ขอแนะนำน้ำแร่ธรรมชาติจากแหล่งน้ำคุณภาพของประเทศญี่ปุ่น ที่ผ่านการรังสรรค์จากธรรมชาติอย่างพิถีพิถัน ให้รสสัมผัสที่นุ่มนวลและสดชื่น เหมาะกับการดื่มในทุกวันค่ะ
ผลิตภัณฑ์น้ำแร่ธรรมชาติ (Natural Mineral Water) ชิ้นนี้มาจากแบรนด์ ไอริส โอยามะ (Iris Ohyama) ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในประเทศญี่ปุ่นในฐานะแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าคุณภาพหลากหลายประเภท แหล่งกำเนิดของน้ำแร่นี้คือบริเวณรอบ ภูเขาไฟฟูจิ (Mt. Fuji) ในจังหวัดชิซูโอกะ (Shizuoka) น้ำซึมซาบผ่านชั้นหินใต้ดินของภูเขาไฟฟูจิเป็นเวลานานหลายปี ทำให้เกิดการกรองตามธรรมชาติอย่างช้า ๆ และดูดซับแร่ธาตุต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมาด้วย
จุดเด่นของน้ำแร่จาก ไอริส โอยามะ คือการคงรสชาติดั้งเดิมของน้ำที่ผ่านการกรองจากชั้นหินใต้ดินของภูเขาไฟฟูจิไว้ให้ได้มากที่สุด น้ำแร่นี้จัดเป็น น้ำอ่อน (Soft Water) ที่มีค่าความกระด้าง (Hardness) อยู่ในระดับต่ำ (โดยทั่วไปประมาณ $50 \text{ mg/L}$) ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของน้ำดื่มในประเทศญี่ปุ่น ทำให้มีรสชาติที่ ดื่มง่าย นุ่มละมุน และไม่มีรสชาติที่รู้สึกหนักลิ้นหรือบาดคอ
นอกจากความนุ่มนวลของรสชาติแล้ว น้ำแร่จากภูเขาไฟฟูจิยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เช่น วานาเดียม (Vanadium) ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่มักพบในน้ำที่มาจากแหล่งน้ำภูเขาไฟ และเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบการดูแลสุขภาพในญี่ปุ่น การดื่มน้ำแร่นี้จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งในการเพิ่มแร่ธาตุธรรมชาติเข้าสู่ร่างกายในแต่ละวันได้อย่างง่ายดายค่ะ
ความนุ่มนวลเป็นพิเศษ: จัดเป็นน้ำอ่อน (Soft Water) ที่มีรสชาติเป็นกลาง ทำให้ดื่มง่ายและไม่ทำให้รสชาติของอาหารหรือเครื่องดื่มที่นำไปผสมเปลี่ยนไป
แร่ธาตุจากธรรมชาติ: อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่ถูกดูดซับผ่านชั้นหินของภูเขาไฟฟูจิ เช่น วานาเดียม ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติในแหล่งกำเนิด
ความบริสุทธิ์ของแหล่งน้ำ: มาจากแหล่งน้ำบาดาลธรรมชาติบริเวณภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำแร่ที่ได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพ
ลองเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความสดชื่นและบริสุทธิ์จากแหล่งน้ำธรรมชาติของญี่ปุ่นดูสิคะ น้ำแร่จากภูเขาไฟฟูจินี้ จะช่วยให้คุณได้เพลิดเพลินกับรสชาติของน้ำแบบญี่ปุ่นแท้ ที่สามารถเติมเต็มความสุขเล็ก ๆ ให้กับชีวิตประจำวันของคุณได้ค่ะ
“ราเมนสูตรพิเศษ Two-Night Dried Ramen” รสชาติคุชิโระ โชยุ สัมผัสเหมือนเส้นสดจากร้าน!
นี่ไม่ใช่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปธรรมดา แต่คือ “Two-Night Dried Ramen” (เส้นตากแห้ง 2 คืน) ที่โดดเด่นด้วยกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถัน ให้คุณอร่อยได้แบบพรีเมียมง่ายๆ ที่บ้าน
จุดเด่นที่ต้องลอง
• ความลับของเส้นตากแห้ง 2 คืน : เส้นไม่ได้ผ่านการทอด แต่ใช้วิธีตากแห้งอย่างช้าๆ นานถึง 48 ชั่วโมง ในอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่ใกล้เคียงเส้นสด (Nama-men) มากที่สุด
• วัตถุดิบพรีเมียมจากฮอกไกโด : ผลิตจากแป้งสาลีฮอกไกโด 100% ให้เส้นมีความเหนียวนุ่ม พร้อมกลิ่นหอมเฉพาะตัว
• ซุปโชยุสูตรคุชิโระ : เป็นซุปโชยุที่มีความหอมจากส่วนผสมของปลาโอแห้งและเครื่องเทศ ให้รสชาติที่เค็มหวานอย่างลงตัว
เคล็ดลับความอร่อย : ราเมนคุชิโระมักจะเข้ากันได้ดีกับเครื่องเคียงง่ายๆ อย่างเช่น แผ่นสาหร่ายย่าง และต้นหอมญี่ปุ่นซอย รสสัมผัสของสาหร่ายจะยิ่งช่วยชูความหอมของซุปโชยุให้ชัดเจนขึ้น เหมือนได้ไปนั่งกินอยู่ที่ริมอ่าวคุชิโระเลยค่ะ
วิธีปรุงเพื่อรับประทาน
1. ต้มน้ำ 500 มล. (2.5 ถ้วย) ให้เดือดแล้ว ให้ใส่เส้นบะหมี่ลงไปต้มประมาณ 4.5 นาที ใช้ตะเกียบคนให้เข้ากันเพื่อป้องกันไม่ให้เส้นติดกัน
2. เมื่อเส้นสุกแล้ว ให้ปิดไฟ ใส่ซุปลงไปแล้วคนให้เข้ากัน (ปริมาณน้ำและเวลาในการต้มเส้นเป็นเพียงแนวทางเท่านั้น ปรับเปลี่ยนได้ตามความชอบ)
3. ตักใส่ชามพร้อมรับประทานได้เลย
ยูซุพอนสึ รสชาติเค็มๆ เปรี้ยวๆ แต่หอมมากๆๆ
เวลาทานชาบูชาบู หลายๆ ท่านจะชอบทานคู่กับซอสพอนสึเพื่อตัดรส วันนี้เรามียูสุพอนสึที่บอกเลยว่าหากได้ลองแล้วจะติดใจค่ะ เราเลือกใช้ซอสถั่วเหลืองหมักหรือโชยุเกรดพรีเมี่ยมจากแบรนด์ Shibanuma ที่ยังคงใช้กระบวนการหมักแบบดั้งเดิมในถังไม้ ซอสถั่วเหลืองที่ได้จะมีรสอูมามิ และมีกลิ่นหอมที่ได้จากการหมักแบบช้าๆ แบบไม่โดนความร้อนและกลิ่นหอมของถังไม้ที่ใช้ นำมาผสมกับยูสุแท้ๆ จากเมือง Miyazaki เมืองที่เป็นต้นกำเนิด และได้รับการยอมรับว่ายูสุที่ได้จากเมืองนี้ มีกลิ่นหอม และอร่อยที่สุดในโลก ทำให้ซอสที่ได้มีรสชาติที่ลงตัว ที่สำคัญเรายังไม่ใส่สารกันบูด สารเพิ่มฟอง หรือ ผงชูรส (MSG.) เพื่อให้คุณได้ทานอย่างสบายใจ เป็นซอสที่ทานคู่กับอะไรก็อร่อยค่ะ
คำแนะนำ
• สินค้าอาจเกิดฟองระหว่างขนส่งเนื่องจากเราไม่ได้ใส่สารกันฟอง ไม่มีผลต่อคุณภาพสินค้า
• เมื่อเปิดใช้งานแล้ว แนะนำให้เก็บในตู้เย็น เนื่องจากไม่มีสารกันบูด
ซุปมิโซะขาว อร่อยกลมกล่อม หอมสดชื่น
หากคุณชอบทานราเมนของนิสชิน นี่คือรสชาติที่คุณห้ามพลาด
นิสชิน (Nissin) ถือเป็นแบรนด์บะหมี่ชื่อดังระดับโลกที่หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดี ในซีรีส์ Demae Ramen Bar Noodle นี้ได้นำเสนอราเมงเส้นตรงที่ไม่ผ่านการทอด เมื่อนำมาต้มเพียงไม่กี่นาทีคุณจะได้สัมผัสกับเส้นราเมงเหนียวนุ่มที่เข้ากันได้ดีกับน้ำซุปรสชาติกลมกล่อม สำหรับห่อสีดำนี้เป็นรสซุปทงคตสึที่เคี่ยวจากกระดูกหมูจนได้รสอูมามิเข้มข้น เพิ่มความหอมด้วยงาและน้ำมันกระเทียมดำที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ โดยเฉพาะวิตามินซี, ซีลีเนียม และโพแทสเซียม ช่วยลดไขมันและคอเลสเตอรอลในเลือด, ลดความดันโลหิต, ลดน้ำตาลในเลือด, และมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยให้การไหลเวียนของเลือดในร่างกายทำงานได้ดียิ่งขึ้น น้ำซุปกลมกล่อมทานคู่กับเส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม เพียงเติมเนื้อสัตว์และผักที่ชอบอีกนิดก็อร่อยลงตัวแล้วค่ะ วิธีอร่อยกับ Nissin Bar Ramen 1. ต้มน้ำ 450 มล. ให้เดือด จากนั้นใส่เส้นราเมงลงไปต้มประมาณ 3 นาที ฉีกซองซุปผง (Soup Base) ใส่ลงในถ้วย 2. เมื่อเส้นสุกได้ที่ ยกลงจากเตา เทน้ำร้อนลงในถ้วยที่เตรียมไว้เพื่อละลายผงซุป จากนั้นใส่เส้นราเมงลงไป คนให้เข้ากัน 3. ฉีกซองน้ำมันกระเทียมดำ (Black Garlic Oil) ใส่ลงในถ้วย เติมเนื้อสัตว์ ผัก หรือท้อปปิ้งอื่นๆ ตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ
นิสชิน คัพ นูดเดิล รสซุปทะเลน้ำข้น
• รสซุปทะเลน้ำข้น รสชาติที่เป็นที่รู้จักกันดีของนิสชินที่เสิร์ฟความอร่อยตามสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ พร้อมเส้นบะหมี่แบบออริจินัล อีกทั้งปูอัดอบแห้ง, ปลาหมึกอบแห้ง, กะหล่ำปลีอบแห้ง, แครอทอบแห้ง และต้นหอมอบแห้ง
นิสชิน คัพ นูดเดิล รสซอสครีมต้มยำมันกุ้ง (แบบแห้ง)
• ถึงเครื่องต้มยำพร้อมรสชาติมันกุ้งเข้มข้น รสเปรี้ยว เผ็ดจัดจ้าน ผสานเส้นคุณภาพเหนียวนุ่มของนิสชิน ในรูปแบบแห้งที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมกุ้งอบแห้ง ไข่อบแห้ง และต้นหอมอบแห้ง
สัมผัสตำนานความอร่อยจากญี่ปุ่น... ซุปหูฉลามเข้มข้นสไตล์เสฉวน
เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นมื้อสุดหรูระดับภัตตาคารง่ายๆ ที่บ้านคุณ! ด้วยซุปหูฉลามแท้ที่คัดสรรวัตถุดิบจาก เมืองเคเซนนุมะ จังหวัดมิยางิ แหล่งหูฉลามอันดับ 1 ของญี่ปุ่นที่ทั่วโลกยอมรับ มาในสูตรสไตล์เสฉวน ที่โดดเด่นด้วยรสชาติกลมกล่อม หอมน้ำมันงา และมีความเผ็ดปลายลิ้นเบาๆ จากโต้วปั้นเจี้ยว (เต้าเจี้ยวพริก) ช่วยชูรสให้ทานสนุกและไม่เลี่ยน
จุดเด่นที่คุณต้องลอง:
• จุดเด่น : หูฉลามแท้จากเมืองเคะเซนนุมะ จังหวัดมิยางิ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตหูฉลามที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น
• รสชาติ : สูตรเสฉวน ที่มีความหอมของเครื่องเทศและโต้วปั้นเจี้ยว ให้รสชาติเผ็ดนิดๆ กลมกล่อมลุ่มลึก
• คอลลาเจน : มีคอลลาเจนสูงถึง 2,800 มิลลิกรัม ช่วยบำรุงผิวพรรณและข้อต่อในชามเดียว
• คุณภาพพรีเมียม : ใช้เทคโนโลยี Retort Pouch คงความสดและสารอาหารครบถ้วนโดยไม่ใส่วัตถุกันเสีย
• ความคุ้มค่า : 1 ซอง ขนาด 200 กรัม เป็นสูตรเข้มข้น สามารถทำทานได้ถึง 3-4 คน
วิธีทำง่ายๆ ใน 5 นาที :
• ฉีกซองแล้วเทเนื้อซุปเข้มข้นทั้งหมดลงในหม้อ
• เติมน้ำสะอาดหรือน้ำร้อนปริมาณ 400 มล. (หรือประมาณ 2 ถ้วยตวง) หรือน้ำร้อน (ปรับปริมาณตามความชอบ)
• คนให้ส่วนผสมเข้ากันดี เร่งไฟให้แรงขึ้น ตั้งหม้อจนน้ำซุปเริ่มเดือด
• ตอกไข่ไก่ 1 ฟอง ตีพอแตก (เหมือนทำไข่เจียว) เมื่อซุปเดือดพล่าน ให้ค่อยๆ เทไข่ลงไปเป็นสายเล็กๆ
• ใช้ตะเกียบหรือทัพพีคนเบาๆ วนไปทางเดียวกัน เพื่อให้ไข่กระจายตัวเป็นเส้นฝอยสวยงาม ไม่จับตัวเป็นก้อน
• พอไข่สุกได้ที่แล้ว ให้ปิดไฟทันที ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟขณะร้อนๆ
เคล็ดลับความอร่อย
• จิ๊กโฉ่ว (Black Vinegar): เหยาะจิ๊กโฉ่วลงไปเล็กน้อยตอนจะทาน ความเปรี้ยวของมันจะไปตัดเลี่ยนและดึงรสหวานของหูฉลามให้เด่นชัดขึ้น
• พริกไทยขาวป่น: แนะนำให้ใช้พริกไทยขาวแท้ป่นละเอียด โรยหน้าก่อนเสิร์ฟเพื่อเพิ่มความร้อนแรงแบบนุ่มนวล
• น้ำมันพริกรายู (Layu): เนื่องจากเป็นซุปสไตล์เสฉวน การหยดน้ำมันพริกญี่ปุ่นลงไปสัก 2-3 หยดจะช่วยเพิ่มสีสันและกลิ่นหอมที่เย้ายวนใจ
• โรยหน้าด้วยผักชีหรือต้นหอมซอย: ความสดของผักสีเขียวจะช่วยตัดรสเข้มข้นของซุปทำให้ทานได้คล่องคอขึ้น
• ทานคู่กับข้าวกรอบ: ลองทานคู่กับข้าวตังหรือข้าวพอง(Okaki) จะได้มิติการทานที่สนุกขึ้นจากความกรอบที่ชุ่มไปด้วยน้ำซุป
"ความอร่อยระดับเชฟญี่ปุ่น ในราคาที่ใครก็เอื้อมถึง... อิ่ม อร่อย และได้ผิวสวยไปพร้อมกัน!"
ซอสปลาไหลญี่ปุ่นแท้แบรนด์ Nihon Shokken จากญี่ปุ่น ซอสสูตรต้นตำรับ รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันจากวัตถุดิบคุณภาพดี ให้รสชาติกลมกล่อม หอมหวาน และมีความเข้มข้นกำลังดี เหมาะสำหรับปรุงอาหารหลากหลายเมนู โดยเฉพาะเมนูปลาไหลย่าง (Unagi Don) ที่จะช่วยยกระดับความอร่อยให้เหมือนกับรับประทานที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูหลัก:
• ข้าวหน้าปลาไหล: ราดซอสปลาไหลลงบนปลาไหลย่างที่เตรียมไว้ แล้วเสิร์ฟพร้อมข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ และสาหร่าย
• ปลาไหลย่าง: ใช้เป็นซอสสำหรับย่างปลาไหลโดยตรง เพื่อให้ได้รสชาติและกลิ่นหอมที่เข้มข้น
เมนูอื่นๆ:
• ข้าวปั้น/ซูชิ: ใช้ราดบนข้าวปั้น หรือซูชิหน้าต่างๆ เพื่อเพิ่มรสชาติและความเงางาม
• ยากิโทริ: ทาซอสขณะย่าง เพื่อให้ได้รสชาติที่เข้มข้น หอมหวาน
• ผัดผัก/เนื้อสัตว์: ใช้เป็นส่วนผสมในการผัดผัก หรือเนื้อสัตว์ เพื่อเพิ่มรสชาติแบบญี่ปุ่น
• บาร์บีคิวญี่ปุ่น: ใช้เป็นซอสหมัก หรือซอสจิ้มสำหรับเมนูบาร์บีคิวสไตล์ญี่ปุ่น
นิสชิน คัพ นูดเดิล รสซุปทะเลน้ำข้น
• รสซุปทะเลน้ำข้น รสชาติที่เป็นที่รู้จักกันดีของนิสชินที่เสิร์ฟความอร่อยตามสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ พร้อมเส้นบะหมี่แบบออริจินัล อีกทั้งปูอัดอบแห้ง, ปลาหมึกอบแห้ง, กะหล่ำปลีอบแห้ง, แครอทอบแห้ง และต้นหอมอบแห้ง
การทำซุปมิโซะจะไม่ยากอีกต่อไป
ซุปมิโซะผสมสาหร่ายวากาเมะ จากแบรนด์ ฮิคาริ มิโซะ (Hikari Miso) การทานซุปมิโซะกับอาหารญี่ปุ่นนั้นถือเป็นของคู่กัน นี่คือวิธีที่คุณจะได้ลิ้มรสซุปมิโซะที่ดีที่สุด ทั้งสะดวก ง่าย และรวดเร็ว ซองเล็กพกติดตัวได้ ในแพ็คจะมีทั้งหมด 12 ซอง สำหรับการทาน 12 ที่
วิธีทำ
1. เทมิโซะลงในถ้วยซุป
2. เติมน้ำร้อนประมาณ 160 มล. คนให้เข้ากัน เพียงเท่านี้ก็พร้อมรับประทานแล้วค่ะ
ซอสสเต็กหัวหอมจากเอบาระ คือหนึ่งในเคล็ดลับที่ร้านอาหารญี่ปุ่นนิยมใช้ เพราะรสชาติไม่ได้แค่เค็มหรือหวาน แต่มีความกลมกล่อม จากการผสมผสานของหัวหอมที่ผ่านการปรุงจนหอมละมุน กับโชยุสูตรเฉพาะ ทำให้ซอสมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ช่วยขับรสชาติของเนื้อให้โดดเด่นขึ้น สิ่งที่ทำให้ซอสตัวนี้แตกต่างคือ มันไม่ได้กลบรสเนื้อ แต่กลับช่วยดึงรส ของวัตถุดิบออกมาให้ชัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัวที่มีความฉ่ำ หมูที่นุ่ม หรือไก่ที่หอม ซอสจะเคลือบทุกคำให้มีมิติของรสชาติแบบพอดีๆ ไม่หนักจนเลี่ยน และไม่จางจนรู้สึกขาดอะไรไป สำหรับคนที่ทำอาหารทานเองที่บ้าน ซอสนี้เหมือนเป็นตัวช่วยลัดที่เปลี่ยนเมนูธรรมดาให้ดูโปรขึ้นทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาปรุงซอสเองหลายขั้นตอน แค่ย่างเนื้อให้ได้ระดับความสุกที่ชอบ แล้วราดซอสลงไป ความหอมจะลอยขึ้นทันทีเหมือนยืนอยู่หน้าเตาในร้านอาหารญี่ปุ่น ยิ่งถ้าใครทำร้านอาหารหรือขายเดลิเวอรี่ ซอสแบบซองยังช่วยควบคุมปริมาณได้ง่าย ทำให้รสชาติแต่ละจานคงที่ ลูกค้ากินครั้งไหนก็ได้มาตรฐานเดียวกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับธุรกิจอาหาร และความดีงามไม่ได้หยุดแค่สเต็ก เพราะซอสตัวนี้ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเมนูอื่นได้อีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นแฮมเบิร์ก ข้าวผัด หรือเนื้อย่างกระทะร้อน เรียกได้ว่าซองเดียวแต่ใช้งานได้หลากหลาย ซอสตัวนี้คือคำตอบที่ทั้งง่ายและคุ้มค่า…แบบที่ลองครั้งเดียวแล้วมักจะมีติดบ้านยาวๆ
วิธีใช้ง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน:
1. เตรียมเนื้อ: นำเนื้อออกมาพักให้อยู่ในอุณหภูมิห้องก่อนย่างประมาณ 30 นาที
2. ย่างให้เป๊ะ: ตั้งกระทะให้ร้อน ย่างเนื้อจนได้ความสุกที่ต้องการ
3. ราดความอร่อย: จัดเนื้อใส่จาน แล้วหยิบซอสปรุงรสสเต็ก รสหัวหอมใหญ่ มาหักถ้วยแล้วราดลงบนเนื้อได้ทันที
(ตัวซอสสามารถทานได้เลยโดยไม่ต้องนำไปอุ่นร้อน เพื่อคงรสชาติสดใหม่)
วิธีเปิดใช้ถ้วยซอส (Puchitto)
• หันด้านฝาฟอยล์ขึ้นด้านบน
• พับตามรอยประจนได้ยินเสียง "ปุจิ"
• ค่อยๆ บีบซอสราดลงบนอาหาร
แนะนำเมนูอาหาร
• สเต็กเนื้อ/หมู/ไก่: ย่างเนื้อสัตว์ที่ชอบจนสุก พักเนื้อไว้ แล้วราดซอสจากถ้วยได้ทันที
• แฮมเบิร์ก: เนื้อบดปั้นก้อนย่างฉ่ำๆ ราดซอสนี้จะช่วยตัดเลี่ยนมันเนื้อได้ดีมาก
• ปลาแซลมอนย่าง: ราดซอสนี้บนแซลมอนย่างเกลือ จะได้รสชาติสไตล์ญี่ปุ่น
• ข้าวหน้าเนื้อ: ผัดเนื้อสไลด์กับหอมหัวใหญ่ในกระทะ พอสุกแล้วเทซอส ลงไปคลุกให้เข้ากัน วางบนข้าวสวยร้อนๆ
• ข้าวหน้าหมูทอด: ใช้ราดแทนซสทงคัตสึแบบเดิมๆ สำหรับคนที่ชอบรสชาติที่หอมสดชื่นจากหอมหัวใหญ่
• หมูผัดหอมหัวใหญ่: ใช้ซอสนี้เป็นเบสในการผัดหมูสไลด์ เพิ่มต้นหอมญี่ปุ่นหรือพริกหยวก อร่อยแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม
ทำไมสเต็กในร้านญี่ปุ่นถึงหอมเย้ายวนจนหยุดกินไม่ได้ ความลับอยู่ที่ “ซอส” ซอสสเต็กกระเทียมสูตรนี้โดดเด่นด้วยความหอมของกระเทียม ผสานความเค็มกลมกล่อมของโชยุ ให้รสชาติที่ลึกและมีมิติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อย่างฉ่ำๆ หรือหมูสเต็กนุ่มๆ เพียงราดซอสลงไปก็ช่วยดึงรสชาติให้โดดเด่นขึ้นทันที เหมาะทั้งสำหรับทำกินเองที่บ้าน หรือเพิ่มมูลค่าให้เมนูในร้านของคุณแบบง่ายๆ พูดง่ายๆ คือมีซองนี้ติดครัวไว้ ชีวิตการทำอาหารจะง่ายขึ้นเยอะและอร่อยขึ้นแบบไม่ต้องพยายามมาก
หากคุณกำลังมองหาเคล็ดลับที่จะทำให้สเต็กจานพิเศษของคุณสมบูรณ์แบบ ซอสสเต็ก รสกระเทียมนี้ คือคำตอบ ด้วยส่วนผสมที่ลงตัวของโชยุชั้นดีและกระเทียมคั่วที่ให้กลิ่นหอมเย้ายวนใจ พร้อมจุดเด่นเรื่อง “ความสะดวก” ใน 1 ซองใหญ่ที่บรรจุซอสแบบถ้วยย่อย 4 ถ้วย ช่วยให้คุมรสชาติได้เป๊ะทุกครั้ง ไม่ว่าจะทำกินเองหรือเสิร์ฟลูกค้า ก็อร่อยได้มาตรฐานเดียวกับร้านอาหารญี่ปุ่น โดยไม่ต้องเตรียมเครื่องปรุงให้วุ่นวาย
วิธีปรุงสเต็กให้อร่อย
1. เตรียมเนื้อ: นำเนื้อออกจากตู้เย็นพักไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 30 นาที เพื่อให้ความร้อนเข้าถึงเนื้อได้สม่ำเสมอเวลาทอด
2. การทอด: ตั้งกระทะให้ร้อนจัดด้วยไฟแรง นำเนื้อลงจี่ เมื่อเริ่มเห็นน้ำเนื้อซึมขึ้นมาที่ด้านบน ให้พลิกกลับด้านแล้วย่างต่อจนได้ความสุกที่ต้องการ
3. การใช้ซอส: จัดเนื้อใส่จาน "ก่อนรับประทาน" ให้หักถ้วยซอสราดลงบนเนื้อโดยตรง (ไม่ต้องนำซอสไปผัดในกระทะ เพื่อรักษาความหอมของกระเทียม)
วิธีเปิดใช้ถ้วยซอส (Puchitto)
• หันด้านฝาฟอยล์ขึ้นด้านบน
• พับตามรอยประจนได้ยินเสียง "ปุจิ"
• ค่อยๆ บีบซอสราดลงบนอาหาร
แนะนำเมนูอาหาร
นอกจากสเต็กเนื้อวัวแล้ว ยังสามารถนำไปปรับใช้กับเมนูอื่นๆ ได้หลากหลาย:
• สเต็กหมูหรือไก่: เพิ่มความหอมกรุ่นให้เนื้อขาว
• ข้าวหน้าเนื้อ (Gyudon): ราดบนเนื้อผัดหัวหอมทานกับข้าวสวยร้อนๆ
• แฮมเบิร์ก (Hamburger Steak): เพิ่มความชุ่มฉ่ำให้เนื้อบดปั้นก้อน
• ผัดผักรวมมิตรกระเทียมโชยุ: ใช้เป็นซอสปรุงรสจานด่วน
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รักการทำสเต็กกินเองที่บ้าน แต่เบื่อปัญหาซอสขวดใหญ่ที่เปิดแล้วใช้ไม่หมดจนเสียรสชาติ เอบาระ ซอสปรุงรสสเต็ก รสหัวไชเท้า คือคำตอบที่คุณตามหา ด้วยแนวคิด "Freshness in every pod" หรือความสดใหม่ในทุกถ้วย ทำให้ซอสตัวนี้โดดเด่นกว่าใคร รสชาติ ซอสโชยุสไตล์ญี่ปุ่น ที่ผสมกับหัวไชเท้าขูดละเอียด เมื่อราดลงบนเนื้อที่ร้อนๆ กลิ่นหอมของโชยุและมิรินจะพุ่งขึ้นมาทันที ความเปรี้ยวเบาๆ จากน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลและน้ำส้มโอ ช่วยชูรสหวานของเนื้อให้เด่นชัดขึ้น เป็นรสชาติแบบ "วากิวสไตล์" ที่ชาวญี่ปุ่นนิยมกันมากที่สุด นอกจากจะใช้ราดสเต็กแล้ว ยังประยุกต์เป็นน้ำจิ้มเนื้อย่าง หรือราดปลาย่างก็อร่อยไม่แพ้กัน พกพาสะดวก จะไปแคมป์ปิ้ง หรือจัดปาร์ตี้สเต็กที่คอนโด ก็สะดวกสบายไม่ต้องกลัวเลอะเทอะ นี่คือไอเทมลับที่จะเปลี่ยนมื้อธรรมดาให้เป็นมื้อพิเศษในพริบตา
วิธีใช้ง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน:
1. เตรียมเนื้อ: นำเนื้อออกมาพักให้อยู่ในอุณหภูมิห้องก่อนย่างประมาณ 30 นาที
2. ย่างให้เป๊ะ: ตั้งกระทะให้ร้อน ย่างเนื้อจนได้ความสุกที่ต้องการ
3. ราดความอร่อย: จัดเนื้อใส่จาน แล้วหยิบซอสปรุงรสสเต็ก รสหัวหอมใหญ่ มาหักถ้วยแล้วราดลงบนเนื้อได้ทันที
(ตัวซอสสามารถทานได้เลยโดยไม่ต้องนำไปอุ่นร้อน เพื่อคงรสชาติสดใหม่)
วิธีเปิดใช้ถ้วยซอส (Puchitto)
• หันด้านฝาฟอยล์ขึ้นด้านบน
• พับตามรอยประจนได้ยินเสียง "ปุจิ"
• ค่อยๆ บีบซอสราดลงบนอาหาร
แนะนำเมนูอาหาร
• แฮมเบิร์กสไตล์ญี่ปุ่น (Wafu Hambagu) วางใบชิโซะหรือวางไชเท้าขูดเพิ่มด้านบน แล้วราดด้วยซอส 1 ถ้วย ความเปรี้ยวหวานของซอสจะช่วยลดความมันของเนื้อบดได้ดีมาก
• สลัดหมูชาบู (Pork Shabu Salad) ใช้ซอสราดเป็นน้ำสลัดได้เลย รสชาติจะเบากว่าน้ำสลัดครีม เหมาะสำหรับคนที่คุมน้ำหนัก
• ปลาซาบะหรือปลาแซลมอนย่างเกลือ ราดซอสลงไปข้างๆ หรือราดบนตัวปลา รสเปรี้ยวจากน้ำส้มโอในซอสจะช่วยดับคาวปลาและชูรสหวานของเนื้อปลาได้ยอดเยี่ยม
• เต้าหู้เย็นทรงเครื่อง (Hiyayakko) ราดซอสลงไปแทนโชยุธรรมดา เนื้อไชเท้าในซอสจะเข้าไปเกาะกับตัวเต้าหู้ ทำให้ได้รสสัมผัสที่เข้มข้นกว่าเดิม
• ข้าวหน้าเนื้อย่าง (Gyudon Style) ราดซอสลงไปคลุกกับเนื้อขณะอยู่ในกระทะแป๊บเดียว หรือราดสดๆ บนข้าว รสชาติโชยุและกลิ่นหอมของหัวหอมในซอสจะซึมเข้าเนื้อ
นิสชิน คัพ นูดเดิล รสซอสครีมต้มยำมันกุ้ง (แบบแห้ง)
• ถึงเครื่องต้มยำพร้อมรสชาติมันกุ้งเข้มข้น รสเปรี้ยว เผ็ดจัดจ้าน ผสานเส้นคุณภาพเหนียวนุ่มของนิสชิน ในรูปแบบแห้งที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมกุ้งอบแห้ง ไข่อบแห้ง และต้นหอมอบแห้ง
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ หรืออยากลองสัมผัสรสชาติอันลุ่มลึกของวัตถุดิบระดับพรีเมียม “ตับปลาอังกิโมะ” คือหนึ่งในเมนูที่ห้ามพลาด!
อังกิโมะคืออะไร?
อังกิโมะ (Ankimo) คือตับของปลาอังโกะ (Anko Fish) หรือ มังค์ฟิช (Monkfish) ซึ่งเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในทะเลลึก ถือเป็นหนึ่งในอาหารชินมิ (Chinmi) หรืออาหารเลิศรสที่หาทานได้ยากของญี่ปุ่น ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ฟัวกราส์แห่งท้องทะเล" เพราะมีเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มคล้ายตับห่าน มีรสชาติเค็มอ่อน ๆ และมีความหอมมันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ทำไมถึงอร่อยและพิเศษ?
ตับปลาอังกิโมะของเรา เป็นสินค้าที่ผ่านกระบวนการปรุงรสและต้มมาอย่างพิถีพิถันจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน จึงมีรสชาติที่กลมกล่อมและพร้อมรับประทานทันที ไม่ต้องนำมาปรุงเพิ่มให้ยุ่งยาก ทำให้คุณได้สัมผัสกับรสชาติแบบดั้งเดิมของอังกิโมะได้อย่างง่ายดาย นอกจากความอร่อยแล้ว อังกิโมะยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เช่น วิตามิน A, วิตามิน D และไขมันดีในปริมาณที่สูงอีกด้วย
เมนูที่ทำได้ง่ายๆ
เมนูจากตับปลาอังกิโมะสามารถทำได้หลากหลาย และแต่ละเมนูล้วนช่วยดึงรสชาติความอร่อยออกมาได้อย่างเต็มที่
- ทานเป็นกับแกล้ม: เสิร์ฟอังกิโมะแช่เย็นคู่กับต้นหอมซอย, โมมิจิโอโรชิ (หัวไชเท้าขูดผสมพริก) และซอสพอนสึ (Ponzu Sauce) เพื่อเพิ่มความสดชื่นและตัดความมัน
- ทำเป็นนิกิริซูชิ: วางชิ้นอังกิโมะบนข้าวปั้นซูชิ เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมในร้านซูชิระดับพรีเมียม
- ทำเป็นสลัด: หั่นอังกิโมะเป็นชิ้นพอดีคำ วางบนสลัดผัก ราดด้วยน้ำสลัดงา หรือซอสพอนสึ
วิธีเตรียมตับปลา
1. นำอังกิโมะออกจากตู้เย็น วางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30-40 นาที เพื่อทำการละลาย
2. แกะซองและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
3. จัดวางบนจาน และนำไปใช้ประกอบเมนูได้ตามต้องการ
*สินค้าบรรจุมาในซองสุญญากาศแบบพร้อมทาน
เปิดประสบการณ์ความอร่อยสุดพิเศษจากท้องทะเลลึกได้แล้ววันนี้! ตับปลาอังกิโมะ พร้อมให้คุณได้ลิ้มลองความอร่อยแบบต้นตำรับญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่บ้านของคุณ
อิซูโมะ โซบะ รสชาติแห่งวัฒนธรรมท้องถิ่นจากอิซูโมะ
“อิซูโมะ โซบะ” (Izomo Soba) คือหนึ่งในวัฒนธรรมอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาคอิซูโมะ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การโม่แป้งจากเมล็ดโซบะทั้งเมล็ด ส่งผลให้เส้นโซบะมีสีเข้ม มีกลิ่นหอมโดดเด่นเฉพาะตัว และอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าเส้นที่ทำจากแป้งผสมทั่วไป
เปิดประสบการณ์รสชาติของข้าวญี่ปุ่นแท้ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชาแห่งข้าว" ของประเทศญี่ปุ่น ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ค่ะ
ข้าวชิ้นนี้คือ ข้าวโคชิฮิคาริ (Koshihikari) ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ยอดนิยมและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวที่มาจากจังหวัด นีงาตะ (Niigata) ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงด้านคุณภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จังหวัดนีงาตะได้รับพรจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปลูกข้าวชั้นดี เช่น ดินที่อุดมสมบูรณ์จากตะกอนแม่น้ำสำคัญอย่างแม่น้ำชินาโนะ (Shinano River) และแม่น้ำอะงาโนะ (Agano River) รวมถึงมีน้ำบริสุทธิ์จากหิมะที่ละลาย (Snowmelt Water) และที่สำคัญคือ ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน ที่สูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความหวานและรสชาติของข้าว
ข้าวโคชิฮิคาริสายพันธุ์นีงาตะมีจุดเด่นหลัก ๆ ที่ทำให้เป็นที่รักของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
ความเหนียวและหนึบ (Stickiness): มีสัมผัสที่ เหนียวหนึบ (Mochimochi) และยืดหยุ่นกำลังดี ไม่แข็งกระด้าง
ความหวานและอูมามิ (Sweetness & Umami): มีรสหวานตามธรรมชาติที่ชัดเจน และมีรส อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นในทุกเม็ด
กลิ่นหอมและเงางาม: เมื่อหุงสุกแล้วจะมี กลิ่นหอมที่ละมุน และเมล็ดข้าวจะมีความ เงางามเป็นประกาย น่ารับประทาน
ด้วยรสชาติที่โดดเด่นและสมดุล ทำให้ข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะอร่อยมากแม้ว่าจะทานเปล่า ๆ โดยไม่ต้องมีกับข้าวค่ะ นอกจากนี้ยังรักษาความอร่อยไว้ได้ดีแม้จะเย็นลง จึงเหมาะมากสำหรับทำข้าวปั้น โอนิกิริ (Onigiri) หรือใส่ในกล่องข้าวเบนโตะ (Bento)
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
ข้าวโคชิฮิคาริมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่สมดุล ทำให้เข้ากันได้ดีกับอาหารหลากหลายประเภทค่ะ:
ข้าวสวย (Plain White Rice): ทานเปล่า ๆ คู่กับเครื่องเคียงง่าย ๆ อย่างซุปมิโสะ (Miso Soup) และผักดอง (Tsukemono) เพื่อสัมผัสรสชาติแท้ ๆ ของข้าว
ซูชิ (Sushi) และโอนิกิริ (Onigiri): ด้วยความเหนียวหนึบ ทำให้ปั้นได้ง่ายและคงรูปได้ดีเมื่อเย็นลง
เมนูอาหารญี่ปุ่นทั่วไป: เหมาะสำหรับทานคู่กับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด เช่น ปลาย่าง, เทมปุระ (Tempura) หรือข้าวหน้าต่าง ๆ (Donburi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
เพื่อให้ได้ข้าวที่อร่อยที่สุด ควรทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
1. ซาวข้าว (Rinsing): ซาวข้าวอย่างเบามือเพื่อล้างฝุ่นออก เปลี่ยนน้ำประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำเริ่มใส
2. แช่น้ำ (Soaking): แช่ข้าวในน้ำสะอาดทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ในฤดูร้อน หรือ 60 นาที ในฤดูหนาว เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำอย่างเต็มที่
3. หุง (Cooking): หุงตามอัตราส่วนน้ำที่ระบุบนเครื่องหุงข้าว หรือใช้อัตราส่วนข้าว 1 ส่วนต่อน้ำประมาณ 1.1 - 1.2 ส่วน
4. พักข้าว (Steaming): เมื่อหุงเสร็จแล้ว ห้ามเปิดฝา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ไอน้ำระอุและข้าวสุกทั่วถึง ก่อนจะใช้ไม้พายคลุกเบา ๆ ก่อนตักเสิร์ฟค่ะ
ลองนำข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะไปหุงดูสิคะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมข้าวญี่ปุ่นแท้ ๆ ถึงมีเสน่ห์และเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น ที่คุณก็สามารถสร้างสรรค์ความอร่อยนี้ได้ที่บ้านค่ะ
น้ำสลัดสไตล์ญี่ปุ่น แบบไร้น้ำมัน แคลลอรี่ต่ำ เหมาะกับคนควมคุมน้ำหนัก
น้ำสลัดปราศจากน้ำมัน อร่อยง่าย ได้ประโยชน์
น้ำสลัดปราศจากน้ำมัน อร่อยง่าย ได้ประโยชน์
เอาใจคนไม่กินเผ็ดกับซอสปิ้งย่างรสเผ็ดน้อยรสหวานนวล
มาตามคำเรียกร้องสำหรับซอสปิ้งย่างรสเผ็ดกลาง
ชวนชิมซอสทงคัตสึในตำนานที่ผลิตมากว่า 100 ปี!!!
ชวนชิมซอสทงคัตสึในตำนานที่ผลิตมากว่า 100 ปี!!!
น้ำสลัดรสแครอทผสมหัวหอมและกระเทียม
น้ำสลัดที่ผ่านการนำวัตถุดิบมาผสมผสานกันอย่างลงตัว
จาก แบรนด์ Bull-Dog ที่มีความเชี่ยวชาญในการทำซอส
เบสมาจากแอปเปิ้ลวิเนการ์ และปรุงรสสไตล์ตะวันตก
เพิ่มความครีมมี่ด้วยรสชาติเข้มข้นจากหอมใหญ่ แครอท และกระเทียม