอแตก (เหมือนทำไข่เจียว) เมื่อซุปเดือดพล่าน ให้ค่อยๆ เทไข่ลงไปเป็นสายเล็กๆ
• ใช้ตะเกียบหรือทัพพีคนเบาๆ วนไปทางเดียวกัน เพื่อให้ไข่กระจายตัวเป็นเส้นฝอยสวยงาม ไม่จับตัวเป็นก้อน
• พอไข่สุกได้ที่แล้ว ให้ปิดไฟทันที ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟขณะร้อนๆ
เคล็ดลับความอร่อย
• จิ๊กโฉ่ว (Black Vinegar): เหยาะจิ๊กโฉ่วลงไปเล็กน้อยตอนจะทาน ความเปรี้ยวของมันจะไปตัดเลี่ยนและดึงรสหวานของหูฉลามให้เด่นชัดขึ้น
• พริกไทยขาวป่น: แนะนำให้ใช้พริกไทยขาวแท้ป่นละเอียด โรยหน้าก่อนเสิร์ฟเพื่อเพิ่มความร้อนแรงแบบนุ่มนวล
• น้ำมันพริกรายู (Layu): เนื่องจากเป็นซุปสไตล์เสฉวน การหยดน้ำมันพริกญี่ปุ่นลงไปสัก 2-3 หยดจะช่วยเพิ่มสีสันและกลิ่นหอมที่เย้ายวนใจ
• โรยหน้าด้วยผักชีหรือต้นหอมซอย: ความสดของผักสีเขียวจะช่วยตัดรสเข้มข้นของซุปทำให้ทานได้คล่องคอขึ้น
• ทานคู่กับข้าวกรอบ: ลองทานคู่กับข้าวตังหรือข้าวพอง(Okaki) จะได้มิติการทานที่สนุกขึ้นจากความกรอบที่ชุ่มไปด้วยน้ำซุป
"ความอร่อยระดับเชฟญี่ปุ่น ในราคาที่ใครก็เอื้อมถึง... อิ่ม อร่อย และได้ผิวสวยไปพร้อมกัน!"
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Nanatsuboshi ข้าวที่เติบโตท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ของฮอกไกโด
นิยมปลูกมากในฮอกไกโด เมล็ดข้าวอวบ หุงแล้วขึ้นเงา มีความเหนียวปานกลาง และความหวานแบบพอดี ทำให้โดนใจชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก แม้ข้าวจะเย็นแต่ยังคงความนุ่ม หอม อร่อย สามารถทำอาหารได้หลากหลายประเภท แต่จะนิยมนำมาทำเบนโตะและซูชิ
• ลักษณะเมล็ด – เมล็ดข้าวอวบ ขาว หุงขึ้นหม้อ
• รสชาติ – มีรสหวานและยังคงอร่อยแม้จะเย็นแล้ว
• ความเหนียว – ความเหนียวกำลังดี
• เมนูที่เหมาะสม – เบนโตะ และซูชิ
• ความลับของสายพันธุ์ – ถือว่าเป็นข้าวที่มีความสมดุลระหว่างรสชาติกับเนื้อสัมผัสมากที่สุดในสายพันธุ์ข้าวฮอกไกโด เมื่อหุงจนสุกข้าวมีความขาว ความเงา ความหอม ให้รสชาตินุ่มนวล และเคี้ยวอร่อย
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
1. ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
2. ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
3. กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
4. ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำจนอ่อนนุ่ม
5. หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อย ๆ คนให้น้ำระเหย
เปิดประสบการณ์รสชาติของข้าวญี่ปุ่นแท้ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชาแห่งข้าว" ของประเทศญี่ปุ่น ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ค่ะ
ข้าวชิ้นนี้คือ ข้าวโคชิฮิคาริ (Koshihikari) ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ยอดนิยมและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวที่มาจากจังหวัด นีงาตะ (Niigata) ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงด้านคุณภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จังหวัดนีงาตะได้รับพรจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปลูกข้าวชั้นดี เช่น ดินที่อุดมสมบูรณ์จากตะกอนแม่น้ำสำคัญอย่างแม่น้ำชินาโนะ (Shinano River) และแม่น้ำอะงาโนะ (Agano River) รวมถึงมีน้ำบริสุทธิ์จากหิมะที่ละลาย (Snowmelt Water) และที่สำคัญคือ ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน ที่สูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความหวานและรสชาติของข้าว
ข้าวโคชิฮิคาริสายพันธุ์นีงาตะมีจุดเด่นหลัก ๆ ที่ทำให้เป็นที่รักของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
ความเหนียวและหนึบ (Stickiness): มีสัมผัสที่ เหนียวหนึบ (Mochimochi) และยืดหยุ่นกำลังดี ไม่แข็งกระด้าง
ความหวานและอูมามิ (Sweetness & Umami): มีรสหวานตามธรรมชาติที่ชัดเจน และมีรส อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นในทุกเม็ด
กลิ่นหอมและเงางาม: เมื่อหุงสุกแล้วจะมี กลิ่นหอมที่ละมุน และเมล็ดข้าวจะมีความ เงางามเป็นประกาย น่ารับประทาน
ด้วยรสชาติที่โดดเด่นและสมดุล ทำให้ข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะอร่อยมากแม้ว่าจะทานเปล่า ๆ โดยไม่ต้องมีกับข้าวค่ะ นอกจากนี้ยังรักษาความอร่อยไว้ได้ดีแม้จะเย็นลง จึงเหมาะมากสำหรับทำข้าวปั้น โอนิกิริ (Onigiri) หรือใส่ในกล่องข้าวเบนโตะ (Bento)
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
ข้าวโคชิฮิคาริมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่สมดุล ทำให้เข้ากันได้ดีกับอาหารหลากหลายประเภทค่ะ:
ข้าวสวย (Plain White Rice): ทานเปล่า ๆ คู่กับเครื่องเคียงง่าย ๆ อย่างซุปมิโสะ (Miso Soup) และผักดอง (Tsukemono) เพื่อสัมผัสรสชาติแท้ ๆ ของข้าว
ซูชิ (Sushi) และโอนิกิริ (Onigiri): ด้วยความเหนียวหนึบ ทำให้ปั้นได้ง่ายและคงรูปได้ดีเมื่อเย็นลง
เมนูอาหารญี่ปุ่นทั่วไป: เหมาะสำหรับทานคู่กับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด เช่น ปลาย่าง, เทมปุระ (Tempura) หรือข้าวหน้าต่าง ๆ (Donburi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
เพื่อให้ได้ข้าวที่อร่อยที่สุด ควรทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
1. ซาวข้าว (Rinsing): ซาวข้าวอย่างเบามือเพื่อล้างฝุ่นออก เปลี่ยนน้ำประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำเริ่มใส
2. แช่น้ำ (Soaking): แช่ข้าวในน้ำสะอาดทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ในฤดูร้อน หรือ 60 นาที ในฤดูหนาว เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำอย่างเต็มที่
3. หุง (Cooking): หุงตามอัตราส่วนน้ำที่ระบุบนเครื่องหุงข้าว หรือใช้อัตราส่วนข้าว 1 ส่วนต่อน้ำประมาณ 1.1 - 1.2 ส่วน
4. พักข้าว (Steaming): เมื่อหุงเสร็จแล้ว ห้ามเปิดฝา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ไอน้ำระอุและข้าวสุกทั่วถึง ก่อนจะใช้ไม้พายคลุกเบา ๆ ก่อนตักเสิร์ฟค่ะ
ลองนำข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะไปหุงดูสิคะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมข้าวญี่ปุ่นแท้ ๆ ถึงมีเสน่ห์และเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น ที่คุณก็สามารถสร้างสรรค์ความอร่อยนี้ได้ที่บ้านค่ะ
มิโซะออร์แกนิค รสกลมกล่อม เข้มข้น
Maru-Yu Mutenka Miso จากแบรนด์ฮิคาริ-มิโซะ เป็นมิโซะที่ผลิตโดยใช้ถั่วเหลืองและข้าวออร์แกนิค 100% และเนื่องจากมีการใช้เมล็ดถั่วเหลืองปริมาณมากร่วมกับระยะเวลาการหมักอันยาวนาน จึงทำให้ได้รสเค็มและอูมามิที่สมดุล ผสานความเผ็ดร้อนฝาดลิ้นเล็กน้อยพร้อมกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังเป็นสูตรวีแกนและปราศจากกลูเตน ผู้ที่ทานมังสวิรัติจึงสามารถรับประทานได้อย่างสบายใจ สามารถนำไปประกอบอาหารได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นซุปมิโซะ แกงกะหรี่ญี่ปุ่น หมักเนื้อสเต๊ก หรือมิโซะราเมนก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ
บอกลาเช้าที่น่าเบื่อของคุณด้วยแพนเค้กแสนอร่อย
เชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยมีวันที่เร่งรีบจนไม่มีเวลาทำอาหารเช้ากันใช่ไหมคะ ปัญหานี้จะหมดไปเพียงแค่มีมินิแพนเค้กห่อนี้ติดช่องแช่แข็งเอาไว้ คุณก็จะได้ทานแพนเค้กเนื้อเนียนนุ่มพร้อมกลิ่นเนยหอมกรุ่น และรสชาติหวานนิดๆ โดยไม่ต้องมานั่งผสมแป้งเองให้เสียเวลา มาในขนาดมินิ น้ำหนักชิ้นละประมาณ 20 กรัม อิ่มพอดีๆ ไม่ว่าจะทานคู่กับวิปครีม ผลไม้สด ราดน้ำผึ้ง ทาแยม หรือจะประยุกต์เป็นเมนูอื่นๆ ก็ง่าย สะดวก อร่อยได้ทั้งครอบครัวค่ะ
วิธีอร่อยกับมินิแพนเค้ก
• รับประทานแบบอุณหภูมิปกติ: นำแพนเค้กออกจากช่องแช่แข็ง ตั้งไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 30-40 นาที
• รับประทานแบบอุ่น: นำแพนเค้กออกมาใส่ภาชนะสำหรับนำเข้าไมโครเวฟ ใช้เวลาอุ่นประมาณ 1-2 นาที (ขึ้นอยู่กับกำลังไฟของไมโครเวฟ)
สัมผัสความหอมละมุนของชาเขียวอูจิแท้จากเกียวโต... ในรูปแบบไดฟุกุครีมสุดพรีเมียมจากญี่ปุ่น
คนรักชาเขียวและหลงใหลในขนมญี่ปุ่นแท้ ต้องไม่พลาด โมจิสอดไส้ครีมรสชาเขียวอูจิ ที่คัดสรรชาเขียวคุณภาพจากเมืองอูจิ จังหวัดเกียวโต แหล่งผลิตมัทฉะที่มีชื่อเสียงระดับโลก ให้กลิ่นหอมอ่อนๆ รสชาติกลมกล่อม มีความขมนิดๆตามเอกลักษณ์ของมัทฉะแท้ ตัดกับความหวานกำลังดี จึงให้รสชาติที่ลงตัว ไม่หวานจนเกินไป
แป้งโมจิผลิตด้วยกรรมวิธีแบบญี่ปุ่น ให้เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม ยืดหยุ่น เคี้ยวเพลิน ห่อหุ้มไส้ถั่วกวนผสมชาเขียวที่หอมเข้มข้น ก่อนจะซ่อนครีมนมสดเนียนนุ่มไว้ตรงกลาง เพิ่มความละมุนทุกคำที่รับประทาน พร้อมเมล็ดถั่วแดงเม็ดเล็กที่ช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสและความอร่อยในทุกคำ การแช่แข็งทันทีหลังการผลิต จึงช่วยรักษาความสดใหม่ เนื้อสัมผัส และรสชาติของโมจิไว้ได้อย่างสมบูรณ์ เพียงนำออกจากช่องแช่แข็งพักไว้ประมาณ 10–15 นาที ก็พร้อมอร่อยได้ทันที ให้สัมผัสนุ่มละมุนเหมือนเพิ่งทำสดใหม่ เหมาะสำหรับรับประทานเป็นของหวานหลังอาหาร ของว่างระหว่างวัน หรือเสิร์ฟคู่ชาเขียว ชาร้อน กาแฟ และเครื่องดื่มต่าง ๆ เพิ่มความพิเศษให้ทุกช่วงเวลาของการพักผ่อน เหมือนได้ลิ้มรสขนมจากร้านดังในญี่ปุ่นโดยไม่ต้องเดินทางไกล
วิธีรับประทาน
เนื่องจากเป็นสินค้าแช่เยือกแข็ง เพื่อรสชาติที่ดีที่สุดควรปฏิบัติดังนี้:
• นำไดฟุกุออกจากช่องแช่แข็ง
• วางพักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 15 - 20 นาที หรือนำมาไว้ในช่องแช่เย็นธรรมดาประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง เพื่อให้ตัวแป้งและครีมสดคลายตัวนุ่มนิ่มพอดี
• รับประทานทันทีขณะที่ยังมีความเย็นอยู่เล็กน้อย เพื่อสัมผัสไอศกรีมครีมสดและมัทฉะสุดละมุน
วิธีเก็บรักษา
• เก็บในช่องแช่แข็ง (Frozen Storage):
- ต้องเก็บรักษาไว้ในช่องแช่แข็งที่มีอุณหภูมิ -18 °C หรือต่ำกว่า ตลอดเวลา
- หากเก็บในอุณหภูมิตามที่กำหนด สินค้าจะคงคุณภาพและรสชาติที่ดีเยี่ยมจนถึงวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
• เมื่อละลายแล้ว (After Thawing):
- หลังจากนำออกมาละลายในช่องแช่เย็นธรรมดาจนแป้งนุ่มพร้อมทานแล้ว ควรรับประทานให้หมดโดยเร็วที่สุด
ข้อควรระวัง: ไม่แนะนำให้นำโมจิที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งโมจิกระด้าง เสียความเหนียวนุ่ม และส่งผลต่อคุณภาพของไส้ครีมและผลไม้ด้านใน
ทำไมโรงหมักวิเนการ์ที่ดีที่สุด ต้องซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขา
หนึ่งในจุดเด่นที่โดดเด่นของน้ำส้มสายชูอุจิโบริ (Uchibori Vinegar) คือความมุ่งมั่นและความพิถีพิถันในการผลิตน้ำส้มสายชู บริษัทเลือกสร้างโรงหมักน้ำส้มสายชูท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม เพราะเชื่อว่าสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่บริสุทธิ์และอุดมสมบูรณ์จะช่วยให้เกิดแบคทีเรียกรดอะซิติกที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตน้ำส้มสายชูชั้นดี ด้วยเหตุนี้โรงหมักของอุจิโบริจึงถูกสร้างขึ้นท่ามกลางหุบเขาและธรรมชาติอันเงียบสงบ แม้ว่าสถานที่จะอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองและมีความยากลำบากด้านการขนส่งก็ตาม แต่บริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพของน้ำส้มสายชูมากกว่าความสะดวกสบาย เพื่อให้ได้น้ำส้มสายชูที่มีคุณภาพสูงและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ในทุกขวด
เหนื่อยล้ามาทั้งวัน ชาร์จความสดชื่นขั้นสุดด้วยพลังส้มยูสุไซตรัสขวดนี้
บอกลาความเหนื่อยล้าแล้วมาเติมความสดชื่นขั้นสุดบอกเลยว่าฉีกกฎน้ำส้มสายชูแบบเดิมๆไปเลย
• ความหอมสดชื่นจากธรรมชาติ 100%: ผสานพลังความเปรี้ยวอมหวานจากน้ำส้มยูสุ ร่วมกับน้ำส้มและน้ำองุ่นขาวเข้มข้น ให้กลิ่นอโรมาที่หอมเตะจมูกตั้งแต่เปิดขวด
• เปรี้ยวละมุนด้วยเบสข้าวญี่ปุ่น: เลือกใช้น้ำส้มสายชูหมักจากข้าวญี่ปุ่นชั้นดี รสชาติจึงมีความนุ่มนวล กลมกล่อม ไม่ฉุนและไม่แสบคอเหมือนน้ำส้มสายชูทั่วไป
• ชาร์จพลังลดความเพลีย: เป็นตัวช่วยชั้นยอดในการฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้า ดื่มแล้วรู้สึกผ่อนคลาย รีเฟรชร่างกายให้กลับมาสดใสกระปรี้กระเปร่าได้ทันที
ไม่ว่าจะสายเฮลตี้ที่ชอบมิกซ์เป็นเครื่องดื่มโซดาคุมน้ำหนัก หรือสายกูร์เมต์ที่ชอบทำน้ำสัดสลัดยูสุโฮมเมดทานเอง บอกเลยว่าขวดนี้ตอบโจทย์ความอร่อยแบบคลีนๆ ได้อย่างไร้ที่ติ
ไอเดียสูตรน้ำสลัดและเมนูสุขภาพ
น้ำสลัดยูสุไซตรัส
ส่วนผสมและอัตราส่วนสำหรับทำน้ำสลัด:
• ฟรุตส์ วินเนการ์ รสยูสุไซตรัส : 20.00%
• น้ำมันรำข้าว : 60.00%
• โชยุ/ซีอิ๊วญี่ปุ่น : 5.00%
• เกลือ : 2.50%
• น้ำส้มยูสุ : 10.00%
• ผิวส้มยูสุ: 2.50%
สมูทตี้ยูสุไซตรัสโยเกิร์ต
ส่วนผสมและสัดส่วนปริมาณต่อแก้ว (น้ำหนักรวม 600 กรัม):
• ฟรุตส์ วินเนการ์ รสยูสุไซตรัส : 150 กรัม
• ส้มแมนดารินแช่แข็ง : 100 กรัม
• น้ำแข็งก้อน : 300 กรัม
• กรีกโยเกิร์ต : 50 กรัม
เคล็ดลับการทำข้าวหน้าเนื้อให้อร่อยอยู่นี่แล้ว
มาลองชิมไก่ทอดทัตสึตะอาเกะสไตล์ญี่ปุ่นกันค่ะ
เมนูไก่ทอดเป็นอาหารจานโปรดของใครหลายๆ คน เนื้อไก่นุ่มๆ ชุ่มฉ่ำ ที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้แป้งกรอบๆ แค่คิดก็ฟินแล้วใช่ไหมล่ะคะ ยิ่งเมนูไก่ชุบแป้งทอดสไตล์ญี่ปุ่นนี่บอกเลยว่าพลาดไม่ได้ ไม่ว่าจะรับประทานเป็นมื้อหลักหรือเอาไว้เป็นของทานเล่นก็เคี้ยวเพลินไม่ต่างกัน
เราขอแนะนำไก่ทอดทัตสึตะอาเกะรสชาติเยี่ยมเกรดส่งออก ทำจากสะโพกไก่เนื้อนุ่ม นำมาปรุงรสด้วยซอสถั่วเหลืองสูตรพิเศษให้อร่อยกลมกล่อม เพิ่มความสมบูรณ์แบบด้วยกลิ่นหอมจากกระเทียมและขิงที่ผสานเข้ากันเป็นอย่างดี เคลือบด้วยแป้งที่ไม่หนาจนเกินไป ให้สัมผัสกรอบนอกนุ่มใน ไม่เลี่ยน ไม่ว่าจะอุ่นร้อนด้วยไมโครเวฟ นำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน หรือทอดในน้ำมันร้อนๆ ก็อิ่มอร่อยได้ง่ายๆ ค่ะ
มาทำราเมงสไตล์ญี่ปุ่นกันเถอะ
ราเมงรสน้ำมันงา เป็นราเมงรสชาติที่ได้รับความนิยมและขายดีติดอันดับในญี่ปุ่น เมื่อปรุงเสร็จจะได้กลิ่นหอมของงาคั่วอย่างชัดเจน น้ำซุปปรุงรสด้วยโชยุ เพื่อเพิ่มความอร่อยยิ่งขึ้น ควรเติมเนื้อสัตว์และผักตามชอบ 1 แพ็ค บรรจุ 5 ซอง วิธีทำ 1. ใส่น้ำปริมาณ 500ml. ลงหม้อ ต้มให้เดือด เมื่อน้ำเดือดให้ใส่เส้นลงไปต้มประมาณ 3 นาที 2. ใช้น้ำร้อนเล็กน้อยละลายผงซุปลงในชาม หลังจากเส้นได้ที่แล้วนำเส้นใส่ชาม เติมน้ำที่ต้มเส้นลงไปในถ้วย คนให้เข้ากัน 3. เทน้ำมันงาปรุงรสลงไป เสริ์ฟพร้อมเนื้อสัตว์ หรือผักตามชอบ
ชาเขียวเซนฉะชนิดชงได้ทั้งร้อนและเย็น ความแตกต่างจากชาเขียวทั่วไปที่คุณไม่ควรมองข้าม!!
ผสานความอร่อยของมันฝรั่งและฟักทองฮอกไกโดเนื้อเนียน เหนียวนุ่ม กรอบอร่อยกำลังพอดี
โคร็อกเกะจากแบรนด์ซันมารูโกะห่อนี้ ผลิตโดยใช้วัตถุดิบคุณภาพดีอย่างมันฝรั่งบารอน (だんしゃく, Danshaku) และฟักทองฮอกไกโด ทำให้ได้เนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม รสชาติหวานมันกลมกล่อมกำลังพอดี นำมาคลุกแป้งและเกล็ดขนมปังแล้วทอดจนเหลืองกรอบ ปราศจากสารเคมีแต่งกลิ่น สี และวัตถุกันเสีย อร่อยง่ายๆ เพียงอุ่นในไมโครเวฟ เสิร์ฟพร้อมซอสมะเขือเทศหรือมายองเนส นิยมจัดใส่เบนโตะเป็นอาหารกลางวันของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ รับประทานเป็นของว่าง หรือรับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ ก็เข้ากันได้ดีค่ะ
ชวนคุณมาลองชิมชาจากเมืองยาคุชิมะ
เมืองยะกุชิมะ (Yakushima) เป็นเกาะเขตร้อนนอกชายฝั่งทางตอนใต้ของคิวชู บนเกาะจะปกคลุมไปด้วยป่าสนและต้นไม้เก่าแก่ บางต้นมีอายุมากกว่า 100 ปี!! เมืองยากุชิมะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติในปี 1993 ด้วยอากาศที่บริสุทธิ์สภาพแวดล้อมเหมาะกับการปลูกชา เพราะอยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง 2,000 เมตร ใบชาที่ได้จะมีรสชาติกลมกล่อม และหอมมาก หากท่านไหนที่อยากลองรสสัมผัสใหม่ๆแนะนำค่ะ
วิธีชงชาให้ได้รสชาติแบบดั้งเดิม
1. นำชาออกจากกล่อง 1 ถุง ต่อ 1 ถ้วย
2. ต้มน้ำให้ร้อน เทน้ำลงไปในถ้วย แช่ทิ้งไว้ประมาณ 30 วินาที หรือ 1 นาที
3. แกว่งถุงชาเบาๆ และนำออกจากถ้วย
อร่อยกลมกล่อมกับซุปหม้อไฟรสกิมจิ ในแบบสไตล์ญี่ปุ่น
น้ำซุปหม้อไฟรสกิมจิ จากแบรนด์ เอบาระ (Ebara) มีเบสรสชาติจากโกชูจัง กระเทียม และน้ำมันงา เสริมความกลมกล่อมด้วยสารสกัดจากอาหารทะเลและปลาโอแห้ง ทำให้ซุปมีรสเค็ม เผ็ด และอมเปรี้ยวเล็กน้อยอย่างลงตัว นอกจากทำซุปกิมจิแล้ว ยังสามารถเอาไปประยุกต์ทำเมนูอื่นๆ ได้หลากหลาย เช่น ข้าวผัดกิมจิ อุด้งผัดกิมจิ หรือจะใช้เป็นเบสทำซุปกิวด้ง (ข้าวหน้าเนื้อ) รสเผ็ดก็เข้ากันได้ดีมากค่ะ
มาพร้อมนวัตกรรม “ปุจิโตะ” แคปซูลน้ำซุปขนาดจิ๋ว ใช้งานสะดวก แค่ใช้ในปริมาณที่ต้องการ (1 ถุง มี 6 แคปซูล) ช่วยให้ทำหม้อไฟได้ง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำซุปเหลือทิ้งค่ะ
วิธีทำหม้อไฟ (สำหรับ 2 ที่)
• เปิดแคปซูลจิ๋ว 2 ถ้วย และน้ำ 300 มล. ลงในหม้อ
• ใส่วัตถุดิบต่างๆ แล้วต้มให้สุก เมื่อวัตถุดิบสุกแล้ว พร้อมรับประทานค่ะ
เครื่องแกงกะหรี่ รสชาติกลมกล่อมสไตล์ญี่ปุ่น อร่อยง่ายได้ที่บ้าน
เครื่องแกงกะหรี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดก้อน ระดับความเผ็ด 3 (เผ็ดปานกลาง) โดดเด่นด้วยการผสานกลิ่นหอมของเครื่องเทศนานาชนิดอย่างลงตัว ให้รสชาติกลมกล่อมสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารก็สามารถรังสรรค์เมนูแกงกะหรี่ญี่ปุ่นได้ง่ายๆที่บ้าน ในหนึ่งกล่องปรุงได้ประมาณ 8 ที่ (แบ่งเป็น 2 ก้อน ก้อนละประมาณ 4 ที่)
วิธีทำสำหรับ 8 ที่
• ตั้งไฟใส่น้ำมันพืชและส่วนผสมต่างๆ ที่หั่นเป็นชิ้นๆ ลงในหม้อ ผัดจนสุกและมีกลิ่นหอม
• เติมน้ำ 1 ลิตร และต้มที่ไฟปานกลาง เคี่ยวต่อประมาณ 15 นาที หากเกิดฟองให้ช้อนฟองออก
• ใส่เครื่องแกงกะหรี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดก้อน ลงไป 1 ก้อน (140 กรัม)
• คนให้เครื่องแกงละลาย จากนั้นปิดฝาแล้วเคี่ยวต่ออีกประมาณ 10 นาที เปิดฝาแล้วคน หากแกงกะหรี่น้ำเข้มข้นแล้วให้ปิดไฟ พร้อมรับประทาน
ขอเชิญคุณมาสัมผัส "รสชาติใหม่" ของวาซาบิ ที่แตกต่างจากวาซาบิบดแบบเดิม ๆ ค่ะ นี่คือประสบการณ์ของความเผ็ดซ่าที่มาพร้อมกับเนื้อสัมผัสกรุบกรอบในสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ ที่คุณไม่ควรพลาดเลยนะคะ
