เปลี่ยนความสดชื่นธรรมดา ให้เป็นความหรูหราจากญี่ปุ่นด้วย "น้ำแร่สปาร์คกลิ้ง กลิ่นองุ่นไชน์มัสกัต"
เคยไหม ที่อยากดื่มอะไรซ่าๆ ให้ชื่นใจแต่ก็กังวลเรื่องน้ำตาล หรือบางทีน้ำโซดาทั่วไปก็ดูจืดชืดเกินไป เปิดประสบการณ์ใหม่จากไอริส แบรนด์ชั้นนำที่ส่งตรงความสดชื่นมาจาก "ภูเขาไฟฟูจิ" ประเทศญี่ปุ่น กับ น้ำแร่สปาร์คกลิ้ง กลิ่นองุ่นไชน์มัสกัต น้ำแร่ธรรมชาติอัดก๊าซที่ผสมผสานศาสตร์แห่งความสดชื่นเข้ากับเสน่ห์ของผลไม้พรีเมียมได้อย่างลงตัว
ทำไมต้อง น้ำแร่สปาร์คกลิ้ง?
• แหล่งกำเนิดที่บริสุทธิ์: เราไม่ได้ใช้น้ำธรรมดา แต่พื้นฐานของขวดนี้คือ น้ำแร่ธรรมชาติถึง 98.9% ที่ผ่านการกรองโดยธรรมชาติจากชั้นหินภูเขาไฟฟูจิ ทำให้ได้น้ำที่มีความใสสะอาดและแร่ธาตุที่สมดุล
• ความหอมที่เป็นเอกลักษณ์: ทันทีที่เปิดขวด กลิ่นหอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ของ "องุ่นไชน์มัสกัต" จะเตะจมูกทันที ให้ความรู้สึกเหมือนคุณกำลังเดินอยู่ในสวนองุ่นที่ญี่ปุ่น แม้จะเป็นเพียงการแต่งกลิ่น แต่ความละมุนนั้นใกล้เคียงกับผลไม้สดจนน่าประทับใจ
• ซ่าสะใจแต่ใจดีต่อสุขภาพ: ด้วยนวัตกรรมการอัดก๊าซแบบ Strong Carbonation ทำให้ความซ่าอยู่ได้นานกว่าน้ำโซดาทั่วไป และที่สำคัญที่สุดคือ 0 แคลอรี และไม่มีน้ำตาล! เหมาะมากสำหรับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก หรือมองหาเครื่องดื่มทางเลือกที่สดชื่นได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิด
ไอเดียการใช้
• ดื่มเย็นจัด: แช่เย็นให้ได้อุณหภูมิที่เหมาะสมแล้วดื่มจากขวดทันทีเพื่อความซ่าสูงสุด
• Mixer ชั้นเลิศ: นำไปผสมกับเครื่องดื่มอื่นๆ เช่น น้ำผลไม้สด เพื่อเพิ่มความซ่า หรือใช้ผสมค็อกเทล/ม็อกเทลเพื่อให้ได้กลิ่นหอมขององุ่น
• ทำเมนูของหวาน: ใช้ทำเยลลี่น้ำแร่กลิ่นองุ่น หรือเทราดบนน้ำแข็งไส (Bingsu)
"ลองแล้วจะรู้ว่า ความสดชื่นแบบพรีเมียม... ส่งถึงมือคุณได้ง่ายๆ แค่เปิดขวดนี้"
อร่อยง่ายๆ กับเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น
ผักกาดดองต้มสุกปรุงรสแบบต้นตำรับญี่ปุ่น รสชาติอร่อยกลมกล่อมกำลังพอดี นิยมนำมาทำเป็นไส้ข้าวปั้นโอนิกิริ, รับประทานเป็นเครื่องเคียงคู่กับข้าวสวยหรือข้าวต้ม, เสิร์ฟเป็นกับแกล้ม หรือนำไปทำเมนูอื่นๆ ได้อย่างหลากหลาย สะดวกและประหยัดเวลาเพราะมาในรูปแบบปรุงสุกพร้อมทาน สามารถจัดเสิร์ฟได้ทันที
อร่อยง่ายๆ กับเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น
อร่อยง่ายๆ กับเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น
อร่อยจุใจ ไปกับชูครีมชิ้นพอดีคำ สอดไส้ครีมสตรอว์เบอร์รี่
ใส้ครีมสตรอว์เบอร์รี่ เป็นสูตรพิเศษที่ผสมกันระหว่าคัสตาร์ดแบบโฮมเมดผสมกับแยมสตรอว์เบอร์รี่สูตรเข้มข้น อร่อยเข้ากันกับเนื้อชูครีมสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีความนุ่มฟูเข้ากันได้ลงตัวสุดๆ มาพร้อมกับปริมาณจุใจ 12 ชิ้นเลยทีเดียว จะทานเป็นขนมทานเล่น หรือทานคู่กับของหวานอื่นๆเช่นไอสกรีมรสโปรดก็เข้ากั๊นเข้ากัน
อร่อยจุใจ ไปกับชูครีมชิ้นพอดีคำ ที่อัดแน่นไปด้วยไส้คัสตาร์ดครีมและครีมช็อคโกแลต
ไส้ข้างในเป็นส่วนผสมของโฮมเมดคัสตาร์ดเข้ากับครีมช็อกโกแลตสดสูตรเข้มข้น พร้อมกับโกโก้รวมกันมาในเนื้อชูครีมสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีความนุ่มฟู เข้ากันได้ลงตัวสุดๆ มาพร้อมกับปริมานจุใจ 12 ชิ้นเลยทีเดียว
อร่อยจุใจ ไปกับชูครีมชิ้นพอดีคำ สอดไส้คัสตาร์ดครีม
ไส้คัสตาร์ดผสมวิปครีมที่ผสมกันในสัดส่วนที่บาลานซ์ลงตัว ความหอมหวานจากคัสตาร์ดและความนุ่มนวลของวิปครีม เข้ากับเนื้อชูครีมสไตล์ญี่ปุ่นที่มีความนุ่มฟู เข้ากันได้ลงตัวสุดๆ มาพร้อมกับปริมานจุใจ 12 ชิ้นเลยทีเดียว
อร่อยจุใจ ไปกับชูครีมชิ้นพอดีคำ สอดไส้ครีมสตรอว์เบอร์รี่
ใส้ครีมสตรอว์เบอร์รี่ เป็นสูตรพิเศษที่ผสมกันระหว่าคัสตาร์ดแบบโฮมเมดผสมกับแยมสตรอว์เบอร์รี่สูตรเข้มข้น อร่อยเข้ากันกับเนื้อชูครีมสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีความนุ่มฟูเข้ากันได้ลงตัวสุดๆ มาพร้อมกับปริมาณจุใจ 12 ชิ้นเลยทีเดียว จะทานเป็นขนมทานเล่น หรือทานคู่กับของหวานอื่นๆเช่นไอสกรีมรสโปรดก็เข้ากั๊นเข้ากัน
เครื่องแกงกะหรี่ รสชาติกลมกล่อมสไตล์ญี่ปุ่น อร่อยง่ายได้ที่บ้าน
เครื่องแกงกะหรี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดก้อน ระดับความเผ็ด 3 (เผ็ดปานกลาง) โดดเด่นด้วยการผสานกลิ่นหอมของเครื่องเทศนานาชนิดอย่างลงตัว ให้รสชาติกลมกล่อมสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารก็สามารถรังสรรค์เมนูแกงกะหรี่ญี่ปุ่นได้ง่ายๆที่บ้าน ในหนึ่งกล่องปรุงได้ประมาณ 8 ที่ (แบ่งเป็น 2 ก้อน ก้อนละประมาณ 4 ที่)
วิธีทำสำหรับ 8 ที่
• ตั้งไฟใส่น้ำมันพืชและส่วนผสมต่างๆ ที่หั่นเป็นชิ้นๆ ลงในหม้อ ผัดจนสุกและมีกลิ่นหอม
• เติมน้ำ 1 ลิตร และต้มที่ไฟปานกลาง เคี่ยวต่อประมาณ 15 นาที หากเกิดฟองให้ช้อนฟองออก
• ใส่เครื่องแกงกะหรี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดก้อน ลงไป 1 ก้อน (140 กรัม)
• คนให้เครื่องแกงละลาย จากนั้นปิดฝาแล้วเคี่ยวต่ออีกประมาณ 10 นาที เปิดฝาแล้วคน หากแกงกะหรี่น้ำเข้มข้นแล้วให้ปิดไฟ พร้อมรับประทาน
เครื่องแกงกะหรี่ รสชาติกลมกล่อมสไตล์ญี่ปุ่น อร่อยง่ายได้ที่บ้าน
เครื่องแกงกะหรี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดก้อน ระดับความเผ็ด 4 (รสเผ็ด) โดดเด่นด้วยการผสานกลิ่นหอมของเครื่องเทศนานาชนิดอย่างลงตัว ให้รสชาติกลมกล่อมสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารก็สามารถรังสรรค์เมนูแกงกะหรี่ญี่ปุ่นได้ง่ายๆที่บ้าน ในหนึ่งกล่องปรุงได้ประมาณ 8 ที่ (แบ่งเป็น 2 ก้อน ก้อนละประมาณ 4 ที่)
วิธีทำสำหรับ 8 ที่
• ตั้งไฟใส่น้ำมันพืชและส่วนผสมต่างๆ ที่หั่นเป็นชิ้นๆ ลงในหม้อ ผัดจนสุกและมีกลิ่นหอม
• เติมน้ำ 1 ลิตร และต้มที่ไฟปานกลาง เคี่ยวต่อประมาณ 15 นาที หากเกิดฟองให้ช้อนฟองออก
• ใส่เครื่องแกงกะหรี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดก้อน ลงไป 1 ก้อน (140 กรัม)
• คนให้เครื่องแกงละลาย จากนั้นปิดฝาแล้วเคี่ยวต่ออีกประมาณ 10 นาที เปิดฝาแล้วคน หากแกงกะหรี่น้ำเข้มข้นแล้วให้ปิดไฟ พร้อมรับประทาน
สายราเมนต้องหลงรักความหอมละมุนของน้ำซุปทงคตสึแบบญี่ปุ่นแท้ ขวดนี้คือไอเทมที่ควรมีติดครัว นี่คือซุปเบสราเมนสำเร็จรูปที่ออกแบบมาเพื่อให้คุณทำราเมนสไตล์ญี่ปุ่นได้ง่ายขึ้น โดยยังคงรสชาติเข้มข้น หอมมัน และกลมกล่อมเหมือนร้านดังในญี่ปุ่นตัวซุปมีส่วนผสมของสารสกัดจากหมู ซอสถั่วเหลือง ซอสหอยนางรม และเครื่องปรุงรสต่าง ๆ ที่ช่วยสร้างมิติของรสชาติให้นัวลึก หอมละมุน ซดง่าย ไม่เลี่ยน เหมาะทั้งสำหรับใช้ในร้านอาหารและทำกินเองที่บ้าน ความพิเศษคือสามารถดัดแปลงเมนูได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นราเมนทงคตสึ อุด้ง ชาบู ซุปหม้อไฟ หรือแม้แต่ใช้เป็นเบสสำหรับผัดสไตล์ญี่ปุ่นก็อร่อยลงตัว วันไหนอยากกินราเมนแบบจริงจัง แค่มีเส้น หมูชาชู ไข่ออนเซ็น และซุปขวดนี้ ก็พร้อมเสิร์ฟความฟินได้ทันที
วิธีทาน / วิธีการใช้
• การเตรียม: เขย่าผลิตภัณฑ์ 10-11 ครั้งก่อนใช้งาน
• สำหรับราเมง: เจือจางซุปตามความจำเป็นเพื่อให้ได้รสชาติตามต้องการ
• เมนูแนะนำ: นอกจากราเมงแล้ว ยังสามารถใช้เป็นเบสสำหรับหม้อไฟ (Nabe) หรือเป็นน้ำซุปชาบูได้ โดยเจือจางประมาณ 15 ครั้ง
"ชูรสชาติราเมงให้อร่อยยิ่งขึ้นด้วยหน่อไม้เมนมะ"
ช่วงฤดูฝนถือเป็นช่วงที่หน่อไม้อร่อยที่สุด เพราะมีรสชาติหวาน กรอบ อวบน้ำ เราจึงได้คัดเลือกหน่อไม้ในฤดูกาลนี้นำมาต้มจนสุกและปรุงรสโชยุเข้มข้นจนเต็มไปด้วยรสชาติอูมามิในสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ทำให้มีเนื้อนิ่มกรอบ ไม่เละหรือกระด้าง หอมกลิ่นน้ำมันงาและถั่วเหลือง เหมาะสำหรับเป็นเครื่องโรยหน้าอาหารในเมนูราเมง อุด้ง และบะหมี่ญี่ปุ่นแบบอื่นๆ, ใส่ในข้าวผัด, ใช้เป็นอาหารเรียกน้ำย่อยหรือเป็นกับแกล้มก็อร่อยไม่แพ้กัน สะดวกและประหยัดเวลามากยิ่งขึ้นเพราะมาในรูปแบบปรุงสุกสำเร็จ ทำให้การทานหน่อไม้อร่อยๆ เป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคนค่ะ
ซุปไก่ไพตันรสเข้มข้น! หอมมันแบบต้นตำรับญี่ปุ่น
น้ำซุป "ไพตัน" (Paiton) หรือซุปกระดูกไก่ที่เคี่ยวจนเป็นสีขาวข้น จากแบรนด์ เอบาระ (Ebara) ความพิเศษของซุปขวดนี้คือการคัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ได้รสชาติที่เข้มข้น น้ำซุปขาวข้นสกัดจากกระดูกไก่ที่เคี่ยวจนได้ที่ ทำให้ซุปมีสีขาวนวล หอมมัน และกลมกล่อมมาก แถมยังใช้ได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาเคี่ยวซุปกระดูกไก่นานเป็นวันๆ แค่มีเอบาระขวดนี้ ก็ได้น้ำซุปไก่ไพตันรสชาติแสนอร่อยแล้วค่ะ
นอกจากทำน้ำซุปราเมนแล้ว ซุปไก่ไพตันตัวนี้ยังสามารถเอาไปทำเมนูอื่นๆ เช่น
• ข้าวต้มญี่ปุ่น (Zousui): ใช้น้ำซุปนี้ต้มข้าวสวย เติมไข่และเนื้อไก่ เป็นมื้อเช้าที่อุ่นสบายท้อง
• ซุปสำหรับหม้อไฟ (Nabe): ใช้เป็นเบสน้ำซุปชาบู-ชาบู รสไก่ขาวข้น เข้ากับผักและเนื้อสัตว์ได้ดีมาก
วิธีทาน / วิธีการใช้
• การเตรียม: เขย่าผลิตภัณฑ์ 10-11 ครั้งก่อนใช้งาน
• สำหรับราเมน: เจือจางซุปตามความจำเป็นเพื่อให้ได้รสชาติตามต้องการ
• เมนูแนะนำ: นอกจากราเมงแล้ว ยังสามารถใช้เป็นเบสสำหรับหม้อไฟ (Nabe) หรือเป็นน้ำซุปชาบูได้ โดยเจือจางประมาณ 15 ครั้ง
อร่อย หอม เข้มข้น ไปกับนมโคแท้จากฮอกไกโด
เชื่อว่าหลายท่านคงรู้จักเมืองฮอกไกโดกันใช่ไหมคะ เมืองฮอกไกโดเป็นเมืองทางภาคเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น เป็นเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งอาหาร น้ำ และมีอากาศอันบริสุทธิ์ที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี ทำให้ผลผลิตจากเมืองนี้มีความสดใหม่และอร่อยสุดๆ ซึ่งหนึ่งในสินค้าที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากของฮอกไกโดก็คือ “นมฮอกไกโด” นั่นเองค่ะ
นมฮอกไกโด เป็นนมที่มีความหอมมัน รสชาติเข้มข้น ทำให้ไม่ว่าจะดื่มแบบธรรมดาหรือนำไปทำอาหาร ขนม ผสมเครื่องดื่มอื่นๆ หรือทำไอศกรีม ก็จะช่วยชูรสชาติให้เมนูนั้นๆ มีความหอมมันกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น ทุกท่านสามารถลองชิมรสชาตินมฮอกไกโดของแท้ นำเข้าจากเมืองฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่นได้แล้ววันนี้ที่ Honmono Nippon ค่ะ
สัมผัสรสชาติสไตล์ญี่ปุ่นแท้กับซอสยากินิคุสูตรพิเศษ จากเมืองคิตามิ จังหวัดฮอกไกโด ที่โดดเด่นด้วยการผสมวาซาบิภูเขาพันธุ์ท้องถิ่นของฮอกไกโด ให้รสเผ็ดหอมเป็นเอกลักษณ์ แตกต่างจากวาซาบิทั่วไป ซอสมีรสชาติกลมกล่อมจากโชยุ น้ำตาล และผักผลไม้ ผสานกับความหอมของกระเทียม หัวหอม ขิง และงา ก่อนปิดท้ายด้วยความเผ็ดสดชื่นของยามะวาซาบิ ช่วยตัดเลี่ยนและเพิ่มมิติให้เนื้อย่าง หมูย่าง ไก่ย่าง หรือซีฟู้ดได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับใช้เป็นน้ำจิ้มเนื้อย่าง หมูย่าง ไก่ย่าง ซีฟู้ด หรือใช้หมักเนื้อก่อนย่าง รวมถึงใช้ปรุงอาหารผัดและเมนูญี่ปุ่นหลากหลาย เพิ่มรสชาติให้อร่อยแบบต้นตำรับได้ง่ายในทุกมื้อ เพียงเปิดขวดก็พร้อมสร้างรสชาติแบบร้านปิ้งย่างญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่บ้าน
วิธีการใช้งาน
• เขย่าขวดก่อนใช้ทุกครั้ง: เนื่องจากตัวซอสมีส่วนผสมของเนื้อหัวหอมบด กระเทียมบด และวาซาบิบดธรรมชาติที่อาจตกตะกอนอยู่ก้นขวด
• น้ำจิ้มปิ้งย่าง: เทซอสใส่ถ้วย ใช้จิ้มกับเนื้อวัวย่าง หมูสามชั้น หรือไก่ย่างร้อนๆ ได้ทันที ความเผ็ดฉุนของยามาวาซาบิจะช่วยตัดเลี่ยนมันเนื้อได้เป็นอย่างดี
• ราดหรือทาระหว่างย่าง: ใช้แปรงจุ่มซอสแล้วทาลงบนเนื้อสัตว์หรือผักในระหว่างที่กำลังย่างบนเตา เพื่อให้ซอสซึมเข้าเนื้อและส่งกลิ่นหอมของกระเทียม
• ซอสหมัก: นำเนื้อสัตว์ไปหมักกับซอสประมาณ 15-30 นาที ก่อนปิ้งย่างหรือผัด ช่วยให้เนื้อนุ่มและมีรสชาติหวานเค็มกลมกล่อมแทรกซึมเข้าเนื้อ
ปลาเทราต์รมควัน...วัตถุดิบพรีเมียมที่ครองใจคนรักอาหารทั่วโลก
ปลาเทราต์ (Trout) เป็นปลาน้ำเย็นที่อยู่ในตระกูลเดียวกับปลาแซลมอน มีเนื้อสีส้มอมชมพู เนื้อนุ่มละเอียด ไขมันแทรกกำลังดี และมีรสชาติหวานธรรมชาติ จึงเป็นปลาที่ได้รับความนิยมในอาหารยุโรปและอาหารฟิวชัน เมื่อผ่านกระบวนการ รมควัน (Smoking Process) ด้วยไม้ธรรมชาติที่คัดสรรเป็นพิเศษ เนื้อปลาจะค่อยๆ ดูดซับกลิ่นหอมอ่อนๆจากควัน ทำให้ได้รสชาติที่เข้มข้นแต่ไม่กลบรสหวานของเนื้อปลา พร้อมช่วยรักษาความชุ่มฉ่ำของเนื้อปลาไว้ได้เป็นอย่างดี
ปลาเทราต์รมควันสไลด์เป็นวัตถุดิบที่ใช้งานสะดวก เพราะผ่านการสไลด์พร้อมรับประทาน เพียงละลายในตู้เย็นก็สามารถนำไปจัดจานหรือประกอบอาหารได้ทันที เหมาะสำหรับทั้งร้านอาหาร โรงแรม คาเฟ่ และผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารที่บ้าน นอกจากรสชาติที่โดดเด่นแล้ว ปลาเทราต์ยังเป็นแหล่งของ โปรตีนคุณภาพสูง และ กรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งเป็นไขมันดีที่มีบทบาทในการดูแลสุขภาพหัวใจ สมอง และระบบต่างๆของร่างกาย จึงเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคสายสุขภาพได้เป็นอย่างดี ด้วยรสชาติที่หอมละมุน เนื้อสัมผัสนุ่มแน่น และความอเนกประสงค์ในการนำไปประกอบอาหาร ปลาเทราต์รมควันจึงสามารถเข้ากันได้กับหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นสลัด แซนด์วิช เบเกิล ซูชิ พาสต้า พิซซ่า หรือจัดเสิร์ฟบนชีสบอร์ด ก็ช่วยเพิ่มความพรีเมียมและสร้างความประทับใจได้ในทุกมื้ออาหาร
จุดเด่นของปลาเทราต์รมควัน
• เนื้อปลาสีส้มสวย เนื้อนุ่มแน่น ไขมันแทรกกำลังดี
• หอมกลิ่นรมควันธรรมชาติ รสชาติกลมกล่อม
• สไลด์พร้อมใช้งาน สะดวก ประหยัดเวลา
• อุดมด้วยโปรตีนและโอเมก้า-3
• เหมาะสำหรับทั้งอาหารญี่ปุ่น อาหารยุโรป และเมนูฟิวชัน
อร่อยง่ายๆ กับเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Yukinkomai จากเมืองนีงาตะ เมืองแห่งข้าว
สุดยอดแป้งเทมปุระสูตรพิเศษ !!
สัมผัสประสบการณ์ความอร่อยรูปแบบใหม่ ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่นที่จะทำให้คนรักของหวานต้องใจละลาย การผสมผสานที่ลงตัวที่สุดระหว่างศาสตร์แห่งขนมหวานดั้งเดิมของญี่ปุ่นและความทันสมัยสไตล์โมเดิร์น ความพิเศษเริ่มต้นตั้งแต่แป้งโมจิชั้นนอกสุด ที่ทางแบรนด์เลือกใช้ แป้งฮาบุทาเอะ (Habutae Powder) ที่ผลิตในประเทศญี่ปุ่น 100% ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความเนียนนุ่ม ยืดหยุ่น และให้เนื้อสัมผัสที่บางเบาละมุนลิ้น โอบอุ้มไส้ด้านในที่อัดแน่นไปด้วย "ช็อกโกแลต" หรือถั่วกวนผสมช็อกโกแลตสูตรเข้มข้น รสชาติหวานกำลังดี และไฮไลท์สำคัญคือกล้วยหอมชิ้นโตเต็มคำ ที่อยู่ตรงใจกลาง มอบรสสัมผัสที่ตัดกันอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งความเหนียวนุ่ม ความครีมมี่เข้มข้น และความหอมสดชื่นจากผลไม้แท้ๆ ไม่ว่าคุณจะเหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวัน หรือกำลังมองหาของว่างมาเติมเต็มความสุขในบ่ายวันหยุด ขนมชิ้นนี้คือคำตอบที่จะเปลี่ยนทุกคำให้กลายเป็นรอยยิ้ม ทานคู่กับชาอุ่นๆ หรือกาแฟแก้วโปรด บอกเลยว่าฟินจนฉุดไม่อยู่แน่นอน
วิธีรับประทาน
• นำโมจิออกมาจากช่องแช่แข็งแล้ววางพักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 10-15 นาที
• หรือนำมาพักไว้ในช่องแช่เย็นธรรมดา เพื่อให้แป้งโมจิและไส้ด้านในค่อยๆ คลายตัวจนนุ่มนิ่มตามธรรมชาติ จากนั้นแกะซองทานได้ทันที
(หลีกเลี่ยงการใช้ไมโครเวฟเพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อกล้วยและไส้ช็อกโกแลตละลายจนเสียรูปทรง)
วิธีเก็บรักษา
• เก็บในช่องแช่แข็ง (Frozen Storage):
- ต้องเก็บรักษาไว้ในช่องแช่แข็งที่มีอุณหภูมิ -18 °C หรือต่ำกว่า ตลอดเวลา
- หากเก็บในอุณหภูมิตามที่กำหนด สินค้าจะคงคุณภาพและรสชาติที่ดีเยี่ยมจนถึงวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
• เมื่อละลายแล้ว (After Thawing):
- หลังจากนำออกมาละลายในช่องแช่เย็นธรรมดาจนแป้งนุ่มพร้อมทานแล้ว ควรรับประทานให้หมดโดยเร็วที่สุด
ข้อควรระวัง: ไม่แนะนำให้นำโมจิที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งโมจิกระด้าง เสียความเหนียวนุ่ม และส่งผลต่อคุณภาพของไส้ครีมและผลไม้ด้านใน
ลองจินตนาการถึงการกัดลงไปบนแป้งโมจินุ่มยืด แล้วเจอกับส้มแมนดารินทั้งลูกที่หวานฉ่ำน้ำกระจายเต็มปากดูไหม นี่ไม่ใช่แค่ขนมหวานธรรมดาแต่มันคือ โมจิส้มสุดหรูระดับพรีเมียม ประเทศญี่ปุ่น ที่จะเปลี่ยนนิยามการทานขนมหวานของคุณ ความพิเศษของโมจินี้เริ่มตั้งแต่ตัว แป้งโมจิฮาบุทาเอะ (Habutae Mochi) ที่ผลิตจากแป้งข้าวเหนียวญี่ปุ่นชั้นเลิศ ให้สัมผัสที่เนียน นุ่ม เหนียว และละลายในปากอย่างนุ่มนวล ถัดมาคือชั้นของ ถั่วกวนสีขาว (Shiro-an) สูตรดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีรสชาติหวานละมุนกำลังดี ทำหน้าที่ช่วยตัดและชูรสชาติของหัวใจหลักอย่าง "ส้มแมนดารินคัดพิเศษทั้งลูก" ที่ซ่อนอยู่ด้านใน เมื่อส่วนผสมทั้งสามอย่างนี้รวมกันในปาก ความเปรี้ยวอมหวานตามธรรมชาติของส้มจะผสมผสานกับความหวานละมุนของถั่วกวนและแป้งเหนียวนุ่ม เกิดเป็นรสสัมผัสที่สดชื่น อร่อยจนหยุดทานไม่ได้ หากคุณกำลังมองหาขนมหวานแสนอร่อยที่จะช่วยบูสพลังความสดชื่นในบ่ายวันทำงาน หรืออยากมอบของขวัญสุดพิเศษให้กับคนที่คุณรัก
วิธีรับประทาน
• นำโมจิออกมาจากช่องแช่แข็งแล้ววางพักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 10-15 นาที
• หรือนำมาพักไว้ในช่องแช่เย็นธรรมดา เพื่อให้แป้งโมจิและไส้ด้านในค่อยๆ คลายตัวจนนุ่มนิ่มตามธรรมชาติ จากนั้นแกะซองทานได้ทันที
(หลีกเลี่ยงการใช้ไมโครเวฟเพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อกล้วยและไส้ช็อกโกแลตละลายจนเสียรูปทรง)
วิธีเก็บรักษา
• เก็บในช่องแช่แข็ง (Frozen Storage):
- ต้องเก็บรักษาไว้ในช่องแช่แข็งที่มีอุณหภูมิ -18 °C หรือต่ำกว่า ตลอดเวลา
- หากเก็บในอุณหภูมิตามที่กำหนด สินค้าจะคงคุณภาพและรสชาติที่ดีเยี่ยมจนถึงวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
• เมื่อละลายแล้ว (After Thawing):
- หลังจากนำออกมาละลายในช่องแช่เย็นธรรมดาจนแป้งนุ่มพร้อมทานแล้ว ควรรับประทานให้หมดโดยเร็วที่สุด
ข้อควรระวัง: ไม่แนะนำให้นำโมจิที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งโมจิกระด้าง เสียความเหนียวนุ่ม และส่งผลต่อคุณภาพของไส้ครีมและผลไม้ด้านใน
ชูรสชาติราเมงให้อร่อยยิ่งขึ้นด้วยหน่อไม้เมนมะกันค่ะ
ไส้กรอกปลาสไตล์ญี่ปุ่น อร่อย สุขภาพดี มีประโยชน์
ไส้กรอกปลาหรือเกียวนิกุ (Gyoniku, 魚肉ソーセージ) จากแบรนด์นิสซุยประเทศญี่ปุ่น ผลิตจากเนื้อปลาซูริมิคุณภาพดีที่อุดมไปด้วยโปรตีน, กรดไขมันไม่อิ่มตัว DHA, EPA และมีแคลเซียมสูงถึง 350 มก. ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ฆ่าเชื้อในอุณหภูมิสูง สะอาด ปลอดภัย ใช้บรรจุภัณฑ์แบบ “Eco-Clip” ปราศจากโลหะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพียงลอกฟิล์มด้านนอกออกก็สามารถรับประทานได้ทันที หรือใช้เป็นส่วนประกอบของเมนูต่างๆ เช่น ข้าวผัด, สลัด, ยากิโซบะ, คอร์นด็อก, หรือใส่ในซุปก็ได้เช่นกัน ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ต่อร่างกาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรักษาสุขภาพ ผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก และทุกคนในครอบครัว
ทำไมโรงหมักวิเนการ์ที่ดีที่สุด ต้องซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขา
หนึ่งในจุดเด่นที่โดดเด่นของน้ำส้มสายชูอุจิโบริ (Uchibori Vinegar) คือความมุ่งมั่นและความพิถีพิถันในการผลิตน้ำส้มสายชู บริษัทเลือกสร้างโรงหมักน้ำส้มสายชูท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม เพราะเชื่อว่าสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่บริสุทธิ์และอุดมสมบูรณ์จะช่วยให้เกิดแบคทีเรียกรดอะซิติกที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตน้ำส้มสายชูชั้นดี ด้วยเหตุนี้โรงหมักของอุจิโบริจึงถูกสร้างขึ้นท่ามกลางหุบเขาและธรรมชาติอันเงียบสงบ แม้ว่าสถานที่จะอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองและมีความยากลำบากด้านการขนส่งก็ตาม แต่บริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพของน้ำส้มสายชูมากกว่าความสะดวกสบาย เพื่อให้ได้น้ำส้มสายชูที่มีคุณภาพสูงและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ในทุกขวด
จากความพิถีพิถันกลางขุนเขา สู่ขวดนี้ที่สายรักสุขภาพต้องมีติดบ้าน
สายรักสุขภาพที่เสพติดความสดชื่นห้ามพลาด ฟรุตส์ วิเนการ์ รสน้ำทับทิม ที่บอกเลยว่าคุ้มค่าและดีต่อร่างกายมากๆ แวบแรกที่เห็นนึกว่าเป็นน้ำส้มสายชูทั่วไป แต่พอได้อ่านฉลากและลองทานดูแล้วคือว้าวมาก เพราะขวดนี้ผสานคุณค่าจากธรรมชาติไว้แบบเต็มๆ:
• น้ำผลไม้เข้มข้นเน้นๆ: มีส่วนผสมของน้ำทับทิมเข้มข้นสูงถึง 42%
• เบสชั้นเลิศจากญี่ปุ่น: ใช้น้ำส้มสายชูหมักจากข้าวญี่ปุ่นแท้ๆ ทำให้รสชาติมีความเปรี้ยวที่นุ่มนวลอมหวานสดชื่น ไม่เปรี้ยวโดดจนแสบคอ
• 0% น้ำตาลทราย: ที่สำคัญที่สุดคือ "ไม่มีการใส่น้ำตาลเพิ่ม" ความหวานละมุนที่ได้มาจากน้ำผลไม้แท้ๆ และหญ้าหวาน (สตีวิออลไกลโคไซด์) ดีต่อคนควบคุมน้ำหนัก สายคีโต และผู้ป่วยเบาหวานสุดๆ
ดื่มตอนไหนก็เฟรช สุขภาพดีได้ทุกวัน
หลังจากที่ได้ลองดื่มช่วงบ่ายๆ ที่กำลังง่วง หรือดื่มหลังจากไปวิ่งออกกำลังกายเสร็จ จะรู้สึกได้ทันทีเลยว่าร่างกายมันเฟรชขึ้น อาการเหนื่อยล้าหายไป แถมวิเนการ์ยังมีส่วนช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ปรับสมดุลร่างกาย และช่วยให้ย่อยอาหารได้ดีขึ้นมาก ท้องไม่อืด ใครที่กำลังมองหาเครื่องดื่มสุขภาพที่อร่อย ดื่มง่าย ได้ประโยชน์เน้นๆ แนะนำให้มีติดตู้เย็นไว้เลยค่ะ เคล็ดลับความฟิน: นำไปผสมโซดาใส่น้ำแข็งเย็นฉ่ำ บอกเลยว่าอร่อยสดชื่นฟินที่สุด
ไอเดียรังสรรค์เมนูสูตรสดชื่น
ส่วนผสม : อิตาเลียนโซดา น้ำส้มสายชูผลไม้ทับทิม
• ฟรุตส์ วิเนการ์ รสน้ำทับทิม : 20 มล.
• น้ำโซดาแช่เย็นจัด : 120 - 150 มล.
• น้ำแข็ง : 1 แก้ว (แนะนำน้ำแข็งก้อนเล็กหรือน้ำแข็งบดจะช่วยให้เย็นฉ่ำยิ่งขึ้น)
ส่วนผสม : สูตรสมูทตีทับทิมมิกซ์เบอร์รีกรีกโยเกิร์ต
• น้ำส้มสายชูรสทับทิม : 150 กรัม (25.00%)
• มิกซ์เบอร์รี (ผลไม้แช่แข็ง) : 100 กรัม (16.67%)
• น้ำแข็ง : 300 กรัม (50.00%)
• กรีกโยเกิร์ต : 50 กรัม (8.33%)
วิธีทำ : ปั่นส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันจนเนียนละเอียด พร้อมเสิร์ฟเป็นเครื่องดื่มผลไม้รสเปรี้ยวหวานสดชื่น
หอมกลิ่นเบอร์รีและทับทิม พร้อมความนุ่มละมุนจากกรีกโยเกิร์ต
หากคุณเป็นคนที่หลงใหลในความหอมมันของชีสและกำลังมองหาของว่างคุณภาพดีจากญี่ปุ่น นาโตริ ชีส ทาระ ชีสสอดไส้แผ่นเนื้อปลาค็อดปรุงรส คือขนมที่ไม่ควรพลาด ด้วยการนำเนื้อปลาค็อดคุณภาพดีมาประกบกับชีสกงเต (Comté Cheese) จากฝรั่งเศส ชีสชื่อดังที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน จนเกิดเป็นรสชาติที่กลมกล่อม หอมมัน และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทุกชิ้นให้สัมผัสนุ่มหนึบจากเนื้อปลา ผสานกับความเข้มข้นของชีสอย่างลงตัว เคี้ยวเพลิน อร่อยเต็มคำ ไม่ว่าจะทานเป็นของว่างระหว่างวัน พกติดตัวไปเที่ยว ไปทำงาน หรือรับประทานคู่กับเครื่องดื่มแก้วโปรด ก็ช่วยเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพและมาตรฐานการผลิตจากประเทศญี่ปุ่น ทำให้ชีสทาระพรีเมียมชนิดนี้กลายเป็นหนึ่งในขนมยอดนิยมที่ครองใจสายชีสและคนรักอาหารญี่ปุ่นทั่วโลก เมื่อได้ลองแล้วจะเข้าใจว่าทำไมหลายคนถึงบอกว่าอร่อยจนหยุดไม่ได้
• หอมชีสเข้มข้น นุ่มหนึบกำลังดี เคี้ยวเพลินทุกคำ
• ขนมญี่ปุ่นพรีเมียมที่สายชีสต้องมีติดบ้าน
• เปิดซองพร้อมอร่อยได้ทันที อิ่มอร่อยได้ทุกเวลา
วิธีทาน
• ทานทันที : เปิดซองแล้วหยิบทานเป็นของว่างได้เลย รสชาติแบบดั้งเดิม หอมมัน
• อุ่นร้อน : นำเข้าไมโครเวฟไฟอ่อน ประมาณ 500W-600W เป็นเวลา 10-15 วินาที ชีสจะเริ่มเยิ้ม ละลาย
• อบหม้อทอดไร้น้ำมัน : อบด้วยไฟ 160°C ประมาณ 2-3 นาที แผ่นปลาจะกรอบ ตัวชีสจะเยิ้มด้านในพร้อมทาน
สัมผัสความอร่อยระดับพรีเมียมส่งตรงจากฮอกไกโดกับ ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ยูเมะพิริกะ จากแบรนด์โฮคุเรน (Hokuren) ข้าวที่ขึ้นชื่อว่าเป็น "ราชาแห่งข้าวฮอกไกโด" และได้รับคะแนนประเมินคุณภาพรสชาติในระดับสูงสุดมาอย่างต่อเนื่อง เอกลักษณ์ที่ทำให้ใครได้ลองก็ต้องหลงรักคือ ความนุ่มเหนียวที่พอดี เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบ มีความเงางามเคลือบเมล็ดข้าว และรสหวานละมุนตามธรรมชาติ ที่เด่นชัดกว่าข้าวสายพันธุ์อื่น ไม่ว่าจะทานตอนร้อนๆ หรือทิ้งไว้จนเย็น ข้าวก็ยังคงความนุ่มอร่อย ไม่แข็งกระด้าง เปลี่ยนมื้ออาหารธรรมดาที่บ้านให้กลายเป็นโอมากาเสะหรูได้ง่ายๆ ช้อปเลยวันนี้เพื่อเปิดประสบการณ์ความอร่อยแบบญี่ปุ่นแท้ๆ!
ลักษณะเด่น
• เมล็ดอวบอ้วน และเงางาม - เมล็ดข้าวมีขนาดปานกลางถึงใหญ่ เมื่อหุงแล้วจะเงางามและมีความหนึบที่โดดเด่น
• เนื้อนุ่มแต่ไม่เละ - ข้าวมีความเหนียวและนุ่มในระดับที่พอดี ไม่ร่วนหรือแข็งเกินไป
• รสหวานธรรมชาติ - มีรสชาติอ่อนๆ และหวานธรรมชาติ แม้ทานเปล่าๆ ก็ยังอร่อย
• กลิ่นหอมพิเศษ - มีกลิ่นหอมที่แตกต่างจากข้าวพันธุ์อื่น
• ปลูกในอากาศหนาวเย็น - อุณหภูมิที่เย็นของฮอกไกโดช่วยให้ข้าวมีคุณภาพดีขึ้นและสามารถเก็บรักษาได้นาน
รางวัลและมาตรฐานคุณภาพ
• Yumepirika ได้รับการรับรองมาตรฐาน 特A (Toku A) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของข้าวญี่ปุ่น
• เป็นข้าวที่ได้รับความนิยมในร้านอาหารระดับพรีเมียมทั่วญี่ปุ่น
• ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลฮอกไกโดให้เป็นข้าวเกรดพรีเมียมของภูมิภาค
เมนูแนะนำ
เนื่องจาก Yumepirika เป็นข้าวที่มีความเหนียวนุ่มและมีรสหวานในตัว จึงเหมาะกับอาหารที่ต้องการข้าวคุณภาพสูง เช่น
• ข้าวสวย (Cooked Rice) - เมล็ดข้าวสวย เมื่อหุงสุกจะมีความเงาสวย เหมาะสำหรับทานแบบข้าวสวย
• ซูชิ (Sushi) - เมล็ดข้าวเหนียวกำลังดี จับตัวได้ง่าย ไม่แฉะเกินไป
• ข้าวปั้น (Onigiri) - รสชาติหวานธรรมชาติทำให้กินเปล่าๆ ก็อร่อย
• ข้าวญี่ปุ่นธรรมดา (Gohan) - เหมาะสำหรับทานคู่กับปลาย่างหรืออาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
• ข้าวหน้าอาหารทะเล (Kaisendon/Donburi) - ความหนึบของข้าวช่วยเสริมรสชาติของปลาดิบได้ดี
Yumepirika ถือเป็นข้าวที่ให้รสชาติที่ดีที่สุดของฮอกไกโด ถ้าคุณต้องการข้าวที่นุ่ม หอม และมีคุณภาพสูง Yumepirika คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Nanatsuboshi ข้าวที่เติบโตท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ของฮอกไกโด
นิยมปลูกมากในฮอกไกโด เมล็ดข้าวอวบ หุงแล้วขึ้นเงา มีความเหนียวปานกลาง และความหวานแบบพอดี ทำให้โดนใจชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก แม้ข้าวจะเย็นแต่ยังคงความนุ่ม หอม อร่อย สามารถทำอาหารได้หลากหลายประเภท แต่จะนิยมนำมาทำเบนโตะและซูชิ
• ลักษณะเมล็ด – เมล็ดข้าวอวบ ขาว หุงขึ้นหม้อ
• รสชาติ – มีรสหวานและยังคงอร่อยแม้จะเย็นแล้ว
• ความเหนียว – ความเหนียวกำลังดี
• เมนูที่เหมาะสม – เบนโตะ และซูชิ
• ความลับของสายพันธุ์ – ถือว่าเป็นข้าวที่มีความสมดุลระหว่างรสชาติกับเนื้อสัมผัสมากที่สุดในสายพันธุ์ข้าวฮอกไกโด เมื่อหุงจนสุกข้าวมีความขาว ความเงา ความหอม ให้รสชาตินุ่มนวล และเคี้ยวอร่อย
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
1. ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
2. ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
3. กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
4. ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำจนอ่อนนุ่ม
5. หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อย ๆ คนให้น้ำระเหย
ที่สุดแห่งความหรูหราจากญี่ปุ่น เมื่อ"เกาลัดชิบุคาวะทั้งลูก" อยู่ในแป้งโมจิเหนียวนุ่ม
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงรักขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น ขนมชิ้นนี้คือคำตอบที่คุณห้ามพลาด นี่คือโมจิไส้เกาลัดชิบุคาวะคัดพิเศษทั้งลูกระดับไฮเอนด์ นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นโดยตรง ความพิเศษเริ่มต้นตั้งแต่ชั้นนอกสุดด้วย "แป้งโมจิฮาบุทาเอะ" ที่ทำจากแป้งข้าวเหนียวญี่ปุ่นคุณภาพเลิศ ผ่านการนวดอย่างพิถีพิถันจนได้เนื้อสัมผัสที่เนียน ละเอียด เหนียวนุ่ม ยืดหยุ่น และพร้อมที่จะละลายในปากอย่างอ่อนโยน ถัดเข้าไปด้านในคือความกลมกล่อมจากเนื้อเกาลัดบดผสมถั่วกวน สูตรดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีรสชาติหวานละมุนกำลังดี รสชาติหวานมัน ละมุนลิ้น และไฮไลท์ที่ซ่อนอยู่ใจกลางก็คือ "เกาลัดชิบุคาวะคัดพิเศษทั้งลูก (Shibukawa Kuri)" เกาลัดเม็ดโตที่ผ่านกรรมวิธีการเคี่ยวกับน้ำเชื่อมอย่างพิถีพิถันทั้งเปลือกบางชั้นใน (Shibukawa) ทำให้เกาลัดยังคงความนุ่มหนึบ ชุ่มฉ่ำ ไม่แข็งกระด้าง และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่ฝาดนิดๆ ปลายลิ้นตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยตัดความหวานของครีมมงบล็องได้อย่างดี เมื่อคุณกัดลงไปพร้อมๆ กันทั้ง 3 ชั้น จะหลอมรวมกลายเป็นรสชาติที่กลมกล่อม ราวกับคุณกำลังนั่งทานขนมหวานอยู่ในร้านคาเฟ่สุดหรู ณ เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว
วิธีรับประทาน
• นำโมจิออกมาจากช่องแช่แข็งแล้ววางพักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 10-15 นาที
• หรือนำมาพักไว้ในช่องแช่เย็นธรรมดา เพื่อให้แป้งโมจิและไส้ด้านในค่อยๆ คลายตัวจนนุ่มนิ่มตามธรรมชาติ จากนั้นแกะซองทานได้ทันที
(หลีกเลี่ยงการใช้ไมโครเวฟเพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อกล้วยและไส้ช็อกโกแลตละลายจนเสียรูปทรง)
วิธีเก็บรักษา
• เก็บในช่องแช่แข็ง (Frozen Storage):
- ต้องเก็บรักษาไว้ในช่องแช่แข็งที่มีอุณหภูมิ -18 °C หรือต่ำกว่า ตลอดเวลา
- หากเก็บในอุณหภูมิตามที่กำหนด สินค้าจะคงคุณภาพและรสชาติที่ดีเยี่ยมจนถึงวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
• เมื่อละลายแล้ว (After Thawing):
- หลังจากนำออกมาละลายในช่องแช่เย็นธรรมดาจนแป้งนุ่มพร้อมทานแล้ว ควรรับประทานให้หมดโดยเร็วที่สุด
ข้อควรระวัง ไม่แนะนำให้นำโมจิที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ เพราะจะทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งโมจิกระด้าง เสียความเหนียวนุ่ม และส่งผลต่อคุณภาพของไส้ครีมและผลไม้ด้านใน
ข้าวญี่ปุ่นจากเมืองฮอกไกโด เมืองแห่งความอุดมสมบูรณ์
ชวนคุณมาชิมข้าวญี่ปุ่นแท้ๆ ปลูกที่เมืองฮอกไกโด เมืองที่ธรรมชาติสวยงาม น้ำใสสะอาด ข้าวที่ได้มีรสชาติหวาน นุ่ม เหนียว เคี้ยวเพลิน เหมาะกับทำอาหารญี่ปุ่นอย่างเมนูข้าวซูชิ ข้าวปั้นโอนิกิริ มาลองชิมความแตกต่างของรสชาติข้าวญี่ปุ่นแท้ๆ กันค่ะ หากสนใจทำเมนูข้าวซูชิ เรามีน้ำส้มปรุงรสข้าว และสาหร่ายสำหรับห่อข้าว ขายด้วยนะคะ
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
1. ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
2. ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบา ๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
3. กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
4. ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำเวลาหุงข้าวจะนุ่มไม่กระด้าง
5. หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อยๆ คนให้น้ำระเหย
วิธีการเก็บรักษา
1. เก็บในที่แห้งและเย็น
2. ระวังการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง เพราะข้าวจะแห้งแตกเนื่องจากการระเหยของน้ำในข้าว
3. หลีกเลี่ยงการเก็บรักษาใกล้ ผงซักฟอก สเปรย์ปรับอากาศ เครื่องสำอาง และอาหารที่มีกลิ่นแรง เพราะข้าวจะดูดซับกลิ่น
ข้อควรระวัง
1. คุณภาพของข้าวจะเปลี่ยนหากโดนความชื้น
2. ห้ามวางไว้ใกล้เปลวไฟ เนื่องจากติดไฟง่าย
3. ห้ามวางสินค้าอื่นซ้อนทับผลิตภัณฑ์
ถ้าคุณเป็นสายปิ้งย่างที่หลงรักกลิ่นหอมแบบร้านยากินิกุญี่ปุ่น ซอสบาร์บีคิวรสเผ็ดขวดนี้คือไอเทมที่ควรมีติดครัวไว้ จุดเด่นของซอสตัวนี้คือความเข้มข้นที่ผสมผสานระหว่างรสหวาน เค็ม และเผ็ดอย่างลงตัว พร้อมความหอมจากงา กระเทียม และเครื่องเทศที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับอาหารทุกจาน ยิ่งเวลานำไปย่างหรือผัด กลิ่นจะยิ่งหอมฟุ้ง ด้วยส่วนผสมจากผลไม้และซอสถั่วเหลืองสไตล์ญี่ปุ่น ทำให้รสชาติออกมากลมกล่อม ไม่เผ็ดแสบ แต่เป็นความเผ็ดนัวที่กินได้เรื่อยๆ ยิ่งกินกับเนื้อย่าง หมูสามชั้น ไก่ หรือซีฟู้ด ยิ่งเข้ากัน ข้อดีอีกอย่างคือใช้งานง่ายมาก จะใช้หมักเนื้อก่อนย่าง ราดบนข้าว ผัดกับเส้น หรือใช้เป็นน้ำจิ้มก็อร่อยครบจบในขวดเดียว เหมาะทั้งสำหรับทำอาหารกินเองในบ้าน หรือร้านอาหารที่ต้องการเพิ่มฟีลญี่ปุ่นแบบมืออาชีพ
ใครอยากเปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นมื้อฟีลญี่ปุ่นแบบจัดเต็ม ขวดนี้ตอบโจทย์แน่นอนค่ะ!
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อ หมู ไก่ หรือซีฟู้ด ก่อนย่างประมาณ 15–30 นาที เพื่อเพิ่มความนุ่มและความหอม
• ใช้เป็นน้ำจิ้มสำหรับปิ้งย่าง ชาบู หรือยากินิกุ
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือข้าวผัดญี่ปุ่น
• ใช้ผัดกับเส้นอุด้ง ยากิโซบะ หรือผัดผักสไตล์ญี่ปุ่น
• ทาซอสระหว่างย่าง เพื่อเพิ่มสีสวยและกลิ่นหอมเข้มข้น
• ใช้ทำเมนูสไปซี่ เช่น ไก่ทอดซอสเผ็ด หรือซี่โครงย่าง
เคล็ดลับความอร่อย
• อุ่นซอสเล็กน้อยก่อนราดหรือจิ้ม จะช่วยให้กลิ่นหอมชัดขึ้นและรสชาติเข้มข้นยิ่งขึ้น
แนะนำอาหาร
• ยากินิกุ: เนื้อวากิวหรือหมูสามชั้นย่าง เคลือบซอสฉ่ำๆ
• ข้าวหน้าเนื้อ: ผัดเนื้อสไลด์กับหอมใหญ่และซอส Ebara ราดบนข้าวสวยร้อนๆ
• บาร์บีคิวเสียบไม้: ทาซอสระหว่างย่างเพื่อเพิ่มความหอมและสีสันที่น่ากิน
• ผัดผักรวมมิตร: เพิ่มรสชาติให้ผักกรอบๆ ด้วยความหวานหอมจากผลไม้ในซอส
ถ้าคุณเป็นสายปิ้งย่างญี่ปุ่น บอกเลยว่าซอสขวดนี้คือไอเท็มที่ควรมีติดครัว! ซอสบาร์บีคิวญี่ปุ่น สูตรหวานเผ็ดกลาง ที่โดดเด่นด้วยรสชาติกลมกล่อม หอมเข้มข้น และมีมิติแบบซอสยากินิกุร้านดังในญี่ปุ่น ความพิเศษอยู่ที่การผสมผสานของผลไม้บดมากถึง 35% ทั้งความหวานธรรมชาติและความหอมสดชื่น เข้ากับโชยุญี่ปุ่น น้ำผึ้ง กระเทียม และเครื่องเทศอย่างลงตัว ทำให้ได้ซอสที่ไม่หวานเลี่ยน ไม่เค็มจัด แต่มีความนัว กินแล้วหยุดยาก จะใช้หมักเนื้อก่อนย่างก็ช่วยให้เนื้อนุ่มหอม ราดบนข้าวก็อร่อย หรือจะใช้ผัดเนื้อ ผัดหมู ทำข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือเมนูสไตล์ญี่ปุ่นต่างๆ ก็เข้ากันสุดๆ ยิ่งเวลานำไปย่างบนกระทะร้อน กลิ่นหอมของซอสจะเคลือบเนื้อจนชวนหิว เหมือนยกบรรยากาศร้านยากินิกุมาไว้ที่บ้าน เหมาะทั้งสำหรับคนทำอาหารกินเอง ร้านอาหาร หรือสายทำคอนเทนต์อาหาร เพราะแค่ราดซอสลงไป หน้าตาอาหารก็ดูน่ากินขึ้นทันที
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อหมู เนื้อวัว ไก่ หรือซีฟู้ดก่อนย่าง
• ใช้เป็นซอสจิ้มปิ้งย่างและชาบู
• ใช้ผัดเนื้อ ผัดผัก หรือข้าวผัดสไตล์ญี่ปุ่น
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือเบอร์เกอร์
• ใช้ทาระหว่างย่าง เพื่อเพิ่มความหอมและความเงาน่ากิน
อัตราส่วนแนะนำ
• เนื้อสัตว์ 300 กรัม ต่อซอสประมาณ 3–4 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วนำไปย่างหรือผัดได้เลย
เคล็ดลับความอร่อย
• เติมซอสช่วงท้ายก่อนอาหารสุก จะช่วยให้ซอสเคลือบเนื้อสวย หอมเข้มข้น และได้กลิ่นสไตล์ร้านยากินิกุญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูแนะนำ
• หมูย่างยากินิกุ
• ข้าวหน้าเนื้อ
• ข้าวหน้าหมูญี่ปุ่น
• ไก่ย่างซอสญี่ปุ่น
• ผัดเนื้อซอสญี่ปุ่น
• บอร์เกอร์สไตล์ญี่ปุ่น
• แซลมอนย่างซอสญี่ปุ่น
• ข้าวผัดยากินิกุ
ถ้าคุณเป็นสายปิ้งย่างญี่ปุ่น บอกเลยว่าซอสขวดนี้คือไอเท็มที่ควรมีติดครัว! ซอสบาร์บีคิวญี่ปุ่น สูตรหวานเผ็ดกลาง ที่โดดเด่นด้วยรสชาติกลมกล่อม หอมเข้มข้น และมีมิติแบบซอสยากินิกุร้านดังในญี่ปุ่น ความพิเศษอยู่ที่การผสมผสานของผลไม้บดมากถึง 35% ทั้งความหวานธรรมชาติและความหอมสดชื่น เข้ากับโชยุญี่ปุ่น น้ำผึ้ง กระเทียม และเครื่องเทศอย่างลงตัว ทำให้ได้ซอสที่ไม่หวานเลี่ยน ไม่เค็มจัด แต่มีความนัว กินแล้วหยุดยาก จะใช้หมักเนื้อก่อนย่างก็ช่วยให้เนื้อนุ่มหอม ราดบนข้าวก็อร่อย หรือจะใช้ผัดเนื้อ ผัดหมู ทำข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือเมนูสไตล์ญี่ปุ่นต่างๆ ก็เข้ากันสุดๆ ยิ่งเวลานำไปย่างบนกระทะร้อน กลิ่นหอมของซอสจะเคลือบเนื้อจนชวนหิว เหมือนยกบรรยากาศร้านยากินิกุมาไว้ที่บ้าน เหมาะทั้งสำหรับคนทำอาหารกินเอง ร้านอาหาร หรือสายทำคอนเทนต์อาหาร เพราะแค่ราดซอสลงไป หน้าตาอาหารก็ดูน่ากินขึ้นทันที
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อหมู เนื้อวัว ไก่ หรือซีฟู้ดก่อนย่าง
• ใช้เป็นซอสจิ้มปิ้งย่างและชาบู
• ใช้ผัดเนื้อ ผัดผัก หรือข้าวผัดสไตล์ญี่ปุ่น
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือเบอร์เกอร์
• ใช้ทาระหว่างย่าง เพื่อเพิ่มความหอมและความเงาน่ากิน
อัตราส่วนแนะนำ
• เนื้อสัตว์ 300 กรัม ต่อซอสประมาณ 3–4 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วนำไปย่างหรือผัดได้เลย
เคล็ดลับความอร่อย
• เติมซอสช่วงท้ายก่อนอาหารสุก จะช่วยให้ซอสเคลือบเนื้อสวย หอมเข้มข้น และได้กลิ่นสไตล์ร้านยากินิกุญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูแนะนำ
• หมูย่างยากินิกุ
• ข้าวหน้าเนื้อ
• ข้าวหน้าหมูญี่ปุ่น
• ไก่ย่างซอสญี่ปุ่น
• ผัดเนื้อซอสญี่ปุ่น
• บอร์เกอร์สไตล์ญี่ปุ่น
• แซลมอนย่างซอสญี่ปุ่น
• ข้าวผัดยากินิกุ
เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นร้านข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นระดับพรีเมียมด้วย เครื่องแกงกะหรี่ก้อนสำหรับงานร้านอาหารและธุรกิจอาหารจากประเทศญี่ปุ่น ให้รสชาติกลมกล่อม เข้มข้น หอมเครื่องเทศ พร้อมความละมุนจากการผสานรสชาติของเครื่องเทศและความหวานจากผักอย่างลงตัว มาพร้อมกับความเผ็ดระดับ 3 (เผ็ดน้อย-ปานกลาง) จึงเหมาะกับผู้บริโภคส่วนใหญ่ สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย ทั้งแกงกะหรี่เนื้อ หมู ไก่ ซีฟู้ด หรือประยุกต์เป็นซอสสำหรับเมนูทอดต่าง ๆ ได้อย่างมืออาชีพ บรรจุภัณฑ์ขนาด 1 กิโลกรัม คุ้มค่า เหมาะสำหรับ ครอบครัวใหญ่ ร้านอาหาร โรงแรม ร้านอาหารญี่ปุ่น อร่อยทานง่าย ถูกปากทุกคนในแน่นอน
วิธีทำ (สำหรับ 50 ที่)
• ผัดวัตถุดิบ: เตรียมเนื้อสัตว์และผักตามต้องการ นำไปผัดกับน้ำมันพร้อมกระเทียมและหอม ประมาณ 3-5 นาที
• เติมน้ำ : ประมาณ 6-7 ลิตร ต้มให้เดือด จากนั้นเคี่ยวต่อด้วยไฟกลาง ประมาณ 20-30 นาที จนส่วนผสมนุ่มได้ที่
• ใส่ก้อนแกงกะหรี่: ปิดไฟชั่วคราว นำก้อนแกงกะหรี่ (หันชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ละลายง่าย) ใส่ลงไปในหม้อ คนให้ละลายจนหมด
• เคี่ยวจนข้น: เปิดไฟอ่อน เคี่ยวต่อประมาณ 10-15 นาที จนน้ำแกงงวดและข้นเหนียวตามต้องการ พร้อมตักราดข้าวสวยร้อนๆ
เมนูแนะนำจากแกงกะหรี่กล่องนี้
• ข้าวแกงกะหรี่หมูทอดคัตสึ: เมนูคลาสสิก ข้าวสวยร้อนๆ ท็อปด้วยหมูชุบแป้งทอดกรอบๆ ราดซสแกงกะหรี่เข้มข้น
• อุด้งแกงกะหรี่: นำซุปแกงกะหรี่ไปเจือจางด้วยน้ำซุปดาชิเล็กน้อย ราดบนเส้นอุด้งเหนียวนุ่ม
• ข้าวห่อไข่ราดซอสแกงกะหรี่: เพิ่มความหรูหราละมุนละไมด้วยไข่ข้นลาวา
• ขนมปังไส้แกงกะหรี่: นำซอสแกงกะหรี่ที่เหลือไปทำเป็นไส้ขนมปังแล้วนำไปชุบเกล็ดขนมปังทอด
“น้ำส้มสายชูแดง” หรือ Akazu (อากาสึ) เป็นวัตถุดิบชั้นสูงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานในประเทศญี่ปุ่น กำเนิดขึ้นในสมัยเอโดะ จากการนำกากสาเกมาหมักบ่มนานถึง 3 ปี จนได้น้ำส้มสายชูสีแดงเข้มที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์และรสชาติกลมกล่อม ซึ่งเชฟซูชินิยมนำมาปรุงรสข้าวเพื่อช่วยถนอมอาหารและขับรสชาติของวัตถุดิบสดให้อร่อยยิ่งขึ้น
ปัจจุบันภูมิปัญญาดั้งเดิมนี้ถูกนำมาต่อยอดเป็น ซอสปรุงรสผสมน้ำส้มสายชูแดง สูตร 2 ที่พัฒนาปรับรสชาติให้นุ่มนวลและกลมกล่อมยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่ม Fiber (ไฟเบอร์) ที่ช่วยให้เมล็ดข้าวเรียงตัวสวย กระจายตัวได้ดีในปาก และนุ่มละมุน ให้เนื้อสัมผัสราวกับเชฟระดับมืออาชีพมาปั้นเองกับมือ ใช้งานง่ายเหมาะสำหรับทั้งครัวเรือนและร้านอาหาร เพียงนำไปผสมกับข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ ก็พร้อมเสิร์ฟทันทีโดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม ช่วยให้เม็ดข้าวนุ่ม เงางาม หอมละมุน พร้อมมอบรสชาติหวานอมเปรี้ยวและกลมกล่อมด้วยอูมามิที่เป็นเอกลักษณ์ของ Akazu ช่วยชูรสชาติของปลาสดและวัตถุดิบพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นแซลมอน ทูน่า หรือโฮตาเตะ ได้อย่างโดดเด่น ให้คุณสร้างสรรค์เมนูซูชิคุณภาพระดับร้านโอมากาเสะได้ง่าย ๆ สะดวก รวดเร็ว และอร่อยเป๊ะแบบมืออาชีพ!
คุณสมบัติและประโยชน์
• ช่วยให้ข้าวแตกตัวและกระจายตัวในปาก
• น้ำส้มซูชิช่วยควบคุมโครงสร้างข้าว ไม่ใช่แค่รสชาติ (ชะลอการแข็งตัวของข้าว)
• รักษาความอร่อยของข้าวได้นานขึ้น
• ช่วยให้คุณภาพซูชิสม่ำเสมอ แม้เก็บเย็น
• ยกระดับประสบการณ์การกิน
• สนับสนุนซูชิมืออาชีพ
• คุณภาพสม่ำเสมอและเป็นพันธมิตรของคุณภาพข้าว
ขั้นตอนการทำข้าวซูชิ
• หุงข้าวญี่ปุ่นให้สุกตามปกติ
• ขณะที่ข้าวสุกยังร้อนๆ ให้ตักข้าวใส่ชาม(หากเป็นอ่างไม้สำหรับผสมข้าวซูชิจะดียิ่งขึ้น)
• เท ซอสปรุงรสผสมน้ำส้มสายชูแดง ลงบนข้าวร้อนๆ
(สัดส่วนแนะนำ: ซอสประมาณ 10-15% ของน้ำหนักข้าวสุก หรือปรับตามความชอบ)
• ใช้ทัพพีพัด/ตัดข้าวเบาๆ ในแนวเฉียง เพื่อให้ซอสซึมเข้าเนื้อข้าวอย่างทั่วถึงโดยไม่ทำให้เม็ดข้าวบดขยี้
• พัดให้ข้าวเย็นลงจนถึงอุณหภูมิห้อง ก่อนนำไปปั้นซูชิ หรือทำข้าวหน้าต่างๆ
คำแนะนำ
• เก็บรักษาในอุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส และพ้นจากแสงแดด
• หลังจากเปิดขวดแล้ว ควรเก็บแช่ในตู้เย็น
• ผลิตภัณฑ์อาจมีตะกอนจากวัตถุดิบ ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติไม่มีผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์
สัมผัสความอร่อยระดับตำนานส่งตรงจากญี่ปุ่นกับ แกงกะหรี่ก้อนสูตรต้นตำรับที่ครองใจคนทุกเพศทุกวัย ด้วยเอกลักษณ์ความกลมกล่อมที่ไม่เหมือนใครจากการผสานคุณค่าของ "แอปเปิ้ลและน้ำผึ้งธรรมชาติ" ให้รสชาติที่หวานละมุน นุ่มนวล เผ็ดน้อย (ระดับ 1) เหมาะอย่างยิ่งสำหรับทุกคนในครอบครัว ตั้งแต่เด็กๆ ไปจนถึงผู้ใหญ่ที่ชอบรสชาติกลมกล่อมไม่จัดจ้าน มาในขนาดจุใจสูตรพิเศษสำหรับร้านค้าหรือครอบครัวใหญ่ ช่วยให้การรังสรรค์เมนูแกงกะหรี่ญี่ปุ่นจานโปรดของคุณเป็นเรื่องง่ายและอร่อยคงที่ในทุกๆจาน
บรรจุขนาด 1 กิโลกรัม โดยแบ่งเป็น 2 แพ็ก แพ็กละ 500 กรัม สูตรพิเศษสำหรับพ่อบ้านแม่บ้านครอบครัวใหญ่ หรือผู้ประกอบการร้านอาหารและคาเฟ่ แกะใช้สะดวก เก็บรักษาง่าย ช่วยให้การรังสรรค์เมนูโปรดของคุณเป็นเรื่องง่าย ไม่ว่าจะทำทานกี่ครั้ง รสชาติก็เข้มข้น หอม อร่อยคงที่เหมือนมีเชฟญี่ปุ่นมาปรุงให้ถึงบ้าน
วิธีทำ (สำหรับ 50 ที่)
• ผัดวัตถุดิบ: เตรียมเนื้อสัตว์และผักตามต้องการ นำไปผัดกับน้ำมันพร้อมกระเทียมและหอม ประมาณ 3-5 นาที
• เติมน้ำ : ประมาณ 6-7 ลิตร ต้มให้เดือด จากนั้นเคี่ยวต่อด้วยไฟกลาง ประมาณ 20-30 นาที จนส่วนผสมนุ่มได้ที่
• ใส่ก้อนแกงกะหรี่: ปิดไฟชั่วคราว นำก้อนแกงกะหรี่ (หันชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ละลายง่าย) ใส่ลงหม้อ คนให้ละลายจนหมด
• เคี่ยวจนข้น: เปิดไฟอ่อน เคี่ยวต่อประมาณ 10-15 นาที จนน้ำแกงงวดและข้นเหนียวตามต้องการ พร้อมตักราดข้าวสวยร้อนๆ
ไอเดียสร้างสรรค์เมนูจากแกงกะหรี่กล่องนี้
นอกจากจะราดข้าวสวยทานคู่กับหมูทอดทงคัตสึแล้ว แกงกะหรี่สูตรนี้ยังสามารถนำไปดัดแปลงทำเมนูอื่นๆ เช่น:
• อุด้งแกงกะหรี่ญี่ปุ่น: ซดน้ำร้อนๆ เส้นหนึบหนับ
• ข้าวโตเกียวชีสแกงกะหรี่อบ: โรยชีสเยิ้มๆ แล้วนำเข้าเตาอบ
• พายแกงกะหรี่: เมนูทานเล่นสไตล์คาเฟ่
สัมผัสความอร่อยลงตัวสายพันธุ์ใหม่ เมื่อชีสกาแมมแบร์สุดพรีเมียมมาพบกับเลมอนเซโตดะอันเลื่องชื่อจากญี่ปุ่น กลายเป็นขนมที่มอบประสบการณ์รสชาติแปลกใหม่และน่าหลงใหลตั้งแต่คำแรกที่ได้ลิ้มลอง เพียงแกะซองก็ได้กลิ่นหอมเย้ายวนของบิสกิตเนยสดผสมเกลือลอแรนจากฝรั่งเศส (Lorraine Rock Salt) ที่ให้รสเค็มอ่อน ๆ กลมกล่อม อบจนกรอบหอมกำลังดี ก่อนสอดไส้ด้วยครีมชีสกาแมมแบร์เนื้อเนียนนุ่ม หอมมันละมุน และเติมความสดชื่นด้วยเลมอนแท้จากเกาะเซโตดะ ประเทศญี่ปุ่น ที่มอบรสเปรี้ยวอมหวานอย่างลงตัว
ทุกคำที่กัดจะได้สัมผัสทั้งความกรอบของบิสกิต ความนัวของชีส และความหอมสดชื่นของเลมอนที่ช่วยตัดความเลี่ยนได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นการผสมผสานรสชาติระหว่างความพรีเมียมแบบตะวันตกและความประณีตสไตล์ญี่ปุ่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ เหมาะสำหรับเป็นของว่างยามบ่าย ทานคู่ชา กาแฟ ใช้ต้อนรับแขก หรือเป็นของฝากสุดพิเศษสำหรับคนรักชีสและขนมญี่ปุ่น รับรองว่าลองเพียงชิ้นเดียวก็อาจหยุดกินไม่ได้
วิธีทาน / เมนูแนะนำ
• ทานคู่กับเครื่องดื่มร้อน: ทานคู่กับชาดำร้อน ชาเขียวร้อน หรือกาแฟดำอุ่นๆ รสขมและกลิ่นหอมของชา/กาแฟ จะช่วยขับความนัวของชีสและรสเปรี้ยวของเลมอนให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
• ทานคู่กับเครื่องดื่มเย็น: แช่บิสกิตให้เย็นสักเล็กน้อย แล้วนำมาทานคู่กับน้ำโซดารสผลไม้ หรือไวน์ขาวแช่เย็น (สำหรับปาร์ตี้ผู้ใหญ่) เป็นกับแกล้มที่เข้ากันได้อย่างดีเยี่ยม
• เป็นท็อปปิ้งขนมหวาน: บดบิสกิตหยาบๆ ใช้โรยหน้าบนไอศกรีมวานิลลา หรือโยเกิร์ต เพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัสกรุบกรอบและความหอมมัน