การทำซุปมิโซะจะไม่ยากอีกต่อไป
ซุปมิโซะผสมสาหร่ายวากาเมะ จากแบรนด์ ฮิคาริ มิโซะ (Hikari Miso) การทานซุปมิโซะกับอาหารญี่ปุ่นนั้นถือเป็นของคู่กัน นี่คือวิธีที่คุณจะได้ลิ้มรสซุปมิโซะที่ดีที่สุด ทั้งสะดวก ง่าย และรวดเร็ว ซองเล็กพกติดตัวได้ ในแพ็คจะมีทั้งหมด 12 ซอง สำหรับการทาน 12 ที่
วิธีทำ
1. เทมิโซะลงในถ้วยซุป
2. เติมน้ำร้อนประมาณ 160 มล. คนให้เข้ากัน เพียงเท่านี้ก็พร้อมรับประทานแล้วค่ะ
นัตโตะรสบ๊วยสดชื่น ที่ทำให้คุณตกหลุมรักได้ง่ายขึ้น
สำหรับใครที่อยากเริ่มต้นทาน นัตโตะ (Natto) แต่ยังกังวลกับกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ หรือผู้ที่ทานนัตโตะอยู่แล้วแต่อยากได้รสชาติใหม่ ๆ ที่ทานง่ายและอร่อยสดชื่น เราขอแนะนำ นัตโตะบ๊วย ฮามานะสึ (Hamanasu) สูตรพิเศษจากญี่ปุ่น ที่จะทำให้ประสบการณ์ทานนัตโตะของคุณเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ความลับของความอร่อยที่ลงตัว นัตโตะบ๊วยถ้วยนี้ถูกออกแบบมาเพื่อความอร่อยที่ทานง่ายที่สุด
• รสชาติไม่จำเจ: จุดเด่นคือการใช้ ซอสบ๊วย (Ume) ที่ทำจากบ๊วยบดพิเศษ ช่วยเพิ่มความเปรี้ยวอมหวานและความหอมสดชื่น (香り爽やか) เข้ามาตัดกับกลิ่นของถั่วเหลืองหมักได้อย่างลงตัว ทำให้ทานง่ายกว่านัตโตะทั่วไปมาก
• ถั่วคุณภาพดีจากฮอกไกโด: คัดสรรถั่วเหลืองเม็ดเล็ก (Kotsubu Daizu) คุณภาพเยี่ยมจาก ฮอกไกโด ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความสะอาดและคุณภาพของวัตถุดิบ ทำให้ถั่วมีความอร่อยในตัวและสัมผัสที่เนียนนุ่มกำลังดี
• สุขภาพดีเต็มถ้วย: แม้จะรสชาติดีกว่าเดิม แต่คุณค่าทางอาหารยังครบถ้วน! นัตโตะ อัดแน่นไปด้วยโปรไบโอติก วิตามิน K2 และเอนไซม์นัตโตะไคเนส ที่ช่วยเรื่องการย่อยอาหารและบำรุงหัวใจให้แข็งแรง
วิธีทำความอร่อยง่าย ๆ
นัตโตะบ๊วยฮามานะสึ พร้อมเป็นมื้ออร่อยของคุณในทุกเช้า:
1. นำนัตโตะมาวางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที เพื่อให้นัตโตะที่แช่แข็งไว้ละลาย
2. แกะซอง นัตโตะ และเทซอสบ๊วยที่แถมมาลงไป
3. ใช้ตะเกียบคน นัตโตะ อย่างรวดเร็วจนเกิดฟองและเส้นใยเหนียว ๆ
4. ทานคู่กับข้าวสวยญี่ปุ่นร้อน ๆ ได้ทันที! ความเปรี้ยวอมหวานของบ๊วยจะช่วยเปิดต่อมรับรสและทำให้ข้าวอร่อยขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
เคล็ดลับการคนนัตโตะให้ฟู
หัวใจสำคัญของการทาน นัตโตะ คือการคนค่ะ การคนนัตโตะไม่ได้มีแค่เรื่องความเหนียว แต่เป็นการดึงเอาสารอาหารสำคัญอย่าง เอนไซม์นัตโตะไคเนสออกมาทำงาน และยังช่วยให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้น
ขั้นตอนที่ 1: คนก่อนปรุงรส
• ตักซอสออกก่อน: นำซอง ซอสรสบ๊วยและมัสตาร์ด (ถ้ามี) ออกจากถ้วยก่อนค่ะ
• เริ่มคนเปล่า ๆ: ใช้ตะเกียบหรือส้อม คนนัตโตะในถ้วยอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
- เน้นความเร็ว: ไม่จำเป็นต้องคนวนเป็นวงกลมแบบเป๊ะ ๆ แต่เน้นการคนแบบซิกแซ็กสลับไปมาด้วยความเร็วค่ะ
- จำนวนครั้ง: ให้คนอย่างน้อย 50 ครั้ง ค่ะ พอคนไปเรื่อย ๆ คุณจะสังเกตเห็นว่านัตโตะเริ่มมี ฟองสีขาวขุ่น และ ใยเหนียว ๆ เพิ่มขึ้นมาเยอะมาก
ขั้นตอนที่ 2: คนพร้อมปรุงรส
• เติมซอสบ๊วย: เมื่อนัตโตะเริ่มเป็นฟองได้ที่แล้ว ให้ใส่ ซอสรสบ๊วย (หรือเครื่องปรุงอื่น ๆ ตามชอบ) ลงไป
• คนต่ออีก 10-20 ครั้ง: คนผสมให้ซอสเข้ากันดีค่ะ การคนรอบสองนี้จะช่วยให้รสชาติของซอสซึมเข้าไปในถั่วและฟองนัตโตะอย่างทั่วถึง ทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
ทำไมต้องคนเยอะขนาดนั้น?
การคนนัตโตะจะช่วยกระตุ้นการสร้างใยเมือกเหนียวๆ ซึ่งเป็นตัวการของความอร่อยและสุขภาพดี ใยเหล่านี้คือกรดกลูตามิก ซึ่งเป็นแหล่งของรสอูมามิหรือรสชาติกลมกล่อม ยิ่งคนมาก ใยยิ่งเยอะ รสชาติก็จะยิ่งนุ่มละมุนลิ้น และมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้น
ลองทำตามดูนะคะ รับรองว่า นัตโตะรสบ๊วย ถ้วยนี้จะอร่อยฟู เหนียวได้ที่ ถูกใจแน่นอนค่ะ!
ซอสยากินิคุสูตรพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเมืองคิตะมิ เมืองที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "เมืองแห่งยากินิคุ" ของญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยการผสานความหวานละมุนจากหัวหอมและแอปเปิลแท้จากฮอกไกโดเข้ากับโชยุคุณภาพและเครื่องเทศอย่างลงตัว ให้รสชาติกลมกล่อม หอมเข้มข้น ไม่เค็มจัด มีความหวานธรรมชาติและเปรี้ยวปลายลิ้นเล็กน้อย ช่วยดึงรสชาติของเนื้อวัว เนื้อหมู ไก่ ซีฟู้ด และผักย่างให้อร่อยยิ่งขึ้น พร้อมช่วยตัดเลี่ยนได้อย่างพอดี ซอสขวดนี้ไม่ได้เป็นเพียงน้ำจิ้มสำหรับปิ้งย่างเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้หมักเนื้อก่อนย่างเพื่อเพิ่มความนุ่มและความหอม ใช้ผัดอาหารสไตล์ญี่ปุ่น ราดข้าว หรือปรุงเมนูต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย ช่วยเพิ่มความเข้มข้นและมิติของรสชาติให้ทุกจาน โดยไม่ต้องปรุงเพิ่มหลายขั้นตอน เหมาะสำหรับผู้ที่อยากสร้างสรรค์เมนูยากินิคุและอาหารญี่ปุ่นรสชาติต้นตำรับได้ง่าย ๆ ที่บ้าน เพียงมีซอสขวดนี้ ก็สัมผัสความอร่อยเหมือนนั่งรับประทานอยู่ที่ร้านดังในฮอกไกโดได้ทุกมื้อ
วิธีการใช้งาน
• เขย่าขวดก่อนเปิดใช้งานทุกครั้ง เพื่อให้ส่วนผสมของเนื้อหอมใหญ่และแอปเปิ้ลที่นอนก้นกระจายตัวเข้ากันดี
• ใช้เป็นน้ำจิ้ม: เทใส่ถ้วยพร้อมจิ้มกับเนื้อสัตว์ปิ้งย่างได้ทันที
• ใช้เป็นซอสหมัก: นำเนื้อสัตว์มาคลุกเคล้ากับซอส ทิ้งไว้ 15-30 นาที ก่อนนำไปปิ้งย่างเพื่อความนุ่มเข้มข้นเข้าเนื้อ
• ซอสหมัก: นำเนื้อสัตว์ไปหมักกับซอสประมาณ 15-30 นาที ก่อนปิ้งย่าง ช่วยให้เนื้อนุ่มและมีรสชาติหวานเค็มกลมกล่อมแทรกซึมเข้าเนื้อ
อร่อย หอม เข้มข้น ไปกับนมโคแท้จากฮอกไกโด
เชื่อว่าหลายท่านคงรู้จักเมืองฮอกไกโดกันใช่ไหมคะ เมืองฮอกไกโดเป็นเมืองทางภาคเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น เป็นเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งอาหาร น้ำ และมีอากาศอันบริสุทธิ์ที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี ทำให้ผลผลิตจากเมืองนี้มีความสดใหม่และอร่อยสุดๆ ซึ่งหนึ่งในสินค้าที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากของฮอกไกโดก็คือ “นมฮอกไกโด” นั่นเองค่ะ
นมฮอกไกโด เป็นนมที่มีความหอมมัน รสชาติเข้มข้น ทำให้ไม่ว่าจะดื่มแบบธรรมดาหรือนำไปทำอาหาร ขนม ผสมเครื่องดื่มอื่นๆ หรือทำไอศกรีม ก็จะช่วยชูรสชาติให้เมนูนั้นๆ มีความหอมมันกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น ทุกท่านสามารถลองชิมรสชาตินมฮอกไกโดของแท้ นำเข้าจากเมืองฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่นได้แล้ววันนี้ที่ Honmono Nippon ค่ะ
ข้อแนะนำ
• กรุณาเขย่าก่อนดื่ม เนื่องจากตัวนมมีแคลเซียมและแร่ธาตุต่างๆ จึงอาจมีการตกตะกอนได้ ซึ่งไม่ใช่ความผิดปกติจากการผลิต
• หากยังไม่เปิดกล่อง สามารถเก็บในอุณหภูมิปกติได้
• หลังจากเปิดกล่องแล้ว หากรับประทานไม่หมดควรปิดให้สนิทและเก็บในตู้เย็น (อุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส)
• หลังจากเปิดกล่องแล้ว ควรรับประทานให้หมดภายใน 7 วัน
• ห้ามเก็บในช่องแช่แข็ง เนื่องจากเนื้อสัมผัสของนมอาจเปลี่ยนไป
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รักการทำสเต็กกินเองที่บ้าน แต่เบื่อปัญหาซอสขวดใหญ่ที่เปิดแล้วใช้ไม่หมดจนเสียรสชาติ เอบาระ ซอสปรุงรสสเต็ก รสหัวไชเท้า คือคำตอบที่คุณตามหา ด้วยแนวคิด "Freshness in every pod" หรือความสดใหม่ในทุกถ้วย ทำให้ซอสตัวนี้โดดเด่นกว่าใคร รสชาติ ซอสโชยุสไตล์ญี่ปุ่น ที่ผสมกับหัวไชเท้าขูดละเอียด เมื่อราดลงบนเนื้อที่ร้อนๆ กลิ่นหอมของโชยุและมิรินจะพุ่งขึ้นมาทันที ความเปรี้ยวเบาๆ จากน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลและน้ำส้มโอ ช่วยชูรสหวานของเนื้อให้เด่นชัดขึ้น เป็นรสชาติแบบ "วากิวสไตล์" ที่ชาวญี่ปุ่นนิยมกันมากที่สุด นอกจากจะใช้ราดสเต็กแล้ว ยังประยุกต์เป็นน้ำจิ้มเนื้อย่าง หรือราดปลาย่างก็อร่อยไม่แพ้กัน พกพาสะดวก จะไปแคมป์ปิ้ง หรือจัดปาร์ตี้สเต็กที่คอนโด ก็สะดวกสบายไม่ต้องกลัวเลอะเทอะ นี่คือไอเทมลับที่จะเปลี่ยนมื้อธรรมดาให้เป็นมื้อพิเศษในพริบตา
วิธีใช้ง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน:
1. เตรียมเนื้อ: นำเนื้อออกมาพักให้อยู่ในอุณหภูมิห้องก่อนย่างประมาณ 30 นาที
2. ย่างให้เป๊ะ: ตั้งกระทะให้ร้อน ย่างเนื้อจนได้ความสุกที่ต้องการ
3. ราดความอร่อย: จัดเนื้อใส่จาน แล้วหยิบซอสปรุงรสสเต็ก รสหัวหอมใหญ่ มาหักถ้วยแล้วราดลงบนเนื้อได้ทันที
(ตัวซอสสามารถทานได้เลยโดยไม่ต้องนำไปอุ่นร้อน เพื่อคงรสชาติสดใหม่)
วิธีเปิดใช้ถ้วยซอส (Puchitto)
• หันด้านฝาฟอยล์ขึ้นด้านบน
• พับตามรอยประจนได้ยินเสียง "ปุจิ"
• ค่อยๆ บีบซอสราดลงบนอาหาร
แนะนำเมนูอาหาร
• แฮมเบิร์กสไตล์ญี่ปุ่น (Wafu Hambagu) วางใบชิโซะหรือวางไชเท้าขูดเพิ่มด้านบน แล้วราดด้วยซอส 1 ถ้วย ความเปรี้ยวหวานของซอสจะช่วยลดความมันของเนื้อบดได้ดีมาก
• สลัดหมูชาบู (Pork Shabu Salad) ใช้ซอสราดเป็นน้ำสลัดได้เลย รสชาติจะเบากว่าน้ำสลัดครีม เหมาะสำหรับคนที่คุมน้ำหนัก
• ปลาซาบะหรือปลาแซลมอนย่างเกลือ ราดซอสลงไปข้างๆ หรือราดบนตัวปลา รสเปรี้ยวจากน้ำส้มโอในซอสจะช่วยดับคาวปลาและชูรสหวานของเนื้อปลาได้ยอดเยี่ยม
• เต้าหู้เย็นทรงเครื่อง (Hiyayakko) ราดซอสลงไปแทนโชยุธรรมดา เนื้อไชเท้าในซอสจะเข้าไปเกาะกับตัวเต้าหู้ ทำให้ได้รสสัมผัสที่เข้มข้นกว่าเดิม
• ข้าวหน้าเนื้อย่าง (Gyudon Style) ราดซอสลงไปคลุกกับเนื้อขณะอยู่ในกระทะแป๊บเดียว หรือราดสดๆ บนข้าว รสชาติโชยุและกลิ่นหอมของหัวหอมในซอสจะซึมเข้าเนื้อ
เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นความท้าทายสุดซี้ด! ด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประเภทเส้นเมนูแห้งชั้นเลิศ ที่มาพร้อมกับเส้นบะหมี่หนานุ่ม หนึบหนับตามตำรับนิสชิน คลุกเคล้าเข้ากันได้อย่างดีเยี่ยมกับซอสไก่เผ็ดเกาหลีสูตรเข้มข้น รสชาติเผ็ดร้อน กลมกล่อม หอมกลิ่นเครื่องเทศโชยเตะจมูกตั้งแต่คำแรกที่คลุก ตัวซอสสีแดงเข้มเคลือบเส้นแบบเน้นๆ ทุกคำที่เคี้ยวจะสัมผัสได้ถึงความนุ่มเด้งและความแซ่บซี๊ดจนหยุดไม่ได้ อร่อยง่าย สะดวกสุดๆ ในรูปแบบถ้วยคัพพกพา จะมื้อด่วน มื้อดึก หรือจัดปาร์ตี้ท้าความเผ็ดกับกลุ่มเพื่อนก็ฟินได้ทุกที่ เพียงเติมน้ำร้อน 3-4 นาที เทน้ำออก แล้วเทซอสคลุกเคล้าก็พร้อมทานทันที! ยิ่งเพิ่มท็อปปิ้งด้วยชีสเยิ้มๆ ไข่ต้มยางมะตูม หรือทานแกล้มกับกิมจิกรอบๆ บอกเลยว่าอร่อยยกระดับความฟินเหมือนบินไปกินที่กรุงโซล สายกินเส้นและสาวก K-Food ต้องมีติดบ้านไว้แล้ว
ขั้นตอนการทำ
1. ต้มเส้น: ต้มน้ำให้เดือดจัด จากนั้นนำเส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 4-5 นาที
2. รินน้ำออก: เมื่อเส้นสุกได้ที่ ให้รินน้ำออกจนแห้งสนิท แนะนำให้เหลือเนื้อน้ำไว้ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
เพื่อให้คลุกเคล้าซอสได้ง่ายขึ้น ซอสจะเคลือบเส้นได้ฉ่ำวาว ไม่แห้งติดกันเกินไป
3. คลุกเคล้าซอส: ฉีกซองเครื่องปรุงรสใส่ลงไป แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันกับเส้นจนทั่ว
4. พร้อมเสิร์ฟ: จัดใส่จาน พร้อมฟินกับความเผ็ดซี๊ดระดับพรีเมียม
สัมผัสความอร่อยระดับพรีเมียมส่งตรงจากฮอกไกโดกับ ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ยูเมะพิริกะ จากแบรนด์โฮคุเรน (Hokuren) ข้าวที่ขึ้นชื่อว่าเป็น "ราชาแห่งข้าวฮอกไกโด" และได้รับคะแนนประเมินคุณภาพรสชาติในระดับสูงสุดมาอย่างต่อเนื่อง เอกลักษณ์ที่ทำให้ใครได้ลองก็ต้องหลงรักคือ ความนุ่มเหนียวที่พอดี เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบ มีความเงางามเคลือบเมล็ดข้าว และรสหวานละมุนตามธรรมชาติ ที่เด่นชัดกว่าข้าวสายพันธุ์อื่น ไม่ว่าจะทานตอนร้อนๆ หรือทิ้งไว้จนเย็น ข้าวก็ยังคงความนุ่มอร่อย ไม่แข็งกระด้าง เปลี่ยนมื้ออาหารธรรมดาที่บ้านให้กลายเป็นโอมากาเสะหรูได้ง่ายๆ ช้อปเลยวันนี้เพื่อเปิดประสบการณ์ความอร่อยแบบญี่ปุ่นแท้ๆ!
ลักษณะเด่น
• เมล็ดอวบอ้วน และเงางาม - เมล็ดข้าวมีขนาดปานกลางถึงใหญ่ เมื่อหุงแล้วจะเงางามและมีความหนึบที่โดดเด่น
• เนื้อนุ่มแต่ไม่เละ - ข้าวมีความเหนียวและนุ่มในระดับที่พอดี ไม่ร่วนหรือแข็งเกินไป
• รสหวานธรรมชาติ - มีรสชาติอ่อนๆ และหวานธรรมชาติ แม้ทานเปล่าๆ ก็ยังอร่อย
• กลิ่นหอมพิเศษ - มีกลิ่นหอมที่แตกต่างจากข้าวพันธุ์อื่น
• ปลูกในอากาศหนาวเย็น - อุณหภูมิที่เย็นของฮอกไกโดช่วยให้ข้าวมีคุณภาพดีขึ้นและสามารถเก็บรักษาได้นาน
รางวัลและมาตรฐานคุณภาพ
• Yumepirika ได้รับการรับรองมาตรฐาน 特A (Toku A) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของข้าวญี่ปุ่น
• เป็นข้าวที่ได้รับความนิยมในร้านอาหารระดับพรีเมียมทั่วญี่ปุ่น
• ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลฮอกไกโดให้เป็นข้าวเกรดพรีเมียมของภูมิภาค
เมนูแนะนำ
เนื่องจาก Yumepirika เป็นข้าวที่มีความเหนียวนุ่มและมีรสหวานในตัว จึงเหมาะกับอาหารที่ต้องการข้าวคุณภาพสูง เช่น
• ข้าวสวย (Cooked Rice) - เมล็ดข้าวสวย เมื่อหุงสุกจะมีความเงาสวย เหมาะสำหรับทานแบบข้าวสวย
• ซูชิ (Sushi) - เมล็ดข้าวเหนียวกำลังดี จับตัวได้ง่าย ไม่แฉะเกินไป
• ข้าวปั้น (Onigiri) - รสชาติหวานธรรมชาติทำให้กินเปล่าๆ ก็อร่อย
• ข้าวญี่ปุ่นธรรมดา (Gohan) - เหมาะสำหรับทานคู่กับปลาย่างหรืออาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
• ข้าวหน้าอาหารทะเล (Kaisendon/Donburi) - ความหนึบของข้าวช่วยเสริมรสชาติของปลาดิบได้ดี
Yumepirika ถือเป็นข้าวที่ให้รสชาติที่ดีที่สุดของฮอกไกโด ถ้าคุณต้องการข้าวที่นุ่ม หอม และมีคุณภาพสูง Yumepirika คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด
สุดยอดนัตโตะจากถั่วเหลืองซุซึมารุ คุณภาพระดับพรีเมียม
สำหรับคนรักสุขภาพและผู้ที่อยากลิ้มลองรสชาติ นัตโตะ (Natto) แบบต้นตำรับแท้ ๆ เราขอแนะนำ นัตโตะ จากแบรนด์ ฮามานะสึ (Hamanasu) สูตรพิเศษจาก ฮอกไกโด เพราะนี่คือสุดยอดถั่วเหลืองหมักที่มาพร้อมความอร่อยแบบธรรมชาติและคุณค่าที่ล้ำเลิศ
ความลับของนัตโตะฮอกไกโด
ความพิเศษของนัตโตะถ้วยนี้อยู่ที่การคัดสรร ถั่วเหลืองเม็ดเล็ก สายพันธุ์ ""ซูซูมารุ"" (Suzumaru) ซึ่งเป็นถั่วเหลืองคุณภาพสูงที่ปลูกในเมืองมุคาวะ จังหวัดฮอกไกโด ถั่วที่เติบโตในสภาพอากาศที่บริสุทธิ์ของฮอกไกโดนี้ ทำให้ได้รสชาติที่นุ่มนวลและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เมื่อนำมาผ่านกระบวนการหมักแบบดั้งเดิม จึงได้นัตโตะที่มีเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มกำลังดี
ทำไมต้องนัตโตะสูตรนี้?
ถั่วเหลืองซูซูมารุ: การเลือกใช้ถั่วเหลืองสายพันธุ์นี้ เป็นการการันตีคุณภาพและความใส่ใจในวัตถุดิบ ทำให้ได้รสอูมามิที่เข้มข้น และเนื้อสัมผัสที่เนียนกว่า
เม็ดเล็ก ทานง่าย: ถั่วแบบเม็ดเล็กทำให้ง่ายต่อการคลุกเคล้ากับซอส และทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ ได้อย่างลงตัว เป็นรูปแบบที่คนญี่ปุ่นนิยมทานมากที่สุด
ประโยชน์เต็มถ้วย: นัตโตะยังเป็นซูเปอร์ฟู้ดที่อุดมไปด้วยโปรไบโอติกที่ดีต่อลำไส้ และเอนไซม์นัตโตะไคเนสที่ช่วยเรื่องระบบไหลเวียนโลหิต ทำให้คุณได้ทั้งความอร่อยและสุขภาพดีในทุก ๆ คำ
พร้อมทาน สะดวกสุด ๆ: ในแพ็กเกจมีทั้งซอส (Tare) และมัสตาร์ด (Karashi) มาให้พร้อมสรรพ คุณไม่ต้องหาเครื่องปรุงเพิ่ม ก็อร่อยได้ทันที
วิธีเตรียมและอร่อยกับนัตโตะ
สินค้าจัดส่งแบบแช่แข็ง เพื่อรักษาความสดใหม่ ดังนั้นควรเตรียมสินค้าตามขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนการเตรียม:
1. นำ นัตโตะ ออกจากช่องฟรีซ (ช่องแข็ง)
2. พักไว้ที่อุณหภูมิห้องสักครู่ เพื่อให้คลายความเย็นจนนิ่มลง หรือนำไปพักในตู้เย็นช่องธรรมดา
3. เมื่อถั่วละลายและนิ่มแล้ว จึงนำมาทาน
เคล็ดลับการคนนัตโตะให้ฟู
หัวใจสำคัญของการทาน นัตโตะ คือการคนค่ะ การคนนัตโตะไม่ได้มีแค่เรื่องความเหนียว แต่เป็นการดึงเอาสารอาหารสำคัญอย่าง เอนไซม์นัตโตะไคเนสออกมาทำงาน และยังช่วยให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้นด้วยค่ะ
ขั้นตอนที่ 1: คนก่อนปรุงรส
• ตักซอสออกก่อน: นำซอง ซอสและมัสตาร์ด (ถ้ามี) ออกจากถ้วยก่อนค่ะ
• เริ่มคนเปล่า ๆ: ใช้ตะเกียบหรือส้อม คนนัตโตะในถ้วยอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
- เน้นความเร็ว: ไม่จำเป็นต้องคนวนเป็นวงกลมแบบเป๊ะ ๆ แต่เน้นการคนแบบซิกแซ็กสลับไปมาด้วยความเร็วค่ะ
- จำนวนครั้ง: ให้คนอย่างน้อย 50 ครั้ง ค่ะ พอคนไปเรื่อย ๆ คุณจะสังเกตเห็นว่านัตโตะเริ่มมี ฟองสีขาวขุ่น และ ใยเหนียว ๆ เพิ่มขึ้นมาเยอะมาก
ขั้นตอนที่ 2: คนพร้อมปรุงรส
• เติมซอสบ๊วย: เมื่อนัตโตะเริ่มเป็นฟองได้ที่แล้ว ให้ใส่ ซอสรสบ๊วย (หรือเครื่องปรุงอื่น ๆ ตามชอบ) ลงไป
• คนต่ออีก 10-20 ครั้ง: คนผสมให้ซอสเข้ากันดีค่ะ การคนรอบสองนี้จะช่วยให้รสชาติของซอสซึมเข้าไปในถั่วและฟองนัตโตะอย่างทั่วถึง ทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
ให้นัตโตะฮอกไกโดเป็นอาหารเช้าหรือมื้อเสริมเพื่อสุขภาพของคุณ แล้วคุณจะค้นพบความลับของการมีสุขภาพดีสไตล์คนญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่บ้านเลย
สำหรับคนรักแซลมอนที่มองหาวัตถุดิบคุณภาพสูงสุด พร้อมความสะดวกในการทำอาหาร ปลาแซลมอนแอตแลนติก (Atlantic Salmon) จากแบรนด์ คุก (Cooke) คือตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด เพราะนี่คือปลาแซลมอนที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุดในโลก และผ่านการแล่ตัดแต่งอย่างพิถีพิถัน
คุณภาพจากแหล่งกำเนิด: ชิลี (Chile)
ปลาแซลมอนของ Cooke ได้รับการเลี้ยงในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์และเย็นจัดของประเทศ ชิลี โดยเฉพาะในเขตไอเซน (Aysén region) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ห่างไกลและมีสภาพแวดล้อมทางทะเลที่สมบูรณ์ การเลี้ยงในสภาพธรรมชาติที่ดีเยี่ยมนี้ ทำให้ปลาแซลมอนมีเนื้อที่นุ่ม สีส้มสดใส และมีรสชาติที่สะอาด พร้อมไขมัน (Omega-3) ที่สมดุลตามธรรมชาติ
แบรนด์ Cooke ยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืน และมีการใช้มาตรฐานการเพาะเลี้ยงอย่างเข้มงวด เพื่อส่งมอบอาหารทะเลคุณภาพสูงสู่ผู้บริโภคทั่วโลก
การแล่ Trim-C เพื่อความสมบูรณ์แบบ
Trim-C คือมาตรฐานการแล่ปลาแซลมอนที่การันตีว่าเนื้อปลาของคุณถูกตัดแต่งอย่างพิถีพิถันสูงสุด
ความสะอาดสูงสุด: เนื้อปลาถูกนำก้างใหญ่ออกทั้งหมด รวมถึงก้างบริเวณท้อง (Belly Bone) และก้างซี่โครง (Pin Bone)
พร้อมใช้งานทันที: ทำให้คุณสามารถนำเนื้อปลาไปหั่นเป็นชิ้นสำหรับทำซาชิมิ ซูชิ หรือนำไปปรุงอาหารได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาเลาะก้างหรือตัดแต่งไขมันส่วนเกินเอง
เมนูอร่อยที่แนะนำ
ด้วยคุณภาพของปลาแซลมอนแอตแลนติกจากชิลี และการตัดแต่งแบบ Trim-C ที่สะอาด ทำให้เนื้อปลาชนิดนี้เหมาะสำหรับทุกเมนู:
ซาชิมิ/ซูชิ: เนื้อปลานุ่ม สีสวย สามารถนำไปหั่นเป็นชิ้นเพื่อสัมผัสความสดใหม่แบบเต็มคำ
สเต็กปลาแซลมอน: นำไปย่างหรือจี่บนกระทะเพื่อดึงรสชาติไขมันธรรมชาติออกมาให้หอมกรุ่น
อบ/เบค: อบพร้อมเครื่องเทศหรือสมุนไพร เพื่อมื้ออาหารที่ทั้งอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ
ไม่ว่าคุณจะทำอาหารในบ้านหรือต้องการวัตถุดิบคุณภาพเพื่อเสิร์ฟในร้านอาหาร ปลาแซลมอนแอตแลนติก Trim-C จาก Cooke คือทางเลือกที่จะช่วยยกระดับทุกเมนูของคุณให้เป็นมื้อพิเศษได้ง่ายดาย
วิธีละลายสินค้าแช่แข็ง
❄️ ละลายในตู้เย็น (แนะนำที่สุด)
- วางสินค้าไว้ในช่องธรรมดาของตู้เย็นประมาณ 6-12 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับขนาด)
- วิธีนี้ช่วยรักษาคุณภาพและความสดของสินค้าได้ดีที่สุด
❄️ ละลายในน้ำเย็น (สำหรับการเร่งเวลา)
- นำสินค้าทั้งถุงแช่ในน้ำเย็น
- เปลี่ยนน้ำใหม่ทุก 30 นาที จนกว่าสินค้าจะคลายตัว
❄️ ละลายในอุณหภูมิห้อง (เฉพาะบางประเภท)
- วางสินค้าไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 40 นาที
อร่อยกลมกล่อมกับซุปหม้อไฟ "โยเซนาเบะ" รสชาติสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ
น้ำซุปหม้อไฟรสปลาคัตสึโอะ จากแบรนด์ เอบาระ (Ebara) ความพิเศษของ "โยเซนาเบะ" คือน้ำซุปเบสโชยุที่ให้ความกลมกล่อม เหมาะสำหรับเครื่องหม้อไฟทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ อาหารทะเล และผักสด น้ำซุปหม้อไฟรสชาตินี้ความอร่อยไม่ได้มาจากปลาโอแห้ง (Katsuo) เพียงอย่างเดียว แต่ยังผสานความหอมอูมามิจากสาหร่ายคอมบุ จนได้รสชาติกลมกล่อมและกลิ่นหอมสไตล์ญี่ปุ่นอย่างลงตัว
มาพร้อมนวัตกรรม “ปุจิโตะ” แคปซูลน้ำซุปขนาดจิ๋ว ใช้งานสะดวก แค่ใช้ในปริมาณที่ต้องการ (1 ถุง มี 6 แคปซูล) ช่วยให้ทำหม้อไฟได้ง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำซุปเหลือทิ้งค่ะ
วิธีทำหม้อไฟ (Yose Nabe)
• เปิดแคปซูลจิ๋ว 2 ถ้วย และน้ำ 300 มล. ลงในหม้อ
• ใส่วัตถุดิบต่างๆ แล้วต้มให้สุก เมื่อวัตถุดิบสุกแล้ว พร้อมรับประทานค่ะ
อร่อยกลมกล่อมกับซุปหม้อไฟรสไก่ อูมามิสไตล์ญี่ปุ่น
น้ำซุปหม้อไฟรสไก่ จากแบรนด์ เอบาระ (Ebara) ซุปไก่เคี่ยวรสชาติเข้มข้น กลมกล่อม ผสานความหอมอูมามิจากปลาโอและสาหร่ายคอมบุอย่างลงตัว จนได้น้ำซุปสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ที่หอมอร่อยและกลมกล่อมในทุกคำ
มาพร้อมนวัตกรรม “ปุจิโตะ” แคปซูลน้ำซุปขนาดจิ๋ว ใช้งานสะดวก แค่ใช้ในปริมาณที่ต้องการ (1 ถุง มี 6 แคปซูล) ช่วยให้ทำหม้อไฟได้ง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำซุปเหลือทิ้งค่ะ
วิธีทำหม้อไฟ (สำหรับ 2 ที่)
• เปิดแคปซูลจิ๋ว 2 ถ้วย และน้ำ 300 มล. ลงในหม้อ
• ใส่วัตถุดิบต่างๆ แล้วต้มให้สุก เมื่อวัตถุดิบสุกแล้ว พร้อมรับประทานค่ะ
สัมผัสความหอมละมุนอย่างลงตัวไปกับ "ชาเก็นไมฉะผสานมัทฉะ" จากแบรนด์ ฮาราดะ
ดื่มด่ำไปกับความหอมละมุนของ ‘เก็นไมฉะ ผสานมัทฉะ’ ชาเขียวเบลนด์พิเศษจากแบรนด์ ฮาราดะ (Harada) ที่ผสมผสานความสดชื่นของมัทฉะพรีเมียมเข้ากับความหอมกรุ่นของข้าวคั่วอย่างลงตัว พร้อมทั้งรังสรรค์ความกลมกล่อมจากใบชายาบุกิตะ (Yabukita) สายพันธุ์ยอดนิยมของญี่ปุ่น เกิดเป็นชาเขียวกลิ่นละมุนทำให้รู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่ได้ดื่ม
ยาบูกิตะ (Yabukita) เป็นชาสายพันธุ์ยอดนิยมและปลูกมากที่สุดในญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมอ่อนละมุนและรสชาติที่สมดุล จนได้รับการยกย่องให้เป็น “มาตรฐานแห่งชาเขียวญี่ปุ่น”
วิธีชงแบบร้อน:
• ใส่ชา 1 ซองลงในถ้วย เทน้ำเดือด 120 มล. ลงไป แช่ไว้ประมาณ 30 วินาที (หรือปรับตามชอบ) เขย่าซองชาเล็กน้อยแล้วนำออก จากนั้นเทใส่แก้วพร้อมดื่ม
วิธีชงแบบเย็น:
• ใส่ชา 1 ซองลงในถ้วย เติมน้ำเย็น 120 มล. แช่ไว้ประมาณ 3 นาที (หรือปรับตามชอบ) เขย่าซองชาเล็กน้อยแล้วนำออก จากนั้นเทใส่แก้วพร้อมดื่ม
แค่เปิดซองก็ได้กลิ่นหอมเครื่องเทศหม่าล่าลอยมาเตะจมูก เมื่อคลุกซอสเข้ากับเส้นร้อน ๆ จนทั่วทุกเส้น จะได้รสชาติเข้มข้น เผ็ดร้อนกำลังดี พร้อมความชาปลายลิ้นอันเป็นเอกลักษณ์ของหม่าล่า ยิ่งเติมหมูสไลซ์ ไข่ออนเซ็น หรือผักสดเพิ่มเข้าไป ยิ่งอร่อยเหมือนนั่งกินอยู่ในร้านดังเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นมื้อกลางวัน มื้อดึก หรือช่วงเวลาที่อยากหาอะไรแซ่บ ๆ กินสักมื้อ นิสชิน รสหม่าล่า แบบแห้ง ก็พร้อมตอบโจทย์ความอร่อยแบบรวดเร็วทันใจทุกเวลา
ขั้นตอนการปรุง (สูตรแห้งเข้มข้น)
1. ต้มเส้น: ตั้งน้ำให้เดือดจัด ใส่เส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 3 นาที
(หากชอบเส้นหนึบสู้ฟัน แนะนำต้ม 2.30 นาที เพราะเส้นจะระอุต่อตอนคลุกซอส)
2. รินน้ำออก: เทน้ำออกให้แห้งสนิท (แนะนำให้เหลือเนื้อน้ำขลุกขลิกไว้ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
เพื่อช่วยให้ผงปรุงรส) และน้ำมันซอสหม่าล่าละลายเคลือบเส้นได้เนียนฉ่ำ ไม่จับตัวเป็นก้อน
3. คลุกซอสซี้ด: ใส่ผงปรุงรสและน้ำมันหม่าล่าที่ให้มาในซอง คลุกเคล้าให้เข้ากับเส้นอย่างรวดเร็ว
ขณะที่เส้นยังร้อนๆ เพื่อให้กลิ่นเครื่องเทศเสฉวนโชยหอมเตะจมูก
“น้ำส้มสายชูแดง” หรือ Akazu (อากาสึ) เป็นวัตถุดิบชั้นสูงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานในประเทศญี่ปุ่น กำเนิดขึ้นในสมัยเอโดะ จากการนำกากสาเกมาหมักบ่มนานถึง 3 ปี จนได้น้ำส้มสายชูสีแดงเข้มที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์และรสชาติกลมกล่อม ซึ่งเชฟซูชินิยมนำมาปรุงรสข้าวเพื่อช่วยถนอมอาหารและขับรสชาติของวัตถุดิบสดให้อร่อยยิ่งขึ้น
ปัจจุบันภูมิปัญญาดั้งเดิมนี้ถูกนำมาต่อยอดเป็น ซอสปรุงรสผสมน้ำส้มสายชูแดง สูตร 2 ที่พัฒนาปรับรสชาติให้นุ่มนวลและกลมกล่อมยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่ม Fiber (ไฟเบอร์) ที่ช่วยให้เมล็ดข้าวเรียงตัวสวย กระจายตัวได้ดีในปาก และนุ่มละมุน ให้เนื้อสัมผัสราวกับเชฟระดับมืออาชีพมาปั้นเองกับมือ ใช้งานง่ายเหมาะสำหรับทั้งครัวเรือนและร้านอาหาร เพียงนำไปผสมกับข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ ก็พร้อมเสิร์ฟทันทีโดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม ช่วยให้เม็ดข้าวนุ่ม เงางาม หอมละมุน พร้อมมอบรสชาติหวานอมเปรี้ยวและกลมกล่อมด้วยอูมามิที่เป็นเอกลักษณ์ของ Akazu ช่วยชูรสชาติของปลาสดและวัตถุดิบพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นแซลมอน ทูน่า หรือโฮตาเตะ ได้อย่างโดดเด่น ให้คุณสร้างสรรค์เมนูซูชิคุณภาพระดับร้านโอมากาเสะได้ง่าย ๆ สะดวก รวดเร็ว และอร่อยเป๊ะแบบมืออาชีพ!
คุณสมบัติและประโยชน์
• ช่วยให้ข้าวแตกตัวและกระจายตัวในปาก
• น้ำส้มซูชิช่วยควบคุมโครงสร้างข้าว ไม่ใช่แค่รสชาติ (ชะลอการแข็งตัวของข้าว)
• รักษาความอร่อยของข้าวได้นานขึ้น
• ช่วยให้คุณภาพซูชิสม่ำเสมอ แม้เก็บเย็น
• ยกระดับประสบการณ์การกิน
• สนับสนุนซูชิมืออาชีพ
• คุณภาพสม่ำเสมอและเป็นพันธมิตรของคุณภาพข้าว
ขั้นตอนการทำข้าวซูชิ
• หุงข้าวญี่ปุ่นให้สุกตามปกติ
• ขณะที่ข้าวสุกยังร้อนๆ ให้ตักข้าวใส่ชาม(หากเป็นอ่างไม้สำหรับผสมข้าวซูชิจะดียิ่งขึ้น)
• เท ซอสปรุงรสผสมน้ำส้มสายชูแดง ลงบนข้าวร้อนๆ
(สัดส่วนแนะนำ: ซอสประมาณ 10-15% ของน้ำหนักข้าวสุก หรือปรับตามความชอบ)
• ใช้ทัพพีพัด/ตัดข้าวเบาๆ ในแนวเฉียง เพื่อให้ซอสซึมเข้าเนื้อข้าวอย่างทั่วถึงโดยไม่ทำให้เม็ดข้าวบดขยี้
• พัดให้ข้าวเย็นลงจนถึงอุณหภูมิห้อง ก่อนนำไปปั้นซูชิ หรือทำข้าวหน้าต่างๆ
คำแนะนำ
• เก็บรักษาในอุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส และพ้นจากแสงแดด
• หลังจากเปิดขวดแล้ว ควรเก็บแช่ในตู้เย็น
• ผลิตภัณฑ์อาจมีตะกอนจากวัตถุดิบ ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติไม่มีผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์
สายเผ็ด สายชีส เตรียมฟินให้สุดกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่รวมความเผ็ดร้อนสไตล์เกาหลีและความหอมมันของชีสไว้ในชามเดียวอย่างลงตัว เพียงต้มเส้นแล้วคลุกกับซอส ก็ได้สัมผัสเส้นบะหมี่เหนียวนุ่มที่เคลือบด้วยซอสไก่เผ็ดรสเข้มข้น หอมกลิ่นเครื่องเทศสไตล์เกาหลี ช่วยปลุกความอยากอาหารได้ตั้งแต่คำแรกที่ได้ลิ้มลอง ก่อนจะตามมาด้วยความนัวร์ละมุนของชีสที่ช่วยเติมเต็มรสชาติให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น ยิ่งกินยิ่งเพลิน เพราะทุกคำเต็มไปด้วยความเผ็ดกำลังดี ผสานความหอมมันแบบพอดี ไม่เผ็ดจนเกินไป และไม่เลี่ยนจนเกินเหตุ กลายเป็นรสชาติที่ลงตัวจนอยากคีบต่อแบบไม่รู้ตัว เพิ่มความอร่อยได้อีกขั้นด้วยไข่ออนเซ็น ไข่ดาวเยิ้ม ๆ ชีสยืด หรือไก่ทอดกรอบสไตล์เกาหลี รับรองว่าฟินเหมือนได้นั่งกินร้านดังโดยไม่ต้องออกจากบ้าน เหมาะสำหรับมื้อกลางวัน มื้อเย็น หรือมื้อดึกยามหิวก็อร่อยสะใจทุกเวลา
วิธีทาน "บะหมี่แบบแห้ง" มีขั้นตอนง่ายๆ 3 ขั้นตอน
• เปิดฝาพับแกะซองเครื่องปรุงและซอสออก เติมน้ำร้อนให้ถึงเส้นขอบภายในถ้วย ปิดฝารอประมาณ 3-5 นาที
• เปิดช่องระบายน้ำที่ฝาเพื่อเทน้ำร้อนออกให้หมด
• ฉีกซองเครื่องปรุงรสไก่เผ็ดและผงชีสลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากับเส้นในขณะที่ยังร้อนอยู่ พร้อมรับประทานทันที
เหนื่อยๆหรือหิวดึกๆ ต้องเยียวยาด้วยนิสชินรสซุปเกาหลี ฮอตแอนด์สไปซี่ ซองนี้เท่านั้น! ทันทีที่ฉีกซอง กลิ่นหอมกรุ่นของพริกเกาหลีและเครื่องเทศสูตรลับก็โชยมาแตะจมูกชวนน้ำลายสอ ทีเด็ดอยู่ที่ เส้นบะหมี่สีเหลืองทอง หนานุ่ม เหนียวหนึบหนับ สไตล์เกาหลีแท้ๆ ยิ่งตอนต้มในน้ำซุปสีแดงเข้มข้น ควันร้อนๆ โชยฟุ้ง บอกเลยว่าใจสั่น! เมื่อสูดเส้นฉ่ำซุปเข้าปาก สัมผัสแรกคือความเหนียวนุ่มสู้ฟัน ตามด้วยรสชาติซุปเผ็ดร้อนกำลังดี กลมกล่อม เข้มข้น ซดร้อนๆ โล่งคอ อยากฟินขั้นสุดลองตอกไข่เยิ้มๆ วางชีสแผ่นหนา หรือแกล้มกิมจิกรอบๆ ยกร้านหม้อไฟเกาหลีพรีเมียมมาไว้ที่บ้านคุณ อร่อยจัดเต็มจนหยดสุดท้าย แซ่บถึงใจจนหยุดกินไม่ได้จริงๆ
วิธีทำง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน
1. ต้มน้ำให้เดือด: ตั้งน้ำสะอาดประมาณ 400 มล. ให้เดือดพล่าน
2. ต้มเส้นให้หนึบ: ใส่เส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 3-4 นาที
(เคล็ดลับ: ใช้ตะเกียบคีบเส้นยกขึ้นมาสัมผัสอากาศบ่อยๆ จะช่วยให้เส้นเหนียวนุ่ม เด้งสู้ฟันยิ่งขึ้น)
3. ใส่เครื่องปรุง: เทผงซุปเกาหลีฮอตแอนด์สไปซี่ลงไป คนให้เข้ากันจนละลาย ปิดไฟพร้อมยกเสิร์ฟ
อร่อยกลมกล่อมกับซุปหม้อไฟรสกิมจิ ในแบบสไตล์ญี่ปุ่น
น้ำซุปหม้อไฟรสกิมจิ จากแบรนด์ เอบาระ (Ebara) มีเบสรสชาติจากโกชูจัง กระเทียม และน้ำมันงา เสริมความกลมกล่อมด้วยสารสกัดจากอาหารทะเลและปลาโอแห้ง ทำให้ซุปมีรสเค็ม เผ็ด และอมเปรี้ยวเล็กน้อยอย่างลงตัว นอกจากทำซุปกิมจิแล้ว ยังสามารถเอาไปประยุกต์ทำเมนูอื่นๆ ได้หลากหลาย เช่น ข้าวผัดกิมจิ อุด้งผัดกิมจิ หรือจะใช้เป็นเบสทำซุปกิวด้ง (ข้าวหน้าเนื้อ) รสเผ็ดก็เข้ากันได้ดีมากค่ะ
มาพร้อมนวัตกรรม “ปุจิโตะ” แคปซูลน้ำซุปขนาดจิ๋ว ใช้งานสะดวก แค่ใช้ในปริมาณที่ต้องการ (1 ถุง มี 6 แคปซูล) ช่วยให้ทำหม้อไฟได้ง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำซุปเหลือทิ้งค่ะ
วิธีทำหม้อไฟ (สำหรับ 2 ที่)
• เปิดแคปซูลจิ๋ว 2 ถ้วย และน้ำ 300 มล. ลงในหม้อ
• ใส่วัตถุดิบต่างๆ แล้วต้มให้สุก เมื่อวัตถุดิบสุกแล้ว พร้อมรับประทานค่ะ
เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นความท้าทายสุดซี้ด! ด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประเภทเส้นเมนูแห้งชั้นเลิศ ที่มาพร้อมกับเส้นบะหมี่หนานุ่ม หนึบหนับตามตำรับนิสชิน คลุกเคล้าเข้ากันได้อย่างดีเยี่ยมกับซอสไก่เผ็ดเกาหลีสูตรเข้มข้น รสชาติเผ็ดร้อน กลมกล่อม หอมกลิ่นเครื่องเทศโชยเตะจมูกตั้งแต่คำแรกที่คลุก ตัวซอสสีแดงเข้มเคลือบเส้นแบบเน้นๆ ทุกคำที่เคี้ยวจะสัมผัสได้ถึงความนุ่มเด้งและความแซ่บซี๊ดจนหยุดไม่ได้ อร่อยง่าย สะดวกสุดๆ ในรูปแบบถ้วยคัพพกพา จะมื้อด่วน มื้อดึก หรือจัดปาร์ตี้ท้าความเผ็ดกับกลุ่มเพื่อนก็ฟินได้ทุกที่ เพียงเติมน้ำร้อน 3-4 นาที เทน้ำออก แล้วเทซอสคลุกเคล้าก็พร้อมทานทันที! ยิ่งเพิ่มท็อปปิ้งด้วยชีสเยิ้มๆ ไข่ต้มยางมะตูม หรือทานแกล้มกับกิมจิกรอบๆ บอกเลยว่าอร่อยยกระดับความฟินเหมือนบินไปกินที่กรุงโซล สายกินเส้นและสาวก K-Food ต้องมีติดบ้านไว้แล้ว
วิธีทานง่าย 3 ขั้นตอน
• เติมน้ำร้อนจนถึงระดับเส้นขอบด้านในถ้วย ปิดฝารอประมาณ 3-4 นาที เพื่อให้เส้นเหนียวนุ่มได้ที่
• เปิดช่องรินน้ำบนฝา เพื่อเทน้ำร้อนออกให้หมด
• ฉีกซองซอสไก่เผ็ดเกาหลีและเครื่องปรุงเทลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากันดี พร้อมทานทันที
ความอร่อยสดชื่นแบบญี่ปุ่น ที่ลงตัวด้วยซอสยูสุพอนซึ
ถ้าคุณชอบรสชาติเปรี้ยวอมหวาน หอมกลิ่นเลม่อนญี่ปุ่นอย่างยูซุ ต้องไม่พลาด นัตโตะรสชาติใหม่จากแบรนด์ฮามานะสึ เพราะนี่คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างถั่วเหลืองหมักเพื่อสุขภาพ กับซอสยูสุพอนซึที่ให้ความรู้สึกสดชื่นไม่เหมือนใคร ทำให้ทานง่ายและอร่อยจนหยุดไม่ได้
นัตโตะถ้วยนี้ถูกยกระดับความอร่อยขึ้นไปอีกขั้นด้วยซอสยูสุพอนซึสูตรพิเศษ :
• ความสดชื่นของยูซุ: จุดเด่นคือ ซอสปอนซุรสยูซุ ที่มีรสเปรี้ยวอมหวานและกลิ่นหอมของยูซุที่สดชื่นมากๆ ทำให้ความรู้สึกหนัก ๆ ของนัตโตะเปลี่ยนไป กลายเป็นรสชาติที่สว่างและเบา ทานได้เรื่อย ๆ
• ถั่วเหลืองเม็ดเล็กคุณภาพ: นัตโตะใช้ถั่วเหลืองเม็ดเล็ก (Kotsubu Daizu) คุณภาพดีจาก ฮอกไกโด ซึ่งเป็นแหล่งผลิตถั่วชั้นเยี่ยม ทำให้ถั่วมีความเนียนนุ่มและคลุกเคล้ากับซอสได้อย่างง่ายดาย
• ทานง่ายแม้เป็นมือใหม่: รสเปรี้ยวหอมของยูซุช่วยตัดกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของนัตโตะได้เป็นอย่างดี ทำให้เป็นอีกตัวเลือกที่เหมาะมากสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นลองทาน
• ประโยชน์เต็มถ้วย: นัตโตะ เป็นแหล่งโปรตีนที่ดีเยี่ยม และเต็มไปด้วยสารอาหารสำคัญอย่างโปรไบโอติก วิตามิน K2 และเอนไซม์นัตโตะไคเนส ที่ช่วยดูแลสุขภาพลำไส้และระบบไหลเวียนโลหิต
วิธีเตรียมและอร่อยกับนัตโตะ
สินค้าจัดส่งแบบแช่แข็ง เพื่อรักษาความสดใหม่ ดังนั้นควรเตรียมสินค้าตามขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนการเตรียม:
1. นำนัตโตะ ออกจากช่องฟรีซ (ช่องแข็ง)
2. พักไว้ที่อุณหภูมิห้องสักครู่ เพื่อให้คลายความเย็นจนนิ่มลง หรือนำไปพักในตู้เย็นช่องธรรมดา
3. เมื่อถั่วละลายและนิ่มแล้ว จึงนำมาทาน
เคล็ดลับการคนนัตโตะให้ฟู
หัวใจสำคัญของการทาน นัตโตะ คือการคนค่ะ การคนนัตโตะไม่ได้มีแค่เรื่องความเหนียว แต่เป็นการดึงเอาสารอาหารสำคัญอย่าง เอนไซม์นัตโตะไคเนสออกมาทำงาน และยังช่วยให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้นด้วยค่ะ
ขั้นตอนที่ 1: คนก่อนปรุงรส
• ตักซอสออกก่อน: นำซอง ซอสรสบ๊วยและมัสตาร์ด (ถ้ามี) ออกจากถ้วยก่อนค่ะ
• เริ่มคนเปล่า ๆ: ใช้ตะเกียบหรือส้อม คนนัตโตะในถ้วยอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
- เน้นความเร็ว: ไม่จำเป็นต้องคนวนเป็นวงกลมแบบเป๊ะ ๆ แต่เน้นการคนแบบซิกแซ็กสลับไปมาด้วยความเร็วค่ะ
- จำนวนครั้ง: ให้คนอย่างน้อย 50 ครั้ง ค่ะ พอคนไปเรื่อย ๆ คุณจะสังเกตเห็นว่านัตโตะเริ่มมี ฟองสีขาวขุ่น และ ใยเหนียว ๆ เพิ่มขึ้นมาเยอะมาก
ขั้นตอนที่ 2: คนพร้อมปรุงรส
• เติมซอสบ๊วย: เมื่อนัตโตะเริ่มเป็นฟองได้ที่แล้ว ให้ใส่ ซอสรสบ๊วย (หรือเครื่องปรุงอื่น ๆ ตามชอบ) ลงไป
• คนต่ออีก 10-20 ครั้ง: คนผสมให้ซอสเข้ากันดีค่ะ การคนรอบสองนี้จะช่วยให้รสชาติของซอสซึมเข้าไปในถั่วและฟองนัตโตะอย่างทั่วถึง ทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
ถ้าคุณพร้อมที่จะเปิดรับความอร่อยใหม่ที่ทั้งสดชื่นและดีต่อสุขภาพ ลองให้ นัตโตะซอสยูซุ เป็นตัวเลือกในมื้อต่อไป รับรองว่าถูกใจสายเฮลตี้ที่ชอบรสชาติเปรี้ยวอมหวานอย่างแน่นอน"
อาหารเพื่อสุขภาพจากญี่ปุ่น ที่กินง่ายและอร่อยลงตัว
สำหรับใครที่อยากลองทาน นัตโตะ (Natto) แต่ยังกังวลเรื่องกลิ่นหรือเนื้อสัมผัส เราขอแนะนำ นัตโตะ ฮามานะสึ (Hamanasu) สูตรเม็ดเล็กพิเศษ เพราะนี่คือตัวเลือกที่ถูกใจคนญี่ปุ่นและเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับมือใหม่ ที่สำคัญคือมาพร้อมกับคุณประโยชน์ด้านสุขภาพแบบเต็มๆ
นัตโตะคือเคล็ดลับสุขภาพดีของคนญี่ปุ่น เป็นถั่วเหลืองหมักที่อัดแน่นไปด้วยโปรไบโอติกและเอนไซม์ นัตโตะไคเนส ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าช่วยส่งเสริมระบบย่อยอาหารให้ทำงานดีขึ้น และยังดีต่อสุขภาพหัวใจ รวมถึงเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและบำรุงกระดูกให้แข็งแรงอีกด้วย
จุดเด่น
• เม็ดเล็ก เคี้ยวง่าย: นัตโตะของฮามานะสึเป็นแบบเม็ดเล็กพิเศษ (Gokukotsubu) ทำให้เนื้อสัมผัสมีความละเอียดกว่าแบบเม็ดใหญ่ และผสมเข้ากับซอสได้ง่ายกว่า ถูกปากคนที่ไม่คุ้นเคยกับความเหนียวของนัตโตะ
• รสชาติกลมกล่อมลงตัว: นัตโตะถ้วยนี้มาพร้อมกับซอสสูตรพิเศษที่ให้รสอูมามิ ทำให้รสชาติของถั่วเหลืองหมักมีความกลมกล่อมและอร่อยยิ่งขึ้น เพียงแค่เติมซอสและมัสตาร์ดที่มาในแพ็กเกจ ก็พร้อมทานได้ทันที
• คุณภาพญี่ปุ่นแท้ๆ: สินค้านี้ถูกนำเข้าจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าให้ความสำคัญกับคุณภาพและความสะอาดในกระบวนการผลิต ทำให้คุณมั่นใจได้ว่านัตโตะที่คุณทานนั้น สดใหม่และได้มาตรฐาน
วิธีทำความอร่อยง่ายๆ สไตล์ญี่ปุ่น
ชาวญี่ปุ่นนิยมทาน นัตโตะ ในมื้อเช้า เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์ไปตลอดวัน วิธีทานก็ง่ายมากๆ
1. นำนัตโตะมาวางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-60 นาที เพื่อให้นัตโตะที่แช่แข็งไว้ละลาย
2. เปิดฝาและเทซอสกับมัสตาร์ดที่แถมมาลงไป
3. ใช้ตะเกียบคน นัตโตะ อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องจนเกิดฟองและความเหนียวเป็นเส้นใย
4. ตักวางบนข้าวสวยญี่ปุ่นร้อน ๆ หรือจะทานคู่กับไข่แดงและต้นหอมซอยก็อร่อยลงตัว
คล็ดลับการคนนัตโตะให้ฟู
หัวใจสำคัญของการทาน นัตโตะ คือการคนค่ะ การคนนัตโตะไม่ได้มีแค่เรื่องความเหนียว แต่เป็นการดึงเอาสารอาหารสำคัญอย่าง เอนไซม์นัตโตะไคเนสออกมาทำงาน และยังช่วยให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้นด้วยค่ะ
ขั้นตอนที่ 1: คนก่อนปรุงรส
• ตักซอสออกก่อน: นำซอง ซอสรสบ๊วยและมัสตาร์ด (ถ้ามี) ออกจากถ้วยก่อนค่ะ
• เริ่มคนเปล่า ๆ: ใช้ตะเกียบหรือส้อม คนนัตโตะในถ้วยอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
- เน้นความเร็ว: ไม่จำเป็นต้องคนวนเป็นวงกลมแบบเป๊ะ ๆ แต่เน้นการคนแบบซิกแซ็กสลับไปมาด้วยความเร็วค่ะ
- จำนวนครั้ง: ให้คนอย่างน้อย 50 ครั้ง ค่ะ พอคนไปเรื่อย ๆ คุณจะสังเกตเห็นว่านัตโตะเริ่มมี ฟองสีขาวขุ่น และ ใยเหนียว ๆ เพิ่มขึ้นมาเยอะมาก
ขั้นตอนที่ 2: คนพร้อมปรุงรส
• เติมซอสบ๊วย: เมื่อนัตโตะเริ่มเป็นฟองได้ที่แล้ว ให้ใส่ ซอสรสบ๊วย (หรือเครื่องปรุงอื่น ๆ ตามชอบ) ลงไป
• คนต่ออีก 10-20 ครั้ง: คนผสมให้ซอสเข้ากันดีค่ะ การคนรอบสองนี้จะช่วยให้รสชาติของซอสซึมเข้าไปในถั่วและฟองนัตโตะอย่างทั่วถึง ทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นมื้อไหน นัตโตะฮามานะสึ ก็พร้อมเป็นสุดยอดอาหารสุขภาพที่ทำให้คุณรู้สึกดีได้ทุกวัน ลองสั่งไปชิม แล้วคุณจะติดใจกับความอร่อยที่มีประโยชน์ต่อร่างกายถ้วยนี้เลย!"
ทำไมโรงหมักวิเนการ์ที่ดีที่สุด ต้องซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขา
หนึ่งในจุดเด่นที่โดดเด่นของน้ำส้มสายชูอุจิโบริ (Uchibori Vinegar) คือความมุ่งมั่นและความพิถีพิถันในการผลิตน้ำส้มสายชู บริษัทเลือกสร้างโรงหมักน้ำส้มสายชูท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม เพราะเชื่อว่าสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่บริสุทธิ์และอุดมสมบูรณ์จะช่วยให้เกิดแบคทีเรียกรดอะซิติกที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตน้ำส้มสายชูชั้นดี ด้วยเหตุนี้โรงหมักของอุจิโบริจึงถูกสร้างขึ้นท่ามกลางหุบเขาและธรรมชาติอันเงียบสงบ แม้ว่าสถานที่จะอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองและมีความยากลำบากด้านการขนส่งก็ตาม แต่บริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพของน้ำส้มสายชูมากกว่าความสะดวกสบาย เพื่อให้ได้น้ำส้มสายชูที่มีคุณภาพสูงและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ในทุกขวด
เหนื่อยล้ามาทั้งวัน ชาร์จความสดชื่นขั้นสุดด้วยพลังส้มยูสุไซตรัสขวดนี้
บอกลาความเหนื่อยล้าแล้วมาเติมความสดชื่นขั้นสุดบอกเลยว่าฉีกกฎน้ำส้มสายชูแบบเดิมๆไปเลย
• ความหอมสดชื่นจากธรรมชาติ 100%: ผสานพลังความเปรี้ยวอมหวานจากน้ำส้มยูสุ ร่วมกับน้ำส้มและน้ำองุ่นขาวเข้มข้น ให้กลิ่นอโรมาที่หอมเตะจมูกตั้งแต่เปิดขวด
• เปรี้ยวละมุนด้วยเบสข้าวญี่ปุ่น: เลือกใช้น้ำส้มสายชูหมักจากข้าวญี่ปุ่นชั้นดี รสชาติจึงมีความนุ่มนวล กลมกล่อม ไม่ฉุนและไม่แสบคอเหมือนน้ำส้มสายชูทั่วไป
• ชาร์จพลังลดความเพลีย: เป็นตัวช่วยชั้นยอดในการฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้า ดื่มแล้วรู้สึกผ่อนคลาย รีเฟรชร่างกายให้กลับมาสดใสกระปรี้กระเปร่าได้ทันที
ไม่ว่าจะสายเฮลตี้ที่ชอบมิกซ์เป็นเครื่องดื่มโซดาคุมน้ำหนัก หรือสายกูร์เมต์ที่ชอบทำน้ำสัดสลัดยูสุโฮมเมดทานเอง บอกเลยว่าขวดนี้ตอบโจทย์ความอร่อยแบบคลีนๆ ได้อย่างไร้ที่ติ
ไอเดียสูตรน้ำสลัดและเมนูสุขภาพ
น้ำสลัดยูสุไซตรัส
ส่วนผสมและอัตราส่วนสำหรับทำน้ำสลัด:
• ฟรุตส์ วินเนการ์ รสยูสุไซตรัส : 20.00%
• น้ำมันรำข้าว : 60.00%
• โชยุ/ซีอิ๊วญี่ปุ่น : 5.00%
• เกลือ : 2.50%
• น้ำส้มยูสุ : 10.00%
• ผิวส้มยูสุ: 2.50%
สมูทตี้ยูสุไซตรัสโยเกิร์ต
ส่วนผสมและสัดส่วนปริมาณต่อแก้ว (น้ำหนักรวม 600 กรัม):
• ฟรุตส์ วินเนการ์ รสยูสุไซตรัส : 150 กรัม
• ส้มแมนดารินแช่แข็ง : 100 กรัม
• น้ำแข็งก้อน : 300 กรัม
• กรีกโยเกิร์ต : 50 กรัม
สายเผ็ด สายชีส เตรียมฟินให้สุดกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่รวมความเผ็ดร้อนสไตล์เกาหลีและความหอมมันของชีสไว้ในชามเดียวอย่างลงตัว เพียงต้มเส้นแล้วคลุกกับซอส ก็ได้สัมผัสเส้นบะหมี่เหนียวนุ่มที่เคลือบด้วยซอสไก่เผ็ดรสเข้มข้น หอมกลิ่นเครื่องเทศสไตล์เกาหลี ช่วยปลุกความอยากอาหารได้ตั้งแต่คำแรกที่ได้ลิ้มลอง ก่อนจะตามมาด้วยความนัวร์ละมุนของชีสที่ช่วยเติมเต็มรสชาติให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น ยิ่งกินยิ่งเพลิน เพราะทุกคำเต็มไปด้วยความเผ็ดกำลังดี ผสานความหอมมันแบบพอดี ไม่เผ็ดจนเกินไป และไม่เลี่ยนจนเกินเหตุ กลายเป็นรสชาติที่ลงตัวจนอยากคีบต่อแบบไม่รู้ตัว เพิ่มความอร่อยได้อีกขั้นด้วยไข่ออนเซ็น ไข่ดาวเยิ้ม ๆ ชีสยืด หรือไก่ทอดกรอบสไตล์เกาหลี รับรองว่าฟินเหมือนได้นั่งกินร้านดังโดยไม่ต้องออกจากบ้าน เหมาะสำหรับมื้อกลางวัน มื้อเย็น หรือมื้อดึกยามหิวก็อร่อยสะใจทุกเวลา
ขั้นตอนการทำ (สูตรแห้งเข้มข้น)
• ต้มเส้น: ต้มน้ำสะอาดประมาณ 400-500 มล. ให้เดือดจัด จากนั้นนำเส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 4-5 นาที (สามารถปรับเวลาได้ตามความชอบว่าชอบเส้นนุ่มระดับไหน)
• รินน้ำออก: เมื่อเส้นสุกได้ที่ ให้รินน้ำออก แต่ห้ามรินออกจนแห้งสนิท แนะนำให้เหลือน้ำขลุกขลิกไว้ประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ เพื่อช่วยให้ผงปรุงรสและชีสละลายเคลือบเส้นได้เนียนนุ่ม ไม่จับตัวเป็นก้อน
• คลุกเคล้าความอร่อย: ใส่ผงปรุงรสไก่เผ็ดและผงชีสลงไป จากนั้นคนคลุกเคล้าให้เข้ากับเส้นอย่างรวดเร็วในขณะที่เส้นยังร้อน ๆ
ทริคอัปเกรดความฟิน (สูตรเด็กหอสูตรพรีเมียม)
• สายชีสเลิฟเวอร์: หลังจากคลุกซอสเสร็จแล้ว ให้วาง ชีสแผ่น หรือโรย มอสซาเรลล่าชีส ไว้ด้านบน แล้วนำเข้าไมโครเวฟไฟกลางประมาณ 30 วินาที ให้ชีสเยิ้มละลาย คลุกแล้วยืดสะใจมาก
• เพิ่มท็อปปิ้ง: แนะนำให้ทานคู่กับ ไข่ลวก/ไข่ต้มยางมะตูม, ไส้กรอก, ไก่ป็อป หรือสาหร่ายแผ่นอบกรอบ จะช่วยตัดรสเผ็ดและเพิ่มสารอาหารให้อิ่มอร่อยยิ่งขึ้น!
ถ้าคุณกำลังมองหาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ให้รสชาติเข้มข้นกว่าที่เคยลองมา นี่คือเมนูที่สายเผ็ดไม่ควรพลาด! มาพร้อมความเผ็ดร้อนจัดจ้าน ผสานกลิ่นหอมและรสชาติของล็อบสเตอร์ได้อย่างลงตัว ให้ความรู้สึกเหมือนได้ลิ้มลองเมนูซีฟู้ดสุดพรีเมียมในรูปแบบที่สะดวกและรับประทานง่าย เส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม เคี้ยวเพลิน เคลือบด้วยซอสฮอตชิลลี่รสเข้มข้นทั่วทุกเส้น ให้รสชาติที่ทั้งเผ็ด หอม กลมกล่อม และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ยิ่งรับประทานตอนร้อนๆ ยิ่งอร่อยถึงใจ เหมาะทั้งสำหรับมื้อเร่งด่วน มื้อดึก หรือวันที่อยากเติมความแซ่บให้กับวันธรรมดา เพียงไม่กี่นาทีก็ได้อิ่มอร่อยกับรสชาติระดับพรีเมียมที่ทั้งเข้มข้นและสะใจ เหมาะสำหรับคนที่ชอบลองรสชาติใหม่ๆ และหลงใหลในความเผ็ดแบบจัดเต็ม
ขั้นตอนการทำ
1. ต้มเส้น: ต้มน้ำให้เดือดจัด จากนั้นนำเส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 4-5 นาที
2. รินน้ำออก: เมื่อเส้นสุกได้ที่ ให้รินน้ำออกจนแห้งสนิท แนะนำให้เหลือเนื้อน้ำไว้ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
เพื่อให้คลุกเคล้าซอสได้ง่ายขึ้น ซอสจะเคลือบเส้นได้ฉ่ำวาว ไม่แห้งติดกันเกินไป
3. คลุกเคล้าซอส: ฉีกซองเครื่องปรุงรสฮอต ชิลลี่ ล็อบสเตอร์ ใส่ลงไป แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันกับเส้นจนทั่ว
กลิ่นหอมของล็อบสเตอร์จะโชยขึ้นมาทันที
4. พร้อมเสิร์ฟ: จัดใส่จาน พร้อมฟินกับความเผ็ดซี๊ดระดับพรีเมียม
นิสชิน รสอิปปุโดะ อากะมารุ ทงคตสึ ราเมน
สัมผัสความอร่อยแบบฉบับอิปปุโดะกับซุปทงคตสึ เพิ่มความแตกต่างด้วยความหอมจากน้ำมันกระเทียมสไตล์ญี่ปุ่นสูตรพิเศษ เข้ากันได้ดีกับรสชาติเผ็ดเล็กน้อยและบะหมี่เส้นเล็กเหนียวนุ่มตามสไตล์ของทางร้าน พร้อมเครื่องแน่นเต็มคัพ
วิธีรับประทาน
• เปิดฝา ลอกฝาถ้วยออกบางส่วนตามรอยประ
• ติมน้ำร้อนลงในถ้วยให้ถึงระดับเส้นขอบที่ระบุไว้ภายในถ้วย
• ปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 3 นาที เพื่อให้เส้นนุ่มและพร้อมรับประทาน
• หลังจากครบ 3 นาที ให้ฉีกซองเครื่องปรุง แล้วเทลงไปคนให้เข้ากันก่อนรับประทาน
** ห้ามนำเข้าไมโครเวฟ **