คิซามิ วาซาบิ (Kizami Wasabi) แปลตรงตัวว่า วาซาบิสับ (Chopped Wasabi) เป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเอา ก้านและหัววาซาบิแท้ (Hon Wasabi) มาสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ หยาบ ๆ แทนการนำไปบดละเอียดแบบที่เราคุ้นเคยกันค่ะ จากนั้นจึงนำไปปรุงรสด้วย โชยุ (Shoyu) และเครื่องปรุงอื่น ๆ ในสไตล์ญี่ปุ่น เพื่อให้ได้วาซาบิที่มีรสชาติกลมกล่อม มีความเผ็ดซ่าที่ลงตัว และมีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของวาซาบิแท้ Kinjirushi เป็นแบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านวาซาบิที่ได้รับความไว้วางใจมาอย่างยาวนานในประเทศญี่ปุ่น โดยผลิตภัณฑ์ "คิซามิ วาซาบิ รสโชยุ" นี้ เป็นหนึ่งในสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างสูงและมีชื่อเสียงในเรื่องรสชาติที่เข้มข้นจัดจ้าน ทำให้สามารถนำไปใช้ร่วมกับอาหารได้หลากหลายประเภทมากขึ้น
จุดเด่นสำคัญของ คิซามิ วาซาบิ คือ เนื้อสัมผัสแบบ "กรุบกรอบ" (Shakishaki) จากชิ้นส่วนของก้านวาซาบิที่ถูกสับหยาบ ๆ ซึ่งให้ความสนุกและมิติใหม่ในการรับประทาน ไม่เหมือนวาซาบิแบบบดที่เป็นเนื้อครีม และด้วยการปรุงรสด้วยโชยุ ทำให้วาซาบิชนิดนี้มีรส อูมามิ (Umami) แทรกอยู่ จึงสามารถใช้เป็นเครื่องปรุงรสหรือเครื่องเคียงได้ทันทีโดยไม่ต้องผสมโชยุเพิ่ม ความเผ็ดซ่าของวาซาบิถูกปรุงให้อยู่ในระดับที่กำลังดี สามารถคงความเผ็ดซ่า (Tsuun) ที่ตีขึ้นจมูกได้ยาวนาน และยังให้กลิ่นหอมที่สดชื่นของวาซาบิแท้อีกด้วยค่ะ
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
1.ทานคู่กับเนื้อวัว: เหมาะสำหรับทานคู่กับสเต็กหรือเนื้อย่างวากิว (Wagyu) เพียงแค่แตะวาซาบิเล็กน้อยบนชิ้นเนื้อ ก็จะได้รสชาติที่ลงตัวและเพิ่มความหอมสดชื่น
2.สำหรับเมนูซูชิ/ซาชิมิ: ใช้แทนวาซาบิแบบบด เพื่อเพิ่มความจัดจ้านและรสสัมผัสกรุบ ๆ
3.ท็อปปิ้งอาหาร: โรยบนข้าวหน้าปลาดิบ (Chirashi-don), ข้าวหน้าเนื้อ (Gyudon), เต้าหู้เย็น (Hiyayakko), หรือไข่ตุ๋นแบบญี่ปุ่น (Chawanmushi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
1.นำสินค้าออกมาจากช่องแช่แข็งในปริมาณที่ต้องการใช้
2.ปล่อยให้ละลายน้ำแข็งตามธรรมชาติในอุณหภูมิห้อง หรือในตู้เย็น (ใช้เวลา 10-20 นาที)
3.เมื่อละลายแล้ว สามารถเปิดซองและตักวาซาบิพร้อมปรุงรสแล้วมาใช้เป็นเครื่องเคียงได้ทันทีค่ะ
หลังเปิดซองแล้ว ควรกดซิปล็อกปิดปากถุงให้แน่น และเก็บในช่องแช่แข็งตามเดิมเพื่อรักษาคุณภาพและความสดใหม่ของวาซาบิค่ะ
***ข้อควรระวัง: ไม่ควรนำสินค้าที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ
ลองเพิ่ม คิซามิ วาซาบิ เข้าไปในมื้ออาหารของคุณดูสิคะ แล้วคุณจะได้เพลิดเพลินกับรสชาติและเนื้อสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์แบบญี่ปุ่นแท้ ที่จะช่วยยกระดับเมนูโปรดของคุณให้พิเศษยิ่งขึ้นได้ที่บ้านค่ะ
ชาเขียวเซนฉะชนิดชงได้ทั้งร้อนและเย็น ถูกใจสำหรับคนรักชา
เคล็ดลับความอร่อยกับซอสที่มียอดขายอันดับ 1 ของญี่ปุ่น
ลิ้มรสชาติโชยุพรีเมี่ยมที่หมักในถังไม้แบบดั้งเดิมนานกว่า 1 ปี
โชยุ จากแบรนด์ ทาเคซัน (Takesan) โชยุพรีเมี่ยมที่หมักในถังไม้แบบดั้งเดิมนานกว่า 1 ปี ผ่านกระบวนการผลิตที่เน้นความสดใหม่ ไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์ จึงทำให้ได้รสชาติที่เข้มข้นและกลิ่นหอมของถั่วเหลืองตามธรรมชาติ ซึ่งได้เลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ ถั่วเหลืองเต็มเมล็ด ข้าวสาลี และเกลือทะเล ที่คัดสรรค์มาอย่างดี ผลิตจากเกาะโชโดะชิมะ (Shodoshima) เป็นแหล่งผลิตซอสถั่วเหลืองที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น ด้วยกลิ่นหอมและรสชาติที่เข้มข้นของโชยุขวดนี้ทำให้ใช้ปรุงอาหารได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ซอสจิ้มซูชิ ซาซิมิ และเมนูประเภทตุ๋นต่างๆ
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ หรืออยากลองสัมผัสรสชาติอันลุ่มลึกของวัตถุดิบระดับพรีเมียม “ตับปลาอังกิโมะ” คือหนึ่งในเมนูที่ห้ามพลาด!
อังกิโมะคืออะไร?
อังกิโมะ (Ankimo) คือตับของปลาอังโกะ (Anko Fish) หรือ มังค์ฟิช (Monkfish) ซึ่งเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในทะเลลึก ถือเป็นหนึ่งในอาหารชินมิ (Chinmi) หรืออาหารเลิศรสที่หาทานได้ยากของญี่ปุ่น ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ฟัวกราส์แห่งท้องทะเล" เพราะมีเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มคล้ายตับห่าน มีรสชาติเค็มอ่อน ๆ และมีความหอมมันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ทำไมถึงอร่อยและพิเศษ?
ตับปลาอังกิโมะของเรา เป็นสินค้าที่ผ่านกระบวนการปรุงรสและต้มมาอย่างพิถีพิถันจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน จึงมีรสชาติที่กลมกล่อมและพร้อมรับประทานทันที ไม่ต้องนำมาปรุงเพิ่มให้ยุ่งยาก ทำให้คุณได้สัมผัสกับรสชาติแบบดั้งเดิมของอังกิโมะได้อย่างง่ายดาย นอกจากความอร่อยแล้ว อังกิโมะยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เช่น วิตามิน A, วิตามิน D และไขมันดีในปริมาณที่สูงอีกด้วย
เมนูที่ทำได้ง่ายๆ
เมนูจากตับปลาอังกิโมะสามารถทำได้หลากหลาย และแต่ละเมนูล้วนช่วยดึงรสชาติความอร่อยออกมาได้อย่างเต็มที่
- ทานเป็นกับแกล้ม: เสิร์ฟอังกิโมะแช่เย็นคู่กับต้นหอมซอย, โมมิจิโอโรชิ (หัวไชเท้าขูดผสมพริก) และซอสพอนสึ (Ponzu Sauce) เพื่อเพิ่มความสดชื่นและตัดความมัน
- ทำเป็นนิกิริซูชิ: วางชิ้นอังกิโมะบนข้าวปั้นซูชิ เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมในร้านซูชิระดับพรีเมียม
- ทำเป็นสลัด: หั่นอังกิโมะเป็นชิ้นพอดีคำ วางบนสลัดผัก ราดด้วยน้ำสลัดงา หรือซอสพอนสึ
วิธีเตรียมตับปลา
1. นำอังกิโมะออกจากตู้เย็น วางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-40 นาที เพื่อทำการละลาย
2. แกะซองและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
3. จัดวางบนจาน และนำไปใช้ประกอบเมนูได้ตามต้องการ
*สินค้าบรรจุมาในซองสุญญากาศแบบพร้อมทาน
เปิดประสบการณ์ความอร่อยสุดพิเศษจากท้องทะเลลึกได้แล้ววันนี้! ตับปลาอังกิโมะ พร้อมให้คุณได้ลิ้มลองความอร่อยแบบต้นตำรับญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่บ้านของคุณ
เพิ่มความสดชื่นแบบไร้คาเฟอีน ด้วยชาข้าวบาร์เลย์จากญี่ปุ่น
สำหรับคนที่ต้องการความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า แต่ไม่อยากรับประทานเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน เราขอแนะนำมูกิฉะหรือชาข้าวบาร์เลย์ค่ะ ชาชนิดนี้แท้จริงแล้วไม่มีส่วนผสมของใบชา แต่ผลิตขึ้นจากเมล็ดข้าวบาร์เลย์ที่นำมาคั่วบดแล้วบรรจุใส่ซองชา เพื่อนำมาชงกับน้ำร้อนหรือน้ำเย็น
ฮอนมะ มอน มูกิฉะห่อนี้ โดดเด่นด้วยการใช้ข้าวบาร์เลย์ชนิดเปลือกล่อน อิจิบังโบชิ (Ichibanbochi) จากจังหวัดคางาวะ 100% จึงทำให้มีรสชาติกลมกล่อม ไม่ขมฝาดเหมือนชาอื่นๆ และมาพร้อมกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ น้ำชามีสีเหลืองทอง ให้ความรู้สึกสดชื่น ชุ่มคอ ชาวญี่ปุ่นจึงนิยมดื่มมูกิฉะในฤดูร้อน เรียกได้ว่าเป็นเครื่องดื่มแก้วโปรดของทั้งเด็กและผู้ใหญ่เลยทีเดียวค่ะ
วิธีการชงแบบร้อน
• ต้มน้ำ 1.5 ลิตรให้เดือด ใส่ฮอนมะ มอน มูกิฉะ 1 ซอง แล้วต้มต่อไปอีกประมาณ 3-5 นาที จากนั้นยกลงจากเตา สามารถดื่มแบบร้อนหรือนำไปแช่เย็นก่อนดื่มก็ได้ค่ะ
วิธีการชงแบบเย็น
• ใส่ฮอนมะ มอน มูกิฉะ 1 ซอง ลงในน้ำเย็น 1 ลิตร แล้วนำไปแช่เย็นประมาณ 2 ชั่วโมง พร้อมดื่มค่ะ
สัมผัสความอร่อยระดับตำนาน ในรูปแบบที่ง่ายกว่าเดิม ซุปหูฉลามสูตรนี้เน้นความลงตัวของ "ซอสโชยุ" และน้ำซุปสกัดจากโครงไก่และหมู ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม ตามแบบฉบับอาหารกวางตุ้งแท้ๆ เนื้อซุปมีความข้นกำลังดี เมื่อทานคู่กับหูฉลามและเห็ดหูหนูจะให้สัมผัสที่กรุบกรอบและนุ่มละมุนในเวลาเดียวกัน เหมาะสำหรับเป็นเมนูบำรุงร่างกายหรืออาหารจานพิเศษสำหรับครอบครัว หากพูดถึงเมนูระดับตำนานที่ครองใจเหล่านักชิมมาอย่างยาวนาน "ซุปหูฉลาม" คือหนึ่งในลิสต์อันดับต้นๆ ที่หลายคนนึกถึง ด้วยเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์และการเคี่ยวน้ำซุปที่ต้องใช้ความพิถีพิถันขั้นสูง แต่จะดีแค่ไหน... ถ้าเราสามารถยกเอาบรรยากาศและรสชาติระดับภัตตาคารหรูจากประเทศญี่ปุ่นมาไว้ที่โต๊ะอาหารในบ้านได้ง่ายๆ ภายในไม่กี่นาที ซุปหูฉลามเข้มข้นซองนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ซุปกึ่งสำเร็จรูปทั่วไป แต่เป็นผลผลิตที่ส่งตรงมาจาก เมืองเคเซนนุมะ จังหวัดมิยากิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งที่มีการคัดสรรวัตถุดิบจากทะเลที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะหูฉลามที่ผ่านการคัดไซส์และคุณภาพอย่างละเอียด ผสมผสานกับภูมิปัญญาการปรุงอาหารสไตล์กวางตุ้งที่เน้นการดึงรสชาติจากธรรมชาติของวัตถุดิบออกมาให้ได้มากที่สุด
วิธีการปรุงอาหาร
• ฉีกซองแล้วเทเนื้อซุปเข้มข้นทั้งหมดลงในหม้อ
• เติมน้ำสะอาดหรือน้ำร้อนปริมาณ 400 มล. (หรือประมาณ 2 ถ้วยตวง) หรือน้ำร้อน (ปรับปริมาณตามความชอบ)
• คนให้ส่วนผสมเข้ากันดี เร่งไฟให้แรงขึ้น ตั้งหม้อจนน้ำซุปเริ่มเดือด
• ตอกไข่ไก่ 1 ฟอง ตีพอแตก (เหมือนทำไข่เจียว) เมื่อซุปเดือดพล่าน ให้ค่อยๆ เทไข่ลงไปเป็นสายเล็กๆ
• ใช้ตะเกียบหรือทัพพีคนเบาๆ วนไปทางเดียวกัน เพื่อให้ไข่กระจายตัวเป็นเส้นฝอยสวยงาม ไม่จับตัวเป็นก้อน
• พอไข่สุกได้ที่แล้ว ให้ปิดไฟทันที ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟขณะร้อนๆ
*** นอกจากนี้ยังสามารถใช้ประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด เช่น ข้าวต้ม ชะวันมูชิ และบะหมี่เกี๊ยว
เคล็ดลับความอร่อย
• ตัดเลี่ยน: แนะนำให้เหยาะ จิ๊กโฉ่ว (ซอสเปรี้ยว) และ พริกไทยขาว เล็กน้อย จะช่วยชูรสชาติโชยุให้เด่นชัดและกลมกล่อมยิ่งขึ้น
• เพิ่มเครื่อง: สามารถเติมเนื้อปูแกะ, กุ้งสับ หรือเห็ดหอมซอยลงไปต้มพร้อมซุป เพื่อเพิ่มความหรูหราและเนื้อสัมผัสที่แน่นขึ้นครับ
สนุกกับการทำโอโคโนมิยากิได้ง่ายๆ ที่บ้านคุณ
ชวนคุณมาลิ้มลองยากิโซบะรูปแบบใหม่ๆ อย่างยากิอุด้งห่อนี้ค่ะ
หลายๆ คนคงถูกใจในรสชาติอันเข้มข้นของบะหมี่ผัดสไตล์ญี่ปุ่นอย่างยากิโซบะกันใช่ไหมคะ แต่หากคุณเบื่อสัมผัสในแบบเดิมๆ ของเส้นโซบะ และอยากจะลองเส้นบะหมี่ที่ออกไปในทางหนานุ่มแทนบ้าง เราขอแนะนำเมนูยากิอุด้งค่ะ เมนูนี้ถือเป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างซอสผัดรสชาติเข้มข้นกับเส้นอุด้งเหนียวนุ่ม หนึบหนับ ให้คุณอิ่มอร่อยได้ง่ายๆ แค่เทเส้นและซอสลงไปผัดกับเนื้อสัตว์หรือผักที่ชอบ เพียงไม่นานก็พร้อมเสิร์ฟค่ะ
วิธีอร่อยกับยากิอุด้ง (สำหรับ 1 ที่)
1. เทน้ำมันลงในกระทะเล็กน้อย พอน้ำมันเริ่มร้อน ใส่เนื้อสัตว์และผักลงไปผัดจนสุก
2. เทเส้นอุด้งลงไป ผัดจนเส้นเริ่มคลายตัว เทซอสที่อยู่ในซองลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน
3. ตักใส่จาน ยากิอุด้งแสนอร่อยพร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ
(หากต้องการให้เส้นนิ่มยิ่งขึ้น สามารถเติมน้ำได้เล็กน้อย)
เซมเบ้แผ่นบางรสกุ้ง
เซมเบ้แผ่นบางกรอบผสมเนื้อกุ้งทอดจนได้ที่ ยิ่งทานยิ่งเพลิน หมดห่อแบบไม่รู้ตัว 1 ห่อ มี 3 แพ็ค
"บิดแล้วเท" จบใน 1 นาที! เคล็ดลับทำอุด้งเมนไทโกะฉบับแม่บ้านมือโปร!
ความพิเศษของซีรีส์ ปุจิโตะ (Puchitto) คือซอสมาในรูปแบบ “ถ้วยเล็ก” ขนาดกะทัดรัดใช้งานง่าย ใน 1 ถุง บรรจุ 4 ถ้วย (สำหรับ 4 ที่) ถือเป็นนวัตกรรมที่แม่บ้านญี่ปุ่นชื่นชอบมาก เพราะเพียงแค่ “บิดแล้วเท” ก็ใช้งานได้ทันที ไม่เลอะมือและไม่ต้องกังวลเรื่องการตวงปริมาณ
ตัวซอสให้รสชาติเมนไทโกะแท้ๆ ภายในมีเนื้อไข่ปลาค็อดปรุงรส (Mentaiko) ผสมอยู่จริง ให้สัมผัสกรุบเล็กน้อย พร้อมรสเค็มเผ็ดอ่อนๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของไทเมนโกะ สูตรนี้ผสานเนยมาอย่างลงตัว ช่วยเพิ่มความนวล กลมกล่อม และเข้ากันได้ดีกับความเค็มของไข่ปลาอย่างพอดี จะนำไปคลุกกับเส้นอุด้งร้อนๆ หรือจะทำเป็นอุด้งเย็นคลุกซอสในวันที่อากาศร้อนก็อร่อยอย่างลงตัวค่ะ
ไอเดียเมนู "ทำง่าย แต่อร่อย"
• Mentaiko Udon : ต้มเส้นอุด้งให้สุก แกะซอส 1 ถ้วยเล็ก เทลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน เพียงเท่านี้ก็ทานได้เลยค่ะ
• Mentaiko Pasta : ใช้แทนซอสพาสต้าได้เลยค่ะ โรยไข่กุ้งเพิ่มอีกนิด รับรองว่าต้องขอเบิ้ลแน่นอน
• Mentaiko Rice : ถ้าวันไหนไม่มีเส้น ลองเทคลุกกับข้าวสวยร้อน ๆ แล้ววางไข่ดาวทับด้านบน เป็นเมนูเร่งด่วนที่รสชาติไม่ธรรมดาเลยค่ะ
ราเมนรสซีฟู้ดสไตล์เกาหลี ที่ถูกใจของใครหลายๆ คน
นิสชิน (Nissin) ถือเป็นแบรนด์บะหมี่ชื่อดังระดับโลกที่หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดี วันนี้เรานำเข้าราเมนหลากหลายรสชาติมาจากฮ่องกง เพื่อให้คุณได้ลิ้มลองรสชาติที่แตกต่างไปจากที่เคยรับประทาน หนึ่งในราเมนรสเด็ดของนิสชินคือรสสไปซี่ซีฟู้ดห่อนี้ ด้วยน้ำซุปที่ทำจากน้ำสต๊อกอาหารทะเลเข้มข้น เพิ่มรสอูมามิด้วยโชยุ หอมกลิ่นถั่วเหลือง ผสานความเผ็ดร้อนจากพริกและเครื่องเทศจนน้ำซุปแซ่บกลมกล่อม ได้รสชาติของทะเลแบบเต็มๆ เพียงเติมเนื้อสัตว์และผักที่คุณชอบไปอีกนิด เชื่อว่าคุณจะเก็บนิสชินราเมนรสนี้ไว้เป็น 1 ในรสชาติโปรดของคุณแน่นอนค่ะ
วิธีอร่อยกับ Nissin Ramen
1. ต้มน้ำ 500 มล. ให้เดือด จากนั้นใส่เส้นราเมนลงไปต้มประมาณ 3 นาที
2. ใส่เครื่องปรุงและซุปลงในชาม เทน้ำร้อนลงไป คนให้ละลายเข้ากันดีแล้วใส่เส้นราเมน
3. เสิร์ฟพร้อมเนื้อสัตว์และผักตามต้องการ
อร่อยง่ายสไตล์ญี่ปุ่น กับซอส อุด้ง คามะทามะ แบบต้นตำรับ!
ซอสปรุงรส “อุด้ง คามะทามะ” (Udon Kamatama) สูตรพิเศษ จากแบรนด์ เอบาระ (Ebara) ผสานความกลมกล่อมของซอสถั่วเหลือง น้ำตาล และมิริน เพิ่มความอูมามิจากสารสกัดปลาโอแห้งและปลาซาร์ดีนแห้ง เพื่อให้รสชาติที่กลมกล่อมตามต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ เพียงราดซอสลงบนเส้นอุด้งที่ลวกสุก คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วเพิ่มความอร่อยด้วยไข่ออนเซ็นหรือไข่สด ก็พร้อมอิ่มอร่อยกับคามะทามะ อุด้ง รสชาติต้นตำรับได้ง่ายๆ ที่บ้าน
มาพร้อมนวัตกรรม “ปุจิโตะ” แคปซูลขนาดจิ๋ว ใช้งานสะดวก (1 ถุง มี 4 แคปซูล)
วิธีใช้ : เทซอสลงในเส้นอุด้งที่ลวกแล้ว จากนั้นคลุกเคล้าให้เข้ากัน
คลาสสิกซีฟู้ด ลิ้มรสอันแสนอบอุ่นจากหลากหลายวัตถุดิบแห่งท้องทะเล
นิสชิน (Nissin) ถือเป็นแบรนด์บะหมี่ชื่อดังระดับโลกที่หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดี วันนี้เรานำเข้าราเมนหลากหลายรสชาติมาจากฮ่องกง เพื่อให้คุณได้ลิ้มลองรสชาติที่แตกต่างไปจากที่เคยรับประทาน สำหรับห่อนี้จะเป็นรสซีฟู้ด มีรสชาติกลมกล่อม หอมกลิ่นซีฟู้ด เหมาะสำหรับคนที่ชอบรสชาติอาหารทะเล ด้วยน้ำซุปที่กลมกล่อมทานคู่กับเส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม เพียงเติมเนื้อสัตว์ที่ชอบลงไป เช่น กุ้ง หรือปลาหมึก ยิ่งทำให้ราเมนถ้วยนี้อร่อยลงตัวยิ่งขึ้น
วิธีอร่อยกับนิสชิน ราเมง
1. ต้มน้ำ 500 มล. ให้เดือด จากนั้นใส่เส้นราเมนลงไปต้มประมาณ 3 นาที
2. ใส่เครื่องปรุงและซุปลงในชาม เทน้ำร้อนลงไป คนให้ละลายเข้ากันดีแล้วใส่เส้นราเมน
3. เสิร์ฟพร้อมเนื้อสัตว์และผักตามต้องการ
มิโซะะรสชาติกลมกล่อมที่ควรมีติดครัวไว้ทุกบ้าน
HonmonoNippon ได้นำเข้ามิโซะจากแบรนด์ Hikari แบรนด์ผลิตมิโซะอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น! โดยมิโซะนี้ได้คัดสรรเมล็ดถั่วเหลืองคุณภาพดี นำมาหมักและบดจนละเอียด ใช้ระยะเวลาในการหมักที่นาน จนเกิดรสชาติอูมามิ มีรสที่สมดุล มีกลิ่นหอม และยังคุณค่าทางโภชนาการ ยิ่งทานคู่กับเมนูจานโปรด ยิ่งอร่อยอูมามิค่ะ
อร่อยง่ายๆ กับเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น
ผักกาดดองต้มสุกปรุงรสแบบต้นตำรับญี่ปุ่น รสชาติอร่อยกลมกล่อมกำลังพอดี นิยมนำมาทำเป็นไส้ข้าวปั้นโอนิกิริ, รับประทานเป็นเครื่องเคียงคู่กับข้าวสวยหรือข้าวต้ม, เสิร์ฟเป็นกับแกล้ม หรือนำไปทำเมนูอื่นๆ ได้อย่างหลากหลาย สะดวกและประหยัดเวลาเพราะมาในรูปแบบปรุงสุกพร้อมทาน สามารถจัดเสิร์ฟได้ทันที
สัมผัสประสบการณ์ชาเขียวคุณภาพพรีเมียมจากแบรนด์ ฮาราดะ (Harada) ที่คัดสรรผงมัทฉะบริสุทธิ์ 100% มาจากแหล่งปลูกชาชั้นเลิศในจังหวัด ชิซูโอกะ (Shizuoka) ประเทศญี่ปุ่น ผงมัทฉะ นี้จะมอบรสชาติที่เข้มข้น มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และสามารถใช้งานได้หลากหลายในทุกเมนู
ความโดดเด่นของมัทฉะจากชิซูโอกะ
แหล่งกำเนิดคุณภาพสูง: จังหวัดชิซูโอกะตั้งอยู่ใกล้ภูเขาไฟฟูจิ ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุสำคัญ มีสภาพอากาศที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการปลูกชาเขียว จึงได้รับการขนานนามว่าเป็น "สวรรค์แห่งชา"
ผงชาเขียวแท้ 100%: ผลิตจากใบชาเขียวคุณภาพดี โดยไม่มีการผสมสารแต่งกลิ่น สี หรือน้ำตาลใดๆ ทำให้คุณได้รับรสชาติและกลิ่นหอมของชาเขียวแท้แบบเต็มที่
รสชาติเข้มข้นเป็นเอกลักษณ์: ด้วยคุณภาพของใบชาที่คัดเลือกมาอย่างดี มัทฉะนี้จึงมีรสชาติ อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นอย่างสมดุล ไม่ขมจนเกินไป และมีกลิ่นหอมสดชื่น
มัทฉะเพื่อไลฟ์สไตล์ที่ดี
มัทฉะ ถือเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมทั่วโลก เพราะนอกจากรสชาติที่อร่อยแล้ว ยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง
สารต้านอนุมูลอิสระสูง: มัทฉะเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ที่ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกาย
ช่วยเพิ่มความสดชื่นและมีสมาธิ: มีสารคาเฟอีนและ L-Theanine ทำงานร่วมกัน ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า มีสมาธิ แต่ให้ความรู้สึกสงบ
ใช้งานได้หลากหลาย: สามารถนำไปทำเครื่องดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น เช่น มัทฉะลาเต้, สมูทตี้ รวมถึงใช้เป็นส่วนผสมสำคัญในการทำเบเกอรี่ ขนมหวาน และไอศกรีม
วิธีการเตรียมมัทฉะเบื้องต้น
1. ใช้ผงมัทฉะประมาณ 1-2 กรัม (ประมาณ 1 ช้อนชา) ลงในถ้วย
2. เติมน้ำร้อน (อุณหภูมิประมาณ 80 องศาเซลเซียส) 60-70 มล.
3. ใช้ไม้ตีชา (Chasen) หรืออุปกรณ์สำหรับตีชา คนหรือตีให้เกิดฟองละเอียดจนผงมัทฉะละลายเข้ากันดี
4. สามารถเติมน้ำร้อนเพิ่ม หรือผสมนมเพื่อทำมัทฉะลาเต้ได้ตามความชอบ
ผงมัทฉะ จากแบรนด์ ฮาราดะ (Harada) จึงเป็นตัวเลือกที่มั่นใจได้ มอบ มัทฉะแท้ ที่มีคุณภาพและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับญี่ปุ่นอย่างแท้จริง