นิสชิน คัพ นูดเดิล รสซุปทะเลน้ำข้น
• รสซุปทะเลน้ำข้น รสชาติที่เป็นที่รู้จักกันดีของนิสชินที่เสิร์ฟความอร่อยตามสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ พร้อมเส้นบะหมี่แบบออริจินัล อีกทั้งปูอัดอบแห้ง, ปลาหมึกอบแห้ง, กะหล่ำปลีอบแห้ง, แครอทอบแห้ง และต้นหอมอบแห้ง
คิริโมจิ เหนียวนุ่ม หนึบหนับ อร่อยในแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ๆ!
คิริ โมจิ จากแบรนด์ ไอริส ฟู้ด (Iris Foods) เป็นโมจิที่ผ่านกระบวนการผลิตแบบอุณหภูมิต่ำ (Low Temperature Firing Method) เพื่อดึงความอร่อยของข้าวออกมา โดยใช้ข้าวเหนียวญี่ปุ่น 100% เป็นวัตถุดิบหลัก ทำให้ตัวโมจิมีเนื้อสัมผัสที่เนียน นุ่ม หนึบ! สามารถนำมาประกอบอาหารได้อย่างหลากหลาย เช่น ย่างและห่อด้วยสาหร่าย, โรยผงคินาโกะ, ต้มในซุปถั่วแดง (โอชิรุโกะ) หรือใส่ในซุปดาชิ (โอโซนิ) ถือเป็นอาหารที่นิยมรับประทานในชีวิตประจำวัน และในช่วงเทศกาลต่างๆ ของคนญี่ปุ่นค่ะ
วิธีเก็บรักษา
• หลังจากเปิดถุงแล้ว แนะนำให้ปิดถุงใหเสนิทและเก็บรักษาในตู้เย็น
นิสชิน คัพ นูดเดิล รสซุปทะเลน้ำข้น
• รสซุปทะเลน้ำข้น รสชาติที่เป็นที่รู้จักกันดีของนิสชินที่เสิร์ฟความอร่อยตามสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ พร้อมเส้นบะหมี่แบบออริจินัล อีกทั้งปูอัดอบแห้ง, ปลาหมึกอบแห้ง, กะหล่ำปลีอบแห้ง, แครอทอบแห้ง และต้นหอมอบแห้ง
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Yukinkomai จากเมืองนีงาตะ เมืองแห่งข้าว
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Nanatsuboshi ข้าวที่เติบโตท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ของฮอกไกโด
นิยมปลูกมากในฮอกไกโด เมล็ดข้าวอวบ หุงแล้วขึ้นเงา มีความเหนียวปานกลาง และความหวานแบบพอดี ทำให้โดนใจชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก แม้ข้าวจะเย็นแต่ยังคงความนุ่ม หอม อร่อย สามารถทำอาหารได้หลากหลายประเภท แต่จะนิยมนำมาทำเบนโตะและซูชิ
• ลักษณะเมล็ด – เมล็ดข้าวอวบ ขาว หุงขึ้นหม้อ
• รสชาติ – มีรสหวานและยังคงอร่อยแม้จะเย็นแล้ว
• ความเหนียว – ความเหนียวกำลังดี
• เมนูที่เหมาะสม – เบนโตะ และซูชิ
• ความลับของสายพันธุ์ – ถือว่าเป็นข้าวที่มีความสมดุลระหว่างรสชาติกับเนื้อสัมผัสมากที่สุดในสายพันธุ์ข้าวฮอกไกโด เมื่อหุงจนสุกข้าวมีความขาว ความเงา ความหอม ให้รสชาตินุ่มนวล และเคี้ยวอร่อย
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
1. ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
2. ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
3. กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
4. ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำจนอ่อนนุ่ม
5. หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อย ๆ คนให้น้ำระเหย
ข้าวญี่ปุ่นจากเมืองฮอกไกโด เมืองแห่งความอุดมสมบูรณ์
ชวนคุณมาชิมข้าวญี่ปุ่นแท้ๆ ปลูกที่เมืองฮอกไกโด เมืองที่ธรรมชาติสวยงาม น้ำใสสะอาด ข้าวที่ได้มีรสชาติหวาน นุ่ม เหนียว เคี้ยวเพลิน เหมาะกับทำอาหารญี่ปุ่นอย่างเมนูข้าวซูชิ ข้าวปั้นโอนิกิริ มาลองชิมความแตกต่างของรสชาติข้าวญี่ปุ่นแท้ๆ กันค่ะ หากสนใจทำเมนูข้าวซูชิ เรามีน้ำส้มปรุงรสข้าว และสาหร่ายสำหรับห่อข้าว ขายด้วยนะคะ
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
1. ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
2. ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบา ๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
3. กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
4. ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำเวลาหุงข้าวจะนุ่มไม่กระด้าง
5. หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อยๆ คนให้น้ำระเหย
วิธีการเก็บรักษา
1. เก็บในที่แห้งและเย็น
2. ระวังการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง เพราะข้าวจะแห้งแตกเนื่องจากการระเหยของน้ำในข้าว
3. หลีกเลี่ยงการเก็บรักษาใกล้ ผงซักฟอก สเปรย์ปรับอากาศ เครื่องสำอาง และอาหารที่มีกลิ่นแรง เพราะข้าวจะดูดซับกลิ่น
ข้อควรระวัง
1. คุณภาพของข้าวจะเปลี่ยนหากโดนความชื้น
2. ห้ามวางไว้ใกล้เปลวไฟ เนื่องจากติดไฟง่าย
3. ห้ามวางสินค้าอื่นซ้อนทับผลิตภัณฑ์
Bull-Dog Sauce has a history spanning over 100 years and is considered one of Japan’s representative condiments.
Bull-Dog Sauce has a history spanning over 100 years and is considered one of Japan’s representative condiments.
ชาที่ดื่มง่าย อร่อยลงตัว จนคนญี่ปุ่นยกให้เป็นชาชั้นเลิศ
ชาเขียวใบชนิดซอง เกียวคุโระ ของญี่ปุ่นทำไมต้อง "ยาบุกิตะ"
หากคุณเป็นผู้หลงใหลในชาเขียวญี่ปุ่นแท้ๆ "ยาบุกิตะ" คือ ราชินีแห่งชาเขียวของญี่ปุ่น เป็นระดับชาที่ปลูกด้วยเทคนิคการบังแสงแดดก่อนเก็บเกี่ยว ทำให้ใบชามีคลอโรฟิลล์สูง อูมามิที่เข้มข้น และความหวานนุ่มนวลที่โดดเด่น ผสานกับกลิ่นหอมละมุนฟุ้งที่เป็นเอกลักษณ์ ด้วยเทคโนโลยีถุงชาตาข่ายแบบใหม่ ทำให้คุณสามารถชงชาเขียวคุณภาพระดับญี่ปุ่นออกมาได้ง่ายๆในทุกแก้ว ไม่ว่าจะชงร้อนเพื่อความผ่อนคลาย หรือ ชงแบบเย็น (สกัดเย็น) เพื่อความสดชื่น เพียงเติมน้ำ ก็พร้อมเสิร์ฟ สะดวก พกพาง่าย ดื่มได้ทุกที่ ทุกเวลา เหมาะสำหรับดื่มคู่กับอาหาร ขนม หรือเครื่องดื่มอื่นๆได้ตามสไตล์คุณ
เคล็ดลับการชงแบบร้อน และ แบบเย็น(สกัดเย็น)
ชาเขียวญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องชงด้วยน้ำร้อนเสมอไป! ผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่นแนะนำให้ลองชงชาเขียวแบบ "น้ำสกัดเย็น" ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมาก การชงด้วยน้ำเย็นจะช่วยดึงรสอูมามิ และสารคาเทชิน ที่ให้รสหวานออกมาได้มาก ในขณะที่รสขมและคาเฟอีนจะละลายออกมาน้อยลง ทำให้ได้ชาที่มีรสชาติกลมกล่อม นุ่มนวล และสดชื่นเป็นพิเศษ
วิธีชงแบบร้อน :
1. ต้มน้ำให้เดือด แล้วรอให้น้ำเย็นลงเหลือประมาณ 70-80 องศาเซลเซียส (หากไม่มีเทอร์โมมิเตอร์ สามารถต้มน้ำเดือดแล้วทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที)
2. ใส่ถุงชา 1 ซอง ลงในแก้วหรือถ้วยชา
3. ค่อย ๆ รินน้ำร้อน ประมาณ 150-200 มิลลิลิตร ลงไป
4. แช่ถุงชาทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที (ไม่ควรแช่นานเกินไป เพราะจะทำให้ชามีรสขมฝาด)
5. นำถุงชาออก (อาจจะบีบเบา ๆ ก่อนนำออก) และพร้อมดื่ม
วิธีชงแบบน้ำ(สกัดเย็น) :
1. ใส่ถุงชา 1-2 ซอง ลงในขวดหรือภาชนะที่มีฝาปิดสนิท
2. เติมน้ำเย็นอุณหภูมิห้อง หรือ น้ำเย็นจัด ปริมาณประมาณ 300-500 มิลลิลิตร
3. ปิดฝาแล้วนำไปแช่ในตู้เย็น
4. รอเวลาทิ้งไว้ให้สกัดเย็นเป็นเวลา 3-6 ชั่วโมง หรืออาจจะแช่ข้ามคืน 8-12 ชั่วโมง เพื่อให้ได้รสชาติเข้มข้นยิ่งขึ้น
(หากแช่นานเกิน 12 ชั่วโมง อาจเริ่มมีรสฝาดออกมาบ้าง)
5. เมื่อได้ความเข้มข้นที่ต้องการแล้ว ให้นำถุงชาออก พร้อมดื่มได้ทันที
ข้อดีของการสกัดเย็น:
รสชาติ : รสชาตินุ่มนวล หวาน อูมามิเด่นชัด และมีรสขมฝาดน้อยมาก
คาเฟอีน : ระดับคาเฟอีนจะต่ำกว่าการชงแบบร้อน
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Yumepirika ถือเป็นพันธุ์ข้าวระดับไฮเอนด์ที่ใช้สุดยอดเทคโนโลยีการเพาะสายพันธุ์ข้าวในฮอกไกโด
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ยูเมะพิริกะ (Yumepirika) จากแบรนด์ โฮคุเรน (Hokuren) เป็นข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์พรีเมียมที่ปลูกในจังหวัดฮอกไกโด ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอากาศหนาวเย็นและดินที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ข้าวมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ถือเป็นข้าวเกรดสูงที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น
ลักษณะเด่นของ Yumepirika
• เมล็ดอวบอ้วน และเงางาม - เมล็ดข้าวมีขนาดปานกลางถึงใหญ่ เมื่อหุงแล้วจะเงางามและมีความหนึบที่โดดเด่น
• เนื้อนุ่มแต่ไม่เละ - ข้าวมีความเหนียวและนุ่มในระดับที่พอดี ไม่ร่วนหรือแข็งเกินไป
• รสหวานธรรมชาติ - มีรสชาติอ่อนๆ และหวานธรรมชาติ แม้ทานเปล่าๆ ก็ยังอร่อย
• กลิ่นหอมพิเศษ - มีกลิ่นหอมที่แตกต่างจากข้าวพันธุ์อื่น
• ปลูกในอากาศหนาวเย็น - อุณหภูมิที่เย็นของฮอกไกโดช่วยให้ข้าวมีคุณภาพดีขึ้นและสามารถเก็บรักษาได้นาน
รางวัลและมาตรฐานคุณภาพ
• Yumepirika ได้รับการรับรองมาตรฐาน 特A (Toku A) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของข้าวญี่ปุ่น
• เป็นข้าวที่ได้รับความนิยมในร้านอาหารระดับพรีเมียมทั่วญี่ปุ่น
• ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลฮอกไกโดให้เป็นข้าวเกรดพรีเมียมของภูมิภาค
เมนูที่เหมาะกับ Yumepirika
เนื่องจาก Yumepirika เป็นข้าวที่มีความเหนียวนุ่มและมีรสหวานในตัว จึงเหมาะกับอาหารที่ต้องการข้าวคุณภาพสูง เช่น
• ข้าวสวย (Cooked Rice) - เมล็ดข้าวสวย เมื่อหุงสุกจะมีความเงาสวย เหมาะสำหรับทานแบบข้าวสวย
• ซูชิ (Sushi) - เมล็ดข้าวเหนียวกำลังดี จับตัวได้ง่าย ไม่แฉะเกินไป
• ข้าวปั้น (Onigiri) - รสชาติหวานธรรมชาติทำให้กินเปล่าๆ ก็อร่อย
• ข้าวญี่ปุ่นธรรมดา (Gohan) - เหมาะสำหรับทานคู่กับปลาย่างหรืออาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
• ข้าวหน้าอาหารทะเล (Kaisendon/Donburi) - ความหนึบของข้าวช่วยเสริมรสชาติของปลาดิบได้ดี
Yumepirika ถือเป็นข้าวที่ให้รสชาติที่ดีที่สุดของฮอกไกโด ถ้าคุณต้องการข้าวที่นุ่ม หอม และมีคุณภาพสูง Yumepirika คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
• ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
• ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
• กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
• ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำเวลาหุงข้าวจะนุ่มไม่กระด้าง
• หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อยๆ คนให้น้ำระเหย
วิธีการเก็บรักษา
• เก็บในที่แห้งและเย็น
• ระวังการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง เพราะข้าวจะแห้งแตกเนื่องจากการระเหยของน้ำในข้าว
• หลีกเลี่ยงการเก็บรักษาใกล้ ผงซักฟอก สเปรย์ปรับอากาศ เครื่องสำอาง และอาหารที่มีกลิ่นแรง เพราะข้าวจะดูดซับกลิ่น
ข้อควรระวัง
• คุณภาพของข้าวจะเปลี่ยนหากโดนความชื้น
• ห้ามวางไว้ใกล้เปลวไฟ เนื่องจากติดไฟง่าย
• ห้ามวางสินค้าอื่นซ้อนทับผลิตภัณฑ์
เปิดประสบการณ์รสชาติของข้าวญี่ปุ่นแท้ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชาแห่งข้าว" ของประเทศญี่ปุ่น ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ค่ะ
ข้าวชิ้นนี้คือ ข้าวโคชิฮิคาริ (Koshihikari) ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ยอดนิยมและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวที่มาจากจังหวัด นีงาตะ (Niigata) ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงด้านคุณภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จังหวัดนีงาตะได้รับพรจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปลูกข้าวชั้นดี เช่น ดินที่อุดมสมบูรณ์จากตะกอนแม่น้ำสำคัญอย่างแม่น้ำชินาโนะ (Shinano River) และแม่น้ำอะงาโนะ (Agano River) รวมถึงมีน้ำบริสุทธิ์จากหิมะที่ละลาย (Snowmelt Water) และที่สำคัญคือ ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน ที่สูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความหวานและรสชาติของข้าว
ข้าวโคชิฮิคาริสายพันธุ์นีงาตะมีจุดเด่นหลัก ๆ ที่ทำให้เป็นที่รักของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
ความเหนียวและหนึบ (Stickiness): มีสัมผัสที่ เหนียวหนึบ (Mochimochi) และยืดหยุ่นกำลังดี ไม่แข็งกระด้าง
ความหวานและอูมามิ (Sweetness & Umami): มีรสหวานตามธรรมชาติที่ชัดเจน และมีรส อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นในทุกเม็ด
กลิ่นหอมและเงางาม: เมื่อหุงสุกแล้วจะมี กลิ่นหอมที่ละมุน และเมล็ดข้าวจะมีความ เงางามเป็นประกาย น่ารับประทาน
ด้วยรสชาติที่โดดเด่นและสมดุล ทำให้ข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะอร่อยมากแม้ว่าจะทานเปล่า ๆ โดยไม่ต้องมีกับข้าวค่ะ นอกจากนี้ยังรักษาความอร่อยไว้ได้ดีแม้จะเย็นลง จึงเหมาะมากสำหรับทำข้าวปั้น โอนิกิริ (Onigiri) หรือใส่ในกล่องข้าวเบนโตะ (Bento)
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
ข้าวโคชิฮิคาริมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่สมดุล ทำให้เข้ากันได้ดีกับอาหารหลากหลายประเภทค่ะ:
ข้าวสวย (Plain White Rice): ทานเปล่า ๆ คู่กับเครื่องเคียงง่าย ๆ อย่างซุปมิโสะ (Miso Soup) และผักดอง (Tsukemono) เพื่อสัมผัสรสชาติแท้ ๆ ของข้าว
ซูชิ (Sushi) และโอนิกิริ (Onigiri): ด้วยความเหนียวหนึบ ทำให้ปั้นได้ง่ายและคงรูปได้ดีเมื่อเย็นลง
เมนูอาหารญี่ปุ่นทั่วไป: เหมาะสำหรับทานคู่กับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด เช่น ปลาย่าง, เทมปุระ (Tempura) หรือข้าวหน้าต่าง ๆ (Donburi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
เพื่อให้ได้ข้าวที่อร่อยที่สุด ควรทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
1. ซาวข้าว (Rinsing): ซาวข้าวอย่างเบามือเพื่อล้างฝุ่นออก เปลี่ยนน้ำประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำเริ่มใส
2. แช่น้ำ (Soaking): แช่ข้าวในน้ำสะอาดทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ในฤดูร้อน หรือ 60 นาที ในฤดูหนาว เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำอย่างเต็มที่
3. หุง (Cooking): หุงตามอัตราส่วนน้ำที่ระบุบนเครื่องหุงข้าว หรือใช้อัตราส่วนข้าว 1 ส่วนต่อน้ำประมาณ 1.1 - 1.2 ส่วน
4. พักข้าว (Steaming): เมื่อหุงเสร็จแล้ว ห้ามเปิดฝา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ไอน้ำระอุและข้าวสุกทั่วถึง ก่อนจะใช้ไม้พายคลุกเบา ๆ ก่อนตักเสิร์ฟค่ะ
ลองนำข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะไปหุงดูสิคะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมข้าวญี่ปุ่นแท้ ๆ ถึงมีเสน่ห์และเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น ที่คุณก็สามารถสร้างสรรค์ความอร่อยนี้ได้ที่บ้านค่ะ
วิธีทานนัตโตะแบบง่ายๆ (สไตล์ญี่ปุ่น):
• เตรียม: นำนัตโตะออกจากตู้เย็น พักไว้ให้อุณหภูมิห้องสักครู่
• ใส่เครื่องปรุง: ฉีกซองซอสและมัสตาร์ดที่ให้มาในกล่อง ใส่ลงในนัตโตะ (ถ้าไม่ชอบกลิ่นแรงแนะนำต้องใส่ซอสเยอะ).
• คน: ใช้ตะเกียบหรือช้อนคนนัตโตะไปทางเดียวกัน 50-100 ครั้ง เพื่อให้เกิดใยเหนียวๆ และรสชาติอูมามิ.
• ทานคู่: ตักราดบนข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมปังปิ้งคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ท็อปปิ้งเสริมที่แนะนำ (สำหรับคนไทยเพิ่มความอร่อย):
• เพิ่มรสชาติ/ลดกลิ่น: ต้นหอมซอย, ไข่ดิบ/ไข่แดง, คัตสึโอะบุชิ, กิมจิ, วาซาบิ, ซอสพริกศรีราชา, มายองเนส
• ทานกับ: ข้าวญี่ปุ่น, ขนมปังปิ้ง, พาสต้า, เส้นอูด้ง, หรือแม้แต่กระเจี๊ยบเขียวลวก.
• เมนูประยุกต์: ลองคลุกกับข้าวหน้ากะเพรา, กินกับไข่ออนเซ็น
สเต็กซอสผสมเห็ดทรัฟเฟิล จากเบลฟู้ด
ซอสรสชาติกลมกล่อม สูตรครีมมี่ทานง่าย และหอมกลิ่นทรัฟเฟิ้ล สำหรับใครที่ชื่นชอบกลิ่นหอมของทรัฟเฟิ้ล ขวดนี้น่าจะถูกใจไม่น้อยเลยค่ะ ใช้ทานคู่กับสเต็ก หรือจะใช้เป็นน้ำจิ้มทานกับเมนูแสนอร่อยอื่นๆก็ได้ อร่อยง่ายๆสไตล์ญี่ปุ่นจากเบลฟู้ด
เพิ่มรสชาติให้ชาบูของคุณด้วยซอสมิโซะผสมงา ยิ่งจิ้ม ยิ่งอร่อย
ซอสมิโซะผสมงา จากแบรนด์ Bellfoods นำเข้าจากญี่ปุ่นขวดนี้ เป็นซอสชาบูชาบูที่ผสมผสานรสชาติอูมามิอันเข้มข้นของมิโซะและกลิ่นหอมของงาได้เป็นอย่างดี เพียงแค่จุ่มเนื้อหรือผักที่สไลซ์บางๆ ในน้ำซุปร้อนๆ แล้วนำมาจิ้มกับซอสนี้ คุณก็พร้อมอร่อยกับชาบูมื้อโปรดได้เลย นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นน้ำสลัด น้ำจิ้มสำหรับเมนูทอด หมักเนื้อสัตว์ หรือปรุงรสในเมนูผัดต่างๆ ก็ได้เช่นกันค่ะ
สาหร่ายวากาเมะสดแบบแช่แข็งพร้อมนำไปปรุงอาหาร
สาหร่ายชนิดนี้เป็นที่นิยมในการทำอาหารเอเชียโดยเฉพาะในอาหารญี่ปุ่น วากาเมะมีลักษณะกรอบนุ่มและมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ
สาหร่ายวากาเมะยังอุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย อาทิเช่น โปรตีน ไอโอดีน และใยอาหารที่สูง ในขณะที่ให้พลังงานต่ำ จึงเป็นที่นิยมให้หมู่คนรักสุขภาพ
เหมาะสำหรับนำไปต้นเป็นน้ำซุป, ใส่ในซุปมิโสะ, ทำสลัด, ใช้เป็นเครื่องเคียงในเมนูอื่นๆ
ขั้นตอนในการเตรียมรับประทานใช้
• นำผลิตภัณฑ์ออกจากตู้แช่งแข็ง ทิ้งไว้ให้ละลาย
• แนะนำให้ละลายแค่ปริมานตามที่ต้องการใช้ในครั้งเดียว และเก็บส่วนที่เหลือในตู้แช่แข็งเพื่อรักษาความสดให้คงอยู่
• ไม่แนะนำให้ละลายทั้งถุง แล้วนำกลับมาเก็บไว้ในตู้แช่แข็ง เนื่องจากจะทำให้คุณภาพลดลง
เครื่องปรุงรสเผ็ดยอดนิยมจากญี่ปุ่น
หากเข้าร้านอาหารญี่ปุ่นประเภทราเมน หรือร้านที่มีอาหารประเภทเกี๊ยวซ่า ร้านอาหารจีนสไตล์ญี่ปุ่น บนโต๊ะจะต้องมีขวดน้ำมันรายุอยู่อย่างแน่นอน น้ำมันงาบริสุทธิ์แบบ 100% ผสมกับพริก และเครื่องเทศ ช่วยชูรสชาติให้อาหารมีความหอม มีรสเผ็ดนิดๆ ช่วยกระตุ้นให้ทำให้อยากอาหารมากยิ่งขึ้น บรรจุมาในขวดแก้ว เทง่าย ไม่เลอะค่ะ
ถ้าจะทำสุกี้ยากี้สไตล์ญี่ปุ่น หรือชาบูน้ำดำ ห้ามพลาดขวดนี้!!
ซอสสุกี้ยากี้ญี่ปุ่นขวดนี้ผลิตจากการผสมผสานระหว่างซอสถั่วเหลือง มิริน สาเกและเครื่องปรุงรสอื่นๆ ทำให้ได้รสชาติเค็ม หอม เหมาะกับการลงกระทะผัดเนื้อสัตว์ และการทำสุกี้ยากี้สไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม ซอสขวดนี้ไม่ต้องเจือจาง คุณสามารถใช้งานได้ทันที มาเพลินเพลินกับสุกี้ยากี้ตามต้นฉบับญี่ปุ่นกันเถอะ!!
พลาดไม่ได้เลยจริงๆสำหรับชีสเลิฟเวอร์กับซอสสเต๊กสูตรนี้ จากเบลฟู้ด
อร่อยกับสเต็กซอสรสชีส จากเบลฟู้ด ที่จะให้คุณได้ลิ้มรสความนัวจากชีส ที่เข้ากันได้ดีสุดๆกับสเต็กจานโปรดของคุณ ไม่ว่าจะใช้เป็นซอสทานกับเฟรนช์ฟรายส์ หรือเมนูทอดอื่นๆก็ยังได้ แค่นึกถึงความหอมและความหนุบหนับของชีสแสนอร่อย ก็ชวนให้ท้องร้องแล้ว~
พริกญี่ปุ่นบดละเอียด จากเฮาส์ฟู้ด
ส่วนผสมจำเป็นที่ทำให้ขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม หอม อร่อย
คินาโกะ (Kinako) ถือเป็นสารให้ความหวานแบบดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่น ผลิตจากการคั่วถั่วเหลืองคุณภาพดี และนำมาบดเป็นผง ให้รสชาติหวานอ่อนๆ หอมกลิ่นของการคั่ว และกลิ่นถั่ว คินานโกะได้ถูกใช้ในการทำอาหาร และขนมญี่ปุ่นมานานหลายศตวรรษ สามารถประยุกต์ใช้ทำขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ขนมสมัยใหม่ หรือโรยบนไอศครีมรสวนิลา หรืชาเขียวรับรองความอร่อยค่ะ
ชีสสติ๊กยืดๆ อร่อยเพลินเกินต้าน
มอสซาเรลลาชีสคุณภาพดีนำมาคลุกเกล็ดขนมปังกรุบกรอบ เพียงทอดไม่กี่นาทีก็พร้อมเสิร์ฟ ให้คุณได้ฟินกับความกรอบอร่อยพร้อมชีสยืดๆ เยิ้มๆ หอมๆ ด้านใน ติดใจแน่นอนค่ะ
วิธีรับประทาน
• นำชีสสติ๊กลงทอดในน้ำมันปริมาณมากที่ไฟปานกลางหรืออุณหภูมิประมาณ 170-175 องศาเซลเซียส จนเป็นสีเหลืองทอง จัดใส่จานพร้อมเสิร์ฟได้เลยค่ะ
• แนะนำให้นำออกมาทอดตามปริมาณที่ต้องการรับประทานในแต่ละครั้ง และเก็บส่วนที่เหลือในช่องแช่แข็งเพื่อคงคุณภาพของสินค้า
• ไม่แนะนำให้นำสินค้าที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะจะทำให้คุณภาพลดลง
ใครที่ชอบทานยากิโซบะ ห้ามพลาดห่อนี้ค่ะ เพราะมันอร่อยมาก!
เมนูยากิโซบะถือเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเมนูหนึ่งที่ทั้งคนญี่ปุ่นและคนไทยชื่นชอบ วันนี้เราชวนคุณมาทำเมนูยากิโซบะในสไตล์ของคุณเองค่ะ ห่อนี้สามารถทำได้ 2 ที่ ในห่อประกอบด้วยเส้นยากิโซบะและซองเครื่องปรุงสำเร็จรูป
วิธีทำ
1. เทน้ำมันลงในกระทะเล็กน้อย พอน้ำมันเริ่มร้อนให้ใส่เสื้อสัตว์ลงไปผัดจนสุก สามารถเพิ่มผักอย่างกระหล่ำปลี แครอทลงไปผัดรวมกับเนื้อสัตว์เพื่อเพิ่มความอร่อย และได้คุณค่าทางโภชนาการ
2. เทเส้นยากิโซบะลงไป ผัดจนเส้นเริ่มคลายตัว เทน้ำซอสที่อยู่ในซองคลุกเคล้าให้ทั่ว
3. เทใส่ชามพร้อมรับประทาน
ปลาอาจิชุบเกล็ดขนมปังเมนูปลาทอดยอดนิยมของญี่ปุ่น
ปลาอาจิ นำมาหั่นเป็นชิ้นชุบด้วยเกล็ดขนมปัง เพียงแค่นำไปทอดก็จะได้เมนูแสนอร่อย ทอดจนได้สีเหลืองอร่าม ได้สัมผัสของความกรอบนอกนุ่มในของปลาอาจิ ราดด้วยซอสทงคัตสึ หรือซอสที่คุณชื่นชอบ ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ รับรองฟินแน่นอนค่ะ
วิธีทอด
• นำไปทอดที่อุณหภูมิ 150ํ-160 ํC เวลาประมาณ 5 นาที หรือจนกระทั่งสุก
ซอสสลัดอเนกประสงค์ หอมกลิ่นงาคั่วแบบจัดเต็ม
Bellfoods Ramen Salad Baisen Goma Dare เป็นซอสสลัดราเมนกลิ่นงาคั่ว ที่มีเนื้อครีมเข้มข้น อร่อยครบรส ทั้งเค็ม มัน หวาน เปรี้ยว มาพร้อมกลิ่นงาคั่วและน้ำมันงาหอมๆ แบบจัดเต็ม เพิ่มความอูมามิด้วยซีอิ๊วญี่ปุ่นและพริกไทยดำป่นหยาบ สามารถใช้ได้กับหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นสลัดราเมนหรือสลัดอื่นๆ ใช้เป็นน้ำจิ้มชาบู ราดเต้าหู้เย็น หรือเอามาใช้หมักปลาแล้วนำไปย่างก็อร่อยกลมกล่อมค่ะ
หนึ่งในเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
ยำสาหร่ายญี่ปุ่นหรือชูกะวากาเมะ (Chuka Wakame) เป็นเมนูเครื่องเคียงที่ขาดไม่ได้ประจำร้านอาหารญี่ปุ่น เราคัดเลือกสาหร่ายคุณภาพดีนำมาปรุงรสชาติจนกลมกล่อมทั้งเค็ม หวาน และเผ็ดนิดๆ หอมกลิ่นน้ำมันงา เหมาะกับการทานเล่นแกล้มกับเครื่องดื่มแก้วโปรด, รับประทานกับข้าวร้อนๆ, ใส่เป็นเครื่องเคียงในเบนโตะ, หรือใช้ทำเป็นหน้าซูชิก็ได้เช่นกันค่ะ
ชีสบอลแสนอร่อย หอมกลิ่นพิซซ่า
เอาใจคนรักชีสด้วยชีสบอลแสนอร่อย ให้คุณเพลิดเพลินกับชีสยืดๆ เยิ้มๆ ที่มาพร้อมกลิ่นพิซซ่าหอมๆ ตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี ชิ้นเดียวไม่เคยพอ
วิธีรับประทาน
• นำชีสบอลลงทอดในน้ำมันปริมาณมากที่ไฟปานกลางหรืออุณหภูมิประมาณ 170-175 องศาเซลเซียส จนเป็นสีเหลืองทอง จัดใส่จานพร้อมเสิร์ฟได้เลยค่ะ
• แนะนำให้นำออกมาทอดตามปริมาณที่ต้องการรับประทานในแต่ละครั้ง และเก็บส่วนที่เหลือในช่องแช่แข็งเพื่อคงคุณภาพของสินค้า
• ไม่แนะนำให้นำสินค้าที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะจะทำให้คุณภาพลดลง
อร่อยกับเมนูยอดฮิต “แมงกะพรุนน้ำมันงา” ได้ง่ายๆ ที่บ้าน
หลายๆ คนคงจะติดใจความกรุบกรอบเคี้ยวเพลินของเจ้าแมงกะพรุนน้ำมันงากันใช่ไหมคะ เราสามารถอร่อยกับเมนูนี้ได้ที่บ้านแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะทำเป็นยำแมงกะพรุนน้ำมันงารสแซ่บ ทานคู่กับข้าวญี่ปุ่น ทำเป็นหน้าซูชิ จัดเป็นเครื่องเคียงในเบนโตะ หรือนำมาเป็นกับแกล้มทานคู่กับเครื่องดื่มแก้วโปรด ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูยอดฮิตของร้านอิซากายะเลยทีเดียวค่ะ เราคัดแมงกะพรุนเกรดส่งออก นำมาหั่นบางๆ ปรุงรสด้วยน้ำมันงาหอมๆ ใส่พริกแดงเพื่อเพิ่มสีสัน รสชาติเค็มๆ หวานๆ กลมกล่อม มาคู่กับสัมผัสแบบกรึบๆ เวลาเคี้ยว บอกเลยว่ายิ่งทานยิ่งเพลินจนหยุดไม่ได้เลยล่ะค่ะ
วิธีอร่อยกับแมงกะพรุนน้ำมันงา
• สะดวกและง่ายดาย เพียงแค่นำแมงกะพรุนออกมาละลายก็พร้อมเสิร์ฟได้เลยค่ะ
• แนะนำให้นำออกมาละลายตามปริมาณที่ต้องการรับประทานในแต่ละครั้ง และเก็บส่วนที่เหลือในช่องแช่แข็งเพื่อคงคุณภาพของแมงกะพรุน
แมงกะพรุนยำในซอสกิมจิในสไตล์ญี่ปุ่น
แมงกะพรุนยำในซอสกิมจิหนึ่งในเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เหมาะสำหรับเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย, อาหารทานเล่น หรือเป็นหน้าซูชิ
สเต็กไก่ทอดกรุบกรอบ สอดไส้ชีสหอมกรุ่น
สำหรับใครที่มองหาอาหารพร้อมทานไว้เติมสต็อกช่องแช่แข็งที่บ้าน เราขอแนะนำสเต็กไก่ทอดสอดไส้ชีสเยิ้มๆ หอมกรุ่นให้คุณได้ลิ้มลอง มั่นใจในความอร่อยด้วยเนื้อไก่คุณภาพดีคัดสรรจากโรงงานที่ได้มาตรฐานส่งออก นำมาสอดไส้ชีสเค็มๆ มันๆ แล้วคลุกกับเกล็ดขนมปังด้านนอก เพียงทอดไม่กี่นาทีก็พร้อมเสิร์ฟ ราดด้วยซอสทงคัตสึอีกนิด รับประทานคู่กับผักสลัดและข้าวสวยร้อนๆ แค่นี้ก็ได้เมนูเด็ดประจำบ้านเพิ่มแล้วค่ะ
วิธีรับประทาน
• นำสเต๊กลงทอดในน้ำมันปริมาณมากที่ไฟปานกลางหรืออุณหภูมิประมาณ 170-175 องศาเซลเซียส จนเป็นสีเหลืองทองทั้งสองด้าน จัดใส่จานพร้อมเสิร์ฟได้เลยค่ะ
• แนะนำให้นำออกมาทอดตามปริมาณที่ต้องการรับประทานในแต่ละครั้ง และเก็บส่วนที่เหลือในช่องแช่แข็งเพื่อคงคุณภาพของสินค้า
• ไม่แนะนำให้นำสินค้าที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งใหม่ เพราะจะทำให้คุณภาพลดลง
ใครชอบเมนูปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น ควรมีขวดนี้ไว้ติดครัว
ซอสยากินิกุ หรือซอสปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นขวดนี้ ผลิตมีส่วนผสมของซอสถั่วเหลือง กระเทียม งา พริกไทย ปรุงรสจนมีรสชาติเค็ม หวาน เผ็ด เข้ากันได้ดีกับเมนูเนื้อสัตว์ สามารถทำได้สารพัดเมนู ทั้งหมักเนื้อ ผัดผัก หรือเป็นน้ำจิ้ม แค่มีขวดนี้ขวดเดียวเอาอยู่ค่ะ
ไข่หวานเนื้อเนียน หอมกรุ่น แค่อุ่นก็พร้อมเสิร์ฟ
Tamagoyaki หรือไข่หวานย่าง เมนูคู่ร้านอาหารญี่ปุ่นที่หลายๆ คนติดใจ ไข่เนื้อนุ่ม หอมกรุ่น มีรสหวานนิดๆ เหมาะสำหรับใช้เป็นหน้าซูชิหรือจัดเซ็ตเบนโตะก็เหมาะเจาะลงตัว เป็นเมนูที่ดูง่ายๆ แต่ถ้าจะทำให้น่าทานและอร่อยกลมกล่อมก็อาจต้องใช้ฝีมือและความชำนาญไม่น้อย วันนี้เรามีตัวช่วยสำหรับคนที่ชอบทานไข่หวานแต่ไม่ถนัดทำอาหารหรือต้องการประหยัดเวลาด้วยไข่หวานแบบแช่แข็ง เพียงแค่นำมาอุ่นในไมโครเวฟก็พร้อมทาน สะดวก อร่อย มีติดตู้เย็นไว้อุ่นใจแน่นอนค่ะ
น้ำซุปเข้มข้น หอมมัน อร่อยจนหยดสุดท้าย!!
ฟินกับเมนูราเมงได้ง่ายๆที่บ้าน ด้วยน้ำซุปทงคตสึนำเข้าจากญี่ปุ่นแท้ๆ จากแบรนด์ Bellfoods เพียงผสมน้ำซุปเข้มข้นเข้ากับน้ำร้อนแล้วใส่เส้นและเครื่องเคียงที่ชอบลงไป ราเมงแสนอร่อยก็พร้อมเสิร์ฟ ให้คุณเต็มอิ่มกับน้ำซุปเข้มข้นหอมกรุ่นที่เคี่ยวจากกระดูกหมูเป็นระยะเวลานาน พร้อมรสอูมามิจากกระเทียมและขิงผัด เข้ากันได้ดีกับเส้นทุกแบบ
วิธีรับประทาน
• ผสมน้ำซุป 1 ซอง กับน้ำร้อน 300 มล. คนให้เข้ากัน ใส่เส้นราเมงและเครื่องเคียงตามชอบ
• หากต้องการรสชาติที่เข้มข้นยิ่งขึ้น สามารถลดปริมาณน้ำร้อนลงได้ตามต้องการ
บามคูเฮนรสมัทฉะ อร่อยแบบที่จะทำให้คุณติดใจ
เค้กขอนไม้ หรือ บามคูเฮน เป็นเค้กทรงกลมที่มีหลายๆ ชั้นซ้อนกันอยู่ เหมือนกับวงปีของต้นไม้ การทำเค้กขอนไม้จะใช้การย่างเนื้อเค้กโดยการหมุนบนแกนไม้จนสุกทีละชั้น คนญี่ปุ่นนิยมซื้อเป็นของขวัญให้ในโอกาสต่างๆ เพราะสื่อความหมายถึงการเจริญงอกงาม มั่นคง ยั่งยืน เหมือนกับต้นไม้ ในส่วนของตัวเค้กมีความหอม นุ่ม และเมื่อผสานกับมัทฉะคุณภาพดี ยิ่งเพิ่มความเข้มข้นและกลิ่นหอมของมัทฉะให้เข้ากันอย่างลงตัว รับรองว่าถ้าได้ลองแล้วจะต้องติดใจอย่างแน่นอนค่ะ