ซุปทงคตสึกลมกล่อม เข้มข้น อร่อยจนหยดสุดท้าย!
น้ำซุปทงคตสึสูตรพิเศษเคี่ยวจากกระดูกหมูเข้มข้นเต็มรสชาติ ส่งตรงจากญี่ปุ่นให้คุณทำเมนูทงคตสึแสนอร่อยแบบง่ายๆ ไม่ต้องปรุงเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นราเมน, ซุปหม้อไฟ หรือนำไปผัดเมนูต่างๆ ก็อร่อยกลมกล่อมตามแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ๆ ค่ะ
อัตราส่วนที่แนะนำ
• สำหรับเมนูราเมน – ซุปเข้มข้น 1 ส่วน : น้ำ 12 ส่วน
• สำหรับเป็นน้ำซุปหม้อไฟ – ซุปเข้มข้น 1 ส่วน : น้ำ 12 ส่วน
• สำหรับเมนูผัด – ใช้ 10% ของน้ำหนักวัตถุดิบ
เอาใจคนรักสุขภาพหากกำลังมองหาน้ำสลัดรสชาติแท้แบบต้นตำรับที่ไม่หวานเลี่ยนและหอมกลิ่นโชยุเตะจมูก ต้องไม่พลาดน้ำสลัดญี่ปุ่นขวดนี้ การคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศ นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นโดยตรง ให้สัมผัสรสชาติกลมกล่อม รสเปรี้ยวกลมกล่อมจากน้ำส้มสายชูตัดกับความหอมนุ่มของซอสถั่วเหลืองได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะนำไปราดบนสลัดผักสดกรอบ ผักต้ม สลัดเต้าหู้ หรือนำไปใช้เป็นน้ำดริปคู่กับชาบูหมูเย็น แซลมอนซาชิมิ ก็เข้ากันได้อย่างน่าอัศจรรย์ ช่วยตัดเลี่ยนและเพิ่มความสดชื่นให้ทุกคำตอบโจทย์ทั้งสายรักสุขภาพ ร้านค้า และครอบครัวที่มองหาความคุ้มค่าและความอร่อยระดับมืออาชีพ
วิธีการใช้ "น้ำสลัดญี่ปุ่น"
• เขย่าขวดก่อนใช้: เขย่าขวดแรงๆ ทุกครั้งก่อนเทใช้งาน เพื่อให้ส่วนผสมของน้ำมัน ซอสถั่วเหลืองและเครื่องปรุงรสผสมเข้ากันเป็นเนื้อเดียว
• การราดและคลุกสลัด: เทราดลงบนผักสลัดสด เต้าหู้ หรือเนื้อสัตว์สุกตามปริมาณที่ต้องการ จากนั้นคลุกเคล้าเบาๆให้ทั่วก่อนเสิร์ฟ
• น้ำจิ้ม: ใช้เป็นน้ำจิ้มสำหรับหมูชาบูเย็น แซลมอนซาชิมิ เกี๊ยวซ่า หรือของทอดต่างๆ ช่วยตัดเลี่ยนได้ดี
• เมนูเย็น: ราดบนเส้นราเมน หรือเส้นโซบะเย็น เสิร์ฟคู่กับแตงกวาซอย ไข่เส้น และแฮม
• การเก็บรักษา: หลังเปิดใช้งานแล้ว ควรปิดฝาให้สนิทและนำเข้าแช่ในตู้เย็น (ช่องธรรมดา) ทุกครั้งเพื่อรักษาคุณภาพและรสชาติ
เมนูแนะนำ
• สลัดเต้าหู้คินูเนื้อนุ่ม ท็อปด้วยสาหร่ายวากาเมะ ราดน้ำสลัดญี่ปุ่น ได้รสสัมผัสเบาๆ สดชื่น
• สลัดหมูชาบูเย็น สไลซ์หมูต้มสุกแช่เย็น วางบนผักสลัดกรอบ ราดน้ำสลัดเพิ่มความกลมกล่อม
• บะหมี่เย็นสไตล์ญี่ปุ่นใช้ราดบนเส้นราเมนหรือโซบะเย็น พร้อมเครื่องไข่เส้น แฮม และแตงกวา
• น้ำจิ้มปลาแซลมอน หรือ ของทอด ใช้เป็นน้ำจิ้มตัดเลี่ยนสำหรับแซลมอนย่าง หรือเกี๊ยวซ่าทอด
สัมผัสความอร่อยระดับตำนานส่งตรงจากญี่ปุ่นกับ แกงกะหรี่ก้อนสูตรต้นตำรับที่ครองใจคนทุกเพศทุกวัย ด้วยเอกลักษณ์ความกลมกล่อมที่ไม่เหมือนใครจากการผสานคุณค่าของ "แอปเปิ้ลและน้ำผึ้งธรรมชาติ" ให้รสชาติที่หวานละมุน นุ่มนวล เผ็ดน้อย (ระดับ 1) เหมาะอย่างยิ่งสำหรับทุกคนในครอบครัว ตั้งแต่เด็กๆ ไปจนถึงผู้ใหญ่ที่ชอบรสชาติกลมกล่อมไม่จัดจ้าน มาในขนาดจุใจสูตรพิเศษสำหรับร้านค้าหรือครอบครัวใหญ่ ช่วยให้การรังสรรค์เมนูแกงกะหรี่ญี่ปุ่นจานโปรดของคุณเป็นเรื่องง่ายและอร่อยคงที่ในทุกๆจาน
บรรจุขนาด 1 กิโลกรัม โดยแบ่งเป็น 2 แพ็ก แพ็กละ 500 กรัม สูตรพิเศษสำหรับพ่อบ้านแม่บ้านครอบครัวใหญ่ หรือผู้ประกอบการร้านอาหารและคาเฟ่ แกะใช้สะดวก เก็บรักษาง่าย ช่วยให้การรังสรรค์เมนูโปรดของคุณเป็นเรื่องง่าย ไม่ว่าจะทำทานกี่ครั้ง รสชาติก็เข้มข้น หอม อร่อยคงที่เหมือนมีเชฟญี่ปุ่นมาปรุงให้ถึงบ้าน
วิธีทำ (สำหรับ 50 ที่)
• ผัดวัตถุดิบ: เตรียมเนื้อสัตว์และผักตามต้องการ นำไปผัดกับน้ำมันพร้อมกระเทียมและหอม ประมาณ 3-5 นาที
• เติมน้ำ : ประมาณ 6-7 ลิตร ต้มให้เดือด จากนั้นเคี่ยวต่อด้วยไฟกลาง ประมาณ 20-30 นาที จนส่วนผสมนุ่มได้ที่
• ใส่ก้อนแกงกะหรี่: ปิดไฟชั่วคราว นำก้อนแกงกะหรี่ (หันชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ละลายง่าย) ใส่ลงหม้อ คนให้ละลายจนหมด
• เคี่ยวจนข้น: เปิดไฟอ่อน เคี่ยวต่อประมาณ 10-15 นาที จนน้ำแกงงวดและข้นเหนียวตามต้องการ พร้อมตักราดข้าวสวยร้อนๆ
ไอเดียสร้างสรรค์เมนูจากแกงกะหรี่กล่องนี้
นอกจากจะราดข้าวสวยทานคู่กับหมูทอดทงคัตสึแล้ว แกงกะหรี่สูตรนี้ยังสามารถนำไปดัดแปลงทำเมนูอื่นๆ เช่น:
• อุด้งแกงกะหรี่ญี่ปุ่น: ซดน้ำร้อนๆ เส้นหนึบหนับ
• ข้าวโตเกียวชีสแกงกะหรี่อบ: โรยชีสเยิ้มๆ แล้วนำเข้าเตาอบ
• พายแกงกะหรี่: เมนูทานเล่นสไตล์คาเฟ่
เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นร้านข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นระดับพรีเมียมด้วย เครื่องแกงกะหรี่ก้อนสำหรับงานร้านอาหารและธุรกิจอาหารจากประเทศญี่ปุ่น ให้รสชาติกลมกล่อม เข้มข้น หอมเครื่องเทศ พร้อมความละมุนจากการผสานรสชาติของเครื่องเทศและความหวานจากผักอย่างลงตัว มาพร้อมกับความเผ็ดระดับ 3 (เผ็ดน้อย-ปานกลาง) จึงเหมาะกับผู้บริโภคส่วนใหญ่ สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย ทั้งแกงกะหรี่เนื้อ หมู ไก่ ซีฟู้ด หรือประยุกต์เป็นซอสสำหรับเมนูทอดต่าง ๆ ได้อย่างมืออาชีพ บรรจุภัณฑ์ขนาด 1 กิโลกรัม คุ้มค่า เหมาะสำหรับ ครอบครัวใหญ่ ร้านอาหาร โรงแรม ร้านอาหารญี่ปุ่น อร่อยทานง่าย ถูกปากทุกคนในแน่นอน
วิธีทำ (สำหรับ 50 ที่)
• ผัดวัตถุดิบ: เตรียมเนื้อสัตว์และผักตามต้องการ นำไปผัดกับน้ำมันพร้อมกระเทียมและหอม ประมาณ 3-5 นาที
• เติมน้ำ : ประมาณ 6-7 ลิตร ต้มให้เดือด จากนั้นเคี่ยวต่อด้วยไฟกลาง ประมาณ 20-30 นาที จนส่วนผสมนุ่มได้ที่
• ใส่ก้อนแกงกะหรี่: ปิดไฟชั่วคราว นำก้อนแกงกะหรี่ (หันชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ละลายง่าย) ใส่ลงไปในหม้อ คนให้ละลายจนหมด
• เคี่ยวจนข้น: เปิดไฟอ่อน เคี่ยวต่อประมาณ 10-15 นาที จนน้ำแกงงวดและข้นเหนียวตามต้องการ พร้อมตักราดข้าวสวยร้อนๆ
เมนูแนะนำจากแกงกะหรี่กล่องนี้
• ข้าวแกงกะหรี่หมูทอดคัตสึ: เมนูคลาสสิก ข้าวสวยร้อนๆ ท็อปด้วยหมูชุบแป้งทอดกรอบๆ ราดซสแกงกะหรี่เข้มข้น
• อุด้งแกงกะหรี่: นำซุปแกงกะหรี่ไปเจือจางด้วยน้ำซุปดาชิเล็กน้อย ราดบนเส้นอุด้งเหนียวนุ่ม
• ข้าวห่อไข่ราดซอสแกงกะหรี่: เพิ่มความหรูหราละมุนละไมด้วยไข่ข้นลาวา
• ขนมปังไส้แกงกะหรี่: นำซอสแกงกะหรี่ที่เหลือไปทำเป็นไส้ขนมปังแล้วนำไปชุบเกล็ดขนมปังทอด
สัมผัสความอร่อยระดับมืออาชีพส่งตรงจากญี่ปุ่นกับ เครื่องแกงกะหรี่ก้อน สูตรเผ็ดกลาง ระดับ 4 ที่โดดเด่นด้วยรสชาติเข้มข้น กลมกล่อม และกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์จากเครื่องเทศนานาชนิด ผสานความหวานละมุนของหัวหอมและผลไม้ จนได้รสชาติแบบแกงกะหรี่ญี่ปุ่นต้นตำรับ เพียงเปิดกล่องกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศก็ชวนให้นึกถึงร้านแกงกะหรี่ญี่ปุ่นชื่อดัง เนื้อซอสมีความข้นกำลังดี เคลือบเนื้อสัตว์และผักได้อย่างทั่วถึง ทุกคำให้ทั้งความหวานกลมกล่อมของหัวหอมที่เคี่ยวจนหอมละมุน ตามด้วยรสเผ็ดร้อนกำลังพอดีและความหอมลึกของเครื่องเทศสูตรเฉพาะจาก เฮ้าส์ ฟู้ดส์ ทำให้ได้รสชาติที่เข้มข้น อร่อยจนหยุดไม่ได้ ยิ่งนำไปราดบนข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ ทานคู่กับหมูทอดทงคัตสึ ไก่ทอด เนื้อตุ๋น หรือซีฟู้ด ก็ยิ่งเพิ่มความอร่อยแบบต้นตำรับญี่ปุ่น เหมาะทั้งสำหรับทำรับประทานในครอบครัวและใช้เป็นเมนูขายในร้านอาหาร เพราะให้รสชาติคงที่ทุกครั้งที่ปรุง
บรรจุขนาด 1 กิโลกรัม โดยแบ่งเป็น 2 แพ็ก แพ็กละ 500 กรัม เพื่อความสะดวกในการใช้งานและจัดเก็บ เหมาะสำหรับร้านอาหาร โรงแรม โรงอาหาร คาเฟ่ หรือผู้ที่ต้องการทำแกงกะหรี่ในปริมาณมาก สามารถปรุงได้ประมาณ 40 ที่ (ขึ้นอยู่กับสูตร) ละลายง่าย ประหยัดเวลา และนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นแกงกะหรี่หมู เนื้อ ไก่ ซีฟู้ด แกงกะหรี่ผัก อุด้งแกงกะหรี่ หรือเมนูฟิวชันต่าง ๆ หากกำลังมองหาเครื่องแกงกะหรี่ญี่ปุ่นคุณภาพสำหรับครัวมืออาชีพ ที่ให้ทั้งความสะดวก รสชาติอร่อยเข้มข้น และมาตรฐานจากประเทศญี่ปุ่น คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทุกมื้ออาหาร พร้อมยกระดับทุกจานให้หอม เข้มข้น และอร่อยแบบญี่ปุ่นแท้ในทุกคำ
วิธีทำ (สำหรับ 40 ที่)
• ผัดวัตถุดิบ: เตรียมเนื้อสัตว์และผักตามต้องการ นำไปผัดกับน้ำมันพร้อมกระเทียมและหอม
• เติมน้ำ : ประมาณ 5 ลิตร ต้มให้เดือด จากนั้นเคี่ยวต่อด้วยไฟกลางจนส่วนผสมนุ่มได้ที่
• ใส่ก้อนแกงกะหรี่: ปิดไฟชั่วคราว นำก้อนแกงกะหรี่ (หันชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ละลายง่าย) ใส่หม้อ คนให้ละลาย
• เคี่ยวจนข้น: เปิดไฟอ่อน เคี่ยวต่อประมาณ 5–10 นาที จนน้ำแกงงวดและข้นเหนียวตามต้องการ พร้อมตักราดข้าวสวยร้อนๆ
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Nanatsuboshi ข้าวที่เติบโตท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ของฮอกไกโด
นิยมปลูกมากในฮอกไกโด เมล็ดข้าวอวบ หุงแล้วขึ้นเงา มีความเหนียวปานกลาง และความหวานแบบพอดี ทำให้โดนใจชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก แม้ข้าวจะเย็นแต่ยังคงความนุ่ม หอม อร่อย สามารถทำอาหารได้หลากหลายประเภท แต่จะนิยมนำมาทำเบนโตะและซูชิ
• ลักษณะเมล็ด – เมล็ดข้าวอวบ ขาว หุงขึ้นหม้อ
• รสชาติ – มีรสหวานและยังคงอร่อยแม้จะเย็นแล้ว
• ความเหนียว – ความเหนียวกำลังดี
• เมนูที่เหมาะสม – เบนโตะ และซูชิ
• ความลับของสายพันธุ์ – ถือว่าเป็นข้าวที่มีความสมดุลระหว่างรสชาติกับเนื้อสัมผัสมากที่สุดในสายพันธุ์ข้าวฮอกไกโด เมื่อหุงจนสุกข้าวมีความขาว ความเงา ความหอม ให้รสชาตินุ่มนวล และเคี้ยวอร่อย
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
1. ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
2. ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
3. กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
4. ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำจนอ่อนนุ่ม
5. หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อย ๆ คนให้น้ำระเหย
หากพูดถึงเมนูอาหารญี่ปุ่นที่ครองใจคนทั่วโลกมาอย่างยาวนาน "แกงกะหรี่ญี่ปุ่น" คงเป็นหนึ่งในเมนูยอดนิยมที่หลายคนนึกถึง ด้วยเอกลักษณ์ของซอสแกงกะหรี่ที่มีความเข้มข้น กลมกล่อม หอมเครื่องเทศ และรับประทานง่าย ทำให้เป็นเมนูที่เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย สำหรับผู้ที่ต้องการรสชาติแกงกะหรี่ญี่ปุ่นแบบต้นตำรับ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร โรงแรม ร้านอาหารญี่ปุ่น หรือผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารญี่ปุ่นรับประทานเองที่บ้าน นี่คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่ได้รับความไว้วางใจจากเชฟมืออาชีพในญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
เครื่องแกงกะหรี่กึ่งสำเร็จรูป ชนิดเกล็ด ผลิตจากการผสมผสานของเครื่องเทศคุณภาพดี ผัก และวัตถุดิบที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน จนได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของแกงกะหรี่ญี่ปุ่นแท้ มีความหอมของเครื่องเทศที่ไม่ฉุนจนเกินไป ให้รสเผ็ดระดับกลางที่รับประทานง่าย พร้อมความกลมกล่อมที่ลงตัว เหมาะทั้งสำหรับผู้ที่เริ่มต้นรับประทานแกงกะหรี่ญี่ปุ่นและผู้ที่ชื่นชอบรสชาติแบบดั้งเดิม นอกจากการนำไปทำข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นแล้ว ยังสามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นข้าวแกงกะหรี่หมูทอดทงคัตสึ แกงกะหรี่ไก่ อุด้งแกงกะหรี่ ซอสแกงกะหรี่ราดไก่ทอด โคร็อกเกะ หรือเมนูฟิวชันต่างๆ ที่ต้องการความหอมเข้มข้นของซอสแกงกะหรี่ญี่ปุ่น จึงเหมาะสำหรับร้านอาหารที่ต้องการควบคุมต้นทุนและรักษามาตรฐานรสชาติให้คงที่ในทุกจาน ช่วยประหยัดเวลาในการเตรียมอาหาร และสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้อย่างสม่ำเสมอ
ขั้นตอนการทำ
• ตั้งกระทะหรือหม้อหนา เติมน้ำมันพืชให้ร้อน นำเนื้อสัตว์และผักที่หั่นขนาดพอดีคำลงไปผัดให้เข้ากันจนสุกได้ที่
• เติมน้ำเปล่าลงไป ต้มให้เดือด คอยช้อนฟองออก และเคี่ยวต่อด้วยไฟอ่อน-ปานกลางจนผักและเนื้อสัตว์นุ่ม
• ปิดไฟชั่วคราว แล้วค่อยๆ โรยเครื่องแกงกะหรี่ชนิดเกล็ดลงไป คนให้ละลายจนเข้ากันดี
• เปิดไฟอ่อนอีกครั้ง เคี่ยวต่อหมั่นคนเรื่อยๆ จนน้ำแกงกะหรี่มีความเหนียวข้นหนืดตามต้องการ พร้อมตักราดข้าวสวยร้อนๆ
ข้าวญี่ปุ่นจากเมืองฮอกไกโด เมืองแห่งความอุดมสมบูรณ์
ชวนคุณมาชิมข้าวญี่ปุ่นแท้ๆ ปลูกที่เมืองฮอกไกโด เมืองที่ธรรมชาติสวยงาม น้ำใสสะอาด ข้าวที่ได้มีรสชาติหวาน นุ่ม เหนียว เคี้ยวเพลิน เหมาะกับทำอาหารญี่ปุ่นอย่างเมนูข้าวซูชิ ข้าวปั้นโอนิกิริ มาลองชิมความแตกต่างของรสชาติข้าวญี่ปุ่นแท้ๆ กันค่ะ หากสนใจทำเมนูข้าวซูชิ เรามีน้ำส้มปรุงรสข้าว และสาหร่ายสำหรับห่อข้าว ขายด้วยนะคะ
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
1. ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
2. ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบา ๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
3. กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
4. ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำเวลาหุงข้าวจะนุ่มไม่กระด้าง
5. หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อยๆ คนให้น้ำระเหย
วิธีการเก็บรักษา
1. เก็บในที่แห้งและเย็น
2. ระวังการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง เพราะข้าวจะแห้งแตกเนื่องจากการระเหยของน้ำในข้าว
3. หลีกเลี่ยงการเก็บรักษาใกล้ ผงซักฟอก สเปรย์ปรับอากาศ เครื่องสำอาง และอาหารที่มีกลิ่นแรง เพราะข้าวจะดูดซับกลิ่น
ข้อควรระวัง
1. คุณภาพของข้าวจะเปลี่ยนหากโดนความชื้น
2. ห้ามวางไว้ใกล้เปลวไฟ เนื่องจากติดไฟง่าย
3. ห้ามวางสินค้าอื่นซ้อนทับผลิตภัณฑ์
ใครที่ชอบทานยากิโซบะ ห้ามพลาดห่อนี้ค่ะ เพราะมันอร่อยมาก!
เมนูยากิโซบะถือเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเมนูหนึ่งที่ทั้งคนญี่ปุ่นและคนไทยชื่นชอบ วันนี้เราชวนคุณมาทำเมนูยากิโซบะในสไตล์ของคุณเองค่ะ ห่อนี้สามารถทำได้ 2 ที่ ในห่อประกอบด้วยเส้นยากิโซบะและซองเครื่องปรุงสำเร็จรูป
วิธีทำ
1. เทน้ำมันลงในกระทะเล็กน้อย พอน้ำมันเริ่มร้อนให้ใส่เสื้อสัตว์ลงไปผัดจนสุก สามารถเพิ่มผักอย่างกระหล่ำปลี แครอทลงไปผัดรวมกับเนื้อสัตว์เพื่อเพิ่มความอร่อย และได้คุณค่าทางโภชนาการ
2. เทเส้นยากิโซบะลงไป ผัดจนเส้นเริ่มคลายตัว เทน้ำซอสที่อยู่ในซองคลุกเคล้าให้ทั่ว
3. เทใส่ชามพร้อมรับประทาน
ขนมเซมเบ้ (ข้าวอบกรอบรสสลัด) กรอบ อร่อย เคี้ยวเพลิน!!
ขนมข้าวอบกรอบเซมเบ้ จากแบรนด์คาเมดะ (Kameda) ที่ผลิตมานานกว่า 50 ปี แป้งเซมเบ้ทำจากข้าวอบกรอบทำให้ได้รสสัมผัสกรอบร่วน ไม่แข็ง เคี้ยวเพลิน ปรุงรสด้วยเกลือซีชามะ ซึ่งเป็นเกลือทะเลที่ผลิตจากเกาะอิชิกากิ ทำให้ได้รสชาติที่ลงตัว เป็นเซมเบ้ที่ชื่นชอบของคนทุกเพศทุกวัย
ชวนคุณมาลิ้มลองยากิโซบะรูปแบบใหม่ๆ อย่างยากิอุด้งห่อนี้ค่ะ
หลายๆ คนคงถูกใจในรสชาติอันเข้มข้นของบะหมี่ผัดสไตล์ญี่ปุ่นอย่างยากิโซบะกันใช่ไหมคะ แต่หากคุณเบื่อสัมผัสในแบบเดิมๆ ของเส้นโซบะ และอยากจะลองเส้นบะหมี่ที่ออกไปในทางหนานุ่มแทนบ้าง เราขอแนะนำเมนูยากิอุด้งค่ะ เมนูนี้ถือเป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างซอสผัดรสชาติเข้มข้นกับเส้นอุด้งเหนียวนุ่ม หนึบหนับ ให้คุณอิ่มอร่อยได้ง่ายๆ แค่เทเส้นและซอสลงไปผัดกับเนื้อสัตว์หรือผักที่ชอบ เพียงไม่นานก็พร้อมเสิร์ฟค่ะ
วิธีอร่อยกับยากิอุด้ง (สำหรับ 1 ที่)
1. เทน้ำมันลงในกระทะเล็กน้อย พอน้ำมันเริ่มร้อน ใส่เนื้อสัตว์และผักลงไปผัดจนสุก
2. เทเส้นอุด้งลงไป ผัดจนเส้นเริ่มคลายตัว เทซอสที่อยู่ในซองลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน
3. ตักใส่จาน ยากิอุด้งแสนอร่อยพร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ
(หากต้องการให้เส้นนิ่มยิ่งขึ้น สามารถเติมน้ำได้เล็กน้อย)
คุณเองก็ทำสเต็กฉ่ำซอสแสนอร่อยได้ง่ายๆ ถ้ามีขวดนี้
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Yumepirika ถือเป็นพันธุ์ข้าวระดับไฮเอนด์ที่ใช้สุดยอดเทคโนโลยีการเพาะสายพันธุ์ข้าวในฮอกไกโด
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ยูเมะพิริกะ (Yumepirika) จากแบรนด์ โฮคุเรน (Hokuren) เป็นข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์พรีเมียมที่ปลูกในจังหวัดฮอกไกโด ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอากาศหนาวเย็นและดินที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ข้าวมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ถือเป็นข้าวเกรดสูงที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น
ลักษณะเด่นของ Yumepirika
• เมล็ดอวบอ้วน และเงางาม - เมล็ดข้าวมีขนาดปานกลางถึงใหญ่ เมื่อหุงแล้วจะเงางามและมีความหนึบที่โดดเด่น
• เนื้อนุ่มแต่ไม่เละ - ข้าวมีความเหนียวและนุ่มในระดับที่พอดี ไม่ร่วนหรือแข็งเกินไป
• รสหวานธรรมชาติ - มีรสชาติอ่อนๆ และหวานธรรมชาติ แม้ทานเปล่าๆ ก็ยังอร่อย
• กลิ่นหอมพิเศษ - มีกลิ่นหอมที่แตกต่างจากข้าวพันธุ์อื่น
• ปลูกในอากาศหนาวเย็น - อุณหภูมิที่เย็นของฮอกไกโดช่วยให้ข้าวมีคุณภาพดีขึ้นและสามารถเก็บรักษาได้นาน
รางวัลและมาตรฐานคุณภาพ
• Yumepirika ได้รับการรับรองมาตรฐาน 特A (Toku A) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของข้าวญี่ปุ่น
• เป็นข้าวที่ได้รับความนิยมในร้านอาหารระดับพรีเมียมทั่วญี่ปุ่น
• ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลฮอกไกโดให้เป็นข้าวเกรดพรีเมียมของภูมิภาค
เมนูที่เหมาะกับ Yumepirika
เนื่องจาก Yumepirika เป็นข้าวที่มีความเหนียวนุ่มและมีรสหวานในตัว จึงเหมาะกับอาหารที่ต้องการข้าวคุณภาพสูง เช่น
• ข้าวสวย (Cooked Rice) - เมล็ดข้าวสวย เมื่อหุงสุกจะมีความเงาสวย เหมาะสำหรับทานแบบข้าวสวย
• ซูชิ (Sushi) - เมล็ดข้าวเหนียวกำลังดี จับตัวได้ง่าย ไม่แฉะเกินไป
• ข้าวปั้น (Onigiri) - รสชาติหวานธรรมชาติทำให้กินเปล่าๆ ก็อร่อย
• ข้าวญี่ปุ่นธรรมดา (Gohan) - เหมาะสำหรับทานคู่กับปลาย่างหรืออาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
• ข้าวหน้าอาหารทะเล (Kaisendon/Donburi) - ความหนึบของข้าวช่วยเสริมรสชาติของปลาดิบได้ดี
Yumepirika ถือเป็นข้าวที่ให้รสชาติที่ดีที่สุดของฮอกไกโด ถ้าคุณต้องการข้าวที่นุ่ม หอม และมีคุณภาพสูง Yumepirika คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
• ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
• ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
• กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
• ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำเวลาหุงข้าวจะนุ่มไม่กระด้าง
• หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อยๆ คนให้น้ำระเหย
วิธีการเก็บรักษา
• เก็บในที่แห้งและเย็น
• ระวังการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง เพราะข้าวจะแห้งแตกเนื่องจากการระเหยของน้ำในข้าว
• หลีกเลี่ยงการเก็บรักษาใกล้ ผงซักฟอก สเปรย์ปรับอากาศ เครื่องสำอาง และอาหารที่มีกลิ่นแรง เพราะข้าวจะดูดซับกลิ่น
ข้อควรระวัง
• คุณภาพของข้าวจะเปลี่ยนหากโดนความชื้น
• ห้ามวางไว้ใกล้เปลวไฟ เนื่องจากติดไฟง่าย
• ห้ามวางสินค้าอื่นซ้อนทับผลิตภัณฑ์
ราเมนเส้นเล็กบางจับคู่กับน้ำซุปทงคตสึเข้มข้น อร่อยโดนใจ
เปิดประสบการณ์รสชาติของข้าวญี่ปุ่นแท้ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชาแห่งข้าว" ของประเทศญี่ปุ่น ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ค่ะ
ข้าวชิ้นนี้คือ ข้าวโคชิฮิคาริ (Koshihikari) ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ยอดนิยมและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวที่มาจากจังหวัด นีงาตะ (Niigata) ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงด้านคุณภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จังหวัดนีงาตะได้รับพรจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปลูกข้าวชั้นดี เช่น ดินที่อุดมสมบูรณ์จากตะกอนแม่น้ำสำคัญอย่างแม่น้ำชินาโนะ (Shinano River) และแม่น้ำอะงาโนะ (Agano River) รวมถึงมีน้ำบริสุทธิ์จากหิมะที่ละลาย (Snowmelt Water) และที่สำคัญคือ ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน ที่สูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความหวานและรสชาติของข้าว
ข้าวโคชิฮิคาริสายพันธุ์นีงาตะมีจุดเด่นหลัก ๆ ที่ทำให้เป็นที่รักของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
ความเหนียวและหนึบ (Stickiness): มีสัมผัสที่ เหนียวหนึบ (Mochimochi) และยืดหยุ่นกำลังดี ไม่แข็งกระด้าง
ความหวานและอูมามิ (Sweetness & Umami): มีรสหวานตามธรรมชาติที่ชัดเจน และมีรส อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นในทุกเม็ด
กลิ่นหอมและเงางาม: เมื่อหุงสุกแล้วจะมี กลิ่นหอมที่ละมุน และเมล็ดข้าวจะมีความ เงางามเป็นประกาย น่ารับประทาน
ด้วยรสชาติที่โดดเด่นและสมดุล ทำให้ข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะอร่อยมากแม้ว่าจะทานเปล่า ๆ โดยไม่ต้องมีกับข้าวค่ะ นอกจากนี้ยังรักษาความอร่อยไว้ได้ดีแม้จะเย็นลง จึงเหมาะมากสำหรับทำข้าวปั้น โอนิกิริ (Onigiri) หรือใส่ในกล่องข้าวเบนโตะ (Bento)
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
ข้าวโคชิฮิคาริมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่สมดุล ทำให้เข้ากันได้ดีกับอาหารหลากหลายประเภทค่ะ:
ข้าวสวย (Plain White Rice): ทานเปล่า ๆ คู่กับเครื่องเคียงง่าย ๆ อย่างซุปมิโสะ (Miso Soup) และผักดอง (Tsukemono) เพื่อสัมผัสรสชาติแท้ ๆ ของข้าว
ซูชิ (Sushi) และโอนิกิริ (Onigiri): ด้วยความเหนียวหนึบ ทำให้ปั้นได้ง่ายและคงรูปได้ดีเมื่อเย็นลง
เมนูอาหารญี่ปุ่นทั่วไป: เหมาะสำหรับทานคู่กับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด เช่น ปลาย่าง, เทมปุระ (Tempura) หรือข้าวหน้าต่าง ๆ (Donburi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
เพื่อให้ได้ข้าวที่อร่อยที่สุด ควรทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
1. ซาวข้าว (Rinsing): ซาวข้าวอย่างเบามือเพื่อล้างฝุ่นออก เปลี่ยนน้ำประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำเริ่มใส
2. แช่น้ำ (Soaking): แช่ข้าวในน้ำสะอาดทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ในฤดูร้อน หรือ 60 นาที ในฤดูหนาว เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำอย่างเต็มที่
3. หุง (Cooking): หุงตามอัตราส่วนน้ำที่ระบุบนเครื่องหุงข้าว หรือใช้อัตราส่วนข้าว 1 ส่วนต่อน้ำประมาณ 1.1 - 1.2 ส่วน
4. พักข้าว (Steaming): เมื่อหุงเสร็จแล้ว ห้ามเปิดฝา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ไอน้ำระอุและข้าวสุกทั่วถึง ก่อนจะใช้ไม้พายคลุกเบา ๆ ก่อนตักเสิร์ฟค่ะ
ลองนำข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะไปหุงดูสิคะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมข้าวญี่ปุ่นแท้ ๆ ถึงมีเสน่ห์และเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น ที่คุณก็สามารถสร้างสรรค์ความอร่อยนี้ได้ที่บ้านค่ะ
สนุกกับการทำโอโคโนมิยากิได้ง่ายๆ ที่บ้านคุณ
ชวนชิมของดีประจำเมืองคุมาโมโต้
ซอสปลาไหลญี่ปุ่นแท้แบรนด์ Nihon Shokken จากญี่ปุ่น ซอสสูตรต้นตำรับ รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันจากวัตถุดิบคุณภาพดี ให้รสชาติกลมกล่อม หอมหวาน และมีความเข้มข้นกำลังดี เหมาะสำหรับปรุงอาหารหลากหลายเมนู โดยเฉพาะเมนูปลาไหลย่าง (Unagi Don) ที่จะช่วยยกระดับความอร่อยให้เหมือนกับรับประทานที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูหลัก:
• ข้าวหน้าปลาไหล: ราดซอสปลาไหลลงบนปลาไหลย่างที่เตรียมไว้ แล้วเสิร์ฟพร้อมข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ และสาหร่าย
• ปลาไหลย่าง: ใช้เป็นซอสสำหรับย่างปลาไหลโดยตรง เพื่อให้ได้รสชาติและกลิ่นหอมที่เข้มข้น
เมนูอื่นๆ:
• ข้าวปั้น/ซูชิ: ใช้ราดบนข้าวปั้น หรือซูชิหน้าต่างๆ เพื่อเพิ่มรสชาติและความเงางาม
• ยากิโทริ: ทาซอสขณะย่าง เพื่อให้ได้รสชาติที่เข้มข้น หอมหวาน
• ผัดผัก/เนื้อสัตว์: ใช้เป็นส่วนผสมในการผัดผัก หรือเนื้อสัตว์ เพื่อเพิ่มรสชาติแบบญี่ปุ่น
• บาร์บีคิวญี่ปุ่น: ใช้เป็นซอสหมัก หรือซอสจิ้มสำหรับเมนูบาร์บีคิวสไตล์ญี่ปุ่น
ดื่มด่ำรสชาติของทะเลไปกับโชยุราเมนสไตล์นางาซากิ
น้ำซุปเข้มข้น ซัปโปโรมิโซะราเมง อร่อย กลมกลม ในแบบของญี่ปุ่นแท้ๆ
ฟินกับเมนูราเมงได้ง่ายๆที่บ้าน ด้วยซุปซัปโปโรมิโซะราเมง รสชาติอูมามิของมิโซะผสานกับกลิ่นหอมของผักเครื่องเทศที่ผัดจนหอมกรุ่น จากแบรนด์ Bellfoods เพียงผสมน้ำซุปเข้มข้นเข้ากับน้ำร้อนแล้วใส่เส้นพร้อมกับเครื่องเคียงที่ชอบลงไป เพียงเท่านี้ราเมงแสนอร่อยก็พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ
วิธีรับประทาน
• ผสมน้ำซุป 1 ซอง กับน้ำร้อน 300 มล. คนให้เข้ากัน ใส่เส้นราเมงและเครื่องเคียงตามชอบ
• หากต้องการรสชาติที่เข้มข้นยิ่งขึ้น สามารถลดปริมาณน้ำร้อนลงได้ตามต้องการ
น้ำซุปเข้มข้น หอมมัน อร่อยจนหยดสุดท้าย!!
ฟินกับเมนูราเมงได้ง่ายๆที่บ้าน ด้วยน้ำซุปทงคตสึนำเข้าจากญี่ปุ่นแท้ๆ จากแบรนด์ Bellfoods เพียงผสมน้ำซุปเข้มข้นเข้ากับน้ำร้อนแล้วใส่เส้นและเครื่องเคียงที่ชอบลงไป ราเมงแสนอร่อยก็พร้อมเสิร์ฟ ให้คุณเต็มอิ่มกับน้ำซุปเข้มข้นหอมกรุ่นที่เคี่ยวจากกระดูกหมูเป็นระยะเวลานาน พร้อมรสอูมามิจากกระเทียมและขิงผัด เข้ากันได้ดีกับเส้นทุกแบบ
วิธีรับประทาน
• ผสมน้ำซุป 1 ซอง กับน้ำร้อน 300 มล. คนให้เข้ากัน ใส่เส้นราเมงและเครื่องเคียงตามชอบ
• หากต้องการรสชาติที่เข้มข้นยิ่งขึ้น สามารถลดปริมาณน้ำร้อนลงได้ตามต้องการ
คุกกี้กรอบนุ่มชุ่มฉ่ำพร้อมความหอมอร่อยจากแครนเบอร์รี
โตฮาโตะ ออล แครนเบอร์รี เป็นซอฟต์คุกกี้ (Soft Cookies) ที่อัดแน่นไปด้วยชิ้นแครนเบอร์รีแบบเต็มๆ คำ ให้คุณเพลิดเพลินไปกับรสหวานอมเปรี้ยวและกลิ่นหอมสดชื่นเฉพาะตัวของแครนเบอร์รี ที่สอดแทรกอยู่ระหว่างแป้งคุกกี้ขนาดกำลังพอดี ใช้กรรมวิธีการอบที่เป็นเทคนิคลับเฉพาะของโตฮาโตะ ทำให้ได้เนื้อสัมผัสที่มีความนุ่มชุ่มฉ่ำอยู่ข้างใน ไม่แข็งกระด้าง มาพร้อมคุณประโยชน์จากโพลีฟีนอลซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ผลิตภัณฑ์นี้เป็นหนึ่งในซีรีส์ออล เรซิน (All Raisin) ของโตฮาโตะซึ่งได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1972 และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนเกิดเป็นออล แครนเบอร์รีขึ้นในปี 2020 ภายในซองบรรจุเป็นห่อเล็กๆ แบ่งรับประทานได้ง่าย ไม่ว่าจะรับประทานเป็นของว่างคู่กับเครื่องดื่มอย่าง ชา, กาแฟ, นมสด, หรือไอศกรีมก็อร่อยค่ะ
หอม ละมุน เอกลักษณ์แบบชาญี่ปุ่นแท้ด้วย "ยาบูกิตะ เบลนด์"
ยาบูกิตะ (Yabukita) เป็นสายพันธุ์ของต้นชา หรือที่ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “ชะโนะกิ” (Chanoki) ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในจังหวัดชิซูโอกะ ขึ้นชื่อว่าเป็นสายพันธุ์ชาคุณภาพสูง ให้รสชาติและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนเสน่ห์ของชาเขียวญี่ปุ่นอย่างแท้จริง จนได้รับการยกย่องว่าเป็นมาตรฐานของชาเขียวญี่ปุ่นทั้งในด้านรสชาติและความหอม
ทางแบรนด์ ฮาราดะ (Harada) ได้นำใบชายาบุกิตะมาพัฒนาให้เข้ากับรสนิยมของผู้บริโภคยุคใหม่ จนเกิดเป็น “ยาบูกิตะ เบลนด์” (Yabukita Blend) ชารสหอมละมุน ดื่มง่าย เหมาะทั้งสำหรับจิบคู่กับของว่างจานโปรด หรือดื่มเพื่อเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความผ่อนคลายได้อย่างลงตัว
วิธีชงดื่ม
• ใส่ชา 1 ซองลงในถ้วย เทน้ำเดือด 120 มล. ลงไป แช่ไว้ประมาณ 30 วินาที (หรือปรับตามชอบ) เขย่าซองชาเล็กน้อยแล้วนำออก จากนั้นเทใส่แก้วพร้อมดื่ม
สัมผัสความหอมละมุนของชาโฮจิฉะสายพันธุ์ยาบุกิตะ
ชาโฮจิฉะ (ชาเขียวคั่ว) จากแบรนด์ ฮาราดะ (Harada) รสละมุน ดื่มง่าย ผลิตจากใบชาคุณภาพดีสายพันธุ์ “ยาบุกิตะ” (Yabukita) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ของต้นชา Camellia ที่มีถิ่นกำเนิดในจังหวัดชิซูโอกะ ขึ้นชื่อว่าเป็นชาคุณภาพสูงที่ให้รสชาติและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนเสน่ห์ของชาเขียวญี่ปุ่นอย่างแท้จริง จึงได้ชาโฮจิฉะที่หอมละมุน ดื่มง่าย เหมาะสำหรับดื่มคู่กับอาหารว่างจานโปรด หรือจิบเพื่อเติมความผ่อนคลาย
วิธีชงดื่ม
• ใส่ชา 1 ซองลงในถ้วย เทน้ำเดือด 120 มล. ลงไป แช่ไว้ประมาณ 30 วินาที (หรือปรับตามชอบ) เขย่าซองชาเล็กน้อยแล้วนำออก จากนั้นเทใส่แก้วพร้อมดื่ม
น้ำซุปเข้มข้น หอมมัน อร่อยจนหยดสุดท้าย!!
ฟินกับเมนูราเมงได้ง่ายๆที่บ้าน ด้วยน้ำซุปทงคตสึโชยุนำเข้าจากญี่ปุ่นแท้ๆ จากแบรนด์ Bellfoods เพียงผสมน้ำซุปเข้มข้นเข้ากับน้ำร้อนแล้วใส่เส้นพร้อมครื่องเคียงที่ชอบลงไป ราเมงแสนอร่อยก็พร้อมเสิร์ฟ ให้คุณเต็มอิ่มกับน้ำซุปเข้มข้นหอมกรุ่นที่เคี่ยวจากกระดูกหมู ไก่ และสาหร่ายทะเล พร้อมปรุงรสด้วยโชยุฮอนโจโซ (Honjozo Shoyu) ที่ผ่านกระบวนการต้มแบบดั้งเดิมจึงทำให้รสชาติกลมกล่อม เค็มๆ มันๆ เต็มรสอูมามิ เข้ากันได้ดีกับเส้นทุกแบบ
วิธีรับประทาน
• ผสมน้ำซุป 1 ซอง กับน้ำร้อน 300 มล. คนให้เข้ากัน ใส่เส้นราเมงและเครื่องเคียงตามชอบ
• หากต้องการรสชาติที่เข้มข้นยิ่งขึ้น สามารถลดปริมาณน้ำร้อนลงได้ตามต้องการ
เซมเบ้ข้าวอบกรอบ เคี้ยวเพลิน กรอบ อร่อย
ปารินโกะ ชิโอะ ขนมข้าวอบกรอบรสเกลือ จากแบรนด์ SANKO SEIKA ขนมทานเล่นเหมาะสำหรับเด็ก แผ่นบาง ขนาดพอดีคำ เนื้อกรอบอร่อย เคี้ยวเพลิน
การทำน้ำซุปดาชิจะเป็นเรื่องง่ายๆ ใช้เวลาเพียง 5 นาที
อิซูโมะ โซบะ รสชาติแห่งวัฒนธรรมท้องถิ่นจากอิซูโมะ
“อิซูโมะ โซบะ” (Izomo Soba) คือหนึ่งในวัฒนธรรมอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาคอิซูโมะ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การโม่แป้งจากเมล็ดโซบะทั้งเมล็ด ส่งผลให้เส้นโซบะมีสีเข้ม มีกลิ่นหอมโดดเด่นเฉพาะตัว และอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าเส้นที่ทำจากแป้งผสมทั่วไป
สัมผัสความสดชื่นแบบต้นตำรับแท้ๆ จากประเทศญี่ปุ่น ชาเขียวผสมมัทฉะ ชนิดซอง ผลิตภัณฑ์ชาคุณภาพเยี่ยมจากแบรนด์ใบชาเก่าแก่ที่สืบสานภูมิปัญญาและศิลปะการผลิตชาแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ตัวซองได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับใช้กับเหยือกชงชา ตอบโจทย์ความสะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการชงดื่มร้อนๆ เพื่อความผ่อนคลายในยามเช้า หรือการทำชาสกัดเย็น (Cold Brew) เพื่อดับกระหายคลายร้อนในระหว่างวัน จุดเด่นคือการผสานความสดชื่นกลมกล่อมของใบชาเขียวคุณภาพ เข้ากับความเข้มข้น หอมละมุน และมีสีเขียวสดใสของผงมัทฉะแท้จากญี่ปุ่น ช่วยให้คุณสัมผัสรสชาติและกลิ่นอายแบบฉบับโรงน้ำชาญี่ปุ่นแท้ๆ ได้ง่ายๆ ภายในเวลาไม่กี่นาที สะดวก รวดเร็ว สะอาด และยังคงคุณประโยชน์จากชาไว้ได้อย่างครบถ้วน
ประโยชน์
• อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ: ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ และบำรุงสุขภาพผิวพรรณ
• ช่วยให้ร่างกายตื่นตัวและผ่อนคลาย: มีคาเฟอีนธรรมชาติและกรดอะมิโนแอล-ธี ช่วยเพิ่มสมาธิ ความสดชื่น
• ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ: มีส่วนช่วยในการเผาผลาญไขมันและพลังงานเมื่อดื่มเป็นประจำควบคู่กับการออกกำลังกาย
• ดูแลระบบย่อยอาหาร: ช่วยปรับสมดุลและช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้ดียิ่งขึ้นหลังมื้ออาหาร
วิธีการชง "สามารถชงได้ทั้งแบบร้อนและแบบเย็น"
• ชงแบบร้อน : นำซองชา 1 ซองใส่ลงในกาน้ำชาหรือแก้ว เทน้ำร้อนปริมาณพอเหมาะ
(ประมาณ 200-300 มล.) ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที (สามารถปรับลดหรือเพิ่มเวลาได้
ตามความเข้มที่ชอบ) แล้วจึงรินดื่ม
• ชงแบบเย็น : นำซองชา 1-2 ซอง ใส่ลงในเหยือกน้ำที่ใส่น้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง
ประมาณ 500-1,000 มล. แช่ตู้เย็นทิ้งไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง หรือจนได้สีและรสชาติที่ต้องการ
สามารถหยิบซองชาออกแล้วรินดื่มเพื่อความสดชื่นเย็นสะใจ
• ชงด้วยขวดพกพา : ขวดน้ำเปล่า ขนาด 500 มล. ใส่ซองชา 1 ซอง ลงในขวด
ปิดฝาแล้วเขย่าขวดเพื่อให้ได้ความเข้มข้นที่ชอบ พร้อมดื่มได้ทันที
น้ำซุปเข้มข้น ซัปโปโรโชยุราเมง อร่อย กลมกลม ในแบบของญี่ปุ่นแท้ๆ
ฟินกับเมนูราเมงได้ง่ายๆที่บ้าน ด้วยซุปซัปโปโรโชยุราเมง รสชาติอันเข้มข้นที่ได้จากโชยุหมักแบบธรรมชาติ ผสานกับกลิ่นหอมของผักเครื่องเทศที่ผัดจนหอมกรุ่น จากแบรนด์ Bellfoods เพียงผสมน้ำซุปเข้มข้นเข้ากับน้ำร้อนแล้วใส่เส้นพร้อมกับเครื่องเคียงที่ชอบลงไป เพียงเท่านี้ราเมงแสนอร่อยก็พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ
วิธีรับประทาน
• ผสมน้ำซุป 1 ซอง กับน้ำร้อน 300 มล. คนให้เข้ากัน ใส่เส้นราเมงและเครื่องเคียงตามชอบ
• หากต้องการรสชาติที่เข้มข้นยิ่งขึ้น สามารถลดปริมาณน้ำร้อนลงได้ตามต้องการ
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Yukinkomai จากเมืองนีงาตะ เมืองแห่งข้าว
“น้ำส้มสายชูแดง” หรือ Akazu (อากาสึ) เป็นวัตถุดิบชั้นสูงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานในประเทศญี่ปุ่น กำเนิดขึ้นในสมัยเอโดะ จากการนำกากสาเกมาหมักบ่มนานถึง 3 ปี จนได้น้ำส้มสายชูสีแดงเข้มที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์และรสชาติกลมกล่อม ซึ่งเชฟซูชินิยมนำมาปรุงรสข้าวเพื่อช่วยถนอมอาหารและขับรสชาติของวัตถุดิบสดให้อร่อยยิ่งขึ้น
ปัจจุบันภูมิปัญญาดั้งเดิมนี้ถูกนำมาต่อยอดเป็น ซอสปรุงรสผสมน้ำส้มสายชูแดง สูตร 2 ที่พัฒนาปรับรสชาติให้นุ่มนวลและกลมกล่อมยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่ม Fiber (ไฟเบอร์) ที่ช่วยให้เมล็ดข้าวเรียงตัวสวย กระจายตัวได้ดีในปาก และนุ่มละมุน ให้เนื้อสัมผัสราวกับเชฟระดับมืออาชีพมาปั้นเองกับมือ ใช้งานง่ายเหมาะสำหรับทั้งครัวเรือนและร้านอาหาร เพียงนำไปผสมกับข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ ก็พร้อมเสิร์ฟทันทีโดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม ช่วยให้เม็ดข้าวนุ่ม เงางาม หอมละมุน พร้อมมอบรสชาติหวานอมเปรี้ยวและกลมกล่อมด้วยอูมามิที่เป็นเอกลักษณ์ของ Akazu ช่วยชูรสชาติของปลาสดและวัตถุดิบพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นแซลมอน ทูน่า หรือโฮตาเตะ ได้อย่างโดดเด่น ให้คุณสร้างสรรค์เมนูซูชิคุณภาพระดับร้านโอมากาเสะได้ง่าย ๆ สะดวก รวดเร็ว และอร่อยเป๊ะแบบมืออาชีพ!
คุณสมบัติและประโยชน์
• ช่วยให้ข้าวแตกตัวและกระจายตัวในปาก
• น้ำส้มซูชิช่วยควบคุมโครงสร้างข้าว ไม่ใช่แค่รสชาติ (ชะลอการแข็งตัวของข้าว)
• รักษาความอร่อยของข้าวได้นานขึ้น
• ช่วยให้คุณภาพซูชิสม่ำเสมอ แม้เก็บเย็น
• ยกระดับประสบการณ์การกิน
• สนับสนุนซูชิมืออาชีพ
• คุณภาพสม่ำเสมอและเป็นพันธมิตรของคุณภาพข้าว
ขั้นตอนการทำข้าวซูชิ
• หุงข้าวญี่ปุ่นให้สุกตามปกติ
• ขณะที่ข้าวสุกยังร้อนๆ ให้ตักข้าวใส่ชาม(หากเป็นอ่างไม้สำหรับผสมข้าวซูชิจะดียิ่งขึ้น)
• เท ซอสปรุงรสผสมน้ำส้มสายชูแดง ลงบนข้าวร้อนๆ
(สัดส่วนแนะนำ: ซอสประมาณ 10-15% ของน้ำหนักข้าวสุก หรือปรับตามความชอบ)
• ใช้ทัพพีพัด/ตัดข้าวเบาๆ ในแนวเฉียง เพื่อให้ซอสซึมเข้าเนื้อข้าวอย่างทั่วถึงโดยไม่ทำให้เม็ดข้าวบดขยี้
• พัดให้ข้าวเย็นลงจนถึงอุณหภูมิห้อง ก่อนนำไปปั้นซูชิ หรือทำข้าวหน้าต่างๆ
คำแนะนำ
• เก็บรักษาในอุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส และพ้นจากแสงแดด
• หลังจากเปิดขวดแล้ว ควรเก็บแช่ในตู้เย็น
• ผลิตภัณฑ์อาจมีตะกอนจากวัตถุดิบ ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติไม่มีผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์
สนุกกับการทำทาโกะยากิได้ง่ายๆ ที่บ้านคุณ
ชวนคุณมาสนุกและอิ่มอร่อยกับทาโกะยากิแบบง่ายๆ ด้วย Otafuku Takoyaki Kodawari Set ที่มีเคล็ดลับความอร่อยจาก 4 ส่วนผสมพิเศษ ได้แก่
1. แป้งทาโกะยากิสูตรพิเศษของโอตาฟุกุ กรอบนอกนุ่มใน
2. การผสมผสานกันระหว่างผงหมึกซูรุเมะ 100% และแป้งหมึกเทมปุระกรุบกรอบ ให้รสชาติที่เข้มข้นและล้ำลึก
3. สาหร่ายที่ผลิตในญี่ปุ่น 100% มีสีเขียวสดและกลิ่นหอมของทะเล เพิ่มสัมผัสให้ครบเครื่อง
4. เพิ่มสีสันด้วยขิงแดงดองให้สีสันที่น่ารับประทานและรสชาติที่เข้มข้นยิ่งขึ้น
เพียงเตรียมวัตถุดิบให้พร้อมก็มาอร่อยกันได้เลยค่ะ
สัมผัสความหอมละมุนอย่างลงตัวไปกับ "ชาเก็นไมฉะผสานมัทฉะ" จากแบรนด์ ฮาราดะ
ดื่มด่ำไปกับความหอมละมุนของ ‘เก็นไมฉะ ผสานมัทฉะ’ ชาเขียวเบลนด์พิเศษจากแบรนด์ ฮาราดะ (Harada) ที่ผสมผสานความสดชื่นของมัทฉะพรีเมียมเข้ากับความหอมกรุ่นของข้าวคั่วอย่างลงตัว พร้อมทั้งรังสรรค์ความกลมกล่อมจากใบชายาบุกิตะ (Yabukita) สายพันธุ์ยอดนิยมของญี่ปุ่น เกิดเป็นชาเขียวกลิ่นละมุนทำให้รู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่ได้ดื่ม
ยาบูกิตะ (Yabukita) เป็นชาสายพันธุ์ยอดนิยมและปลูกมากที่สุดในญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมอ่อนละมุนและรสชาติที่สมดุล จนได้รับการยกย่องให้เป็น “มาตรฐานแห่งชาเขียวญี่ปุ่น”
วิธีชงแบบร้อน:
• ใส่ชา 1 ซองลงในถ้วย เทน้ำเดือด 120 มล. ลงไป แช่ไว้ประมาณ 30 วินาที (หรือปรับตามชอบ) เขย่าซองชาเล็กน้อยแล้วนำออก จากนั้นเทใส่แก้วพร้อมดื่ม
วิธีชงแบบเย็น:
• ใส่ชา 1 ซองลงในถ้วย เติมน้ำเย็น 120 มล. แช่ไว้ประมาณ 3 นาที (หรือปรับตามชอบ) เขย่าซองชาเล็กน้อยแล้วนำออก จากนั้นเทใส่แก้วพร้อมดื่ม
คิริโมจิเหนียวนุ่มหนึบหนับ อร่อยแบบต้นตำรับญี่ปุ่น
คิริโมจิ (Kirimochi) จากแบรนด์มิวาบิ (Miwabi) ทำจากข้าวเหนียวคุณภาพดีนำมานึ่งจนสุกแล้วตำให้เนื้อเนียนละเอียด ทำเป็นชิ้นทรงสี่เหลี่ยมขนาดกำลังพอดี บรรจุเป็นห่อเล็กๆ แบบแยกชิ้นแบ่งรับประทานได้ง่าย เมื่อนำไปต้มหรือย่างเนื้อโมจิด้านในจะมีความเหนียวนุ่มหนึบหนับ นิยมรับประทานคู่กับถั่วแดงญี่ปุ่น, ผงถั่วเหลืองคินาโกะ, น้ำเชื่อมคุโรมิตสึ หรือใส่ในหม้อไฟ นอกจากนี้คิริโมจิยังถือว่าเป็นขนมมงคลตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น จึงมักจะรับประทานในช่วงเทศกาลปีใหม่และพิธีมงคลต่างๆ ค่ะ
วิธีรับประทาน (สามารถเลือกทำได้ 4 วิธี)
• อบโดยใส่โมจิครั้งละ 2-3 ชิ้นในเตาอบขนาด 1,000 วัตต์ ตั้งเวลาประมาณ 3-4 นาที แล้วนำออกจากเตามาวางไว้ด้านนอก 1-2 นาที เพื่อให้โมจินุ่มขึ้น
• ย่างบนกระทะด้วยไฟอ่อนประมาณ 5-7 นาที หมั่นกลับด้านเป็นระยะจนผิวโมจิมีสีตามต้องการ
• ต้มน้ำให้ร้อนแล้วลดไฟลงเป็นไฟอ่อน ใส่โมจิลงไปต้มต่อประมาณ 3 นาที
• อุ่นในไมโครเวฟ 500 วัตต์ โดยใส่โมจิ 2 ลูกในภาชนะทรงลึกที่ใช้สำหรับไมโครเวฟ เติมน้ำลงไปเล็กน้อย ใช้เวลาประมาณ 2.30 นาที
** หมายเหตุ : กำลังไฟ ระยะเวลา และจำนวนชิ้นของโมจิเป็นข้อมูลที่แนะนำโดยประมาณ อาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่ใช้ **
วิธีการเก็บรักษา
• หลีกเลี่ยงการเก็บในที่แสงแดดส่องถึงหรือที่ร้อนชื้น
• หลังเปิดห่อแล้วควรใส่ถุงซิปล็อกและเก็บในตู้เย็น
• หยดน้ำในถุงสามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิระหว่างการจัดเก็บ
เติมความอร่อยแบบญี่ปุ่นให้ทุกมื้อด้วย ข้าวญี่ปุ่นพันธุ์นานะสึโบชิ (Nanatsuboshi) เป็นสายพันธุ์ข้าวที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่น โดยมีจุดเด่นที่เมล็ดข้าวเรียงตัวสวย หลังหุงให้เนื้อสัมผัสนุ่ม มีความเหนียวและความชุ่มฉ่ำในระดับที่เหมาะกับอาหารญี่ปุ่น จึงสามารถนำไปใช้ได้หลากหลายเมนู ตั้งแต่ข้าวสวยรับประทานคู่กับอาหารต่าง ๆ ไปจนถึงข้าวปั้น ซูชิ ข้าวหน้าเนื้อ และข้าวแกงกะหรี่ อีกหนึ่งจุดเด่นคือรูปแบบ ข้าวไม่ต้องซาว ที่ช่วยลดขั้นตอนการเตรียมข้าวก่อนหุง ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาซาวข้าวหลายรอบ ช่วยประหยัดทั้งเวลาและน้ำ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจร้านอาหารที่ต้องเตรียมข้าวจำนวนมากในแต่ละวัน เมื่อหุงสุกแล้วสามารถเสิร์ฟเป็นข้าวญี่ปุ่นเนื้อนุ่ม หรือใช้เป็นส่วนประกอบของเมนูยอดนิยมได้ทันที เหมาะสำหรับการใช้งานในครัวร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านซูชิ ร้านอาหารเดลิเวอรี โรงแรม คาเฟ่ และ ธุรกิจที่ต้องการข้าวญี่ปุ่นคุณภาพดีสำหรับเสิร์ฟลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ให้ทุกจานมีรสชาติและสัมผัสแบบญี่ปุ่นที่ลงตัว
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่น ให้เหนียวนุ่มเรียงเม็ดสวย มีขั้นตอนง่ายๆ
อัตราส่วนสัดส่วน
• ข้าว 1 ส่วน ต่อ น้ำ 1.2 ถึง 1.3 ส่วน
(เช่น ข้าว 1 ถ้วย ต่อน้ำ 1 ถ้วยครึ่งโดยประมาณ หรือเติมน้ำให้มากกว่าการหุงข้าวทั่วไปเล็กน้อย)
ขั้นตอนการหุง
• ไม่ต้องซาวน้ำ: ตวงข้าวใส่หม้อได้ทันทีโดยไม่ต้องล้างน้ำ
• ตวงน้ำตามสัดส่วน: เทน้ำสะอาดลงไปตามอัตราส่วนที่กำหนด
• แช่ข้าว: ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ในน้ำ 30 ถึง 60 นาที เพื่อให้แกนข้าวดูดซึมน้ำได้เต็มที่
• กดสวิตช์หุง: กดปุ่มหุงข้าวตามปกติ (หากมีโหมดข้าวญี่ปุ่นหรือ Musenmai ให้เลือกโหมดนั้น)
• ระอุข้าว: เมื่อหม้อดีดขัดขึ้นอุ่น ให้ ปิดฝาทิ้งไว้ต่ออีก 10 ถึง 15 นาที ห้ามเพิ่งเปิดฝา
• พลิกข้าว: เปิดฝาแล้วใช้ทัพพีคุ้ยพลิกข้าวเบาๆ จากล่างขึ้นบน เพื่อระบายความชื้นส่วนเกิน
*** หากต้องการให้นุ่มขึ้นหรือเป็นแกน สามารถ ปรับลดหรือเพิ่มปริมาณน้ำ ในการหุงครั้งต่อไปได้ตามความชอบ
เมนูแนะนำ
• ข้าวกล่องเบนโตะ (Bento): ข้าวพันธุ์นี้โดดเด่นมากเมื่อทานแบบเย็น เพราะเนื้อข้าวจะไม่แข็งกระด้าง
• ข้าวปั้นโอนิกิริ (Onigiri): ข้าวมีความเหนียวเกาะตัวกันได้ดี ปั้นง่าย เหมาะกับไส้แซลมอนหรือบ๊วยดอง
• ซูชิและข้าวหน้าปลาดิบ (Sushi & Chirashi Don): เม็ดข้าวอมน้ำส้มสายชูสำหรับทำซูชิได้ดี ไม่แฉะจนเกินไป
• ข้าวหน้าหมูทอดคัตสึด้ง (Katsudon): ข้าวเนื้อหนึบสู้ฟันเข้ากันได้ดีกับน้ำซอสชุ่มๆ และไข่ข้น
• ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น (Japanese Curry): ซอสแกงกะหรี่เข้มข้นจะเคลือบตัวเม็ดข้าวได้อย่างทั่วถึง