ทำไมสเต็กในร้านญี่ปุ่นถึงหอมเย้ายวนจนหยุดกินไม่ได้ ความลับอยู่ที่ “ซอส” ซอสสเต็กกระเทียมสูตรนี้โดดเด่นด้วยความหอมของกระเทียม ผสานความเค็มกลมกล่อมของโชยุ ให้รสชาติที่ลึกและมีมิติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อย่างฉ่ำๆ หรือหมูสเต็กนุ่มๆ เพียงราดซอสลงไปก็ช่วยดึงรสชาติให้โดดเด่นขึ้นทันที เหมาะทั้งสำหรับทำกินเองที่บ้าน หรือเพิ่มมูลค่าให้เมนูในร้านของคุณแบบง่ายๆ พูดง่ายๆ คือมีซองนี้ติดครัวไว้ ชีวิตการทำอาหารจะง่ายขึ้นเยอะและอร่อยขึ้นแบบไม่ต้องพยายามมาก
หากคุณกำลังมองหาเคล็ดลับที่จะทำให้สเต็กจานพิเศษของคุณสมบูรณ์แบบ ซอสสเต็ก รสกระเทียมนี้ คือคำตอบ ด้วยส่วนผสมที่ลงตัวของโชยุชั้นดีและกระเทียมคั่วที่ให้กลิ่นหอมเย้ายวนใจ พร้อมจุดเด่นเรื่อง “ความสะดวก” ใน 1 ซองใหญ่ที่บรรจุซอสแบบถ้วยย่อย 4 ถ้วย ช่วยให้คุมรสชาติได้เป๊ะทุกครั้ง ไม่ว่าจะทำกินเองหรือเสิร์ฟลูกค้า ก็อร่อยได้มาตรฐานเดียวกับร้านอาหารญี่ปุ่น โดยไม่ต้องเตรียมเครื่องปรุงให้วุ่นวาย
วิธีปรุงสเต็กให้อร่อย
1. เตรียมเนื้อ: นำเนื้อออกจากตู้เย็นพักไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 30 นาที เพื่อให้ความร้อนเข้าถึงเนื้อได้สม่ำเสมอเวลาทอด
2. การทอด: ตั้งกระทะให้ร้อนจัดด้วยไฟแรง นำเนื้อลงจี่ เมื่อเริ่มเห็นน้ำเนื้อซึมขึ้นมาที่ด้านบน ให้พลิกกลับด้านแล้วย่างต่อจนได้ความสุกที่ต้องการ
3. การใช้ซอส: จัดเนื้อใส่จาน "ก่อนรับประทาน" ให้หักถ้วยซอสราดลงบนเนื้อโดยตรง (ไม่ต้องนำซอสไปผัดในกระทะ เพื่อรักษาความหอมของกระเทียม)
วิธีเปิดใช้ถ้วยซอส (Puchitto)
• หันด้านฝาฟอยล์ขึ้นด้านบน
• พับตามรอยประจนได้ยินเสียง "ปุจิ"
• ค่อยๆ บีบซอสราดลงบนอาหาร
แนะนำเมนูอาหาร
นอกจากสเต็กเนื้อวัวแล้ว ยังสามารถนำไปปรับใช้กับเมนูอื่นๆ ได้หลากหลาย:
• สเต็กหมูหรือไก่: เพิ่มความหอมกรุ่นให้เนื้อขาว
• ข้าวหน้าเนื้อ (Gyudon): ราดบนเนื้อผัดหัวหอมทานกับข้าวสวยร้อนๆ
• แฮมเบิร์ก (Hamburger Steak): เพิ่มความชุ่มฉ่ำให้เนื้อบดปั้นก้อน
• ผัดผักรวมมิตรกระเทียมโชยุ: ใช้เป็นซอสปรุงรสจานด่วน
"ชูรสชาติราเมงให้อร่อยยิ่งขึ้นด้วยหน่อไม้เมนมะ"
ช่วงฤดูฝนถือเป็นช่วงที่หน่อไม้อร่อยที่สุด เพราะมีรสชาติหวาน กรอบ อวบน้ำ เราจึงได้คัดเลือกหน่อไม้ในฤดูกาลนี้นำมาต้มจนสุกและปรุงรสโชยุเข้มข้นจนเต็มไปด้วยรสชาติอูมามิในสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ทำให้มีเนื้อนิ่มกรอบ ไม่เละหรือกระด้าง หอมกลิ่นน้ำมันงาและถั่วเหลือง เหมาะสำหรับเป็นเครื่องโรยหน้าอาหารในเมนูราเมง อุด้ง และบะหมี่ญี่ปุ่นแบบอื่นๆ, ใส่ในข้าวผัด, ใช้เป็นอาหารเรียกน้ำย่อยหรือเป็นกับแกล้มก็อร่อยไม่แพ้กัน สะดวกและประหยัดเวลามากยิ่งขึ้นเพราะมาในรูปแบบปรุงสุกสำเร็จ ทำให้การทานหน่อไม้อร่อยๆ เป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคนค่ะ
เบื่อไหมกับการอยากกินเมนูผัดผักสไตล์จีนรสชาติเข้มข้น แต่ต้องมานั่งตวงซอสหอยนางรม โชยุ เหล้าจีน และน้ำมันงาให้วุ่นวาย แถมปรุงกี่ครั้งรสชาติก็ไม่เคยเหมือนเดิม?
เปลี่ยนครัวที่บ้านให้กลายเป็นเหลาอาหารจีนสไตล์ญี่ปุ่นได้ง่ายๆ ด้วยซอสปรุงรสสำเร็จรูปสำหรับเมนู “ชินเจาโรสุ” หรือเนื้อผัดพริกหวานยอดฮิตจากญี่ปุ่น เพียงแค่ผัดเนื้อสัตว์กับพริกหวานและหน่อไม้ แล้วเติมซอสลงไป ก็ได้กลิ่นหอมเข้มข้นของน้ำมันหอย โชยุ และเครื่องเทศสไตล์จีนที่เคลือบทุกชิ้นอย่างลงตัว รสชาติกลมกล่อม เค็มหวานพอดี อร่อยเหมือนเชฟภัตตาคารทำเอง ไม่ว่าจะทำมื้อเย็นง่ายๆ ให้ครอบครัว หรือเตรียมข้าวกล่อง Bento ไปทำงาน ซอสขวดนี้ก็ช่วยเปลี่ยนวัตถุดิบธรรมดาให้กลายเป็นเมนูสุดพิเศษได้ในไม่กี่นาที ✨
วิธีการทำ
ส่วนผสมสำหรับ 3 ท่าน (ใช้ซอสประมาณครึ่งขวด หรือ 115 กรัม)
• เนื้อวัวหรือเนื้อหมูเส้น 200 กรัม
• พริกหวานหั่นเส้น 180 กรัม (ประมาณ 6 ลูกกลาง)
• หน่อไม้ต้มหั่นเส้น 200 กรัม
• น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
ขั้นตอนการทำ
• หั่นเนื้อสัตว์ พริกหวาน และหน่อไม้ต้ม ให้เป็นเส้นๆ เตรียมไว้
• ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชให้ร้อน นำเนื้อสัตว์ลงไปผัดจนสุก ตามด้วยพริกหวานและหน่อไม้ ผัดให้เข้ากัน
• เมื่อผักเริ่มนิ่มและสุกได้ที่ ให้เทซอสลงไปประมาณครึ่งขวด (115 กรัม)
• ผัดคลุกเคล้าให้ซอสเคลือบจนทั่วและเดือดเล็กน้อย พร้อมตักเสิร์ฟร้อนๆ
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รักการทำสเต็กกินเองที่บ้าน แต่เบื่อปัญหาซอสขวดใหญ่ที่เปิดแล้วใช้ไม่หมดจนเสียรสชาติ เอบาระ ซอสปรุงรสสเต็ก รสหัวไชเท้า คือคำตอบที่คุณตามหา ด้วยแนวคิด "Freshness in every pod" หรือความสดใหม่ในทุกถ้วย ทำให้ซอสตัวนี้โดดเด่นกว่าใคร รสชาติ ซอสโชยุสไตล์ญี่ปุ่น ที่ผสมกับหัวไชเท้าขูดละเอียด เมื่อราดลงบนเนื้อที่ร้อนๆ กลิ่นหอมของโชยุและมิรินจะพุ่งขึ้นมาทันที ความเปรี้ยวเบาๆ จากน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลและน้ำส้มโอ ช่วยชูรสหวานของเนื้อให้เด่นชัดขึ้น เป็นรสชาติแบบ "วากิวสไตล์" ที่ชาวญี่ปุ่นนิยมกันมากที่สุด นอกจากจะใช้ราดสเต็กแล้ว ยังประยุกต์เป็นน้ำจิ้มเนื้อย่าง หรือราดปลาย่างก็อร่อยไม่แพ้กัน พกพาสะดวก จะไปแคมป์ปิ้ง หรือจัดปาร์ตี้สเต็กที่คอนโด ก็สะดวกสบายไม่ต้องกลัวเลอะเทอะ นี่คือไอเทมลับที่จะเปลี่ยนมื้อธรรมดาให้เป็นมื้อพิเศษในพริบตา
วิธีใช้ง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน:
1. เตรียมเนื้อ: นำเนื้อออกมาพักให้อยู่ในอุณหภูมิห้องก่อนย่างประมาณ 30 นาที
2. ย่างให้เป๊ะ: ตั้งกระทะให้ร้อน ย่างเนื้อจนได้ความสุกที่ต้องการ
3. ราดความอร่อย: จัดเนื้อใส่จาน แล้วหยิบซอสปรุงรสสเต็ก รสหัวหอมใหญ่ มาหักถ้วยแล้วราดลงบนเนื้อได้ทันที
(ตัวซอสสามารถทานได้เลยโดยไม่ต้องนำไปอุ่นร้อน เพื่อคงรสชาติสดใหม่)
วิธีเปิดใช้ถ้วยซอส (Puchitto)
• หันด้านฝาฟอยล์ขึ้นด้านบน
• พับตามรอยประจนได้ยินเสียง "ปุจิ"
• ค่อยๆ บีบซอสราดลงบนอาหาร
แนะนำเมนูอาหาร
• แฮมเบิร์กสไตล์ญี่ปุ่น (Wafu Hambagu) วางใบชิโซะหรือวางไชเท้าขูดเพิ่มด้านบน แล้วราดด้วยซอส 1 ถ้วย ความเปรี้ยวหวานของซอสจะช่วยลดความมันของเนื้อบดได้ดีมาก
• สลัดหมูชาบู (Pork Shabu Salad) ใช้ซอสราดเป็นน้ำสลัดได้เลย รสชาติจะเบากว่าน้ำสลัดครีม เหมาะสำหรับคนที่คุมน้ำหนัก
• ปลาซาบะหรือปลาแซลมอนย่างเกลือ ราดซอสลงไปข้างๆ หรือราดบนตัวปลา รสเปรี้ยวจากน้ำส้มโอในซอสจะช่วยดับคาวปลาและชูรสหวานของเนื้อปลาได้ยอดเยี่ยม
• เต้าหู้เย็นทรงเครื่อง (Hiyayakko) ราดซอสลงไปแทนโชยุธรรมดา เนื้อไชเท้าในซอสจะเข้าไปเกาะกับตัวเต้าหู้ ทำให้ได้รสสัมผัสที่เข้มข้นกว่าเดิม
• ข้าวหน้าเนื้อย่าง (Gyudon Style) ราดซอสลงไปคลุกกับเนื้อขณะอยู่ในกระทะแป๊บเดียว หรือราดสดๆ บนข้าว รสชาติโชยุและกลิ่นหอมของหัวหอมในซอสจะซึมเข้าเนื้อ
เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นร้านข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นระดับพรีเมียมด้วย เครื่องแกงกะหรี่ก้อนสำหรับงานร้านอาหารและธุรกิจอาหารจากประเทศญี่ปุ่น ให้รสชาติกลมกล่อม เข้มข้น หอมเครื่องเทศ พร้อมความละมุนจากการผสานรสชาติของเครื่องเทศและความหวานจากผักอย่างลงตัว มาพร้อมกับความเผ็ดระดับ 3 (เผ็ดน้อย-ปานกลาง) จึงเหมาะกับผู้บริโภคส่วนใหญ่ สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย ทั้งแกงกะหรี่เนื้อ หมู ไก่ ซีฟู้ด หรือประยุกต์เป็นซอสสำหรับเมนูทอดต่าง ๆ ได้อย่างมืออาชีพ บรรจุภัณฑ์ขนาด 1 กิโลกรัม คุ้มค่า เหมาะสำหรับ ครอบครัวใหญ่ ร้านอาหาร โรงแรม ร้านอาหารญี่ปุ่น อร่อยทานง่าย ถูกปากทุกคนในแน่นอน
วิธีทำ (สำหรับ 50 ที่)
• ผัดวัตถุดิบ: เตรียมเนื้อสัตว์และผักตามต้องการ นำไปผัดกับน้ำมันพร้อมกระเทียมและหอม ประมาณ 3-5 นาที
• เติมน้ำ : ประมาณ 6-7 ลิตร ต้มให้เดือด จากนั้นเคี่ยวต่อด้วยไฟกลาง ประมาณ 20-30 นาที จนส่วนผสมนุ่มได้ที่
• ใส่ก้อนแกงกะหรี่: ปิดไฟชั่วคราว นำก้อนแกงกะหรี่ (หันชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ละลายง่าย) ใส่ลงไปในหม้อ คนให้ละลายจนหมด
• เคี่ยวจนข้น: เปิดไฟอ่อน เคี่ยวต่อประมาณ 10-15 นาที จนน้ำแกงงวดและข้นเหนียวตามต้องการ พร้อมตักราดข้าวสวยร้อนๆ
เมนูแนะนำจากแกงกะหรี่กล่องนี้
• ข้าวแกงกะหรี่หมูทอดคัตสึ: เมนูคลาสสิก ข้าวสวยร้อนๆ ท็อปด้วยหมูชุบแป้งทอดกรอบๆ ราดซสแกงกะหรี่เข้มข้น
• อุด้งแกงกะหรี่: นำซุปแกงกะหรี่ไปเจือจางด้วยน้ำซุปดาชิเล็กน้อย ราดบนเส้นอุด้งเหนียวนุ่ม
• ข้าวห่อไข่ราดซอสแกงกะหรี่: เพิ่มความหรูหราละมุนละไมด้วยไข่ข้นลาวา
• ขนมปังไส้แกงกะหรี่: นำซอสแกงกะหรี่ที่เหลือไปทำเป็นไส้ขนมปังแล้วนำไปชุบเกล็ดขนมปังทอด
Ohgon No Aji หรือ "รสชาติแห่งทองคำ" คือนิยามของซอสปิ้งย่างที่ครองใจชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ถ้าคุณชอบฟีลร้านปิ้งย่างญี่ปุ่นที่มีกลิ่นหอมเตะจมูกตั้งแต่เนื้อลงเตา ซอสขวดนี้คือไอเทมที่ควรมีติดครัว เป็นซอสปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นรสเผ็ดกลาง ที่โดดเด่นด้วยความกลมกล่อมจากผลไม้บด ผสานโชยุคุณภาพดี กระเทียม งา และเครื่องเทศ ทำให้ได้รสชาติหวานเค็มเผ็ดแบบพอดี กินง่ายแต่เข้มข้น จุดเด่นของซอสตัวนี้คือความอเนกประสงค์ ใช้ได้ทั้งหมักเนื้อก่อนย่าง ใช้เป็นน้ำจิ้ม หรือเอาไปผัดก็ช่วยให้อาหารหอมขึ้นทันที เหมาะมากสำหรับคนที่อยากทำเมนูญี่ปุ่นกินเองที่บ้านแบบง่าย ๆ แต่ได้รสชาติระดับร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นหมูย่าง เนื้อย่าง ไก่ทอด กระทะร้อน ข้าวผัดญี่ปุ่น หรือผัดผัก ซอสขวดนี้ก็ช่วยเพิ่มมิติความอร่อยได้แบบไม่ต้องปรุงหลายขั้นตอน เมื่อนำไปโดนความร้อนจะส่งกลิ่นหอมยั่วยวนใจ ช่วยลดความเลี่ยนของไขมันเนื้อและชูรสชาติของวัตถุดิบให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรสชาติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อก่อนย่างประมาณ 15–30 นาที
• ใช้เป็นน้ำจิ้มปิ้งย่าง ชาบู หรือของทอด
• ใช้ผัดเนื้อ ผัดผัก หรือข้าวผัดญี่ปุ่น
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าไก่ หรือเบอร์เกอร์ญี่ปุ่น
• ใช้เคลือบไก่ย่าง หมูย่าง หรือซี่โครงบาร์บีคิว
อัตราส่วนแนะนำ
• เนื้อสัตว์ 300 กรัม ต่อซอสประมาณ 3–4 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วนำไปย่างหรือผัดได้เลย
เคล็ดลับความอร่อย
• เติมซอสช่วงท้ายก่อนอาหารสุก จะช่วยให้ซอสเคลือบเนื้อสวย หอมเข้มข้น และได้กลิ่นสไตล์ร้านยากินิกุญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูแนะนำ
• หมูย่างซอสญี่ปุ่น, เนื้อย่างยากินิกุ, ไก่ผัดซอสญี่ปุ่น, ข้าวหน้าเนื้อสไตล์ญี่ปุ่น,
เบคอนพันเห็ดเข็มทอง, ไก่ทอดคลุกซอสญี่ปุ่น
Ohgon No Aji หรือ "รสชาติแห่งทองคำ" คือนิยามของซอสปิ้งย่างที่ครองใจชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ถ้าคุณชอบฟีลร้านปิ้งย่างญี่ปุ่นที่มีกลิ่นหอมเตะจมูกตั้งแต่เนื้อลงเตา ซอสขวดนี้คือไอเทมที่ควรมีติดครัว เป็นซอสปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นรสเผ็ดกลาง ที่โดดเด่นด้วยความกลมกล่อมจากผลไม้บด ผสานโชยุคุณภาพดี กระเทียม งา และเครื่องเทศ ทำให้ได้รสชาติหวานเค็มเผ็ดแบบพอดี กินง่ายแต่เข้มข้น จุดเด่นของซอสตัวนี้คือความอเนกประสงค์ ใช้ได้ทั้งหมักเนื้อก่อนย่าง ใช้เป็นน้ำจิ้ม หรือเอาไปผัดก็ช่วยให้อาหารหอมขึ้นทันที เหมาะมากสำหรับคนที่อยากทำเมนูญี่ปุ่นกินเองที่บ้านแบบง่าย ๆ แต่ได้รสชาติระดับร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นหมูย่าง เนื้อย่าง ไก่ทอด กระทะร้อน ข้าวผัดญี่ปุ่น หรือผัดผัก ซอสขวดนี้ก็ช่วยเพิ่มมิติความอร่อยได้แบบไม่ต้องปรุงหลายขั้นตอน เมื่อนำไปโดนความร้อนจะส่งกลิ่นหอมยั่วยวนใจ ช่วยลดความเลี่ยนของไขมันเนื้อและชูรสชาติของวัตถุดิบให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรสชาติแบบต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อก่อนย่างประมาณ 15–30 นาที
• ใช้เป็นน้ำจิ้มปิ้งย่าง ชาบู หรือของทอด
• ใช้ผัดเนื้อ ผัดผัก หรือข้าวผัดญี่ปุ่น
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าไก่ หรือเบอร์เกอร์ญี่ปุ่น
• ใช้เคลือบไก่ย่าง หมูย่าง หรือซี่โครงบาร์บีคิว
อัตราส่วนแนะนำ
• เนื้อสัตว์ 300 กรัม ต่อซอสประมาณ 3–4 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วนำไปย่างหรือผัดได้เลย
เคล็ดลับความอร่อย
• เติมซอสช่วงท้ายก่อนอาหารสุก จะช่วยให้ซอสเคลือบเนื้อสวย หอมเข้มข้น และได้กลิ่นสไตล์ร้านยากินิกุญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูแนะนำ
• หมูย่างซอสญี่ปุ่น, เนื้อย่างยากินิกุ, ไก่ผัดซอสญี่ปุ่น, ข้าวหน้าเนื้อสไตล์ญี่ปุ่น, เบคอนพันเห็ดเข็มทอง, ไก่ทอดคลุกซอสญี่ปุ่น
แป้งสาลีญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยม และบอกต่อมากที่สุด!
สายเบเกอรี่คงไม่มีใครไม่รู้จักแป้งญี่ปุ่นแบรนด์นิปปุ่น (Nippn) แป้งคุณภาพที่โรงเรียนสอนทำอาหารและเบเกอรี่หลายแห่งเลือกใช้ แป้งตัวนี้เป็น Strong Flour มีค่าโปรตีน 12% และค่า Ash 0.38% เนื้อแป้งขาว ละเอียด และเนียนกว่าแป้งจากฝั่งยุโรป แป้งมีความละเอียดสูง ดูดซึมน้ำได้ดีมาก ทำให้ขนมปังที่ได้มีเนื้อสัมผัส เหนียวนุ่ม ละเอียด และมีความฟูตามสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำขนมปังที่ต้องการความเหนียวนุ่มเป็นพิเศษ
แป้งอีเกิ้ลเหมาะสำหรับเมนู ?
• โชกุปัง
• ขนมปัง
• พิซซ่า
• ซาลาเปา
• แป้งเกี๋ยวซ่า
กำลังมองหาน้ำส้มสำหรับปรุงรสชาติข้าวซูชิอยู่หรือเปล่า
น้ำส้มปรุงรสข้าวซูชิตรา Maido ขวดนี้ ช่วยให้การปรุงรสชาติข้าวซูชิได้แบบง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก เราได้เลือกใช้น้ำส้มสายชูคุณภาพดี ปรุงรสด้วย เกลือ น้ำตาล จนได้น้ำส้มปรุงสำเร็จที่มีรสชาติกลมกล่อมจนใครๆ ต้องติดใจ ไม่ต้องตวงสัดส่วนมิริน หรือสาเกเพิ่มอีก เพราะขวดนี้ขวดเดียวมีครบ
สัมผัสความอร่อยระดับมืออาชีพส่งตรงจากญี่ปุ่นกับ เครื่องแกงกะหรี่ก้อน สูตรเผ็ดกลาง ระดับ 4 ที่โดดเด่นด้วยรสชาติเข้มข้น กลมกล่อม และกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์จากเครื่องเทศนานาชนิด ผสานความหวานละมุนของหัวหอมและผลไม้ จนได้รสชาติแบบแกงกะหรี่ญี่ปุ่นต้นตำรับ เพียงเปิดกล่องกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศก็ชวนให้นึกถึงร้านแกงกะหรี่ญี่ปุ่นชื่อดัง เนื้อซอสมีความข้นกำลังดี เคลือบเนื้อสัตว์และผักได้อย่างทั่วถึง ทุกคำให้ทั้งความหวานกลมกล่อมของหัวหอมที่เคี่ยวจนหอมละมุน ตามด้วยรสเผ็ดร้อนกำลังพอดีและความหอมลึกของเครื่องเทศสูตรเฉพาะจาก เฮ้าส์ ฟู้ดส์ ทำให้ได้รสชาติที่เข้มข้น อร่อยจนหยุดไม่ได้ ยิ่งนำไปราดบนข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ ทานคู่กับหมูทอดทงคัตสึ ไก่ทอด เนื้อตุ๋น หรือซีฟู้ด ก็ยิ่งเพิ่มความอร่อยแบบต้นตำรับญี่ปุ่น เหมาะทั้งสำหรับทำรับประทานในครอบครัวและใช้เป็นเมนูขายในร้านอาหาร เพราะให้รสชาติคงที่ทุกครั้งที่ปรุง
บรรจุขนาด 1 กิโลกรัม โดยแบ่งเป็น 2 แพ็ก แพ็กละ 500 กรัม เพื่อความสะดวกในการใช้งานและจัดเก็บ เหมาะสำหรับร้านอาหาร โรงแรม โรงอาหาร คาเฟ่ หรือผู้ที่ต้องการทำแกงกะหรี่ในปริมาณมาก สามารถปรุงได้ประมาณ 40 ที่ (ขึ้นอยู่กับสูตร) ละลายง่าย ประหยัดเวลา และนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นแกงกะหรี่หมู เนื้อ ไก่ ซีฟู้ด แกงกะหรี่ผัก อุด้งแกงกะหรี่ หรือเมนูฟิวชันต่าง ๆ หากกำลังมองหาเครื่องแกงกะหรี่ญี่ปุ่นคุณภาพสำหรับครัวมืออาชีพ ที่ให้ทั้งความสะดวก รสชาติอร่อยเข้มข้น และมาตรฐานจากประเทศญี่ปุ่น คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทุกมื้ออาหาร พร้อมยกระดับทุกจานให้หอม เข้มข้น และอร่อยแบบญี่ปุ่นแท้ในทุกคำ
วิธีทำ (สำหรับ 40 ที่)
• ผัดวัตถุดิบ: เตรียมเนื้อสัตว์และผักตามต้องการ นำไปผัดกับน้ำมันพร้อมกระเทียมและหอม
• เติมน้ำ : ประมาณ 5 ลิตร ต้มให้เดือด จากนั้นเคี่ยวต่อด้วยไฟกลางจนส่วนผสมนุ่มได้ที่
• ใส่ก้อนแกงกะหรี่: ปิดไฟชั่วคราว นำก้อนแกงกะหรี่ (หันชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ละลายง่าย) ใส่หม้อ คนให้ละลาย
• เคี่ยวจนข้น: เปิดไฟอ่อน เคี่ยวต่อประมาณ 5–10 นาที จนน้ำแกงงวดและข้นเหนียวตามต้องการ พร้อมตักราดข้าวสวยร้อนๆ
ซอสสเต็กหัวหอมจากเอบาระ คือหนึ่งในเคล็ดลับที่ร้านอาหารญี่ปุ่นนิยมใช้ เพราะรสชาติไม่ได้แค่เค็มหรือหวาน แต่มีความกลมกล่อม จากการผสมผสานของหัวหอมที่ผ่านการปรุงจนหอมละมุน กับโชยุสูตรเฉพาะ ทำให้ซอสมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ช่วยขับรสชาติของเนื้อให้โดดเด่นขึ้น สิ่งที่ทำให้ซอสตัวนี้แตกต่างคือ มันไม่ได้กลบรสเนื้อ แต่กลับช่วยดึงรส ของวัตถุดิบออกมาให้ชัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัวที่มีความฉ่ำ หมูที่นุ่ม หรือไก่ที่หอม ซอสจะเคลือบทุกคำให้มีมิติของรสชาติแบบพอดีๆ ไม่หนักจนเลี่ยน และไม่จางจนรู้สึกขาดอะไรไป สำหรับคนที่ทำอาหารทานเองที่บ้าน ซอสนี้เหมือนเป็นตัวช่วยลัดที่เปลี่ยนเมนูธรรมดาให้ดูโปรขึ้นทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาปรุงซอสเองหลายขั้นตอน แค่ย่างเนื้อให้ได้ระดับความสุกที่ชอบ แล้วราดซอสลงไป ความหอมจะลอยขึ้นทันทีเหมือนยืนอยู่หน้าเตาในร้านอาหารญี่ปุ่น ยิ่งถ้าใครทำร้านอาหารหรือขายเดลิเวอรี่ ซอสแบบซองยังช่วยควบคุมปริมาณได้ง่าย ทำให้รสชาติแต่ละจานคงที่ ลูกค้ากินครั้งไหนก็ได้มาตรฐานเดียวกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับธุรกิจอาหาร และความดีงามไม่ได้หยุดแค่สเต็ก เพราะซอสตัวนี้ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเมนูอื่นได้อีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นแฮมเบิร์ก ข้าวผัด หรือเนื้อย่างกระทะร้อน เรียกได้ว่าซองเดียวแต่ใช้งานได้หลากหลาย ซอสตัวนี้คือคำตอบที่ทั้งง่ายและคุ้มค่า…แบบที่ลองครั้งเดียวแล้วมักจะมีติดบ้านยาวๆ
วิธีใช้ง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน:
1. เตรียมเนื้อ: นำเนื้อออกมาพักให้อยู่ในอุณหภูมิห้องก่อนย่างประมาณ 30 นาที
2. ย่างให้เป๊ะ: ตั้งกระทะให้ร้อน ย่างเนื้อจนได้ความสุกที่ต้องการ
3. ราดความอร่อย: จัดเนื้อใส่จาน แล้วหยิบซอสปรุงรสสเต็ก รสหัวหอมใหญ่ มาหักถ้วยแล้วราดลงบนเนื้อได้ทันที
(ตัวซอสสามารถทานได้เลยโดยไม่ต้องนำไปอุ่นร้อน เพื่อคงรสชาติสดใหม่)
วิธีเปิดใช้ถ้วยซอส (Puchitto)
• หันด้านฝาฟอยล์ขึ้นด้านบน
• พับตามรอยประจนได้ยินเสียง "ปุจิ"
• ค่อยๆ บีบซอสราดลงบนอาหาร
แนะนำเมนูอาหาร
• สเต็กเนื้อ/หมู/ไก่: ย่างเนื้อสัตว์ที่ชอบจนสุก พักเนื้อไว้ แล้วราดซอสจากถ้วยได้ทันที
• แฮมเบิร์ก: เนื้อบดปั้นก้อนย่างฉ่ำๆ ราดซอสนี้จะช่วยตัดเลี่ยนมันเนื้อได้ดีมาก
• ปลาแซลมอนย่าง: ราดซอสนี้บนแซลมอนย่างเกลือ จะได้รสชาติสไตล์ญี่ปุ่น
• ข้าวหน้าเนื้อ: ผัดเนื้อสไลด์กับหอมหัวใหญ่ในกระทะ พอสุกแล้วเทซอส ลงไปคลุกให้เข้ากัน วางบนข้าวสวยร้อนๆ
• ข้าวหน้าหมูทอด: ใช้ราดแทนซสทงคัตสึแบบเดิมๆ สำหรับคนที่ชอบรสชาติที่หอมสดชื่นจากหอมหัวใหญ่
• หมูผัดหอมหัวใหญ่: ใช้ซอสนี้เป็นเบสในการผัดหมูสไลด์ เพิ่มต้นหอมญี่ปุ่นหรือพริกหยวก อร่อยแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม
พลาดไม่ได้เลยจริงๆสำหรับชีสเลิฟเวอร์กับซอสสเต๊กสูตรนี้ จากเบลฟู้ด
อร่อยกับสเต็กซอสรสชีส จากเบลฟู้ด ที่จะให้คุณได้ลิ้มรสความนัวจากชีส ที่เข้ากันได้ดีสุดๆกับสเต็กจานโปรดของคุณ ไม่ว่าจะใช้เป็นซอสทานกับเฟรนช์ฟรายส์ หรือเมนูทอดอื่นๆก็ยังได้ แค่นึกถึงความหอมและความหนุบหนับของชีสแสนอร่อย ก็ชวนให้ท้องร้องแล้ว~
หากพูดถึงเมนูอาหารญี่ปุ่นที่ครองใจคนทั่วโลกมาอย่างยาวนาน "แกงกะหรี่ญี่ปุ่น" คงเป็นหนึ่งในเมนูยอดนิยมที่หลายคนนึกถึง ด้วยเอกลักษณ์ของซอสแกงกะหรี่ที่มีความเข้มข้น กลมกล่อม หอมเครื่องเทศ และรับประทานง่าย ทำให้เป็นเมนูที่เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย สำหรับผู้ที่ต้องการรสชาติแกงกะหรี่ญี่ปุ่นแบบต้นตำรับ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร โรงแรม ร้านอาหารญี่ปุ่น หรือผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารญี่ปุ่นรับประทานเองที่บ้าน นี่คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่ได้รับความไว้วางใจจากเชฟมืออาชีพในญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
เครื่องแกงกะหรี่กึ่งสำเร็จรูป ชนิดเกล็ด ผลิตจากการผสมผสานของเครื่องเทศคุณภาพดี ผัก และวัตถุดิบที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน จนได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของแกงกะหรี่ญี่ปุ่นแท้ มีความหอมของเครื่องเทศที่ไม่ฉุนจนเกินไป ให้รสเผ็ดระดับกลางที่รับประทานง่าย พร้อมความกลมกล่อมที่ลงตัว เหมาะทั้งสำหรับผู้ที่เริ่มต้นรับประทานแกงกะหรี่ญี่ปุ่นและผู้ที่ชื่นชอบรสชาติแบบดั้งเดิม นอกจากการนำไปทำข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นแล้ว ยังสามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นข้าวแกงกะหรี่หมูทอดทงคัตสึ แกงกะหรี่ไก่ อุด้งแกงกะหรี่ ซอสแกงกะหรี่ราดไก่ทอด โคร็อกเกะ หรือเมนูฟิวชันต่างๆ ที่ต้องการความหอมเข้มข้นของซอสแกงกะหรี่ญี่ปุ่น จึงเหมาะสำหรับร้านอาหารที่ต้องการควบคุมต้นทุนและรักษามาตรฐานรสชาติให้คงที่ในทุกจาน ช่วยประหยัดเวลาในการเตรียมอาหาร และสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้อย่างสม่ำเสมอ
ขั้นตอนการทำ
• ตั้งกระทะหรือหม้อหนา เติมน้ำมันพืชให้ร้อน นำเนื้อสัตว์และผักที่หั่นขนาดพอดีคำลงไปผัดให้เข้ากันจนสุกได้ที่
• เติมน้ำเปล่าลงไป ต้มให้เดือด คอยช้อนฟองออก และเคี่ยวต่อด้วยไฟอ่อน-ปานกลางจนผักและเนื้อสัตว์นุ่ม
• ปิดไฟชั่วคราว แล้วค่อยๆ โรยเครื่องแกงกะหรี่ชนิดเกล็ดลงไป คนให้ละลายจนเข้ากันดี
• เปิดไฟอ่อนอีกครั้ง เคี่ยวต่อหมั่นคนเรื่อยๆ จนน้ำแกงกะหรี่มีความเหนียวข้นหนืดตามต้องการ พร้อมตักราดข้าวสวยร้อนๆ
ชวนคุณมาชิมปลากระป๋องสไตล์ญี่ปุ่น
ปลาแมคเคอเรลในซอสถั่วเหลืองสไตล์ญี่ปุ่น ผลิตจากปลาคุณภาพดี ชิ้นใหญ่ เนื้อแน่น ก้างน้อย หมักด้วยซีอิ้วให้รสเค็มหวาน กระป๋องเปิดง่ายพร้อมเสริฟ์ ให้คุณสามารถทานได้ทันที หรือจะนำมาดัดแปลงเป็นเมนูใหม่ๆ ในแบบของคุณ
เปรี้ยว เค็ม หอม คือนิยามรสชาติของซอสขวดนี้!!
เรามีซอสจากแบรนด์ Shibanuma ที่เป็นแบรนด์ผลิตซอสมาตั้งแต่ปี 1688 และได้รับความนิยมมากในหมู่คนญี่ปุ่น สำหรับซอสถั่วเหลืองที่รังสรรโดยเชฟผู้มีใจรักและทักษะ เพื่อให้ออกมาเข้ากับอาหารมากที่สุด โดยเริ่มจากการคัดถั่วเหลืองชั้นดี หมักในน้ำซุปที่สกัดจากปลาโบนิโตะ เพิ่มรสเปรี้ยวและหอมด้วยส้มยูสุ เพื่อให้กลายเป็นซอสปรุงรสในอาหารหลายชนิด หรือจะราดบนผักสลัด ทำเป็นน้ำจิ้ม
น้ำซุปดาชิถือเป็นหัวใจสำคัญในการทำอาหารญี่ปุ่น
หากแป้งขนมปังคือโครงสร้างที่แข็งแรง แป้งสาลีฮาร์ท (Heart Wheat Flour) จากแบรนด์ นิปปุ่น (Nippn) ก็คือตัวแทนของความอ่อนนุ่มและประณีต แป้งตัวนี้เป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มเชฟทำขนมว่าเป็นแป้งเค้กคุณภาพสูง (Soft Flour) ที่มีความละเอียดเป็นพิเศษ ผลิตด้วยมาตรฐานระดับพรีเมียมจากญี่ปุ่นเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่เบาและนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ความโดดเด่นที่ทำให้แตกต่างจากแบรน์อื่นๆ คือค่าโปรตีนที่ต่ำเพียง 8.1% และค่าเถ้า (Ash) ที่ต่ำมากเพียง 0.35% ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกว่าเนื้อแป้งมีความบริสุทธิ์สูงมาก ขาวสะอาด และละเอียดลออเป็นเนื้อเดียว ส่งผลให้ขนมที่ได้มีสีสวยสม่ำเสมอและมีเนื้อสัมผัสที่เบาราวกับปุยเมฆ (Fluffy) แป้งชนิดนี้ยังมีความสามารถในการผสมเข้ากับส่วนผสมอื่นได้ง่ายมาก ลดโอกาสการเกิดก้อนแป้ง ทำให้เนื้อขนมเนียนนุ่มจนแทบละลายในปาก
สำหรับเมนูที่ต้องการความนุ่มนวลระดับสูงสุด แป้งนี้คือทางเลือกที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็น
• เค้กไข่ญี่ปุ่น (Japanese Sponge Cake): ที่ต้องการความนุ่ม ฟู และสปริงตัวสวย
• ชิฟฟอนเค้ก (Chiffon Cake): เพื่อเนื้อสัมผัสที่เบาหวิวและเนียนละเอียด
• เทมปุระ (Tempura): หากนำไปผสมสำหรับทอด จะช่วยให้แป้งบางกรอบและไม่อมน้ำมัน
• ขนมไข่ หรือ คุกกี้เนื้อนุ่ม: ที่ต้องการความละเอียดเป็นพิเศษ
เคล็ดลับที่จะช่วยให้ขนมออกมาสมบูรณ์แบบคือ การร่อนแป้งตราหัวใจก่อนนำไปผสม เพราะความละเอียดสูงของแป้งอาจทำให้เกิดการอัดตัวได้ง่าย การร่อนจะช่วยเพิ่มอากาศให้เนื้อขนมฟูยิ่งขึ้น และควรเก็บรักษาในที่แห้งสนิท หลีกเลี่ยงความชื้นเพื่อรักษาความนุ่มนวลของเนื้อแป้งให้คงที่อยู่เสมอ
เปลี่ยนมื้อขนมธรรมดาที่บ้านให้กลายเป็นความพิเศษ ด้วยวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันนี้ จะช่วยส่งต่อความสุขผ่านรสสัมผัสที่นุ่มละมุนในแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ให้ทุกคนในครอบครัว
การทำน้ำซุปดาชิจะเป็นเรื่องง่ายๆ ใช้เวลาเพียง 5 นาที
ซอสปลาไหลญี่ปุ่นแท้แบรนด์ Nihon Shokken จากญี่ปุ่น ซอสสูตรต้นตำรับ รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันจากวัตถุดิบคุณภาพดี ให้รสชาติกลมกล่อม หอมหวาน และมีความเข้มข้นกำลังดี เหมาะสำหรับปรุงอาหารหลากหลายเมนู โดยเฉพาะเมนูปลาไหลย่าง (Unagi Don) ที่จะช่วยยกระดับความอร่อยให้เหมือนกับรับประทานที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูหลัก:
• ข้าวหน้าปลาไหล: ราดซอสปลาไหลลงบนปลาไหลย่างที่เตรียมไว้ แล้วเสิร์ฟพร้อมข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ และสาหร่าย
• ปลาไหลย่าง: ใช้เป็นซอสสำหรับย่างปลาไหลโดยตรง เพื่อให้ได้รสชาติและกลิ่นหอมที่เข้มข้น
เมนูอื่นๆ:
• ข้าวปั้น/ซูชิ: ใช้ราดบนข้าวปั้น หรือซูชิหน้าต่างๆ เพื่อเพิ่มรสชาติและความเงางาม
• ยากิโทริ: ทาซอสขณะย่าง เพื่อให้ได้รสชาติที่เข้มข้น หอมหวาน
• ผัดผัก/เนื้อสัตว์: ใช้เป็นส่วนผสมในการผัดผัก หรือเนื้อสัตว์ เพื่อเพิ่มรสชาติแบบญี่ปุ่น
• บาร์บีคิวญี่ปุ่น: ใช้เป็นซอสหมัก หรือซอสจิ้มสำหรับเมนูบาร์บีคิวสไตล์ญี่ปุ่น
ถ้าคุณเป็นสายปิ้งย่างที่หลงรักกลิ่นหอมแบบร้านยากินิกุญี่ปุ่น ซอสบาร์บีคิวรสเผ็ดขวดนี้คือไอเทมที่ควรมีติดครัวไว้ จุดเด่นของซอสตัวนี้คือความเข้มข้นที่ผสมผสานระหว่างรสหวาน เค็ม และเผ็ดอย่างลงตัว พร้อมความหอมจากงา กระเทียม และเครื่องเทศที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับอาหารทุกจาน ยิ่งเวลานำไปย่างหรือผัด กลิ่นจะยิ่งหอมฟุ้ง ด้วยส่วนผสมจากผลไม้และซอสถั่วเหลืองสไตล์ญี่ปุ่น ทำให้รสชาติออกมากลมกล่อม ไม่เผ็ดแสบ แต่เป็นความเผ็ดนัวที่กินได้เรื่อยๆ ยิ่งกินกับเนื้อย่าง หมูสามชั้น ไก่ หรือซีฟู้ด ยิ่งเข้ากัน ข้อดีอีกอย่างคือใช้งานง่ายมาก จะใช้หมักเนื้อก่อนย่าง ราดบนข้าว ผัดกับเส้น หรือใช้เป็นน้ำจิ้มก็อร่อยครบจบในขวดเดียว เหมาะทั้งสำหรับทำอาหารกินเองในบ้าน หรือร้านอาหารที่ต้องการเพิ่มฟีลญี่ปุ่นแบบมืออาชีพ
ใครอยากเปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นมื้อฟีลญี่ปุ่นแบบจัดเต็ม ขวดนี้ตอบโจทย์แน่นอนค่ะ!
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อ หมู ไก่ หรือซีฟู้ด ก่อนย่างประมาณ 15–30 นาที เพื่อเพิ่มความนุ่มและความหอม
• ใช้เป็นน้ำจิ้มสำหรับปิ้งย่าง ชาบู หรือยากินิกุ
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือข้าวผัดญี่ปุ่น
• ใช้ผัดกับเส้นอุด้ง ยากิโซบะ หรือผัดผักสไตล์ญี่ปุ่น
• ทาซอสระหว่างย่าง เพื่อเพิ่มสีสวยและกลิ่นหอมเข้มข้น
• ใช้ทำเมนูสไปซี่ เช่น ไก่ทอดซอสเผ็ด หรือซี่โครงย่าง
เคล็ดลับความอร่อย
• อุ่นซอสเล็กน้อยก่อนราดหรือจิ้ม จะช่วยให้กลิ่นหอมชัดขึ้นและรสชาติเข้มข้นยิ่งขึ้น
แนะนำอาหาร
• ยากินิกุ: เนื้อวากิวหรือหมูสามชั้นย่าง เคลือบซอสฉ่ำๆ
• ข้าวหน้าเนื้อ: ผัดเนื้อสไลด์กับหอมใหญ่และซอส Ebara ราดบนข้าวสวยร้อนๆ
• บาร์บีคิวเสียบไม้: ทาซอสระหว่างย่างเพื่อเพิ่มความหอมและสีสันที่น่ากิน
• ผัดผักรวมมิตร: เพิ่มรสชาติให้ผักกรอบๆ ด้วยความหวานหอมจากผลไม้ในซอส
ถ้าคุณเป็นสายปิ้งย่างญี่ปุ่น บอกเลยว่าซอสขวดนี้คือไอเท็มที่ควรมีติดครัว! ซอสบาร์บีคิวญี่ปุ่น สูตรหวานเผ็ดกลาง ที่โดดเด่นด้วยรสชาติกลมกล่อม หอมเข้มข้น และมีมิติแบบซอสยากินิกุร้านดังในญี่ปุ่น ความพิเศษอยู่ที่การผสมผสานของผลไม้บดมากถึง 35% ทั้งความหวานธรรมชาติและความหอมสดชื่น เข้ากับโชยุญี่ปุ่น น้ำผึ้ง กระเทียม และเครื่องเทศอย่างลงตัว ทำให้ได้ซอสที่ไม่หวานเลี่ยน ไม่เค็มจัด แต่มีความนัว กินแล้วหยุดยาก จะใช้หมักเนื้อก่อนย่างก็ช่วยให้เนื้อนุ่มหอม ราดบนข้าวก็อร่อย หรือจะใช้ผัดเนื้อ ผัดหมู ทำข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือเมนูสไตล์ญี่ปุ่นต่างๆ ก็เข้ากันสุดๆ ยิ่งเวลานำไปย่างบนกระทะร้อน กลิ่นหอมของซอสจะเคลือบเนื้อจนชวนหิว เหมือนยกบรรยากาศร้านยากินิกุมาไว้ที่บ้าน เหมาะทั้งสำหรับคนทำอาหารกินเอง ร้านอาหาร หรือสายทำคอนเทนต์อาหาร เพราะแค่ราดซอสลงไป หน้าตาอาหารก็ดูน่ากินขึ้นทันที
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อหมู เนื้อวัว ไก่ หรือซีฟู้ดก่อนย่าง
• ใช้เป็นซอสจิ้มปิ้งย่างและชาบู
• ใช้ผัดเนื้อ ผัดผัก หรือข้าวผัดสไตล์ญี่ปุ่น
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือเบอร์เกอร์
• ใช้ทาระหว่างย่าง เพื่อเพิ่มความหอมและความเงาน่ากิน
อัตราส่วนแนะนำ
• เนื้อสัตว์ 300 กรัม ต่อซอสประมาณ 3–4 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วนำไปย่างหรือผัดได้เลย
เคล็ดลับความอร่อย
• เติมซอสช่วงท้ายก่อนอาหารสุก จะช่วยให้ซอสเคลือบเนื้อสวย หอมเข้มข้น และได้กลิ่นสไตล์ร้านยากินิกุญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูแนะนำ
• หมูย่างยากินิกุ
• ข้าวหน้าเนื้อ
• ข้าวหน้าหมูญี่ปุ่น
• ไก่ย่างซอสญี่ปุ่น
• ผัดเนื้อซอสญี่ปุ่น
• บอร์เกอร์สไตล์ญี่ปุ่น
• แซลมอนย่างซอสญี่ปุ่น
• ข้าวผัดยากินิกุ
ถ้าคุณเป็นสายปิ้งย่างญี่ปุ่น บอกเลยว่าซอสขวดนี้คือไอเท็มที่ควรมีติดครัว! ซอสบาร์บีคิวญี่ปุ่น สูตรหวานเผ็ดกลาง ที่โดดเด่นด้วยรสชาติกลมกล่อม หอมเข้มข้น และมีมิติแบบซอสยากินิกุร้านดังในญี่ปุ่น ความพิเศษอยู่ที่การผสมผสานของผลไม้บดมากถึง 35% ทั้งความหวานธรรมชาติและความหอมสดชื่น เข้ากับโชยุญี่ปุ่น น้ำผึ้ง กระเทียม และเครื่องเทศอย่างลงตัว ทำให้ได้ซอสที่ไม่หวานเลี่ยน ไม่เค็มจัด แต่มีความนัว กินแล้วหยุดยาก จะใช้หมักเนื้อก่อนย่างก็ช่วยให้เนื้อนุ่มหอม ราดบนข้าวก็อร่อย หรือจะใช้ผัดเนื้อ ผัดหมู ทำข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือเมนูสไตล์ญี่ปุ่นต่างๆ ก็เข้ากันสุดๆ ยิ่งเวลานำไปย่างบนกระทะร้อน กลิ่นหอมของซอสจะเคลือบเนื้อจนชวนหิว เหมือนยกบรรยากาศร้านยากินิกุมาไว้ที่บ้าน เหมาะทั้งสำหรับคนทำอาหารกินเอง ร้านอาหาร หรือสายทำคอนเทนต์อาหาร เพราะแค่ราดซอสลงไป หน้าตาอาหารก็ดูน่ากินขึ้นทันที
วิธีใช้
• ใช้หมักเนื้อหมู เนื้อวัว ไก่ หรือซีฟู้ดก่อนย่าง
• ใช้เป็นซอสจิ้มปิ้งย่างและชาบู
• ใช้ผัดเนื้อ ผัดผัก หรือข้าวผัดสไตล์ญี่ปุ่น
• ราดบนข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู หรือเบอร์เกอร์
• ใช้ทาระหว่างย่าง เพื่อเพิ่มความหอมและความเงาน่ากิน
อัตราส่วนแนะนำ
• เนื้อสัตว์ 300 กรัม ต่อซอสประมาณ 3–4 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วนำไปย่างหรือผัดได้เลย
เคล็ดลับความอร่อย
• เติมซอสช่วงท้ายก่อนอาหารสุก จะช่วยให้ซอสเคลือบเนื้อสวย หอมเข้มข้น และได้กลิ่นสไตล์ร้านยากินิกุญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูแนะนำ
• หมูย่างยากินิกุ
• ข้าวหน้าเนื้อ
• ข้าวหน้าหมูญี่ปุ่น
• ไก่ย่างซอสญี่ปุ่น
• ผัดเนื้อซอสญี่ปุ่น
• บอร์เกอร์สไตล์ญี่ปุ่น
• แซลมอนย่างซอสญี่ปุ่น
• ข้าวผัดยากินิกุ
เติมความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นแบบง่ายๆ ด้วย “ซอสโอโรชิ โนะ ทาเระ” จาก Ebara (เอบาระ)
ถ้าคุณชอบอาหารญี่ปุ่นสไตล์ร้านปิ้งย่างหรือร้านอิซากายะ ซอสขวดนี้คือไอเท็มที่ควรมีติดบ้าน ซอสปรุงรสผสมหัวไชเท้าญี่ปุ่น ที่โดดเด่นด้วยรสชาติหอมกลมกล่อมจากโชยุ ผสานกับหัวไชเท้าขูดละเอียด ให้รสสดชื่น ตัดเลี่ยนได้ดี กินแล้วไม่หนักปาก
เหมาะมากสำหรับราดบนเนื้อย่าง หมูย่าง ปลาแซลมอนย่าง หรือแม้แต่ไก่ทอดคาราอาเกะ ก็ช่วยเพิ่มมิติความอร่อยแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ได้ทันที อีกทั้งยังสามารถใช้เป็นซอสหมัก ซอสจิ้ม หรือคลุกกับเส้นและผักต่างๆ ได้แบบสารพัดเมนู ใช้ง่าย อร่อยไว เหมือนมีเชฟญี่ปุ่นมาทำให้กินที่บ้าน
วิธีการใช้ / วิธีการทำ
• ซอสขวดนี้ใช้งานง่ายมาก "แค่ราดก็อร่อย" ไม่ต้องปรุงเพิ่ม (ควรเขย่าขวดก่อนใช้เพื่อให้เนื้อหัวไชเท้ากระจายตัว)
• วิธีใช้เป็นน้ำราด/น้ำจิ้ม: ใช้ราดบนสเต็กหมู, สเต็กเนื้อ, หมูทอดทงคัตสึ, หรือใช้เป็นน้ำจิ้มปิ้งย่าง (Yakiniku) เมนูชาบูและหมูกระทะ
แนะนำเมนูทำง่าย "หมูผัดซอสไชเท้าขูด" (สำหรับ 2 ที่):
• หั่นเนื้อสัตว์เป็นชิ้นพอดีคำ และหั่นหัวหอมใหญ่ขนาดประมาณ 3 มม.
• ตั้งน้ำมันในกระทะให้ร้อน ใส่หมู 150 กรัม และหัวหอมใหญ่ 200 กรัม ลงไปผัดจนสุก
• เทซอส Ebara Oroshi no tare ลงไปประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ ผัดให้เข้ากันอย่างรวดเร็วพร้อมเสิร์ฟ
แนะนำเมนูอร่อย
• ข้าวหน้าเนื้อย่างซอสโอโรชิ
• ปลาแซลมอนย่างซีอิ๊วญี่ปุ่น
• สเต๊กหมูซอสหัวไชเท้า
• เห็ดผัดซอสญี่ปุ่น
• อุด้งเย็นราดซอสโอโรชิ
“น้ำส้มสายชูแดง” หรือ Akazu (อากาสึ) เป็นวัตถุดิบชั้นสูงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานในประเทศญี่ปุ่น กำเนิดขึ้นในสมัยเอโดะ จากการนำกากสาเกมาหมักบ่มนานถึง 3 ปี จนได้น้ำส้มสายชูสีแดงเข้มที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์และรสชาติกลมกล่อม ซึ่งเชฟซูชินิยมนำมาปรุงรสข้าวเพื่อช่วยถนอมอาหารและขับรสชาติของวัตถุดิบสดให้อร่อยยิ่งขึ้น
ปัจจุบันภูมิปัญญาดั้งเดิมนี้ถูกนำมาต่อยอดเป็น ซอสปรุงรสผสมน้ำส้มสายชูแดง สูตร 2 ที่พัฒนาปรับรสชาติให้นุ่มนวลและกลมกล่อมยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่ม Fiber (ไฟเบอร์) ที่ช่วยให้เมล็ดข้าวเรียงตัวสวย กระจายตัวได้ดีในปาก และนุ่มละมุน ให้เนื้อสัมผัสราวกับเชฟระดับมืออาชีพมาปั้นเองกับมือ ใช้งานง่ายเหมาะสำหรับทั้งครัวเรือนและร้านอาหาร เพียงนำไปผสมกับข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ ก็พร้อมเสิร์ฟทันทีโดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม ช่วยให้เม็ดข้าวนุ่ม เงางาม หอมละมุน พร้อมมอบรสชาติหวานอมเปรี้ยวและกลมกล่อมด้วยอูมามิที่เป็นเอกลักษณ์ของ Akazu ช่วยชูรสชาติของปลาสดและวัตถุดิบพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นแซลมอน ทูน่า หรือโฮตาเตะ ได้อย่างโดดเด่น ให้คุณสร้างสรรค์เมนูซูชิคุณภาพระดับร้านโอมากาเสะได้ง่าย ๆ สะดวก รวดเร็ว และอร่อยเป๊ะแบบมืออาชีพ!
คุณสมบัติและประโยชน์
• ช่วยให้ข้าวแตกตัวและกระจายตัวในปาก
• น้ำส้มซูชิช่วยควบคุมโครงสร้างข้าว ไม่ใช่แค่รสชาติ (ชะลอการแข็งตัวของข้าว)
• รักษาความอร่อยของข้าวได้นานขึ้น
• ช่วยให้คุณภาพซูชิสม่ำเสมอ แม้เก็บเย็น
• ยกระดับประสบการณ์การกิน
• สนับสนุนซูชิมืออาชีพ
• คุณภาพสม่ำเสมอและเป็นพันธมิตรของคุณภาพข้าว
ขั้นตอนการทำข้าวซูชิ
• หุงข้าวญี่ปุ่นให้สุกตามปกติ
• ขณะที่ข้าวสุกยังร้อนๆ ให้ตักข้าวใส่ชาม(หากเป็นอ่างไม้สำหรับผสมข้าวซูชิจะดียิ่งขึ้น)
• เท ซอสปรุงรสผสมน้ำส้มสายชูแดง ลงบนข้าวร้อนๆ
(สัดส่วนแนะนำ: ซอสประมาณ 10-15% ของน้ำหนักข้าวสุก หรือปรับตามความชอบ)
• ใช้ทัพพีพัด/ตัดข้าวเบาๆ ในแนวเฉียง เพื่อให้ซอสซึมเข้าเนื้อข้าวอย่างทั่วถึงโดยไม่ทำให้เม็ดข้าวบดขยี้
• พัดให้ข้าวเย็นลงจนถึงอุณหภูมิห้อง ก่อนนำไปปั้นซูชิ หรือทำข้าวหน้าต่างๆ
คำแนะนำ
• เก็บรักษาในอุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส และพ้นจากแสงแดด
• หลังจากเปิดขวดแล้ว ควรเก็บแช่ในตู้เย็น
• ผลิตภัณฑ์อาจมีตะกอนจากวัตถุดิบ ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติไม่มีผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์
โซบะชาเขียว 1 ใน เมนูขึ้นชื่อของญี่ปุ่น
สำหรับคนรักอาหารรสจัดจ้านและหลงใหลในความท้าทาย "นิสชิน รสเอ็กซ์ตรีมไก่เผ็ด (แบบแห้ง)" คือคำตอบที่จะมาปลุกต่อมรับรสของคุณให้ตื่นตัว ผลิตภัณฑ์นี้สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสไตล์แห้งรสเผ็ดร้อน โดยชูจุดเด่นด้วยการใช้พริกปีศาจ (Ghost Pepper) มาช่วยยกระดับความเผ็ดให้ถึงขีดสุดแบบคูณสอง
ความพิเศษไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ความเผ็ดร้อนเท่านั้น แต่ตัวเส้นบะหมี่ของนิสชินยังถูกพัฒนาให้มีความหนาเหนียวนุ่มเป็นพิเศษ เมื่อนำไปต้มในเวลาที่เหมาะสม เส้นจะสามารถดูดซับน้ำซอสไก่เผ็ดรสชาติเข้มข้นได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ทุกคำที่ทานได้รับรสชาติที่กลมกล่อม หอมกลิ่นเครื่องเทศ และเผ็ดซี้ดสะใจอย่างเท่าเทียม เหมาะมากสำหรับเป็นเมนูคลายเครียดในวันลุย ๆ หรือจะพกติดตัวไปแคมปิ้ง เพิ่มสีสันให้มื้ออาหารกับกลุ่มเพื่อนก็สนุกไม่แพ้กัน
วิธีการทำ (แบบแห้ง)
• ต้มเส้น: นำบะหมี่ใส่ลงในน้ำเดือดปริมาณ 400 มล. ต้มทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีเพื่อให้เส้นเหนียวนุ่มได้ที่
• เทน้ำออก: เทน้ำร้อนออก โดยเหลือส่วนที่เป็นน้ำไว้ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ (เพื่อช่วยให้คลุกซอสได้ง่ายและไม่แห้ง)
• คลุกเคล้า: ใส่ผงปรุงรสและน้ำมันซอสไก่เผ็ดที่ให้มาในซอง คลุกเคล้าให้เข้ากันดี พร้อมเสิร์ฟความอร่อย
สัมผัสรสชาติสไตล์ญี่ปุ่นแท้กับซอสยากินิคุสูตรพิเศษ จากเมืองคิตามิ จังหวัดฮอกไกโด ที่โดดเด่นด้วยการผสมวาซาบิภูเขาพันธุ์ท้องถิ่นของฮอกไกโด ให้รสเผ็ดหอมเป็นเอกลักษณ์ แตกต่างจากวาซาบิทั่วไป ซอสมีรสชาติกลมกล่อมจากโชยุ น้ำตาล และผักผลไม้ ผสานกับความหอมของกระเทียม หัวหอม ขิง และงา ก่อนปิดท้ายด้วยความเผ็ดสดชื่นของยามะวาซาบิ ช่วยตัดเลี่ยนและเพิ่มมิติให้เนื้อย่าง หมูย่าง ไก่ย่าง หรือซีฟู้ดได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับใช้เป็นน้ำจิ้มเนื้อย่าง หมูย่าง ไก่ย่าง ซีฟู้ด หรือใช้หมักเนื้อก่อนย่าง รวมถึงใช้ปรุงอาหารผัดและเมนูญี่ปุ่นหลากหลาย เพิ่มรสชาติให้อร่อยแบบต้นตำรับได้ง่ายในทุกมื้อ เพียงเปิดขวดก็พร้อมสร้างรสชาติแบบร้านปิ้งย่างญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่บ้าน
วิธีการใช้งาน
• เขย่าขวดก่อนใช้ทุกครั้ง: เนื่องจากตัวซอสมีส่วนผสมของเนื้อหัวหอมบด กระเทียมบด และวาซาบิบดธรรมชาติที่อาจตกตะกอนอยู่ก้นขวด
• น้ำจิ้มปิ้งย่าง: เทซอสใส่ถ้วย ใช้จิ้มกับเนื้อวัวย่าง หมูสามชั้น หรือไก่ย่างร้อนๆ ได้ทันที ความเผ็ดฉุนของยามาวาซาบิจะช่วยตัดเลี่ยนมันเนื้อได้เป็นอย่างดี
• ราดหรือทาระหว่างย่าง: ใช้แปรงจุ่มซอสแล้วทาลงบนเนื้อสัตว์หรือผักในระหว่างที่กำลังย่างบนเตา เพื่อให้ซอสซึมเข้าเนื้อและส่งกลิ่นหอมของกระเทียม
• ซอสหมัก: นำเนื้อสัตว์ไปหมักกับซอสประมาณ 15-30 นาที ก่อนปิ้งย่างหรือผัด ช่วยให้เนื้อนุ่มและมีรสชาติหวานเค็มกลมกล่อมแทรกซึมเข้าเนื้อ
พบกับ 1 ใน 3 ของเส้นอุด้งที่อร่อยที่สุดของญี่ปุ่น!!
Sanuki Udon ของจังหวัดคากาว่า ถือเป็นสุดยอมเมนูอุด้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น และได้รับความนิยมไปทั่วโลก ความพิเศษของเมนูวัดกันที่ความอร่อยของเส้นค่ะ
โซบะชาเขียว 1 ใน เมนูขึ้นชื่อของญี่ปุ่น
ซอสยากินิคุสูตรพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเมืองคิตะมิ เมืองที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "เมืองแห่งยากินิคุ" ของญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยการผสานความหวานละมุนจากหัวหอมและแอปเปิลแท้จากฮอกไกโดเข้ากับโชยุคุณภาพและเครื่องเทศอย่างลงตัว ให้รสชาติกลมกล่อม หอมเข้มข้น ไม่เค็มจัด มีความหวานธรรมชาติและเปรี้ยวปลายลิ้นเล็กน้อย ช่วยดึงรสชาติของเนื้อวัว เนื้อหมู ไก่ ซีฟู้ด และผักย่างให้อร่อยยิ่งขึ้น พร้อมช่วยตัดเลี่ยนได้อย่างพอดี ซอสขวดนี้ไม่ได้เป็นเพียงน้ำจิ้มสำหรับปิ้งย่างเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้หมักเนื้อก่อนย่างเพื่อเพิ่มความนุ่มและความหอม ใช้ผัดอาหารสไตล์ญี่ปุ่น ราดข้าว หรือปรุงเมนูต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย ช่วยเพิ่มความเข้มข้นและมิติของรสชาติให้ทุกจาน โดยไม่ต้องปรุงเพิ่มหลายขั้นตอน เหมาะสำหรับผู้ที่อยากสร้างสรรค์เมนูยากินิคุและอาหารญี่ปุ่นรสชาติต้นตำรับได้ง่าย ๆ ที่บ้าน เพียงมีซอสขวดนี้ ก็สัมผัสความอร่อยเหมือนนั่งรับประทานอยู่ที่ร้านดังในฮอกไกโดได้ทุกมื้อ
วิธีการใช้งาน
• เขย่าขวดก่อนเปิดใช้งานทุกครั้ง เพื่อให้ส่วนผสมของเนื้อหอมใหญ่และแอปเปิ้ลที่นอนก้นกระจายตัวเข้ากันดี
• ใช้เป็นน้ำจิ้ม: เทใส่ถ้วยพร้อมจิ้มกับเนื้อสัตว์ปิ้งย่างได้ทันที
• ใช้เป็นซอสหมัก: นำเนื้อสัตว์มาคลุกเคล้ากับซอส ทิ้งไว้ 15-30 นาที ก่อนนำไปปิ้งย่างเพื่อความนุ่มเข้มข้นเข้าเนื้อ
• ซอสหมัก: นำเนื้อสัตว์ไปหมักกับซอสประมาณ 15-30 นาที ก่อนปิ้งย่าง ช่วยให้เนื้อนุ่มและมีรสชาติหวานเค็มกลมกล่อมแทรกซึมเข้าเนื้อ
พบกับ 1 ใน 3 เส้นอุด้งที่อร่อยที่สุดของญี่ปุ่น!!
Sanuki Udon (ซานุกิอุด้ง) ของจังหวัด Kagawa (คากาวะ) ถือเป็นสุดยอมเมนูอุด้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่นและได้รับความนิยมไปทั่วโลก
สนุกกับการทำทาโกะยากิได้ง่ายๆ ที่บ้านคุณ
ชวนคุณมาสนุกและอิ่มอร่อยกับทาโกะยากิแบบง่ายๆ ด้วย Otafuku Takoyaki Kodawari Set ที่มีเคล็ดลับความอร่อยจาก 4 ส่วนผสมพิเศษ ได้แก่
1. แป้งทาโกะยากิสูตรพิเศษของโอตาฟุกุ กรอบนอกนุ่มใน
2. การผสมผสานกันระหว่างผงหมึกซูรุเมะ 100% และแป้งหมึกเทมปุระกรุบกรอบ ให้รสชาติที่เข้มข้นและล้ำลึก
3. สาหร่ายที่ผลิตในญี่ปุ่น 100% มีสีเขียวสดและกลิ่นหอมของทะเล เพิ่มสัมผัสให้ครบเครื่อง
4. เพิ่มสีสันด้วยขิงแดงดองให้สีสันที่น่ารับประทานและรสชาติที่เข้มข้นยิ่งขึ้น
เพียงเตรียมวัตถุดิบให้พร้อมก็มาอร่อยกันได้เลยค่ะ
มันหวานจากญี่ปุ่น หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ที่ใครๆ ก็ติดใจ
เราคัดเลือกมันหวานลูกใหญ่ size M สายพันธุ์เบนิฮารุกะ จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยภูมิประเทศอันเหมาะสมและดินภูเขาไฟที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆมากมาย จึงทำให้มันหวานที่ได้มีเนื้อสีทองสวย เนียนนุ่ม ละเอียด ปราศจากเสี้ยน และรสชาติหวานฉ่ำกว่าที่อื่น เหมาะที่จะนำมาอบหรือเผา เมื่อได้รับประทานตอนร้อนๆ จะยิ่งอร่อยละมุนลิ้น หรือหากทานไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรับประทานแบบเย็น ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบค่ะ
วิธีอบมันหวานญี่ปุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
1. ล้างมันหวานให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
2. ห่อมันหวานด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหาร จากนั้นนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของมันหวานที่อบ
3. เมื่อครบเวลา ให้ปล่อยมันหวานไว้ในหม้อทอดไร้น้ำมันเฉยๆ อีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้เนื้อมันหวานระอุยิ่งขึ้น แล้วค่อยนำออกมารับประทานค่ะ
หมายเหตุ:
• ทดลองเสียบไม้จิ้มฟันหรือส้อมลงในเนื้อมัน หากเสียบได้ง่ายโดยไม่ติดขัด แสดงว่าสุกพร้อมรับประทาน
• หากนำมันหวานออกมาแล้วยังไม่สุก แนะนำให้อบต่อตามต้องการด้วยอุณหภูมิประมาณ 160 องศาเซลเซียส
สัมผัสตำนานความอร่อยจากญี่ปุ่น... ซุปหูฉลามเข้มข้นสไตล์เสฉวน
เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นมื้อสุดหรูระดับภัตตาคารง่ายๆ ที่บ้านคุณ! ด้วยซุปหูฉลามแท้ที่คัดสรรวัตถุดิบจาก เมืองเคเซนนุมะ จังหวัดมิยางิ แหล่งหูฉลามอันดับ 1 ของญี่ปุ่นที่ทั่วโลกยอมรับ มาในสูตรสไตล์เสฉวน ที่โดดเด่นด้วยรสชาติกลมกล่อม หอมน้ำมันงา และมีความเผ็ดปลายลิ้นเบาๆ จากโต้วปั้นเจี้ยว (เต้าเจี้ยวพริก) ช่วยชูรสให้ทานสนุกและไม่เลี่ยน
จุดเด่นที่คุณต้องลอง:
• จุดเด่น : หูฉลามแท้จากเมืองเคะเซนนุมะ จังหวัดมิยางิ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตหูฉลามที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น
• รสชาติ : สูตรเสฉวน ที่มีความหอมของเครื่องเทศและโต้วปั้นเจี้ยว ให้รสชาติเผ็ดนิดๆ กลมกล่อมลุ่มลึก
• คอลลาเจน : มีคอลลาเจนสูงถึง 2,800 มิลลิกรัม ช่วยบำรุงผิวพรรณและข้อต่อในชามเดียว
• คุณภาพพรีเมียม : ใช้เทคโนโลยี Retort Pouch คงความสดและสารอาหารครบถ้วนโดยไม่ใส่วัตถุกันเสีย
• ความคุ้มค่า : 1 ซอง ขนาด 200 กรัม เป็นสูตรเข้มข้น สามารถทำทานได้ถึง 3-4 คน
วิธีทำง่ายๆ ใน 5 นาที :
• ฉีกซองแล้วเทเนื้อซุปเข้มข้นทั้งหมดลงในหม้อ
• เติมน้ำสะอาดหรือน้ำร้อนปริมาณ 400 มล. (หรือประมาณ 2 ถ้วยตวง) หรือน้ำร้อน (ปรับปริมาณตามความชอบ)
• คนให้ส่วนผสมเข้ากันดี เร่งไฟให้แรงขึ้น ตั้งหม้อจนน้ำซุปเริ่มเดือด
• ตอกไข่ไก่ 1 ฟอง ตีพอแตก (เหมือนทำไข่เจียว) เมื่อซุปเดือดพล่าน ให้ค่อยๆ เทไข่ลงไปเป็นสายเล็กๆ
• ใช้ตะเกียบหรือทัพพีคนเบาๆ วนไปทางเดียวกัน เพื่อให้ไข่กระจายตัวเป็นเส้นฝอยสวยงาม ไม่จับตัวเป็นก้อน
• พอไข่สุกได้ที่แล้ว ให้ปิดไฟทันที ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟขณะร้อนๆ
เคล็ดลับความอร่อย
• จิ๊กโฉ่ว (Black Vinegar): เหยาะจิ๊กโฉ่วลงไปเล็กน้อยตอนจะทาน ความเปรี้ยวของมันจะไปตัดเลี่ยนและดึงรสหวานของหูฉลามให้เด่นชัดขึ้น
• พริกไทยขาวป่น: แนะนำให้ใช้พริกไทยขาวแท้ป่นละเอียด โรยหน้าก่อนเสิร์ฟเพื่อเพิ่มความร้อนแรงแบบนุ่มนวล
• น้ำมันพริกรายู (Layu): เนื่องจากเป็นซุปสไตล์เสฉวน การหยดน้ำมันพริกญี่ปุ่นลงไปสัก 2-3 หยดจะช่วยเพิ่มสีสันและกลิ่นหอมที่เย้ายวนใจ
• โรยหน้าด้วยผักชีหรือต้นหอมซอย: ความสดของผักสีเขียวจะช่วยตัดรสเข้มข้นของซุปทำให้ทานได้คล่องคอขึ้น
• ทานคู่กับข้าวกรอบ: ลองทานคู่กับข้าวตังหรือข้าวพอง(Okaki) จะได้มิติการทานที่สนุกขึ้นจากความกรอบที่ชุ่มไปด้วยน้ำซุป
"ความอร่อยระดับเชฟญี่ปุ่น ในราคาที่ใครก็เอื้อมถึง... อิ่ม อร่อย และได้ผิวสวยไปพร้อมกัน!"
ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ Nanatsuboshi ข้าวที่เติบโตท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ของฮอกไกโด
นิยมปลูกมากในฮอกไกโด เมล็ดข้าวอวบ หุงแล้วขึ้นเงา มีความเหนียวปานกลาง และความหวานแบบพอดี ทำให้โดนใจชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก แม้ข้าวจะเย็นแต่ยังคงความนุ่ม หอม อร่อย สามารถทำอาหารได้หลากหลายประเภท แต่จะนิยมนำมาทำเบนโตะและซูชิ
• ลักษณะเมล็ด – เมล็ดข้าวอวบ ขาว หุงขึ้นหม้อ
• รสชาติ – มีรสหวานและยังคงอร่อยแม้จะเย็นแล้ว
• ความเหนียว – ความเหนียวกำลังดี
• เมนูที่เหมาะสม – เบนโตะ และซูชิ
• ความลับของสายพันธุ์ – ถือว่าเป็นข้าวที่มีความสมดุลระหว่างรสชาติกับเนื้อสัมผัสมากที่สุดในสายพันธุ์ข้าวฮอกไกโด เมื่อหุงจนสุกข้าวมีความขาว ความเงา ความหอม ให้รสชาตินุ่มนวล และเคี้ยวอร่อย
วิธีหุงข้าวญี่ปุ่นให้อร่อย
1. ตวงข้าวให้พอเหมาะสำหรับรับประทาน
2. ซาวข้าวด้วยการให้น้ำไหลผ่าน คนเบาๆประมาณ 30 วินาที แล้วเทน้ำออก ทำตามขั้นตอนนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำใส
3. กุญแจสำคัญในการหุงข้าวญี่ปุ่นคือน้ำ กะปริมาณน้ำให้เหมาะสม อัตราส่วนโดยประมาณอยู่ที่ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน (สามารถปรับระดับน้ำได้หากชอบทานข้าวแข็งหรือข้าวนิ่ม)
4. ควรแช่ข้าวทิ้งไว้ก่อนหุงประมาณ 30 นาที เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำจนอ่อนนุ่ม
5. หลังจากข้าวสุก อย่าเพิ่งเปิดฝา ทิ้งไว้ให้ข้าวระอุในหม้อประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อย ๆ คนให้น้ำระเหย
มาทำไก่ทอดคาราอาเกะสไตล์จีนกันเถอะ!
Weipa karaage ko ปรับสูตรจากสูตรคาราอาเกะเดิมๆ ให้ออกมาเป็นสไตล์จีน มีรสของกระเทียม ความสไปซี่จากเครื่องเทศ และกลิ่นหอมเฉพาะตัว เมื่อนำมาผสมเข้ากับเนื้อไก่แล้วนำไปทอด ก็จะได้ลิ้มรสคาราอาเกะที่กรอบอร่อยอย่างไม่จำเจ
ส่วนผสม
- แป้งคาราอาเกะ 1 ซอง
- น้ำเปล่า 80 มล.
- เนื้อไก่ 400-500กรัม
วิธีทำ
1. นำแป้ง และ น้ำ มาผสมและคนให้เข้ากัน
2. หั่นเนื้อไก่เป็นชิ้นพอดีคำ จากนั้นนำไปชุบกับแป้งที่ผสมเตรียมไว้
3. ตั้งกระทะและน้ำมัน อุณหภูมิ 165-175 องศา
4. นำไก่ที่ชุปแป้งลงไปทอด ประมาน 3-4 นาที แล้วจึงนำขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน