เต้าหู้ทอดอินาริ (Inari) ความอร่อยในแบบฉบับญี่ปุ่น
อินาริ (Inari) หรือเต้าหู้ทอดปรุงรส มีรสชาติหวานเค็มกำลังดี เต้าหู้จะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมเหมือนกระเป๋า เมนูยอดนิยมคือ อินาริซูชิ ซึ่งจะใส่ข้าวซูชิเข้าไปข้างในตัวของแผ่นเต้าหู้และท็อปปิ้งด้วยหน้าต่างๆ หรือเมนูคิทซึเนะอูด้ง อูด้งมีที่วัตถุดิบหลักเป็นเต้าหู้ทอด วางอยู่ด้านบน เพราะรสชาติของเต้าหู้ทอดที่ออกหวานเค็มจะเข้ากันได้อย่างลงตัวกับน้ำซุป หรือจะหั่นเต้าหู้เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วทานเป็นชาบูหรือสุกี้ ก็ได้เช่นกันค่ะ
เพลิดเพลินกับหนึ่งในขนมพื้นเมืองของญี่ปุ่นที่หลายๆ ต่างก็คนติดใจ
วาราบิ โมจิ (warabi mochi) บราวน์ ชูก้า มาในชิ้นที่พอดีคำ คลุกเคล้าด้วยผงคินาโกะ (ผงถั่วเหลลือง) ทำให้รสชาติที่ได้มีความหวาน หอม ละมุนลิ้น และสัมผัสเหนียวนุ่มที่ยืดหยุ่นมากกว่าโมจิทั่วไป ไม่ว่าจะรับประทานคู่กับชาร้อนๆ หรือนำมาราดด้วยน้ำเชื่อมคุโรมิตสึก็อร่อยลงตัว หรือจะใช้เป็นท็อปปิ้งกับไอศครีมแสนอร่อยก็เข้ากันสุดๆเลยค่ะ
พลาดไม่ได้เลยจริงๆสำหรับชีสเลิฟเวอร์กับซอสสเต๊กสูตรนี้ จากเบลฟู้ด
อร่อยกับสเต็กซอสรสชีส จากเบลฟู้ด ที่จะให้คุณได้ลิ้มรสความนัวจากชีส ที่เข้ากันได้ดีสุดๆกับสเต็กจานโปรดของคุณ ไม่ว่าจะใช้เป็นซอสทานกับเฟรนช์ฟรายส์ หรือเมนูทอดอื่นๆก็ยังได้ แค่นึกถึงความหอมและความหนุบหนับของชีสแสนอร่อย ก็ชวนให้ท้องร้องแล้ว~
แป้งสาลีญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยม และบอกต่อมากที่สุด!
สายเบเกอรี่คงไม่มีใครไม่รู้จักแป้งญี่ปุ่นแบรนด์นิปปุ่น (Nippn) แป้งคุณภาพที่โรงเรียนสอนทำอาหารและเบเกอรี่หลายแห่งเลือกใช้ แป้งตัวนี้เป็น Strong Flour มีค่าโปรตีน 12% และค่า Ash 0.38% เนื้อแป้งขาว ละเอียด และเนียนกว่าแป้งจากฝั่งยุโรป แป้งมีความละเอียดสูง ดูดซึมน้ำได้ดีมาก ทำให้ขนมปังที่ได้มีเนื้อสัมผัส เหนียวนุ่ม ละเอียด และมีความฟูตามสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำขนมปังที่ต้องการความเหนียวนุ่มเป็นพิเศษ
แป้งอีเกิ้ลเหมาะสำหรับเมนู ?
• โชกุปัง
• ขนมปัง
• พิซซ่า
• ซาลาเปา
• แป้งเกี๋ยวซ่า
เต้าหู้ทอดอินาริ (Inari) ความอร่อยในแบบฉบับญี่ปุ่น
อินาริ (Inari) หรือเต้าหู้ทอดปรุงรส มีรสชาติหวานเค็มกำลังดี เต้าหู้จะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมเหมือนกระเป๋า เมนูยอดนิยมคือ อินาริซูชิ ซึ่งจะใส่ข้าวซูชิเข้าไปข้างในตัวของแผ่นเต้าหู้และท็อปปิ้งด้วยหน้าต่างๆ หรือเมนูคิทซึเนะอูด้ง อูด้งมีที่วัตถุดิบหลักเป็นเต้าหู้ทอด วางอยู่ด้านบน เพราะรสชาติของเต้าหู้ทอดที่ออกหวานเค็มจะเข้ากันได้อย่างลงตัวกับน้ำซุป หรือจะหั่นเต้าหู้เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วทานเป็นชาบูหรือสุกี้ ก็ได้เช่นกันค่ะ
ชวนคุณมาชิมปลากระป๋องสไตล์ญี่ปุ่น
ปลาแมคเคอเรลในซอสถั่วเหลืองสไตล์ญี่ปุ่น ผลิตจากปลาคุณภาพดี ชิ้นใหญ่ เนื้อแน่น ก้างน้อย หมักด้วยซีอิ้วให้รสเค็มหวาน กระป๋องเปิดง่ายพร้อมเสริฟ์ ให้คุณสามารถทานได้ทันที หรือจะนำมาดัดแปลงเป็นเมนูใหม่ๆ ในแบบของคุณ
กำลังมองหาน้ำส้มสำหรับปรุงรสชาติข้าวซูชิอยู่หรือเปล่า
น้ำส้มปรุงรสข้าวซูชิตรา Maido ขวดนี้ ช่วยให้การปรุงรสชาติข้าวซูชิได้แบบง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก เราได้เลือกใช้น้ำส้มสายชูคุณภาพดี ปรุงรสด้วย เกลือ น้ำตาล จนได้น้ำส้มปรุงสำเร็จที่มีรสชาติกลมกล่อมจนใครๆ ต้องติดใจ ไม่ต้องตวงสัดส่วนมิริน หรือสาเกเพิ่มอีก เพราะขวดนี้ขวดเดียวมีครบ
น้ำซุปดาชิถือเป็นหัวใจสำคัญในการทำอาหารญี่ปุ่น
ชาที่ดื่มง่าย อร่อยลงตัว จนคนญี่ปุ่นยกให้เป็นชาชั้นเลิศ
ชาเขียวใบชนิดซอง เกียวคุโระ ของญี่ปุ่นทำไมต้อง "ยาบุกิตะ"
หากคุณเป็นผู้หลงใหลในชาเขียวญี่ปุ่นแท้ๆ "ยาบุกิตะ" คือ ราชินีแห่งชาเขียวของญี่ปุ่น เป็นระดับชาที่ปลูกด้วยเทคนิคการบังแสงแดดก่อนเก็บเกี่ยว ทำให้ใบชามีคลอโรฟิลล์สูง อูมามิที่เข้มข้น และความหวานนุ่มนวลที่โดดเด่น ผสานกับกลิ่นหอมละมุนฟุ้งที่เป็นเอกลักษณ์ ด้วยเทคโนโลยีถุงชาตาข่ายแบบใหม่ ทำให้คุณสามารถชงชาเขียวคุณภาพระดับญี่ปุ่นออกมาได้ง่ายๆในทุกแก้ว ไม่ว่าจะชงร้อนเพื่อความผ่อนคลาย หรือ ชงแบบเย็น (สกัดเย็น) เพื่อความสดชื่น เพียงเติมน้ำ ก็พร้อมเสิร์ฟ สะดวก พกพาง่าย ดื่มได้ทุกที่ ทุกเวลา เหมาะสำหรับดื่มคู่กับอาหาร ขนม หรือเครื่องดื่มอื่นๆได้ตามสไตล์คุณ
เคล็ดลับการชงแบบร้อน และ แบบเย็น(สกัดเย็น)
ชาเขียวญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องชงด้วยน้ำร้อนเสมอไป! ผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่นแนะนำให้ลองชงชาเขียวแบบ "น้ำสกัดเย็น" ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมาก การชงด้วยน้ำเย็นจะช่วยดึงรสอูมามิ และสารคาเทชิน ที่ให้รสหวานออกมาได้มาก ในขณะที่รสขมและคาเฟอีนจะละลายออกมาน้อยลง ทำให้ได้ชาที่มีรสชาติกลมกล่อม นุ่มนวล และสดชื่นเป็นพิเศษ
วิธีชงแบบร้อน :
1. ต้มน้ำให้เดือด แล้วรอให้น้ำเย็นลงเหลือประมาณ 70-80 องศาเซลเซียส (หากไม่มีเทอร์โมมิเตอร์ สามารถต้มน้ำเดือดแล้วทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที)
2. ใส่ถุงชา 1 ซอง ลงในแก้วหรือถ้วยชา
3. ค่อย ๆ รินน้ำร้อน ประมาณ 150-200 มิลลิลิตร ลงไป
4. แช่ถุงชาทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที (ไม่ควรแช่นานเกินไป เพราะจะทำให้ชามีรสขมฝาด)
5. นำถุงชาออก (อาจจะบีบเบา ๆ ก่อนนำออก) และพร้อมดื่ม
วิธีชงแบบน้ำ(สกัดเย็น) :
1. ใส่ถุงชา 1-2 ซอง ลงในขวดหรือภาชนะที่มีฝาปิดสนิท
2. เติมน้ำเย็นอุณหภูมิห้อง หรือ น้ำเย็นจัด ปริมาณประมาณ 300-500 มิลลิลิตร
3. ปิดฝาแล้วนำไปแช่ในตู้เย็น
4. รอเวลาทิ้งไว้ให้สกัดเย็นเป็นเวลา 3-6 ชั่วโมง หรืออาจจะแช่ข้ามคืน 8-12 ชั่วโมง เพื่อให้ได้รสชาติเข้มข้นยิ่งขึ้น
(หากแช่นานเกิน 12 ชั่วโมง อาจเริ่มมีรสฝาดออกมาบ้าง)
5. เมื่อได้ความเข้มข้นที่ต้องการแล้ว ให้นำถุงชาออก พร้อมดื่มได้ทันที
ข้อดีของการสกัดเย็น:
รสชาติ : รสชาตินุ่มนวล หวาน อูมามิเด่นชัด และมีรสขมฝาดน้อยมาก
คาเฟอีน : ระดับคาเฟอีนจะต่ำกว่าการชงแบบร้อน
ยูซุพอนสึ รสชาติเค็มๆ เปรี้ยวๆ แต่หอมมากๆๆ
เวลาทานชาบูชาบู หลายๆ ท่านจะชอบทานคู่กับซอสพอนสึเพื่อตัดรส วันนี้เรามียูสุพอนสึที่บอกเลยว่าหากได้ลองแล้วจะติดใจค่ะ เราเลือกใช้ซอสถั่วเหลืองหมักหรือโชยุเกรดพรีเมี่ยมจากแบรนด์ Shibanuma ที่ยังคงใช้กระบวนการหมักแบบดั้งเดิมในถังไม้ ซอสถั่วเหลืองที่ได้จะมีรสอูมามิ และมีกลิ่นหอมที่ได้จากการหมักแบบช้าๆ แบบไม่โดนความร้อนและกลิ่นหอมของถังไม้ที่ใช้ นำมาผสมกับยูสุแท้ๆ จากเมือง Miyazaki เมืองที่เป็นต้นกำเนิด และได้รับการยอมรับว่ายูสุที่ได้จากเมืองนี้ มีกลิ่นหอม และอร่อยที่สุดในโลก ทำให้ซอสที่ได้มีรสชาติที่ลงตัว ที่สำคัญเรายังไม่ใส่สารกันบูด สารเพิ่มฟอง หรือ ผงชูรส (MSG.) เพื่อให้คุณได้ทานอย่างสบายใจ เป็นซอสที่ทานคู่กับอะไรก็อร่อยค่ะ
คำแนะนำ
• สินค้าอาจเกิดฟองระหว่างขนส่งเนื่องจากเราไม่ได้ใส่สารกันฟอง ไม่มีผลต่อคุณภาพสินค้า
• เมื่อเปิดใช้งานแล้ว แนะนำให้เก็บในตู้เย็น เนื่องจากไม่มีสารกันบูด
หากกำลังมองหามิโซะสำหรับทำอาหารญี่ปุ่นอยู่หรือเปล่าคะ
มิโซะขาวนิยมใช้กันมากทางภูมิภาคคันไซและภาคตะวันตกของประเทศญี่ปุ่น รสชาติจะออกหวานนำเค็ม เวลานำมาปรุงเป็นน้ำซุปต้องใช้ปริมาณที่มากเพื่อให้น้ำซุปมีรสชาติเข้มข้น ความพิเศษของมิโซะถุงนี้ คือการผสมน้ำซุปดาชิ หรือน้ำสต๊อคปลา มาเรียบร้อยแล้ว ช่วยให้คุณปรุงน้ำซุปได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะไม่ต้องเริ่มต้นจากการทำน้ำสต๊อค เมนูแนะนำ ซุปมิโซะ หรือทำซอสมิโซะสำหรับเป็นราดเมนูปลา
หากแป้งขนมปังคือโครงสร้างที่แข็งแรง แป้งสาลีฮาร์ท (Heart Wheat Flour) จากแบรนด์ นิปปุ่น (Nippn) ก็คือตัวแทนของความอ่อนนุ่มและประณีต แป้งตัวนี้เป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มเชฟทำขนมว่าเป็นแป้งเค้กคุณภาพสูง (Soft Flour) ที่มีความละเอียดเป็นพิเศษ ผลิตด้วยมาตรฐานระดับพรีเมียมจากญี่ปุ่นเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่เบาและนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ความโดดเด่นที่ทำให้แตกต่างจากแบรน์อื่นๆ คือค่าโปรตีนที่ต่ำเพียง 8.1% และค่าเถ้า (Ash) ที่ต่ำมากเพียง 0.35% ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกว่าเนื้อแป้งมีความบริสุทธิ์สูงมาก ขาวสะอาด และละเอียดลออเป็นเนื้อเดียว ส่งผลให้ขนมที่ได้มีสีสวยสม่ำเสมอและมีเนื้อสัมผัสที่เบาราวกับปุยเมฆ (Fluffy) แป้งชนิดนี้ยังมีความสามารถในการผสมเข้ากับส่วนผสมอื่นได้ง่ายมาก ลดโอกาสการเกิดก้อนแป้ง ทำให้เนื้อขนมเนียนนุ่มจนแทบละลายในปาก
สำหรับเมนูที่ต้องการความนุ่มนวลระดับสูงสุด แป้งนี้คือทางเลือกที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็น
• เค้กไข่ญี่ปุ่น (Japanese Sponge Cake): ที่ต้องการความนุ่ม ฟู และสปริงตัวสวย
• ชิฟฟอนเค้ก (Chiffon Cake): เพื่อเนื้อสัมผัสที่เบาหวิวและเนียนละเอียด
• เทมปุระ (Tempura): หากนำไปผสมสำหรับทอด จะช่วยให้แป้งบางกรอบและไม่อมน้ำมัน
• ขนมไข่ หรือ คุกกี้เนื้อนุ่ม: ที่ต้องการความละเอียดเป็นพิเศษ
เคล็ดลับที่จะช่วยให้ขนมออกมาสมบูรณ์แบบคือ การร่อนแป้งตราหัวใจก่อนนำไปผสม เพราะความละเอียดสูงของแป้งอาจทำให้เกิดการอัดตัวได้ง่าย การร่อนจะช่วยเพิ่มอากาศให้เนื้อขนมฟูยิ่งขึ้น และควรเก็บรักษาในที่แห้งสนิท หลีกเลี่ยงความชื้นเพื่อรักษาความนุ่มนวลของเนื้อแป้งให้คงที่อยู่เสมอ
เปลี่ยนมื้อขนมธรรมดาที่บ้านให้กลายเป็นความพิเศษ ด้วยวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันนี้ จะช่วยส่งต่อความสุขผ่านรสสัมผัสที่นุ่มละมุนในแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ให้ทุกคนในครอบครัว
การทำน้ำซุปดาชิจะเป็นเรื่องง่ายๆ ใช้เวลาเพียง 5 นาที
ซอสปลาไหลญี่ปุ่นแท้แบรนด์ Nihon Shokken จากญี่ปุ่น ซอสสูตรต้นตำรับ รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันจากวัตถุดิบคุณภาพดี ให้รสชาติกลมกล่อม หอมหวาน และมีความเข้มข้นกำลังดี เหมาะสำหรับปรุงอาหารหลากหลายเมนู โดยเฉพาะเมนูปลาไหลย่าง (Unagi Don) ที่จะช่วยยกระดับความอร่อยให้เหมือนกับรับประทานที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูหลัก:
• ข้าวหน้าปลาไหล: ราดซอสปลาไหลลงบนปลาไหลย่างที่เตรียมไว้ แล้วเสิร์ฟพร้อมข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ และสาหร่าย
• ปลาไหลย่าง: ใช้เป็นซอสสำหรับย่างปลาไหลโดยตรง เพื่อให้ได้รสชาติและกลิ่นหอมที่เข้มข้น
เมนูอื่นๆ:
• ข้าวปั้น/ซูชิ: ใช้ราดบนข้าวปั้น หรือซูชิหน้าต่างๆ เพื่อเพิ่มรสชาติและความเงางาม
• ยากิโทริ: ทาซอสขณะย่าง เพื่อให้ได้รสชาติที่เข้มข้น หอมหวาน
• ผัดผัก/เนื้อสัตว์: ใช้เป็นส่วนผสมในการผัดผัก หรือเนื้อสัตว์ เพื่อเพิ่มรสชาติแบบญี่ปุ่น
• บาร์บีคิวญี่ปุ่น: ใช้เป็นซอสหมัก หรือซอสจิ้มสำหรับเมนูบาร์บีคิวสไตล์ญี่ปุ่น
ทำไมต้องแซลมอนรมควัน Latitude 45 ? สัมผัสความต่างของแซลมอนรมควันระดับโลก
Latitude 45 คือแบรนด์แซลมอนรมควันที่โดดเด่นเรื่องคุณภาพและความพิถีพิถัน โดยคัดสรรปลาจากฟาร์มในประเทศชิลี ณ พิกัดละติจูด 45 องศาใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์และเย็นจัดที่สุดในโลก กระแสน้ำที่เย็นจัดนี้เองที่ช่วยให้แซลมอนสะสมไขมันและ Omega-3 ได้ดีกว่าปกติ ส่งผลให้เนื้อปลามีความนุ่มละมุน ลายไขมันแทรกสวยงาม และมีระบบนิเวศที่สมบูรณ์เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของ Atlantic Salmon จนได้เนื้อที่แน่น สีสีสดสวยธรรมชาติ
ความพิเศษที่เหนือกว่าคือหลักการ "รมควันสดภายใน 24 ชั่วโมง" ซึ่งแตกต่างจากแซลมอนรมควันทั่วไปที่มักใช้ปลาแช่แข็งมาแปรรูป แต่ Latitude 45 เลือกใช้ปลาที่เพิ่งขึ้นจากน้ำ (Fresh, never frozen) เข้าสู่กระบวนการรมควันทันทีภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อล็อคความสดใหม่ไว้ให้ถึงมือคุณ วิธีนี้ช่วยรักษาโครงสร้างกล้ามเนื้อปลาไม่ให้ถูกทำลายจากเกล็ดน้ำแข็ง ผลลัพธ์ที่ได้คือเนื้อสัมผัสที่ 'เด้ง' และ 'ฉ่ำ' ราวกับทานปลาสด แต่ได้ความหอมกรุ่นจากการรมควันไม้ธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
สัมผัสประสบการณ์การทานที่สะดวกและพรีเมียม
ด้วยเนื้อปลาแซลมอนรมควันชนิดพร้อมรับประทานที่ผ่านการคัดเกรดอย่างดี :
• การตัดสไลซ์ : หั่นสไลซ์บางสม่ำเสมอขนาด 2.5-3.0 มม.
• ขนาดบรรจุ : ในแพ็ค จำนวน 40-42 ชิ้นโดยประมาณ โดยจัดเรียงเป็นระเบียบบนแผ่นกระดาษรอง ทำให้หยิบใช้งานง่าย เนื้อปลาไม่ติดกันเป็นก้อน
• ความเป็นธรรมชาติ: เนื้อปลาอาจพบส่วนเนื้อสีน้ำตาล (Brown meat) เล็กน้อยตามธรรมชาติของชิ้นปลา ซึ่งเป็นส่วนที่สะสมไขมันและสารอาหารที่มีประโยชน์สูง
สารอาหารที่มากกว่าแค่ความอร่อย
แซลมอนรมควัน Latitude 45 ไม่ใช่แค่เมนูหรู แต่เป็น Superfood สำหรับคนรักสุขภาพ:
• High Protein: โปรตีนสูงถึง 12 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
• Rich in Omega-3 (DHA/EPA): มีสูงถึง 800 มก. ซึ่งช่วยในเรื่องการทำงานของสมอง
ลดการอักเสบ และบำรุงหัวใจ
• Vitamin D: เสริมสร้างกระดูกและภูมิคุ้มกัน (ซึ่งเป็นวิตามินที่หาได้ยากจากอาหารทั่วไป)
รสชาติที่ลงตัว.. พร้อมทาน
• หอมกลิ่นรมควันไม้ธรรมชาติ กลิ่นชัดแต่สุภาพ ไม่แรง ไม่กลบกลิ่นปลา
• รสนุ่มละมุน เค็มอ่อน ๆ กำลังดี ปรุงรสน้อย ดึงรสหวานธรรมชาติของเนื้อแซลมอนออกมา
• เนื้อแน่น แต่นุ่มลิ้น ไม่แห้ง ไขมันแทรกพอดี ละลายในปาก เคี้ยวแล้วไม่กระด้าง
• รสชาติกลมกล่อม ทานเปล่าอร่อย ไม่จำเป็นต้องปรุงเพิ่ม แต่เข้ากันดีกับเลมอน ครีมชีส หรือผักสด
มาตรฐาน BAP และ Halal
บนบรรจุภัณฑ์มีสัญลักษณ์สำคัญที่ช่วยการันตีความมั่นใจ:
• BAP (Best Aquaculture Practices): เป็นเครื่องหมายระดับสากลที่ยืนยันว่า ฟาร์มนี้รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สวัสดิภาพสัตว์ และมีความปลอดภัยทางอาหารสูงสุด
• Halal Certified: ผ่านการตรวจสอบตามหลักศาสนอิสลาม ทำให้เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคทุกกลุ่ม
"เพราะความสดรอไม่ได้ เราจึงรมควันใน 24 ชั่วโมง เพื่อคำที่ดีที่สุดสำหรับคุณ"
ใครเป็นสายชีสบอกเลยว่าต้องมีกรี๊ด! นิสชิน มินิ คัพ รสครีมมีชีส หลังเปิดฝาคือกลิ่นชีสหอมละมุนตีขึ้นจมูกเลย ตัวน้ำซุปเมื่อโดนน้ำร้อนจะกลายเป็นสีเหลืองทอง ดูมีความครีมมี่ข้นกำลังดี รสชาติออกหวานมัน เค็มปลายนิดๆ เหมือนเรากำลังทานพาสต้าซอสครีมในเวอร์ชันบะหมี่ ไฮไลท์ที่ขาดไม่ได้คือ ลูกชิ้นแผ่นลายโดราเอมอน ที่ลอยเด่นอยู่บนซุปชีส ช่วยสร้างความตื่นเต้นในทุกคำที่ตัก เป็นอะไรที่เข้ากันมาก เส้นบะหมี่ขนาดมินิเหนียวนุ่มอุ้มน้ำซุปชีสได้ดีสุดๆ ใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากรสหมูแดงแบบเดิม มาลองรสชีสนี้ดูครับ แล้วจะรู้ว่าความฟินระดับพรีเมียมในถ้วยเล็กๆ มีอยู่จริง!
วิธีต้มแบบ "เน้นความเข้มข้น"
วิธีนี้จะช่วยให้ซุปชีสไม่ใสจนเกินไป และเส้นจะนุ่มหนึบกำลังดี
• เปิดฝาและเตรียม: เปิดฝาฟอยล์ออกแค่ครึ่งเดียว หยิบซองเครื่องปรุง (ถ้ามี) ออกมาเทใส่บนเส้น
• เติมน้ำร้อน "ต่ำกว่าขีด": เคล็ดลับของรสชีสคือ อย่าใส่น้ำเยอะเกินไป ให้เติมน้ำร้อนลงไปต่ำกว่าขีดในถ้วยประมาณ 0.5 เซนติเมตร
เพื่อให้น้ำซุปมีความข้นคล้ายซอสคาโบนาร่า
• ปิดฝารอ 3 นาที: ปิดฝาให้สนิทเพื่อให้ความร้อนระอุจนเส้นนุ่มถึงใจ
"คนให้ทั่ว" คือหัวใจ: เมื่อครบ 3 นาที ให้เปิดฝาแล้วใช้ตะเกียบคนแรงๆ ประมาณ 15-20 วินาที เพื่อให้ผงชีสแตกตัวและผสมกับน้ำร้อนจนกลายเป็นเนื้อครีมข้นๆ ลูกชิ้นโดราเอมอนจะลอยขึ้นมาพร้อมทานแล้วค่ะ
ดองผักให้อร่อยในพริบตา! ด้วย Asazuke no Moto จาก Ebara
Asazuke no Moto จากแบรนด์ เอบาระ (Ebara) เป็นน้ำปรุงรสสำเร็จรูปสำหรับการทำผักดองสไตล์ญี่ปุ่นแบบง่ายๆ และรวดเร็ว หรือที่เรียกว่า “อาซาซึเกะ” (Asazuke) ด้วยรสชาติที่เค็มเล็กน้อย หวานนิดๆ และกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ น้ำปรุงนี้ช่วยเสริมรสชาติให้ผักดองอร่อยอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้เวลานานหรือขั้นตอนยุ่งยาก ผักดองที่ได้จะมีความกรอบ สดชื่น และยังคงรสชาติของผักไว้ได้อย่างดี
Asazuke no Moto จึงกลายเป็นตัวช่วยคู่ครัวที่ได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น เพราะสามารถใช้ดองผักได้หลากหลายชนิดตามใจชอบ แค่มีผักกับน้ำปรุง ก็ได้เมนูเครื่องเคียงแบบญี่ปุ่นที่ทั้งอร่อยและสดใหม่ในไม่กี่นาที!
วิธีใช้
• หั่นผักที่ต้องการหมักเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วใส่ลงในถุงซิปล็อก
• เทน้ำปรุงรส "Asazuke no Moto" ลงไปให้ทั่วผัก (ปริมาณการใช้ 100 มล. ต่อผัก 200 กรัม)
• ไล่อากาศออกจากถุงให้มากที่สุด ปิดปากถุงให้แน่น แล้วขยำเบาๆให้ส่วนผสมเข้ากัน
• นำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 30 หรือนานกว่านั้นตามความชอบ
• จากนั้นนำผักออกมา บีบน้ำส่วนเกินออก (โดยไม่ต้องล้างน้ำเปล่า)เพียงเท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟทันที
โซบะชาเขียว 1 ใน เมนูขึ้นชื่อของญี่ปุ่น
“เมกมิลค์ สโนว์” นมโคแท้จากฮอกไกโด หอม อร่อย เข้มข้น ต้องลอง!!
พบกับ 1 ใน 3 ของเส้นอุด้งที่อร่อยที่สุดของญี่ปุ่น!!
Sanuki Udon ของจังหวัดคากาว่า ถือเป็นสุดยอมเมนูอุด้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น และได้รับความนิยมไปทั่วโลก ความพิเศษของเมนูวัดกันที่ความอร่อยของเส้นค่ะ
ราเมนเส้นสด เหนียวหนึบ สูตรต้นตำหรับจากญี่ปุ่น แบบเดียวกับที่ใช้ตามร้านราเมนชื่อดัง
ราเมนเส้นสดที่ใช้กรรมวิธีผลิตแบบพิเศษที่ทำให้เส้นมีความสด เส้นที่ได้เหนียวนุ่ม อร่อย ให้คุณได้ลิ้มรสชาติของเส้นราเมนแท้ๆ
เหมาะสำหรับเมนูราเมนร้อน บะหมี่เย็น และยากิโซบะ หากคุณเป็นคนชอบทานราเมน ขอแนะนำเลยค่ะ
วิธีเตรียมเส้น
ต้มน้ำให้เดือด สางเส้นไม่ให้ติดกันก่อนลวก
*ไม่ควรนำเส้นไปล้างหรือจุ่มน้ำเพื่อล้างแป้งก่อนลวก เพราะจะทำให้เส้นติดกัน
- เมนูราเมน ใช้เวลาลวกเส้นประมาณ 2-3 นาที
- เมนูบะหมี่เย็น ใช้เวลาลวกเส้นประมาณ 2:45-3:15 นาที แล้วนำเส้นไปจุ่มในนำเย็นก่อนเสิร์ฟ
- เมนูยากิโซบะ ใช้เวลาลวกเส้นประมาณ 1:30-1:45 นาที
ราเมนเส้นสด เหนียวหนึบ สูตรต้นตำหรับจากญี่ปุ่น แบบเดียวกับที่ใช้ตามร้านราเมนชื่อดัง
ราเมนเส้นสดที่ใช้กรรมวิธีผลิตแบบพิเศษที่ทำให้เส้นมีความสด เส้นที่ได้เหนียวนุ่ม อร่อย ให้คุณได้ลิ้มรสชาติของเส้นราเมนแท้ๆ
เหมาะสำหรับเมนูราเมนร้อน บะหมี่เย็น และยากิโซบะ หากคุณเป็นคนชอบทานราเมน ขอแนะนำเลยค่ะ
วิธีเตรียมเส้น
ต้มน้ำให้เดือด สางเส้นไม่ให้ติดกันก่อนลวก
*ไม่ควรนำเส้นไปล้างหรือจุ่มน้ำเพื่อล้างแป้งก่อนลวก เพราะจะทำให้เส้นติดกัน
- เมนูราเมน ใช้เวลาลวกเส้นประมาณ 2-3 นาที
- เมนูบะหมี่เย็น ใช้เวลาลวกเส้นประมาณ 2:45-3:15 นาที แล้วนำเส้นไปจุ่มในนำเย็นก่อนเสิร์ฟ
- เมนูยากิโซบะ ใช้เวลาลวกเส้นประมาณ 1:30-1:45 นาที
พบกับ 1 ใน 3 เส้นอุด้งที่อร่อยที่สุดของญี่ปุ่น!!
Sanuki Udon (ซานุกิอุด้ง) ของจังหวัด Kagawa (คากาวะ) ถือเป็นสุดยอมเมนูอุด้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่นและได้รับความนิยมไปทั่วโลก
สำหรับคนที่ชอบทานปลาไหลญี่ปุ่นย่างซีอิ๊ว มาทางนี้ค่ะ
ที่ประเทศญี่ปุ่น จะมีเทศกาลวันทานปลาไหล ในช่วงฤดูร้อน เพราะเชื่อว่าหากทานในช่วงเวลานี้จะทำให้มีสุขภาพแข็งแรงตลอดทั้งปี เพราะปลาไหลอุดมด้วยคุณค่าทางอาหาร ช่วยให้ร่างกายไม่อ่อนเพลียจากอากาศที่ร้อน วันนี้เรามีปลาไหลน้ำจืดสายพันธุ์ญี่ปุ่น ที่เนื้อนุ่มแน่น คัดเฉพาะไซส์ใหญ่พิเศษ นำมาย่างจนมีกลิ่นหอม ทาด้วยซีอิ๊วรสชาติเค็มๆ หวานๆ ตามสูตรลับเฉพาะของทางแบรนด์ ยิ่งทาน ยิ่งอร่อย ที่สำคัญราคาไม่แพง!! เพราะราคานี้ ท่านจะได้ทานปลาไหล 1 ตัว!!! ที่สำคัญทำง่ายมาก เพียงแค่ฉีกซอง อุ่นร้อนในไมโครเวฟ เพื่อความอร่อยยิ่งขึ้น ทานคู่กับข้าวญี่ปุ่น เนื้อนุ่มเคี้ยวหนุบ ยิ่งอร่อยค่ะ
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Nanatsuboshi ข้าวที่เติบโตท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ของฮอกไกโด
นิยมปลูกมากในฮอกไกโด เมล็ดข้าวอวบ หุงแล้วขึ้นเงา มีความเหนียวปานกลาง และความหวานแบบพอดี ทำให้โดนใจชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก แม้ข้าวจะเย็นแต่ยังคงความนุ่ม หอม อร่อย สามารถทำอาหารได้หลากหลายประเภท แต่จะนิยมนำมาทำเบนโตะและซูชิ
• ลักษณะเมล็ด – เมล็ดข้าวอวบ ขาว หุงขึ้นหม้อ
• รสชาติ – มีรสหวานและยังคงอร่อยแม้จะเย็นแล้ว
• ความเหนียว – ความเหนียวกำลังดี
• เมนูที่เหมาะสม – เบนโตะ และซูชิ
• ความลับของสายพันธุ์ – ถือว่าเป็นข้าวที่มีความสมดุลระหว่างรสชาติกับเนื้อสัมผัสมากที่สุดในสายพันธุ์ข้าวฮอกไกโด เมื่อหุงจนสุกข้าวมีความขาว ความเงา ความหอม ให้รสชาตินุ่มนวล และเคี้ยวอร่อย
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
1. ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
2. ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
3. กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
4. ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำจนอ่อนนุ่ม
5. หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อย ๆ คนให้น้ำระเหย
มาทำไก่ทอดคาราอาเกะสไตล์จีนกันเถอะ!
Weipa karaage ko ปรับสูตรจากสูตรคาราอาเกะเดิมๆ ให้ออกมาเป็นสไตล์จีน มีรสของกระเทียม ความสไปซี่จากเครื่องเทศ และกลิ่นหอมเฉพาะตัว เมื่อนำมาผสมเข้ากับเนื้อไก่แล้วนำไปทอด ก็จะได้ลิ้มรสคาราอาเกะที่กรอบอร่อยอย่างไม่จำเจ
ส่วนผสม
- แป้งคาราอาเกะ 1 ซอง
- น้ำเปล่า 80 มล.
- เนื้อไก่ 400-500กรัม
วิธีทำ
1. นำแป้ง และ น้ำ มาผสมและคนให้เข้ากัน
2. หั่นเนื้อไก่เป็นชิ้นพอดีคำ จากนั้นนำไปชุบกับแป้งที่ผสมเตรียมไว้
3. ตั้งกระทะและน้ำมัน อุณหภูมิ 165-175 องศา
4. นำไก่ที่ชุปแป้งลงไปทอด ประมาน 3-4 นาที แล้วจึงนำขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบปลาแซลมอน และกำลังมองหาวัตถุดิบคุณภาพดีที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ ปลาแซลมอนโคโฮ (Coho Salmon) จากแบรนด์ไอเซน (AYSEN) คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะนี่คือปลาที่เลี้ยงในแหล่งน้ำที่สะอาดและได้รับการรับรองคุณภาพ ทำให้คุณมั่นใจในความสดใหม่และรสชาติแบบพรีเมียม
ปลาแซลมอนโคโฮ ไอเซน คืออะไร?
ปลาแซลมอนโคโฮเป็นปลาแซลมอนอีกสายพันธุ์หนึ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยปลาจากแบรนด์ไอเซน มาจากฟาร์มเลี้ยงในประเทศชิลี ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคไอเซน (Aysén) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลก ทำให้ได้ปลาที่มีคุณภาพสูง เนื้อปลามีสีส้มอมแดงเข้มคล้ายแซลมอนซ็อกอาย (Sockeye Salmon) แต่มีจุดเด่นคือ มีไขมันแทรกน้อยกว่าแซลมอนแอตแลนติก ทำให้เนื้อสัมผัสมีความแน่น ไม่เลี่ยน และเหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนักหรือรักสุขภาพ
ปลาแซลมอนโคโฮ ไอเซน ดียังไง?
• ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ: ด้วยปริมาณไขมันที่น้อยกว่า ทำให้เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีที่มีแคลอรีต่ำ และยังคงอุดมไปด้วย Omega-3 ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
• คุณภาพระดับซาชิมิ (Sashimi Quality): ปลาแซลมอนของเราได้รับการแปรรูปภายใน 8 ชั่วโมงหลังการจับ และทำทุกขั้นตอนในห้องคุมอุณหภูมิ ทำให้มั่นใจในความสดใหม่และคุณภาพที่เหมาะสำหรับการนำไปทำซาชิมิ
• Trim C: คือมาตรฐานการแล่ปลาที่มีการตัดแต่งอย่างพิถีพิถัน โดยมีการนำก้างใหญ่ออกทั้งหมด รวมถึงก้างปลาบริเวณท้อง (Belly Bone) และก้างซี่โครง (Pin Bone) ทำให้คุณสามารถนำเนื้อปลาไปทำอาหารได้ทันที โดยไม่ต้องมาเสียเวลาเลาะก้างเอง
เมนูแนะนำ
เนื้อปลาแซลมอนโคโฮ Trim C เหมาะสำหรับทำอาหารได้หลากหลายเมนู
• ซาชิมิ หรือ ซูชิ: ด้วยคุณภาพระดับซาชิมิ จึงสามารถหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ เพื่อทานแบบดิบได้อย่างปลอดภัย
• สเต๊กปลาแซลมอน: นำไปย่างหรือทอดในกระทะ จะได้เนื้อที่แน่นและหนังกรอบ
• ปลาแซลมอนอบ: นำไปอบในเตาอบพร้อมกับเครื่องเทศที่คุณชื่นชอบ
• เมนูอื่น ๆ: นำไปประกอบเมนูผัด หรือยำแบบไทย ๆ ก็อร่อยเข้ากัน
วิธีเตรียมปลา
1. นำปลาออกจากช่องแช่แข็ง และนำไปพักในตู้เย็นช่องธรรมดาเพื่อละลายน้ำแข็ง
2. เมื่อปลาละลายน้ำแข็งแล้ว สามารถนำไปล้างและซับน้ำให้แห้ง
3. หั่นเป็นชิ้นตามต้องการ แล้วนำไปประกอบอาหารได้ทันที
สัมผัสความอร่อยจากทะเลชิลีในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ปลาแซลมอนคุณภาพเยี่ยมที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพในครัวของคุณ
ซุปสาหร่ายแสนอร่อย อุดมไปด้วยประโยชน์จากหอยชิจิมิ
เพลิดเพลินไปกับซุปใสแสนอร่อยที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการของหอยชิจิมิ (Shijimi Clam) หอยน้ำจืดของญี่ปุ่นที่อุดมไปด้วยแอล-ออร์นิทีน (L-Ornitine) กรดอะมิโนที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย เช่น ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ, ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน, กำจัดสารพิษจากตับ, ช่วยล้างสารพิษที่เกิดจากกระบวนการเผาผลาญตามธรรมชาติของร่างกาย เป็นต้น
เพียง 1 ซอง คุณจะได้รับแอล-ออร์นิทีนสูงถึง 25 มก. เทียบเท่ากับการรับประทานหอยชิจิมิถึง 70 ตัว! มาพร้อมสาหร่ายวากาเมะและหัวหอมอบแห้งที่ช่วยเพิ่มความอูมามิให้ซุปกลมกล่อมยิ่งขึ้น ใครที่ต้องการความสดชื่น ทานง่าย สบายท้อง ต้องไม่พลาดถ้วยนี้ค่ะ
เหนื่อยล้าจากงานมาทั้งวัน หรือกำลังมองหาเครื่องดื่มดับกระหายที่ไม่ใช่แค่ให้ความหวานเพียงอย่างเดียวอยู่ใช่ไหม? ลองนี่เลย! น้ำผักผลไม้รวม 100% ยอดขายอันดับ 1 จากญี่ปุ่น ที่จะมาเปลี่ยนนิยามการดื่มน้ำผักของคุณไปตลอดกาล ด้วยการผสานคุณค่าจาก ผัก 70% และผลไม้ 30% เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ให้คุณสัมผัสความหวานละมุนจากแอปเปิ้ลและความสดชื่นจากแครอทในขวดเดียว รสชาติกลมกล่อม ดื่มง่าย ไม่เหม็นเขียว และที่สำคัญคือได้ความหวานแท้จากธรรมชาติ 100% โดยไม่ต้องพึ่งน้ำตาลทราย ดื่มแล้วสดชื่นได้ทั้งครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นเด็กๆ ที่ไม่ชอบกินผัก หรือผู้ใหญ่ที่รักสุขภาพ การดื่ม Kagome เพียงขวดเดียว เหมือนคุณได้ทานผักและผลไม้หลากหลายชนิดในวันเดียว โดยไม่ต้องเสียเวลาหั่น ไม่ต้องเสียเวลาล้าง ตอบโจทย์ชีวิตที่เร่งรีบแต่ยังอยากดูแลตัวเอง ให้คาโกเมะเป็นตัวช่วยเติมความสดใสและสุขภาพที่ดีให้คุณในทุกๆวันนะคะ
คุณสมบัติเด่น
• สูตรใหม่ อัปเกรดคุณภาพ: ผสมผสานอย่างลงตัวด้วยผัก 70% และผลไม้ 30%
• น้ำตลน้อยลง แต่รสชาติยังดีเยี่ยม: ลดปริมาณน้ำตาลลง แต่ยังคงรสสัมผัสที่หอมหวานของผลไม้ไว้เต็มคำ
• รวมคุณประโยชน์จากธรรมชาติ: มีส่วนผสมของผักและผลไม้รวมกันมากกว่า 20 ชนิด
• ใส่ใจสุขภาพ: ไม่เติมสารกันเสีย, ไม่เจือสีสังเคราะห์, ไม่ใส่น้ำตาล และไม่เติมเกลือ
• วิตามินซีครบจบในขวดเดียว: ให้ปริมาณวิตามินซีเพียงพอที่ร่างกายต้องการต่อวันใน 1 หน่วยบริโภค
ประโยชน์
• ช่วยเสริมการบริโภคผักผลไม้ในแต่ละวัน
• มีใยอาหารจากธรรมชาติ
• วิตามินจากผักและผลไม้ ช่วยดูแลร่างกายโดยรวม
• เหมาะกับคนทำงาน คนไม่ค่อยทานผัก เด็กโต และผู้ใหญ่
"ยกระดับความสดชื่นอย่างเหนือระดับด้วยคาโกเมะสุนทรียภาพแห่งน้ำผักผลไม้ 100% จากญี่ปุ่น ที่ผสานคุณค่าและรสชาติอันละมุนละไมไว้ในหนึ่งเดียว"
สำหรับคนที่ชอบทานปลาไหลญี่ปุ่นย่างซีอิ๊ว มาทางนี้ค่ะ
ที่ประเทศญี่ปุ่น จะมีเทศกาลวันทานปลาไหล ในช่วงฤดูร้อน เพราะเชื่อว่าหากทานในช่วงเวลานี้จะทำให้มีสุขภาพแข็งแรงตลอดทั้งปี เพราะปลาไหลอุดมด้วยคุณค่าทางอาหาร ช่วยให้ร่างกายไม่อ่อนเพลียจากอากาศที่ร้อน วันนี้เรามีปลาไหลน้ำจืดสายพันธุ์ญี่ปุ่น ที่เนื้อนุ่มแน่น คัดเฉพาะไซส์ใหญ่พิเศษ นำมาย่างจนมีกลิ่นหอม ทาด้วยซีอิ๊วรสชาติเค็มๆ หวานๆ ตามสูตรลับเฉพาะของทางแบรนด์ ยิ่งทาน ยิ่งอร่อย ที่สำคัญราคาไม่แพง!! เพราะราคานี้ ท่านจะได้ทานปลาไหล 1 ตัว!!! ที่สำคัญทำง่ายมาก เพียงแค่ฉีกซอง อุ่นร้อนในไมโครเวฟ เพื่อความอร่อยยิ่งขึ้น ทานคู่กับข้าวญี่ปุ่น เนื้อนุ่มเคี้ยวหนุบ ยิ่งอร่อยค่ะ
เพลิดเพลินกับแกงกะหรี่ญี่ปุ่นแท้ๆ แบบเต็มรสชาติได้ง่ายๆ แค่อุ่น
เคอร์รี ยะ (Curry-ya) เป็นซีรีส์แกงกะหรี่พร้อมทานจากแบรนด์ House ที่มียอดขายอันดับ 1 ในประเทศญี่ปุ่นมากว่า 19 ปี ด้วยรสชาติอันกลมกล่อมเข้มข้นจากเครื่องเทศถึง 29 ชนิด กระบวนการผลิตที่พิถีพิถันกว่า 3 ขั้นตอน ส่วนผสมและระดับความเผ็ดอันหลากหลาย ทำให้คุณสามารถอร่อยกับแกงกะหรี่แบบเต็มรสชาติเหมือนสั่งจากร้านอาหารได้ง่ายๆ ที่บ้าน
สำหรับกล่องสีส้มรสไก่นี้ มีความเผ็ดระดับ 3 (จาก 5 ระดับ) ภายในซองบรรจุมาแบบครบเครื่องทั้งเนื้อไก่ แครอท และมันฝรั่ง เพียงอุ่นด้วยไมโครเวฟหรือน้ำร้อนไม่กี่นาทีแล้วเสิร์ฟกับข้าวญี่ปุ่น หรือจะนำไปทำเมนูอื่นๆ อย่างข้าวแกงกะหรี่อบชีส, ยากิโซบะแกงกะหรี่, อุด้งแกงกะหรี่ หรือกราแตงแกงกะหรี่ก็ได้เช่นกันค่ะ
วิธีรับประทาน
• อุ่นโดยไมโครเวฟ
1. เปิดฝากล่องตรงรอยประ โดยไม่ต้องฉีกปากซองแกงกะหรี่ออก
2. นำกล่องที่บรรจุซองแกงกะหรี่เข้าไมโครเวฟ โดยให้รูที่อยู่มุมซองอยู่ด้านบน
3. อุ่นโดยใช้กำลังไฟและเวลาดังนี้
• กำลังไฟ 500 วัตต์ ใช้เวลา 1 นาที 50 วินาที
• กำลังไฟ 600 วัตต์ ใช้เวลา 1 นาที 20 วินาที
• กำลังไฟ 700 วัตต์ ใช้เวลา 1 นาที
4. นำออกจากไมโครเวฟ ฉีกซอง เทใส่ชามที่เตรียมไว้ พร้อมรับประทาน
• อุ่นโดยการต้มในน้ำร้อน
1. เปิดฝากล่องแล้วนำซองแกงกะหรี่ออกมา
2. ใส่น้ำในหม้อ โดยกะปริมาณให้ท่วมซองแกงกะหรี่ ต้มน้ำให้เดือด
3. นำซองแกงกะหรี่ลงไปแช่ในน้ำเดือด ต้มต่อประมาณ 3-5 นาที
4. นำซองแกงกะหรี่ออกจากหม้อ ฉีกซอง เทใส่ชามที่เตรียมไว้ พร้อมรับประทาน
** ควรฉีกซองด้วยความระมัดระวัง เพราะซอสแกงกะหรี่บางส่วนอาจกระเด็นหรือมีไอน้ำร้อนออกมาได้ **
เปิดประสบการณ์รสชาติของข้าวญี่ปุ่นแท้ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชาแห่งข้าว" ของประเทศญี่ปุ่น ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ค่ะ
ข้าวชิ้นนี้คือ ข้าวโคชิฮิคาริ (Koshihikari) ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ยอดนิยมและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวที่มาจากจังหวัด นีงาตะ (Niigata) ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงด้านคุณภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จังหวัดนีงาตะได้รับพรจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปลูกข้าวชั้นดี เช่น ดินที่อุดมสมบูรณ์จากตะกอนแม่น้ำสำคัญอย่างแม่น้ำชินาโนะ (Shinano River) และแม่น้ำอะงาโนะ (Agano River) รวมถึงมีน้ำบริสุทธิ์จากหิมะที่ละลาย (Snowmelt Water) และที่สำคัญคือ ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน ที่สูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความหวานและรสชาติของข้าว
ข้าวโคชิฮิคาริสายพันธุ์นีงาตะมีจุดเด่นหลัก ๆ ที่ทำให้เป็นที่รักของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
ความเหนียวและหนึบ (Stickiness): มีสัมผัสที่ เหนียวหนึบ (Mochimochi) และยืดหยุ่นกำลังดี ไม่แข็งกระด้าง
ความหวานและอูมามิ (Sweetness & Umami): มีรสหวานตามธรรมชาติที่ชัดเจน และมีรส อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นในทุกเม็ด
กลิ่นหอมและเงางาม: เมื่อหุงสุกแล้วจะมี กลิ่นหอมที่ละมุน และเมล็ดข้าวจะมีความ เงางามเป็นประกาย น่ารับประทาน
ด้วยรสชาติที่โดดเด่นและสมดุล ทำให้ข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะอร่อยมากแม้ว่าจะทานเปล่า ๆ โดยไม่ต้องมีกับข้าวค่ะ นอกจากนี้ยังรักษาความอร่อยไว้ได้ดีแม้จะเย็นลง จึงเหมาะมากสำหรับทำข้าวปั้น โอนิกิริ (Onigiri) หรือใส่ในกล่องข้าวเบนโตะ (Bento)
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
ข้าวโคชิฮิคาริมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่สมดุล ทำให้เข้ากันได้ดีกับอาหารหลากหลายประเภทค่ะ:
ข้าวสวย (Plain White Rice): ทานเปล่า ๆ คู่กับเครื่องเคียงง่าย ๆ อย่างซุปมิโสะ (Miso Soup) และผักดอง (Tsukemono) เพื่อสัมผัสรสชาติแท้ ๆ ของข้าว
ซูชิ (Sushi) และโอนิกิริ (Onigiri): ด้วยความเหนียวหนึบ ทำให้ปั้นได้ง่ายและคงรูปได้ดีเมื่อเย็นลง
เมนูอาหารญี่ปุ่นทั่วไป: เหมาะสำหรับทานคู่กับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด เช่น ปลาย่าง, เทมปุระ (Tempura) หรือข้าวหน้าต่าง ๆ (Donburi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
เพื่อให้ได้ข้าวที่อร่อยที่สุด ควรทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
1. ซาวข้าว (Rinsing): ซาวข้าวอย่างเบามือเพื่อล้างฝุ่นออก เปลี่ยนน้ำประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำเริ่มใส
2. แช่น้ำ (Soaking): แช่ข้าวในน้ำสะอาดทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ในฤดูร้อน หรือ 60 นาที ในฤดูหนาว เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำอย่างเต็มที่
3. หุง (Cooking): หุงตามอัตราส่วนน้ำที่ระบุบนเครื่องหุงข้าว หรือใช้อัตราส่วนข้าว 1 ส่วนต่อน้ำประมาณ 1.1 - 1.2 ส่วน
4. พักข้าว (Steaming): เมื่อหุงเสร็จแล้ว ห้ามเปิดฝา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ไอน้ำระอุและข้าวสุกทั่วถึง ก่อนจะใช้ไม้พายคลุกเบา ๆ ก่อนตักเสิร์ฟค่ะ
ลองนำข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะไปหุงดูสิคะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมข้าวญี่ปุ่นแท้ ๆ ถึงมีเสน่ห์และเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น ที่คุณก็สามารถสร้างสรรค์ความอร่อยนี้ได้ที่บ้านค่ะ
มาทำราเมงสไตล์ญี่ปุ่นกันเถอะ
ราเมงรสน้ำมันงา เป็นราเมงรสชาติที่ได้รับความนิยมและขายดีติดอันดับในญี่ปุ่น เมื่อปรุงเสร็จจะได้กลิ่นหอมของงาคั่วอย่างชัดเจน น้ำซุปปรุงรสด้วยโชยุ เพื่อเพิ่มความอร่อยยิ่งขึ้น ควรเติมเนื้อสัตว์และผักตามชอบ 1 แพ็ค บรรจุ 5 ซอง วิธีทำ 1. ใส่น้ำปริมาณ 500ml. ลงหม้อ ต้มให้เดือด เมื่อน้ำเดือดให้ใส่เส้นลงไปต้มประมาณ 3 นาที 2. ใช้น้ำร้อนเล็กน้อยละลายผงซุปลงในชาม หลังจากเส้นได้ที่แล้วนำเส้นใส่ชาม เติมน้ำที่ต้มเส้นลงไปในถ้วย คนให้เข้ากัน 3. เทน้ำมันงาปรุงรสลงไป เสริ์ฟพร้อมเนื้อสัตว์ หรือผักตามชอบ
ชอบทานซุปมิโซะมั้ยคะ การทำซุปมิโซะจะไม่ยากอีกต่อไป!!
ชวนคุณมาลองชิมชาจากเมืองยาคุชิมะ
เมืองยะกุชิมะ (Yakushima) เป็นเกาะเขตร้อนนอกชายฝั่งทางตอนใต้ของคิวชู บนเกาะจะปกคลุมไปด้วยป่าสนและต้นไม้เก่าแก่ บางต้นมีอายุมากกว่า 100 ปี!! เมืองยากุชิมะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติในปี 1993 ด้วยอากาศที่บริสุทธิ์สภาพแวดล้อมเหมาะกับการปลูกชา เพราะอยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง 2,000 เมตร ใบชาที่ได้จะมีรสชาติกลมกล่อม และหอมมาก หากท่านไหนที่อยากลองรสสัมผัสใหม่ๆแนะนำค่ะ
วิธีชงชาให้ได้รสชาติแบบดั้งเดิม
1. นำชาออกจากกล่อง 1 ถุง ต่อ 1 ถ้วย
2. ต้มน้ำให้ร้อน เทน้ำลงไปในถ้วย แช่ทิ้งไว้ประมาณ 30 วินาที หรือ 1 นาที
3. แกว่งถุงชาเบาๆ และนำออกจากถ้วย