เมื่อพูดถึงราเมงที่ครองใจคนทั่วโลก “ทงคตสึ” คือหนึ่งในรสชาติที่โดดเด่นที่สุด ด้วยน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวจนได้ความเข้มข้น หอมมัน และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ZUBAAN! รสซุปทงคตสึ ถูกสร้างสรรค์มาเพื่อถ่ายทอดรสชาติแบบร้านราเมงญี่ปุ่นสู่ครัวที่บ้านได้อย่างลงตัว ผลิตโดย โตโย ซุยซัน ผู้เชี่ยวชาญด้านบะหมี่และอาหารกึ่งสำเร็จรูปจากญี่ปุ่น เส้นของซูบาน มีความหนาและเหนียวนุ่ม ให้สัมผัสใกล้เคียงเส้นสด เมื่อผสานกับน้ำซุปกระดูกหมูที่กลมกล่อม เค็มมันกำลังดี จึงได้รสชาติที่สมดุล ซดง่าย อิ่มสบาย ความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้อยู่แค่รสชาติ แต่รวมถึงความสะดวกในการปรุง ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ก็สามารถเสิร์ฟราเมงร้อน ๆ ได้ทันที เหมาะสำหรับมื้อเร่งด่วน มื้อกลางวันในวันทำงาน หรือมื้อค่ำที่ต้องการความอุ่นใจ จะรับประทานแบบดั้งเดิม หรือเพิ่มท็อปปิ้งอย่างหมูชาชู ไข่ออนเซ็น ต้นหอม และสาหร่าย ก็ช่วยยกระดับให้น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น เพราะบางครั้ง ความสุขก็เรียบง่ายแค่มีราเมงร้อน ๆ สักชามที่รสชาติดีและทำง่ายในบ้านคุณเอง
วิธีทาน
• ต้มน้ำปริมาณ 500 มล. ให้เดือด
• ใส่เส้นลงไปต้มประมาณ 4 นาที (หรือตามความชอบของระดับความนุ่มเส้น)
• ระหว่างรอ ให้เทเครื่องซุปเข้มข้นลงในชามรอไว้
• เมื่อเส้นได้ที่ เทน้ำร้อนลงในชามเพื่อละลายซุปก่อน แล้วจึงใส่เส้นตามลงไป คนให้เข้ากัน
***** เพิ่มความฟินด้วย หมูชาชู, หน่อไม้ดอง (Menma), สาหร่ายแผ่น และไข่ต้มยางมะตูม
หากแป้งขนมปังคือโครงสร้างที่แข็งแรง แป้งสาลีฮาร์ท (Heart Wheat Flour) จากแบรนด์ นิปปุ่น (Nippn) ก็คือตัวแทนของความอ่อนนุ่มและประณีต แป้งตัวนี้เป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มเชฟทำขนมว่าเป็นแป้งเค้กคุณภาพสูง (Soft Flour) ที่มีความละเอียดเป็นพิเศษ ผลิตด้วยมาตรฐานระดับพรีเมียมจากญี่ปุ่นเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่เบาและนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ความโดดเด่นที่ทำให้แตกต่างจากแบรน์อื่นๆ คือค่าโปรตีนที่ต่ำเพียง 8.1% และค่าเถ้า (Ash) ที่ต่ำมากเพียง 0.35% ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกว่าเนื้อแป้งมีความบริสุทธิ์สูงมาก ขาวสะอาด และละเอียดลออเป็นเนื้อเดียว ส่งผลให้ขนมที่ได้มีสีสวยสม่ำเสมอและมีเนื้อสัมผัสที่เบาราวกับปุยเมฆ (Fluffy) แป้งชนิดนี้ยังมีความสามารถในการผสมเข้ากับส่วนผสมอื่นได้ง่ายมาก ลดโอกาสการเกิดก้อนแป้ง ทำให้เนื้อขนมเนียนนุ่มจนแทบละลายในปาก
สำหรับเมนูที่ต้องการความนุ่มนวลระดับสูงสุด แป้งนี้คือทางเลือกที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็น
• เค้กไข่ญี่ปุ่น (Japanese Sponge Cake): ที่ต้องการความนุ่ม ฟู และสปริงตัวสวย
• ชิฟฟอนเค้ก (Chiffon Cake): เพื่อเนื้อสัมผัสที่เบาหวิวและเนียนละเอียด
• เทมปุระ (Tempura): หากนำไปผสมสำหรับทอด จะช่วยให้แป้งบางกรอบและไม่อมน้ำมัน
• ขนมไข่ หรือ คุกกี้เนื้อนุ่ม: ที่ต้องการความละเอียดเป็นพิเศษ
เคล็ดลับที่จะช่วยให้ขนมออกมาสมบูรณ์แบบคือ การร่อนแป้งตราหัวใจก่อนนำไปผสม เพราะความละเอียดสูงของแป้งอาจทำให้เกิดการอัดตัวได้ง่าย การร่อนจะช่วยเพิ่มอากาศให้เนื้อขนมฟูยิ่งขึ้น และควรเก็บรักษาในที่แห้งสนิท หลีกเลี่ยงความชื้นเพื่อรักษาความนุ่มนวลของเนื้อแป้งให้คงที่อยู่เสมอ
เปลี่ยนมื้อขนมธรรมดาที่บ้านให้กลายเป็นความพิเศษ ด้วยวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันนี้ จะช่วยส่งต่อความสุขผ่านรสสัมผัสที่นุ่มละมุนในแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ให้ทุกคนในครอบครัว
นมโคแท้แสนอร่อยที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว
สัมผัสรสชาตินมโคแท้ที่กลั่นด้วยหัวใจของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ส่งตรงจากฟาร์มเมืองคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์และธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ส่งผลให้น้ำนมที่ได้มีรสชาติอร่อย หอม มัน ปราศจากสารปนเปื้อน นำมาผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิสูงและบรรจุลงในบรรจุภัณฑ์แบบพิเศษ ทำให้สามารถเก็บรักษาในอุณหภูมิปกติได้แม้ไม่ใส่สารกันบูด ให้คุณได้ดื่มด่ำกับรสชาติแสนอร่อยจากธรรมชาติแท้ๆ ที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว
คำแนะนำในการจัดเก็บและรับประทาน
• กรุณาเขย่าก่อนดื่ม เนื่องจากตัวนมมีแคลเซียมและแร่ธาตุต่างๆ จึงอาจมีการตกตะกอนได้ ซึ่งไม่ใช่ความผิดปกติจากการผลิต
• หากยังไม่เปิดกล่อง สามารถเก็บในอุณหภูมิปกติได้
• หลังจากเปิดกล่องแล้ว ควรรับประทานให้หมดในทันที หากรับประทานไม่หมดควรเก็บในตู้เย็น (อุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส)
นมที่กลั่นมาจากหัวใจเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม เพื่อรสชาติที่แสนอร่อย เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว
สัมผัสรสชาตินมโคแท้ ส่งตรงจากฟาร์มเมืองคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น เมืองที่อุดมไปด้วยธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ส่งผลให้นมที่ได้มีรสชาติอร่อย หอม มัน ปราศจากสารปนเปื้อน ให้คุณได้ดื่มด่ำกับรสจากธรรมชาติแท้ๆ จากนมกล่องนี้
ข้อแนะนำ
• กรุณาเขย่าก่อนดื่ม เนื่องจากตัวนมมีแคลเซียมและแร่ธาตุต่างๆ จึงอาจมีการตกตะกอนได้ ซึ่งไม่ใช่ความผิดปกติจากการผลิต
• หากยังไม่เปิดกล่อง สามารถเก็บในอุณหภูมิปกติได้
• หลังจากเปิดกล่องแล้ว หากรับประทานไม่หมดควรปิดให้สนิทและเก็บในตู้เย็น (อุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส)
• หลังจากเปิดกล่องแล้ว ควรรับประทานให้หมดภายใน 7 วัน
การทำน้ำซุปดาชิจะเป็นเรื่องง่ายๆ ใช้เวลาเพียง 5 นาที
มาทำพิซซ่าญี่ปุ่น (Okonomiyaki) กันเถอะ!
นมโคแท้แสนอร่อยที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว
สัมผัสรสชาตินมโคแท้ที่กลั่นด้วยหัวใจของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ส่งตรงจากฟาร์มเมืองคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์และธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ส่งผลให้น้ำนมที่ได้มีรสชาติอร่อย หอม มัน ปราศจากสารปนเปื้อน นำมาผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิสูงและบรรจุลงในบรรจุภัณฑ์แบบพิเศษ ทำให้สามารถเก็บรักษาในอุณหภูมิปกติได้แม้ไม่ใส่สารกันบูด ให้คุณได้ดื่มด่ำกับรสชาติแสนอร่อยจากธรรมชาติแท้ๆ ที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว
คำแนะนำในการจัดเก็บและรับประทาน
• กรุณาเขย่าก่อนดื่ม เนื่องจากตัวนมมีแคลเซียมและแร่ธาตุต่างๆ จึงอาจมีการตกตะกอนได้ ซึ่งไม่ใช่ความผิดปกติจากการผลิต
• หากยังไม่เปิดกล่อง สามารถเก็บในอุณหภูมิปกติได้
• หลังจากเปิดกล่องแล้ว ควรรับประทานให้หมดในทันที หากรับประทานไม่หมดควรเก็บในตู้เย็น (อุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส)
นมที่กลั่นมาจากหัวใจเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม เพื่อรสชาติที่แสนอร่อย เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว
สัมผัสรสชาตินมโคแท้ ส่งตรงจากฟาร์มเมืองคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น เมืองที่อุดมไปด้วยธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ส่งผลให้นมที่ได้มีรสชาติอร่อย หอม มัน ปราศจากสารปนเปื้อน ให้คุณได้ดื่มด่ำกับรสจากธรรมชาติแท้ๆ จาก นม กล่องนี้
ข้อแนะนำ
• กรุณาเขย่าก่อนดื่ม เนื่องจากตัวนมมีแคลเซียมและแร่ธาตุต่างๆ จึงอาจมีการตกตะกอนได้ ซึ่งไม่ใช่ความผิดปกติจากการผลิต
• หากยังไม่เปิดกล่อง สามารถเก็บในอุณหภูมิปกติได้
• หลังจากเปิดกล่องแล้ว หากรับประทานไม่หมดควรปิดให้สนิทและเก็บในตู้เย็น (อุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส)
• หลังจากเปิดกล่องแล้ว ควรรับประทานให้หมดภายใน 7 วัน
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Yukinkomai จากเมืองนีงาตะ เมืองแห่งข้าว
เพลิดเพลินกับแกงกะหรี่ญี่ปุ่นแท้ๆ แบบเต็มรสชาติได้ง่ายๆ แค่อุ่น
“เมกมิลค์ สโนว์” นมโคแท้จากฮอกไกโด หอม อร่อย เข้มข้น ต้องลอง!!
ดองผักให้อร่อยในพริบตา! ด้วย Asazuke no Moto จาก Ebara
Asazuke no Moto จากแบรนด์ เอบาระ (Ebara) เป็นน้ำปรุงรสสำเร็จรูปสำหรับการทำผักดองสไตล์ญี่ปุ่นแบบง่ายๆ และรวดเร็ว หรือที่เรียกว่า “อาซาซึเกะ” (Asazuke) ด้วยรสชาติที่เค็มเล็กน้อย หวานนิดๆ และกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ น้ำปรุงนี้ช่วยเสริมรสชาติให้ผักดองอร่อยอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้เวลานานหรือขั้นตอนยุ่งยาก ผักดองที่ได้จะมีความกรอบ สดชื่น และยังคงรสชาติของผักไว้ได้อย่างดี
Asazuke no Moto จึงกลายเป็นตัวช่วยคู่ครัวที่ได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น เพราะสามารถใช้ดองผักได้หลากหลายชนิดตามใจชอบ แค่มีผักกับน้ำปรุง ก็ได้เมนูเครื่องเคียงแบบญี่ปุ่นที่ทั้งอร่อยและสดใหม่ในไม่กี่นาที!
วิธีใช้
• หั่นผักที่ต้องการหมักเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วใส่ลงในถุงซิปล็อก
• เทน้ำปรุงรส "Asazuke no Moto" ลงไปให้ทั่วผัก (ปริมาณการใช้ 100 มล. ต่อผัก 200 กรัม)
• ไล่อากาศออกจากถุงให้มากที่สุด ปิดปากถุงให้แน่น แล้วขยำเบาๆให้ส่วนผสมเข้ากัน
• นำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 30 หรือนานกว่านั้นตามความชอบ
• จากนั้นนำผักออกมา บีบน้ำส่วนเกินออก (โดยไม่ต้องล้างน้ำเปล่า)เพียงเท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟทันที
โซบะชาเขียว 1 ใน เมนูขึ้นชื่อของญี่ปุ่น
พบกับ 1 ใน 3 ของเส้นอุด้งที่อร่อยที่สุดของญี่ปุ่น!!
Sanuki Udon ของจังหวัดคากาว่า ถือเป็นสุดยอมเมนูอุด้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น และได้รับความนิยมไปทั่วโลก ความพิเศษของเมนูวัดกันที่ความอร่อยของเส้นค่ะ
พบกับ 1 ใน 3 เส้นอุด้งที่อร่อยที่สุดของญี่ปุ่น!!
Sanuki Udon (ซานุกิอุด้ง) ของจังหวัด Kagawa (คากาวะ) ถือเป็นสุดยอมเมนูอุด้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่นและได้รับความนิยมไปทั่วโลก
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ที่ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆมากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผา เมื่อได้รับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส
เติมความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นแบบง่ายๆ ด้วย “ซอสโอโรชิ โนะ ทาเระ” จาก Ebara (เอบาระ)
ถ้าคุณชอบอาหารญี่ปุ่นสไตล์ร้านปิ้งย่างหรือร้านอิซากายะ ซอสขวดนี้คือไอเท็มที่ควรมีติดบ้าน ซอสปรุงรสผสมหัวไชเท้าญี่ปุ่น ที่โดดเด่นด้วยรสชาติหอมกลมกล่อมจากโชยุ ผสานกับหัวไชเท้าขูดละเอียด ให้รสสดชื่น ตัดเลี่ยนได้ดี กินแล้วไม่หนักปาก
เหมาะมากสำหรับราดบนเนื้อย่าง หมูย่าง ปลาแซลมอนย่าง หรือแม้แต่ไก่ทอดคาราอาเกะ ก็ช่วยเพิ่มมิติความอร่อยแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ได้ทันที อีกทั้งยังสามารถใช้เป็นซอสหมัก ซอสจิ้ม หรือคลุกกับเส้นและผักต่างๆ ได้แบบสารพัดเมนู ใช้ง่าย อร่อยไว เหมือนมีเชฟญี่ปุ่นมาทำให้กินที่บ้าน
วิธีการใช้ / วิธีการทำ
• ซอสขวดนี้ใช้งานง่ายมาก "แค่ราดก็อร่อย" ไม่ต้องปรุงเพิ่ม (ควรเขย่าขวดก่อนใช้เพื่อให้เนื้อหัวไชเท้ากระจายตัว)
• วิธีใช้เป็นน้ำราด/น้ำจิ้ม: ใช้ราดบนสเต็กหมู, สเต็กเนื้อ, หมูทอดทงคัตสึ, หรือใช้เป็นน้ำจิ้มปิ้งย่าง (Yakiniku) เมนูชาบูและหมูกระทะ
แนะนำเมนูทำง่าย "หมูผัดซอสไชเท้าขูด" (สำหรับ 2 ที่):
• หั่นเนื้อสัตว์เป็นชิ้นพอดีคำ และหั่นหัวหอมใหญ่ขนาดประมาณ 3 มม.
• ตั้งน้ำมันในกระทะให้ร้อน ใส่หมู 150 กรัม และหัวหอมใหญ่ 200 กรัม ลงไปผัดจนสุก
• เทซอส Ebara Oroshi no tare ลงไปประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ ผัดให้เข้ากันอย่างรวดเร็วพร้อมเสิร์ฟ
แนะนำเมนูอร่อย
• ข้าวหน้าเนื้อย่างซอสโอโรชิ
• ปลาแซลมอนย่างซีอิ๊วญี่ปุ่น
• สเต๊กหมูซอสหัวไชเท้า
• เห็ดผัดซอสญี่ปุ่น
• อุด้งเย็นราดซอสโอโรชิ
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Nanatsuboshi ข้าวที่เติบโตท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ของฮอกไกโด
นิยมปลูกมากในฮอกไกโด เมล็ดข้าวอวบ หุงแล้วขึ้นเงา มีความเหนียวปานกลาง และความหวานแบบพอดี ทำให้โดนใจชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก แม้ข้าวจะเย็นแต่ยังคงความนุ่ม หอม อร่อย สามารถทำอาหารได้หลากหลายประเภท แต่จะนิยมนำมาทำเบนโตะและซูชิ
• ลักษณะเมล็ด – เมล็ดข้าวอวบ ขาว หุงขึ้นหม้อ
• รสชาติ – มีรสหวานและยังคงอร่อยแม้จะเย็นแล้ว
• ความเหนียว – ความเหนียวกำลังดี
• เมนูที่เหมาะสม – เบนโตะ และซูชิ
• ความลับของสายพันธุ์ – ถือว่าเป็นข้าวที่มีความสมดุลระหว่างรสชาติกับเนื้อสัมผัสมากที่สุดในสายพันธุ์ข้าวฮอกไกโด เมื่อหุงจนสุกข้าวมีความขาว ความเงา ความหอม ให้รสชาตินุ่มนวล และเคี้ยวอร่อย
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
1. ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
2. ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
3. กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
4. ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำจนอ่อนนุ่ม
5. หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อย ๆ คนให้น้ำระเหย
มาทำไก่ทอดคาราอาเกะสไตล์จีนกันเถอะ!
Weipa karaage ko ปรับสูตรจากสูตรคาราอาเกะเดิมๆ ให้ออกมาเป็นสไตล์จีน มีรสของกระเทียม ความสไปซี่จากเครื่องเทศ และกลิ่นหอมเฉพาะตัว เมื่อนำมาผสมเข้ากับเนื้อไก่แล้วนำไปทอด ก็จะได้ลิ้มรสคาราอาเกะที่กรอบอร่อยอย่างไม่จำเจ
ส่วนผสม
- แป้งคาราอาเกะ 1 ซอง
- น้ำเปล่า 80 มล.
- เนื้อไก่ 400-500กรัม
วิธีทำ
1. นำแป้ง และ น้ำ มาผสมและคนให้เข้ากัน
2. หั่นเนื้อไก่เป็นชิ้นพอดีคำ จากนั้นนำไปชุบกับแป้งที่ผสมเตรียมไว้
3. ตั้งกระทะและน้ำมัน อุณหภูมิ 165-175 องศา
4. นำไก่ที่ชุปแป้งลงไปทอด ประมาน 3-4 นาที แล้วจึงนำขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน
ซุปสาหร่ายแสนอร่อย อุดมไปด้วยประโยชน์จากหอยชิจิมิ
เพลิดเพลินไปกับซุปใสแสนอร่อยที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการของหอยชิจิมิ (Shijimi Clam) หอยน้ำจืดของญี่ปุ่นที่อุดมไปด้วยแอล-ออร์นิทีน (L-Ornitine) กรดอะมิโนที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย เช่น ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ, ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน, กำจัดสารพิษจากตับ, ช่วยล้างสารพิษที่เกิดจากกระบวนการเผาผลาญตามธรรมชาติของร่างกาย เป็นต้น
เพียง 1 ซอง คุณจะได้รับแอล-ออร์นิทีนสูงถึง 25 มก. เทียบเท่ากับการรับประทานหอยชิจิมิถึง 70 ตัว! มาพร้อมสาหร่ายวากาเมะและหัวหอมอบแห้งที่ช่วยเพิ่มความอูมามิให้ซุปกลมกล่อมยิ่งขึ้น ใครที่ต้องการความสดชื่น ทานง่าย สบายท้อง ต้องไม่พลาดถ้วยนี้ค่ะ
หากคุณกำลังมองหา “ของกินเล่นที่ดูเฮลท์ตี้แต่กินเพลินแบบไม่รู้ตัว” นี่คือสาหร่ายโนริคุณภาพเยี่ยมที่คัดสรรจากแหล่งธรรมชาติ นำมาผ่านกระบวนการอบจนได้ความกรอบที่พอดี ไม่เหนียว และปรุงรสด้วยสูตรพิเศษสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ที่ผสมผสานซอสถั่วเหลืองเข้ากับสารสกัดจากสัตว์ทะเลนานาชนิด จนเกิดเป็นรสชาติ "อูมามิ" ที่กลมกล่อม หอมกลิ่นทะเลแบบพอดี ไม่เค็มโดดและไม่หวานจนเกินไป
จุดเด่นที่ทำให้ใครหลายคนหลงรัก
คือความ “กรอบบาง” ที่กัดเพียงคำเดียวก็สัมผัสได้ถึงเนื้อสาหร่ายที่แตกตัวเบาๆ ในปาก ตามด้วยกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่ช่วยยกระดับอรรถรสในการกิน ไม่ว่าจะหยิบทานเล่นเป็นของว่าง (Snack) ในออฟฟิศ เป็นเพื่อนคู่ใจยามดูซีรีส์เรื่องโปรด หรือจะนำไปทานคู่กับมื้อหลักอย่างข้าวสวยร้อนๆ ห่อข้าวต้ม หรือโรยหน้าบะหมี่ ก็ช่วยเพิ่มมิติความอร่อยให้มื้ออาหารธรรมดาดูพิเศษขึ้นมาทันที อร่อยได้แบบไม่รู้สึกผิด ยิ่งสายรักสุขภาพยิ่งต้องถูกใจ เพราะนอกจากรสชาติที่ยอดเยี่ยมแล้ว สาหร่ายทาคาโอกาย่ายังให้พลังงานน้อย แต่ยังคงคุณค่าสารอาหารจากธรรมชาติ ทำให้คุณสนุกกับการกินได้บ่อยเท่าที่ต้องการโดยไม่ต้องกังวลเรื่องรูปร่าง เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว ตั้งแต่เด็กๆ ที่ต้องการขนมที่มีประโยชน์ ไปจนถึงผู้ใหญ่ที่อยากหาของกินเล่นแก้เหงาปากแบบไม่รู้สึกผิด และยังพกพาสะดวกด้วยการออกแบบบรรจุภัณฑ์แบบแยกซองย่อยภายใน ทำให้ช่วยคงความกรอบและความสดใหม่ได้ยาวนาน พกพาสะดวก จะใส่กระเป๋าไปทานที่ไหนก็ง่าย ให้คุณสัมผัสความสดชื่นจากท้องทะเลได้ทุกที่ทุกเวลา
คุณสมบัติ
• รสชาติเข้มข้น: ปรุงรสด้วยซอสถั่วเหลือง สารสกัดจากกุ้ง ปลาโบนิโตะ และพริกป่น ให้รสชาติกลมกล่อม มีมิติ
• คุณภาพพรีเมียม: ผลิตจากสาหร่ายคุณภาพสูงถึง 85%
• แคลอรี่ต่ำ: ให้พลังงานเพียง 20 กิโลแคลอรีต่อซอง เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพ
• บรรจุภัณฑ์: แบ่งเป็น 6 ซองย่อย (ภายในบรรจุซองละ 4 แผ่นเล็ก) ช่วยรักษาความกรอบได้ดีเยี่ยมจนถึงมือคุณ
เปิดประสบการณ์รสชาติของข้าวญี่ปุ่นแท้ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชาแห่งข้าว" ของประเทศญี่ปุ่น ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ค่ะ
ข้าวชิ้นนี้คือ ข้าวโคชิฮิคาริ (Koshihikari) ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ยอดนิยมและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวที่มาจากจังหวัด นีงาตะ (Niigata) ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงด้านคุณภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จังหวัดนีงาตะได้รับพรจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปลูกข้าวชั้นดี เช่น ดินที่อุดมสมบูรณ์จากตะกอนแม่น้ำสำคัญอย่างแม่น้ำชินาโนะ (Shinano River) และแม่น้ำอะงาโนะ (Agano River) รวมถึงมีน้ำบริสุทธิ์จากหิมะที่ละลาย (Snowmelt Water) และที่สำคัญคือ ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน ที่สูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความหวานและรสชาติของข้าว
ข้าวโคชิฮิคาริสายพันธุ์นีงาตะมีจุดเด่นหลัก ๆ ที่ทำให้เป็นที่รักของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
ความเหนียวและหนึบ (Stickiness): มีสัมผัสที่ เหนียวหนึบ (Mochimochi) และยืดหยุ่นกำลังดี ไม่แข็งกระด้าง
ความหวานและอูมามิ (Sweetness & Umami): มีรสหวานตามธรรมชาติที่ชัดเจน และมีรส อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นในทุกเม็ด
กลิ่นหอมและเงางาม: เมื่อหุงสุกแล้วจะมี กลิ่นหอมที่ละมุน และเมล็ดข้าวจะมีความ เงางามเป็นประกาย น่ารับประทาน
ด้วยรสชาติที่โดดเด่นและสมดุล ทำให้ข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะอร่อยมากแม้ว่าจะทานเปล่า ๆ โดยไม่ต้องมีกับข้าวค่ะ นอกจากนี้ยังรักษาความอร่อยไว้ได้ดีแม้จะเย็นลง จึงเหมาะมากสำหรับทำข้าวปั้น โอนิกิริ (Onigiri) หรือใส่ในกล่องข้าวเบนโตะ (Bento)
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
ข้าวโคชิฮิคาริมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่สมดุล ทำให้เข้ากันได้ดีกับอาหารหลากหลายประเภทค่ะ:
ข้าวสวย (Plain White Rice): ทานเปล่า ๆ คู่กับเครื่องเคียงง่าย ๆ อย่างซุปมิโสะ (Miso Soup) และผักดอง (Tsukemono) เพื่อสัมผัสรสชาติแท้ ๆ ของข้าว
ซูชิ (Sushi) และโอนิกิริ (Onigiri): ด้วยความเหนียวหนึบ ทำให้ปั้นได้ง่ายและคงรูปได้ดีเมื่อเย็นลง
เมนูอาหารญี่ปุ่นทั่วไป: เหมาะสำหรับทานคู่กับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด เช่น ปลาย่าง, เทมปุระ (Tempura) หรือข้าวหน้าต่าง ๆ (Donburi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
เพื่อให้ได้ข้าวที่อร่อยที่สุด ควรทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
1. ซาวข้าว (Rinsing): ซาวข้าวอย่างเบามือเพื่อล้างฝุ่นออก เปลี่ยนน้ำประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำเริ่มใส
2. แช่น้ำ (Soaking): แช่ข้าวในน้ำสะอาดทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ในฤดูร้อน หรือ 60 นาที ในฤดูหนาว เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำอย่างเต็มที่
3. หุง (Cooking): หุงตามอัตราส่วนน้ำที่ระบุบนเครื่องหุงข้าว หรือใช้อัตราส่วนข้าว 1 ส่วนต่อน้ำประมาณ 1.1 - 1.2 ส่วน
4. พักข้าว (Steaming): เมื่อหุงเสร็จแล้ว ห้ามเปิดฝา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ไอน้ำระอุและข้าวสุกทั่วถึง ก่อนจะใช้ไม้พายคลุกเบา ๆ ก่อนตักเสิร์ฟค่ะ
ลองนำข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะไปหุงดูสิคะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมข้าวญี่ปุ่นแท้ ๆ ถึงมีเสน่ห์และเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น ที่คุณก็สามารถสร้างสรรค์ความอร่อยนี้ได้ที่บ้านค่ะ
ชอบทานซุปมิโซะมั้ยคะ การทำซุปมิโซะจะไม่ยากอีกต่อไป!!
มาทำราเมงสไตล์ญี่ปุ่นกันเถอะ
ราเมงรสน้ำมันงา เป็นราเมงรสชาติที่ได้รับความนิยมและขายดีติดอันดับในญี่ปุ่น เมื่อปรุงเสร็จจะได้กลิ่นหอมของงาคั่วอย่างชัดเจน น้ำซุปปรุงรสด้วยโชยุ เพื่อเพิ่มความอร่อยยิ่งขึ้น ควรเติมเนื้อสัตว์และผักตามชอบ 1 แพ็ค บรรจุ 5 ซอง วิธีทำ 1. ใส่น้ำปริมาณ 500ml. ลงหม้อ ต้มให้เดือด เมื่อน้ำเดือดให้ใส่เส้นลงไปต้มประมาณ 3 นาที 2. ใช้น้ำร้อนเล็กน้อยละลายผงซุปลงในชาม หลังจากเส้นได้ที่แล้วนำเส้นใส่ชาม เติมน้ำที่ต้มเส้นลงไปในถ้วย คนให้เข้ากัน 3. เทน้ำมันงาปรุงรสลงไป เสริ์ฟพร้อมเนื้อสัตว์ หรือผักตามชอบ
เชิญเพลิดเพลินกับข้าวผัดสไตล์จีนที่คนญี่ปุ่นชื่นชอบ
ข้าวผัดเป็นข้าวผัดสไตล์จีนอันโด่งดังซึ่งเป็นหนึ่งในอาหารที่คนญี่ปุ่นมักรับประทาน คุณสามารถทำข้าวผัดแสนอร่อยได้ คุณยังสามารถรับประทานเองที่บ้านได้อีกด้วย เพียงได้ผงปรุงรสข้าวผัดกุ้งยี่ห้อ Nagatanien นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เพียงโรยผงปรุงรสลงในถุงเดียวแล้วผสมกับไข่เพื่อลดระยะเวลาในการปรุงและได้ข้าวผัดที่มีรสชาติกลมกล่อม เพิ่มเนื้อสัตว์และผักที่คุณเลือก เท่านี้ก็พร้อมแล้ว
เคล็ดลับการทำข้าวหน้าเนื้อให้อร่อยอยู่นี่แล้ว
ชาเขียวเซนฉะชนิดชงได้ทั้งร้อนและเย็น ความแตกต่างจากชาเขียวทั่วไปที่คุณไม่ควรมองข้าม!!
เตรียมเนื้อสัตว์และผักให้พร้อม แล้วมาอร่อยกันกับเมนูยากิโซบะ
หนึ่งในเมนูเส้นยอดนิยมของญี่ปุ่นคงจะหนีไม่พ้นยากิโซบะอย่างแน่นอน คุณสามารถอร่อยกับยากิโซบะรสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ได้ที่บ้านแค่มี "Itsuki" ห่อนี้ ภายในห่อบรรจุเส้นโซบะหนานุ่มมาพร้อมซอสที่ทำมาจากเครื่องเทศกว่า 10 ชนิดและความเข้มข้นของผักผลไม้ (วูสเตอร์ซอส) รสชาติกลมกล่อมทั้งเค็ม หวาน เผ็ดและเปรี้ยวเล็กน้อย เพียงแค่เตรียมวัตถุดิบอย่างกะหล่ำปลี, แครอท, หอมหัวใหญ่, และเนื้อสัตว์ที่ชอบแล้วนำมาผัดให้เข้ากัน ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทียากิโซบะร้อนๆ ก็พร้อมเสิร์ฟ สะดวกยิ่งขึ้นด้วยการแพ็คเส้นโซบะแบบสูญญากาศและซองซอสแยกกัน 3 ชุดต่อ 1 ห่อ
วิธีทำ (สำหรับ 1 ที่)
1. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชลงไป 1 ช้อนโต๊ะ ผัดเนื้อสัตว์และผักที่ชอบจนสุก
2. คลายเส้นโซบะออกจากกัน ใส่เส้นลงไปผัดให้เข้ากับส่วนผสมอื่นๆ
3. ใส่ซอสลงไปผัดให้เข้ากันจนกว่าเส้นจะสุกและนุ่มตามต้องการ ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟได้เลยค่ะ
การทำซุปมิโซะจะไม่ยากอีกต่อไป!!
อร่อยกลมกล่อมกับซุปหม้อไฟรสกิมจิ ในแบบสไตล์ญี่ปุ่น
น้ำซุปหม้อไฟรสกิมจิ จากแบรนด์ เอบาระ (Ebara) มีเบสรสชาติจากโกชูจัง กระเทียม และน้ำมันงา เสริมความกลมกล่อมด้วยสารสกัดจากอาหารทะเลและปลาโอแห้ง ทำให้ซุปมีรสเค็ม เผ็ด และอมเปรี้ยวเล็กน้อยอย่างลงตัว นอกจากทำซุปกิมจิแล้ว ยังสามารถเอาไปประยุกต์ทำเมนูอื่นๆ ได้หลากหลาย เช่น ข้าวผัดกิมจิ อุด้งผัดกิมจิ หรือจะใช้เป็นเบสทำซุปกิวด้ง (ข้าวหน้าเนื้อ) รสเผ็ดก็เข้ากันได้ดีมากค่ะ
มาพร้อมนวัตกรรม “ปุจิโตะ” แคปซูลน้ำซุปขนาดจิ๋ว ใช้งานสะดวก แค่ใช้ในปริมาณที่ต้องการ (1 ถุง มี 6 แคปซูล) ช่วยให้ทำหม้อไฟได้ง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำซุปเหลือทิ้งค่ะ
วิธีทำหม้อไฟ (สำหรับ 2 ที่)
• เปิดแคปซูลจิ๋ว 2 ถ้วย และน้ำ 300 มล. ลงในหม้อ
• ใส่วัตถุดิบต่างๆ แล้วต้มให้สุก เมื่อวัตถุดิบสุกแล้ว พร้อมรับประทานค่ะ
เจลลี่ใสผสมเนื้อส้ม อร่อย สดชื่น
เจลลี่เนื้อเนียนใส ชุ่มฉ่ำ รสส้มมิคัง ผสมผสานความอร่อยของน้ำส้มและเนื้อส้มมิคังชิ้นใหญ่จุใจ รสชาติเปรี้ยวอมหวาน หอมกลิ่นผลไม้ สดชื่น ทานง่าย ทั้งอร่อยและได้ประโยชน์จากเนื้อผลไม้แบบเต็มๆ
ส้มมิคัง หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ส้มหวานญี่ปุ่น" เป็นผลไม้ยอดนิยมจากแดนอาทิตย์อุทัย ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติหวานฉ่ำ เนื้อสัมผัสชุ่มฉ่ำ ไร้เมล็ด ทานง่าย และอุดมไปด้วยสารอาหารและประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ดังนี้
1. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน: ส้มมิคังอุดมไปด้วยวิตามินซีสูง ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง
2. ต้านอนุมูลอิสระ: ส้มมิคังมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น เบต้าแคโรทีน ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ ป้องกันเซลล์ถูกทำลาย
3. ดีต่อระบบย่อยอาหาร: ส้มมิคังมีใยอาหารสูง ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี และช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล
4. บำรุงผิวพรรณ: วิตามินซีในส้มมิคังช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง ชุ่มชื้น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ชะลอริ้วรอย และช่วยให้ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์
5. บำรุงสายตา: ส้มมิคังมีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสายตา
6. บำรุงกระดูก: ส้มมิคังมีแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกพรุน
7. บำรุงระบบประสาท: ส้มมิคังมีวิตามินบีรวม ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง
8. ลดความดันโลหิต: โพแทสเซียมในส้มมิคังช่วยลดความดันโลหิต เหมาะสำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูง
9. ป้องกันนิ่วในไต: ใยอาหารในส้มมิคังช่วยชะล้างของเสียในไต ป้องกันการเกิดนิ่วในไต
10. เพิ่มพลังงาน: ส้มมิคังมีน้ำตาลธรรมชาติ ช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย คลายความอ่อนเพลีย
11. ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ: ส้มมิคังมีโพแทสเซียมสูง ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ
12. ป้องกันโรคโลหิตจาง: ส้มมิคังมีธาตุเหล็กสูง ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น
ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผาเพื่อรับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส
ซุปมิโซะผสมเนื้อหอยชิจิมิ 70 ตัว อร่อย เข้มข้น!!
ซุปมิโซะเป็นเมนูคู่โต๊ะอาหารญี่ปุ่นที่ใครๆ ก็ติดใจ Honmono Nippon นำเข้าซุปมิโซะกึ่งสำเร็จรูปพร้อมทานจากแบรนด์ Nagatanien ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของญี่ปุ่นมาให้ทุกท่านได้ลิ้มลอง ซุปมิโซะซองนี้ผสมด้วยเนื้อหอยชิจิมิ 70 ตัว ทำให้รสชาติมีความอร่อยอูมามิ แถมสะดวกสบายเพราะมาในรูปแบบผงที่ละลายง่าย ทำอาหารไม่เก่งก็ไม่ใช่ปัญหา แค่เพียงเทใส่ถ้วยแล้วเติมน้ำร้อนลงไป ซุปมิโซะร้อนๆ ก็พร้อมทานแล้วค่ะ
ปลดล็อกความลับสุขภาพดีจากญี่ปุ่น... ดื่มผัก 30 ชนิด ในขวดเดียว ทำไมถึงเป็นไปได?
ในยุคที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบ การจะรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ตามหลักโภชนาการกลายเป็นเรื่องที่ท้าทาย โดยเฉพาะ "การทานผัก" เชื่อไหมครับว่า กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของประเทศญี่ปุ่น (MHLW) ได้กำหนดมาตรฐานไว้ว่า คนเราควรบริโภคผักให้ได้วันละ 350 กรัม เพื่อร่างกายที่แข็งแรงและห่างไกลจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
แต่คำถามคือ... ในหนึ่งวันเราจะทานผักสดปริมาณเกือบครึ่งกิโลกรัมไหวจริงๆ หรือ?
คาโกเมะ : คำตอบของการทานผักที่ง่ายและอร่อยที่สุด
Kagome (คาโกเมะ) แบรนด์น้ำผักผลไม้อันดับ 1 จากประเทศญี่ปุ่น เข้าใจปัญหานี้เป็นอย่างดี จึงได้คิดค้นน้ำผักเข้มข้น 100% รุ่น "Vegetables For One Day" ที่รวบรวมคุณค่าของผักหลากสีไว้มากถึง 30 ชนิด สกัดลงในขวดเดียว เพื่อให้คุณได้รับสารอาหารเทียบเท่ากับปริมาณผัก 350 กรัม ตามมาตรฐานญี่ปุ่นเป๊ะๆ โดยไม่ต้องนั่งเคี้ยวผักเป็นชามโตอีกต่อไป
ผัก 30 ชนิด" มีอะไรบ้าง?
สิ่งที่ทำให้คาโกเมะโดดเด่นกว่าน้ำผักทั่วไปคือ "ความหลากหลาย" เพราะผักแต่ละสีให้คุณประโยชน์ที่ต่างกัน:
• กลุ่มผักสีเขียว: เช่น เคล, ปวยเล้ง, อาชิตะบะ, และกิ่งเกนไซ ช่วยในเรื่องของคลอโรฟิลล์และการดีท็อกซ์
• กลุ่มผักสีส้มและเหลือง: เช่น แครอท, ฟักทอง, และข้าวโพด อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนสูงมาก (วิตามินเอสูงถึง 190%) ช่วยบำรุงสายตาและผิวพรรณ
• กลุ่มผักสีม่วงและแดง: เช่น มะเขือเทศ, กะหล่ำปลีม่วง, บีทรูท, และมะเขือม่วง ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์
• สมุนไพรและผักพื้นบ้าน: เช่น ขิง, ขึ้นฉ่าย, และรากโกโบ ที่ช่วยปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร
คุณสมบัติเด่น
• รวมผักมากถึง 30 ชนิด ในขวดเดียว
• ใช้วัตถุดิบเทียบเท่าผักสด ประมาณ 350 กรัม
• ไม่เติมน้ำตาล สี หรือวัตถุกันเสีย
• ให้พลังงานต่ำ ดื่มได้ทุกวัน ไม่รู้สึกผิด
• รสชาติกลมกล่อม ดื่มง่าย แม้คนไม่ชอบกินผัก
ประโยชน์
• มีใยอาหารจากธรรมชาติ
• วิตามินจากผักและผลไม้ ช่วยดูแลร่างกายโดยรวม
• อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
• เหมาะกับคนทำงาน คนไม่ค่อยทานผัก เด็กโต และผู้ใหญ่
การดูแลตัวเองไม่จำเป็นต้องยากเสมอไป หากคุณเป็นคนที่ไม่ชอบทานผัก หรือเป็นคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังกลุ้มใจเรื่องลูกไม่ยอมทานผัก Kagome Vegetables For One Day คือ "ทางลัด" ที่ยอดเยี่ยมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้าที่เร่งรีบ หรือดื่มหลังออกกำลังกาย เพียงแค่เปิดขวด คุณก็ได้ส่งต่อสุขภาพดีๆ ให้ร่างกายได้ทันที
"เพราะสุขภาพที่ดี ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองในทุกวัน"